[Short] – สองคนที่แตกต่าง (SayaMilky)

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

มโนที่ 1 พารุกี้
         แว่นสายตาถูกดึงออกพร้อมกับอ้อมกอดของบางคนที่มาโอบเอวฉันไว้จากข้างหลัง แม้จะมองเห็นได้ไม่ชัดเท่าตอนใส่แว่น แต่มันก็ไม่จำเป็นอยู่ดี ริมฝีปากของซายากะน่ะ…
         “มิยูกิ รับสายช้ามากอะ ทำอะไรอยู่ ฝันกลางวันหรือไง เอาอะไรมั้ยนี่ฉันอยู่ร้านกาแฟใต้หอ” ฉันไม่อยากยอมรับหรอกว่านั่นเป็นแค่ความฝัน แต่พารูรุก็เดาถูก ควรจะขอบคุณดีมั้ยที่โทรมาขัดความสุขฉัน
         “ขอเป็นคนขายกาแฟใต้หอได้มั้ย”
         “อย่าดิ”
         “ทำเป็นหวง กับรุ่นพี่ยุยนี่ฉันแตะไม่ได้ใช่ปะ”
         “กับใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น รุ่นพี่เป็นของฉัน อยากพูดแบบนี้ว่ะ แต่ทุกวันนี้ฉันเองก็ลำบากเลือดตากระเด็น มีแต่คนชอบรุ่นพี่เขา”
         “เข้าใจแล้วย่ะ อยากซื้ออะไรก็ตามใจแก ฉันกินได้หมด”
         “เออฉันว่าจะแวะร้านสะดวกซื้อด้วย เอาพนักงานขายปะ” พารูรุหัวเราะใส่ฉัน
         “ถ้าแกพาซายากะมาได้ก็ลองสิ อยากพาเข้าห้องอยู่พอดี…”
         “ไอ้ #$%!@#”

มโนที่ 2 Can I help you?
         “อยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่าคะ” พออยู่ต่อหน้าซายากะเข้าจริง ๆ ก็นึกอะไรไม่ออก ถึงใจจะวางแผนไว้เป็นฉาก ๆ ว่าอยากให้พนักงานคนนี้หยิบนู่นนี่นั่นให้
         “หาอะไรไม่เจอก็บอกได้นะคะ” ฉากจูบที่ฉันฝันเห็นก็แว๊บขึ้นมาอีกครั้ง ข้างหน้าซายากะยังรอคำตอบของลูกค้าอย่างฉันด้วยรอยยิ้ม
         ‘หาหัวใจไม่เจอค่ะ’ ถ้าพูดแบบนี้คงหงายเงิบกันแน่ไม่ฉันก็ซายากะ
         “ฉันซื้อแค่นี้ดีกว่าค่ะ อยู่คนเดียวเดี๋ยวกินไม่หมด” ส่งยิ้มที่ไม่เป็นตัวเองสุด ๆ ไปให้เขาและรีบเดินไปจุดคิดเงิน
         ทำไมต้องบอกว่าอยู่คนเดียว นี่เราคิดแต่เรื่องจะพาเขาเข้าห้องให้ได้หรือยังไงนะ แต่ก่อนฉันเป็นคนที่เข้าสังคมเก่งมาโดยตลอด แต่จู่ ๆ สกิลนั้นก็เหมือนจะหายไปเวลาเจอกับพนักงานขายที่ร้านสะดวกซื้อคนนี้ ยามาโมโตะ ซายากะ
         “พารูรุคะ…คุณได้ยินฉันมั้ย”
         “ได้ยิน ฉันแค่กำลังคิดว่าจะพูดยังไงดี” ฉันนึกว่าพารูรุหลับใส่ฉันระหว่างคุยโทรศัพท์อีกแล้ว
         “ทำไมล่ะ ฟังเรื่องที่ฉันเล่าแล้วยังไง”
         “แกอาการหนักว่ะ ฝันอะไรโคตรจริงจัง จูบกับซายากะขนาดนั้น ที่เล่ามาเป็นฉาก ๆ เนี่ย ไม่ได้ใส่อินเนอร์ส่วนตัวลงไปด้วยใช่มั้ย”
         “ไม่มีหรอก ฉันจำได้แม่นน่ะ ก็คนมันอยากจูบอยู่แล้วนี่”
         “ถึงได้ขยันไปซื้อของบ่อย ๆ ไปเก็บรายละเอียดนี่เอง”
         “คุณพารูรุคะ คุณก็พูดไม่ดูตัวเอง อยู่อีกหอแต่ถ่อมาซื้อกาแฟถึงหอฉัน มันเพราะอะไรพูด!”
