Fanfic … | เลขามาเฟีย บทที่ 3 – (SayaMilky)

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

         บทที่ 3
         ผู้หญิงเอาแต่ใจ ยามาโมโตะ ซายากะ
         ตั้งแต่เหตุการณ์คลิปรักร้อนคราวนั้น ฉันก็ไม่โดนเจ้านายสาวตั้งแง่ว่าจะจับพี่ชายสุดที่รักอีกเลย แต่ก็ยังโดนบ่นโดนว่าเรื่องอื่น ๆ อยู่ดี ฉันรายงานเรื่องความสัมพันธ์ลับ ๆ ของยามาโมโตะคนพี่กับชุนสุเกะให้คุณหนูชิมาซากิทราบ ทางนั้นบอกขอเวลาให้สายอีกหน่อยและปล่อยเรื่องชุนสุเกะไปก่อน ฉันว่าคุณหนูคงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเรื่องราวมันจะกลายเป็นแบบนี้
         “นี่คุณ ไม่กินข้าวหน่อยเหรอ” ฉันเดินเข้ามาเพื่อจะลากลับที่พัก ในตอนค่ำแต่พอเห็นข้าวกลางวันยังอยู่เท่าเดิมก็อดไม่ได้
         “ถ้ากินมันก็ต้องลดสิ ถามทำไม” ฉันแอบทำปากเบะเมื่อเจ้านายยังคงนั่งอ่านเอกสารมากมายที่กองอยู่บนโต๊ะ เมื่อกลางวันก็ไม่ยอมกินด้วยกัน
         “เป็นห่วงก็เลยถาม ฉันกลับก่อนดีกว่า เบื่อจริง ๆ มีเจ้านายเอาแต่ใจแบบนี้”
         “เดี๋ยว…วันเสาร์ไปเที่ยวกับฉันหน่อย”
         “ห๊า…เที่ยว? ไปสำรวจพื้นที่เหรอคะ”
         “ก็บอกว่าไปเที่ยว จะไปสำรวจพื้นที่ที่ไหนล่ะ”
         “เที่ยวที่ไหนคะ”
         “สวนสนุก”
         “นี่คุณ…ฉันอายุยี่สิบหกแล้วนะ ทำไมฉันจะต้องไปวี๊ดว๊ายที่สวนสนุกด้วยไม่ทราบ”
         “แล้วไง ฉันยี่สิบสี่ เธอยี่สิบหก อายุมันเกี่ยวอะไร”
         “คุณจะให้ฉันไปให้ได้งั้นสิ”
         “ใช่ เป็นคำสั่ง กล้าขัดเหรอ”
         “เข้าใจแล้วค่ะ”

         สรุปวันเสาร์นั้นฉันก็เลยต้องมาเป็นเพื่อนเธอเที่ยวแบบงง ๆ มิหนำซ้ำ…
         “ยามาโมโตะบ้าเอ๊ย เจ้านายบ้า” ฉันตะโกนสุดเสียงเมื่อโดนบังคับให้กระโดดบันจี้จัมพ์คู่กับยามาโมโตะ แต่รายนั้นหลับตากอดฉันอย่างเดียว ยามาโมโตะเธอเป็นอะไร ก็กลัวเหมือนกันนี่แล้วจะชวนมากระโดดทำไม แค่ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่กระโดดแต่ดูแล้วยามาโมโตะคงจะเสียสติไปมากกว่าที่คิด
         “ขอพักแป๊บ” ฉันขำที่ยามาโมโตะแทบล้มทั้งยืนเมื่อได้กลับมาอยู่บนพื้นอีกครั้ง ใบหน้าซีดเหมือนจะเป็นลม
         “กลัวแล้วจะมากระโดดทำไม”
         “ก็แค่อยากโดด เรื่องของฉันน่า แล้วก็ฉันได้ยินที่เธอตะโกนนะ ขอไว้คิดบัญชีวันหลัง”
         “ค่า คุณเจ้านาย เราไปนั่งรถชมสวนสนุกกันดีกว่า อะไรที่โลดโผนถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนหรอก เห็นแล้วฉันจะขำ”
         “ถ่ายรูปฉันทำไม” ยามาโมโตะโวยวาย แต่ฉันก็กดเก็บภาพเด็กน้อยหน้าซีดอย่างมันมือ
         “เอาไว้ดูตอนหลัง เห็นหน้าตัวเองมั้ยคะ คุณอย่างกับจะเป็นลมแน่ะ” ฉันอดขำไม่ได้ แล้วก็หัวเราะจนตัวสั่น พร้อมทั้งโชว์รูปที่เพิ่งถ่ายให้เจ้านายดู ยามาโมโตะพยายามจะมาแย่ง แต่ฉันก็หลบหนีออกมาได้ สภาพหมดแรงแบบนั้นเธอจะทำอะไรฉันได้
         ระหว่างที่นั่งรถชมสวนสนุกเพลิน ๆ ก็นึกอยากถาม
         “นี่ถามจริง คุณน่ะไม่ค่อยได้เที่ยวใช่มั้ย” ฉันแกล้งลองหยั่งเชิงหลังจากนั่งรถรอบสวนสนุกฆ่าเวลาไปพักใหญ่
         “ตั้งแต่เรียนจบฉันก็ทำงานมาตลอด”
         “น่าสงสาร เพื่อนก็ไม่ค่อยมี”
         “ช่วยไม่ได้นี่ ฉันก็ต้องช่วยพี่แบ่งเบาภาระ และพาตระกูลยามาโมโตะไปต่อให้ได้ ฉันโดนลูกน้องหน้าโหด ๆ ล้อมหน้าล้อมหลัง ใครจะกล้ามายุ่งด้วย”
         “ก็จริงของคุณ”
         เนื่องจากไม่รู้จะเล่นเครื่องเล่นอะไรอีก เจ้านายก็เลยชวนฉันกลับ เด็กน้อยที่อยากมาเที่ยวสวนสนุกสักครั้ง พอโดดบันจี้จัมพ์ไปก็ไม่เล่นอะไรอีกเลย อยากจะบ่นเจ้านายให้หายคันปากแต่แย่จริง ๆ ที่ฉันเห็นว่าเธอยิ้มมีความสุขระหว่างที่นั่งรถชมสวนสนุกด้วยกัน คำที่อยากบ่นก็หายไปหมด เธอชวนฉันแวะหาของกินก่อนในย่านการค้า
         แต่ก็เกิดเรื่องขึ้น มีคนบางพวกกำลังหาเรื่องกันเองอยู่หน้าร้านที่ฉันกับยามาโมโตะนั่งกิน
         “จะทำอะไร ไปทะเลาะกันไกล ๆ ดีกว่ามั้ยพวกคุณน่ะ คนอื่นเขาเดือดร้อน” ฉันพยายามจะห้ามแต่ไม่เป็นผล นี่ก็เป็นถิ่นของยามาโมโตะด้วยเธอคงไม่ยอม แต่พอมองหน้าคนที่กำลังจะมีเรื่องกันด้านนอกชัด ๆ ฉันก็จำได้ นั่นคือหนึ่งในลูกน้องของคุณหนูชิมาซากิ คงส่งมาเพื่อสร้างเรื่องไม่ดีให้ย่านการค้าในเขตของยามาโมโตะ
