[Short] – เบบี้ยูเฮียร์ (SayaMilky)

Posted on Updated on

บทที่ 1
         “มิยูกิ ช่วยฉันด้วย!” เสียงปลายสายของซายากะขาด ๆ หาย ๆ ทั้งยังเสียงโวยวายที่ได้ยินไม่ถนัด หัวใจของฉันหล่นวูบ นับครั้งได้ที่ยามาโมโตะ ซายากะ มีน้ำเสียงตื่นตกใจ เธอเป็นเพื่อนที่บ้านอยู่ไม่ไกลจากฉัน เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก
         ฉันโทรกลับไปหาเธอด้วยความร้อนรนแต่ก็ได้รับเพียงบริการฝากหมายเลขโทรกลับ คงจะแบตหมดใช่มั้ย พอใช้เบอร์บ้านโทรก็โทรไม่ติด ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรหรอก ปลอบใจตัวเองให้สงบไปอย่างนั้นและรีบออกจากบ้านทันที
         บ้านยามาโมโตะดูเรียบร้อยดีทุกอย่าง ถ้าไม่ก้าวเข้ามาในบ้าน สภาพความเละเทะภายใน อย่างกับมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว เรียกเท่าไรซายากะก็ไม่ตอบ ฉันเดินเข้ามาด้านในอย่างระวังตัว ซายากะเธอไปอยู่ไหนและฉันก็ต้องตกใจที่เห็นตัวการความเละเทะในบ้าน ฉันจะทำยังไงดี ตอนนี้ต้องทำยังไงล่ะ
         “มิมิ๊” เด็กน้อยวัยขวบกว่าเปลือยล่อนจ้อน ร้องเรียกและวิ่งกระด๊อกกระแด๊กเข้ามาหาฉันด้วยความดีใจ
         “ว่าไงคะ มิรุจัง” ฉันนั่งยอง ๆ รอให้เด็กน้อยเข้ามาหา หลานสาวตัวป่วนของซายากะ เข้ามาโอบกอดฉันอ้อน ๆ พอปล่อยแล้วยังขอกอดอีกถึงสองครั้ง
         ฉันไม่รู้ว่าเด็กพูดอะไร แต่ถึงกับอดขำไม่ได้เมื่อคุณน้าซายากะเดินออกมาจากห้องน้ำสภาพชุ่มโชกไปทั้งตัว
         “ที่โทรไปให้ช่วยคือเรื่องนี้เหรอ” ซายากะเข้ามานั่งข้างหน้าและเอาผ้าเช็ดตัวเช็ดให้หลานสาวที่ไม่ดื้อเมื่ออยู่กับฉัน
         “น่า…ฉันไม่ถนัดเลี้ยงเด็กนี่ ดูสิทีกับมิยูกิล่ะไม่ดื้อเลยนะเนี่ย ไอ้แสบ” มิรุจังยิ้มแป้นอย่างอารมณ์ดีและกอดฉันไม่ปล่อย
         “เมื่อกี้ฉันตกใจหมด โทรกลับก็ไม่ติดสักเบอร์”
         “เบอร์บ้านเสีย แต่โทรแจ้งแล้วล่ะ”
         “เหรอ เสียงซายากะทำให้ฉันใจคอไม่ดีนะ อย่าทำให้ตกใจได้มั้ย”
         “ขอโทษละกัน ฉันก็มัวแต่เป็นห่วงหลานเล่นซะเปื้อนไปทั้งตัว ถึงได้จับไปอาบน้ำนี่ไง”
         “หลานอาบหรือน้าอาบกันแน่”
         “ช่างเถอะน่า แต่วันนี้มิยูกิช่วยอยู่กับฉันหน่อยนะ พี่สาวมีธุระด่วนปฏิเสธเขาไม่ได้ด้วยน่ะ”
         พอเห็นสายตาอ้อน ๆ ปนกังวลใจของซายากะเข้า ฉันก็แทบจะตอบตกลงในทันที เพราะฉันรักมิรุจัง แน่นอนไม่เกี่ยวกับผู้เป็นน้าเลยสักนิด

บทที่ 2