         “เออฉันชอบรุ่นพี่ยุย จบนะ ไอ้เพื่อนชั่ว” หาเรื่องให้โดนด่า ฉันหัวเราะลั่นทุกครั้งที่เพื่อนซี้แสดงจุดยืนชัดเจน
         “เออ ฉันว่าจะถาม แกรู้สึกเป็นพิเศษกับซายากะใช่มั้ย พิเศษเกินกว่าจะแค่คบเล่น ๆ”
         “ไม่ใช่แค่คบเล่น ๆ น่ะเหรอ”
         “ใช่แล้วค่ะ”
         จะว่าไปแล้วก็จริงอย่างที่พารูรุพูด ฉันไม่ได้ยิ้มอย่างมีความสุขเพราะใครสักคนมาพักใหญ่แล้ว จนเกือบลืมไปว่า ความรู้สึกดีใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มันวิเศษขนาดไหน รอยยิ้มของซายากะมีผลกับฉันขนาดไหน
         “ฉันรู้สึกว่าไม่มีน้ำเสียงอยากเอาชนะเวลาที่แกพูดถึงซายากะ กลับกันน้ำเสียงแกออกจะไม่มั่นใจด้วยซ้ำ”
         “…”
         “เฮ้ย…มิยูกิแกไม่เป็นไรใช่มั้ย”
         “เปล่า ฉันกำลังคิดว่า…อยากจูบกับซายากะจริง ๆ”
         “มิยูกิมายเฟรนด์ ทั้งอยากพาเข้าห้องทั้งอยากจะจูบเขา ฉันยังนึกไม่ออกเลยว่ะ ว่าแกจะเข้าไปพูดกับซายากะยังไง”
         “ก็…เข้าไปพูดตรง ๆ นี่ซายากะจูบฉันหน่อย…เด็ดมั้ยเพื่อน”
         “ฉันจะรอดูผลงานนะไอ้ตัวดี…เฮ้ยแค่นี้ก่อน รุ่นพี่ยุยน่าจะใกล้มาถึงหอแล้ว ฉันจะไปทักเขาสักหน่อย” มันจะเป็นยังไง ถ้าพูดเรื่องจูบแบบนั้นจริง ๆ ซายากะจะมีปฏิกิริยายังไง
         “บ้าแล้วฉัน วัน ๆ คิดถึงแต่พนักงานร้านสะดวกซื้อ”

มโนที่ 3 I can remember you…
         วันนี้มีสอบ เวลาหมุนเร็วจนฉันหวั่นใจ เผลอแป๊บเดียวกลางเทอมแล้ว ฉันเดินตบหน้าที่ดูไร้สติสุดขีดของตัวเองลงมาจากห้องแต่เช้า โดยมุ่งไปหาที่พึ่งแก้มึนรับวันสอบที่ร้านกาแฟใต้หอ ก่อนออกจากห้องไร้สติขนาดหาแว่นที่ใส่อยู่บนหน้าไม่เจอ
         “นมร้อนแก้วนึงค่ะ…อ้าว รุ่นพี่ยุยวันนี้ไม่มีสอบเหรอคะ” เห็นรุ่นพี่ยุยแล้วหน้าพารูรุซ้อนมาทันที นี่ไม่รู้มันเป็นปรากฏการณ์อะไร