         ยามาโมโตะยันโครมจนหนึ่งในกลุ่มที่กำลังจะมีเรื่องกันกลิ้งไปกับพื้น พวกนั้นฮือกันเข้ามาและทำร้ายยามาโมโตะ เจ้านายของฉันสู้ได้ถ้าเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง แต่พวกนั้นรุมเธอจนพลาดท่าโดนเตะกลิ้ง ร่างของเธอเหวี่ยงมากระแทกฉันล้มกลิ้งไปด้วยอีกคน ทำไมใจร้อนกันแบบนี้ ฉันไม่เกี่ยวแท้ ๆ
         “พี่ครับนายเรียกกลับด่วน” หนึ่งในพวกที่ไม่ได้รุมยามาโมโตะเข้ามาบอกพวกที่รุมเธออยู่ตอนนั้นหน้าตาตื่นตกใจ
         “มีไรวะ” พวกนั้นทิ้งร่างยามาโมโตะที่เลือดท่วมหน้าเอาไว้และออกไป ฉันเดินเข้าไปพยุงเธอขึ้นมา โชคดีที่ไม่โดนมากกว่านี้
         “ไงคะคุณ รู้นะว่าเก่งแต่ลุยเดี่ยวนี่มัน…”
         “เลือดสูบฉีดดีออก” ยามาโมโตะเอามือเช็ดเลือดขำ ๆ
         “ก็ยังดีที่พวกนั้นมันใช้แค่หมัดกับเท้า แล้วนี่ขำอะไร”
         “ฉันใจร้อนไปหน่อย ก็แค่พวกสร้างสถานการณ์”
         “สร้างสถานการณ์?” ฉันแกล้งทำเป็นถามทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าพวกนั้นเป็นใคร กลัวจะไม่เนียนต่องานของตัวเอง
         “ช่างเถอะ พวกคู่แข่ง…เอ่อคุณลุงคะ ฉันจะมาชดใช้ค่าเสียหายให้นะคะ”
         “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณ” ยามาโมโตะก้มตัวขอโทษเจ้าของร้านยกใหญ่ แต่ฉันว่าทางนั้นเห็นสภาพเจ้านายฉันแล้วคงสงสารเธอมากกว่า
         “ไปโรงพยาบาลมั้ยคุณ”
         “กลับบ้านกันเถอะ”
         ฉันอยากให้เธอไปหาหมอแต่รายนั้นก็ไม่ยอมลูกเดียว บอกแต่ว่าไม่เป็นไร ฉันก็จำยอมพาเธอมาที่บ้าน โดยประคองไปส่งถึงที่ห้อง จากสภาพที่ฉันประเมินคร่าว ๆ ยามาโมโตะน่าจะช้ำจากบาทาของพวกนั้น
         “นี่คุณ…”
         “หืม”
         “ไม่สั่งหรอกเหรอ แบบว่า เธอทำแผลให้ฉันสิ” เมื่อฉันให้เธอนั่งบนเตียง เห็นยามาโมโตะแอบขำ ขำอะไรของเธอ
         “อ๋อ ไม่ต้องสั่งหรอก เพราะเดี๋ยวใครบางคนแถวนี้จะดูแลฉันอยู่ดี”
         “ฉันกลับก่อนนะ” ฉันหันกลับจะเดินออกมาแต่ไม่ไวเท่าเจ้าของบ้าน จึงโดนรวบไปกอด
         “อย่าลีลา อยากจะให้หน้าฉันมันเต็มไปด้วยเลือดแบบนี้รึไง”
         “ก็…คุณน่ะนะเอาแต่ใจแบบนี้ เดินเมินซะบ้างจะได้รู้สึก”
         “ทำแผลให้หน่อยสิ มิยูกิ” แก้มฉันหันตามแรงที่เจ้านายเข้ามาหอม คุยกันไว้ว่าจะเรียกด้วยชื่อถ้าอยู่กันสองคนเท่านั้น เพราะถ้าเกิดทำอะไรโจ่งแจ้ง อาจจะทำให้ซายากะเสียภาพลักษณ์การปกครองที่เธอมีสัมพันธ์กับเลขาของตัวเองได้
         “ซายากะไปอาบน้ำ ส่วนฉันจะไปเอาที่ทำแผล” ฉันแงะมือที่อยู่รอบเอวแต่เจ้าของบ้านยังไม่ยอมปล่อย
         “นี่จะเอายังไง อยากจะให้ทำแผลมั้ย ปล่อย” สุดท้ายเธอก็ปล่อย ฉันนั่งรอจนซายากะออกมาจากห้องน้ำแล้วขอเวลาจัดการตัวเองบ้าง เป็นครั้งแรกที่กลิ้งกับพื้น ประสบการณ์จำไม่ลืม
         หลังอาบน้ำเสร็จฉันก็ต้องมาใส่ชุดนอนลายน่ารักที่ฉันเกลียดตามเคย ฉันลากเก้าอี้เข้าไปนั่งข้าง ๆ เตียงที่ซายากะนั่งรออยู่
         “อย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีกนะ ฉันใจคอไม่ดี”
         “ไม่รับปาก”
         “ซายากะก็ใจเย็น ๆ บ้างเถอะ ถือว่าฉันขอนะ”
         “ขออะไร”
         “ไม่ตลก” ฉันจงใจกดสำลีแรง ๆ ตรงแผลจนซายากะร้อง
         “ชีวิตฉันมันก็มีแต่เรื่องแบบนี้ ฉันไม่อยากให้สัญญา เพราะฉันรักษามันให้มิยูกิไม่ได้”
         “ฉันเข้าใจซายากะ แต่ก็ไม่ค่อยอยากเข้าใจด้วย อดเป็นห่วงไม่ได้…อะเสร็จละ” ฉันจูบลงไปบนพลาสเตอร์อันสุดท้ายซึ่งแปะอยู่บนหน้าซายากะ ก็เลยโดนเธอลากล้มมาที่เตียง
         มือเรียวลูบไล้ไล่มาตั้งแต่หน้าท้องจนถึงหน้าอก ฉันโดนเบี่ยงเบนความสนใจด้วยรสจูบร้อนแรงเสียงหายใจถี่ ๆ ของซายากะมันยั่วอารมณ์ฉันได้ทุกครั้ง ลมหายใจอุ่น ๆ ที่รู้สึกได้อยู่ตอนนี้ เป็นเธอจริง ๆ เธอคนที่ฉันค้นพบว่าฉันต้องการเธอขนาดไหน
         สองลิ้นที่ตวัดกันอยู่ไม่นาน ซายากะเพิ่มความร้อนแรงด้วยการไล่จูบไปตามร่องอกของฉัน จูบที่กำลังหลอมละลายหัวใจฉัน ยามที่จมูกและปากของซายากะสัมผัสกับร่างกาย ฉันเผลอจิกเล็บลงไปบนท่อนแขนที่ซายากะยันกับที่นอนไว้
         ความสะท้านเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เธอเพลิดเพลินกับปทุมถันของฉัน…
