Fanfic … | เลขามาเฟีย บทที่ 2 – (SayaMilky)

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

         บทที่ 2
         ฉันชื่อวาตานาเบะ มิยูกิ
         ทำงานรายได้ดีอย่างหนึ่งตั้งแต่อายุยี่สิบสอง รู้สึกแก้เบื่อได้ดีแต่ก็เพื่อชิมาซากิกรุ๊ปด้วยส่วนหนึ่ง ตอบแทนบุญคุณที่ตระกูลนี้เลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เด็ก แม่ของฉันเสียไปสมัยที่ฉันยังเล็กมากเหลือเพียงพ่อที่เป็นครูฝึกของตระกูลชิมาซากิ ฉันได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เล็ก แต่มันน่าเบื่อฉันไม่ค่อยชอบนักหรอก จนกระทั่งพ่อเสียไปอีกคน ซึ่งสุดท้ายเขาก็ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของฉันด้วยซ้ำ ชีวิตของฉันผกผันหลังจากนั้นเมื่อคุณหนูชิมาซากิเข้ามาชักชวนฉันให้ไปทำงานด้วย
         “งานง่าย ๆ แต่สกปรก อย่างเธอนี่คงไปได้สวย” คุณหนูชิมาซากิบอกกับฉันแบบนั้น วาตานาเบะวัยวัยยี่สิบสองก็ตกปากรับคำอย่างไม่รีรอ แน่นอนฉันไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว เพราะชีวิตฉันมันก็ไม่มีอะไรให้คาดหวังมากนัก จากวันนั้นถึงวันนี้รวมเวลาทั้งสิ้นสี่ปี ฉันจึงกลายเป็นอาวุธชนิดพิเศษ อาวุธที่มีเลือดมีเนื้อ หรืออาจจะเป็นของกำนัลชิ้นหนึ่ง หน้าที่ของฉันงานง่าย ๆ มีร่างกายดี ๆ ก็ต้องเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป้าหมายที่เจ้านายสั่งมักเป็นพวกที่ทำงานให้บริษัทคู่แข่งของชิมาซากิกรุ๊ป ส่วนใหญ่ถ้างานถึงมือฉันมักสำเร็จลุล่วงด้วยดีทุกราย
         ชิมาซากิกรุ๊ปทำกิจการสถานบันเทิงผิดกฎหมายโดยเปิดบริษัทนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่ฟอกเงิน มีคุณหนูชิมาซากิ ฮารุกะ ลูกสาววัยยี่สิบห้าของนายใหญ่ชิมาซากิ ฮอนดะ เป็นคนสืบทอดกิจการทั้งหมดเพียงหนึ่งเดียว หลังผู้เป็นพ่อเสียชีวิต โดยมีโยโกยามะ ยุยเลขาคนสนิทของเธอคอยช่วยเหลือในทุก ๆ ด้าน โยโกยามะมีความสามารถด้านธุรกิจเป็นเลิศ เธอเป็นมันสมองของคุณหนูชิมาซากิ
         ตั้งแต่ทำงานกับคุณหนูฉันเจอผู้ชายหลากหลายประเภทถ้าพูดตรง ๆ ก็อย่างว่าแหละ ผู้ชายมักหลงฉันหัวปักหัวปำแล้วเรื่องความสัมพันธ์บนเตียงที่ผ่านมา หาใครจดจำได้ยาก ก็มันแสนจะจืดชืด นักธุรกิจ ผู้จัดการ สถาปนิก วิศวกร หนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ผู้คนเหล่านั้นชอบที่ร่างกายของฉันแทบทั้งสิ้น มัวเมาในตัณหา แต่เพื่อความสมบูรณ์แบบของงาน ต้องมีกิริยาโต้ตอบแนบเนียน ฉันแสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึก เรื่องโกหกทั้งนั้น ฉันไม่เคยมีความสุขเลยสักครั้ง กับเรื่องบนเตียงน่าเบื่อพวกนั้น แต่ที่ยังทำเพราะสนุกกับการได้ปั่นหัวคนมากกว่า เป็นคนนิสัยไม่ดีเข้าแล้วสิฉัน รู้สึกชอบเห็นความย่อยยับของคนเหล่านั้น จนกระทั่งวันที่มาเริ่มงานใหม่กับตระกูลยามาโมโตะ คู่แข่งมาแรงของชิมาซากิกรุ๊ป
         ชีวิตของฉันก็เริ่มเปลี่ยนไป…
         ยามาโมโตะคอมพานี มีสองพี่น้องรับหน้าที่ดูแลสืบทอดกิจการของตระกูล ยามาโมโตะ ไทโก ผู้พี่วัยยี่สิบเจ็ด เป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงมากความสามารถ สร้างรายได้อย่างมหาศาลจากกิจการที่เขาดูแล บริษัทนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คู่แข่งโดยตรงกับคุณหนูชิมาซากิ โดยมียามาโมโตะ ซายากะ น้องสาวซึ่งอายุห่างกันสามปี คอยช่วยดูแลงานเบื้องหลัง คุมพื้นที่สถานบันเทิงที่ตกทอดกันมาของตระกูล ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเองก็เป็นที่ต้องการของชิมาซากิกรุ๊ป
         ใช้เวลาไม่นานฉันก็ได้เข้ามาทำงานเป็นเลขาของยามาโมโตะคนพี่จนได้ ได้ยินว่าคุณหนูไปเล่นงานเลขาคนเก่าของยามาโมโตะเพื่อเปิดทาง ฉันทำงานทำนองนี้ อ่อยผู้ชายนั่นล่ะพูดกันง่าย ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าความสามารถเรื่องงานเลขาฉันจะเท่ากับศูนย์ ฉันไม่น้อยหน้าใครเรื่องสัมมาอาชีพก็แล้วกัน
