[One Shot] – เธอคือ… (SayaMilky)

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

         เสียงเคาะประตูทำให้ฉันต้องวางกีต้าร์ลงอย่างช่วยไม่ได้ นาฬิกาข้างผนังบอกฉันว่าตอนนี้เกือบสองทุ่มเต็มที นึกสงสัยอยู่ว่าคงเป็นคนเดิม เมื่อเดินไปเปิดบานไม้สี่เหลี่ยมที่กั้นฉันกับคนข้างนอกเอาไว้ก็เป็นอย่างที่คิด
         “มีอะไรหรือเปล่า”
         “จริง ๆ เขาต้องพูดกันประมาณว่า เข้ามาก่อนสิไม่ใช่เหรอ ใจร้ายจังนะซายากะ”
         “เข้ามาก่อนสิ” วาตานาเบะ มิยูกิเดินยิ้มผ่านฉันเข้ามาพร้อมกับถุงบางอย่างในมือ ยังไงเธอก็จะเข้ามาอยู่ดี ถามแบบไหนมันก็ไม่ต่างกันไม่ใช่หรือไง มิยูกิเลี้ยวหายไปทางห้องครัวก่อนจะกลับมาพร้อมกับถ้วย
         “แต่งเพลงอยู่เหรอ” เธอชำเลืองมองกีต้าร์ที่วางอยู่ข้างโต๊ะพับขนาดเล็กตรงกลางห้อง ขณะเทโจ๊กลงในถ้วย
         “เปล่า ฉันกำลังจะตั้งเสียงกีต้าร์” ฉันมานั่งที่เดิมและหยิบกีต้าร์ขึ้นมา ส่วนมิยูกินั่งคนโจ๊กจนควันขึ้น
         “นี่ซายากะมากินโจ๊กก่อนสิ ซื้อมาให้เธอนะ”
         “ฉันว่าแค่ซื้อมายื่นให้หน้าห้อง ไม่เห็นต้องเข้ามาก็ได้นี่” มิยูกิลุกขึ้นมาแย่งกีต้าร์ไปวางไม่ไกลจากที่ฉันนั่งเท่าไรนัก แล้วก็ขยับตัวเองมานั่งข้างฉันพร้อมกับตักโจ๊กทำท่าจะป้อน
         “ฉันดูวุ่นวายกับเธอเนอะ ไหน ๆ ก็มาขนาดนี้แล้ว กิน ๆ เข้าไปซะโจ๊กนี่น่ะ อะเร็วสิ ทำเป็นนิ่งอยู่ได้” ความร้อนของโจ๊กทำให้ฉันสะดุ้งจนมิยูกิถามขำ ๆ
         “ยังร้อนอยู่เหรอ”
         “ถ้ามันเย็นฉันจะสะดุ้งขนาดนี้มั้ยล่ะ” เพราะความร้อนทำให้แสบลิ้นจนต้องแลบออกมาเผื่อจะหายทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่ช่วยอะไร มิยูกิหันไปตักโจ๊กมาใหม่ คราวนี้เห็นเป่าอยู่หลายรอบแต่กลายเป็นว่าเอาไปกินซะเอง
         “โจ๊กเจ้านี้เขาอร่อยจริง ๆ นะ ฉันชอบมากเลย”
         “ซื้อมาให้ฉันจริงหรือเปล่าเนี่ย เธอน่ะ”
         “ซายากะนี่ยังไง ฉันป้อนก็ทำท่าไม่เอา ฉันเป่าให้ก็ไม่พอใจ” มิยูกิยังคงตักโจ๊กที่อ้างว่าซื้อมาให้ฉันกินอย่างหน้าตาเฉย
         “เธอไม่ได้เป่าอย่างเดียวซะหน่อย กินไปตั้งเยอะนั่นน่ะ เอามานี่ฉันกินเอง” ฉันแย่งเอาถ้วยร้อน ๆ มาจากเธอจนได้ แล้วเจ้าตัวก็ผละไปนั่งดูทีวี ซึ่งไม่ใช่ของตัวเอง ผู้หญิงคนนี้เคยรู้สึกถึงอะไรที่เรียกว่าเกรงใจกับใครบ้างมั้ย ฉันสงสัยมาตลอดตั้งแต่รู้จักกัน แต่สุดท้ายฉันก็จะรู้สึกว่านั่นแหละมิยูกิ เธอไม่เคยเดือดร้อนอะไรกับเรื่องทำนองนี้เลยสักครั้ง
         “นี่ซายากะ”
         “หืม” มิยูกิเลิกสนใจทีวีแล้วพุ่งเข้ามาวุ่นวายกับฉันที่กำลังจะเริ่มตั้งสายกีต้าร์อีกครั้ง
         “ไม่ถามหน่อยเหรอว่าฉันไปไหน ทำไมถึงไปซื้อโจ๊กที่ร้านได้”