         “มีสอบพรุ่งนี้ค่ะ แต่ว่าอ่านหนังสือเรียบร้อยแล้ว ก็เลยมาช่วยที่ร้าน” รุ่นพี่ยุยส่งลักยิ้มนั้นมาให้ทำเอาฉันรู้สึกสดชื่นไปด้วย คนที่ทั้งเรียนดีทั้งขยันและน่ารัก คนเพอร์เฟค ไม่แปลกใจที่พารูรุมันถึงได้มีคู่แข่งนับไม่ถ้วนทั้งที่เปิดเผยตัวและไม่เปิดเผยตัว
         ฉันเดินไปโต๊ะที่ว่าง ขอบคุณที่ยังมีโต๊ะข้างเคาน์เตอร์เหลือให้ฉันนั่งระหว่างรอตัวช่วยเช้านี้ ลูกค้าแน่นร้านเหมือนเคยโดยเฉพาะช่วงเช้ามักเป็นเวลาของคนวัยทำงาน
         “ว่าไง อะไรดีวันนี้”
         “เหมือนเดิมค่ะ”
         ซายากะนี่ ทำยังไงดี อยากคุย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง หรือว่าเอาเลยมั้ย ซายากะจูบฉันหน่อย สูดหายใจลึก ๆ ไว้มิยูกิ
         “นั่งตรงนี้ก็ได้ค่ะ/ขอนั่งตรงนี้ได้มั้ยคะ” ปอดแหกเกินกว่าจะพูดแบบนั้น ฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว ซายากะขอบคุณขณะขยับเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับฉัน เอาเข้าจริง ๆ ได้อยู่ใกล้ซายากะแล้ว แต่ฉันกลับทำแค่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น
         “เอ่อ…ดูสนิทกับรุ่นพี่ยุยจังนะคะ” เมื่อคิดอะไรไม่ออกก็คิดว่าเอาเรื่องรุ่นพี่ยุยมาเป็นหัวข้อน่าจะพอไปไหว
         “สนิทค่ะ บ้านอยู่ใกล้กัน ฉันว่าลูกค้าร้านนี้ทุกคนก็คงจะสนิทกับพี่ยุยกันหมด อยากรู้อะไรเกี่ยวกับพี่ยุยถามฉันได้”
         “อ๋อฉันไม่ได้…” คนที่สนใจก็อยู่ตรงหน้าแล้วไง ใช่รุ่นพี่ยุยซะที่ไหนล่ะ
         “สองคนนี้รู้จักกันเหรอ” รุ่นพี่ยุยเดินเข้ามาพร้อมกับนมร้อนสองแก้ว อีกแก้วนั่นของซายากะเหรอ
         “ไม่ได้รู้จักกันหรอก แต่เขาถามถึงพี่ก็เลยโฆษณาให้เป็นอย่างดี” รุ่นพี่ยุยวางนมร้อนให้ฉันและซายากะพร้อมทั้งหันมาบอกขำ ๆ
         “มิยูกิจังอย่าไปฟังเจ้าแสบคนนี้มากนะ”
         “อย่าพูดให้คนอื่นเข้าใจฉันผิดแบบนั้นสิพี่”
         “เจ้าแสบ?”