         ท่ามกลางความไม่ยินดีของยามาโมโตะคนน้องที่พยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ฉันเจอเธอวันที่สัมภาษณ์ก็รู้สึกว่าไม่ถูกชะตากันทันที เธอมองออกเรื่องที่ฉันจงใจเข้ามาอ่อยพี่ชาย แต่ถึงอย่างนั้นดวงฉันยังดีอยู่บ้างที่คู่หมั้นของยามาโมโตะคนน้องชุนสุเกะ ไดโตะ ช่วยพูดเตือนสติแฟนสาวให้เชื่อใจพี่ชายของตัวเอง คนน้องช่างโชคดีถึงจะนิสัยแย่แต่มีผู้ชายนิสัยดีคอยดูแล
         ถึงยามาโมโตะคนน้องจะไม่ได้มาที่บริษัทบ่อย ด้วยงานที่เธอดูแลคนเป็นละส่วนกับบริษัทพี่ชาย แต่ถ้าเจอกันทีไรฉันมักจะโดนกัดจนแผลเหวอะทุกครั้ง เพราะไม่อยากทำให้เสียแผน ทุกครั้งเลือกใช้ความนิ่งสยบพายุ ฉันใช้ความอดทนอย่างมากกับพฤติกรรมกวนประสาทของน้องสาวเจ้านาย แล้วยามาโมโตะคนพี่ก็มีเรื่องให้ฉันทำ
         จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของฉัน
         “ทำงานมาได้พักใหญ่แล้วเป็นยังไงบ้างครับ”
         “สนุกดีค่ะ ได้ใช้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาอย่างเต็มที่ ลบคำครหาเรื่องใช้หน้าตาเพื่อความก้าวหน้า”
         “ต้องขอโทษสำหรับน้องสาวผมด้วยนะครับ จริง ๆซายากะเป็นคนใจดีกว่าที่เห็นนะ คุณอาจจะไม่ค่อยเชื่อ” ฉันทำใจเชื่อเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ แล้วก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับยามาโมโตะคนน้องด้วย เจอกันมีแต่ทะเลาะ คนอย่างนี้พบเจอกันครั้งเดียวในชีวิตก็เกินพอแล้ว
         “ดิฉันคงมีโอกาสได้เห็นมุมนั้นของน้องสาวคุณสักวันนะคะ”
         “เราต่างทราบเรื่องนี้กันดีว่าซายากะไม่ชอบคุณ เขาคิดว่าคุณจะมายุ่งกับผม ขอโทษนะครับที่ผมพูดตรง ๆ” ยามาโมโตะคนพี่เรียกฉันเข้ามาคุยอย่างอารมณ์ดีเรื่องนี้นี่เอง ถึงจะเป็นระดับผู้บริหารแต่เป็นคนที่อัธยาศัยดีต่างกับคนน้องลิบลับ นั่นเป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่กริยาเหลือร้าย
         “ค่ะ แสดงออกขนาดนั้นดิฉันก็ไม่รู้จะคิดเป็นอย่างอื่นได้ยังไง” ถ้าฆ่าหมกป่าได้ ยามาโมโตะคนน้องคงไม่รีรอ แต่การจะลากฉันไปเก็บก็ดูโจ่งแจ้งเกินไปเหมือนกัน
         “คุณเก่งนะครับ เป็นคนอื่นคงลาออกไปแล้ว”
         “ขอบคุณค่ะ”
         “ที่จริงเรื่องที่ผมอยากคุยกับคุณ คือผมจะให้คุณไปทำงานกับเขาที่บ้านผม”
         “คะ?”
         “ซายากะจะได้เลิกกังวลว่าคุณจะมาทำอะไรผมได้ เพราะคุณอยู่ใกล้ ๆ เขาตลอด”
         “คุณยามาโมโตะเขามาขอคุณเหรอคะ”
         “ป่าวครับ รายนั้นคงคิดไม่ถึงด้วยซ้ำ” ยามาโมโตะคนพี่น้ำเสียงตื่นเต้น นี่อะไรกันฉันไม่คิดว่าต้องเจออะไรแบบนี้นะ ทำงานกับยามาโมโตะคนน้องอย่างนั้นเหรอ อกแตกตายแน่
         “ขอโทษนะคะ ดิฉันยังไม่ค่อยเข้าใจ” ฉันโกหก ที่จริงเข้าใจแต่ไม่อยากจะเข้าใจ ฉันไม่อยากเจอหน้าผู้หญิงปากร้ายแบบนั้น
         “ผมอยากดัดนิสัยน้องสาวสักหน่อย ซายากะไม่มีเลขาอยู่พอดี ผมเข้าใจนะว่าเขาห่วงผม แต่น่าจะไว้ใจกันมากกว่านี้ แล้วควรให้เกียรติคุณด้วย ถึงแม้นะครับ ผมขออนุญาต แม้คุณอาจจะคิดอะไรกับผม แต่ซายากะไม่ควรทำกริยาแบบนั้น
         “คือฉัน…”
         “คุณรับมือซายากะได้อยู่แล้ว ผมเชื่อครับ ช่วยผมหน่อยละกัน ผมขึ้นเงินเดือนคุณเป็นสองเท่าเลย ตกลงนะครับ”
         ฉันรายงานเรื่องนี้กับคุณหนูชิมาซากิ โดนจับเข้าไปทำงานอยู่ในบ้านของยามาโมโตะโดยตรงเท่ากับโดนกัน และจะเข้าถึงตัวยามาโมโตะคนพี่ยาก แต่จะได้หน้า กับความไว้วางใจมากขึ้นที่ช่วยจัดการน้องสาวสุดที่รักได้ ระหว่างนี้คุณหนูให้ฉันเก็บข้อมูลจากยามาโมโตะฝั่งคนน้องไปก่อน คงมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากทางนั้นบ้าง เธอทิ้งท้ายว่าไม่ต้องห่วงเพราะบริษัทของยามาโมโตะก็ยังมีคนของชิมาซากิกรุ๊ปอยู่

