[Short] – ห้องสมุด (SayaMilky)

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

         ห้องสมุด
         ความเงียบสงบชวนอึดอัดในห้องขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเรียงราย หนังสือนับหมื่นเล่มที่ฉันเข้ามาอ่านไม่ถึงหนึ่งร้อยเล่ม บรรยากาศที่ไม่กล้าจะขยับตัวเพราะกลัวจะเกิดเสียง จนทำให้เป็นเป้าสายตาของคนอื่น ๆ ที่ตอนนี้ต่างล้วนแต่หมกตัวเองอยู่ใต้หนังสือกองโต

         ฉันไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ ที่มาวันนี้เพราะงานท่วมหัวจนไม่เหลือที่ให้เสนอหน้าไปเที่ยวได้อีก ไม่มีทางเลือกอื่นให้เลือกมากนัก แม้อินเตอร์เน็ตจะช่วยได้เรื่องความสะดวกสบายแต่งานนี้ต้องการข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ชีวิตนักศึกษาปีสี่อย่างฉันและใครอีกหลายคนก็คงเป็นแบบนี้ ข้าง ๆ โต๊ะที่ฉันนั่งหน้าตาก็สายเที่ยวแบบเดียวกันไม่ผิดแน่

         แล้วใครจะสามารถอ่านหนังสือเพื่อสรุปข้อมูลมากมายได้ หัวสมองฉันไม่ค่อยซึมข้อมูลประเภทความรู้ซะด้วยสิ สุดท้ายตัดสินใจเดินไปที่เคาน์เตอร์

         “ขอโทษนะคะ ฉันอยากจะยืมหนังสือไปอ่านข้างนอก ไม่ทราบว่าต้องทำยังไงบ้างคะ” ฉันต้องแบกหนังสือพวกนี้กลับที่พักจริง ๆ เหรอเนี่ย ถอนหายยืนเซ็งขณะรอให้เจ้าหน้าที่อีกคนทำเรื่องขอยืมหนังสือให้ แต่ก็ไม่อยากจะอยู่ในห้องสมุดนานเหมือนกัน ฉันไม่ชอบเอาซะเลยบรรยากาศชวนอึดอัดแบบนี้

         แม้แต่เจ้าหน้าที่ห้องสมุดก็ยังเงียบและเรียบร้อย ฉันลอบมองคนที่กำลังป้อนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่ว ถ้าเดาจากหน้าตาอายุยังไม่ถึงสามสิบแน่ ใส่แว่นทรงกลมเรียบ ๆ รวบผมเอาไว้ทั้งที่มันไม่ได้ยาวมาก นี่ถ้าฉันไม่ได้มาเห็นด้วยตัวเองฉันคงไม่เชื่อ

         เจ้าหน้าที่ห้องสมุดในหัวฉันมีแต่ภาพผู้หญิงที่มีอายุหน่อย ใส่แว่นดูเคร่งขรึม เป็นประเภทผู้หญิงดุน่าเกรงขามน่าจะประมาณนั้น แต่เจ้าหน้าที่คนนี้หักล้างภาพทั้งหมดนั้นของฉันไปเลย สงสัยว่าทำไมเธอคนนี้ถึงเลือกมาทำงานในห้องสมุด เป็นฉันคงเบื่ออกแตกตายไปก่อน

         “อันนี้บัตรของคุณค่ะ” ฉันรับบัตรนั้นมาแล้วสังเกตเจ้าหน้าที่คนนี้อีกรอบ เธอหลบตาทันทีแสร้งทำเป็นจัดแว่นแก้เขินจนฉันแอบขำ เธออาจจะคล่องแคล่วในการทำงาน แต่ดูท่าทางเขินอายเวลาพูดคุยกับคนอื่น

         ชื่ออะไรน่ะ…ยามาโมโตะ ?

