[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (3) (SayaMilky)

Posted on Updated on

รูปภาพ ต้นฉบับ

         การกินเป็นความสุขอย่างหนึ่ง การกินช่วยผ่อนคลาย การกินช่วยทำให้ฉันมีพลังอีกครั้งจากการทำงานอย่างหนัก ฉันไม่รู้ว่าใครจะมองฉันยังไง ซึ่งขอบอกตรง ๆ ว่าฉันไม่สนใจสายตาของใครทั้งนั้น
         เมื่อฉันเครียดฉันเลือกที่จะกินเพื่อขจัดความเครียดเหล่านั้น ฉันรู้ว่าที่จริงควรเปลี่ยนวิธีการคิด แต่ชีวิตฉันต้องเจอความเครียดมาตลอด ด้วยภาระหน้าที่ประธานบริษัท มันช่วยไม่ได้ งานพรากบางอย่างไปจากฉัน ฉันรู้เรื่องนั้นดีแต่ฉันเข้าใจ ทำไมฉันจะไม่อยากมีชีวิตแบบผู้หญิงทั่วไป แน่นอนว่าฉันอยากมีชีวิตวัยใสเหมือนกับคนอื่น
         เพราะฉันอยู่แต่กับงาน ทำให้มีเพื่อนน้อย โดยเฉพาะเพื่อนที่คุยกันได้จริง ๆ เพื่อนสนิทเข้าขั้นน้อยมากจนน่าใจหาย รู้ตัวอีกทีก็ชินกับการทำงาน ทำงานและทำงาน เมื่อได้มีโอกาสเจอเพื่อนที่นาน ๆ ไม่เจอกันฉันจะทำตัวไม่ค่อยถูก ตอนนี้ก็คงมีแค่ชิมาซากิ ฮารุกะเท่านั้นที่ฉันไปมาหาสู่บ่อย ๆ แต่ก็คงจะน้อยมากอยู่ดีเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ทั่วไป
         ยังดีว่าตอนนี้บริษัทเข้าที่เข้าทางมากกว่าแต่ก่อน ตอนที่ฉันเริ่มทำงานใหม่ ๆ อายุน้อย ไม่เคยบริหารคน ไร้ประสบการณ์ เมื่อเจอแต่ปัญหารุมเร้า ฉันเอาแต่ร้องไห้ ร้องไห้และร้องไห้ แล้วเกิดอะไรขึ้น ร้องไปก็ไม่ทำให้ปัญหาที่ฉันเจอหายไป
         นั่นคือจุดเริ่มต้นของฉันคนใหม่
         จะไม่เอาแต่ร้องไห้อีกต่อไปและเริ่มลุกขึ้นมาสู้กับสิ่งท้าทายที่ฉันเจอ
         ฉันลุกขึ้นมาได้ทีละเล็กทีละน้อย สามปีที่ลองผิดลองถูกกับบริษัทซึ่งแม่โยนมาให้บริหารงานอย่างไม่ทันตั้งตัว บวกกับอีกสามปีที่เริ่มขยับขยายสาขาต่างจังหวัด
         ฉันทำสำเร็จจนได้…แต่อายุก็ย่างเข้าใกล้สามสิบเข้าไปทุกทีอีกสองปีจะไม่มีเลขสองนำหน้าในอายุของฉันอีกต่อไปแล้ว ใจหายน่าดูเมื่อเรื่องความรักฉันก็แย่พอกับเรื่องเพื่อน
         ฉันเคยมีแฟนมาแค่สามคน และไม่เคยประสบความสำเร็จกับใครสักคน แต่ละคนที่คบหาเป็นคนรัก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดตอนที่เราเลิกกันว่า ฉันดีทุกอย่างยกเว้นก็แต่
         ฉันไม่มีเวลาให้พวกเขาเลย
         ฉันทำงานมากเกินไป…ฉันให้เวลากับคนรักไม่พอ
         อาจเพราะฉันเลือกทุ่มเทให้กับงานมากกว่าพวกเขา การครองโสดน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับฉันมากที่สุดแล้ว ฉันไม่อยากทำร้ายใครอีกต่อไป
         ในตอนแรก ๆ ที่เข้ามาทำงาน ตำแหน่งเลขาประธานบริษัทเป็นตำแหน่งที่มีคนเข้าออกบ่อยมากที่สุด ฉันยอมรับเลยว่าฉันแย่มากในการทำงานกับลูกน้องโดยตรงของฉันเอง ยิ่งตอนแรก ๆ ฉันวีนและเหวี่ยงใส่เลขาทุกคน ฉันอารมณ์เสีย ฉันโมโหร้าย ฉันอยากทำงานให้สำเร็จ ฉันไม่สนใจอะไรอย่างอื่นแม้แต่น้อย คิดทำนองว่าฉันจ้างพนักงานมาแล้ว พวกเขาต้องทำงานให้ฉัน ให้สมกับเงินที่ฉันเสียไป
