[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (2) (SayaMilky)

Posted on Updated on

รูปภาพ ต้นฉบับ

         “ธุระด่วนขนาดต้องเลิกประชุมเลยเหรอคะคุณ ฉันคงไม่กล้าสู้หน้าพวกกรรมการบริษัทอีกนาน” พอมานึกถึงว่าทุกคนพยายามตั้งใจจะนำเสนอรายงานที่ทำกันมาทั้งเดือนแบบนั้น แต่ตัวประธานโดดมานั่งกินปิ้งย่าง จะว่าฉันพาลก็ได้ นี่เลยตั้งใจเสียมารยาทเดินไปถามเจ้าตัวตรง ๆ คุณวาตานาเบะไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรสักนิด พร้อมกับยกเบียร์ขึ้นดื่มยิ้ม ๆ ตอนที่ฉันเดินเข้ามา สงสัยคิดว่ากำลังเดินชิลอยู่กลางทุ่งหญ้าสะวันนา หารู้ไม่ว่ามีเสือร้ายจ้องเล่นงานอยู่ ฉันคือหนึ่งในเสือพวกนั้น อยากตะปบให้คว่ำ
         “ก็มีวันนี้วันเดียวนี่ สิบห้าเปอร์เซ็นต์ก็มีค่านะยามาโมโตะ”
         “แล้วนี่…คุณนั่งมานานแค่ไหนแล้วคะ”
         “ฉันเพิ่งจะได้นั่ง เพราะคิวเยอะน่ะ” ลึก ๆ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะเพิ่งมานั่ง
         “เรื่องกินฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ พูดไปคุณก็ไม่ฟัง แต่เรื่องแอลกอฮอล์ คุณอย่าดื่มเยอะนักสิคะ” เจ้านายสาวของฉัน ตัวแดงตาฉ่ำทำหน้าเยิ้ม มีความสุขมาก นี่ถ้าใครบอกฉันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เมาฉันจะฟาดด้วยถุงข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในมือ
         “ยามาโมโตะไม่ต้องห่วง ฉันยังไม่เมาหรอก” ฉันไม่ได้ห่วงสักหน่อย บางทีพรุ่งนี้ฉันอาจนึกสนุกจับประธานบริษัทหมกกองเอกสารก็ได้
         เมื่ออีกคนเห็นฉันตั้งท่าจะบ่นเรื่องที่หนีประชุม ท่านประธานคนดีก็ตัดหน้าชวนกินเนื้อย่างด้วยกันซะก่อน คุณวาตานาเบะเรียกฉันให้นั่งข้าง ๆ ชวนกินโน่นนี่นั่นไม่หยุด
         นี่ฉันต้องมานั่งเป็นเพื่อนเจ้านายจนได้ ในขณะที่ประธานผู้คลั่งไคล้เนื้อย่างก็ปิ้งไปดื่มไป ประหนึ่งว่าเป็นวันหยุดพักผ่อน ทั้งที่ความจริงยังมีเอกสารกองมหึมารอน้ำหมึกจากมือของเธอ
         คอยดูเถอะถ้าพรุ่งนี้อู้เรื่องเซ็นเอกสารเมื่อไรโดนดีแน่ จะยอมอ่อนข้อให้ไม่ได้ เผลอทีไรหาเรื่องออกจากบริษัทตลอด บางทีไม่เผลอประธานก็ออกขนาดกล้าเอ่ยปากบอกฉันตรง ๆ ว่ามีร้านจัดโปรโมชั่นขนมหวานสำหรับสาวทำงาน
         “คุณไม่เป็นไรแน่เหรอคะที่มากินคนเดียวแบบนี้”
         “ฉันก็มาออกบ่อย ไม่เห็นเป็นไรเลย” คุณวาตานาเบะยกจานที่เต็มไปด้วยชิ้นเนื้อซึ่งยังมีควันลอยอยู่มาให้ตามด้วยถ้วยน้ำจิ้มสักรสที่อยู่แถวนั้น
         “ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น คือ…คุณไม่เหงาเหรอคะ ที่ต้องอยู่คนเดียวทำงานคนเดียวในช่วงอายุประมาณนี้ อาจมีอะไรที่คุณอยากทำมากกว่านั่งทำงานเครียด ๆ”