         ฉันทนแบกหนังสือกลับที่พักได้ไม่ถึงสามวัน ฉันยอมแพ้แล้ว ความหนักของหนังสือที่ทำให้มือฉันซีดเพราะเลือดไม่เดิน ความหนาของหนังสือบางเล่มที่ฉันว่าสามารถทุบคนให้เจ็บปวดได้ สู้อดทนมานั่งทยอยทำงานที่ห้องสมุดอาจจะดีกว่า ต่อให้มันจะน่าอึดอัดบ้างก็ตาม  ช่วงนี้ฉันคงไม่ได้ไปเที่ยวไหนอีกนาน ไลน์เพื่อนในกลุ่มไปปาร์ตี้กันสุดเหวี่ยง น่าอิจฉาพวกนั้นเหลือเกิน

         หลังเลิกเรียนฉันรีบพุ่งมาที่ห้องสมุดทันที แน่นอนทั้งที่เมื่อก่อนฉันคงเลือกไปปาร์ตี้ที่ไหนก็ตามกับเพื่อน ฉันรีบมุ่งไปที่โต๊ะซึ่งใกล้กับชั้นวางหนังสือที่ต้องการ จะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมา คนมาอ่านหนังสือบางตามากในเวลาแบบนี้ นี่มันเพิ่งจะบ่ายสองกว่า ๆ

         ทยอยไล่อ่านตามหัวข้อที่คิดไว้และนั่งสรุปข้อมูลจากหนังสือจนลืมเวลาจนกระทั่งรู้สึกว่ามีคนมาทำอะไรอยู่ตรงชั้นวางหนังสือ ฉันละสายตาจากหนังสือเล่มหนาตรงหน้าไปมอง ….ยามาโมโตะ คนนั้นกำลังแบกหนังสือกองโตเข้ามาจัดเรียง

         เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งดูจะใส่ใจกับการจัดวางหนังสือแต่ละชั้นมากเป็นพิเศษ ฉันเห็นเธอเช็คแล้วเช็คอีกว่าตรงชั้นหรือไม่ แล้วยังมองตรงข้างหนังสืออยู่หลายครั้งกว่าจะวางหนังสือแต่ละเล่มเข้าตำแหน่งบนชั้น ฉันไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่เธอใส่ใจกับหนังสือทุกเล่มทุกขั้นตอน คงเป็นงานที่เธอชอบ

         เมื่อฉันเริ่มมาที่ห้องสมุดบ่อยมากขึ้น นั่นทำให้ฉันได้เห็นว่ายามาโมโตะเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก บางครั้งที่เอาหนังสือมาวางบนชั้น พอเจออะไรน่าสนใจเธอก็จะเอามันออกมาอ่านอย่างตั้งใจ ถ้าฉันได้ความขยันอ่านสักครึ่งของเธอ ฉันคงทำงานเสร็จนานแล้ว เธอเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเพลินจนโดนเจ้าหน้าที่อีกคนตักเตือน

         นอกจากฉันจะมาทำงานแล้ว ฉันยังมานั่งสังเกตชีวิตประจำวันของคนในห้องสมุด ที่จริงความเงียบแบบนี้ก็เริ่มมีสีสันสำหรับฉันขึ้นมานิดหน่อย ฉันกลายเป็นคนชอบสังเกตคนอื่นตั้งแต่เมื่อไรกันนะ…

         โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ห้องสมุด…ยามาโมโตะคนนั้น

         “เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านคุณทำไอ้นี่…ตกไว้ค่ะ” ผู้หญิงใส่แว่นกรอบกลมเดินเข้ามาบอกฉันอย่างตะกุกตะกัก ฉันกำลังจะอ้าปากขอบคุณเมื่อรับสมุดโน้ตจากยามาโมโตะ แต่เธอรีบเดินไปก่อนที่ฉันจะได้ออกเสียง  เฮ้…เธอน่าจะรอฉันก่อนสิ

         ฉันรีบก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ สลัดความคิดเรื่องยามาโมโตะออกไป แต่เมื่อเปิดสมุดโน้ตก็พบว่ามีกระดาษโน้ตขนาดเล็กแปะไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั่วสมุดโน้ตเล่มใหญ่ของฉัน

         เธอนั่งอ่านที่ฉันสรุปจนหมดเลยหรือไงเนี่ย…นั่นเป็นสาเหตุที่ฉันไม่ได้เริ่มอ่านหนังสือสักที เพราะมัวแต่อ่านลายมือเรียบร้อยบนโน้ตเล็ก ๆ เหล่านั้น ยามาโมโตะเขียนแนะนำวิธีการสรุปที่ดี ดีมาก ๆ ด้วยมาให้ฉัน