         หลังจากแต่งตัวให้มิรุจังเสร็จ ซายากะหายไปจัดการตัวเองอยู่พักใหญ่ โดยฝากให้ฉันอยู่เล่นกับหลานก่อนจะกลับลงมานอนขลุกอยู่ในคอกที่เต็มไปด้วยของเล่นหลากหลายชนิด ปากก็บอกว่าไม่ค่อยถนัดเรื่องเลี้ยงเด็กแต่คุณน้าตัวดีติดหลานแจ ฉันว่าออกจะเห่อหลานด้วยซ้ำ สายตาอ่อนโยนตอนมองหลานสาวของซายากะทำให้ฉันนึกอิจฉาเด็ก
         “นึกว่าซายากะไม่ชอบเด็กซะอีก”
         “ฉันชอบนะ แต่แค่ทำตัวไม่ถูก” มิรุจังเล่นส่งของเล่นกับน้าสาวอยู่ดี ๆ ก็หันมายื่นของเล่นชิ้นนั้นให้ฉัน ทำหน้าแกมบังคับว่ารับไปสิ แต่พอฉันรับมาเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำท่าขอคืน
         “ต้องทำยังไงก่อนคะ” ฉันจงใจเอาหน้าเข้าไปใกล้ ๆ มิรุจังแล้วชี้บริเวณแก้ม เจ้าตัวแสบก็เข้ามาจุ๊บแก้มอย่างว่าง่าย พอได้ของก็ส่งต่อไปให้น้าสาว
         “ให้ใครดีน้า ไม่ให้มิรุจังหรอก” ซายากะลุกมานั่งใกล้ ๆ ฉัน ยัยน้าคนนี้อยากจะแกล้งแหย่หลานตัวเองแน่ มิรุจังทำหน้าอ้อน ๆ แล้วมองมาที่ฉันเพื่อขอความช่วยเหลือ
         “เห็นมั้ย หลานคนนี้มันร้าย ยืมมือคนอื่น” เธอก็พอกับหลานแหละซายากะ แล้วจงใจแกล้งหลานแบบนั้น เด็กก็ไม่รู้จะทำยังไงอยู่แล้วล่ะแม่คุณ
         “มิรุจังไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวน้ามิยูกิช่วยเองเนอะ…ส่งมาซายากะแกล้งหลานอยู่ได้” ฉันยื่นมือไปขอของเล่นกับซายากะ มิรุจังมองฉันสลับกับน้าสาว คงลุ้นอยู่หรืออาจจะไม่เข้าใจที่ฉันพูดก็ได้
         “อะ อะ ต้องทำไงก่อนล่ะมิยูกิ” ฉันคิดว่ารู้ถึงสิ่งที่คนข้าง ๆ ต้องการแต่เล่นมาไม้นี้เลยมันออกจะชวนให้หมั่นไส้ไปหน่อย ถึงจะน่ารักดีก็เถอะ ยืมมือเด็กได้หน้าตาเฉย
         “ทำอะไรล่ะคะคุณน้าซายากะ” ตีหน้าซื่อว่าไม่เข้าใจเรื่องที่อีกฝ่ายสื่อ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นก็ทำให้ฉันเห็นทางตันอยู่ไม่ไกลเท่าไร
         “อย่ามาทำเป็นไม่เข้าใจ หน้าเธอฟ้องชัด ๆ คุณน้ามิยูกิไม่เนียนเอาซะเลย” ซายากะเอาหน้าไปชิดกับหลานแต่เด็กไม่เข้าใจว่าน้าอยากเล่นด้วยเลยโดนฟาดมาหนึ่งที เจ้าตัวแกล้งโอดโอย
         “โอ๊ย เจ็บนะเนี่ย”
         “มันจะดีเหรอ ให้ฉันทำอะไรแบบนั้น ฉันไม่ใช่เด็ก ๆ อย่างมิรุจังนะ”
         “ทำให้มิรุจังดูเป็นตัวอย่าง เวลามีคนให้ของ ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ หรือคุณน้ามิยูกิกำลังคิดอะไรล่ะคะ” ซายากะยื่นแก้มมาให้ฉัน ฉันรู้ว่าอยากสัมผัสแก้มนั้นไม่ผิดแน่ เล่นกับแบบนี้สินะซายากะ