         บ้านยามาโมโตะ…
         “เธอมาทำอะไรที่บ้านฉัน” คำทักทายที่หงุดหงิดสุด ๆ ของยามาโมโตะ ซายากะ สาวห้าวผมสั้น ที่ชี้ฟูเพราะเพิ่งตื่นนอน ทำตาถมึงทึงใส่ฉัน เมื่อเธอเปิดประตูออกมา น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ฉันต้องกลั้นขำสุดชีวิตกับชุดนอนของเจ้าของบ้าน ใส่เข้าไปได้ยังไงเด็กน้อย ฉันเลิกสนใจชุดนอนลายการ์ตูนน่ารักพร้อมทั้งชะโงกทำท่าทางสำรวจภายในบ้านแทน บ้านน่าอยู่ไม่เข้ากับเจ้าของสักนิด
         “ตั้งแต่นี้ไปฉันจะมาเป็นเลขาของคุณค่ะ”
         “ห๊า…เข้ามาในบ้านฉันทำไม ออกไป!” ยามาโมโตะโวยวายลั่น แต่ฉันจงใจเดินผลักเธอเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจ
         “เป็นคำสั่งของท่านประธาน ถ้ามีปัญหาเรียนเชิญไปคุยกับพี่ชายคุณเองนะคะ”
         “ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง” ฉันนึกด่ายามาโมโตะคนนี้ในใจ จะรู้หรือไม่รู้เธอก็โวยวายบ้านแตกอยู่ดี
         “มัวแต่บ่นอยู่ได้ รีบไปเปลี่ยนชุดได้แล้วค่ะ”
         “เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน”
         “ไม่คิดจะสั่ง แต่ฉันเป็นเลขา ถ้าคุณไม่ทำงาน ฉันก็ทำงานฉันไม่ได้ เลิกโวยวายเมาน้ำลายแล้วไปอาบน้ำเถอะค่ะ ถ้าเรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้”
         “อย่ามาทำปากดีกับฉัน”
         “ฉันไม่เคยปากดีกับใคร งานก็คืองาน คุณเองก็อายุขนาดนี้ ต้องแยกมันออกจากอารมณ์ส่วนตัวด้วย ฉันจะไม่สนใจอะไรนอกจากหน้าที่ที่ฉันต้องทำ” แกล้งลอยหน้าลอยตาใส่ไม่กลัวเจ้านายใหม่ที่กำลังควันออกหู ตอนนี้ฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ เพราะคนหนุนหลังฉันคือพี่ชายสุดที่รักของเธอยังไงล่ะยามาโมโตะ ซายากะ
         หลังจากนั้นฉันก็ต้องตามติดยามาโมโตะคนน้องไปทำงานทุกที่ แม้เจ้านายจะเป็นคนเอาแต่ใจและเกลียดฉันมาก แต่พอเธออยู่ในเวลางาน ดูเหมือนงานจะมาก่อนความเกลียด แถมยามาโมโตะคนน้องเวลาทำงานยังเป็นที่รักและเคารพของคนที่สถานบันเทิงอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันเคยคิดว่าคนพวกนั้นประจบเอาใจเพราะยามาโมโตะเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดแต่ไม่ใช่แบบนั้น ความรู้สึกของคนในพื้นที่เป็นความรักความเคารพที่ออกมาจากใจจริง ๆ
         ฉันสัมผัสความผูกพันเหล่านั้นได้

         ยามาโมโตะ ซายากะ ผู้หญิงที่ไม่ชอบความวุ่นวาย แต่ตัวเองทำงานเกี่ยวกับสถานบันเทิง มีลูกน้องผู้ชายรุมล้อมตลอดเวลา ธุรกิจอันตรายแบบนี้ ถ้าไม่แน่จริงอาจหมดโอกาสลืมตาอ้าปากและอาจหมดลมหายใจก่อนจะได้จับเงินกำไรด้วยซ้ำ ชอบใส่เสื้อนอนลายน่ารัก ลองคิดสภาพยามาโมโตะออกมาหาลูกน้องโดยใส่ชุดนอนสีชมพูอย่างกับเด็กแบบนั้นนี่ฉันยังขำไม่หาย ความขัดแย้งกันเองในบุคลิกของเธอก็น่าสนใจดี
         ข้อมูลพวกนี้จะเป็นประโยชน์อะไรกับชิมาซากิกรุ๊ป?
         ฉันเก็บข้อมูลประเภทไหนอยู่กันแน่?

         ด้วยหน้าที่การงานที่ค่อนข้างจริงจัง ฉันมักเห็นเธอนิ่งขรึมเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น ครั้นพอมีแค่เธอกับฉัน อะไรที่กัดฉันได้ก็กัด อะไรที่จิกฉันได้ก็ทำ ฉันแต่งตัวยังไงก็บ่นได้จนฉันชินเวลาเข้าหา แล้วทำเป็นหูทวนลมใส่ เคยเห็นว่าหัวเราะอยู่บ้างซึ่งมันทำให้เด็กแสบดูอ่อนโยน
         สงสัยว่าเมื่อไรกันที่จะได้เห็นรอยยิ้มแบบนั้นอีก…
         ทำไม…จะต้องอยากเห็นรอยยิ้มของผู้หญิงปากร้ายอย่างยามาโมโตะด้วย…
         แต่ก็เป็นใบหน้าอ่อนโยนที่ดีจริง ๆ

