[Short] – เสน่หาร้อยมารยา SP04 END (SayaMilky)

Posted on Updated on

fic - twoshot - 2E

         SP04
         ก่อนที่มิยูกิจะโดนฆ่าจริง ๆ ฉันจึงรีบเหนี่ยวไกส่งกระสุนใส่โยโกยามะ ยุย ไปสองนัดที่แขนและช่องท้อง เพื่อนสนิทของฉัน หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือเคยเป็นเพื่อน จากนั้นก็รีบวิ่งไปไปยืนอยู่ใกล้ ๆ มิยูกิเผื่อยุยยังมีแรงจะทำร้ายคนอื่นอีก
         “ทุกคำที่คุณพูดจะถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ยอมมอบตัวซะยุย มันจบแล้ว” ดาราที่มิยูกิเรียกว่าพารุกำลังช่วยประคองยุยอย่างทุลักทุเล เลือดจำนวนมากไหลออกมาจนเปื้อนไปยังเธอด้วย
         “ทำไมคนขับรถของฉันถึงเป็นซายากะไปได้ รู้สึกว่าฉันจะโดนต้มหลายอย่างเลยนะ รอดมาได้ยังไง” ยุยนอนพิงผู้หญิงคนนั้นเธอพยายามหายใจช้า ๆ ฉันรู้ว่ามันเจ็บ แต่นี่ก็คงเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับที่มิยูกิได้รับไปก่อนหน้านั้น
         “ขอบคุณคิซากิ มาช่วยฉันไว้จากแผนของยุยที่คิดจะกำจัดฉัน ยุยจัดฉากขึ้นมาพร้อมกับป้ายความผิดให้คิซากิ ซึ่งแน่นอนเธอจะตามไปเก็บคิซากิด้วยในภายหลัง คิซากิน่ะถูกส่งมาสืบเรื่องไม่ชอบมาพากลในหน่วย เป็นคำสั่งจากผู้ใหญ่ ซึ่งเราร่วมมือกับมัตสึอิ เรนะที่ยื่นคำร้องว่าบริษัทของเธอถูกใส่ร้าย”
         “ฉันเข้าใจแล้ว นี่ฉันพลาดไปเยอะเหมือนกัน” ยุยหัวเราะและจับมือคนที่กำลังกดท้องเธอเอาไว้ สองคนเหมือนจะพูดอะไรกันสักอย่าง
         ฉันคิดว่ายุยจะใช้กำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อทำอะไร แต่เปล่าเธอแค่นอนอยู่นิ่ง ๆ ในอ้อมกอดของดาราผู้หญิงคนนั้น จนกระทั่งคิซากินำกำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือทยอยเข้าไปควบคุมตัว ยุยถูกนำส่งไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

         ส่วนมิยูกิ ฉันนั่งเฝ้าเธอไม่ให้คลาดสายตาระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฐมพยาบาล มิยูกิดูอ่อนแรงถ้าคิดว่านานเท่าไรที่เธอเสียเลือดไป แต่เธอก็ยังมีสติดี ฉันชื่นชมว่าเธออึดมากสำหรับผู้หญิงตัวแค่นี้ และสิ่งที่เธอทำ
         บุกมาหาคนอย่างยุยเพื่อแค่จะถามว่าเพราะอะไร ทำไมยุยสั่งทำร้ายฉัน
         เธอยอมตายได้เพราะเรื่องนี้เหรอมิยูกิ…