         “ส่งมาสิ ฉันทำสิ่งที่เธอต้องการไปแล้วนะ” ฉันโวยวายที่หลังจากหอมแก้มอีกฝ่ายไว ๆ แต่ซายากะก็ยังเก็บของเล่นอันนั้นเอาไว้
         “แค่หอมแก้มแต่ทำเหมือนรังเกียจกันขนาดนั้น เป็นเธอจะอยากให้มั้ยล่ะ เอางี้เมื่อกี้โดนมิรุจังตี เป่าให้หน่อยสิ” คุณน้าซายากะเอานิ้วจิ้มที่แก้มเพื่อบอกตำแหน่งที่โดนหลานฟาด เธอทำตัวเองเห็น ๆ เล่นเอาหน้าไปจ่อกับหลานซะชิดขนาดนั้น ฉันถอนใจหายก่อนจะทำตามที่อีกฝ่ายต้องการ
         “แค่นี้คงพอใจ…” ใบหน้าซายากะเลื่อนหายไปจากตรงหน้า กลิ่นที่แก้มยังติดจมูกฉันไม่หาย ไหนจะกลิ่นหอมเวลาซายากะเข้ามาใกล้ ๆ อีก เธอจะเล่นแบบนี้ใช่มั้ย
         ฉันหลบสายตาเธอหลังโดนหอมแก้มไปเต็มฟอดและคว้าเอาของเล่นส่งให้หลาน มิรุจังไม่ส่งต่อให้ใครอีกคงเพราะกว่าจะได้ของเล่นมาในรอบนี้ต้องเสียเวลาเห็นผู้ใหญ่อย่างฉันเถียงกันอยู่นานสองนาน
         “นาน ๆ จะได้ทำแบบนี้ เขินมั้ย ถ้าชอบให้หอมก็บอก หรือถ้าอยากได้มากกว่านั้นก็บอกฉันนะ” ฉันผลักซายากะเต็มแรงจนล้มกลิ้งไปบนพื้น โทษฐานที่เข้ามากระซิบกระซาบข้างหู ด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ทำให้ฉันเขิน
         “ฉันไม่ได้ประเจิดประเจ้อเหมือนซายากะหรอกนะ หลานนั่งตรงนี้ทั้งคนเล่นอะไรอยู่ได้”
         “แสดงว่าถ้าลับตาคนมิยูกิก็โอเคใช่มั้ย”
         ซายากะเงียบไปเมื่อโดนฉันเอาคืนด้วยการเข้าไปนอนจ้องหน้าใกล้ ๆ หน้าตาเวลาคาดไม่ถึงน่ารักชะมัด
         “ถ้าลับตาคนเมื่อไร ซายากะจังน่ะไม่รอดหรอกนะ”
         “ฉันไม่กลัวมิยูกิหรอก ถอยไปเลย” ซายากะพยายามเอนตัวออกห่างจนฉันเกือบขำ ไอ้คนเจ้าเล่ห์เมื่อกี้หายไปแทบจะทันที
         “ก็ไม่ได้ขู่ให้กลัว แต่ฉันพูดจริง” ซายากะกลายเป็นคนที่ต้องหลบสายตาฉันบ้าง อย่าคิดมาเล่นแบบนั้นกับฉัน อยากจะยั่วฉันเหรอยังเร็วไปหน่อยนะ
         “จะถึงเวลามิรุจังกินข้าวแล้ว เดี๋ยวฉันมา”
         “มิรุจังก็คิดเหมือนน้ามิยูกิใช่มั้ยคะ คุณน้าซายากะที่กำลังเขินนี่น่ารักเนอะ” ฉันมองตามซายากะที่เดินออกไปห้องครัว รู้สึกได้เวลาที่ต้องเอาคืนเรื่องโดนแกล้งสักหน่อย

บทที่ 3
         ทั้งที่อยากจะแกล้งแหย่มิยูกิ พอยัยนั่นเอาจริงและทำสายตาแบบนั้น ฉันก็เขินเสียเอง สายตาแบบนั้นมักจะทำให้นึกถึงริมฝีปากนุ่มชวนหลงใหลและขี้เล่นที่มิยูกิชอบใช้กับฉันบ่อย ๆ เวลาที่เราอยู่กันสองคน น้อยครั้งที่จะเห็นมิยูกิเขิน เพราะฉันมักจะเป็นคนที่เขินเองทุกครั้ง อยากเห็นเวลาเธอเขินอีกบ่อย ๆ จัง รู้สึกเจ็บใจตัวเองแฮะที่เรามันเป็นคนขี้อาย