         เธอเป็นคนที่เขียนอะไรเข้าใจง่ายจังจากความรู้สึกของคนหัวทึบแบบฉัน ถ้าสมมติสามารถเอายามาโมโตะคนนี้ออกมาได้ ฉันคงจะคุยกับเธอไม่หยุดแน่ อยากให้เธอช่วยแนะนำฉันเยอะ ๆ เผื่อฉันจะได้ทำงานเสร็จไวขึ้น สักนิดหนึ่งก็ยังดี แล้วก็จะได้ออกไปเที่ยวไม่ต้องมาติดแหงกอยู่ในห้องสมุดแบบนี้ นี่ปีสุดท้ายของฉันในฐานะนักศึกษาแล้วด้วย

         เธออาจถนัดที่จะเขียนมากกว่าพูดกับคนแปลกหน้า…

         ข้อความ
         ฉันชอบประหม่าเวลาที่ต้องพูดต่อหน้าคน ที่จริงอาการพวกนี้มันดีขึ้นแล้ว จนกระทั่งฉันเห็นนักศึกษาบางคนที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะชอบเข้าห้องสมุด เธอคนนั้นเดินเข้ามานั่งอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ได้มาแค่วันเดียวแต่มาแทบจะทุกวัน

         ฉันเริ่มจำเธอได้จากตรงนั้น เธอชอบหยิบหนังสือมาทีละหลาย ๆ เล่มแล้วก็เปิดหาหน้าต่าง ๆ ดูวุ่นวายอยู่คนเดียวทุกครั้งที่นั่งอ่านหนังสือ ตรงโต๊ะมุมนั้น คงจะเป็นชั้นหนังสือที่เธอกำลังต้องการศึกษา มันไม่เข้ากับหน้าตาของเธอเลยสักนิด

         เธอน่าจะชอบออกไปสังสรรค์กับเพื่อนมากกว่ามาขังตัวเองอยู่กับหนังสือ…

         ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าอาการประหม่าจะหนักมากเมื่อเธอชอบมองฉันสีหน้าสงสัย ในช่วงหลัง ๆ ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร แต่ฉันเคยช่วยเธอเอาไว้เรื่องสรุปย่อ เธอจึงเขียนไอดีไลน์ใส่โน้ตมาให้ฉันตอนก่อนจะออกไปจากห้องสมุด
         เธอชื่อ วาตานาเบะ มิยูกิ อะไรกันนะเด็กคนนี้
         ทำไมรอยยิ้มถึงได้สดใสแบบนั้น…

         ตอนแรกฉันคิดว่าเธอจะให้ฉันช่วยทำสรุปย่อเสียอีก เธอจะต้องอ้อนให้ฉันทำแบบนั้น แต่เธอกลับขอให้ฉันช่วยตรวจสิ่งที่เธอสรุปว่าใช้ได้หรือไม่ มิยูกิดูตั้งใจทำงานกว่าที่ฉันนึกเอาไว้มาก ฉันทำงานที่ห้องสมุดแห่งนี้มาสองปีแล้วเจอคนที่มีลักษณะประมาณนี้ค่อนข้างเยอะ ช่วงที่เร่งทำงานโปรเจ็คจบ ส่วนใหญ่ก็จะเอาชัวร์ไว้ก่อน ด้วยการใช้คนอื่นทำ

         ฉันมองเธอผิดไปมาก

         สามเดือนที่ได้คุยกับมิยูกิ ไม่น่าเชื่อแต่นิสัยดีกว่าที่คิดไว้ เธอตอบแทนที่ฉันช่วยเธอเรื่องตรวจสอบการเขียนสรุปงานนั้น ด้วยการคอยช่วยฉันจัดหนังสือ เราแทบไม่ได้คุยกันเลยก็จริง
         แต่ฉันกลับรู้สึกสนิทกับเธอ…
         เหมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่งที่รู้สึกเอ็นดู