         ฉันรอจนเจ้าหน้าที่จัดการบาดแผลของมิยูกิเรียบร้อยดีแล้ว จึงพาออกมาที่รถตำรวจซึ่งคิซากิรอฉันอยู่ เธอใส่กุญแจมือมิยูกิยิ้ม ๆ ฉันเลยถามเพราะสงสัย
         “มีอะไรรึเปล่า พวกในหน่วยก็ด้วย เห็นพวกนั้นมองมิยูกิมาสักพักละ” ก่อนที่คิซากิจะพูดอะไรเธอจัดแจงแกะกล้องที่ติดตัวฉันไว้เพื่อบันทึกเหตุการณ์สำหรับใช้เป็นหลักฐานออก
         “ขออนุญาตปิดอุปกรณ์ก่อนนะคะ” คิซากิกระซิบ จริงสิ ลืมไปเลยว่าฉันมีกล้องติดตัว
         “หวงเหรอคะคุณซายากะ”
         “ใครหวง ป่าวนี่” ปฏิเสธไว้ก่อนเป็นดี ให้มีคนรู้เรื่องของฉันกับมิยูกิน้อยที่สุดนั่นปลอดภัยที่สุดแล้ว
         “ไม่หวงก็ไม่หวงค่ะ เรื่องที่พวกในหน่วยมอง…พวกเราที่ซุ่มอยู่ด้านนอกได้เห็นจากกล้องที่ติดตัวคุณซายากะค่ะ ตอนที่คุณยุยพูดว่า เอ่อ…พูดว่าคุณวาตานาเบะกับคุณซายากะ…คบหากัน”
         “แล้วทำไม ใครมีปัญหาอะไรรึไง” คิซากิรีบปฏิเสธทันควัน เธอขำเมื่อโดนฉันจ้องหน้าอย่างจับผิด
         “ทุกคนเขาเสียดายกันค่ะคุณซายากะ ว่าคนสวย ๆ แบบคุณวาตานาเบะ ไม่น่ามาลงเอยกับคนโหด ๆ แบบนี้”
         “ฉันอยากรู้ว่าไอ้คนที่พูดประโยคนี้คือใคร แน่ใจนะว่าเป็นคนอื่นไม่ใช่เธอ…เธอก็ด้วยยิ้มอะไร” คิซากิเกาหัวไม่ยอมสบตาฉัน ในขณะที่มิยูกิก็ทำหน้าไม่รู้ร้อนแต่ยืนยิ้มอยู่ เมื่อโดนร่างแหไปด้วยอีกคน
         “มีคนชมว่าฉันสวย จะให้ฉันร้องไห้เหรอซายากะ เธอก็แปลกคน” คิซากิถึงกับเอามือป้องปากหัวเราะคิกคัก ก่อนจะทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง
         “คุณซายากะคะ ฉันรู้ว่าไม่ค่อยเหมาะแต่ฉันจะทำเป็นว่ามีธุระนิดหน่อย แบบว่าบังเอิญมีธุระขึ้นมาพอดีซะอย่างนั้น คุณซายากะจะช่วยพาคุณวาตานาเบะไปก่อนได้มั้ยคะ พาคุณวาตานาเบะไปส่งที่กรมตำรวจวันพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา”
         คิซากิขยิบตาให้แล้วเดินไปอีกทาง

         “นี่ฉันจะปลอดภัยใช่มั้ย เปลี่ยนแผนกันซึ่ง ๆ หน้าขนาดนี้”
         “ฉันเป็นตำรวจนะ จะไม่ปลอดภัยได้ยังไงล่ะ” มิยูกิยกแขนมาคล้องคอฉันไว้ทั้งกุญแจมือ เมื่อฉันสวมกอด
         “แค่เห็นซายากะปลอดภัย ฉันก็ดีใจแล้ว”
         “ทำอะไรบ้า ๆ มันคุ้มพอที่มิยูกิต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนั้นเหรอ”
         “อยากว่าอะไรฉันก็ตามใจ แต่ถ้าซายากะเป็นฉัน ซายากะจะทำเหมือนฉันมั้ยล่ะ”
         “ต้องทำอยู่แล้วสิ”
         “ดี ร้องไห้ซะบ้าง ฉันร้องไห้เพราะซายากะไปไม่รู้เท่าไร ปล่อยให้ฉันคิดว่าไม่เหลือใครอีกแล้ว ให้ฉันรู้สึกแย่อยู่คนเดียว ให้ฉันนั่งคิดถึงเธอจนจะบ้า”
         “ขอโทษ ฉันขอโทษ” ฉันไม่อายที่จะร้องไห้ในอ้อมกอดของมิยูกิ ฉันดีใจที่ได้เธอกลับมาถึงแม้ว่าช่วงเวลาต่อจากนี้อาจจะลำบากกับมิยูกิสักหน่อยก็ตามที
         แต่ฉันดีใจที่เธอมีชีวิตอยู่