         “นิ่ง ๆ อย่างนี้ ร้ายกว่าที่คิดค่ะ”
         “เอ๊ะ…” รุ่นพี่ยุยเดินยิ้มกลับไปทำงานของตัวเอง แต่ทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้ฉัน เสียดายก็แต่คนตรงหน้า ถ้าจำกันได้สักนิดว่าฉันคือคนที่ไปซื้อของบ่อย ๆ คงจะดีหรอก
         “ทำไมวันนี้ใส่แว่นล่ะคะ”
         “คือฉันเพิ่งมาเร่งอ่านหนังสือเมื่อคืนก็เลยล้าตานิดหน่อยค่ะ”
         “ปกติไม่ค่อยเห็นใส่ ขอโทษด้วยนะคะที่ถามเรื่องส่วนตัว”
         “ไม่เป็นไรเลยค่ะ ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวอะไร…” เอ๊ะเดี๋ยวก่อนนะ ถามแบบนี้ก็หมายความว่า @%@#$%^ ตะโกนกรีดร้องดีใจอยู่ข้างใน จำฉันได้เหมือนกันสิ
         “ฉันเองก็มีปัญหาสายตาเหมือนกัน ถ้าปวดตาหรือล้าตา ลองใช้ตรงอุ้งมือทำแบบนี้ มันช่วยได้เยอะเลยนะคะ” ฉันยกนมร้อนขึ้นดื่มระหว่างที่ซายากะยกมือแสดงวิธีนวดให้ดูเป็นตัวอย่าง
         “ขอบคุณนะไว้ฉันจะไปลอง ว่าแต่เธอจำฉันได้ด้วยเหรอ” ซายากะจะดูออกมั้ยว่าฉันดีใจ เธอจะอ่านสายตาฉันออกหรือเปล่า ฉันไม่ค่อยกล้ามองหน้าเธอเท่าไร เธอคงไม่รู้หรอกมั้ง นี่ถ้าดื่มนมร้อนจริง ๆ ป่านนี้หมดไปนานแล้ว แต่แกล้งทำท่าทางไปอย่างนั้นเอง
         “ก็พอจะจำได้ค่ะ มาซื้อของบ่อยกว่าคนอื่น”
         “ฉันก็จำเธอได้นะ…ไปทีไรก็เจอ”
         “จริงเหรอคะ ฉันยามาโมโตะ ซายากะค่ะ” แหงล่ะก็เลือกไปตอนที่ซายากะอยู่นี่ ก็ต้องเจอทุกครั้งอยู่แล้วสิ
         “วาตานาเบะ มิยูกิค่ะ”

มโนที่ 4 What do you want?
         หลังเลิกเรียนในวันหนึ่งฉันกับพารูรุเดินคุยกันมาเรื่อยเปื่อย ระหว่างทางมีฝนลงเม็ดอยู่ก็ไม่ได้ช่วยให้เราสองคนต้องรีบอะไร คงเพราะมีร่มกันมาทั้งคู่ด้วย
         “แกควรขอบใจฉันนะคะเพื่อน ฉันเอาข้อมูลรุ่นพี่ยุยมาให้แกตั้งเยอะ” เห็นพารูรุหันมามองอย่างรู้ทัน ตั้งแต่ที่ได้แนะนำตัวกันไปวันนั้นกับซายากะ พอเจอกันก็ได้คุยกันบ่อยขึ้น ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อทีไรก็ไปชวนคุยตลอดถึงจะเป็นเพียงการคุยสั้น ๆ แต่ได้เจอทุกวันก็เป็นความสุขสำหรับฉัน
         “ใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าหาเป้าหมาย ความสัมพันธ์คืบหน้าไปถึงไหนแล้วล่ะ”
         “คุยกันแต่เรื่องรุ่นพี่ยุยซะส่วนมากอะดิเฮ้อ…เพื่อนคะอย่าหัวเราะ” ความน่าหมั่นไส้ของเพื่อนคือมันจงใจหัวเราะแต่แกล้งทำเป็นเก็บอาการและทำหน้าว่าสงสารฉัน
         “เรื่องตัวเองไม่ค่อยคืบหน้า คืบหน้าแต่เรื่องของรุ่นพี่ยุย โอเคฉันขอบใจแกนะมิ้ว เรื่องลับ ๆ ของรุ่นพี่ยุยเป็นประโยชน์กับฉันเยอะเลย”
