Fanfic … | เลขามาเฟีย บทที่ 1 – (SayaMilky)

Posted on Updated on

         บางครั้ง บางคน บางเรื่อง…อาจเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต
         ผู้หญิงบางคนเข้ามาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง
         และอาจซับซ้อนเกินกว่าผู้ชายด้วยกันจะเข้าใจ
         แน่นอนว่าไม่ใช่กับฉันแน่
         วาตานาเบะ มิยูกิ ฉันรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร
         มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
         และฉันจะขัดขวางเธอเอง
         ฉันเป็นผู้หญิงธรรมดา แต่ฉันคือมาเฟีย
         ฉันชื่อยามาโมโตะ ซายากะ…

sayamilky ฟิค

         บทที่ 1
         ปัจจุบัน – หน้าบ้านยามาโมโตะ ซายากะ
         มิยูกิยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน เธอทำหน้าอยากหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออก ไอค่อกแค่กเล็กน้อยเขิน ๆ หลังจากเข้ามาจูบ
         “…รู้มานานแล้วเหรอ”
         “ก็สักพัก…”
         “ซายากะฉัน…” มิยูกิไอหนักและทรุดลงไปนั่งกับพื้นมือข้างหนึ่งกุมท้อง เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาตามร่องนิ้วมือ เธอเกาะแขนฉันไว้เพื่อพยุงตัว
         “ทำไมต้องเธอด้วยมิยูกิ” ฉันเก็บปืนพร้อมที่เก็บเสียงเข้าที่
         “งะ…เงินสมัยนี้มันหายาก ซายากะน่าจะเข้าใจ” เธอพูดแบบนั้น แต่ฉันรู้สึกว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริง
         “เธอไปได้แล้ว ช่วยไปให้พ้นหน้าฉันที” มิยูกิที่พยายามยิ้ม น่าสมเพชจริง ๆ …น่าสมเพชตัวฉันเองที่เจ็บปวดกับเรื่องบ้า ๆ นี่
         “โดนยิงแบบนี้ จะให้ฉันไปยังไง นี่ก็มืดแล้วนะ” ทำไมคนแบบนี้ถึงได้ลอยหน้าลอยตาปากดีอยู่ต่อหน้าฉันอย่างไม่สะทกสะท้าน ฉันอาจจะพลั้งมือฆ่าเธอ
         …แต่ฉันก็ลากมิยูกิเข้าบ้านมาจนได้
         “นี่กะเอาฝังในเหรอซายากะ แค่ตบสั่งสอนก็น่าจะพอแล้ว”
         “ยังจะปากดีได้อีกนะ” ฉันเริ่มรำคาญคนพูดมาก
         “ให้ฉันยิงซายากะบ้างมั้ยล่ะ”
         “เธอกล้าทำฉันเหรอ…นั่งลง” ฉันปล่อยมิยูกิเอาไว้บนโซฟากลางห้องนั่งเล่น
         บ้านของฉัน บ้านเล็ก ๆ เงียบสงบในพื้นที่ของตระกูลยามาโมโตะ หางตาเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นที่หน้าของมิยูกิแม้จะอ่อนแรง
         “นี่ซายากะ ทำแผลให้ฉันด้วยสิ” มิยูกิทำหน้าพยักพเยิด ประหนึ่งว่าเธอเจ็บหนักกับแผลเล็กน้อยนั่น ฉันเดินไปคว้าเอากล่องใส่อุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาให้
         “ถามจริง ไม่มีมือรึไง” มิยูกิทำหน้ากวน ยังไงก็ไม่ยอมทำแผลเอง
         “มีแต่ไม่ว่าง”
         “ไม่ว่างตรงไหน”
         “ก็ฉันบอกว่าไม่ว่างอยู่นี่ไงคะ ถามเยอะไปนะ จะทำแผลให้ฉันได้หรือยัง?” ฉันนั่งข้าง ๆ มิยูกิและเปิดหาแอลกอฮอล์ในกล่อง
         “ถอดเสื้อออก” มิยูกิยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ
         “ถอดให้ฉันสิซายากะ เหมือนที่เธอทำบ่อย ๆ ของถนัดนี่คะ”
         “เจ็บนิดเดียว อวัยวะทุกส่วนเกิดใช้งานขึ้นมาไม่ได้เลยรึไงคะคุณ”
         “กรุณาฉันเถอะนะคะ คุณยามาโมโตะ”
         ฉันเลิกเสื้อของมิยูกิขึ้นช้า ๆ ถึงจะทำเป็นปากดีแต่ฉันรู้ว่าเธอเจ็บ ยังมีเลือดไหลออกมาเรื่อย ๆ ฉันเอาเสื้อที่เปื้อนเลือดเป็นวงขนาดใหญ่ตรงหน้าท้องด้านซ้ายโยนลงไปที่พื้น
         “ซายากะ!”
