Fanfic … | เลขามาเฟีย บทที่ 4 END – (SayaMilky)

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

         บทที่ 4
         ชิมาซากิ ฮารุกะ – ชิมาซากิกรุ๊ป
         ฉันหันมองหาคนสนิทที่มักจะต้องอยู่ข้าง ๆ ฉันเสมอในเวลาแบบนี้ จนกระทั่งลูกน้องที่คอยรักษาความปลอดภัยให้ต้องเข้ามาบอก
         “วันนี้คุณโยโกยามะติดธุระด่วน จึงให้ผมรีบพาคุณกลับบ้านและนี่เอกสารจากโรงพยาบาลครับ”
         ฉันรับเอกสารนั้นจากเขาและขึ้นไปนั่งบนรถ วาตานาเบะรอดมาได้อย่างเหลือเชื่อ ถึงตอนแรกฉันจะสั่งเก็บลูกน้องมือดีคนนี้ก็ตาม ตอนหลังเปลี่ยนใจว่าจะเก็บเธอเอาไว้สำหรับเล่นกับยามาโมโตะ ยุยบอกว่าสิ่งที่ทำร้ายยามาโมโตะ ซายากะได้ก็คือวาตานาเบะ มิยูกิ
         หากเอาเธอมาบีบเรื่องธุรกิจกับฝั่งนั้น อาจได้เห็นอะไรสนุก ๆ
         ช่วงหลังวาตานาเบะแอบสืบเรื่องสายที่ยังคงแฝงตัวอยู่ที่ยามาโมโตะคอมพานี และเธอกำลังจะเอาข้อมูลไปบอกยามาโมโตะ ซายากะ ฉันจึงได้ส่งคนไปจัดการ
วาตานาเบะโดนยิงเข้าจัง ๆ และบาดเจ็บมาก แต่เพราะฉันเปลี่ยนแผนนิดหน่อยก็เลยให้พามารักษาตัว เธอจึงนอนไม่ได้สติอยู่จนทุกวันนี้ เป็นเรื่องที่ฉันสั่งให้ปิดเอาไว้เป็นความลับ ปล่อยให้พวกยามาโมโตะเข้าใจว่าวาตานาเบะไม่รอด
         เมื่อมาถึงบ้านก็รีบเคลียร์ทุกสิ่งอย่างเพราะอยากจะนอนเต็มแก่ วันนี้ต้องอดทนนั่งฟังการประชุมที่น่าเบื่อและแสนเซ็ง ปกติต้องมียุยคอยช่วยจัดการให้เสมอ
         “ทำไมทำหน้าเบื่อ ๆ แบบนั้นล่ะคะ วันนี้มือขวาไม่อยู่เหรอคุณชิมาซากิ” ฉันตกใจมากแต่เก็บท่าทีเอาไว้ เมื่อหันไปเห็นยามาโมโตะ ซายากะนั่งอยู่ที่เตียง ไม่เคยมีใครนอกจากยุยที่เข้ามาในห้องฉันได้ ถึงจะพยายามมองหาอาวุธสำหรับป้องกันตัว แต่ตอนนี้มันอยู่กับผู้หญิงคนนั้นหมดแล้ว
         “มาคุยกันหน่อยดีมั้ย” ยามาโมโตะเข้ามาลากฉันแล้วเหวี่ยงไปบนเตียง ก่อนจะตามมานั่งตรงหน้า เธอปลดอาวุธทั้งหลายวางไว้ห่างจากตัวเอง ไม่มีความตื่นกลัวใด ๆ จากผู้หญิงตรงหน้าฉัน
         “บุกมาแบบนี้ กล้ามากนะ กล้าทำแบบนี้เพราะวาตานาเบะอย่างนั้นเหรอ”
         “รู้ตัวอยู่เหมือนกันนี่นา แต่เปล่าหรอกฉันน่ะ…อยากมาดูหน้าเจ้านายเลว ๆ บางคนเท่านั้นแหละ อยากจำหน้าเอาไว้สักหน่อย ว่าเป็นคนแบบไหน ถึงได้…” ยามาโมโตะสูดลมหายใจและเลี่ยงที่จะพูดต่อ
         “จะโทษฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ งานพวกนี้วาตานาเบะเต็มใจทำ ผู้หญิงแบบนั้นจะมีค่าอะไร เละเทะไปไม่รู้เท่าไร อีกอย่างจะอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว” ยามาโมโตะสีหน้ากระตุกไป คงคิดว่าวาตานาเบะตายไปแล้วจริง ๆ
         “เพราะไร้ค่า ถึงจะเก็บไปก็ไม่เป็นไรอย่างนั้นสิ”
         “วาตานาเบะรู้ความลับมากไปและกำลังคิดทรยศฉัน มันก็สมควรแล้วนี่”
         “วาตานาเบะคงเป็นแค่สิ่งไร้ค่าสำหรับเธอน่าดู แต่รู้มั้ยเขาอาจะเป็นยิ่งกว่าดวงใจของใครอีกคน เหมือนกันกับที่ฉันรู้สึกกับเธอ และที่โยโกยามะรู้สึกกับเธอ” แววตาและคำพูดของยามาโมโตะ ซายากะเริ่มทำให้ฉันรู้สึกระแวง
         “เธอทำอะไรยุยหรือเปล่า”
         “เป็นห่วงเขาเหรอ ถ้าเขาตายโดยที่ไม่ได้บอกลากัน มันคงเป็นอะไรที่เจ็บปวดสินะ เหมือนที่ฉันโดนมาไงล่ะ”
         “เอาสิ ฆ่าฉันได้เลย แต่วาตานาเบะก็ไม่ฟื้นมาหรอกนะ” แกล้งหัวเราะสะใจเพื่อยั่วอารมณ์ของอีกฝ่าย สายตาฉันเล็งไปที่อาวุธ ฉันรอจังหวะที่ยามาโมโตะฉันจะหันไปคว้ามันมา
         “โยโกยามะไม่ได้สอนเหรอว่าอย่ายั่วโมโหคนไม่ดูกาลเทศะ โดยเฉพาะคนแบบฉัน”
         “ฉันยั่วอะไร”
         “ฉันนึกได้อย่างหนึ่งเมื่อกี้นี้เอง ต้องขอบใจเธอ เอ๊ะเธอบอกว่ายังไงนะ ถ้าเธอตายมิยูกิก็ไม่ฟื้นขึ้นมาสินะ อ่า…ชิมาซากิคะ เธอห้ามตายนะ ทนอยู่กับชีวิตนี้ต่อไปก่อน แบบตายทั้งเป็นน่ะ”
         ฉันพยายามดิ้นเมื่อโดนยามาโมโตะจูบ และปัดมือที่กำลังดึงเสื้อคลุมชุดนอนฉันออก มันไม่ได้ผลเมื่อฉันเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า บางอย่างมันไม่ถูกต้อง แค่ได้อยู่ใกล้ ๆ ฉันแค่ได้อยู่ใกล้ ๆ เท่านั้น…