         “ยามาโมโตะเป็นเลขาที่ดีจริง ๆ เป็นห่วงฉันขนาดนี้” ฉันหมั่นไส้เมื่อเจ้านายทำหน้าเป็นปลื้ม
         “นี่ฉันก็พูดให้ฟัง ฉันแค่สงสัย ฉันไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยอย่างที่คุณกำลังคิดหรอกค่ะ ถ้าเมาแล้วก็ควบคุมสติสักหน่อยสิคะ” เธอยิ้มแย้ม เธอดูไม่เดือดร้อนอะไรถึงแม้ฉันจะชอบว่าชอบตำหนินิสัยที่ไม่ค่อยจะดีของเธอคุณวาตานาเบะอายุไม่ห่างกับฉันเท่าไร แต่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างมากกว่าฉันเป็นสิบเท่า เวลาที่เธอหมดไปกับการทำงาน เจ้านายของฉันจัดการกับสิ่งเหล่านั้นได้ยังไง ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องแบกมันเอาไว้มาตลอดหลายปี
         “เป็นห่วงฉันสักหน่อย ไม่ได้เกินความสามารถของยามาโมโตะหรอก แกล้งทำเป็นใจดีกับฉันบ้างก็ได้ ถ้าอยู่ในโหมดเลขาสายโหดแบบนี้ เครียดกันพอดี…อะนี่ กินเถอะ” คุณวาตานาเบะผู้ไม่เดือดร้อนกับคำพูดของฉัน และมุ่งมั่นที่จะกินเนื้อย่างของเธอต่อไป เฮ้อ…ก็เป็นเจ้านายที่แปลกแหวกแนวน่าสนใจดี แต่ฉันไม่ได้สนใจเธออย่างที่คิดหรอก ฉันก็แค่รู้สึกถึงภาพรวม ๆ ว่าเป็นคนน่าสนใจเท่านั้นเอง
         หลังปล่อยให้เจ้านายทั้งกินทั้งดื่มจนสาแก่ใจในโปรโมชั่นสำหรับวันนี้ ที่เธอลงทุนโดดประชุมมาจองคิว ฉันโทรเรียกให้คนขับรถมารับเธอกลับบ้าน คุณวาตานาเบะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตลอดเวลาระหว่างทางไปบ้านฉัน ส่วนใหญ่เธอมีอาการแบบนี้ทุกครั้งเวลาดื่ม ‘มากเกินไป’
         ฉันต้องปลุกคนข้าง ๆ เมื่อถึงบ้านของฉันเองเพื่อจะลงจากรถ เพราะคุณวาตานาเบะเล่นนอนพิงฉันทั้งตัวจนเมื่อยไปหมด
         “แล้วเจอกันนะยามาโมโตะ”
         “เดี๋ยวคุณ ! นี่มันบ้านฉันคุณจะลงทำไมคะ” ฉันรีบคว้าเจ้านายไว้ เธอทำท่าจะเปิดประตูลงไปจริง ๆ
         “บ้านเธอ…” คุณวาตานาเบะที่กำลังทำตาเยิ้มใส่ ขยับเข้ามาใกล้ ๆ ไม่…ฉันไม่ควรจะต้องมาใจเต้นกับสายตาแบบนี้ ผู้หญิงตรงหน้าก็แค่กำลังเมา
         “ขอโทษทีฉันก็นึกว่าถึงบ้านตัวเองแล้ว” เจ้านายหัวเราะเฮฮาแก้เขินตอนที่ฉันปล่อยข้อมือเธอ แล้วก็นอนเหยียดตัวลงไปที่เบาะหลังทันทีเมื่อฉันลงจากรถ
         ไหวมั้ยเนี่ย…
         ฉันยืนมองจนรถของเจ้านายสาวหายลับไป แล้วภาวนาให้วันรุ่งขึ้นช่วยเป็นวันที่การทำงานของฉันราบรื่นด้วยเถอะ

         ไหวมั้ยเนี่ย… ทำไมต้องเป็นเช้าวันที่ฉันตื่นสาย
         ฉันถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และก้าวไม่คิดชีวิต เมื่อพุ่งออกมาจากลิฟต์ได้ในที่สุด ฉันยังคงไม่เลิกคร่ำครวญว่าควรเป็นฉันที่นั่งสบาย ๆ อยู่ที่โต๊ะของตัวเองเพื่อรอส่งสายตาต่อว่าประธานขาอู้บางคน ซึ่งเธอจะพาร่างหมดสภาพมาทำงาน หลังวันที่ดื่มหนัก น่าเจ็บใจไม่ใช่เรื่องว่าฉันจะสายหรอก แต่เพราะฉันมาสายกว่าคุณวาตานาเบะนี่แหละที่น่าเจ็บใจที่สุด