         คู่หมั้นของยามาโมโตะชื่อชุนสุเกะ ไดโตะ หนุ่มหน้าตาดี คนไหนเห็นก็ต้องชอบ ฉันก็ว่าเขาหล่อดี เป็นคนหนุ่มขยันทำงาน ตอนนี้เรียนรู้การทำงานกับยามาโมโตะคนพี่โดยตรง พี่ชายไฟเขียวขนาดนี้ ไม่ได้แต่งก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ทั้งยามาโมโตะและชุนสุเกะนี่ต่างขยันทำงานจนแทบหาเวลาไปเดทกันไม่ได้ คบกันทั้งแบบนี้เหรอ เป็นฉันซะอีกได้อยู่กับยามาโมโตะมากกว่า นี่ทำให้ฉันคิดว่าชุนสุเกะเหมาะกับเจ้านายของฉันจริง ๆ หรือเปล่า บ้างานกันทั้งคู่แบบนี้ แต่พอคิดดูอีกที มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องแคร์เสียหน่อย
         ฉันไม่จำเป็นต้องมาเก็บข้อมูลพวกนี้

         เวลาล่วงเลยไป ฉันชินกับความปากเสียของยามาโมโตะแทบจะทั้งหมด ภูมิต้านทานแข็งแรงรับได้ทุกคำพูดที่ทำร้ายความรู้สึก แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นความใจดีที่ยามาโมโตะคนพี่เคยบอกไว้อยู่ดี ฉันรวบรวมข้อมูลเท่าที่จะหาได้ทยอยส่งให้คุณหนูชิมาซากิเรื่อย ๆ

         ช่วงค่ำในวันหนึ่ง…
         ยืนคุยขาแข็งกับคนขับรถจนหมดเรื่องที่จะคุย กว่าเด็กน้อยเจ้าของบ้านจะออกมาพร้อมชุดสะดุดตา ช่างที่รู้จักกันต้องใช้เวลาไปหลายชั่วโมง เพื่อแปลงโฉมสาวห้าวเป็นสาวสวยพร้อมออกงานสังคม ประเดิมด้วยงานบริษัทของพี่ชาย
         ระหว่างที่นั่งรถกันอยู่ดี ๆ เจ้านายก็หาเรื่องเฉ่งฉันอีกตามเคย
         “ชุดเธอมันเซ็กซี่เกินหน้าเกินตาฉันไปหรือเปล่า” ฉันต้องก้มมองชุดเดรสสีดำสั้นที่โชว์ความเซ็กซี่ตรงขาอ่อนของตัวเองเพื่อเช็คว่าอะไรที่ขัดตาเจ้านาย แต่มันก็ไม่น่าจะมีอะไร ขาอ่อนก็ให้ฉันได้โชว์บ้างเถอะ
         “อะไรอีกคะเนี่ย”
         “แต่งแบบนี้จะไปอ่อยใคร”
         “ฉันจะไปอ่อยใครได้ ตัวติดอยู่กับคุณเนี่ย” ฉันมองหน้าเจ้านายเอือม ๆ ถึงชุดแดงจะสวยดีก็เถอะ สวยมากกว่าที่คิด
         “อย่าให้เห็นก็แล้วกัน”
         “ถามจริง ถ้าฉันอ่อยแล้วมันจะยังไง มันเรื่องส่วนตัวฉันนะ”
         “มีเลขาขี้อ่อย เสียการปกครองไม่รู้รึไง รอบตัวฉันก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น จะรู้ได้ไงว่าเธอทำอะไรไปบ้าง”
         “ชุดสวย แต่พูดไม่สวยอีกแล้ว”
         “แสดงว่าวันนี้ฉันสวยใช่มั้ย”
         “วันนี้คุณสวยค่ะ แต่ปากเสียเหมือนเดิม”
         “เธอ…ให้กลับจากงานเลี้ยงของบริษัทก่อนเถอะ” เราสองคนเถียงกันเสียงดังได้เพราะมีกระจกกั้นระหว่างที่นั่งคนขับรถ ไม่งั้นเจ้านายคงไม่เปิดประเด็นหาเรื่องฉัน ยามาโมโตะ ซายากะในชุดแดงเข้ากันดีกับผิวขาว ๆ ของเธอ พยายามเก็บความโมโหเอาไว้ขณะปล่อยให้คนขับรถพาเราสองคนไปงานของบริษัท
         “ฉันว่าน่าจะให้คุณชุนสุเกะมารับนะคะ หาเวลาอยู่ด้วยกันบ้าง”
         “นั่นมันไม่ใช่เรื่องที่เลขาอย่างเธอต้องมาแนะนำฉัน”
         “ไปดงไปเดทกันบ้างเถอะคุณ”
         “เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว”
         “ทำไมคะ”
         “หุบปากซะ” ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องคู่หมั้น หรือจี้ยามาโมโตะคนน้องมากเข้า เธอจะแสดงอาการหงุดหงิด หรือว่าจะงอนที่ไม่ค่อยได้เจอแฟนหนุ่ม ฉันเลิกสนใจรายละเอียดเพราะคิดไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี
         งานที่จัดขึ้นในวันนี้เป็นงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท เพื่อให้โอกาสผู้บริหารได้พบปะกับพนักงานในยามาโมโตะคอมพานี สถานที่จัดงานเป็นโรงแรมหรูกลางเมือง เพียงยามาโมโตะ ซายากะก้าวเข้ามาในงานเธอเรียกสายตาของผู้คนได้ทันที ฉันยอมรับว่าวันนี้เจ้านายฉันดูสง่ามีราศีมาก ทั้งที่ก็เป็นแค่ชุดเดรสธรรมดา ไม่เน้นหรูด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะนาน ๆ ยามาโมโตะจะแต่งสวยทั้งทีล่ะมั้ง
         “ขอโทษครับ คุณวาตานาเบะ”
         “คะ?”