         ฉันจะมีเวลากับมิยูกิหนึ่งคืน แต่พอคุยกันแล้วว่าถ้าไปรื้อฟื้นในสถานที่เราเจอกันครั้งแรก ก็คงไม่ดีเท่าไร ฉันเองไม่ได้รู้สึกอยากเที่ยวผับตอนนี้เสียด้วยมิยูกิก็ไม่ได้อยากไปเที่ยวไหนเหมือนกัน ด้วยสภาพแขนที่มีผ้าพันแผลอยู่ด้วย เธอเลยบอกให้พาไปร้านคุณลุงที่เราดื่มเบียร์กันตอนนั้น เพื่อหาอะไรกินรองท้องก่อนกลับห้องดีกว่า เพราะหลายวันมานี้เธอแทบไม่ได้กินอะไรเลย
         “ยินดีต้อนรับครับ วันนี้มาด้วยกันได้ยังไงครับ” ฉันเห็นคุณลุงเจ้าของร้านทำหน้ายิ้ม ๆ ระหว่างเช็ดทำความสะอาดที่นั่งและเชิญฉันกับมิยูกิเข้าร้าน ฉันเอากุญแจมือออกแล้วพร้อมกับใส่เสื้อคลุมให้มิยูกิไว้ บาดแผลที่แขนจะได้ไม่สะดุดตาคนอื่น
         “ที่เคยบอกว่าจะพาเพื่อนมา เพื่อนอีกคนเขาไม่ว่างฉันก็เลยพาเพื่อนใหม่มาแทน จะได้พัฒนาความสัมพันธ์กัน คราวก่อนอาจจะเริ่มไม่ค่อยดีเท่าไรน่ะค่ะ” ฉันชื่นชมในความกะล่อนของมิยูกิ เธอเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์
         คุณลุงยกอาหารมาเสิร์ฟให้เราสองคน มิยูกิกินไม่ค่อยถนัด ฉันจึงต้องคอยป้อนให้ คราวนี้ฉันตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องไม่เมาจนขาดสติ ส่วนมิยูกิดื่มไปแล้วค่อนข้างมากแต่ไม่เมาเลยสักนิด โดยมือข้างที่ไม่ถนัด ก็ยังกินได้ไวปานนั้น
         “ตอนที่ฉันไม่อยู่ อย่าไปหว่านเสน่ห์ใส่ใครนะซายากะ ฉันกลับมาเมื่อไร จะคิดบัญชี”
         “ถ้าฉันไปหว่านเสน่ห์จริง ๆ แล้วเธอจะรู้ได้ไง” มิยูกิคว้าช้อนที่ฉันกำลังจะตักโอโคโนะมิยากิเข้าปาก แล้วเอาไปกินเอง เธอทำสายตาอย่างวางอำนาจ
         “ฉันอาจจะฝากฝังกับคุณคิซากิได้นะเรื่องนี้ ท่าทางเธอไว้ใจได้”
         “จะเล่นแบบนี้ใช่มั้ย” มิยูกิยิ้มจนฉันระแวงว่าเธออาจจะทำจริง
         “คุณวาตานาเบะนี่ เจอกันอีกแล้ว” ฉันถึงกับเซ็งเมื่อเห็นว่าใครที่เดินเข้ามา ผู้ชายคนเดียวกับที่เคยซื้อเบียร์เลี้ยงมิยูกิ ชื่ออะไรสักอย่างฉันจำไม่ค่อยได้
         “คุณนาริตะนั่นเอง เจอกันอีกจนได้นะคะ” มิยูกิทักทายคนรู้จักของเธอ จังหวะนั้นที่ใต้โต๊ะฉันโดนเธอจับมือไว้ ก็เลยได้แต่นั่งกินเบียร์ และปล่อยให้มือขวาไม่ว่างไปแบบนั้นใต้มือนุ่มของมิยูกิ
         “ไปไหนมาไหนกับเพื่อนคนนี้ตลอดเลยนะครับ คงจะสนิทกันน่าดู” สนิทกว่าที่นายคิดก็แล้วกัน ฉันแอบนินทาผู้ชายคนนั้นอยู่คนเดียว สนิทกันชนิดที่นายก็แทรกไม่ได้ ฉันจะไม่หงุดหงิด ยังไงมิยูกิก็เลือกฉัน คิดแบบนี้แล้วทำให้อารมณ์ดี ที่จริงก็อารมณ์ดีตั้งแต่โดนจับมือแล้ว ฉันเผลอยิ้มไป คิดว่ามิยูกิคงมัวแต่คุยกับผู้ชายคนนั้นและไม่ทันมอง
         “จะบอกว่าเพื่อนก็ไม่เชิงค่ะ” หน้าฉันเอียงตามแรงที่มิยูกิเข้ามาหอมแก้ม
         “ก็เป็นเพื่อนนะคะ แต่คนนี้น่ะ…แฟนฉันค่ะ เนอะซายากะ” ฉันหันไปมองและเจอกับสายตาอ้อน ๆ ของเธอจนแทบบ้า เธอตั้งใจยั่วอย่างเห็นได้ชัดอีกแล้ว และถ้ามองแบบนั้นตอนอยู่กันสองคนฉันบอกได้เลยว่า มีเรื่องต้องคุยกับเธอสักหน่อย
         “เราตกลงเป็นแฟนกันตั้งแต่ตอนไหน” รู้สึกเขินที่โดนรุกไม่ทันตั้งตัวอยู่ไม่น้อย แต่ต้องเก็บอาการสุดฤทธิ์ อย่าหวังเลยมิยูกิ รอกลับห้องก่อนเถอะ
         “จะไม่เป็นแฟนกับฉันใช่มั้ย”
         “ก็ไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย” ฉันพยายามมองไปที่อื่นเพราะข้างหน้าคุณลุงเจ้าของร้านก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าฉันกับมิยูกิไม่ได้เป็นแค่เพื่อน
         “ขอโทษนะคะคุณนาริตะ แฟนฉันขี้น้อยใจ ถ้าฉันไม่บอกคุณเรื่องนี้ ขี้เกียจจะตามง้อแฟนค่ะ ง้อยากซะด้วยสิคนนี้”
         “ผมคิดอยู่ว่าคุณสองคนดู…สนิทกันเกินไป… ตอนนั้นผมไม่อยากจะยอมแพ้ คิดว่าตัวเองคงคิดมาก แต่ก็…เห็นทีว่าจะแพ้เต็มตัวแล้วล่ะครับ” คนรู้จักของมิยูกิขอตัวลาไปหลังจากที่มิยูกิเปิดตัวแฟนของเธอ ก็น่าสงสารผู้ชายคนนั้นอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้
         “ดีใจด้วยนะครับที่พวกคุณยอมรับความรู้สึกของกันและกันได้แล้ว”
         “ทำไมเหรอคะ” มิยูกิวกกลับมาที่การพูดคุยกับคุณลุงเจ้าของร้านอีกครั้ง
         “ถ้าพวกคุณยังไม่เปิดใจให้กันต่อไปอย่างเมื่อก่อน คุณอาจจะเสียเขาไปตลอดกาล ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะฉะนั้น ทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่ อย่ามัวแต่รอจนมันสายเกินไป สุดท้ายก็มีแค่เราเท่านั้นแหละครับ ที่ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ไม่รีบทำตั้งแต่ตอนที่ยังสามารถทำได้”
         “ฉันเกือบจะเป็นอย่างที่คุณลุงบอกอยู่แล้วค่ะ เกือบจะเสียเขาไปแล้ว ขอบคุณที่ฉันยังมีโอกาสให้เริ่มใหม่” มิยูกิซบไหล่ฉัน เธอเองคงเข้าใจถึงความหมายลึก ๆ ที่ฉันไม่ได้บอกคุณลุงเจ้าของร้าน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเราสองคน
         “ซายากะพลาดแล้วนะ ฉันกลับมาเมื่อไร ซายากะจะไม่มีอิสระอีกแล้วล่ะ” ฉันหัวเราะ อิสระเหรอ ฉันไม่อยากมีมันเท่าผู้หญิงที่กำลังพูดอยู่ข้าง ๆ เลยสักนิด
         ขอแค่มีมิยูกิอยู่ด้วย ก็พอแล้ว