         ลึกลงไปที่ฉันรู้สึกว่าต้องการเธอ
         ยามาโมโตะยุ่มย่ามกับหน้าอกของฉันไม่พอ เธอลูบไล้มืออีกข้างไปตามต้นขา ฉันหมดแรงจะต่อต้านทั้งที่ตอนแรกปัดป้องเต็มที่ พยายามจะสู้แรงเธอ ตัวเล็กแบบนี้แต่กลับแข็งแรง
         ผู้หญิงที่กำลังคร่อมฉันอยู่คนนี้เอามือใส่เข้ามาจนฉันร้องครางและสู้กับมือนั่น ยามาโมโตะโถมตัวเข้ามาจูบและส่งลิ้นมานัวกับฉัน เป็นความรุนแรงที่มีเสน่ห์จนห้ามใจไม่ได้ ก่อนที่เธอจะผละจากการจูบอย่างหนักหน่วงไปถอดกางเกงของตัวเองออก เผยให้เห็นขาเรียวขาว
         ฉันหยุดตัวเองจากสัมผัสของศัตรูคนนี้ไม่ได้ ยามาโมโตะทำให้ฉันคล้อยตามและโยกสะโพกไปตามจังหวะของเธอ ฉันควรจะหยุดสิ ฉันทำอะไรอยู่ ฉันจะดึงผู้หญิงคนนี้มาจูบทำไม
         เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลุกฉันจากภวังค์ ฉันกำแขนของยามาโมโตะไว้แน่น เธอไปถึงโทรศัพท์ได้ แล้วหยิบเอามาอวด
         “ดูสิใครโทรมา…ยุยจังล่ะ” รอยยิ้มชั่วของยามาโมโตะทำให้ฉันพุ่งเข้าไปจะแย่งโทรศัพท์มา แต่โดนผลักจนล้ม
         “ยามาโมโตะค่ะ…เอ๋นี่โทรศัพท์ของชิมาซากิหรอกเหรอ ขอโทษทีไม่ทันได้ดูน่ะ แบบว่าฉัน ห๊าทำอะไรน่ะเหรอ ไม่รู้สิแต่ตอนนี้คุณชิมาซากินอนเปลือยตัวแดง หอบใหญ่เลย คงมีอารมณ์…เมื่อกี้ครางด้วย” เห็นยามาโมโตะมองกลับมาด้วยสายตารังเกียจแล้วฉันก็ชาไปทั้งตัว
         “รีบกลับมาดูแลเขาหน่อยนะ อารมณ์ค้างอยู่แล้วล่ะ ฉันยังไม่ทันจัดหนักเลยค่ะ” ยามาโมโตะวางสายไป ฉันไม่รู้ว่ายุยพูดอะไรบ้าง ยามาโมโตะ ซายากะ เธอ…
         “คนอย่างเธอต้องตายไปซะ คิดแบบนี้อยู่รึเปล่าชิมาซากิ เธอเต็มที่ได้เลยฉันรออยู่ แต่อย่างหนึ่งขอพูดอะไรหน่อย…ฉันต้องมาเปลืองตัวกับเธอ ทำอะไรต่อมิอะไรกับเธอนี่ขยะแขยงชะมัด ลีลาฉันโอเคอยู่นะ เธอคงเคลิ้มน่าดู เอ้อ…นี่ฉันเกือบลืมแน่ะ”
         แรงจากฝ่ามือของยามาโมโตะทำให้ฉันได้ลิ้มรสคาวของเลือด เธอลากฉันลุกขึ้นมาลงมือทำร้ายฉันด้วยการชกหน้าอยู่หลายครั้ง และทรุดลงไปนอนจุกที่พื้นเมื่อโดนต่อยที่ท้อง
         “นี่คือครึ่งหนึ่งของที่มิยูกิได้เจอ เธอรู้มั้ยว่าบางครั้งมันไม่ใช่แค่มีอะไรกันแล้วจบ ไอ้งานบัดซบที่เธอสั่งน่ะ มันทำร้ายคนอื่นมากขนาดไหน เธอเคยรู้บ้างรึเปล่า เธอมันช่างไร้ค่าที่เป็นได้แค่ของเล่น ที่ฉันจะทำอะไรระยำกับเธอก็ได้ เหมือนที่พวกนั้นทำอะไรระยำกับมิยูกิความรู้สึกที่โดนทำร้ายก็ด้วย ฉันขยะแขยงผู้หญิงแบบเธอจริง ๆ” ผู้บุกรุกออกไปแล้ว ไม่รู้สึกเจ็บที่แผลจากการโดนทำร้ายเลย แต่ฉันเจ็บที่โดนกระทำแบบนั้น เพราะวาตานาเบะ มิยูกิอย่างนั้นเหรอ
         ฉันนั่งคิดซ้ำไปซ้ำมาเรื่องทราม ๆ จากฝีมือของยามาโมโตะอยู่ข้างเตียง รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเช้าที่ยุยเข้ามากอด
         “ขอโทษนะพารุ ฉันมาเร็วสุดได้แค่นี้” สิ่งเดียวในตอนนี้ที่ฉันพึ่งพาได้ ยุยเท่านั้นคือความจริงที่ทำให้ฉันรู้สึกตัว
         “ยุย…”
         “รอยนี่คงเจ็บน่าดู” ยุยเข้ามานั่งข้าง ๆ ก่อนจะสำรวจร่องรอยตามร่างกายที่เกิดจากฝีมือยามาโมโตะ
         “ยุย ฉัน…รู้สึกว่าตัวเองหักหลังยุย ฉันน่ะเผลอตัวไปชั่วขณะหนึ่ง เหมือนฉันเต็มใจไปกับยามาโมโตะ” ยุยยิ้มและมองรอยอื่น ๆ นั่นเป็นเรื่องแรกที่ฉันอยากสารภาพกับเธอว่าฉันเคลิ้มไปกับเกมสวาทของผู้หญิงที่ชื่อยามาโมโตะ
         “ก็สมควรหรอกนะที่พารุจะมีอารมณ์ร่วมไปด้วย มีเสน่ห์น่าหลงใหล และ…คงเร่าร้อนกว่าฉันล่ะสิ ฉันมันก็แค่คนเชย ๆ”
         “อย่าพูดแบบนั้นนะยุย” ยุยได้แต่ส่งยิ้มให้ฉันเหมือนทุกครั้งที่มีปัญหา ไม่ว่าจะยังไงฉันมีเธออยู่ด้วยตลอด
         “ฉันไม่อาจเร่าร้อนเท่ายามาโมโตะ แต่ฉันอบอุ่นกับพารุมากกว่าเขาแน่นอน ฉันอยู่ข้างเธอตลอด รู้ใช่มั้ย” ฉันเอามือปาดน้ำตาที่ไหลมามากมาย เมื่อยุยจูบตามรอยแดง ริมฝีปากที่ดูดซับเอาความเจ็บช้ำทั้งหลายออกไป
         “ถึงเวลาที่ยามาโมโตะจะต้องเจอกับความเจ็บปวดบ้าง ยุยจะช่วยฉันมั้ย”
         “อืม…แน่นอน”