         “ใกล้จะปิดเทอมหนึ่งแล้วนะคะ ต่อไปจะให้ใครตรวจล่ะ”
         “แค่นี้มิยูกิก็เก่งแล้ว ไม่ต้องให้พี่ตรวจหรอก”
         “ฉันอยากให้พี่ตรวจนี่นา”
         “พี่ทำงานทุกวัน แวะเอามาให้ตรวจได้นะ พี่ไม่ขัด”
         “เราควรต้องคุยกันบ้างนะคะพี่ซายากะ” เมื่อมิยูกิส่งข้อความนี้มา ฉันจึงหยุดจัดเรียงหนังสือ แต่ทำเป็นไม่เงยไปมองคนส่งซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ประจำของเธอ
         “คุยกันอยู่ทุกวันแล้วนะคะ” ฉันรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร การพูดคุยกันต่อหน้าเป็นการสื่อสารที่ดีอันนั้นฉันเข้าใจ นี่ฉันคุยกับมิยูกิตั้งมากมายได้ยังไงทั้งที่อายุน้อยกว่ากันตั้งสี่ปี
         “ฉันคิดมานานแล้วนะคะ อยากคุยด้วย มีหลายอย่างเลยค่ะพี่ ที่ฉันอยากบอกต่อหน้า”
         “พี่พูดไม่เก่ง เดี๋ยวจะโดนเบื่อเอา ไม่อยากให้มิยูกิเบื่อพี่”
         “ยังไม่ได้ลองเลย จะรู้ได้ยังไงล่ะคะพี่”
         “แสดงว่าอาจจะเบื่อพี่ใช่มั้ยล่ะ”
         “ไม่เบื่อหรอกค่ะ”
         “ไม่เอาอะ พี่ไม่รู้จะคุยอะไร”
         “ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอม” ฉันหลุดยิ้มกับสติกเกอร์ที่มิยูกิส่งมา ท่าทางจะไม่ยอมแน่ จนสุดท้ายคนที่ใจอ่อนก็เป็นฉัน
         “ตามใจมิยูกิ”

         “เป็นพี่สาวที่ใจดีจัง” มิยูกิโผล่มาพูดข้าง ๆ ไม่ทันตั้งตัว ทำให้ฉันประหม่าและไม่กล้ามองหน้าเธอ
         “เป็นพี่สาวที่ขี้อายด้วย น่ารักที่สุด”
         “พอเถอะ” ฉันส่ายหัวขำ ๆ มิยูกิทำเป็นปะเหลาะอย่างกับเด็กจะเอาของเล่น แล้วเธอก็ขำจนตัวสั่น พยายามเก็บเสียง ฉันหันไปทำท่าว่าให้เงียบได้แล้วมันรบกวนคนอื่น
         “บอกแล้วฉันไม่ได้คุยด้วยยากสักหน่อย”
         “ก็คนมันเขิน ๆ นี่ ทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ”
         “เดี๋ยวก็ชินค่ะ ดีใจจังได้คุยกับพี่จนได้”
         “เหรอ” ฉันเรียงหนังสือยิ้ม ๆ ไม่ได้มองอีกคน แต่เห็นจากหางตาว่าเธอก้มหน้าลงมามองใกล้ ๆ ทำไมหัวใจฉันถึงได้เต้นผิดจังหวะไปหมดแบบนี้
         “ว่าง ๆ…ไปเที่ยวกันมั้ยคะพี่?”
         “พี่ไม่ชอบเที่ยวแบบที่มิยูกิชอบหรอกนะ มันเวียนหัว”
         “รู้ด้วยเหรอคะว่าฉันชอบเที่ยวแบบไหน”
         “ก็เดาเอาว่าน่าจะชอบไปปาร์ตี้อะไรพวกนั้น”  มิยูกิกระแอมคอแล้วหัวเราะคิกคัก เธอขยับเข้ามาใกล้ฉันมากกว่าเดิม คราวนี้หัวใจฉันเต้นเร็วเป็นทวีคูณ
         “ไปเที่ยวที่บ้านพี่ก็ได้นะคะ”