         นี่เป็นข้อดีของเธอ ต่อให้เมาแค่ไหน แต่ไม่เคยมาทำงานสาย จริง ๆ เธอจะไม่มาก็ได้ เธอจะมาสายก่อนเลิกงานก็ได้ หรือการที่แอบไปกินเนื้อย่างก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะเธอคือเจ้าของบริษัท ถึงแม้อันหลังที่คิดถึงแล้วจะทำให้หงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ
         โดยปกติฉันต้องมาถึงที่ทำงานก่อนเจ้านาย พอเป็นแบบนี้ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดขายหน้าอยู่ข้างในลึก ๆ เช้านี้ไม่สมหวังไปแล้วหนึ่งเรื่อง
         ฉันเคาะประตูเพื่อขออนุญาต ก่อนจะหมุนลูกบิดและออกแรงดันแผ่นสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลตรงหน้าเพื่อพาตัวเองเข้าไปด้านใน คุณวาตานาเบะกำลังนอนอยู่ที่โซฟายาวสีดำ ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทำงาน แสงแดดจากหน้าต่าง ทำให้ฉันเห็นกองเอกสารที่วางไว้ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไรบนโต๊ะนั้น
         อย่าบอกว่าประธานจัดการเอกสารหมดแล้ว…
         แล้ว่าทางแบบนั้นจะเป็นอะไรหรือเปล่า คุณวาตานาเบะนอนนิ่งไม่คุยกับฉันเลยสักคำ ท่าทางจะอาการหนัก
         “ยามาโมโตะ ถ้ามีแฟ้มไหนยังไม่ได้เซ็นก็รีบเอามาให้ฉันนะ เป็นการขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อวาน”
         “เดี๋ยวคุณก็ทำอีกเชื่อฉันสิ ทำเป็นตั้งใจทำงานแต่เช้า ฉันไม่หลงกลคุณหรอกค่ะ ท่านประธาน” อย่างน้อยเธอก็ยังไม่ถึงขั้นหมดสติในห้องทำงานตัวเองล่ะนะ เจ้านายนอนหัวเราะทั้งที่ยังเอามือก่ายหน้าผาก เมื่อฉันเดินเข้าไปชะโงกดู
         “แผนฉันไม่เคยสำเร็จเลย ต้องทำยังไงดีล่ะ”
         “เบา ๆ เรื่องของมึนเมาไงคะ นี่ไหวหรือเปล่าคะเนี่ย” คุณวาตานาเบะก็อิดโรยแบบนี้ทุกครั้ง แต่ฉันไม่เคยชินสักที ถึงชอบโดดงานไปกินเนื้อย่างแต่หน้าตามีความสุขจนน่าหมั่นไส้ก็ดีกว่าที่เห็นตอนนี้
         จริง ๆ แล้วผู้หญิงคนนี้กำลังคิดอะไรกันแน่
         “เขาทำไว้ให้เรากิน ถ้าไปเมินไม่ยอมกินละเสียดายแย่ คุณเบียร์พวกนั้นจะรู้สึกยังไง”
         “คุณจะไปแคร์เขาทำไมล่ะคะ แล้วตัวคุณล่ะ”
         “ฉันเหรอ ก็รออยู่ว่าจะมีใครมาแคร์ฉันบ้าง คนไม่ค่อยมีเวลา ไหนจะงานและอีกเยอะแยะ”
         “คุณน่าจะเพิ่มคำว่าเนื้อย่างและร้านอาหารลดราคาเข้าไปในประโยคเมื่อสักครู่ด้วยก็ดีนะคะ”
         “ไม่ต้องเพิ่มหรอก เรารู้กันสองคนก็พอนะยามาโมโตะ” เจ้านายก็ยังยิ้มได้ในเวลาแบบนี้
         “คุณจะเอาอะไรร้อน ๆ มั้ย ฉันจะไปจัดการให้”