         สุดท้ายผลที่ออกมามันตรงข้าม
         เราเป็นคนที่จ่ายเงินจ้างพนักงานเหล่านั้นมาก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะมองพวกเขาเป็นดังเครื่องจักรที่ทำให้เราได้ทุกอย่าง เขาเหล่านั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนกันกับฉัน เขามีความรู้สึกนึกคิด
         เราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ยิ่งการบริหารบริษัทนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เราจะเหนื่อยมากเมื่อต้องแบกรับทุกอย่างอยู่คนเดียว ฉันเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง และปรับการทำงาน ฉันพยายามเข้าหาพนักงาน ให้เกียรติพวกเขามากขึ้น
         ฉันได้เรียนรู้จากพนักงานหลายคนตลอดเวลาที่ผ่านมา
         ฉันโมโหน้อยลง ใช้เหตุผลมากขึ้น รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย นำมันมาปรับใช้ เสนอแนวทางความต้องการของฉัน และรู้จักบริหารคน ใช้คนให้ถูกกับงานในฝ่ายต่าง ๆ
         อย่างน้อยที่สุดฉันเริ่มมีมุมมองที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจากประสบการณ์ที่เจอ และความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพนักงานก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เฉพาะกับเลขาเท่านั้น
         แต่บางครั้ง บางเรื่อง ฉันอาจจะชอบคิดอยู่ในใจและเลือกที่จะไม่พูดมันออกไปทั้งหมด บางคนเข้าใจผิดเป็นอย่างอื่น หรือเข้าใจไม่ตรงกันได้ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องเสียเลขามือดีคนล่าสุดไป
         เราอาจทะเลาะกันบ่อยในสายตาคนอื่น แต่ฉันชอบการทำงานของเธอมาก ฉันไม่เคยบอกใครว่าฉันไว้ใจเธอในเรื่องงานเสมอ ไม่ได้บอกจนกระทั่งเธอออกไป
         หลัง ๆ เธอคงรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องทำงานกับฉัน ฉันเลือกที่จะให้เธอออกไปทำงานที่เธอสบายใจ ฉันคิดว่านั่นน่าจะมีความสุขมากกว่า ที่ต้องทะเลาะกับฉันทุกวัน ถ้าเราปล่อยให้ความรู้สึกด้านลบสะสมนาน ๆ จากเรื่องเล็ก มันจะเปลี่ยนเป็นปัญหาใหญ่และผิดใจกันได้
         เราไม่สามารถรั้งใครไว้กับเราได้ตลอดไป เมื่อได้เจอเส้นทางใหม่ที่ดีกว่า ทุกคนต่างก็ก้าวไปคว้าโอกาสนั้น และหวังว่าชีวิตความเป็นอยู่จะดีขึ้น
         มีคนมากมายที่สมัครเข้ามาเมื่อเปิดรับเลขาคนใหม่ ทุกคนมีความสามารถฉันรู้ การแข่งขันในเรื่องงานสมัยนี้สูงลิบลิ่ว แต่ฉันแค่รู้สึกว่ายังไม่ใช่กับใครทั้งนั้น มาตรฐานเลขาของฉันตั้งไว้สูงมากเช่นกัน ฉันยังยึดติดอยู่กับเลขาคนเก่าพอสมควร