         ซายากะดึงให้ฉันลุกขึ้นมานั่งอย่างง่ายดาย ฉันโหยหาเธอ ฉันต้องการเธอมากแล้วตอนนี้ ซายากะเข้าใจเธอเข้ามาบรรเลงลิ้นกับปากฉันต่อ ขณะที่มือก็ถลกเสื้อของฉันออกไป เหลือเพียงท่อนบนที่เปลือยเปล่า ซายากะกดฉันนอนอีกครั้ง เธอเลิกจูบฉันไปจูบอย่างอื่นแทน ริมฝีปากซุกซนทำให้ฉันอยู่ไม่สุข ความอุ่นจากปากคนเอาแต่ใจ คนที่เกลียดฉันเข้าไส้ กว่าจะรู้ตัวว่ากางเกงที่ใส่ได้หลุดจากร่างกายไปแล้วก็ตอนโดนเธอจูบที่ต้นขาของฉันไล่เข้าไปด้านในเรื่อย ๆ ช้า ๆ ความร้อนวูบวาบจากทั้งมือกับริมฝีปาก ฉันกำลังจะคลั่ง และต้องสะดุ้งจนสะโพกแอ่น มือกำผ้าบนที่นอนไว้แน่น เมื่อลิ้นร้อนสัมผัสปุ่มกระสันเสียว
         ฉันดึงเสื้อของซายากะและพยายามจะให้มันหายไปตอนที่เธอกลับขึ้นมาจูบ เธอเองก็ร่วมด้วยและถอดมันออกไปจนได้ ไม่รู้ว่าเสียงหอบหายใจแสนกระเส่าของตัวเองมันดังไปหรือเปล่า เมื่อมือเธอเลื่อนลงไปข้างล่าง ฉันร้องครางจากความเสียวซ่านที่แทรกเข้ามาแทบจะทันที ซายากะเพิ่มจำนวนนิ้ว ฉันยิ่งร้องเมื่อเธอรุกหนักมากขึ้น มือไขว่คว้าหาตัวการที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้จนเจอในที่สุด
         “ซายากะ…” ฉันกำลังจ้องตาคนที่บอกว่าเกลียดฉันในวันนั้น ดวงตาที่ทำให้ฉันรู้สึกมีความหมาย มีตัวตน ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับเป้าหมายคนไหนมาก่อน ฉันรังเกียจคนพวกนั้น ฉันรังเกียจความรู้สึกกับคนพวกนั้นทุกอย่าง
         “เรียกธรรมดาก็ได้ ทำเสียงสั่นอีกแล้วนะ”
         “ก็ใครทำล่ะ”
         ซายากะทำให้ฉันต้องครางอีก เลยรั้งคอเข้ามาจูบด้วยความโหยหา เธอโอบกอดรั้งตัวฉันเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ริมฝีปากที่ฉันต้องการจะครอบครอง อ้อมแขนนี้ที่ฉันไม่อยากให้ปล่อย ความรู้สึกที่ฉันต้องการมีเธออยู่ข้าง ๆ ซายากะเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันจะบ้ากับการกระทำทุกอย่าง ความเร่าร้อน น่าหลงใหล เสียงลมหายใจ
         ซายากะพลิกฉันให้นอนคว่ำไปกับที่นอน และถาโถมร่างกายมาทับฉันไว้ เธอก้มเข้ามาจูบใบหูของฉัน ความร้อนลุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วตัว ฉันจะไหม้อยู่แล้วกับสิ่งที่เธอทำ ซายากะใช้มือเล่นกับส่วนกระตุ้นความเสียว จุดอ่อนของผู้หญิงไปพร้อม ๆ กับเริ่มออกแรงโยกสะโพกอยู่ด้านหลังของฉันอย่างช้า ๆ เนิบนาบหนักแน่น หน้าท้องเนียนที่ซ่อนรูปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเธอ มันกระทบถูไถบันท้ายของฉัน ความแนบชิดที่ฉันรู้สึกกระหายอยากได้มากขึ้นอีก ความอยากได้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความอยากได้ที่ไม่สิ้นสุด ฉันกลับกลายเป็นคนที่หลงอยู่ในวังวนนี้เสียเอง
แค่เธอ…ฉันยอมหมดทุกอย่าง
         ซายากะเพิ่มจังหวะขึ้นไปเรื่อย ๆ ฉันสะท้านมันสั่นไปทั้งตัว อยากครางให้ดัง ๆ แต่เลือกจูบลงบนหลังมือของซายากะตรงหน้าเพื่อซ่อนเสียงนั่นแทน เธอกดมือฉันไว้กับที่นอนจนมันแดงไปหมด จึงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของเราทั้งสองคนกับเสียงผิวหนังที่กระทบกัน
         ซายากะดึงฉันมาด้านหน้าอีกครั้ง ฉันยอมให้เธอยกขาตั้งฉากแต่โดยดี เธอค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาและออกแรงโยก สายตาซายากะที่จ้องฉัน สิ่งที่เราต้องการเหมือนกัน เธอหอบเมื่อเริ่มเพิ่มจังหวะสะโพกขึ้นอีกโดยมีฉันช่วยเอามือรั้งลำตัวเธอเข้ามา มืออีกข้างของฉันกำมือซายากะไว้แน่น ฉันรู้สึกเขินไม่กล้ามองสายตาของซายากะ
         “ทำเป็นเขิน นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย” ฉันตีเธอเบา ๆ ที่แซวแบบนั้น เจ้านายลดจังหวะสะโพกลงก่อนจะนอนหงายไปบนเตียงบ้างโดยดึงให้ฉันขึ้นมานอนทับเธอ ซายากะยิ้มกวน ๆ เธอจับมือฉันให้คลึงไปบนหน้าอกเธอช้า ๆ ฉันก้มไปจูบคนที่ทำท่าทางเชิญอย่างเต็มใจ ซายากะลูบไล้บั้นท้ายก่อนจะมาบดบี้คลึงวนส่วนกระสันเสียวอีกครั้ง ฉันได้แต่ครางอยู่ในลำคอตอนที่จูบกับเธอ เจ้านายสาวทำให้ฉันได้รับความสุขไม่รู้จะกี่ครั้งหลังจากนั้น

         วาตานาเบะ มิยูกิในปัจจุบัน – บนโซฟา
         ฉันโล่งใจที่ซายากะได้รู้ความจริงว่าฉันทำงานให้ใคร มันอึดอัดมากในช่วงหลังที่ฉันรู้แล้วว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเธอ แต่ก่อนไม่เคยรู้จักอ้อมกอดที่อบอุ่นเลย ไม่เคยแคร์อะไร ผู้ชายที่ฉันเคยพบเจอมาล้วนมีเพียงความว่างเปล่า ราวกับอุโมงค์ไม่มีจุดหมายปลายทางที่หนาวเหน็บ