         “ฉันต้องถามด้วยเหรอ” ฉันหันไปมองอย่างสงสัยก็เห็นมิยูกิถอนหายใจแรง
         “ซายากะ บางทีถามตามมารยาทกับฉันบ้างก็ได้ แบบแกล้งถามหรือชวนคุยหน่อย”
         “ฉันไม่เก่งเรื่องคุยแบบเธอหรอกนะ มิยูกิ จะให้ชวนคุยมันก็…” นั่นสิปกติฉันไม่ค่อยชวนมิยูกิคุยเท่าไร มีก็แต่มิยูกิที่เข้ามาคุยเข้ามาวุ่นวายฉันตลอด
         “ทีกับคนอื่นฉันก็เห็นเธอคุยได้นี่ ทำไมล่ะ”
         “ถามอะไรของเธอ แล้วรู้ได้ไงว่ากับคนอื่นฉันคุยแบบไหน” ฉันหันไปหยิบหลอดเทียบเสียงมาตั้งสายกีต้าร์ต่อ
         “ก็ฉันเห็นนี่” มิยูกิตอบเสียงอ่อย
         “เธอนี่ยังไง ต้องสนใจเรื่องเล็กน้อยอย่างนั้นด้วยเหรอ”
         “นั่นอะไรเหรอ” มิยูกิชวนคุยเรื่องอื่นแทนที่จะตอบคำถาม เธอทำท่าสงสัยกับอุปกรณ์ซึ่งอยู่ที่ปากฉันตอนนี้
         “ที่เทียบเสียงกีต้าร์”
         “ฉันว่าเคยเห็นเธอใช้อะไรที่มันมีหน้าจอตัวอักษรบอกไม่ใช่เหรอ ที่หนีบไว้กับกีต้าร์”
         “อ๋อจูนเนอร์ ที่เทียบเสียงแบบนี้เอาไว้ใช้ฝึกหูเรื่องการฟังเสียงไปด้วยน่ะ” มียูกิพยักหน้านั่นคือเธอเข้าใจจริงหรือเปล่าหรือแค่ทำท่าไปอย่างนั้นเอง
         ฉันเป่าเทียบเสียง แล้วก็ตั้งสายกีต้าร์ใหม่อยู่ได้ไม่นาน มีคนเสนอตัวว่าอยากช่วย มิยูกิบอกว่าเดี๋ยวช่วยเป่าให้ คงเพราะเห็นฉันเป่า ๆ ปรับ ๆ แล้วเดี๋ยวก็ไปหมุนที่หัวกีต้าร์อยู่แบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา
         “เธอเป่าตรงช่องกลาง” ฉันเอาที่เทียบเสียงมาเช็ดกับเสื้อก่อนจะยื่นให้อีกคนที่ขยับเข้ามานั่งข้าง ๆ
         “ด้านไหนอะ” มิยูกิเล็งหลอดเทียบด้วยความไม่รู้ เนื่องจากมันมีช่องกลางสองด้าน
         “ตรงที่บอกว่า 5A นั่นแหละ” ฉันพยักหน้าว่าใช่แล้วเมื่อสุดท้ายมิยูกิก็พอจะเข้าใจแล้วว่าต้องดูอะไรยังไง ฉันจะตั้งเสียงเสร็จก่อนสองทุ่มครึ่งหรือเปล่านะแบบนี้ แต่ว่าเพราะเป่าเสียงไม่ค่อยออกมิยูกิก็ถามฉันอีกอยู่ดี
         “ซายากะฉันต้องเป่ายังไง อีกด้านมันเป่าเสียงก็ออกนี่นา ทำไมด้านนี้มัน…” มิยูกิทำหน้านิ่วคิ้วขมวด สรุปว่าฉันก็ต้องมาเป่าให้มิยูกิดูเป็นตัวอย่างอยู่ดี พออีกฝ่ายโอเคเหมือนว่าจะเข้าใจแล้วจากตัวอย่างที่ฉันทำให้ดูเธอคงจะเข้าใจล่ะมั้งคราวนี้ แล้วทำไมฉันจะต้องมาเสียเวลากับไอ้แค่เรื่องตั้งเสียงกีต้าร์ด้วย ฉันตั้งเองก็เสร็จไปนานแล้ว
         ถึงแม้จะมีคนช่วยแต่ฉันรู้สึกว่าให้ฉันตั้งเองอาจจะเร็วกว่านี้ มิยูกิกลับไปหมกตัวกับทีวีอีกครั้งอย่างกับเป็นห้องของตัวเอง ฉันเอากีต้าร์ไปเก็บที่ข้างโต๊ะทำงาน ส่ายหัวกับผู้มาเยือนที่นอนเล่นสบายอยู่บนเตียง
         ฉันเดินไปเปิดน้ำอัดลมที่อยู่ในตู้เย็นกินแก้กระหาย ไม่รู้ว่าแก้กระหายเป็นแค่ข้ออ้างหรือเปล่า ฉันน่าจะติดน้ำอัดลมแล้วล่ะถ้าดูจากปริมาณน้ำดำในตู้ที่มากกว่าน้ำเปล่าขวดเล็ก ๆ วางเรียงรายกันเต็มแน่นตู้เย็น