         บ้านยามาโมโตะ
         “ถ้าอยากได้ตัววาตานาเบะ ก็เอาชีวิตมาแลกไปสิ ยามาโมโตะ ฉันจะรอ” คลิปสั้น ๆ พร้อมภาพมิยูกินอนโคม่าอยู่บนเตียงถูกส่งมาถึงฉัน
         “อะไรกันครับ ผมเข้าใจว่าคุณวาตานาเบะเสียชีวิตไปแล้วซะอีก”
         “ฉันก็เข้าใจแบบนั้น วันที่ไปหาชิมาซากิเธอก็พูดทำนองว่ามิยูกิตายไปแล้ว”
         “ปล่อยข่าวลวง เพื่อรอให้คุณวาตานาเบะฟื้น เขาคงตั้งใจจะใช้คุณวาตานาเบะมาเล่นกับเราน่ะครับ ร้ายไม่เบา จะไปเล่นกับเขาหน่อยมั้ยครับ” ชิมาซากิคงหวังเล่นงานฉันเต็มที่กับเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้น โยโกยามะก็พอกัน
         “ก่อนจะเล่นกับเขา เราต้องเอาพวกตัวแถมที่อยู่ฝั่งเราออกไปให้หมดก่อน คุณยามางุจิคะ เรื่องสายที่ยังเหลืออยู่ของชิมาซากิฉันจะจัดการยังไงดี มิยูกิก็บอกแค่ว่าเป็นคนเก็บข้อมูลละเอียด”
         “อันที่จริงผมก็พอจะทราบแล้วนะครับ แต่ยังไม่อยากพูดโดยที่ไม่มีหลักฐานชัด ๆ กว่านี้ เราควรไปเตือนคุณยามาโมโตะ พี่ชายคุณสักหน่อย ถ้าคุณพร้อมลุยเรื่องคุณวาตานาเบะ ผมจะได้จัดการพวกนั้นให้สิ้นซาก”
         “ไม่จริงน่า” ฉันทำหน้าไม่อยากเชื่อ แต่คุณยามางุจิยิ้มรับเพียงเล็กน้อย ว่าที่พูดเป็นเรื่องจริง

         โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
         เสียงพูดคุยกันที่ฉันได้ยินราง ๆ พอพยายามจะลืมตาดู ก็รู้สึกว่ามีผู้หญิงเข้ามาอยู่ข้าง ๆ
         “ฟื้นจนได้นะ”
         “จะไม่เป็นไรเหรอครับ ให้ผมอยู่ตรงนี้”
         “ไม่เป็นไรหรอก ชีวิตของผู้หญิงคนนี้ไม่ยืนยาวพอจะทำอันตรายกับชิมาซากิกรุ๊ป” ชุนสุเกะ ไดโตะยืนข้าง ๆ คุณหนูชิมาซากิด้วยท่าทางเคารพ ฉันเข้าใจแล้วว่าใครที่คอยเป็นสายให้ แผนนี้เป็นความลับแม้กระทั่งฉันด้วย
         “เรื่องข้อมูลเพิ่มเติมที่ผมได้มา จะรวบรวมส่งให้คุณวันหลัง วันนี้ผมมีธุระกับยามาโมโตะ ต้องไปเทคแคร์เขาสักหน่อย”
         “ไม่ต้องหักโหมนะ” ชุนสุเกะก้มหัวแล้วเดินออกไป ไม่คิดเลยว่าคุณหนูชิมาซากิก็จะใช้ผู้ชายทำงานแบบนี้ด้วย
         “คุณหนูชิมาซากิ” ฉันเสียงแหบพร่าเมื่อพยายามจะพูดกับเธอ
         “วาตานาเบะเธอว่ามันแปลกมั้ย ที่ผู้ชายหน้าตาดีอายุไม่ถึงสามสิบมีข่าวคบหาผู้หญิงน้อยมาก ฉันกับยุยก็นึกเอาไว้แล้วว่ายามาโมโตะ ไทโกอาจไม่ใช่แบบคนทั่วไป ถึงฉันจะเชื่อมั่นฝีมือเธอมากก็เถอะนะ แต่ก็ส่งชุนสุเกะไปด้วย นึกไม่ถึงว่าแผนที่กำลังไปได้สวยจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นระหว่างเธอกับยามาโมโตะ ซายากะ” คุณหนูรู้อยู่ก่อนแล้วสินะ ว่ายามาโมโตะคนพี่เป็นยังไง
         “โกรธที่ฉันหักหลังเหรอคะ” คุณหนูชิมาซากิยิ้มเย็น เพิ่งเคยได้เห็นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ผู้หญิงหน้าตาน่ารัก กับหัวใจที่ดำดิ่งสู่ความมืดเต็มตัว
         “ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นหรอก เธอไม่เคยสำคัญอะไรกับฉันอยู่แล้ว หายไว ๆ นะวาตานาเบะฉันจะได้พาเธอไปพบเจ้านายเก่า”
         “คุณหนูได้โปรด…”
         “ได้โปรดอะไร?”
         “อย่าทำร้ายยามาโมโตะได้มั้ยคะ คุณจะทำอะไรกับฉันก็ได้”
         “ทำสายตาอ่อนโยนอีกคนแล้วเหรอวาตานาเบะ ยามาโมโตะน่ะนะพูดถึงเธอทีไรก็ทำสายตาแบบนี้จนฉันอยากอ้วก ทั้ง ๆ ที่เธอเน่าเฟะไปกับผู้ชายตั้งกี่คน แต่กับฉันที่เขามองอย่างรังเกียจ ฉันไม่เคยรู้สึกเจ็บเท่านี้ ไม่เคย! แค่เธอตายมันไม่พอหรอก มันไม่พอเมื่อยามาโมโตะเข้ามาทำกับฉันแบบนั้น!”
         ฉันเห็นถึงแววตาแห่งความโกรธ เกลียดและความแค้นที่ฉันไม่อยากจินตนาการว่าซายากะทำอะไรเอาไว้บ้าง ถึงทำให้ผู้หญิงคนนี้สติแตก
         “ยามาโมโตะทำให้ฉันเหมือนเป็นขยะ น่าสมเพชชิ้นหนึ่ง สิ่งที่ฉันจะทำต่อไปนี้คือทำให้ยามาโมโตะได้เจ็บบ้าง”
         “คุณตัดสินใจดีแล้วใช่มั้ยคะ”
         “ตัดสินใจอะไร?” คุณหนูหัวเราะเหมือนคุมสติไม่อยู่ เธอน่าจะบอบช้ำด้วยฝีมือซายากะ แต่ซายากะไปทำอะไรให้ล่ะ
         “เลือกที่จะทำแบบนี้แน่นอนแล้วใช่มั้ยคะ จะทำร้ายยามาโมโตะ ซายากะ”
         “ฉันไม่เคยลังเล นับตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้น”

         อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แค่ฉันได้รักใครสักคน
         แค่ได้รักคนอย่างซายากะ ฉันก็พอใจแล้ว…

         สองอาทิตย์ต่อมา…
         ฉันถูกมัดอย่างแน่นหนา และถูกพามาที่โกดังของชิมาซากิกรุ๊ป คุณหนูชิมาซากิกับโยโกยามะรอพร้อมอยู่ก่อนแล้วและลูกน้องอาวุธครบมืออีกจำนวนมากต่างประจำอยู่รอบ ๆ โกดัง ไม่นานนักก็มีรถขับเข้ามา ซายากะเดินลงมาพร้อมกับลูกน้องจำนวนหนึ่ง
         “คิดว่าจะรอดไปได้จริง ๆ น่ะเหรอยามาโมโตะ”
         “ถ้าไม่มั่นใจฉันไม่มาหรอก ฉันจะพามิยูกิกลับไป” ซายากะตอบโต้โยโกยามะอย่างไม่กลัว ฉันยังสงสัยว่าจะรอดไปจากเงื้อมมือของพวกชิมาซากิได้ยังไง
         “มั่นใจเหลือเกิน ถ้าอย่างนั้น” หลังสิ้นคำพูดของคุณหนูชิมาซากิก็มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ฉันที่กำลังคิดสงสัยปัญหาการเอาตัวรอดจากพวกของคุณหนูก็ชะงักไป
         “มิยูกิ!” ได้ยินเสียงซายากะตกใจ รีบเอามือกดแผลที่ท้องของตัวเอง ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อม ๆ กับเลือดที่ไหลออกมา คุณหนูเป็นคนยิงด้วยตัวเองและเมื่อโยโกยามะพยักหน้าให้สัญญาณ เสียงห่ากระสุนก็ดังก้องไปทั่วโกดัง
         โยโกยามะพาคุณหนูชิมาซากิเข้าไปหลบ ฉันเองก็โดนใครบางคนลากเข้ามาหลบด้วย ฉันนอนเจ็บอยู่ที่พื้นและตอนนั้นเองที่ได้เห็นซายากะกระโจนเข้าใส่คุณหนูชิมาซากิอย่างบ้าคลั่ง
         “ยามาโมโตะ!” โยโกยามะลากซายากะออกมาซัดกันนัว เมื่อซายากะพยายามเข้าไปจัดการคุณหนูชิมาซากิ ซายากะต่อสู้กับโยโกยามะไม่ยอมกัน โยโกยามะพยายามจะใช้ปืนยิงแต่โดนเตะจนปืนหลุดไปจากมือ ฉันเข้าใจมาตลอดว่าเลขาของคุณหนูชิมาซากิเก่งแต่ใช้สมอง แต่มันผิดทั้งหมด ฝีมือการต่อสู้มือเปล่าแทบจะพอกับซายากะ และตอนนั้นเองที่คุณหนูเล็งปืนไปหาซายากะ
         ปัง
         ท่ามกลางห่ากระสุนของพวกลูกน้องที่ยิงกันสนั่นโกดัง ซายากะโดนยิงที่ไหล่และ
         ปัง
         กระสุนเข้ากลางหลังเธอจนล้มไป
         “ซายากะ!” ฉันตะโกนสุดเสียงหลังจากร่างของซายากะนอนแน่นิ่งที่พื้น จู่ ๆ ภายในโกดังก็ปกคลุมไปด้วยควันจำนวนมากและทำให้มองเห็นไม่ถนัด
         “ยุย!”
         “พารุฉันอยู่นี่! …เฮ้ยนี่แก! แกทำงานให้ใคร…”
         “ยุยเกิดอะไรขึ้น ยุย!”