         ซายากะเป็นคนแรกที่ฉันกอดและกอดเพราะมีความรู้สึกร่วม ฉันมักมีปฏิกิริยากับเธอเสมอ เหมือนแรงดึงดูดบางอย่าง แปลกดีที่เรากลับโหยหาต้องการใครสักคน ใครบางคนที่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบ โชคชะตาทำให้เราได้มาเรียนรู้กันและการกระทำของซายากะทุกอย่าง ทำให้ฉันรู้ว่าฉันยังมีความหมาย ฉันยังมีตัวตน
         ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตา เรื่องราวเก่า ๆ มันเศร้าหรือเพราะเรื่องที่กำลังเกิดในปัจจุบันกันแน่นะ อาการปวดตึงตรงบริเวณที่โดนยิงทำให้ฉันขยับตัวลำบาก ตอนนี้ยังมีคนมาแย่งนอนบนโซฟาด้วยกันอีก ทำให้ยิ่งขยับลำบากกว่าเดิม มีคนมาตามเกลียดด้วยการนอนรดหายใจอยู่ตรงต้นคอตั้งแต่เมื่อไรนะ ซายากะทำให้ฉันกลายเป็นคนอ่อนแอไปตั้งแต่ตอนไหน นี่ฉันอ่อนแอได้ถึงเพียงนี้เลยเหรอ…ฉันอยากอยู่กับเธอต่อ
         อยากอยู่ตลอดไป ไม่ได้หรือไง…
         ใบหน้าตอนหลับของคนที่มาแย่งนอนบนโซฟากับฉัน มองเท่าไรก็ไม่รู้สึกเบื่อเลย ฉันชอบมองซายากะอยู่บ่อย ๆ เพราะตื่นเช้ากว่า เธอยังใส่ชุดนอนลายน่ารักเหมือนเคย ฉันเริ่มชินซะแล้วสิ มันไม่เข้ากับเธอเลยนะซายากะ ฉันเอาหน้าแนบลงไปตรงหน้าอกและร้องไห้ ใจหายอย่างบอกไม่ถูก
         ซายากะถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้ว…

         ยามาโมโตะ ซายากะหลายเดือนต่อมา – โรงแรมราคาถูก
         แรงถีบประตูของลูกน้องที่ฉันพามาด้วยทำให้คนในห้องผงะ ทั้งคู่แยกออกจากกันอัตโนมัติ มิยูกิเดินแยกออกไปยืนอยู่ข้าง ๆ เตียงที่ผู้ชายวัยคงไม่เกินสามสิบนอนตกใจอยู่
         “ใส่เสื้อผ้าซะ” ฉันหันไปสั่งมิยูกิและคู่ขาของเธอในคืนนี้ ก่อนจะบอกให้ลูกน้องช่วยเป็นธุระพาผู้ชายคนนั้นไปส่งบ้าน
มิยูกิโดนฉันลากมาจนถึงรถ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันบุกมาขัดเธอแบบนี้ ตั้งแต่ที่ไล่อดีตเลขาออกจากบ้าน ฉันทนไม่ได้ที่เห็นผู้หญิงคนที่กำลังนั่งอยู่บนรถตอนนี้ไปออเซาะผู้ชายหน้าไหนก็ตาม ทนไม่เคยได้สักครั้ง ในรถมีแต่ความเงียบเมื่อฉันเข้ามานั่งฝั่งคนขับ จนมิยูกิต้องเริ่มก่อน
         “คุณควรเลิกทำแบบนี้ได้แล้ว ไม่เบื่อมั่งเหรอ”
         “ไม่เบื่อ ได้ขัดขวางพวกชิมาซากิสนุกจะตาย” ปากแข็งได้ทุกครั้ง ฉันไม่เคยบอกความรู้สึกจริง ๆ ว่าหวงมิยูกิแค่ไหน ฉันแย่แค่ไหนที่ให้เธอออกจากบ้านมาในวันนั้น
         “ตามใจ อยากตามก็ตาม”
         “อย่างฉันตามไม่ปล่อยแน่” มิยูกิส่ายหน้า เธอจะไม่มีทางได้ทำอะไรต่อมิอะไรกับเหยื่อได้ เพราะฉันจะคอยตามไปขวางมันให้หมดทุกคนนั่นแหละ ฉันจะไม่ให้ใครมาแตะ …หัวใจของฉัน
         “หมดธุระแล้วใช่มั้ย”
         “หมดแล้ว” มิยูกิหันมามองยิ้ม ๆ เธอจะยิ้มทำไม มันน่าขำนักหรือไง หรือเธอสนุกได้ที่ปั่นหัวฉันอย่างนี้ จริงสิมิยูกิไม่ได้ปั่นหัวฉัน มีแต่ฉันที่บ้าอยู่คนเดียว เธอทำงานของเธอเหมือนปกติ นั่นมันงานของเธอนะซายากะจำใส่สมองไว้สิ นั่นมันงานของเธอ เราจะไปยุ่งวุ่นวายกับเธอทำไม …ก็มันทนไม่ได้
         “ฉันกลับก่อนนะ” ฉันหันไปมองมิยูกิที่เปิดประตูรถออกไปแต่พักเดียวก็เดินกลับมาเคาะกระจก
         “ลืมบอกอะไรซายากะอยู่อย่างหนึ่ง”
         “ลืมบอกฉัน เรื่องอะไร?” ฉันโดนมิยูกิดึงไปหอมแก้ม
         “น่ารักจัง แต่คนซื่อแบบซายากะตามฉันไม่ทันหรอก…แล้วเจอกันนะคะ” มิยูกิเดินออกไปไม่ไกลฉันจึงเรียกเธอไว้แล้วกวักมือให้เธอมาหา โดยลงมายืนรอด้านนอกรถ
         “ว่าไงคะ”
         ฉันดันร่างมิยูกิไปติดประตูรถเมื่อเธอเดินมาถึงตัวแล้วจูบ เธอจูบตอบแทบจะในทันที ฉันคิดถึงแค่ไหน คิดถึงให้ขาดใจ ฉันก็ยังไม่ยอมพูดว่าคิดถึงเธอ
         “อย่างฉันน่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะตามเธอไม่ทัน เพราะฉันจะทำให้เธอมาหาฉันเอง” มิยูกิขำระหว่างที่กอดฉัน เมื่อได้ยินแบบนั้น
         “นั่นสินะ แม่คนเก่ง”

         หลายสัปดาห์ต่อจากนั้นฉันก็ได้รับรายงานเรื่องเหยื่อรายล่าสุดของมิยูกิ เป็นวิศวกรคุมงานก่อสร้างแห่งหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่งานชุกซะเหลือเกิน ชุกเกินไป หงุดหงิดอีกแล้ว
         คุณยามางุจิไปสืบมาจนรู้แล้วว่าคืนนี้มิยูกิจะไปทำอะไรที่ไหน จึงรีบมารายงานฉันก่อน แต่ระหว่างที่อธิบายรายละเอียดเขาดูยิ้ม ๆ ฉันเลยสงสัยว่ามีอะไร
         “ขอประทานโทษครับ ผมแค่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ”
         “วิศวกรคนนั้นทำไมคะ”
         “ที่แปลกคือคุณครับ คุณยามาโมโตะ”
         “ฉัน?”