         ชื่นใจกับความหวานซ่าที่ไหลผ่านลงคอไปได้ไม่เท่าไรมิยูกิก็เข้ามาใกล้ ๆ ตรงเคาน์เตอร์ในห้องครัวแล้วแย่งเอาขวดน้ำอัดลมไปจากมือ เธอเอาขวดน้ำดำมากระดกต่อหน้าต่อตาฉัน
         “ขวดใหม่ก็มี ทำอะไรของเธอน่ะ” พอเดินจะไปหยิบน้ำอัดลมขวดใหม่ที่ตู้เย็น มิยูกิก็ตามมาวุ่นวายกับฉันอย่างไม่ลดละ เธอเอามือตัวเองวางบนมือฉันและดันตู้เย็นให้ปิด สีหน้าเรียบเฉย ฉันชะงักไปเพราะริมฝีปากนิ่มที่สัมผัสกับปากตัวเอง กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของมิยูกิลอยเข้ามา ลมหายใจถี่รดอยู่บนใบหน้าฉัน มันทำให้ฉันเผลอตัวลืมไปว่าอันตรายแค่ไหนถ้าโดนรุกก่อนแบบนี้ ฉันนัวเนียกับเธออยู่พักใหญ่ การเอาปากตัวเองออกมาจากปากชมพูแสนนุ่มนิ่มของผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายกับฉันเช่นกัน
         มิยูกิเอาแขนข้างหนึ่งโอบคอฉันไว้ หลังจากจู่โจมมาจูบ เมื่อถอนจูบเธอมองหน้าฉันด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนกำลังพิจารณาอะไรอยู่ รอยยิ้มที่ทำให้ตาหยีหรือจะมือบางข้างที่ไม่ได้โอบฉัน กำลังลูบที่หน้าฉันอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมตอนนี้ ดวงตาของเธอมันเป็นประกายเหลือเกิน ฉันรู้สึกพ่ายแพ้ให้กับตาซุกซนคู่นี้ เมื่อเธอเอานิ้วโป้งมาแตะกับปากฉัน ราวกับว่ามีเพลิงไหม้จากสัมผัสนั้นส่งผ่านเข้ามาที่ร่าง
         “หวานดีนะ”
         “อะไรหวาน” ฉันไม่ยอมปล่อยแขนตัวเองที่โอบเอวมิยูกิไว้ เธอยิ้มและเข้ามากระซิบข้าง ๆ หู
         “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามีอะไรที่หวานกว่านี้อีกหรือเปล่า” มิยูกิก็เป็นแบบนี้ตลอด ฉันรู้แต่ก็ยังเสียท่าให้เธอ สุดท้ายโดนเธอดึงมาที่เตียงอย่างง่ายดาย มิยูกิน่ารักกับฉันเสมอเมื่ออยู่บนเตียง ทั้งสีหน้าท่าทาง และความรู้สึกของเธอ ยิ่งเธอเอาใจเก่งขนาดนี้ด้วย ฉันจะอดทนกับเธอได้ยังไง
         “ซายากะ”
         “หืม”
         “ฉันเป็นอะไรสำหรับเธอเหรอ” มิยูกิขยับเข้ามานอนใกล้ ๆ หลังจากที่ฉันช่วยเธอหาคำตอบของคำถามเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้าที่เราทั้งสองคนจะมาอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยเปล่า มิยูกิที่อยากรู้ว่ามีอะไรที่หวานกว่าปากฉันอีกหรือไม่ ฉันไม่รู้ว่าเธอจะได้คำตอบนั้นหรือยัง แต่สำหรับฉันแล้ว คงต้องบอกว่ามิยูกิจะรสไหนก็อร่อยทั้งนั้น
         เห็นสายตาพึงพอใจที่มิยูกิมองฉันอยู่ตลอดเวลาตอนที่ฉันอยู่บนร่างกายของเธอ สายตายั่วยวนที่เชิญชวนฉันและต้องการฉันแต่ก็ดูเล่นตัวมีชั้นเชิง ทุกปฏิกิริยาตอบสนองของเธอ เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นหรือเสียงครางเวลาที่ฉันทำให้เธอมีความสุข ดูมีเสน่ห์ไปหมดทุกอย่างซะจริง