         “ลับตาอย่างในห้องครัวนี่ก็ได้นะ” มิยูกิสอดแขนบางเข้ามาโอบกอดฉันไว้จากด้านหลังพร้อมประทับริมริมฝีปากที่แก้มอย่างนุ่มนวลเนิ่นนานผิดกับตอนที่ฉันอยากให้เธอหอม
         “เมื่อกี้น่ารักดีนะ เขินอยู่ล่ะสิ ที่ซายากะคิดอยากทำอะไร…กับฉัน” ผู้หญิงคนนี้รู้ทันฉันเสมอ ฉันค่อย ๆ แกะมือเธอออกแล้วทำเป็นไปเตรียมอาหารที่จุดอื่นต่อ ขืนปล่อยให้อีกคนพูดอยู่ข้างหูแบบนั้น ฉันคงจะสติแตกแน่
         “โดนรู้ทันแล้วเงียบเลยนะ เขินใหญ่เลย” มิยูกิเข้ามากอดฉันต่อแล้วซบอยู่ที่หลัง
         “ฉันไม่ได้เขินสักหน่อย” มิยูกิหัวเราะคิกคักที่ฉันพูดไปอย่างนั้น ขนาดฉันยังไม่ค่อยเชื่อตัวเองเลยแล้วจะทำให้มิยูกิเชื่อได้ยังไง
         “เขินก็คือเขิน ไม่ต้องมาซึนได้มั้ย เดี๋ยวโดน” ลมหายใจของมิยูกิที่ต้นคอทำให้ฉันหมดแรงต่อต้าน
         “เธอจะทำอะไร” สาบานได้ว่าฉันไม่พลาดทำเสียงสั่นให้มิยูกิรู้
         “ฉันจะทำให้เธอยอมแพ้ฉันด้วยความเต็มใจ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่มิยูกิก็ปล่อยฉันเป็นอิสระในจังหวะที่คิดว่าแย่แล้ว เธอช่วยยกอาหารออกไปด้านนอก โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น แปลกดีที่ลึก ๆ ฉันอยากให้มันเกิดขึ้นอยู่เหมือนกัน
         ปกติหลานสาวของฉันเป็นเด็กที่กินข้าวยาก แต่วันนี้มีมิยูกิมาอยู่ด้วยทุกอย่างดูง่ายขึ้น หากเป็นแบบนี้ได้ทุกวันพี่สาวของฉันคงสบายใจและเลิกบ่นแน่นอน แค่เปลี่ยนคนป้อนมิรุจังก็เปลี่ยนไป มิยูกิกินอาหารของมิรุจังอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนฉันโดนบังคับให้ป้อนอาหารให้กับเธอแทนที่จะป้อนหลานสาวอย่างช่วยไม่ได้
         ตอนบ่ายคือเวลานอนของมิรุจัง ดังนั้นตอนนี้ก็แค่รอให้เจ้าหลานตัวแสบหลับ ฉันชงนมมาให้หลานกิน โดยมีมิยูกิไปนอนเล่นพุงอยู่ใกล้ ๆ ท่าทางว่าเด็กจะชอบ ฉันไม่รู้ว่าทำไมแต่มิรุจังดูรักมิยูกิมาก
         “ซายากะ มิรุจังดูไม่ง่วงเลยนะ ตาแป๋วขนาดนี้น่ะ”
         “เดี๋ยวก็หลับ” ฉันทิ้งตัวนอนฝั่งตรงข้ามกับที่มิยูกิอยู่หลังจากไปล้างจานมา
         “ซายากะใช่มั้ยที่จะหลับ…เฮ้ยนี่” ฉันไม่ได้ฟังที่มิยูกิพูดต่อ เพราะง่วงแล้วก็หลับไปจริง ๆ

บทที่ 4