         “อะไร” ฉันตกใจและมองหน้าอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่อ่อนลงเพราะเสียงของมิยูกิดูอ่อนแรงมาก
         “วางเสื้อเบา ๆ ก็ได้”
         “ปกติฉันก็โยนกระจายทั่วห้อง ไม่เห็นเธอมีปัญหาอะไรเลย ห๊า” โธเว้ยมันไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาห่วงเสื้อผ้า
         “ล้อเล่นน่ะ เห็นซายากะหน้าเครียด ๆ” มิยูกิเงียบไป เธอเหลือเพียงยกทรงสีเนื้อปกปิดร่างกายเท่านั้น
         ฉันที่นอกจากจะต้องทำแผลให้ผู้หญิงคนนี้ ก็ยังต้องพยายามเก็บความต้องการในใจเอาไว้ พร้อมทั้งพุ่งความสนใจไปที่เรื่องการทำแผลแต่เพียงอย่างเดียว แต่ร่องอกที่อยู่ตรงนั้นนั่นเป็นอุปสรรคสำคัญ ยิ่งหายใจระทวยเท่าไร ก็ปลุกอารมณ์ฉันมากขึ้น
         มีเพียงแววตาที่แสดงความเหนื่อยล้าออกมาให้ฉันเห็นโดยไม่มีเสียงร้องใด ๆ เธอสะดุ้งเมื่อสำลีที่ชุ่มไปด้วยแอลกอฮอล์สัมผัสกับแผลบนหน้าท้องเนียน
         “มืออุ่นดีจัง” มิยูกิมองหน้าฉัน สภาพเธออ่อนล้าจนฉันเริ่มเป็นห่วง ไม่ได้สิเราจะใจอ่อนกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้
         “อย่ามาทำเป็นหมดแรง ไม่ต้องอ่อย”
         “ไม่ได้จะอ่อยอะไรหรอก…” มิยูกิจงใจเชยคางฉันเข้าไปใกล้ ๆ
         “ปล่อยซะ ฉันเกลียดสัมผัสของเธอ” อีกฝ่ายปล่อยคางพร้อมทั้งเอาริมฝีปากที่เกือบจะจูบฉันออกไป เธอแค่นหัวเราะท่าทางคงลืมตัวว่าเจ็บอยู่ ทำให้ร้องลั่นออกมา
         “เกลียดฉัน หรือเกลียดสิ่งที่เธอรู้ว่าฉันเป็น”
         “เธอจะพูดอะไร?”