         คุณหนูชิมาซากิที่พยายามตะโกนเรียกหาคนสำคัญของเธอ ซึ่งเงียบเสียงไป
         ดังชัดเจนขึ้น เมื่อฉันเดินเข้าไปหาเธอ

         “ฉันเคยคิดว่าจะปล่อยเธอไว้เป็นตุ๊กตาต่อไป จนกระทั่งวันที่ถามเธอ”
         “วาตานาเบะ?”
         “ใช่ ฉันเองวาตานาเบะ มิยูกิ” ฉันเดินกุมท้องถือปืนเก็บเสียงเข้ามา โดยปราศจากอุปกรณ์พันธนาการอย่างในตอนแรกที่เข้ามาในโกดังแห่งนี้ และเข้าไปทุบมือเธอจนปืนร่วงลง ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยออกไปไกล ๆ
         “ฉันถามเธอว่า คิดดีแล้วใช่มั้ยที่จะทำร้ายยามาโมโตะ เธอก็ตอบว่า…ไม่เคยลังเล ฉันแทบปรี๊ดแตกเลยนะ เธอคิดว่ามีอำนาจมากแล้วอย่างนั้นเหรอคะ”
         “ฉันไม่เข้าใจ”
         “สนุกมั้ยที่ได้ยิงซายากะ?”
         “นี่เธอพูดบ้าอะไร”
         “สะใจพอหรือยัง?”
         “เธอเป็นบ้าอะไร วาตานาเบะ!”
         “น้ำเสียงงุนงง ไม่เข้าใจไปหมดทุกอย่างสินะ…เล่าคร่าว ๆ ละกัน ฉันวาตานาเบะ มิยูกิคือผู้สืบทอดตำแหน่งประธานองค์กรเงา พวกเราคอยชักใยหลายตระกูลดังอยู่เบื้องหลัง กำไรของพวกคุณคือกำไรของพวกเรา รวมทั้งตระกูลชิมาซากิก็เป็นหนึ่งในตุ๊กตาของเรา พวกลูกน้องที่คุณเข้าใจว่าจงรักภักดี ทั้งหมดคือลูกน้องของฉันเอง”
         “คุณหนู ผมจัดการคุณโยโกยามะเรียบร้อยแล้ว”
         “เอ้อคุณหนูคะ รู้จักลูกน้องมือหนึ่งและเป็นพี่ชายสุดที่รักของฉันมั้ย คนที่คุณส่งมาเก็บฉันวันนั้นไง”
         “เธอชักใยอะไร? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?”
         “หึหึ ช่างเถอะ ฉันอธิบายไปเธอก็ไม่ได้เอาไปใช้อยู่ดี อีกอย่างนะการแกล้งนอนไม่ได้สติฟังเธอบ่นเรื่องแก้แค้นแบบเด็ก ๆ นี่มันโคตรขำ” ฉันหัวเราะใส่เธออย่างเยือกเย็น ใครที่มันทำร้ายคนสำคัญของฉัน ไม่สมควรที่จะได้อยู่บนโลกนี้
         “หมดเวลาแล้ว บอกลากันตอนนี้เลยนะคะ” ฉันยกปืนขึ้นเล็งหน้าของชิมาซากิ ฮารุกะและเหนี่ยวไกส่งกระสุนเข้ากลางหน้าผากของเธอโดยไม่ลังเล
อย่างเงียบเชียบ …
         “ฉันฝากตรงนี้ด้วยนะคะ”
         “รีบไปเถอะ” ผู้ชายร่างสูงรับปืนเก็บเสียงจากมือฉันไปและชี้ทางออกจากโกดังให้

         ฉันบาดเจ็บไม่มาก ซายากะก็เช่นกัน คุณยามางุจิเป็นคนมาเจอฉันกับซายากะ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล แต่ทั้งหมดก็เป็นแผนที่เตรียมไว้แล้วว่าจะไล่ยิงต้อนพวกของคุณยามางุจิให้ออกมาเจอฉันหลังจากจัดการกับชิมาซากิ ฮารุกะ
         พอบาดแผลค่อยยังชั่วจึงกลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ซายากะยังสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนั้น แต่เพราะข่าวที่สื่อเสนอว่ามีคนบางพวกใช้โอกาสนี้เพื่อลอบเก็บทายาทของชิมาซากิกรุ๊ปที่ขัดผลประโยชน์ในธุรกิจกับหลายฝ่าย จะได้ตามสืบยากว่ากลุ่มไหนกันแน่ที่เป็นคนทำ ซายากะจึงเลิกสนใจประเด็นเหล่านี้ลงไปบ้าง ข่าวพวกนั้นก็ฝีมือฉันนี่เอง