         ฉันสะดุ้งตื่นและตอนนี้รอบตัวไร้ซึ่งเสียงใด ๆ พอลองชะโงกมองเลยที่นอนของหลานก็เห็นว่ามิยูกินอนหลับอยู่ตรงนั้น เมื่อทางสะดวกฉันจึงค่อย ๆ คลานไปหา แต่ทันทีที่โดนฉันกอดจากข้างหลังมิยูกิก็ระเบิดหัวเราะจนตัวสั่น
         “ชู่…หัวเราะเบา ๆ สิ เดี๋ยวมิรุจังตื่น”
         “ก็ซายากะจะมาไซ้คอฉันทำไม”
         “ก็…นี่ไม่ได้หลับหรอกเหรอ” ฉันกระซิบกระซาบอยู่ข้างหูโดยยังกอดมิยูกิเอาไว้แน่น ห้ามหันมานะ
         “ไม่ได้หลับ ฉันเพิ่งผละออกมาก่อนซายากะจะตื่นแป๊บเดียว”
         “เอ๋?” มิยูกิพลิกตัวกลับมาจนได้ทำให้ฉันต้องเห็นหน้าเธอในระยะใกล้ ตลกดีนะที่ฉันตื่นเต้นได้ทุกครั้งเมื่ออยู่กับผู้หญิงคนนี้
         “หน้าตอนหลับน่ารักเชียว แต่ตอนนี้น่ารักกว่า รู้มั้ยล่ะ…ตอบมาก่อนว่าซายากะไซ้คอฉันทำไม” ทำไมฉันจะต้องตอบเรื่องที่ทำให้ฉันเขิน สุดท้ายก็หาเรื่องเมินหน้าหนี
         “ไม่ตอบอีกละ…ถ้าเขินนัก เอาแบบนี้ดีกว่าเนอะ” มิยูกิขยับตัวเข้ามาซุกฉันทำให้กลิ่นหอมจากผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอเตะจมูกอย่างจัง ฉันค่อย ๆ กระชับวงกอดให้แน่นขึ้นอีกครั้ง เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ในสายตาฉันหรอกมิยูกิ เธอแค่อยู่ข้าง ๆ อยู่กับฉันแบบนี้
         “ซายากะ…ใจเต้นแรงทุกครั้งเลยaนะ ตื่นเต้นเหรอ ชอบที่ได้อยู่แบบนี้ใช่มั้ย” มิยูกิเสียงอู้อี้อยู่ตรงอกฉัน
         “ก็ใช่ล่ะมั้ง” คนที่อยู่ตรงอกตัวสั่นอีกครั้งเพราะพยายามกลั้นขำ
         “รู้มั้ย…ว่าซายากะน่ารักมาก ๆ ทั้งตอนที่ทำเป็นแกล้งแหย่ฉัน หรือตอนนี้ที่เธอกำลังเขินฉันน่ะ”
         “ก็รู้มั้ง” ฉันตอบไม่เต็มเสียง ฉันจะไม่รู้ได้ยังไงว่าเธอคิดอะไร ก็สายตาเธอนั่นแหละที่ทำให้ฉันเขิน แค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่เธอมองแบบนี้ มิยูกิค่อย ๆ ไล่จมูกจากคอขึ้นมา ตอนนี้เธอกึ่งนั่งกึ่งนอนคร่อมฉันไว้ครึ่งตัวและจ้องหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะก้มมากระซิบ
         “แล้วรู้มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าซายากะทำตัวน่ารักจนฉันอดใจไม่อยู่…นี่ก็ลับตาคนซะด้วยสิ”
         “ฉันคงต้องยอมโดนเธอจูบล่ะมั้ง”
         มิยูกิก้มเข้ามาใกล้มากจนฉันต้องหลับตาเมื่อจมูกของเราชนกัน และตามด้วยริมฝีปากขี้เล่นของเธอ
         “ยอมแล้วค่ะ คุณน้ามิยูกิ” ฉันตอบรับริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เบบี้ยูเฮียร์ (SayaMilky) ✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s