         “ฉันก็คือฉัน ตัวตนของฉัน วาตานาเบะ มิยูกิคนนี้ เธอเกลียดฉันจริง ๆ เหรอ”

         ฉันแค่รู้สึก…รับมันไม่ได้

         “เพ้อเจ้ออะไรอยู่” ถ้าใจอ่อนคงไม่ดีแน่ฉัน อาจเป็นแผนของเธอ
         “ฉันเป็นคนจากชิมาซากิ ก็ใช่…แต่ที่รักซายากะ ฉันไม่ได้รักเพราะเขาสั่งหรอกนะ”
สายตาจริงจังของของมิยูกิ ฉันรับรู้ความรู้สึกข้างในนั้นดีแต่…เธอเป็นศัตรู ในหัวมีแต่ความสับสนวุ่นวาย เรื่องราวที่ผ่านมารุมกัดกินฉัน จนสุดท้ายทนไม่ไหว…ใจอ่อนแลกลิ้นกับเธอ แต่มิยูกิกลับดันตัวฉันออกมา
         “อะไรอีกล่ะ”
         “ซายากะ อย่างน้อยช่วยทำแผลให้เรียบร้อยก่อนดีกว่ามั้ย…มันเจ็บอยู่นะ”
         ฉันสลัดความคิดวูบวาบในหัวออกไปและมาโฟกัสกับการทำแผลที่ท้องของผู้บาดเจ็บคนนี้อีกครั้ง ฉันคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะเป็นคนใกล้ตัวฉันที่คอยส่งข่าวของยามาโมโตะคอมพานีไปให้ชิมาซากิกรุ๊ป
         “นี่ซายากะ” มิยูกิเอื้อมมาจับมือฉันไว้ พักใหญ่ที่เธอทำท่าราวกับว่าเรียบเรียงคำพูดอยู่
         “เกลียดที่ฉันเป็นคนของชิมาซากิฉันไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่าเกลียดตัวตนของฉันได้มั้ย”
         “เธอหมายถึงอะไร”
         “เธออาจจะเกลียดงานที่ฉันทำ แต่อย่าเกลียดฉันได้มั้ย”
         “แล้วทำไมต้องทำแบบนั้น ฉันต้องทำตามที่เธอขอด้วยเหรอ” ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมฉันรู้สึกเกลียดมิยูกิและก็รู้สึกเกลียดตัวเองไปพร้อม ๆ กัน นี่ฉันเกลียดอะไรกันแน่
         “นั่นสิ ฉันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะต่อรองอะไรนี่นา แต่เจ้านายสั่งอะไรฉันก็ทำ ให้ไปไหนกับใครก็ทำเพราะมันคืองานของฉัน ยกเว้นก็แต่หลังจากนี้ล่ะนะ” มิยูกิยิ้มระรื่นเธอหลบตาฉัน
         “หลังจากนี้ทำไม มีแผนอะไรอีก”
         “ป่าวหรอก”
         “จริง ๆ ฉันก็มองเธอไม่ผิดสิว่ามาเพื่อให้ท่าพี่ชายฉัน…แต่แย่หน่อยที่พี่ชายฉันไม่หลงกลเธอ” ฉันค่อย ๆ ทำแผลอย่างเบามือแล้วก็มาคิดได้ว่าใจดีกับผู้หญิงคนนี้เกินไป
         “เสียท่าที่อ่อยเท่าไรเขาก็ไม่มอง ผิดกับยามาโมโตะคนนี้ยั่วนิดยั่วหน่อยก็อารมณ์ขึ้นง่าย ๆ แล้วแบบนี้เรียกว่าทำให้คนน้องหลงฉันได้บ้างหรือเปล่านะ” ทำไมจะต้องทำสายตารู้สึกผิด ทำไมจะต้องอ่อนโยน ไม่เข้าใจเธอเลย มือนุ่มที่ลูบอยู่ข้างแก้มฉันยิ่งทำให้ใจหาย
         “เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นฉันอย่างนั้นเหรอ” มันแย่จริง ๆ ความอบอุ่นที่ฉันได้รับจากผู้หญิงคนนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ เพราะฉันไม่อยากเสียความอบอุ่นนี้ไป ไม่อยากให้หายไป
         “ไม่ใช่แบบนั้น ซายากะไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นทางเบี่ยงที่เปลี่ยนชีวิตฉันเลยรู้มั้ย”
         “ช่างเถอะฉันไม่สนใจอะไรอีกแล้ว พรุ่งนี้รีบ ๆ ออกไปจากบ้านฉันด้วย” ความหวั่นไหวในใจที่ตรงข้ามกับคำพูดทั้งหมดของตัวเอง รู้สึกรับไม่ได้ที่คิดอะไรมากมายกับคนซึ่งหักหลังยามาโมโตะคอมพานี เมื่อทำแผลให้เธอเสร็จฉันเลือกเดินหนีออกมาเพื่อควบคุมความรู้สึกของตัวเอง
         จากนี้ฉันควรจะทำยังไง?