         ฉันมานอนเหยียดรอมิยูกิอย่างสบายใจอยู่บนเตียงเมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอเห็นเธอเดินออกมาเลยทำท่าขอกอด จึงโดนมิยูกิที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำแขวะ
         “อ้าแขนรอแบบนั้นหมายความว่ายังไง คิดว่าฉันจะยอมให้กอดเหรอ”
         “ไม่ใช่แค่ยอม ฉันรู้ว่าเธอเต็มใจ” ฉันคงตอบมั่นใจมากไปหน่อยเลยโดนมิยูกิปาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ใส่อย่างจัง ก่อนที่เธอจะตามเข้ามานั่งทับบนตักฉันทั้งตัว เอาขาขัดกับตัวฉันไว้ กับจูบที่ฉันไม่ได้ขอ
         ฉันใช้มือข้างหนึ่งช้อนตัวมิยูกิผ่านก้นเนียน ส่วนมืออีกข้างโอบแผ่นหลังผู้หญิงบนตักขยับเข้ามาชิดตัวฉันเองขณะที่จูบตอบไปกับริมฝีปากนุ่ม เส้นผมเย็นของมิยูกิโดนหน้าฉัน ทิ้งกลิ่นหอมของยาสระผมไว้ มิยูกิปล่อยให้ฉันได้สัมผัสกับลิ้นอุ่นของเธอแค่เพียงครู่เดียว ก็ถอนปากออก เธอจ้องหน้าตอนที่เอามือลูบคางฉันไปมา ทำหน้าอยากจูบต่อ แต่ไม่ยอมจูบ
         “ถ้าเหตุผลของมิยูกิฟังไม่ขึ้น ฉันจะจับกดกับเตียงเดี๋ยวนี้เลย”
         “แหม ก็อยากจะกดอยู่ตลอดไม่ใช่เหรอ เช็ดผมให้ฉันก่อน ฉันเช็ดไม่ถนัด” ฉันรับผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกับที่โดนปาใส่มาเช็ดผมให้มิยูกิ