         “ทำไมถามแบบนั้น” ฉันกลับมาอยู่กับมิยูกิอีกครั้ง หลังหวนนึกถึงความร้อนแรงที่เพิ่งผ่านไป แต่มิยูกิเงียบ ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังเรียบเรียงคำพูดหรือว่าอะไร แต่เธอไม่ได้มองฉันตอนที่เธอพูดออกมาในที่สุด
         “ก็ซายากะเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายกับฉัน…ฉันก็สงสัยว่าฉันเป็นอะไรกับเธอ ฉันอยู่ในสถานะอะไร”ฉันขยับตัวเข้าไปให้ใกล้กับมิยูกิบ้างและเชยหน้าคนถามขึ้นมามอง
         “คิดมากไปแล้วนะมิลกี้ เธอก็เป็นเธอไม่ต้องมาเป็นอะไรสำหรับฉัน เพราะมันไม่สำคัญ…รู้ไว้ว่าฉันดีใจที่ทุกวันนี้เรามีกันและกันเข้าใจฉันมั้ย นอนได้แล้ว ไม่เหนื่อยหรือไงเธอน่ะ ฉันเหนื่อยจะตาย…ยิ้มอะไร” ฉันถามเสียงดุ แก้เขินกับสิ่งที่ฉันไม่ค่อยจะพูด ซึ่งเมื่อสักครู่เพิ่งพูดไป
         “ยิ้มเพราะได้อยู่กับซายากะ ฉันไม่เหนื่อยเลยนะ ไม่ได้ออกแรงอะไรเท่าไร ไม่เหมือนซายากะนี่”
         “คราวหลังก็ช่วย ๆ กันสิ แล้วนี่มิยูกิ…รู้หรือยังว่าอะไรหวานบ้าง”
         “อื้อ ก็หวานทุกอย่างแหละ ซายากะน่ะ” ฉันอมยิ้มอยู่คนเดียว มิยูกิคงไม่รู้ แต่เธอเข้ามาทำให้ฉันมีชีวิตชีวามากขึ้น ถึงจะเป็นตัวป่วนขนาดไหนก็ตาม คนเจ้าเล่ห์อย่างเธอน่ะ วาตานาเบะ มิยูกิ ฉันขาดไม่ได้หรอก
         ฉันสะดุ้งตื่นอีกทีในตอนเช้า ที่จริงก็ได้ยินเสียงอยู่พักใหญ่แล้ว แต่เพราะความง่วงก็เลยยังไม่อยากตื่น มิยูกิกำลังจะกลับแล้ว
         “ซายากะไม่ออกไปส่งฉันหน่อยเหรอ” ฉันได้แต่ชะโงกมองไปตามเสียงอ้อน ๆ คนที่ยืนรออยู่ตรงประตู มิยูกิเธอเห็นสภาพฉันเหมือนพร้อมจะออกไปส่งใครใช่มั้ย เสื้อผ้าฉันยังไม่ได้ใส่เลย
         “กลับดี ๆ ละกัน” ฉันกลับไปมุดอยู่ใต้ผ้าห่มต่อ นี่วันหยุดนะให้ฉันพักเถอะ เมื่อคืนฉันก็เพลีย
         “ซายากะ…ไม่ไปส่งฉันจริงเหรอ เดี๋ยวฉันงอนนะ”
         “ไม่ไปส่ง รีบ ๆ กลับไปเลยไป” ได้ยินเสียงมิยูกิขำ แล้วจู่ ๆ เธอก็มากระชากผ้าห่มออกจนฉันร้องลั่นห้อง โชคดีที่ผ้าห่มมันหนัก คนกระชากก็ได้เห็นเพียงแค่เนินอกเท่านั้น
         “เมื่อคืนยังเห็นไม่พออีกเหรอมิยูกิ เดี๋ยวเถอะ” ฉันกำลังค่อย ๆ มุดไปอยู่ใต้ผ้าห่มแต่มิยูกิเข้ามารั้งมือเอาไว้ เธอก้มมาจูบที่หน้าผากฉัน ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะออกจากห้องไป
         “ห้องอยู่ตรงข้ามกัน ฉันจะต้องไปส่งเธอเพื่ออะไรมิยูกิ” ฉันพึมพำยิ้ม ๆ กับความกวนประสาทของเพื่อนห้องตรงข้ามอย่างอดไม่ได้และผล็อยหลับไปในที่สุด

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
Today Fanfic is … | [One Shot] – เธอคือ… (SayaMilky) ✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s