         “คืนนี้ให้นอนที่ไหน ตรงนี้เหรอ ปกติฉันนอนห้องซายากะตลอดนะ” ฉันหันไปเห็นเธอมองสำรวจโซฟาพอดี
         “จะนอนที่ไหนก็เรื่องของเธอ ข้างนอกบ้านก็มี”
         อยากให้เขามานอนด้วย อยากกอดเขา ฉันทำท่าจะนอนอยู่นานแล้ว แต่ดันนอนไม่หลับและคิดถึงใครบางคนซึ่งปากว่าเกลียดจะแย่ เกลียดที่เรื่องของมิยูกิอยู่ในหัวตลอดเวลา
         บนเตียงที่มักจะมีมิยูกิอยู่ด้วยตลอด กับเธอที่มีเรื่องราวมากมาย ร่องรอยตามร่างกายเธอและตัวฉันในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดนมิยูกิจิก ข่วนเป็นประจำ
         ตอนนี้สิเธอสร้างแผลใหม่ให้ฉันอีกแล้ว… มันเป็นแผลที่ทิ่มแทงเข้าไปถึงหัวใจ
         เธอเป็นคนของชิมาซากิจริง ๆ
         ที่ฉันยิงเธอวันนี้ก็เพราะอยากดูปฏิกิริยาหลังจากนั้น ว่าเธอจะลนลานหลุดอะไรออกมาบ้าง เธอจะออกอาการหวาดกลัวมากน้อยแค่ไหน แต่ไม่เลย มิยูกิดูไม่เดือดร้อนเหมือนว่าเธอจะเตรียมใจเอาไว้แล้วด้วยซ้ำ เธออาจจะตั้งใจให้ฉันรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า ผิดกับฉันที่แทบล้มทั้งยืนตอนที่คุณยามางุจิเอาเอกสารหลักฐานการติดต่อกันของมิยูกิและชิมาซากิ ฮารุกะมาให้อ่าน
         ฉันทนนอนร้อนรนอยู่บนเตียงไม่ไหวสุดท้ายย่องลงมาข้างล่าง มิยูกินอนหลับคุดคู้อยู่บนโซฟา ตัวปัญหาเอาเสื้อเปื้อนเลือดมาใส่อย่างเดิม แผลแค่นี้ไม่ทำให้เป็นอะไรได้หรอก เธอเดือดร้อนบ้างหรือเปล่าที่โดนจับได้ เธอรู้สึกอะไรบ้างหรือเปล่า

         ผู้หญิงคนนั้นชื่อวาตานาเบะ มิยูกิ
         เมื่อตอนนั้นที่เพิ่งเจอกัน…
         ฉันดีใจมาก ๆ เมื่อพี่ชายบอกว่าวาตานาเบะจะไม่ได้เป็นเลขาส่วนตัวของพี่เขาแล้ว จนกระทั่งวันนั้นที่ฉันตื่นมาเจอวาตานาเบะหน้าบ้านตัวเอง เป็นวันเลวร้ายที่สุดของฉันเลย เธอคือเลขาคนใหม่ของฉัน
         ที่จริงเธอมาสมัครเป็นเลขาที่บริษัทของพี่ เพราะเลขาคนเก่าลาออกไปกะทันหัน ฉันได้เจอวันที่เธอมาสัมภาษณ์ เห็นแค่แวบเดียวก็รู้เลยว่าหน้าตาสวย ๆ แบบนี้ไม่ได้ทำแค่งานเลขาอย่างเดียวแน่ …เอ่อก็ไม่ได้สวยเท่าไรนักหรอก
         เพราะอย่างนั้นฉันจึงมักมีเรื่องกับเธอ ถึงจะไม่ค่อยได้ไปที่บริษัทพี่บ่อยนักแต่ไปทีไรก็แทบจะมีเรื่องกันทุกครั้ง รู้สึกไม่ถูกชะตา คู่หมั้นของฉันต้องคอยมาห้ามอยู่เสมอ ที่จริงฉันก็ไม่ได้ใส่ใจคำเตือนของคู่หมั้นเท่าไรด้วย แค่มันหงุดหงิดแล้วก็แยกย้ายกับเลขาคู่กรณีไปเอง ไม่นานหลังจากนั้น…เจ้านายคนใหม่ของเธอกลับกลายเป็นฉันแทนพี่ชาย