         “ซายากะรอฉันหน่อยนะ” มิยูกิพูดขึ้นมาเมื่อฉันเช็ดผมให้อยู่พักใหญ่ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ตั้งแต่พรุ่งนี้แต่ละวันของเธอคงไม่ง่ายเหมือนเดิม
         “รอสิ ไม่ต้องห่วง ฉันรอมิยูกิมาคอยจับผิดฉันกับพนักงานโรงแรม”
         “อย่าแม้แต่จะคิด ฉันไม่ไปที่นั่นอีกเป็นครั้งที่สอง” มิยูกิพูดอู้อี้อยู่ใต้ผ้าเช็ดตัวที่ฉันคลุมหัวเธอไว้ ไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ ไม่ว่าจะยังไงฉันก็ต้องรอผู้หญิงคนนี้อยู่แล้ว
         “ฉันมีไลน์เขานะ”
         “ไหนลองพูดอีกทีซิ” มิยูกิเสียงดุขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อฉันแกล้งพูดแบบนั้น แต่ฉันก็มีไลน์ของฟุจิเอะจริง ๆ นั่นแหละเธอแอดมาหลังจากกลับตอนเที่ยวคราวนั้น
         “ฉันมีไลน์ฟุ…” แผนนี้ได้ผล เพราะมิยูกิไม่สนใจเรื่องผมที่ยังไม่แห้งดีของเธออีกต่อไป แล้วระดมจูบฉันอย่างเร่าร้อน รุนแรง โหยหา แล้วกลับไปนุ่มนวลจนฉันเคลิ้ม ริมฝีปากฉันคือเป้าหมายของเธอ ฉันปล่อยให้เธอจูบตามใจชอบ ส่วนฉันก็เลื่อนมือลูบไปตามแขนบอบบาง นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ทำแบบนี้ แต่มิยูกิชะงักจับมือฉันไว้
         “จะลูบอะไรก็ลูบไปแต่เว้นแขนขวาฉันไว้หน่อย คุณตำรวจสาว” ลืมไปเลยว่ามิยูกิมีบาดแผล ตอนนี้ตัวฉันโดนเธอดันลงมานอนกับหมอนที่เอาหนุนหลังไว้ มิยูกิไล่จูบจากคางฉันขึ้นมาที่จมูก เธอเปลี่ยนมือขวาที่ฉันลูบค้างไว้ตรงแขนไปสอดใต้ชุดนอนที่จะหลุดไม่หลุดแหล่เต็มที
         “เสื้อจะหลุดแล้วนะ” มิยูกิยิ้มมองเสื้อตัวเองตามที่ฉันบอก ทำท่าทางตกใจ อย่างไม่สมจริง
         “เพราะเสื้อจะหลุดเหรอถึงได้โดนตำรวจจับ…ถ้าเสื้อหลุดทั้งตัวก็เห็นหมดพอดีว่ามีมือใครสักคนกำลังทำอะไรอยู่ที่หน้าอกฉัน”
         “ไม่จับก็ได้” ชุดนอนบางหลุดออกจากร่างกายของมิยูกิ และเผยให้เห็นหน้าอกเนียน ในขณะที่ฉันถอดเสื้อของตัวเองออกบ้าง มิยูกิไล่มือเรียวไปตามหน้าท้องของฉันนั่นทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวกนัก ความวาบหวามเสียวแปลบวิ่งพล่าน พอ ๆ กับการเต้นของหัวใจเมื่อเลือดสูบฉีดจากความต้องการของพวกเราสองคน
         เธอเองก็เช่นกัน ที่เม้มปากแน่นซ่อนความรู้สึกข้างในเอาไว้เมื่อฉันซุกหน้าลงไปเพื่อสำรวจเนินอกนั่นแทนการจับอย่างที่เธอโวยเมื่อกี้ ปฏิบัติการสำรวจผู้ร้ายโดยปากก็เริ่มขึ้น…