         “ถ้าห่วงคุณวาตานาเบะ ทำไมไม่ให้เขาอยู่ที่บ้านล่ะครับ จะให้เขากลับไปอยู่กับพวกนั้นทำไม”
         “เขาเป็นพวกชิมาซากิ…นะคะ”
         “อย่างนี้เองสินะครับ ที่จริงแค่คุณลองถามคุณวาตานาเบะตรง ๆ เรื่องมาอยู่กับเรา ลึก ๆ ต้องดีใจแน่ถ้าคุณทำแบบนั้น”
         “ฉันอยากทำนะคะ แต่ไม่อยากให้เธอคนนั้นต้องรู้สึกผิดที่ทรยศเจ้านายตัวเอง ต้องมีเหตุผลอะไรแน่ที่เธอยอมทำ”
         “เรื่องราวซับซ้อนดีนะครับ เขาเป็นชิมาซากิแท้ ๆ เราต้องเข้าใจเขาขนาดนั้นด้วยเหรอครับ”
         “เรื่องนั้น…”
         “แต่ผมว่าคุณเป็นแบบนี้ก็ดีนะ ขอผมพูดอะไรหน่อยนะครับ คุณอาจไม่รู้ตัวว่าหลัง ๆ ที่คุณวาตานาเบะเข้ามา คุณแสดงความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น ผมก็หายห่วง ทำงานกับคุณมานาน คุณไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย ผมไม่อยากเห็นคุณต้องเป็นแบบนี้ไปตลอด ขอบคุณคุณวาตานาเบะที่เข้ามาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป คุณได้เป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่ใจอยากทำเถอะครับคุณยามาโมโตะ อย่าไปคิดแทนคุณวาตานาเบะ”
         “ขอบคุณนะคะ ฉันจะเก็บไปคิดดูเรื่องให้เขามาอยู่กับเรา”
         “ยังไงคืนนี้เดี๋ยวผมเป็นธุระจัดการให้ครับ” คุณยามางุจิยิ้ม ๆ ก่อนขอตัวไปเตรียมการ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีอีกคนที่คอยเป็นห่วงฉันขนาดนี้

         ช่วงค่ำ
         ฉันนั่งอยู่ในรถโดยมีคุณยามางุจิขับให้พร้อมทั้งติดต่อกับลูกน้องที่สะกดรอยมิยูกิมาจากอีกที่หนึ่งเป็นระยะ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็รู้ว่ามิยูกิอยู่ที่โรงแรมไหน
         คุณยามางุจิได้ลองคำนวณไว้ก่อนแล้วว่าโรงแรมใดที่มิยูกิน่าจะเข้าใช้บริการ อ้างอิงกับร้านที่เธอไปกินข้าวกับผู้ชายเมื่อช่วงเย็น พวกฉันจึงมาถึงโรงแรมดังกล่าวในไม่กี่สิบนาที
         “นี่พวกคุณจะทำอะไร ห้องนั้นมีคนอยู่แล้วครับ” พนักงานของโรงแรมรีบเข้ามาห้ามทันทีเมื่อพวกฉันเดินไปอยู่หน้าห้องของมิยูกิ
         “เปิดประตูให้พวกเราด้วยครับ” คุณยามางุจิยิ้มนิ่ง ขณะที่เอาปืนจ่อพนักงานคนนั้นเอาไว้
         “ดะ ได้ครับ” พนักงานรีบเปิดให้ไม่รอช้าแต่ติดโซ่ที่คล้องเอาไว้ ทำให้คุณยามางุจิต้องออกแรงเองจนโซ่ที่คล้องปลิวไปตามแรงถีบของเขา
         “เฮ้ย อะไรกันวะ” ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ฉันช็อก เธอไม่ได้เปลือยแต่มิยูกิที่นั่งอยู่ข้างเตียงในสภาพใบหน้าถูกทำร้ายจนเป็นรอยช้ำ บาดแผลที่หัวเธอมันทำให้ฉันสั่นเพราะความโกรธจนวิ่งเข้าใส่ผู้ชายคนนั้นทันที
         “ทำอะไรมิยูกิ แกทำอะไรมิยูกิ!” ฉันรัวทั้งหมัดทั้งเท้าใส่จนผู้ชายคนนี้ล้มไปนอนกองกับพื้น ตามเข้าไปกระชากเสื้อขึ้นมา ก่อนจะใช้มือสั่น ๆ คว้าปืนออกมาจากซอง ฉันกำลังจะเหนี่ยวไกลแต่โดนคุณยามางุจิห้ามไว้
         “พาคุณวาตานาเบะกลับก่อนเถอะครับ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง” ฉันยังไม่หายสั่นตั้งสติคุมอารมณ์ที่เดือดพล่านอยู่ข้างใน และเข้าไปประคองมิยูกิ
         ฉันขับรถกลับมาที่บ้านตัวเองทั้งที่เธออยากกลับที่พักของเธอ มิยูกิไม่ยอมไปโรงพยาบาล ระหว่างทางเธอไม่พูดไม่บ่นอะไร ฉันได้แต่ลอบมองร่องรอยบาดแผลเหล่านั้น รู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก
         เมื่อหัวใจถูกทำร้าย ความเจ็บปวดเป็นแบบนี้นี่เอง …

         ฉันค่อย ๆ พาเธอมาบนชั้นสองมิยูกิปฏิเสธเมื่อฉันจะเช็ดตัวให้และขอไปอาบน้ำ ฉันมานั่งนึกถึงเรื่องที่เคยพูดคุยกับมิยูกิในห้องนอนเมื่อตอนนั้น เข้าใจแล้วว่าเธอรู้สึกยังไงเมื่อฉันโดนทำร้าย เพราะมันไม่ใช่แค่ฉันที่เจ็บ วันนั้นมิยูกิเองก็คงเจ็บเหมือนกัน
         “ซายากะ คิดอะไรอยู่เหรอ” ฉันเอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา มิยูกิอาบน้ำเสร็จแล้ว
         “ร้องไห้เหรอ ฉันไม่ได้เป็นอะไรนะ ดูสิ” มิยูกิทำเสียงร่าเริงและหมุนตัวให้ดูก่อนจะเข้ามากอดปลอบ
         “ทำแผลก่อนเถอะ” มิยูกิยอมนั่งให้ฉันทำแผลแต่โดยดี
         มิยูกิเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น วิศวกรคนนั้นเป็นพี่ชายของเหยื่อคนหนึ่งที่เธอเคยไปยุ่งเกี่ยวด้วย เขาจงใจทำให้ตัวเองได้ทำงานบริษัทดัง ๆ พยายามทุกทางเพื่อให้เป็นที่สนใจของชิมาซากิกรุ๊ป จะยังไงก็ได้ รอโอกาสให้มิยูกิมาติดกับ จุดประสงค์ก็คือต้องการแก้แค้นให้น้องชายที่ฆ่าตัวตายไป
         “มาอยู่กับฉันดีกว่ามั้ยมิยูกิ” ฉันไม่อยากเห็นมิยูกิในสภาพนั้นอีกครั้งเลยจริง ๆ หลังจากทำแผลเสร็จเราสองคนก็นอนนิ่งอยู่บนที่นอน ที่จริงฉันมีเรื่องมากมายอยากจะบอกมิยูกิ อย่างเช่นคิดถึง เสียใจ โมโห เจ็บปวด ความรู้สึกมากมายที่ฉันรู้สึก แต่ก็ไม่ได้พูดไป