         ต้องทนกับเลขาคนใหม่ไปตลอดอย่างนั้นเหรอ พ่นลมหายใจเซ็ง ๆ ในวันแรกที่เริ่มทำงานด้วยกัน ฉันไม่ชอบวาตานาเบะเพราะเธอจงใจเข้ามาเพื่ออ่อยพี่ชายของฉัน แต่เหลือเชื่อที่คนอย่างนั้นทำงานเป็น ฉันคิดว่าเธอน่าจะใช้หน้าตาปูทางให้หน้าที่การงานมากกว่า เธอทำให้ฉันทึ่งในฝีมือการทำงานอยู่หลายครั้งหลังจากนั้น
         ความสามารถในการทำงานของวาตานาเบะช่วยทำให้ฉันทำงานง่ายขึ้นและเป็นระเบียบดูเป็นระบบ เมื่อก่อนเคยมีเลขาคอยช่วยงานตรงนี้อยู่ แต่เพราะปัจจุบันเลขาคนนั้นได้กลายไปเป็นแม่บ้านคอยดูแลลูกชายสุดที่รักของคุณยามางุจิแล้ว ตำแหน่งจึงว่างและฉันก็ไม่ได้หาใครมาทำงานตรงนี้แทนภรรยาของคุณยามางุจิด้วย

         แอบชำเลืองมองเลขาใหม่ที่กำลังนั่งกินอาหารช่วงพักเที่ยงอย่างเอร็ดอร่อยตรงโต๊ะรับแขก ดูจงใจยั่วกันมาก เมื่อก่อนเห็นออกไปกินที่อื่นตลอด วาตานาเบะนี่ทำตัวน่าสงสัย
         “นี่วาตานาเบะ”
         “คะ?” เลขาฉันยัดเกี๊ยวเข้าปากพอดีตอนที่เรียกเธอ
         “เมื่อก่อนเธอก็ไปกินข้างนอกไม่ใช่รึไง”
         “ใช่ค่ะ” มารยาทมีบ้างมั้ย นี่ฉันคุยกับเธออยู่นะ มัวแต่กินอยู่ได้ นึกขอบคุณที่วาตานาเบะนั่งไกลโต๊ะทำงานเพราะฉันท้องร้องขึ้นมาเฉย ๆ หากยัยนั่นได้ยินมีหวังโดนหัวเราะเยาะแน่
         “แล้วทำไมช่วงนี้..ต้องเอามากินในห้อง” กลิ่นน้ำซุบที่วาตานาเบะกำลังซดกัดกินพลังงานฉันอย่างรุนแรง
         “คุณน่ะ อย่ามัวนั่งเก๊กอยู่ตรงนั้นเลย ฉันซื้อของกินมาเผื่อ มากินสิ”
         “ไม่ล่ะ ฉันเห็นหน้าเธอก็กินไม่ลงแล้ว” หิวก็หิว ซายากะเธอได้กลิ่นน้ำซุบร้อน ๆ นั่นมั้ย มันต้องอร่อยแน่ กิน ๆ ไปเถอะ ฉันสะบัดหัวเรียกสติตัวเอง เราทนกับความหิวนี้ไปเพื่ออะไร
         “ฉันว่าฉันได้ยินเสียงท้องร้องนะ แต่ไม่ใช่ฉันแน่” วาตานาเบะยิ้มกวนประสาท เธอได้ยินจริง ๆ เหรอ ถึงตั้งใจกินยั่วฉันอย่างนั้นสินะ ไม่ผิดไปจากที่คิดเลย
         “ท้องร้องมันเป็นแค่สิ่งที่ร่างกายแสดงออก จริง ๆ ฉันก็ไม่ได้หิวอะไรสักหน่อย”
         “อ้าวนี่คุณท้องร้องจริงเหรอ ฉันแกล้งพูดไปอย่างนั้นเองนะ มากินข้าวเถอะ กินด้วยกันดีออกมีเพื่อนด้วย”
         “เธอจะมาชวนฉันทำไม ตีซี้เหรอ”
         “ฉันไม่อยากตีซี้อะไรหรอกค่ะ จะว่าไงดีเมื่อก่อนฉันก็กินข้าวคนเดียว ถึงจะเคยมีคนกินด้วยอยู่บ้าง แต่มัน…ก็ไม่ค่อยจริงใจกันเท่าไร”
         “แฟนเก่ารึไง นั่นน่ะ หรือกิ๊ก” ทำไมฉันต้องฟังที่วาตานาเบะพูดด้วย ทำไมต้องรู้สึกถึงความเงียบเหงาในคำพูดที่เปื้อนรอยยิ้มนั่น เธอต่างหากที่กำลังเสแสร้งแกล้งทำอยู่ตอนนี้