         แต่มาตรฐานที่ว่านั่นก็หายไป เมื่อผู้หญิงผมสั้นหน้าหวานแต่งตัวเปรี้ยวโชว์สัดส่วนเข้ามานั่งอยู่ตรงหน้า ฉันอึ้งไปพักหนึ่งว่าอะไรทำให้เธอคิดแต่งตัวแบบนี้มาสัมภาษณ์งาน เธอไม่ได้ผิด เธอสวยฉันยอมรับ แต่ฉันรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่าง หรือแม้แต่บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเธอที่ฉันรู้สึกว่าขัดกับบุคลิกของเธอเอง
         ยามาโมโตะ ซายากะ มีเหตุผลอะไรที่แต่งตัวแหวกกฎการสัมภาษณ์งานได้มากขนาดนี้ ฉันแกล้งหยอดแรง ๆ ไปหนึ่งประโยคเพื่อดูปฏิกิริยาของเธอ และต้องประหลาดใจเมื่อผู้หญิงที่ดูจะไม่ค่อยเป็นตัวเองคนนี้เล่าว่าเธอเจออะไรมาบ้าง
         นั่นทำให้ฉันรู้สึกสนใจเธอขึ้นมาทันที อีกทั้งเธอยังเป็นคนเก่งด้วย เธอเก่งมากจากผลงานที่ฉันไล่อ่านจากแฟ้มประวัติส่วนตัว ฉันจะรับเธอเข้าทำงาน เพราะฉันรู้สึกชอบเธอมากและชอบที่เธอกล้าทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองเพื่องาน เธอต้องใช้ความกล้าเท่าไรที่จะทำในสิ่งที่เธออาจไม่ชอบมากด้วยซ้ำ
         ฉันประทับใจเธอ…

         วันแรกที่ที่ยามาโมโตะเริ่มทำงาน เธอแต่งตัวสุภาพชนิดหน้ามือเป็นหลังมือกับวันสัมภาษณ์ ทั้งยังดูมั่นใจมากกว่า และฉันหวังว่าเธอจะมีความสุขกับตำแหน่งงานนี้
         รวมทั้งเข้าใจนิสัยการกินของฉันด้วยถ้าเป็นไปได้
         ขอให้เธอเข้าใจฉันที
         ยามาโมโตะเข้าใจฉันหรือเปล่า ฉันไม่รู้เรื่องนั้นและฉันเดาการกระทำของเลขาตัวเองไม่ถูก เธอก็ไม่ได้แย้งฉันไปหมดทุกเรื่อง หรือยอมเพราะว่าฉันเป็นเจ้านาย เรียกว่ารู้เขารู้เราจะได้หรือเปล่านะแบบนั้น ฉันรู้สึกว่ายามาโมโตะรู้ทันนิสัยฉัน สามารถขัดฉันได้โดยไม่ทำให้มันเป็นการเสียมารยาทในฐานะที่เธอเป็นลูกน้อง แต่ถึงมันจะดูไม่ดีที่เธอขัดโน่นนี่นั่น ยามาโมโตะก็รู้ว่าควรจะพูดหรือทำอะไร
         ฉันถูกใจที่เธอเป็นแบบนี้ ฉันสบายใจมาก เหมือนฉันมีใครสักคนที่ฉันสามารถทำอะไรก็ได้อย่างที่ต้องการ เพราะเขาคนนั้นจะรู้ดีว่าฉันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แม้จะเป็นเรื่องที่ประธานไม่สมควรทำก็ตาม
         เหมือนว่าฉันได้เพื่อนเพิ่มมาอีกคน
         ฉันมีความสุขทั้งกับเรื่องงานและเรื่องกิน
         ยามาโมโตะไม่ทำให้ฉันผิดหวังในเรื่องงานมิหนำซ้ำยังดูแลฉันด้วย เธออายุน้อยกว่าแต่ก็มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ฉันทึกทักเอาเองบ่อย ๆ ว่ายามาโมโตะคอยห่วงฉัน
         เราจะรู้สึกดีแค่ไหนที่มีคนคอยเอาใจ เวลาทำงานเหนื่อย ๆ ถึงเธอจะขัดใจฉันด้วยก็ตาม หรือบางครั้งยังทำท่าถามไปส่ง ๆ ไม่ได้สนใจอะไรฉันเลย เหมือนถามตามมารยาททั่วไป ฉันชอบให้เธอเข้ามาถามแบบนั้นเป็นที่สุด เธออาจจะไม่ได้สนใจฉันก็จริง แต่ฉันรู้สึกดีที่ได้พูดคุยกับเธอ
         บางครั้งก็แค่อยากพูดคุยโดยไม่มีสาเหตุ