         “ใจฉันอยู่กับซายากะเสมอ แต่ตัวฉันคงจะอยู่ที่นี่ลำบาก”
         “นึกแล้วว่าต้องตอบแบบนี้”
         “แต่ว่าจะขอซายากะอยู่พักฟื้นที่บ้านนี้สักพักได้มั้ยล่ะ” ฉันหันไปดึงอีกคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ เข้ามากอด
         “ถ้าจะอยู่บ้านนี้ก็ช่วยหายไว ๆ ด้วยล่ะ มันรกหูรกตาฉันแค่ไหนรู้มั้ยเธอน่ะ”
         “หายไวจะได้กลับไปทำงานไว ๆ จะดีเหรอแบบนั้น”
         “ดีสิ ดีอยู่แล้ว”
         “คงไม่เห็นซายากะมาตามดักเวลาฉันทำงานหรอกนะ”
         “เธอทำงานของเธอ ฉันก็ดำเนินชีวิตตามปกติของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกันนี่”
         “โกหกไม่เนียนเลยนะคะ คุณน่ะ” มิยูกิหัวเราะอย่างรู้ทัน

         แต่ก็นั่นแหละความสุขที่ได้มีมิยูกิอยู่ข้าง ๆ มักผ่านไปไวเสมอ เธอออกไปจากบ้านไปในช่วงเวลาไม่ถึงอาทิตย์โดยไม่ลาสักคำ พอสะสางงานเสร็จฉันจึงมาดักรอหวังจะคุยกันให้รู้เรื่อง
แต่ลึก ๆ แล้วฉันอยากเห็นหน้าเธอมากกว่า

         “ไปทำอะไรกับผมมาน่ะ” นั่นเป็นประโยคแรกที่หลุดจากปากมิยูกิ เธอมองผมหน้าม้าที่ฉันเพิ่งไปให้ช่างตัดให้ จนรู้สึกเสียความมั่นใจ
         “ถามทำไม”
         “ไม่มีอะไรค่ะ” มันต้องมีอะไรแน่ แต่ฉันก็ไม่อยากซักต่อซะด้วย แค่ตัดหน้าม้าเพิ่มนิดหน่อยหน้าเลยแปลกไปเท่านั้นเอง
         “เรื่องของผมฉันเถอะน่า ว่าแต่เธอน่ะ…ทำงานอ่อยผู้ชายมาก็เยอะ ยังอยู่บ้านเล็กแบบนี้อีกเหรอ” มิยูกิอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่ทำงานกับฉัน จำได้ว่าเคยให้คนมาสืบ
         “คิดอยู่เหมือนกันว่าจะอ้อนยามาโมโตะสักคนให้ช่วยซื้อแมนชันให้” เจ้าของบ้านกวนประสาทก่อนชวนให้ฉันเข้าไปด้านใน ทำท่าไม่ทุกข์ร้อนเหมือนที่ชอบทำ
         “ยังบริการไม่ดี ใครจะซื้อให้”
         บ้านหลังเล็กของมิยูกิจัดโซนอย่างเป็นระเบียบด้วยเพราะพื้นที่จำกัด ชั้นหนึ่งเป็นทั้งห้องนั่งเล่น โซนห้องครัวและมุมที่มีโต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ ตั้งอยู่
         “ว่าแต่ซายากะมีธุระอะไรกับฉันเหรอ” ฉันเดินตามมิยูกิเข้ามายืนตรงหน้าเคาน์เตอร์สีขาวสะอาดตา เธอกำลังรินน้ำส้มใส่แก้วให้
         “ไม่ได้มีธุระอะไร” ทำยังไงกับคนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวดี
         “คิดถึงฉันล่ะสิ อะนี่” ฉันรับน้ำส้มจากมิยูกิมาดื่ม มิยูกิตั้งใจชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนที่ฉันจะได้จูบเจ้าของบ้านให้หายคิดถึง โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นแยกเธอออกไปที่โซฟาหน้าทีวีแบบติดผนังในโซนที่จัดเป็นห้องนั่งเล่น
         “คืนนี้เหรอคะ ฉันก็ไม่ได้มีนัดที่ไหนนะ” ฉันหันไปมองมิยูกิซึ่งกำลังหัวเราะกับโทรศัพท์คิกคัก จึงเลี่ยงไปนั่งรอที่โต๊ะสำหรับกินข้าว
         “เพิ่งมาถึงบ้านค่ะ” รู้ว่าการแอบฟังมันไม่ดี พยายามจะไม่ฟังว่าพูดอะไรกัน แต่ก็ได้ยินอยู่ดีด้วยพื้นที่แค่นี้
         “ไปได้หรือเปล่าน้า”
         “ไปกินข้าวอย่างเดียวเองครับ ไม่นานหรอก นะ” ประโยคนี้ฉันได้ยินชัดเจนเพราะมิยูกิเข้ามาอยู่ข้าง ๆ เธอเอาโทรศัพท์มาแนบกับหูฉัน เหมือนอยากให้ได้รับรู้การสนทนานี้ด้วย ยั่วกันชัด ๆ เลยนี่
         “ขอเวลาฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าสักนิดนะคะ” ฉันมองมิยูกิที่เดินขึ้นชั้นสองไป ในใจมันกระวนกระวาย ก็ฉันไม่อยากให้เธอไป ไม่อยากให้ไปไหนทั้งนั้น แต่ควรจะทำยังไงดี
         ฉันเดินขึ้นบันไดมาที่ชั้นสองหลังจากนั่งคิดได้แล้วว่าจะพูดอะไร แต่แล้วก็ตัดสินเดินลงกลับมานั่งที่เดิม พักใหญ่ที่ฉันสงบสติอารมณ์ได้ มิยูกิเดินลงมาในชุดสบาย ๆ รวบผมยาวสีน้ำตาลอ่อนไว้ด้านหลัง เธอดูดีมากในเสื้อเข้ารูปสีดำกับกระโปรงยาวสีเทา ไปกินข้าวแค่นี้แต่แต่งซะสวยจนฉันหงุดหงิด
         “ฝากบ้านด้วยนะซายากะ”
         “อ่า”
         “ไปนะ”
         “มิยูกิ”
         “ว่าไง”
         “ฉันขอไปนอนบนห้องได้หรือเปล่า”
         “ได้สิ ฉันฝากบ้านให้ซายากะดูแลแล้วนี่ รบกวนด้วยนะ”
         ฉันเดินขึ้นมาที่ห้องนอนของมิยูกิ แล้วล้มตัวบนเตียงซึ่งอยู่มุมในของห้องขนาดไม่ใหญ่มากนัก คนที่ฉันควรจะรั้งเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ทำออกจากบ้านไปแล้ว
กลิ่นหอมนี้มันหอมเหลือเกิน

         “ซายากะ” มิยูกิยืนอยู่ข้างเตียง ฉันแปลกใจนิดหน่อย
         “ทำไมกลับมาเร็วจัง” ลุกขึ้นนั่งดูนาฬิกาข้อมือ นี่เธอไปยังไม่ถึงยี่สิบนาทีเลย
         “เด็กน้อย เธอนี่มันร้ายจริง ๆ เอาโทรศัพท์ฉันมาเก็บไว้ใช่มั้ย”
         “โทรศัพท์ของมิยูกิเหรอ…ไหนล่ะ?”