         2 ปีต่อมา…

         “ไงคะ นัดฉันออกมาแบบนี้ จูรินะจะเข้าใจฉันผิดได้นะ” ฉันหัวเราะอารมณ์ขันของมัตสึอิ เรนะ คนที่ยื่นมือเข้ามาเพื่อช่วยเหลือเรื่องคดีของฉันกับพารุ เราทั้งสองคนไม่ได้โดนโทษหนักมากอย่างที่กังวล เพราะให้การเป็นประโยชน์ คนที่โดนหนักที่สุดคือโยโกยามะ ยุย เธอโดนข้อหาฆ่าคนตายด้วยอีกหนึ่ง
         “ฉันคงไม่ใช่เป้าหมายของคุณหรอกนะ ยิ่งตอนนี้ด้วย”
         “เรื่องที่คุณเป็นดาราน่ะเหรอ” มัตสึอิ เรนะยิ้มเธอรู้ว่าฉันแซวเรื่องที่ชอบเลี้ยงเด็ก
         “ที่ฉันนัดเรนะออกมาเจอกันวันนี้ ฉันอยากจะขอบคุณที่เรนะ มีน้ำใจช่วยฉันกับเพื่อน”
         “ไม่รู้สิคะ ฉันอยากขอโทษที่ทำไม่ดีไว้กับคุณตำรวจคนนั้นล่ะมั้ง” คนคางบุ๋มทำสีหน้ารู้สึกผิด
         “อย่างน้อยฉันก็ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่จริงอยากชวนมาทำงานด้วยกันอีก เสียดายมิลกี้เป็นดารามีรายได้ไปแล้ว”
         “ขอบคุณนะ เรนะ สำหรับทุกอย่าง”
         “ทำหน้าน่ารักชะมัด” ฉันถึงกับเขินเมื่อโดนมัตสึอิ เรนะหยอด