         “ท่านประธานอยากพบคุณครับ ยังไงช่วงเวลาพักก่อนท่านออกมาพูดกับพนักงาน เรียนเชิญที่โซนรับรองด้วยนะครับ ประมาณสองทุ่มถึงสองทุ่มครึ่ง อันนี้ตารางงานทั้งหมดครับ” หนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนตัวของยามาโมโตะคนพี่นั่นเองที่เข้ามาแจ้ง
         ฉันกวาดตามองหาเจ้านายแต่ตอนนี้สองพี่น้องยามาโมโตะเดินทักทายแขกในงานกันอยู่ จึงเลี่ยงออกไปยืนหลบมุมตรงที่คนน้อยที่สุดเพื่อรอเวลาไปพบกับอดีตเจ้านายของฉัน
         พอถึงเวลาที่รอคอยฉันแยกตัวออกไปทางโซนรับรองทันที เจอยามาโมโตะคนน้องกำลังเดินสวนมาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ เธอตวัดสายตามองฉันแต่ก็เดินผ่านไป นึกว่าจะโดนเฉ่งอะไรอีกรอบ
         ฉันรีบไปเคาะประตูห้องตามคำบอกของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไม่นานยามาโมโตะคนพี่ก็เปิดประตูต้อนรับ และพาฉันเข้ามาภายในห้อง บนโต๊ะกลางมีเอกสารหลายแผ่นวางอยู่
         “ตามสบายเลยครับ” ชายหนุ่มเชิญให้ฉันนั่งที่โซฟาใกล้ ๆ
         “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
         “ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรนักหรอกครับ แค่อยากถามว่าคุณเป็นยังไงบ้าง เกือบจะหกเดือนแล้วที่ทำงานกับซายากะ”
         “คุณยามาโมโตะเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ ถึงจะนิสัยเสียกับดิฉันหลายอย่างแล้วก็ดื้อเหมือนเด็ก ๆ”
         “ดื้อมากใช่มั้ยครับ เพราะแบบนี้ผมถึงอยากให้น้องสาวได้มีคู่ครองดี ๆ”
         “คุณชุนสุเกะก็ดีมากแล้วค่ะ แต่น้องสาวคุณแทบจะไม่ออกเดทเลย ดิฉันขอพูดอย่างตรงไปตรงมา สองคนนั้นเขาจะไปกันได้เหรอคะ” สีหน้าของยามาโมโตะคนพี่แสดงออกโดยไม่ปิดบัง เขาน่าจะกังวลเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย
         “คุณชุนสุเกะเป็นคนดีดิฉันไม่ปฏิเสธ แต่คนดีใช่ว่าจะเข้ากันได้กับน้องสาวของคุณนะคะ”
         “คุณดูเข้าใจน้องสาวผมดีนะครับ คิดไม่ผิดเลยที่ให้คุณไปอยู่กับซายากะ”
         “ไม่ใช่ว่าดิฉันจะเข้าใจน้องสาวคุณหรอกค่ะ แต่เห็นนิสัย เอ่อนิสัยเสีย ๆ เธอบ่อย” ยามาโมโตะคนพี่ถึงกับอมยิ้ม ฉันว่าผู้พี่ต้องรู้พฤติกรรมของน้องสาวดี
         “เขาจะไปกันได้หรือเปล่า นั่นสิครับ ที่จริงมันเป็นเรื่องก็เพราะผมเหมือนกัน ชุนสุเกะเป็นรุ่นน้องของเพื่อนผม เพื่อนเสียดายความสามารถถ้าให้อยู่บริษัทเล็ก ๆ เขาจึงแนะนำผมมา แน่นอนผมไม่ผิดหวังในตัวเขาเลย ตั้งใจทำงานเป็นคนเก่งมากครับ ผมก็ คุณคงเข้าใจนะครับ คือผมไปเปรยกับน้องว่าถ้าได้มีคู่ชีวิตแบบนี้คงจะช่วยเธอได้ ไม่นานหลังจากนั้นซายากะก็มาบอกผมว่าตกลงหมั้นกับชุนสุเกะไปแล้ว” เธอนี่มันกล้าได้กล้าเสียจริง ๆ เหมือนกันกับฉัน เมื่อถึงจุดที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองอยากทำ
         “มันจะดีเหรอคะ ปล่อยไว้แบบนั้น”
         “ผมรู้สึกผิดกับน้องมากเลยครับ อยากให้วันหนึ่งน้องเข้ามาบอกว่าถอนหมั้นกันแล้ว อยากให้น้องเจอคนที่ชอบจริง ๆ ไม่ใช่ทำอะไรวู่วามแบบนี้ ผมก็ไม่รู้นะว่าเขาไปตกลงอะไรกันยังไง”
         “เขาจะเจอใครได้คะ ทำงานหนักขนาดนั้น เพื่อนก็ไม่ค่อยจะมี”
         “ซายากะก็เป็นแบบนี้ ทุ่มเทให้กับงานมากเกินไป”
         “ไม่เป็นไรนะคะ อย่าเพิ่งกังวลเกินไปค่ะ อ๊ะ…ขอโทษค่ะ…ดิฉัน” ถือโอกาสจับแขนชายหนุ่มตรงหน้าเบา ๆ เป็นการลดช่องว่างระหว่างกันแล้วแกล้งตีหน้าซื่อก่อนปล่อยแขนอีกฝ่ายอาย ๆ นี่มันยังเบสิก ถ้าเจอมากกว่านี้ไม่รอดแน่
         “…อ้อครับไม่เป็นไร”
         “อื้ม…ดิฉันจะช่วยกรองคนดี ๆ ให้น้องสาวคุณเองค่ะ ล้อเล่นนะคะ” ฉันหัวเราะจงใจแกล้งแหย่เพื่อให้อีกคนผ่อนคลาย
         “ถ้าคุณจะกรุณาช่วยซายากะ ผมยินดีนะครับ” น้องสาวคุณเขาจะรู้มั้ยว่ามีพี่ชายที่ดีขนาดไหน ฉันจะสนใจโคตรเหง้า ความดีงามของสองพี่น้องนี้ทำไม ไม่ใช่ธุระอะไรของฉันเลยสักนิด ก่อจะออกจากห้องยามาโมโตะคนพี่ก็ยังไม่วายฝังฝากน้องสาวกับฉันอีกครั้ง
         น้องสาวคุณเนี่ยนะ…ให้ฉันดูแล

         ฉันเดินออกมาจากห้องพลางคิด จะต้องติดกับยามาโมโตะคนน้องไปอีกนานเท่าไร งานนี้ไม่หมูซะแล้ว เมื่อฉันพาตัวเองมาจนถึงทางลงบันไดกลับมีคนทำให้ตกใจสุดขีด ฉันโดนลากมาห้องอะไรสักอย่างซึ่งมีตู้สีเทาขนาดไม่ใหญ่มากเรียงรายกันอยู่ เหมือนตู้อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ ก็พอจะรู้ตัวคนลากแล้วล่ะ กลิ่นน้ำหอมนี้ตั้งแต่นั่งบนรถ
         “ทำอะไรคะเนี่ย คุณว่างถึงขนาดดักรอฉุดเลขาตัวเองมาที่ห้องไฟเหรอ” ห้องไฟ ฉันไม่เข้าใจผู้หญิงชุดแดง เธอไม่มีที่คุยที่อื่นแล้วหรือไงพลางมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสงสัย
         “สีหน้าระรื่นเลยนี่ ในห้องพี่ฉันน่ะ” ฉันมองตามสิ่งของที่อยู่ในมือของยามาโมโตะ เธอชูให้เห็นโทรศัพท์และบนจอมีภาพเคลื่อนไหวของยามาโมโตะคนพี่กำลังนั่งหยิบเอกสารมาอ่าน เอกสารที่ฉันเห็นตอนเข้าไปในห้อง
         “คุณทำอะไรของคุณ ชอบดูคลิปเหรอ?”