         กว่าจะรู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรไม่สมกับเป็นประธานบริษัทมันก็ล่วงเลยเข้ามาสี่เดือน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ฉันผูกพันกับลูกน้องของตัวเอง และอยากได้อะไรมากกว่าที่ยามาโมโตะทำให้ มากกว่าที่เลขาทั่วไปสามารถทำให้เจ้านาย
         ฉันจะหงุดหงิดเมื่อต้องยับยั้งชั่งใจตัวเอง แต่มันอดไม่ได้เมื่อได้อยู่ใกล้ ๆ เลขาอย่างยามาโมโตะ บ่อยครั้งที่ฉันคิดมาก คิดอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เรื่องงานเวลาได้อยู่กับเธอ
         คิดถึงเธอ เมื่อไม่ได้เจอกัน
         ฉันกำลังมีปัญหาใหญ่

         ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเลขาหนักข้อขึ้นทุกวัน ฉันเกือบจูบเธอระหว่างที่นั่งรถกลับบ้าน ตอนนั้นฉันเมาเพราะไปกินเนื้อย่างโปรโมชั่น ยามาโมโตะโผล่พรวดเข้ามาต่อว่าเรื่องหนีประชุม แต่ฉันกลับดีใจโดยไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่เธอเข้ามาต่อว่าเลยแม้สักนิด และชวนเธอกินเนื้อย่างด้วยกันเพราะอยากมีเพื่อนคุย กับอีกเหตุผลเพราะไม่อยากฟังเธอบ่นเรื่องประชุมให้ยืดยาว
         ฉันคิดว่าเธอรู้ว่าฉันจะทำอะไรบนรถวันนั้น ยามาโมโตะรู้ แต่เธอไม่ได้ทำหน้าหรือท่าทางปฏิเสธ ตอนที่ฉันเกือบจะจูบเธอ นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่ามันไม่ควรทำแบบนั้น เหมือนว่าการที่เธอไม่ปฏิเสธฉัน ก็คือการทำให้ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
         มันมีบางเรื่องที่เราต่างก็รู้กันและกัน โดยไม่ต้องพูดอะไร
         วันนั้นฉันเมาค่อนข้างหนัก เลยนอนหลับไปโดยไม่ต้องกังวลอะไร แต่ก็ได้แค่ตอนที่หลับ พอตื่นมาฉันก็คิดมาก และเห็นหน้าตอนที่จะจูบเลขา ภาพยามาโมโตะวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา ฉันเมาค้างมาทำงานด้วย บวกกับหลาย ๆ อย่างที่สะสมทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิด
         ฉันเกือบทำตามใจตัวเองอยู่แล้วเมื่อเธอเข้ามาถาม ดูท่าทางเป็นห่วง ไหนจะเรื่องคอฉันอีก ฉันไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้ปวดเมื่อย แต่คงเพราะจะนอนผิดท่าหรือตกหมอน ฉันดีใจมากฉันอยากอ้อนเลขาตัวเอง ฉันอยากให้เธอใจดีกับฉัน
         แล้วพอรู้สึกตัว ก็หงุดหงิด ฉันรู้สึกว่า ไม่สิ…ฉันไม่ควร ไม่ควรแม้แต่จะคิดอะไรแบบนี้กับเลขา มันไม่ถูกต้อง เรียกว่าเป็นวันแย่ ๆ ของฉันในรอบหลายเดือนยังได้
         วันนั้นฉันยังไล่ยามาโมโตะออกจากห้องด้วย ฉันกลัวจะทนกับความรู้สึกตัวเองไม่ไหว ถึงได้ทำแบบนั้น อย่างน้อยให้ยามาโมโตะอยู่ห่างจากฉันไว้ก่อน
         ฉันคุยกับเธอน้อยลงหลังจากนั้น บางทีก็คุยเฉพาะงาน ห่างกับเธอมากกว่าเมื่อก่อน
         ห่างกับเธอมากกว่าเมื่อก่อน?