         ยามาดะ เคนทาโร่ลูกน้องและรุ่นพี่ที่คอยช่วยเหลือกันมาตลอดหลายปี คนที่คอยวางแผนอยู่เบื้องหลังหลายเหตุการณ์ เชิญฉันออกไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว ฉันหยอกพี่ชายให้เริ่มทำธุรกิจของตัวเองเสียที เอาบริษัทที่ทำมาทั้งหมดไปทำบ้างไม่ต้องให้ฉัน แต่พี่ชายคนนี้กลับบอกว่าให้คนจัดการเรื่องบริษัทชิมาซากิเรียบร้อยแล้วและจะมาแจกแจงรายละเอียดเรื่องผลกำไรเมื่อเจอกันครั้งหน้า
         คุยไปคุยมาก็พูดถึงเรื่องวันที่ซายากะโดนซ้อม เขาหัวเราะแล้วบอกว่าเป็นคนโทรมาเรียกพวกลูกจ้างชั่วคราวพวกนี้กลับไปเอง ตกใจแทบแย่ที่เห็นฉันอยู่แถวนั้น ไม่คิดว่าจะไปเดินเล่นได้ถูกจังหวะ ก่อนจะลากันพี่เคนทาโร่บอกฉันว่าบรรดาพวกลูกน้องคิดถึงอยากให้ไปร่วมดื่มด้วยกันอีก ถ้ามีเวลาฉันจะไป ตอบพี่เขาไปแบบนั้น แต่จะหาเวลาได้เมื่อไรนั่นก็อีกเรื่อง
หลังจากหายเป็นปกติฉันได้กลับมาทำงานเป็นเลขาเหมือนเดิม ยามาโมโตะ ไทโก รับรู้ความสัมพันธ์ของฉันกับน้องสาวของเขา เจ้าตัวยิ้มชอบอกชอบใจบอกดีจริง ๆ ซายากะมีคนดูแล อีกทั้งยังเป็นคนที่เอาซายากะอยู่ด้วยแบบฉัน เขาจะได้เลิกปวดหัวกับน้องสาวตัวแสบเสียที
         ฉันลองถามถึงเรื่องเขากับชุนสุเกะ ไดโตะที่เป็นสายของชิมาซากิ ยามาโมโตะบอกว่าชุนสุเกะหายไปไร้ร่องรอย ตั้งแต่ช่วงที่คุณยามางุจิเข้ามาเตือน ดีไม่ดีตามชิมาซากิ ฮารุกะ กับโยโกยามะ ยุยไปแล้ว
         เรื่องร้าย ๆ ผ่านไป ฉันจึงพาซายากะมาตระเวนราตรีนอกสถานที่เพื่อผ่อนคลาย ปกติไม่เคยมานี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้เที่ยวอย่างจริงจังกับเธอ เจ้าตัวดูจะขัด ๆ เขิน ๆ กับสถานที่ปาร์ตี้แบบนี้ พอยิ่งแซวเรื่องความไร้เดียงสาซายากะก็ยิ่งเขิน เธอเถียงมาข้าง ๆ คู ๆ ว่าเคยคุมแต่กิจการไม่ค่อยได้มาเที่ยวเอง มันช่วยไม่ได้ที่จะเขิน ฉันรีบพาเจ้านายเข้ามานั่งที่โต๊ะมุมในเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่แล้วฉันก็พบว่ามันผิดถนัดนัก ผิดตั้งแต่ที่เลือกร้านนี้
         “ซายากะ!”
         “เรเนี้ยง บังเอิญจังไม่เจอกันนานเลยนะ” ฉันรู้สึกถึงสายตาอาวรณ์จากซายากะที่กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนาน ฉันเข้าใจอยู่หรอกก็เล่นสวยน่ารักซะขนาดนั้น ไม่อยากยอมรับเลยจริง ๆ ซายากะอาการออก ฉันเห็นนะสายตานั่นมันอะไร
         สองคนนั้นยังคุยกันไม่เลิก จนฉันหมั่นไส้เลยเดินออกไปเต้นหน้าฟลอร์ เต้นไปดื่มไปหลายแก้ว ความคิดที่อยากมาสนุกมาผ่อนคลายกับซายากะหดหายไปตั้งแต่เจ้านายเจอเพื่อนเก่า…
         เพื่อนเก่า…ล่ะมั้ง
         ฉันดื่มไปเยอะเพื่อรอให้เพื่อนเก่าคุยกันเสร็จสักที แต่หันไปทีไรก็คุยกันสนุกสนานไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งฉันเริ่มตึง ๆ และคิดว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ในตัวฉันกำลังทำงาน
         เพื่อนเก่ากำลังคลอเคลียอยู่กับซายากะที่โต๊ะ เมื่อฉันเห็นแบบนั้นก็รีบตรงไปที่โต๊ะทันทีด้วยความโมโห สองคนนี้กำลังกอดกันนัว เหตุการณ์เลวร้ายลงเมื่อฉันสาดน้ำใส่ผู้หญิงที่กำลังกอดกับซายากะ
         “กล้าดียังไงมากอดกันต่อหน้าฉัน!”

         สองชั่วโมงต่อมา – บ้านยามาโมโตะ
         “เป็นไงมั่ง”
         “สบายดี” รสชาติเลือดนี่ชวนแหวะดีชะมัด ฉันตอบซายากะที่ยืนดูอย่างสบายอารมณ์หน้าห้องน้ำ พอมองกระจกแล้วก็เจ็บใจ ถึงตัวเองจะมีฝีมือแต่ตอนเมาแล้วเราเองช้าลงไปเยอะ
         “นั่นมันร้านเขา เธอนี่ไม่ได้ดูกำลังตัวเองเลย ถ้าฉันไม่ช่วยไว้ป่านนี้เละ”
         “ขอบคุณค่ะคุณยามาโมโตะ แต่นี่คือช่วยแล้วใช่มั้ย” ฉันชี้ไปที่หน้าเพื่อย้ำถึงบาดแผลที่โดนพวกเพื่อน ๆ ของเจ้าของร้านคนนั้นเล่นงาน ไม่ชอบกลิ่นเลือดเลยจริง ๆ พลางบ้วนน้ำลายทิ้ง แต่ถึงจะเยินมาเพราะโดนคนที่ร้านรุม ฉันก็ได้ยินอะไรดี ๆ อยู่เหมือนกัน ตอนที่กำลังโดนบาทาของผู้หญิงพวกนั้น ซายากะก็เข้ามาขวางและกันฉันมาอยู่ด้านหลัง
         “พอได้แล้ว เรย์นะฉันขอโทษแทนผู้หญิงคนนี้ด้วย รู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันแย่ แต่ถ้าใครยังกล้าเข้ามาทำร้ายคนสำคัญของฉัน เราได้เห็นดีกันแน่ ไม่เว้นแม้กระทั่งเธอ…” ฉันยังปลื้มไม่หายที่ซายากะทำแบบนั้น โดยเฉพาะตอนที่ขึ้นเสียงกับเพื่อนเก่าคนนั้น ฟุจิเอะ เรย์นะ
         ซายากะลากฉันออกมาจากร้านแล้วก็กลับบ้านทันที