         “เอ่…ประมาณนั้นมั้งคะ เอาเป็นว่าฉันรู้คุณเกลียดขี้หน้าฉัน ถ้ากินข้าวด้วยก็คงไม่เป็นไร”
         “ห๊ะ?” อะไรของเขา ฉันเกลียดเธออยู่นะ มันไม่เป็นไรได้ไง วาตานาเบะเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
         “คุณเกลียดฉัน คุณก็แสดงออกว่าเกลียดออกมาตรง ๆ จริงใจดี ฉันชอบนะ”
         “ตรรกะอะไรของเธอน่ะ บ้าหรือเปล่า” ฉันเพิ่งเคยเห็นรอยยิ้มจากคนที่ฉันเกลียด เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงความจริงใจ นี่ฉันคงจะหิวข้าวมากจนเห็นอะไรไม่เข้าท่าแบบนี้ เพราะอย่างนั้นจึงเลิกสนใจรอยยิ้มจนตาหยีนั่นแล้วลุกไปนั่งข้าง ๆ วาตานาเบะส่งข้าวมาให้โดยยังคงสนใจแต่ของกินตรงหน้าตัวเอง
         “ทำหน้าแบบนั้นแสดงว่าอร่อย” อร่อยอย่างที่เลขาคนนี้พูด แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องยอมรับสักหน่อย เดี๋ยวจะมีคนได้ใจ
         “ก็พอได้”
         “แต่เมื่อกี้หน้าฟ้องว่าอร่อยมาก อร่อยจนลืมเก๊ก”
         “เธอจะบอกว่าฉันขี้เก๊กรึไง?”
         “ฟอร์มเยอะถึงขั้นนี้แล้ว คุณน่าจะรู้ตัวบ้างนะคะ”
         “ใส่เป็นชุดนะ แค่ฉันยอมกินข้าวที่เธอซื้อมา ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้เธอมาว่าฉันได้” ฉันพยายามคุมโทนเสียงจริงจังก็ไม่ช่วยทำให้วาตานาเบะกลัว ผู้หญิงคนนี้ยังคงยิ้มยั่วทำหน้าว่ารู้ทันฉันไปหมดทุกอย่าง
         กินข้าวด้วยกันกับวาตานาเบะแทบจะทุกวัน นั่นก็ขยันหาของกินมาให้ฉันลอง เราเป็นคนในพื้นที่แท้ ๆ อาหารบางอย่างยังไม่เคยได้กินเลยแต่แม่เลขาตัวดีกลับหามาได้ จากที่เคยกินบ้างไม่กินบ้าง กินอาหารกลางวันพื้น ๆ กินอะไรก็ได้ ก็กลายเป็นกินอะไรก็ได้ที่วาตานาเบะซื้อมา หลัง ๆ ฉันว่าตัวเองหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องง่ายไปเช่น หงุดหงิดที่วาตานาเบะไปทำธุระจนมาไม่ทันช่วงเที่ยง มันทำให้ฉันต้องกินข้าวคนเดียว
         ดูเหมือนวาตานาเบะจะเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของฉัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไปทำมาได้เธอเป็นเพื่อนออกกำลังกายตอนเย็นอีกด้วยถึงจะไม่ทุกวันก็ตาม วาตานาเบะบอกว่ากลัวหน้าจะช้ำ…ฉันชวนเธอมาเป็นคู่ชกมวย
         “ปกติคุณออกกำลังกายคนเดียวตลอดเลยเหรอ”
         “ส่วนมากก็คนเดียว” ฉันขยับไล่ต่อยวาตานาเบะที่เคลื่อนที่หลบไปรอบ ๆ เวทีมวยซึ่งอยู่ในโรงยิม บริเวณบ้านของฉัน