         “ก็ดีค่ะ ฉันเมื่อยคอยังไงก็ไม่รู้สิ” คุณวาตานาเบะยันตัวเองขึ้นมานั่งพิงกับพนักโซฟา เธอเอามือนวดคอพร้อมกับทำหน้าสงสัยสิ่งที่เกิดขึ้น นี่ขนาดจะนั่งตรง ๆ ยังทำไม่ได้เลย เมื่อคืนกินไปเยอะกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเป็นแน่
         เมื่อฉันกลับมาพร้อมกับถ้วยโกโก้ ก็เลยโดนเธอบ่นเรื่องที่ไม่รู้ใจว่าเธออยากจะกินกาแฟ
         “ที่ฉันไม่บอก ก็คิดว่ายามาโมโตะคงรู้” เจ้านายสาวผู้หมดสภาพยังโวยวายไม่เลิก
         “ฉันทราบค่ะว่าคุณอยากได้กาแฟมากกว่า แต่กาแฟก็ไม่ค่อยดีเท่าไร อย่าไปกินมากเลยค่ะ”
         “ขัดใจฉันตลอดนะ เหอะ…” คุณวาตานาเบะนั่งจิบโกโก้อย่างเสียไม่ได้
         “ฉันว่าเพราะคุณนอนผิดท่า ก็เลยปวดคอนะคะนั่นน่ะ” เบื่อจะเถียงกับเธอเลยชวนคุยเรื่องอื่นแทน คุณวาตานาเบะนวดคอตัวเองด้วยมือข้างที่ไม่ได้ถือถ้วยโกโก้ ทำหน้างอแงไม่สมกับเป็นประธานบริษัทเท่าไร
         “รบกวนหน่อยค่ะ ช่วยนวดให้ฉันที”
         เอากับเขาสิ นี่ฉันต้องมานวดให้เธอจริง ๆ ใช่มั้ย คุณวาตานาเบะขยับให้ฉันไปนั่งข้าง ๆ และหันหลังให้โดยไม่ถามสักคำว่าเลขาคนนี้นวดเป็นหรือเปล่า เจ้านายเอาแต่ใจตลอด เพราะแบบนี้ไงฉันต้องคอยเบรกเธอบ่อย ๆ มันช่วยไม่ได้นี่ ฉันจะทำให้ถูกใจเธอไปทุกครั้งมันคงเป็นไปไม่ได้
         ก็นั่นแหละฉันบีบเข้าไปที่คอขาว ๆ ของเธอจนมันค่อย ๆ เป็นรอยแดง ด้วยความที่ไม่เคยนวดให้ใครมาก่อน คุณวาตานาเบะถึงกับร้องลั่น เธอหันมาน้ำตาคลอ ฉันคิดว่าเธอพยายามอดทนอยู่นานแต่คงจะไม่ไหวจริง ๆ
         “คุณแกล้งร้องหรือเปล่าคะ” ที่จริงฉันอยากหัวเราะแต่เพราะสีหน้าสลดของคนที่หันมา ทำให้ฉันเก็บอาการเอาไว้ก่อน บางทีฉันคงลงน้ำหนักมากเกินไป
         “ไม่ต้องนวดแล้ว เจ็บ…ฉันจะนอนพักสักหน่อยค่ะ”
         ท่าทางเธอจะโกรธ เพราะเจ้านายเปลี่ยนไปใช้น้ำเสียงจริงจังมากกับการสนทนาเมื่อครู่ โอเคฉันคิดว่าควรออกไปเตรียมงานสำหรับเช้านี้สักที
         “อย่าให้ใครเข้ามานะ คุณก็ด้วย” ท้ายประโยคฉันโดนเจ้านายเอ็ดด้วยสายตาบางอย่าง ฉันอยากฟาดเธอด้วยเนื้อย่างร้านไหนก็ได้ ไม่ต้องมีโปรโมชั่น ฉันทำอะไรผิด เธอให้ฉันนวด ฉันก็นวดแล้วไง
         “ทราบแล้วค่ะ” ฉันไม่เข้าใจสายตาเมื่อกี้ของเจ้านายเท่าไร แต่ฉันว่าฉันก็ดูแลเธออย่างดีแล้วนะ เท่าที่เลขาจะทำได้
         ไอ้ความไม่สบายใจที่เห็นสายตาแบบนั้น คืออะไรกันแน่…
         ก่อนจะปิดประตูฉันก็แอบมองคนในห้องอีกครั้ง เธอนอนซุกไปกับโซฟาเอามือกุมคอไว้
         เจ็บมากขนาดนั้นเลยเหรอ…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (2) (SayaMilky)✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s