         พี่น้อง…
         ถึงพี่ซายากะจะทำท่าไม่อยากบอกเรื่องที่อยู่ แต่ฉันก็ไปตื้อจนพี่เขายอม ก่อนปิดเทอมหนึ่งฉันเลือกทำงานพิเศษใกล้ ๆ ที่พักของพี่ซายากะ และทำเนียนแวะไปหาบ่อย ๆ รวมทั้งขอค้างด้วยในบางครั้ง พี่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธฉันเลย เป็นพี่สาวที่ใจดี ฉันชอบพี่เขามาก ๆ
         “มาอีกแล้ว?”
         “ทำไมพี่พูดแบบนั้นล่ะคะ” เจ้าของห้องหลบให้ฉันเข้ามาด้านในขำ ๆ ฉันมาหาพี่เขาทุกอาทิตย์ นี่ก็เข้าอาทิตย์ที่สามแล้ว ที่จริงฉันแทบไม่ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนเลยถึงแม้จะปิดเทอม จนพวกนั้นแซวว่าเดี๋ยวตัดออกจากกลุ่ม แปลกดีตอนแรกฉันคลั่งที่ต้องมาอดอู้อ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดแบบนั้น ทุกสิ่งเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย ตั้งแต่ฉันได้เจอพี่ซายากะ
         ไม่ปาร์ตี้ก็ได้…แต่ขออยู่กับพี่เขา
         “ซื้อของกินมาเผื่อพี่ด้วยนะคะ”
         “ขอบคุณนะคะ”
         ทุกครั้งที่มาที่พักของพี่ซายากะ ฉันมักจะชวนพี่เขาคุยอะไรเรื่อยเปื่อย งานของเทอมที่ผ่านมาก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี ฉันได้คะแนนมาค่อนข้างสูงกว่าปกติ ถ้าไม่เจอพี่ซายากะคงผ่านไปแบบฉิวเฉียด รู้สึกขอบคุณพี่เขาที่ช่วยตรวจช่วยแนะนำฉันในเรื่องการสรุปใจความสำคัญ
พี่ซายากะคุยกับฉันอย่างไม่เคอะเขินแล้ว และคุยเก่งด้วยฉันรู้สึกติดพี่เขาอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกดีที่ได้คุยกับพี่เขาแบบนี้

         ชอบจังที่ได้อยู่กับพี่เขา

         “มิยูกิ พี่ไปนอนก่อน รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย”
         “ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะพี่” ฉันรู้สึกเป็นห่วง พี่ซายากะอาจจะแค่เหนื่อยมากกับงาน นี่ฉันมากวนพี่เขาหรือเปล่านะ

         ฉันนั่งดูทีวีจนเริ่มรู้สึกง่วง จึงปิดทีวีและปิดไฟ เดินไปยังห้องนอนเงียบ ๆ กลัวจะทำให้คนที่นอนอยู่ก่อนแล้วต้องตื่น พี่ซายากะนอนหลับอยู่บนเตียงติดหน้าต่างใสที่เปิดผ้าม่านเอาไว้ แสงจากภายนอกช่วยทำให้เห็นภายในห้องได้ชัดเจนแม้ไม่ได้เปิดไฟ