         “คุณอย่ามาใช้คำว่าส่วนมาก เคยมีเพื่อนผู้หญิงกับเขาบ้างมั้ยคะเนี่ย”
         “ยุ่งไม่เข้าท่า” เพราะยัวะที่โดนจี้เรื่องเพื่อนเลยยิ่งไล่ต่อยไล่ชกทั้งใบหน้าและลำตัวจนต้อนเลขาไปอยู่มุมเวที วาตานาเบะตั้งการ์ดกันเอาไว้ได้บางหมัด เมื่อโดนนวมเข้าอย่างจังในหมัดต่อมาเธอก็ร้องและขอเวลานอก
         “อี๋…นี่คุณต่อยฉันปากแตกเหรอ ต่อยไม่มียั้งมือเลยนะคุณ” เลขาท่าทางฟิวส์ขาดเอาลิ้นเลียเลือดที่ไหลออกมาตรงมุมปากข้างหนึ่ง ฉันเสียสมาธิไปกับการกระทำของเธอ ทำไมรู้สึกแปลก ๆ เลยโดนบุกไม่ทันตั้งตัว
         ฉันมั่นใจในตัวเองมากว่าต้องชกวาตานาเบะจนหน้าหงายได้แน่ทำให้ไม่ระวังตัวให้ดี เลขาหลบหมัดของฉันไปได้ เธอไม่ได้แค่หลบแต่สวนกลับจนฉันร่วงลงไปนอนบนพื้นเวที เป็นหมัดหนึ่งสองที่เสยคางฉันอย่างจัง
         “คุณยามาโมโตะ!” ฉันได้ยินเสียงวาตานาเบะอยู่ข้าง ๆ แต่ยังเบลอเกินกว่าจะขยับตัวจึงนอนเฉย ๆ
         “ไม่เป็นไร แค่มึนนิดหน่อย” คนต่อยพาฉันเข้ามานั่งพิงเชือกกั้น
         “หายใจลึก ๆ ไว้คุณ” ฉันนั่งมองวาตานาเบะถอดนวมให้ ดูเธอจะอารมณ์ดีที่ชกโดนจนฉันร่วงไปกองกับพื้น เพราะขำอย่างเปิดเผย แต่เพราะรู้ว่าเธอจะต้องเป็นอย่างนั้น บางทีจึงรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่กับเธอ แต่บางทีก็หงุดหงิดที่เห็นหน้าเธอ รวม ๆ แล้วฉัน…
         เริ่มชอบเวลาที่ได้อยู่กับเลขาคนนี้ ภาพที่เธอเลียริมฝีปากยังติดตาฉัน
วาตานาเบะนั่งอยู่เป็นเพื่อนจนฉันดีขึ้น เธอจึงพยุงพาฉันกลับมาที่บ้าน ขอบคุณโซฟาที่ให้ทิ้งตัวนอนอยู่ตรงนี้เพราะเหนื่อยเกินกว่าจะเดินขึ้นไปด้านบน ฉันนึกว่าวาตานาเบะกลับไปแล้วหลังจากที่นอนหมดแรงอยู่เงียบ ๆ จนรู้สึกว่ามีคนเอาผ้ามาเช็ดตัวให้
         “รู้สึกสงสารที่ต่อยคุณร่วงไปนอน…นี่ขนาดว่าฉันโดนคุณต่อยจนปากแตกนะ ฉันยังมีน้ำใจกับคุณเลย”
         “ได้ทีละ มาเป็นชุดนะเธอ” วาตานาเบะหัวเราะสนุกสนานเธอขอให้ฉันลุกขึ้นมานั่ง
         “ฉันจะเช็ดด้านหลังให้ค่ะ”
         นี่เราลุกเร็วเกินไปใช่มั้ย กำลังจะเป็นลมหรือเปล่า เพราะรู้สึกวูบวาบเวลาที่วาตานาเบะเช็ดตัวให้ระยะใกล้ เลขาค่อย ๆ เลิกเสื้อแล้วสอดผ้าเช็ดไปทั่วแผ่นหลังของฉัน จากนั้นก็ทำแบบเดิมแต่เป็นลำตัวทางด้านหน้า เธอใกล้ฉันเกินไปแล้ว
         “ให้ฉันหันไปเธอจะเช็ดสะดวกกว่ามั้ย” ฉันรู้สึกแปลก ๆ จนต้องทำลายความเงียบตอนนี้ด้วยการชวนคุย สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเธอต้องอ้อมเช็ดจากข้างหลัง