         “เฮ้ย ๆ อย่าทำหน้าอ่อนโยนแบบรุ่นพี่ยุยได้ปะ เมื่อกี้ยังหัวเราะเป็นมารอยู่แท้ ๆ อะไรเนี่ย แกน่ะไม่ค่อยแย้มให้ฉันฟังเลยนะ”
         “ฉันไม่รู้หรอกว่าถึงไหน รุ่นพี่ยุยใจดีและปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่เห็นแสดงอาการอะไร เรื่องระหว่างฉันกับรุ่นพี่น่ะนะ เป็นเรื่องในอนาคต ฉันก็ได้แต่เฝ้ารอบทสรุปอยู่เหมือนกัน…อยากรู้ไว ๆ เนอะ”
         “ไอ้ท่าทางยิ้ม ๆ แบบนั้น เก็บไปใช้กับรุ่นพี่เขาเถอะ เห็นแล้วหมั่นไส้”
         “อะไรวะ ทีแกยิ้มจนเหงือกจะฉีกเพราะซายากะฉันยังไม่ว่าแกเลย” พารูรุคนเดิมกลับมาอย่างรวดเร็ว หมั่นไส้จนต้องแกล้งหมุนร่มทำให้น้ำไปโดนเพื่อน
         “ก็ปกติแกไม่ยิ้มน่ารักแบบนี้นี่”
         “ไอ้ @#$%^& ! มันเปียกเห็นมั้ย เล่นอะไรเป็นเด็ก…เฮ้ย! จะลากฉันไปไหน” พารูรุโดนฉันลากมาหยุดอยู่ข้างทางอย่างกะทันหัน
         “ฉันฝากร่มไว้กับแกนะ”
         “แกจะไปไหน แล้วนี่ทำอะไร”
         “เพิ่งนึกได้ว่ามีธุระ”
         “มีธุระก็เอาร่มไปด้วยสิจะไปยืนตากฝนทำไม” ฉันส่ายหัวแล้วส่งร่มให้เพื่อน พารูรุรับร่มจากฉันไปงง ๆ ฉันรีบวิ่งฝ่าสายฝนไปจุดที่เห็นซายากะเดินอยู่ไม่ไกล ขอบคุณสายตาเฉียบคมที่จำตุ๊กตาห้อยกระเป๋าของซายากะได้ ฉันทำเป็นวิ่งแซงเหมือนจะหลบฝนผ่านเธอขึ้นไป ก่อนเลี้ยวไปหลบที่ป้ายรถประจำทาง
         ฝนตกหนักกว่าที่ฉันคิดและทำให้ฉันเปียกค่อนข้างมาก นี่เปียกกว่าที่นึกภาพเอาไว้ด้วย แค่นึกว่าจะเปียกพอสวยไม่ใช่เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำขนาดนี้ สงสัยจังว่าซายากะจะเห็นฉันมั้ย ถ้าเธอเห็นเธอก็คงจะตามเข้ามาถามแน่ ๆ
         “มิยูกิจังทำไมเปียกฝนแบบนี้ล่ะคะ” รุ่นพี่ยุยเดินเข้ามาหาตอนที่ฉันกำลังมโนภาพซายากะเป็นฉาก ๆ นี่ก็ผิดคิวกว่าที่คิดเอาไว้เช่นกัน
         “คือว่า…พอดีไม่ได้พกร่มมาน่ะค่ะ ก็เลยชุ่มไปทั้งตัวอย่างที่เห็น” เพิ่งส่งให้เพื่อนเมื่อสักครู่นี่เอง
         “แย่จังแต่ฉันมีธุระ นี่ถ้าไปทำงานที่ร้านจะได้เดินไปด้วยกัน”
         “อ๋อเรื่องนั้น…อย่าห่วงเลยค่ะรุ่นพี่ เดี๋ยวฝนซาฉันก็กลับได้ตามปกติแล้วล่ะค่ะ” จงใจเปียกด้วยตัวเองแบบนี้ รุ่นพี่อย่าทำหน้าจริงจังเลยมันทำให้ฉันรู้สึกผิดขึ้นมา
         “นั่น…ยังพอมีโชคอยู่นะคะ ตัวช่วยผ่านมาพอดี จะช่วยได้หรือเปล่าไม่รู้” รุ่นพี่ยุยรีบเดินไปเรียกซายากะที่กำลังจะเลยป้ายรถประจำทางป้ายนี้ สรุปว่าซายากะไม่เห็นฉันเลยสักนิด แผนเปียกเพื่อเธอคงเสียเปล่าไปแล้วถ้าไม่เจอรุ่นพี่ยุย รู้สึกว่ารักรุ่นพี่ขึ้นมาอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์และรุ่นพี่ยุยก็เดินยิ้มกลับมาพร้อมกับซายากะ