         “อ๋อจะเล่นแบบนี้งั้นสิ” ก็จนกว่าเธอจะหาโทรศัพท์เจอนั่นแหละ ฉันถึงจะยอมรับว่าฉันแอบหยิบมาตอนที่เธอไปอาบน้ำ ระหว่างนี้ก็กอดอกนั่งยิ้มรอดูท่าทีของอีกคน
         “ขอค้นตัวหน่อย” ฉันยกมือทำท่าทางว่าตามสบาย มิยูกิจึงค่อย ๆ เข้าค้นตามร่างกายแต่ไม่เจออะไร
         “แต่งตัวดีนะวันนี้…ดีเกินไป ไม่ค่อยปลื้ม” ฉันไม่ยอมปล่อยให้ผู้หญิงที่เพิ่งเข้ามาออกห่างตัวเอง จึงดึงมิยูกิเข้ามาใกล้ ๆ และเริ่มสำรวจร่างกายของมิยูกิบ้าง เริ่มจากการดึงกระโปรงยาวสีเทาที่อยู่ตรงหน้าออกช้า ๆ
         “นั่นจะทำอะไรน่ะ”
         “เธอค้นตัวฉัน ฉันก็ค้นตัวเธอ แฟร์ ๆ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย” ฉันเงยหน้ามองคนที่เพิ่งโดนปลดกระโปรงลงไปกองที่พื้น พร้อมทั้งลากมือไปตามชั้นในรัดรูปสีดำ แล้วเริ่มจูบเบา ๆ ผ่านชั้นในเพื่อกระตุ้นบรรยากาศ
         “ซายากะ…จะค้นอะไรคะ” มิยูกิถามเสียงสั่นเมื่อฉันเริ่มปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ปิดบังส่วนล่างของเธอออกแล้วปาไปไหนสักที่ในห้องนอน
         “ค้นว่า…ทำยังไงเธอถึงจะอยู่กับฉันคืนนี้” ฉันมองเธอรู้สึกว่าจะทำสายตาอ้อนใส่ไปนิดหน่อย มิยูกิยอมเข้ามานั่งคร่อมบนตักอย่างว่าง่าย เสื้อเข้ารูปสีดำของเธอโดนปลดเป็นชิ้นต่อมา ฉันกดหน้าลงไปบนหน้าอกเนียนที่ซ่อนอยู่ใต้ยกทรงซีทรูสีดำ พร้อมกับเอื้อมมือไปปลดตะขอด้านหลัง
         “ก็อยู่กับซายากะแล้วนี่ไง ทำเป็นอ้อน…น่ารักนะเรา” มิยูกิทำให้ฉันพูดไม่ได้ ริมฝีปากที่ชอบที่สุด ลิ้นของเธอยังซุกซนเหมือนเคย เธอช่วยถอดเสื้อยืดและยกทรงของฉันออกให้ ฉันถอนริมฝีปากออกมากดร่างมิยูกิผู้เปลือยเปล่านอนไปบนเตียง
         ฉันใช้ส่วนรับรสชิมผิวขาวนวลของมิยูกิอย่างช้า ๆ ไล่เรียงจากต้นคอลงมาจนถึงหน้าอกและดูดดุนชิมยอดปทุมถัน แถมด้วยการเลียวนปลายยอดอกให้อีกคนครางเล่น
         “มิยูกิ…คืนนี้อยู่กับฉันเถอะนะ” ฉันลงมาจากเตียงเพื่อถอดกางเกงยีนของตัวเองออก เมื่อเห็นมิยูกิพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าตกลง ฉันนั่งลงไปบนพื้นข้าง ๆ เตียง สองมือยันขาของมิยูกิให้แยกจากกันก่อนจะเริ่มลิ้มลองรสหวานของน้ำดอกไม้ ฉันส่งปลายลิ้นละเล็มไล่เรียงไปตามร่องกลีบดอกไม้ มิยูกิครางไม่หยุดเมื่อโดนดูดดุนที่ปุ่มกระสัน สลับกับการบดบี้จากฉัน
         “ร้องดัง ๆ กว่านี้ก็ได้นะ”
         “ซายากะ อย่าแกล้งกันสิ อ๊า…” ร่างบางเริ่มอยู่ไม่สุข มือไม้ป่ายปัดไปทั่ว ฉันตามขึ้นไปบนเตียงก่อนที่มิยูกิจะร้องดังไปมากกว่านี้ หลังใช้สองนิ้วสอดเข้าไปในกายเธอจนสุด ก็จูบเธอและส่งลิ้นไปปิดเสียงครางแสนเซ็กซี่ของอีกคนไว้
         “เธอทำตัวไม่เหมาะสมให้ฉันต้องห่วงอยู่เรื่อย วันนี้ขอคิดบัญชีละกัน”
         “หลายวันก่อน ไม่ได้เพิ่งคิดไป…หรอกเหรอ” มิยูกิพยายามคุมเสียงกระเส่าของตัวเองให้เรียบเฉย แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรมากนัก เธอในตอนนี้เย้ายวนกับฉันมาก เลยชักนิ้วเข้าออกช้า ๆ
         “นิสัยไม่ดีแบบเธอ คิดวันเดียวมันพอที่ไหนล่ะ”
         “ถ้าซายากะมัวแต่เล่นอยู่ฉันจะไปหาโทรศัพท์ต่อแล้วนะ” มิยูกิเธอเอาจริงเหรอ ฉันนึกว่าทำให้อีกคนเลิกคิดเรื่องนั้นไปได้แล้วแต่เธอขยับตัวออกไปจนฉันไม่รู้สึกถึงความชื้นลื่นที่สองนิ้ว เลยกระชากมิยูกิเข้ามาอยู่ในการควบคุมอีกครั้ง
         “ไม่เล่นก็ได้ค่ะ” ฉันสอดตัวเองให้ต้นกำเนิดความเปียกชื้นของเราแนบกัน แล้วขยับโยกสะโพกช้า ๆ หนึ่งมือดึงอีกคนเข้ามาให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น
         มิยูกิหน้าแดงก่ำ เริ่มหายใจถี่กระชั้นเมื่อฉันเร่งขยับสะโพกเร็วขึ้น โดนเธอจิกเล็บลงบนแขนที่ยันไว้กับเตียงเหมือนทุกครั้ง เธอเด้งสะโพกตอบโต้กลับมา ตอนนี้มิยูกิเริ่มเป็นเด็กว่าง่ายแล้ว ฉันจูบให้รางวัลในขณะที่ยังออกแรงกระแทกสะโพกไม่หยุด รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่เยิ้มไปทั่ว
         “อื้ม…อ” มิยูกิดันฉันขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง รอยยิ้มขี้เล่น รอยยิ้มของคนชอบยั่วปรากฏขึ้นให้เห็นก่อนจะโดนเธอจูบอย่างโหยหา ฉันก้มหน้ากดริมฝีปากลงไปกับคนคนนั้น เธอต้องการฉันมาก ฉันรู้ว่ามิยูกิเริ่มเบรกอารมณ์ตัวเองไม่ไหวแล้ว
         ฉันก็เหมือนกัน…
         ฉันดึงขาของมิยูกิเข้ามาแล้วปรับท่าทางให้สะโพกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมอีกครั้ง ก้นนิ่มนวลดึงดูดให้ฉันลูบไล้อยู่ไม่ขาด คราวนี้เป็นมิยูกิที่เริ่มขยับสะโพกเข้าหาฉันก่อน เธอมองความเปียกแฉะไม่วางตาแล้วขยับสะโพกแรงขึ้น