         “เอ่อ…ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะโดนคุณหาเรื่อง” เพราะคำตอบกวนประสาททำให้ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับเลขาของตัวเอง แล้วแกล้งมองกวนประสาทกลับ
         “แบบนี้ต้องเช็ดถนัดกว่าอยู่แล้วน่า เอ้าเช็ดต่อสิ” วาตานาเบะดูอึดอัดที่ฉันมองเธอไม่วางตา มองใกล้ ๆ ยิ่งรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
         “ฉันเช็ดไปหมดแล้วค่ะ อีกอย่างดูคุณก็ดีขึ้นแล้วนี่”
         “…ถ้าอย่างนั้นช่วยเช็ดหน้าให้หน่อย แล้วก็เชิญคุณกลับบ้านไปได้เลย” เพราะมัวแต่มองและเผลอคิดอะไรเหลวไหลมากมาย ฉันคิดไปได้ยังไงว่าอยากให้วาตานาเบะอยู่ต่อ
         วาตานาเบะเอาผ้าไปชุบน้ำและหันกลับมาเช็ดหน้าให้ เมื่อผ้านุ่มในมือนั้นไม่บังสายตาฉัน ต่างคนต่างก็มองกันอย่างไม่ยอม รู้ตัวอีกทีก็เมื่อมือซ้ายฉันไปคว้าข้อมือขวาของคนตรงหน้าไว้
         ร่างกายขยับเข้าไปใกล้วาตานาเบะช้า ๆ เพราะแรงดึงดูดบางอย่าง มือขวากำลังลูบไปที่ต้นขาซ้ายซึ่งเธอใช้มันยันกับโซฟาไว้เพื่อทรงตัว ระยะห่างของฉันกับเลขาหายไปอย่างสมบูรณ์เมื่อริมฝีปากของเราสัมผัสกัน ฉันปล่อยข้อมือเธอแล้วไปโอบกระชับรอบเอวพร้อมทั้งดึงร่างเธอเข้ามา วาตานาเบะเองก็โอบรอบคอของฉันไว้ ฉันกวาดลิ้นเกี่ยวกระวัดกับอีกคนพัลวันพร้อมกับถอดเสื้อยืดของวาตานาเบะออกมาจนได้ เหลือก็แต่สปอร์ตบรา
         วาตานาเบะทำให้หัวใจฉันปั่นป่วนเธอกำลังหอบหายใจถี่ในอ้อมแขนของฉันและพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ เธอไม่ยอมมองหน้าฉันตรง ๆ
         “ฉันกลับก่อนนะ” เสียงนั้นยังก้องอยู่ในหัว พักใหญ่กว่าที่ฉันจะได้สติจากภวังค์เสน่หา เลขากลับไปแล้วแต่สัมผัสของเธอยังคงอบอวลอยู่ ฉันอยากให้มันเป็นมากกว่าแค่จูบ อยากให้ตัวเองได้ปลดปล่อย         ความรู้สึกข้างในที่ซ่อนอยู่ ปลดปล่อยมันกับเธอคนนั้น
         ความรู้สึกแปลก ๆ ในอกที่เห็นเธอเลียริมฝีปาก ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร
         “พี่คะ…แล้วฉันควรจะทำยังไงกับผู้หญิงคนนี้” เสียงพึมพำคนเดียวด้วยความไม่เข้าใจ ตอนแรกเอาแต่ระแวงว่าเขาจะเข้าหาพี่ชายผู้ใจดีและซื่อจนอาจจะไม่ทันสาวร้ายแบบวาตานาเบะ แล้วเป็นไงล่ะ ฉันกลับกลายเป็นคนที่กำลังโดนผู้หญิงอย่างวาตานาเบะเล่นงานซะเอง ฉันเป็นคนที่ก้าวขาเข้าไปหาเธอเองด้วยซ้ำ
หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
Fanfic … | เลขามาเฟีย บทที่ 1 – (SayaMilky)✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s