         “ฝากด้วยนะซายาเน่ มิยูกิจังฉันไปก่อนนะคะ” ได้แต่ยืนมองรุ่นพี่ยุยเดินข้ามถนนไปอีกฝั่ง ทิ้งฉันไว้กับซายากะ ทำไมถึงฝากกันได้ง่าย ๆ ขนาดนั้นล่ะ อันที่จริงฉันลืมนึกไปว่าถ้าสมมติซายากะเข้ามาทักกันแต่ไม่ได้ชวนฉันไปด้วยหรือว่าซายากะไม่เห็นฉัน ฉันจะกลับหอยังไง
         “พี่เขาเป็นห่วงเธอนะ ฝากฉันให้พาไปด้วย ไปกันเถอะ” ซายากะหันมายิ้มให้ ถึงจะดูผิดแผนไปบ้างแต่ตอนนี้ก็วกกลับเข้ามาอย่างที่ฉันอยากให้เป็น ฉันเดินคู่มากับซายากะอย่างยากลำบากเพราะเดินใกล้มากไปก็รู้สึกตะกุกตะกักกันเอง
         “เอ่อซายากะ…เดินลำบากมั้ย”
         “นิดนึง” ฉันจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าซายากะไม่ทำท่ายิ้มเขิน ๆ แบบนั้น
         “เอาร่มไปทางซายากะก็ได้นะ คือฉันก็เปียกทั้งตัวอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก”
         “อย่าคิดมาก เปียกฝนบ้างมันก็เป็นเรื่องดี ๆ เหมือนกันนะว่ามั้ย”
         “นั่นสินะ แต่ถ้ายังเดินกันอย่างนี้ยังไงก็เปียก ยกเว้นว่าจะใกล้กันอีกหน่อย” นี่ฉันกล้าดียังไงถึงได้คล้องแขนเขาไว้เต็มไม้เต็มมือ แต่ซายากะก็แค่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร
         เพราะไม่รู้จะชวนคุยยังไงดี แถมไม่ค่อยกล้ามองหน้าคนข้าง ๆ ด้วย ระหว่างที่เดินก็ได้แต่ฟังเสียงเม็ดฝนที่กระทบกับร่ม เสียงรอบ ๆ ตัว และเสียงหัวใจตัวเอง เป็นความเงียบที่ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ทำไมล่ะ มีเหตุผลอะไรที่ซายากะถึงยอมให้ฉันคล้องแขนแบบนี้ เพราะเธอแค่ใจดีเหมือนรุ่นพี่ยุย เพราะเธอไม่อยากจะเอ่ยปากว่า หรือเพราะอะไรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั่น สุดท้ายฉันก็มาจนถึงหอตัวเอง สัญญาณบอกลาเวลาแสนสุขมาถึงแล้ว
         “ซายากะขอบคุณนะ”
         “ไม่เป็นไร ฉันรีบกลับก่อนดีกว่าฝนก็ดูท่าจะตกไม่หยุดเลย”
         “ท่าทางจะตกอีกนานนะ…ขึ้นไปรอให้ฝนเบาลงที่ห้องฉันก่อนดีกว่ามั้ย…”

มโนที่ 5
         “มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ”
         “วิวสวยดีก็เลยมานั่งดู” ฉันมัวแต่คุยโทรศัพท์กับพารูรุเรื่องที่มาเที่ยวทะเลกันสองคนกับซายากะในช่วงปิดเทอม หันมาอีกทีก็ไม่เห็นซายากะอยู่ในห้องพักแล้ว เพราะดอดมานั่งดูวิวอยู่คนเดียวนี่เอง