         ผู้หญิงนิสัยไม่ดีต้องการกันมากขนาดนี้ฉันจะขัดเธอได้ยังไง เมื่อเริ่มตอบโต้กับสะโพกงอนนั้นบ้าง มิยูกิเอียงตัวเพื่อให้ฉันขยับโยกสะโพกได้ถนัดยิ่งขึ้น เธอซบหน้าลงกับไหล่ของฉัน
         ความเย้ายวนของมิยูกิอันตรายตลอดเวลา ช่างเชื้อเชิญให้ลิ้มลองไม่รู้จบ ฉันกดเธอลงไปนอนกับเตียงอีกครั้งแล้วตามเอาตัวสอดเข้าไปอย่างเคย มิยูกิถ่างขาแล้วเกี่ยวกับสะโพกฉันเอาไว้ มือบางคนข้างล่างประคองหน้าของฉันเข้าไปจูบอย่างเร่าร้อน และส่งลิ้นเข้ามาทักทาย รู้สึกว่ากำลังโดนเธอหลอกล่อ
         “นี่ซายากะ”
         “หะ ห๊า…” กลายเป็นฉันที่เริ่มเสียงกระเส่าซะเอง ให้ตายเถอะ เมื่อมองมิยูกิที่หอบ หน้าแดงตรงหน้าฉันยิ่งอารมณ์เตลิด
         “มีอะไรอยู่ใต้หมอนด้วยนะ” มิยูกิชูโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ดูเสียงสั่น แต่ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ หลักฐานชิ้นสำคัญ
         มิยูกิเจอมันแล้ว…
         “จะไปเลยมั้ยล่ะ” ฉันว่าพลางนึกโกรธ
         “โทรศัพท์ใครก็ไม่รู้สิ” มิยูกิโอบรัดฉันเข้าไปกอดไม่ยอมปล่อยให้ฉันถอยออกมา เธอโยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนที่นอนดื้อ ๆ แล้วขยับสะโพกส่งสัญญาณให้ฉันทำสิ่งที่ยังค้างคาให้เสร็จ
         “ซายากะ”
         “อะไรอีกล่ะ”
         “ซายากะเจอสิ่งที่หาหรือยัง”
         “ไม่เจอ สงสัยคืนนี้ต้องเค้นให้หนัก” มิยูกิยิ้มขณะที่ฉันเลื่อนมือไปลูบไล้ผมสีน้ำตาลอ่อนแล้วกดหัวของเธอไว้กับอีกมือที่ช้อนบั้นท้ายงอนเพื่อเป็นที่ยึด คนตรงหน้าลูบแก้มฉันแผ่วเบา สายตาห่วงหาของมิยูกิชโลมหัวใจฉันให้อบอุ่นได้เสมอ
         เมื่อเริ่มกระแทกสะโพกโยกย้ายถูไถ…ฉันปล่อยให้มิยูกิร้องครวญครางอย่างที่เธออยากทำ ลมหายใจอุ่น สั่นระทวยที่รดหน้าอยู่บอกฉัน…ว่าเธอต้องการอะไร ฉันเร่งจังหวะสะโพก เสียงผิวกายเรากระทบกันดังเป็นจังหวะซ้ำไปซ้ำมา
         จนกระทั่ง…
         เห็นมิยูกิเกร็งไปทั้งตัว…
         และฉันที่ตามมาหลังนั้น เมื่อรู้สึกถึงการบีบรัดเป็นจังหวะภายในร่างกายตัวเอง

         ถึงแม้มิยูกิจะโดนทำร้าย แต่เธอไม่ยอมหยุดงาน ฉันจึงคอยไปขวางมิยูกิเท่าที่จะทำได้เหมือนเดิม หรืออาจะเรียกว่าแทบทุกครั้ง เธอบ่นว่าฉันทำไปทำไม แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อนมากมายที่โดนขัดขวาง เธอเองดูมีความสุขดี
         และวันหนึ่งเธอก็โทรเข้ามา น้ำเสียงดูกระวนกระวายใจ พอถามว่ามีอะไรเธอก็รีบบอกฉันให้เตือนพี่ชาย มิยูกิแอบไปสืบเรื่องสายที่ยังอยู่ที่ยามาโมโตะคอมพานีคนนี้ลับ ๆ ในระหว่างที่ทำงานให้ชิมาซากิหลังจากโดนฉันตะเพิดออกจากงานเลขา เธอบอกว่าสายคนนี้เก็บข้อมูลละเอียดมากและจะส่งผลร้ายแน่หากคนคนนั้นยังคงแฝงตัวอยู่
         “นี่อาจเป็นเรื่องที่ฉันตอบแทนให้ซายากะได้”
         “ทำแบบนี้เดี๋ยวก็โดนเก็บหรอก”
         “อย่างน้อยก่อนโดนเก็บ ขอให้ได้ช่วยเธอ ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก”
         “มิยูกิ”
         “หืม?”
         “ต่อไปมาอยู่กับฉันได้แล้วใช่มั้ย” หัวใจเต้นตึกตักรอคำตอบจากปลายสาย ถึงฉันจะรู้ว่ามันอันตรายขนาดไหนที่เธอสืบเรื่องนี้ แต่ถ้า…ถ้าเรื่องราวเหล่านี้จบลง ที่คิดเอาไว้ว่าอยากอยู่กับเธอก็ไม่เกินฝันสิ
         “จะได้อยู่หรือเปล่านะ คิดว่าคุณหนูชิมาซากิกับโยโกยามะคนนั้นจะไม่รู้เรื่องที่ฉันทำเหรอ”
         “ฉันไม่สนสองคนนั้น ฉันสนแค่เธอ ตอบมาสิ”
         “ฉันอยากอยู่กับซายากะนะ ให้ฉันไปอยู่ด้วยนะ” หัวใจพองโตทันทีกับคำตอบของมิยูกิ ฉันต้องพาเธอมาอยู่ด้วยให้ได้
         “ซายากะ ฉัน” มิยูกิพูดด้วยเสียงสั่นเครือ…เธอเองก็คงดีใจเหมือนกันกับฉัน
         “ฉัน…รู้สึก…ว่ามันอาจจะไม่ทัน อยากอยู่ดูแลเธอให้มากกว่านี้จัง…” หัวใจที่เคยรู้สึกพองโตกลับกลายเป็นความหวาดกลัวเมื่อมิยูกิเงียบเสียงไป
         “มิยูกิ” เธอต้องตอบกลับมาสิ คนกวนประสาทแบบเธอคิดจะเล่นอะไรหลอกฉันอีกล่ะ แต่
         “คุณหนูครับ คุณชิมาซากิได้ยินผมมั้ยครับ ผมไม่ค่อยได้ยินเสียงคุณหนูเลยครับ”
         “เฮ้ย แกเป็นใคร ทำอะไรมิยูกิ ตอบฉันมาสิ!”
         “ลาก่อนนะ…” เป็นเสียงสุดท้ายที่เบามากของเธอ
         “มิยูกิ!”
         “ครับผมยิงไปสามนัด ไม่มีใครได้ยินแน่นอนครับ ทุกอย่างเรียบร้อยดี อะไรนะครับ…”
ปลายสายตัดไป

         ทุกอย่างตื้อไปหมด ฉันตรงไปยังบ้านของมิยูกิทันที แต่ก็ไม่พบใครที่นั่น โทรเข้ามือถือก็ไม่มีใครรับ
เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันได้คุยกับมิยูกิ…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
Fanfic … | เลขามาเฟีย บทที่ 3 – (SayaMilky)✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s