         แทนที่ฉันจะรีบนอนกลับมานั่งมองพี่ซายากะอยู่นาน ใบหน้าตอนหลับของพี่ซายากะมีพลังดึงดูดฉันอย่างไม่น่าเชื่อ พี่เขาตัวอุ่นอาจเพราะมีไข้ ฉันรู้สึกได้เพราะลืมตัวเผลอเอามือซ้ายลูบไปตามแก้มแผ่วเบา
         หัวใจแทบจะทะลุจากอกเมื่อมีการจูบกลับจากคนที่นอนอยู่บนเตียง ฉันรีบผละออกมาหลังจากรู้สึกตัวว่าทำอะไรไม่เข้าท่า แถมยังมาปลุกให้พี่ซายากะต้องตื่นกลางดึกอีกด้วย
         “เป็นเด็กเป็นเล็กริจะมาลักหลับพี่หรือไง?”
         “เปล่านะคะ ไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น” จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกเขินกับสายตาของพี่ซายากะ เป็นสายตาที่ฉันไม่เคยได้เห็นมาก่อน ปกติก็จะมีแต่พี่เขาที่ทำท่าอายซะมากกว่า
         “แล้วมิยูกิจูบพี่ทำไม?” มีความขี้เล่นปนอยู่ในน้ำเสียง
         “ขอโทษค่ะพี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” อยากจะลุกออกจากเตียงไปนอนบนที่นอนที่ประจำของตัวเองใจจะขาด แต่โดนอีกคนจับแขนไว้
         “นอนด้วยกันบนนี้ดีกว่า” ฉันโดนดึงให้ไปนอนบนเตียงฝั่งที่ติดกับหน้าต่างโดยไม่สามารถขัดขืนได้ หรือที่จริงก็อาจจะพอขัดขืนได้ซึ่งฉันไม่ได้ทำ สุดท้ายฉันก็เลือกจะนอนหันหลังให้ เพราะไม่กล้าที่จะมองหน้าพี่ซายากะ ฉันไม่น่าไปจูบพี่เขาแบบนั้น ไม่น่าเลย
         วงแขนบางที่กอดฉันไว้ เป็นสิ่งกระตุ้นการเต้นของหัวใจฉันอย่างไม่ต้องสงสัย มันเต้นเร็วมากและเพิ่มมากขึ้น ฉันสั่นไปทั้งตัวเมื่อโดนริมฝีปากของพี่ซายากะซุกซนอยู่ที่ลำคอ เมื่อก่อนซ่าไปปาร์ตี้ยังไม่เคยเขินใครได้ขนาดนี้เลย
         “ไม่ต้องสั่น แค่นอนด้วยกันเฉย ๆ เอง” พี่ซายากะขำอยู่ข้างหลัง เริ่มไม่มั่นใจว่าความเรียบร้อยที่ผ่านมาทั้งหมดของพี่เขาหายไปไหน แต่ว่าฉันรู้สึกอบอุ่นมากทีเดียวที่ได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของพี่เขาแบบนี้
         ได้ใกล้กันแบบนี้…

         วันหยุด…
         วันนี้มีนัดไปเที่ยวกับมิยูกิ ฉันโดนตื้ออยู่หลายรอบจนหมดข้ออ้างที่จะเลี่ยง เมื่อเอ่ยปากกับเธอตรง ๆ ว่าคงไม่สามารถไปเที่ยวสถานที่ที่วุ่นวายอย่างการไปปาร์ตี้แบบที่มิยูกิชอบทำได้เธอก็หัวเราะ
         “ไปหาที่เงียบ ๆ คุยกันก็ได้ค่ะพี่”
         “เดี๋ยวก็เบื่อหรอก”
         “อยู่กับพี่ ฉันจะเบื่อได้ยังไงล่ะคะ ไปเที่ยวกันนะ พี่อยากไปไหนดีคะ?”
         ฉันก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน สุดท้ายเลยคิดพามิยูกิไปที่ซึ่งฉันชอบมานั่งพักผ่อน จะว่าไปก็ไม่ได้มาที่นี่นานแล้วเหมือนกัน เป็นสวนสาธารณะที่คนไม่ค่อยพลุกพล่าน อากาศดีและเงียบสงบ
         ตอนแรกก็กังวลว่ามิยูกิจะรู้สึกยังไงบ้างกับสถานที่เรียบง่ายและเงียบแบบนี้ แต่เธอยิ้มแย้มตลอดเวลาจนฉันกลัวว่าเธออาจจะอึดอัดอยู่
         “เบื่อมั้ย?” มิยูกิไม่ตอบเธอเอาตักฉันไปทำเป็นหมอนส่วนตัวหน้าตาเฉย
         “ทำไมพี่ถึงชอบถามว่า เบื่อมั้ยล่ะคะ ที่จริงฉันมีความสุขจะตาย”
         “ไม่อยากให้น้องสาวคนนี้เบื่อน่ะ” ฉันหยิกแก้มมิยูกิเบา ๆ ไม่ได้บอกไปตรง ๆ ว่าฉันติดน้องสาวคนนี้เข้าแล้ว หลังวันที่โดนมิยูกิขโมยจูบ มันก็ค่อนข้างชัดเจนว่าฉันรู้สึกแบบไหนกับผู้หญิงคนนี้
         “ขอถามพี่บ้าง ตอนนี้…ฉันยังเป็นแค่น้องสาวอีกเหรอคะ?”
         “อายุน้อยกว่าก็เป็นน้องไปสิคะ” คนบนตักหน้างอ เธองอนและเมินฉันไปสนใจหนังสือแทน
         “ขี้งอน”
         “ก็พี่แกล้งฉันทำไมล่ะ”
         “ทีเธอยังแกล้งพี่เลย ตั้งแต่ช่วงแรกที่มาค้างด้วยกันน่ะ” มิยูกิเหลือบมองฉันอย่างสงสัย เธอเด้งตัวเองขึ้นมานั่งข้าง ๆ สีหน้าสื่อว่าไม่เข้าใจเรื่องที่ฉันพูด
         “ฉันแกล้งอะไรพี่คะ?” ถ้านี่คือการแสดงล่ะก็ มิยูกิแสดงสีหน้างุนงงได้เก่งมาก
         “พี่…คิดกับมิยูกิมากกว่าแค่น้องสาวตั้งนานแล้ว ก็เลย…”
         “ก็เลยอะไรคะ”
         “นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าพี่ทำอะไรเธอตอนหลับ”
         “พี่ทำอะไรฉันคะเนี่ย?” ฉันรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งมิยูกิขึ้นมาก็เลยไม่บอกว่าทำอะไร มิยูกิจึงตื้อไม่หยุดถึงแม้เราจะกลับมาถึงที่พักของฉันแล้ว
         ฉันยังขำเธออยู่เลย งอนที่ฉันไม่ยอมบอกก็งอนอยู่ แต่ก็อยากรู้ว่าฉันทำอะไร มิยูกิจึงชอบพูดลอย ๆ อย่างนั้นอย่างนี้เพื่อจะให้ฉันบอกให้ได้ว่าฉันทำอะไรกับเธอ
         “ยังงอนอยู่มั้ย?” ฉันชะโงกแอบมองมิยูกิที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
         “ก็งอนสิคะ พี่ชอบแกล้งฉันอะ”
         “ก็ได้ หันมาสิ…แล้วพี่จะทำแบบนั้นอีกครั้ง” ฉันขึ้นเสียงนิดหน่อยตั้งใจแกล้งเอ็ดเธอ เมื่ออีกคนดื้อ มิยูกิหันมาจนได้ ฉันขอให้เธอหลับตา