         มันไม่ควรใกล้ชิดกันตั้งแต่แรกแล้วหรือเปล่า นี่ฉันทำบ้าอะไรอยู่กันแน่ แต่เพราะแบบนั้นเลยพยายามอยู่ในโซนเจ้านายกับลูกน้อง แค่เจ้านายกับลูกน้อง
         ฉันทำถูกต้องแล้วใช่มั้ย…
ยามาโมโตะยังคงเป็นปกติเหมือนทุกวัน ถึงแม้ว่าฉันจะปฏิบัติกับเธอไม่เหมือนเดิม เธอคงจะไม่ได้สังเกตเลย สำหรับเธอฉันคงเป็นเพียงเจ้านายคนหนึ่ง ก็ใช่น่ะสิฉันเป็นเจ้านายของยามาโมโตะ หรือว่าจริง ๆ แล้ว ฉันอยากเป็นอะไรกับยามาโมโตะกันแน่
อะไรล่ะมิยูกิ แค่พยายามเลิกสนใจเลขาตัวเอง ยังเก็บมาเป็นประเด็นให้คิดได้ทุกวัน แย่หน่อยที่เรื่องของยามาโมโตะไม่ได้แก้ไขได้ง่ายเหมือนอย่างงานที่ฉันทำอยู่ทุกวันหรืออย่างการโทรติดต่อเรื่องโปรโมชั่นร้านเนื้อย่าง
ตลอดช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันเอาแต่ฝันถึงร้านอาหารและโปรโมชั่นลดราคา แน่นอนฉันยังฝันถึงยามาโมโตะด้วย ฉันไม่ได้สัมผัสรสชาติอันหอมหวานของเนื้อย่างและเบียร์ รวมทั้งไม่ได้ยิ้มกับยามาโมโตะ น่าเศร้าใจสำหรับคนที่ชื่นชอบในการกินเฉกเช่นฉัน และน่าหดหู่ใจเมื่อความสดชื่นในการทำงานของฉันเวลาที่ได้หัวเราะเริงร่ากับเลาขาของตัวเองก็หายไปด้วย

         “นี่ค่ะ”
         “อะไรเหรอ” ยามาโมโตะยื่นซองขาวมาให้ เธอทำหน้าลำบากใจ แต่หัวใจฉันกระตุกวูบทันที พยายามตั้งสติเพื่อฟังเหตุผลจากยามาโมโตะ ฉันยังไม่อยากเสียเธอไปอีกคน ฉันไม่น่าทำกับเธอแบบนั้น
         “ฉันคิดว่านี่อาจเป็นสิ่งที่สมควร ฉันคิดมานานแล้วค่ะ มันน่าจะเป็นผลดีกับคุณและคงกับฉันด้วยเหมือนกัน ช่วงนี้คุณเองก็…”
         “ฉันเอ่อ…ฉันขอเวลาคิด” ฉันไม่สามารถมองหน้ายามาโมโตะตอนนี้ได้ ฉันต้องทนไม่ไหวแน่
         “มันอาจจะด่วนไปสักหน่อย ที่จู่ ๆ … ฉันคงทำได้แค่นี้… แต่ฉันเห็นคุณไม่ค่อยปกติมาหลายอาทิตย์แล้ว ฉันก็…ฉันขอโทษนะคะ” ยามาโมโตะพูดตะกุกตะกัก ความจริงฉันอยากได้เหตุผลที่ชัดเจนมากกว่านี้ แต่ฉันก็รู้สึกว่าไม่อยากฟังเหตุผลพวกนั้นเท่าไร ตอนนี้หัวสมองฉันคิดอะไรไม่ออกแล้วจริง ๆ
         ตลอดทั้งบ่ายนั้น ฉันเอาแต่นั่งมองซองขาวบนโต๊ะอย่างกับโดนดูดด้วยอะไรสักอย่าง เป็นการฆ่าเวลาได้อย่างดี ฉันก็ย่ำแย่กับตัวเองพออยู่แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันยังมาโดนยามาโมโตะซ้ำอีก เธอบอกว่ากรุณาภายในวันนี้ก่อนจะออกไปจากห้องทำงานของฉัน ยามาโมโตะคงจะได้งานใหม่แล้วถึงได้ลุกลนกับฉันถึงขนาดนี้
         ความรู้สึกห่อเหี่ยว รู้สึกใจหาย ทำให้ฉันเซ็นเอกสารอื่น ๆ อย่างซังกะตายอยู่อย่างนั้นจนลืมไปว่าฉันควรจะกลับบ้านในเวลาที่ล่วงเลยเข้ามาจนถึงช่วงค่ำแบบนี้
         เหลือก็แต่ซองนั้น เอกสารที่ไม่อยากเซ็นอยู่หนึ่งฉบับ
         แต่ฉันก็ต้องทำ ต้องเซ็นซองขาวของยามาโมโตะ…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (3) (SayaMilky)✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s