         “ซายากะ ชอบเจ้าของร้านคนนั้นเหรอ” ฉันมองคนที่สะท้อนอยู่ในกระจกห้องน้ำ สายตาที่เธออาวรณ์เขาขนาดนั้นมันกวนใจฉันตลอดเลยจนกระทั่งตอนนี้
         “หึงเหรอคะ คุณวาตานาเบะ” ฉันเบี่ยงหน้าหลบซายากะที่เข้ามาซุกหน้าอยู่ตรงซอกคอ
         “ไม่ได้หึง”
         “ฉันชอบคนน่ารักมีเสน่ห์แบบเรเนี้ยง”
         “ว่าแล้วเชียว ดูตาก็รู้แล้ว” ฉันเอาผ้าเปียกน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาต่อไปไม่ยอมมองซายากะที่มองฉันในกระจกอยู่ตอนนี้
         “แย่เลยเนอะฉัน”
         “แย่ที่สุด”
         “ …เอาดี ๆ มิยูกิหึงฉันมั้ย” ซายากะหมุนตัวฉันมาแล้วแย่งผ้าไปเช็ดให้ ทำไมซายากะถึงได้น่ารักขนาดนี้ ฉันจะทนความน่ารักของเธอได้ยังไง
         “ไม่ได้หึง” ฉันยังคงยืนยันในคำตอบจนซายากะชักสีหน้า
         “ฉันกอดกับเขาขนาดนั้น ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง”
         “รู้สึกสิ ถึงได้สติแตกจนโดนเขารุมซะเยิน ไม่เห็นเหรอ”
         “หึงใช่ปะ” ฉันเริ่มจะทนไม่ไหว อดขำสีหน้าออดอ้อนของซายากะไม่ได้
         “ไม่หึงแต่หวง …ซายากะน่ะเป็นของฉันคนเดียวจำใส่หัวไว้ด้วยนะ ยัยเด็กน้อย” ฉันดึงคางอีกคนด้วยความมันเขี้ยว
         “มาโหดเลยนะ ตอนนี้ฉันไม่ได้ชอบเรเนี้ยงแล้ว ไว้ใจได้ แต่พอดีโดนเสน่ห์เขามานิดนึงเลยเผลอไป”
         “เหรอ? อย่าให้เห็นอีกก็แล้วกัน เธอโดนเล่นแน่”
         “เดี๋ยวสิ นี่จะทำอะไร” ซายากะพยายามฝืนตัวเองเมื่อฉันผลักเธอออกมาทางประตู
         “จะอาบน้ำ”
         “อาบพร้อมกันเลยดีกว่า มานี่ฉันช่วยถอดให้” ซายากะแรงดีกว่า เสี้ยวหนึ่งฉันเองเหมือนจะยอมและอยากให้เธอทำแบบนั้นด้วยอยู่แล้ว ซายากะปิดประตูห้องน้ำแล้วดันฉัน พร้อมกับพาตัวเองกลับเข้ามาในห้องน้ำอีกครั้ง ฉันปัดป้องซายากะ ขำที่เธอพยายามจะช่วยถอดเสื้อให้ฉันจริง ๆ
         “ไม่ต้องมาเขิน รีบถอดเข้า เดี๋ยวคืนนี้ก็ต้องถอดอีก”
         “ทะลึ่ง”
         สุดท้ายก็ยอมให้เขาถอดเสื้อให้…

         ฉันนั่งมองคนที่ใช้กำลังพาฉันเข้ามานั่งแช่น้ำอยู่ในอ่าง ผู้หญิงที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของฉันมากมาย ถ้าไม่เจอกับซายากะ ตอนนี้ฉันคงได้แต่แกล้งหลอกใช้ผู้ชายไปวัน ๆ หลอกเชิดหุ่นที่ชื่อชิมาซากิกรุ๊ปไปเรื่อย ๆ เหอะทำเป็นพูดไป ความจริงสิ่งที่ต่างกับก่อนนั้นคือฉันได้รู้จักความรักมากกว่าล่ะมั้ง ได้เจอคนที่ไม่ว่าจะยังไง…ใครก็ห้ามแตะยามาโมโตะ ซายากะ ตอนนี้ฉันก็ยังเป็นมาเฟียสาวอยู่เหมือนแต่ก่อน แถมยังซ่อนความจริงข้อนี้เอาไว้แม้กับซายากะเองก็ตาม
         “จ้องฉันแบบนี้…คิดอะไรอยู่”
         “คิดอะไรดีน้า” ฉันขยับเข้าไปใกล้ ๆ คนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
         “ห๊า” ซายากะขยับตัวเข้ามาใกล้ฉันบ้าง เกลียดสายตาขี้เล่นของเธอจริง ๆ มันน่ารักเหลือเกินซายากะ
         “คิดว่าขอบคุณ…ที่ทำให้เราได้เจอกัน” ฉันชี้ขึ้นฟ้าให้ซายากะมองตาม เธอมองตามอย่างอารมณ์ดีเลยอาศัยจังหวะนี้หอมแก้ม รู้สึกมันเขี้ยวรอยยิ้มของเด็กน้อยคนนี้ ซายากะหัวเราะที่โดนหอม หรือว่าชอบใจที่โดนหอมกันแน่นะ
         “ขอบคุณที่…มอบชีวิตใหม่ให้ฉันนะ…มิยูกิ”
         “ซายากะเสียงเบาไปปะ”
         “จะให้ตะโกนรึไง ก็อยู่กันแค่นี้” ฉันขยี้คนผมสั้นที่ทำท่าเขิน ก่อนจะลุกออกมาจากอ่างเพื่อล้างตัว
         “แต่เมื่อกี้พูดซะฉันใจสั่นเลยนะ เดี๋ยวคืนนี้ให้รางวัลดีมั้ย” ฉันพูดยั่วซายากะขณะที่กำลังล้างตัวตรงฝักบัวข้าง ๆ
         “ขอ…รางวัลใหญ่นะ”
         หยดน้ำอุ่นจากฝักบัวไหลผ่านร่างกายของฉันและซายากะที่ตามมาล้างตัวบ้าง แต่ดูจะจงใจยืนชิดกันมากไปหน่อยชนิดที่หายใจรดต้นคอจนฉันต้องหันมามองเธอ ถ้าเป็นน้ำเย็นจะช่วยฉันได้มั้ย?
         จะสามารถลดอุณหภูมิความร้อนแรงจากริมฝีปากของซายากะตอนนี้ได้บ้างหรือเปล่า
         “รางวัลใหญ่ไปต่อกันที่ห้องนะ…เด็กน้อย” ซายากะยิ้มและเชื่อฟังแต่โดยดี ฉันก็จะให้รางวัลตัวเองด้วยเหมือนกัน