         “ไม่ชวนนะ”
         “คุยโทรศัพท์อยู่ไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ได้ไปไหนไกลสักหน่อย มานั่งดูด้วยกันสิ” ซายากะชวนแบบนี้มีหรือที่ฉันจะไม่ทำตาม
         “ไม่ค่อยสวยเท่าไร”
         “มาตรฐานสูงจังนะเธอ” ซายากะส่ายหัวยิ้ม ๆ
         “มุมตรงนี้มันไม่สวยนี่นา” ฉันขยับเข้าไปคล้องแขนซายากะและถือโอกาสพิงไหล่
         “สวยถูกใจยังล่ะ”
         “สวยขึ้นเยอะเลย”
         “ชอบมั้ย”
         “ชอบซายากะน่ะเหรอ ชอบสิ”
         “ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย”
         “ซายากะเขินอยู่เหรอ” ฉันชะโงกหน้าไปมองเพราะเห็นเจ้าของไหล่เงียบไป
         “ไม่ได้เขินนะ”
         “คางยื่นขนาดนั้นโกหกชัด ๆ”
         “ไม่เกี่ยวกับคางฉันสักนิด” ยิ่งซายากะเขินมากเท่าไรก็ยิ่งอันตรายกับฉันเท่านั้น
         “รู้มั้ยว่าฉันเริ่มจะไม่ชอบแล้ว”
         “เมื่อกี้ยังบอกว่าชอบอยู่เลย โลเลแล้วเหรอ” ซายากะทำสีหน้าไม่อยากเชื่อที่ฉันพูดเท่าไร
         “ฉันไม่ชอบเวลาเธอทำท่าเขิน ๆ แบบนั้น เพราะฉันจะยิ่งชอบเธอมาก”
         “สนุกที่ได้แกล้งฉันแบบนั้น เรื่องโปรดของมิยูกิอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ”
         “ซายากะก็ชอบให้ฉันแกล้งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
         “ใครจะชอบ”
         ซายากะทำท่าเขินอีกแล้ว ก็เห็นชัด ๆ ว่าชอบที่ฉันแกล้งอยู่บ่อย ๆ
         “ซายากะ ถ้าฉันไม่ชวนขึ้นห้องตอนนั้นเราสองคนจะเป็นยังไง” ฉันเลิกพิงซายากะแล้วมานั่งคุยจริงจังด้วยความสงสัย
         “จะเป็นยังไง…ฉันว่ามันก็เป็นแบบนี้อยู่ดี เพราะถ้ามิยูกิไม่ชวนฉันวันนั้นก็ต้องเป็นวันอื่น”
         “นี่เห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย”
         “คิดถึงวันนั้นแล้วก็ตลกดีนะ ทั้งฉันทั้งมิยูกิ”
         “วันนั้นน่ะเหรอ…”
         วันที่ฝนตกหนักตอนนั้น…
         “ท่าทางจะตกอีกนานนะ…ขึ้นไปรอให้ฝนเบาลงที่ห้องฉันก่อนดีกว่ามั้ย…”
         “ซายากะเช็ดตัวไปนะ ฉันไปอาบน้ำก่อน”
         “ขอบคุณค่ะ” ซายากะรับผ้าเช็ดตัวไป ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันชวนซายากะเข้าห้องจนได้ รีบอาบน้ำไวที่สุดในชีวิตและออกมาภายในเวลาสิบนาที
         หลังจากนั้นฉันก็มานั่งดูทีวีกับซายากะเงียบ ๆ ที่โต๊ะกลางห้อง ใจก็คิดว่าควรจะชวนคุยอะไรบ้าง แต่คุยอะไรล่ะ คิดอะไรไม่ออกเลย
         “วันนี้ฝนตกหนักมากนะคะ”