         มิยูกิจูบตอบฉันทันทีเมื่อฉันไล่ริมฝีปากจากหน้าผาก จมูก มาจนถึงริมฝีปากด้านบนของเธอ คนที่ฉันไม่อยากให้เป็นแค่น้องสาวกลายเป็นคนคุมการจูบครั้งนี้แทน เธอกดฉันลงนอนที่เตียงแล้วตามเข้ามาจูบอีกรอบ ไม่รู้โมโหอะไรหรือเปล่า ฉันได้แต่โอนอ่อนไปกับริมฝีปากนั้น

         มิยูกิทิ้งตัวนอนซบที่อกฉัน เธอกอดฉันเอาไว้แน่น
         “ถ้าฉันรู้ตัวว่าพี่ทำอะไรตั้งแต่แรก พี่ซายากะโดนดีแน่” เสียงอู้อี้ตรงอกทำให้ฉันยิ้ม
         “ขู่พี่เหรอคะ?”
         “ฉันพูดจริงนะ” ฉันดึงมิยูกิเข้ามากอดให้แน่นกว่าเดิม
         “ชอบพี่มั้ย?” มิยูกิพยักหน้าอยู่
         “ถามแล้วทำไมไม่ตอบ?”
         “ก็พยักหน้าตอบอยู่นี่ไง” ฉันขำเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็งุดหน้าลงไปซบที่อกฉันเหมือนเดิม
         “พี่อะ แกล้งฉันอีกแล้ว”
         “เด็กน่ารักก็ต้องโดนแกล้งแบบนี้แหละ”

         ถ้าฉันมีคนแบบมิยูกิอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ฉันมั่นใจว่าโลกของฉันต้องสดใสแน่นอน เจ้าหน้าที่ห้องสมุดจืดชืดแบบฉัน ทำไมมาเจอคนมีสีสันแบบมิยูกิได้ล่ะ อาจเป็นความสมดุลของโลกใบนี้หรือเปล่าที่เราได้มาเจอกัน

         ต้องขอบคุณห้องสมุดที่ช่วยพามิยูกิเข้ามาหาฉัน…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – ห้องสมุด (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s