         ฉันได้เจอคนที่พร้อมจะมอบทุกอย่างให้จนได้
         เจอคนที่ทำให้ฉันมีเป้าหมายที่ชัดเจน
         เป้าหมายคนสุดท้าย
         ฉันอยากอยู่กับเธอไปจนหมดลมหายใจ…ซายากะ

         วาตานาเบะ มิยูกิ 10 ปีก่อน
         “พ่อคะ องค์กรเงานี่เอาจริงเหรอคะ” วาตานาเบะวัยรุ่นในตอนนั้น ฉันน่าจะอายุย่างเข้าสิบหก เรียกผู้ชายที่คอยฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ต่าง ๆ ให้ว่าพ่อ ถึงแม้จะรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่ ชายกลางคนท่าทางแข็งแรงหันมายิ้มให้ วาตานาเบะ เซย์จิ ลูกน้องคนสนิทของพ่อที่แท้จริงของฉัน วาตานาเบะ อูชิดะผู้ล่วงลับ ก่อนตายเขาได้ฝากฝังฉันไว้กับลูกน้องคนที่ไว้ใจมากที่สุด ยามาดะ เซย์จิซึ่งตอนหลังได้เปลี่ยนนามสกุลเป็นวาตานาเบะ
         พ่อแท้ ๆ ของฉันวาตานาเบะอูชิดะให้พ่อช่วยดูแลและเลี้ยงดูฉันสำหรับตำแหน่งทายาทขององค์กรเงาคนต่อไปอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้ฉันพร้อมสำหรับตำแหน่งสำคัญนี้มากที่สุด
         “หนีไม่ได้หรอกนะมิยูกิ” ฉันทำหน้างอนใส่พ่อ เพราะลึก ๆ ไม่อยากทำ ทำไมล่ะ ทำไมจะต้องมาติดแหงกกับหน้าที่ตรงนี้ องค์กรเงาที่ทำให้ฉันมีเงินมีทุกอย่างแต่ไม่มี…อิสระ
         “เครือข่ายที่ทะเลาะกันเอง แย่งกันทำธุรกิจ แย่งกำไรกันเอง หนูไม่เห็นเข้าใจเลย”
         “ต่างคนต่างแย่งกันทำกำไรเข้าองค์กรเขา แต่สุดท้ายทุกผลประโยชน์ขององค์กรพวกเขาก็ตกอยู่กับเรา”
         “ให้หนูเป็นเบ๊ดี ๆ นี่เอง ตำแหน่งดูใหญ่โตไปก็ไร้ความหมาย หนูทำงานคนอื่นนั่งรับผลประโยชน์ ดูเป็นวงจรย้อนกลับเข้าตัวหนูอย่างไม่ต้องสงสัย”
         “เราก็ทำหน้าที่ของเรา ทำในสิ่งที่มิยูกิอยากทำ ใช้ชีวิตของหนูให้คุ้ม อย่าไปกังวลเรื่องวันข้างหน้าเลยนะ”
         “พ่อก็พูดได้สิ ไม่ได้เป็นหนูนี่” ฉันยังจำรอยยิ้มพ่อได้ เพราะนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกัน พ่อไม่สบายมาก ทั้งที่พ่อก็ดูแลร่างกายของตัวเองมาตลอด และฉันก็เสียพ่อคนที่สองไป

         หกปีต่อมาฉันในฐานะประธานองค์กรเงาคนปัจจุบันและมือขวาของฉันยามาดะ เคนทาโร่ลูกชายลับ ๆ ของพ่อ เราสองคนร่วมกันดูแลองค์กรเงามาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะพี่เคนทาโร่ที่ฉันอยากยกตำแหน่งให้ แต่ก็โดนปฏิเสธทุกครั้ง บอกว่าไม่อยากเป็นเบ๊แบบฉัน เจ็บใจนัก
         “คุณหนู เอาจริงเหรอ” พี่เคนทาโร่เสียงเครียดเข้ามาตามเคยเมื่อฉันบอกไปว่าจะทำอะไร แทบจะทุกเรื่องที่พี่เขาจะคอยเป็นห่วงฉันอยู่เสมอ
         “พี่เคนทาโร่ก็น่าจะรู้คำตอบดีนะคะ”
         “ดื้อจริง ๆ นะเรา ยัยคุณหนูตัวแสบ”
         “เราก็อยู่กับชิมาซากิมานานแล้วนี่คะ ช่วยเขาหน่อย หาอะไรทำแก้เบื่อ”
         “แต่ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปทำถึงขนาดนั้น”
         “ชีวิตฉันต้องอยู่ในเงาตลอด มีแต่ความมืดมิด ให้ฉันได้ทำอะไรที่ฉันอยากทำด้วยเถอะนะคะ ถึงมันจะเป็นเรื่องแย่ขนาดไหนก็ตาม”
         “อย่าเป็นอะไรมาล่ะ ไม่อย่างนั้นพี่ไม่ปล่อยให้ทำตามใจแน่”
         “ไม่ต้องห่วงค่ะ”

         คุณหนูชิมาซากิ ฮารุกะวัยยี่สิบเอ็ดที่พยายามอย่างมากเพื่อดูแลบริษัทของผู้เป็นพ่อ มาชวนฉันไปทำงานด้วย งานสกปรก งานที่ใช้ร่างกายเพื่อสนองตัณหาของมนุษย์ เธอคิดจะเล่นวิธีไม่น่ารักตั้งแต่เริ่มบริหารธุรกิจเลยอย่างนั้นเหรอ
         น่าสนุกดีนี่
         จะเป็นยังไงล่ะ…
         ถ้ามาเฟียอย่างฉันแกล้งลงไปเล่นตามเกมของคุณหนูชิมาซากิเพื่อแก้เบื่อ…
         ฉันวาตานาเบะ มิยูกิ ประธานองค์กรเงาคนนี้ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซากกับประธานคนเก่า ๆ ซะด้วยสิ ต้องลองกันสักตั้งล่ะนะ

         END

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
Fanfic … | เลขามาเฟีย บทที่ 4 END – (SayaMilky)✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s