         ฉันกับพารุไม่ต้องจำคุกเพราะถูกกันไว้เป็นพยานในการสืบหาคนที่เหลือขององค์กรที่ยังหลบหนี แต่พวกเราต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อชดเชยค่าเสียหายในสิ่งที่เราทำ พารุไม่เดือดร้อนเรื่องนั้นมากเท่าฉัน เพราะเธอใช้รายได้จากการทำงานในอาชีพดาราจ่ายไปบางส่วน อีกทั้งยังตกลงจะเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับกรมตำรวจตลอดชีวิตที่เป็นดารา เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน
         ส่วนฉันที่ไม่ได้มีรายได้แบบพารุ เงินที่ได้จากการทำงานให้องค์กรก็โดนยึดไปทั้งหมด เรียกว่าลำบากกว่าเพื่อน แต่ปัญหาเหล่านั้น มัตสึอิ เรนะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ทำให้ฉันเลือกจะเป็นดาราแบบเดียวกับพารุ เพื่อหารายได้มาทยอยจ่ายให้มัตสึอิ เรนะ ถึงแม้เธอจะไม่ต้องการแบบนั้นก็ตาม
         อีกหนึ่งสิ่งที่พวกเราได้รับคือทางตำรวจช่วยปกปิดความลับไว้ให้ในเรื่องชื่อและหน้าตาเพื่อความปลอดภัย แต่ช่วงสองปีนี้ ฉันกับพารุจะโดนกักบริเวณตามสมควร เราสองคนไม่คุ้นเท่าไร วัน ๆ มีแต่นั่งเซ็งอยู่ในบ้านตัวเอง พารุแย่มากในช่วงแรก เธอเป็นห่วงยุย
         พารุยอมเล่าให้ฟังเพียงคร่าว ๆ ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างเธอกับยุย แต่ยังไม่พร้อมจะเล่าเรื่องทั้งหมด เธอยังสะเทือนใจอยู่ พารุเป็นคนที่ถ้าไม่พูดก็จะไม่พูด เมื่อเธอพร้อมเธอจะพูดมันเอง ฉันจึงทำได้แค่อยู่ข้าง ๆ เพื่อนเพื่อรอวันที่เธอพร้อมจะเล่า
         พารุพาแมวมาเลี้ยงที่บ้านด้วยตัวหนึ่งช่วงนั้น เธอบอกว่าชื่อบิสเป็นแมวของโยโกยามะ ฉันถามว่าเป็นตัวเดียวกับที่ข่วนเธอมั้ย พารุหัวเราะและจากนั้นก็ร้องไห้จนฉันต้องเข้าไปกอดปลอบ
         หลัง ๆ ฉันเลือกจะเลี่ยงการพูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับยุย แต่ตอนหลังพารุก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เธอเริ่มยิ้ม ต้องขอบคุณบิสที่ช่วยเธอไว้ค่อนข้างมาก อีกทั้งพารุยังได้รับอนุญาตให้ไปเยี่ยมโยโกยามะได้อีก สถานการณ์ที่ดูน่าเป็นห่วงก็พอจะทำให้ฉันวางใจลงไปแล้วอย่างหนึ่ง
         สำหรับยามาโมโตะ ซายากะคนสำคัญของฉัน เธอคอยเป็นกำลังใจให้ฉันเสมอ กับงานใหม่ที่ฉันเจอคนหนุ่มมากหน้าหลายตา ยิ่งทำให้เธอหวงฉันมากกว่าปกติ ถึงเธอจะไม่พูดว่าหวงก็ตาม ซายากะก็ยังซึนเหมือนเดิม แต่เรื่องนั้นไม่ได้ทำให้เรามีปัญหากันเท่าฉันไปถ่ายชุดว่ายน้ำแล้วโดนซายากะบอกว่าฉันเริ่มมีพุง ฉันงอนเธออยู่หลายวัน ใช่สิใครจะมีหน้าท้องสวยแบบคุณตำรวจสาวอย่างเธอกันล่ะ
         เรางอนกันตามประสาแต่ซายากะไม่เคยทิ้งฉันไปไหน และฉันก็จะไม่ทิ้งซายากะไปไหน ผู้หญิงคนที่ทำให้ชีวิตฉันมีความหมาย คนที่สอนให้ฉันได้เรียนรู้คำว่ารัก
         ฉันยังจำคำที่มัตสึอิ เรนะเคยถามได้อยู่ ว่าทำไมถึงรักผู้หญิงแบบซายากะ
         การรักใครสักคน…
         รักโดยไม่รู้ว่าทำไม…
         ฉันรู้แค่ว่าฉัน…รักยามาโมโตะ ซายากะ

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เสน่หาร้อยมารยา SP04 (SayaMilky)✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s