         “กันคนแบบเธอไง ดูจะอยากได้คนในตระกูลยามาโมโตะจนตัวสั่น”
         “ให้เกียรติกันบ้างนะคะ เป็นเจ้านายฉัน อย่าคิดว่าจะพูดอะไรก็ได้ ตอนแรกฉันเฉย ๆ นะ แต่ตอนนี้เริ่มอยากได้ยามาโมโตะแล้วสิ ขี้อายนิสัยดีแบบพี่ชายคุณน่ะ ไม่พ้นฉันหรอก” ฉันท้าทายไม่กลัวสายตาหาเรื่องของยามาโมโตะ เธอระแวงฉันมากขนาดต้องเอากล้องไปแอบถ่ายหรือว่าตอนที่เดินสวนกันตอนนั้น เธอไปติดกล้องโดยที่พี่ชายไม่รู้ได้ยังไง ร้ายเกินไปแล้ว
         “ฉันก็ยามาโมโตะนะ ถ้าอยากมาก ให้ฉันช่วยมั้ยล่ะ ให้ฉันสกรีนเธอก่อนไงว่าลีลาเด็ดหรือเปล่า” โดนยามาโมโตะผลักเต็มแรงจนหลังติดกำแพง แต่ฉันก็ยังส่งยิ้มยั่วให้เจ้านายที่กำลังโกรธจัด
         “อย่าบอกนะว่าที่ผ่าน ๆ มาเพราะคุณสนใจฉันอยู่…แล้วถ้าคุณเกิดติดใจลีลาฉันด้วยอีกคนก็แย่สิ ฉันจะแบ่งเวลาได้ยังไง ยกเว้นว่าคุณจะเด็ดกว่าพี่ชาย” ฉันพูดเบา ๆ ข้างหูยามาโมโตะ แกล้งยั่วเรื่องที่เคยเกิดขึ้นระหว่างฉันกับเธอ
         “มันคือความใคร่ ฉันอยากหาที่ระบาย เน้นว่าต้องเป็นพวกนิสัยไม่ดี โดยเฉพาะกับคนแบบเธอ”
         “ถึงว่าสิท่าทางคุณดูอยากมาก เอ๊ะนี่คู่หมั้นเมินจนต้องมาหาที่ระบายสินะคะ” ฉันตั้งใจใช้ริมฝีปากตัวเองจูบต้นคอขาวของเจ้านายสาวช้า ๆ ไล่ริมฝีปากตัวเองมาที่หน้าของเธอและหยุดก่อนจะถึงปาก
         “ให้ฉันช่วยคุณดีกว่า เราจะได้หายอยากด้วยกันทั้งคู่ไง” ฉันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ งานของฉันคืออะไร ก่อนหน้านั้นคุมตัวเองเอาไว้ได้ไม่ให้ถลำลึกไปกับยามาโมโตะบนโซฟา แค่ความรู้สึกใคร่จริงเหรอ แค่อยากระบายทำไมเธอจะต้องทำแบบนั้น สายตาที่มองฉัน สายตาที่ดึงดูด ริมฝีปากที่เชื้อเชิญ ความอ่อนโยนของเธอมันแค่ความใคร่อย่างนั้นสินะ ก็ดีฉันอยากลองเล่นกับความใคร่ของเธออยู่เหมือนกัน
         ยามาโมโตะเอาแขนมือข้างที่ถือโทรศัพท์ยันกำแพงไว้ ความนิ่มจากริมฝีปากเธอบนปากฉัน…รู้สึกดี ความใคร่มักจะรู้สึกดีแบบนี้อย่างนั้นเหรอ ฉันไม่เคยเจอใครแบบนี้มาก่อน เมื่อเธอดันลิ้นเข้ามา ฉันจึงตวัดลิ้นตอบกลับอย่างโหยหา ความรู้สึกในเหตุการณ์วันนั้นหวนกลับมา รูปรสกลิ่นเสียง ฉันรู้สึกยินดีจะปล่อยให้ตัวเองดำดิ่งลงไปกับความเร่าร้อนนี้
         ปล่อยตัวไปกับความใคร่ของเธอ
         แค่ยั่วเธอ ฉันต้องไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว…
         เจ้านายสาวใช้มืออีกข้างที่ว่างลูบไปทั่วเรือนร่างของฉัน มือบางที่ทำให้ฉันเกิดอารมณ์ขึ้นมาจริง ๆ ไม่เคยรู้สึกต้องการแบบนี้นานเท่าไรแล้ว ควรยอมรับว่าที่ฉันจูบกับยามาโมโตะคราวนั้นก็รู้สึก รู้สึกแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ
         เจ้านายสาวเธอเอามือลูบไล้อยู่ตรงส่วนไวความรู้สึกแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา ยิ่งมีอารมณ์แบบนี้ร่างกายฉันก็มีปฏิกิริยาอย่างชัดเจน ความปวดที่รู้สึกได้ บริเวณที่มือบางยังคงลูบไปมา ฉันกอดรัดคอของยามาโมโตะเอาไว้แน่น
         ความใคร่ของเธอเล่นงานฉันเข้าแล้ว
         “กอดแน่นขนาดนี้ แสดงว่าเด็ดพอใช่มั้ยล่ะ”
         “ก็งั้น ๆ แหละ” ฉันพูดข้างหูเจ้านายเสียงสั่น
         “ปากดี ถ้าเก่งนักแล้วจะทำเสียงสั่นระทวยทำไม” ฉันโดนริมฝีปากของยามาโมโตะซุกไซ้ไปตามคอจนแทบจะไม่มีแรงยืน ใช่เธอเร่าร้อนจนฉันคุมตัวเองไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้ลิ้มรสความสุขมากไปกว่านี้ เสียงของยามาโมโตะคนพี่ก็หยุดยามาโมโตะคนน้องไว้
         “คุณควรมีเวลาให้น้องสาวผมบ้าง คุณสามารถดูแลน้องผมได้จริง ๆ หรือเปล่าชุนสุเกะ” ยามาโมโตะคนน้องถอนปากออกมาจากซอกคอพร้อมกับเอามือออกจากหว่างขาฉันซึ่งชื้นแฉะเต็มที่ เธอไปดันกำแพงไว้แทน สายตาจดจ่อที่หน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ใบหน้าแดงจากผลของเลือดที่สูบฉีด คงไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่มีอารมณ์ ฉันยังกอดคอเธอไว้หลวม ๆ รู้สึกได้ถึงแรงกระเพื่อมจากการหายใจ นั่นก็อีกอย่างที่ฉันว่ายามาโมโตะช่างเร้าอารมณ์เหลือเกินเวลาที่หอบถี่ ๆ