         “เอ่อ…นั่นสิคะ ถ้าดึกมากแล้วยังไม่หยุด…จะค้างที่นี่ก็ได้นะคะ”
         “แบบนั้นจะรบกวนมิยูกิเกินไป ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
         “ไม่เป็นไรจริง ๆ นะ ค้างกับฉันได้ถ้าเธอไม่รังเกียจ” ต่อให้ฉันจะนอนไม่หลับ แต่ฉันก็เต็มใจถ้าเธอจะนอนค้างที่ห้องคืนนี้
         “มิยูกิอยากให้ฉันค้างเหรอคะ”
         “…คือว่าฉัน…ฉันชะ…” มิยูกิพูดดิ ให้มันชัดเจนกันไปเลย พาเข้าห้องมาซะขนาดนี้แล้ว
         “คือฉันนวดตาแบบที่ซายากะสอนแล้วมันไม่หาย เธอจะช่วยสอนวิธีที่ถูกต้องให้หน่อยได้มั้ย” ปอดแหกตอนจบทุกทีสิ
         “ได้สิคะ ถ้าอย่างนั้นถอดแว่นก่อน…ขอโทษนะคะ” ซายากะเข้ามาถอดแว่นที่ฉันจะใส่เมื่ออยู่ในห้องหรือเวลามีปัญหาที่ตาให้ ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งหวั่นไหว ภาพที่ฉันฝันเห็นตอนนั้นผุดขึ้นมา ริมฝีปากของซายากะจะเป็นยังไงนะ
         ซายากะค่อย ๆ สอนวิธีนวดตาให้ฉัน เธอกดมือฉันลงบนเปลือกตาเบา ๆ แต่ช่วยทำให้ผ่อนคลายได้มาก พอฉันลืมตาขึ้นมาเจอสายตากับมือที่โดนซายากะจับอยู่นั้น ก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันต้องพูดสิ่งนั้นออกไป
         “ซายากะ…ฉันชอบเธอนะ”
         “เอ๊ะ…”
         “ฉันชอบเธอ”
         “พูดตรง ๆ ตอนนี้เลยเหรอคะ”
         “ใช่ค่ะ พูดกันตรง ๆ นี่แหละ”
         “ฉันนึกว่ามิยูกิเขินที่จะพูด หรือถ้าจะพูดก็คงต้องสร้างสถานการณ์ก่อน อย่างสารภาพเพราะพิษไข้หรือเพราะเมาเหล้า”
         “ขอโทษนะซายากะ สถานการณ์แบบนั้นฉันใช้ไปหมดแล้วล่ะ” เป็นครั้งแรกที่ฉันกล้าสบตากับซายากะตรง ๆ โดยที่ไม่หลบตา แม้จะตะกุกตะกักไปบ้าง หัวใจของฉันเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก
         “แล้วเธอล่ะ คิดยังไงกับฉัน”
         “ฉันชอบคนนิสัยตรง ๆ แต่ฉันเป็นคนไม่ค่อยพูดความรู้สึกตัวเองกับใคร ก็ลำบากที่จะพูดเหมือนกันนะคะ”
         “ไม่ต้องพูดก็ได้ค่ะ แต่ถ้าซายากะก็คิดเหมือนกัน…แค่จูบฉันก็พอ”
         ฉันก็ชอบเธอ ฉันเดาเอาว่าเธอต้องคิดแบบนั้นหลังจากซายากะถอนริมฝีปากที่จริงซะยิ่งกว่าจริงออกไป
         “นี่ซายากะ…”
         “ทำหน้าแบบนั้นจะขออะไร”
         “ขอจูบแบบวันนั้นอีกได้มั้ย”
         “อยากจะขออีกกี่ครั้งก็ได้ เพราะจูบนั่นเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะมิยูกิคนเดียวเท่านั้น”

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – สองคนที่แตกต่าง (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s