         แค่เธอจูบฉันก็ระทวย

         “ไทโก รักตัวเองบ้าง ผมกับคุณน่ะ เราต่างก็รู้ดี ไล่ให้ผมกลับไปหาน้องสาวคุณ นี่มันยิ่งทำร้ายเขาด้วยซ้ำ”
         “นั่นมันคือหน้าที่ของคุณ ผมไม่รู้ว่าคุณไปตกลงอะไรกัน แต่เมื่อเป็นคู่หมั้นคุณก็ต้องดูแลเธอให้มากกว่านี้”
         “ผมกับน้องคุณ เราไม่ได้รักกัน”
         “แล้วคุณหมั้นกับน้องสาวผมเพื่ออะไร”
         “ผมอยากทำงาน ผมอยากก้าวหน้า เลยรับข้อเสนอของน้องสาวคุณ เธอบอกว่าผมจะได้ทำงานที่นี่แน่นอนถ้าหมั้นหมายกัน แต่ขออย่างเดียว ขอให้ผมช่วยคุณทำงานให้มาก ซายากะไม่อยากให้คุณต้องแบกรับงานอยู่คนเดียว”
         “ผมรักน้องสาวมาก ถึงผมจะรักคุณด้วยแต่ผมไม่รู้จะสู้หน้าน้องได้ยังไง กับความสัมพันธ์ของเรา ผมว่าเราจบกันตรงนี้เถอะ แต่ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะให้คุณทำงานต่อไปชุนสุเกะ”
         “ผมไม่สนเรื่องนั้น ผมไม่ยอมปล่อยคุณแน่ คุณเองก็ดื้อพอกับน้องสาวตัวเองนั่นแหละไทโก”
บอกไม่ถูกว่าดวงตาที่สะท้อนภาพราง ๆ จากหน้าจอโทรศัพท์ ในใจของยามาโมโตะกำลังคิดอะไร แต่เสียงที่ดังมาจากโทรศัพท์หลังจากนั้นชัดเจน ชนิดที่ฉันไม่ต้องเห็นภาพนั้นตรง ๆ เหมือนกับเจ้านายสาว แต่ก็เข้าใจได้
         เสียงครางกระเส่าดุดันของผู้ชายสองคนในห้องลับตาและกิจกรรมที่ทั้งคู่กำลังทำอยู่ ฉันหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์บ้างและภาพที่เห็นก่อนจะดึงเอาโทรศัพท์มาปิดคือชุนสุเกะ ไดโตะกำลังโยกย้ายสะโพกเพื่อส่งแรงกระแทกกระทั้นอยู่ที่บั้นท้ายของยามาโมโตะคนพี่อย่างถึงพริกถึงขิง ฉันไม่รู้ว่ายามาโมโตะคนน้องจะรู้สึกยังไง แต่เธอนิ่งไปไม่พูดจาใด ๆ ไม่ทำแม้กระทั่งจะขัดขืนที่ฉันแย่งโทรศัพท์ เมื่อกี้เรากำลังจะเล่นกิจกรรมต้องห้ามกันแต่ดันมาเจอฉากเด็ดพี่ชายกับคู่หมั้นของตัวเองเข้าแทน
         “วันหลังเอาคลิปปลุกอารมณ์ที่ดีกว่านี้หน่อยสิคะ หมดอารมณ์พอดีแบบนี้” ตลกที่ฉันยิ้มให้กับผู้หญิงตรงหน้าพร้อมกับตบแก้มยามาโมโตะเบา ๆ คลิปของยามาโมโตะคนพี่กลับทำให้สถานการณ์ระหว่างฉันกับเจ้านายดูผ่อนคลายลง
         “เด็กน้อยชีวิตมันก็เทา ๆ แบบนี้กันทั้งนั้น เอาไว้วันหลังค่อยต่อกันใหม่นะ กลับเข้างานกันเถอะค่ะ” ฉันผละออกมาจากอีกฝ่ายไม่ทันถึงประตูก็โดนแขนบางแต่แข็งแรงโอบรัดรอบเอวเอาไว้จากข้างหลัง ไม่มีคำพูดอะไร ไม่มีน้ำตา ฉันรู้สึกได้ว่ายามาโมโตะคนนี้เจ็บปวด
         เด็กน้อยเอาแต่ใจที่ซบหน้าอยู่ตรงไหล่ เธอจะไม่ช็อคเลยมันก็แกร่งเกินไป ถึงเขาจะเป็นแค่คู่หมั้นที่ยามาโมโตะหมั้นไปส่ง ๆ ก็ตาม ขนาดฉันยังช็อคเลย
งานเลี้ยงผ่านไปได้ด้วยดี ยามาโมโตะ ซายากะทำเหมือนเธอไม่เคยเห็นคลิปรักร้อนของพี่ชายมาก่อน ซึ่งดูก็รู้ว่าเธอใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อเก็บกลั้นความรู้สึกเอาไว้ข้างใน สภาพเจ้านายสาวของฉันดูแย่จนสังเกตได้ หลังงานเลี้ยงเลิกเจ้านายก็นั่งนิ่งยาวจนถึงบ้าน บางทีโดนด่าก็ดีกว่าให้ฉันนั่งคุยกับความเงียบอยู่คนเดียว

         บ้านยามาโมโตะ
         “ไม่เป็นไรใช่มั้ยคุณ…เอ่อฉันกลับก่อนดีกว่า” พอเห็นสายตาลอย ๆ ของเจ้าของบ้านก็รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้อาจจะต้องใช้เวลาทำใจพักใหญ่
         “ไม่ต้องกลับที่พักหรอกคืนนี้ ดึกแล้ว”
         “ฉันกลับได้ค่ะ”
         “ฉันไม่ได้ชวนเธอค้าง” ยามาโมโตะยืนกอดอกอยู่หน้าประตูบ้านหลังเล็กของเธอ
         “อะไรอีกล่ะคะคุณเจ้านาย”
         “ให้ค้างที่นี่…เป็นคำสั่ง” ยามาโมโตะลากฉันเข้ามาในบ้านท่าทางไม่เต็มใจ
         “คุณไม่เต็มใจให้ฉันอยู่ แล้วจะทำแบบนี้ทำไมล่ะคะ”
         “ฉันสั่งเธอก็ทำไปเถอะ สงสัยมากน่ารำคาญ หรือกลัวฉันทำอะไรรึไง”
         “ฉันไม่กลัวคุณอยู่แล้วค่ะ สภาพนี้จะไปทำอะไรใครได้”
         ยามาโมโตะไม่สนใจคำเย้ยหยันของฉัน และพาขึ้นมาบนบ้าน เธออนุญาตให้ฉันใช้ห้องน้ำและห้องแต่งตัวของเธอได้รวมทั้งอนุญาตให้ยืมชุดนอนใส่สำหรับคืนนี้
         “บ้าจริง” สบถกับตัวเองในกระจกหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ทำไมฉันต้องมาใส่ชุดนอนลายน่ารักของยามาโมโตะด้วย
         “ถามจริง นี่คิดจะยืนส่องจนกระจกทะลุเลยเหรอ” ฉันมองเงาสะท้อนกระจกออกไปยังเจ้าของบ้านที่ยืนพิงขอบประตูอยู่ เธอก็ใส่ชุดนอนลายน่ารักที่ฉันเกลียดเหมือนเดิม
         “นี่คุณใส่เข้าไปได้ยังไงลายแบบนี้” ฉันดึงเสื้อมองกระจกแล้วมันก็ดูไม่เข้ากันกับฉันเลยจริง ๆ ยังไงก็ไม่ใช่
         “ทำไมล่ะ ก็น่ารักดีนี่ เสื้อผ้านะ คนใส่ไม่เกี่ยว”
         “ฉันเบื่อจะต่อปากต่อคำละ คุณจะให้ฉันนอนตรงไหนคะ”
         “ก็บนเตียงฉันไง”
         ตลกกันใหญ่แล้วเมื่อยามาโมโตะเดินนำฉันมาที่ห้องนอน นึกว่าพูดเล่นซะอีก เธอปิดไฟดวงใหญ่ในห้องเหลือเพียงดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียงขนาดไม่ใหญ่มากก่อนสอดตัวนอนใต้ผ้าห่มหันหลังมาให้ ถึงเตียงนี่มันนอนสองคนได้ก็จริงแต่ต้องนอนใกล้กันอย่างช่วยไม่ได้ ฉันเดินไปอีกด้านที่ยังว่างอยู่แล้วสอดตัวนอนใต้ผ้าห่มนั้นบ้าง
         หลังชนกันกับเธอ…ก่อนที่บางคนจะเปลี่ยนท่านอนจากเดิม…เป็นฉันที่โดนกอดแทน

         เข็มสั้นนาฬิกาผนังชี้อยู่ที่เลขสามค่อนไปทางเลขสี่ ตอนฉันสะดุ้งตื่นเพราะดันไปฝันถึงภาพของยามาโมโตะคนพี่กับชุนสุเกะ แล้วอยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นฉันที่เปลือยเปล่ากำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับยามาโมโตะคนน้องแทน คิดแล้วยังใจเต้นไม่หายโดยเฉพาะตอนที่ยามาโมโตะคนน้องบดบี้สะโพกกับฉันในฝัน
         “บ้าน่า…คิดอะไรของเราเนี่ย” คิดถึงแล้วก็วาบหวิวกับสัมผัสของเจ้านาย ฉันรีบหันไปมองยามาโมโตะเพราะกลัวจะทำให้เธอตื่นแต่…เธอไม่ได้กอดฉันอย่างตอนแรก เธอไม่ได้นอนอยู่บนเตียงด้วย
         รอบ ๆ ก็ไม่พบเจ้าของห้อง ลุกเดินไปดูที่ผ้าม่านขนาดใหญ่ฝั่งหนึ่งของห้องนอนดูเหมือนจะมีลมเข้ามา ยามาโมโตะยืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอกนั่นเองเมื่อฉันแหวกผ้าม่านเดินออกไป
         “ตีสามเป็นเวลาที่เหมาะจะออกมายืนเล่นตรงระเบียงอย่างนั้นสินะคะ” ยามาโมโตะแค่หันมามองแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจฉันอีก
         “เข้าห้องเถอะคุณ ให้ฉันนอนอยู่คนเดียวได้ไง” ฉันดึงมือเด็กขี้แยที่แอบมาร้องไห้คนเดียวกลางดึก พอเข้ามาในห้องก็เห็นดวงตาช้ำ ๆ นั่นชัดเจน ฉันรู้สึกหวิว ๆ เหมือนกันไม่คิดว่าจะเห็นมุมนี้ของเจ้านายปากร้ายแต่ก็พาเธอไปนั่งที่เตียง
         “นอนสิคุณ นั่งบื้ออยู่ได้” ฉันยืนมองยามาโมโตะที่นั่งซึม ๆ แล้วนึกอยากแหย่
         “ขี้แยจัง…เด็กน้อย” เจ้าของห้องเอาผ้าคลุมโปงทันที หลังโดนจูบหน้าผากเบา ๆ
         “จะร้องไห้ก็ได้นะ ไม่ต้องอาย” ฉันตามสอดตัวลงไปใต้ผ้าห่มข้าง ๆ ยามาโมโตะและดึงเธอเข้ามากอดให้ใบหน้าของเด็กน้อยขี้แยแนบอยู่ตรงหน้าอก ไปกันใหญ่แล้วมิยูกิ ฉันจะต้องมาทำแบบนี้ทำไม ยามาโมโตะเอาแขนมาโอบรัดฉันไว้แน่น แรงสะอื้นของคนข้าง ๆ ทำให้เห็นว่าเธออ่อนแอกว่าที่คิด ต่อให้เข้มแข็งขนาดไหนก็มีมุมอ่อนแอสักมุมหนึ่งที่ซ่อนอยู่

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
Fanfic … | เลขามาเฟีย บทที่ 2 – (SayaMilky)✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s