[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (1) (SayaMilky)

Posted on Updated on

รูปภาพ ต้นฉบับ

ซายะมิลกี้ กลับมาอีกแล้ว >< กับฟิคสั้นมากถึงมากที่สุด จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเจ้านายที่คลั่งการกินเนื้อย่างอย่างวาตานาเบะ มิยูกิ ต้องหักห้ามใจเรื่องลับ ๆ กับเลขาของตัวเองที่ชื่อยามาโมโตะ ซายากะ ผู้เข้มงวดกับพฤติกรรมของเจ้านายสาว เนื้อย่างและความรักเบาสมอง เชิญรับประทานความหวานนี้ไปพร้อมกัน

         งานบันดาลเงิน เงินบันดาลให้ชีวิตดีขึ้นเพราะเงินคือส่วนสำคัญในการดำรงชีวิต ถึงแม้ว่าจะมีอะไรอีกมากมายให้ทำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าอย่างน้อย ๆ เราก็ยังต้องใช้เงิน
         และฉันเองก็ต้องใช้เงินเพื่อมีชีวิตต่อไป ดังนั้นจะไม่ทำงานก็คงไม่ได้…ยามาโมโตะ ซายากะ ตอนนี้อายุยี่สิบสี่ปี เคยทำงานประจำที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันเกิดที่ผ่านมาฉันได้รับของขวัญไม่น่าอภิรมย์นัก
         ฉันโดนไล่ออกจากที่ทำงานเก่า
         เพราะถูกเข้าใจผิดคิดว่าไปให้ท่าประธานบริษัทเจ้านายของฉัน…

         ฉันน่ะเหรอจะไปให้ท่า ลองพยายามนึกทบทวนซ้ำไปซ้ำมาระหว่างที่เก็บข้าวของบนโต๊ะ ซึ่งฉันก็ยังนึกไม่ออกสักนิดว่าให้ท่ายังไง มันแย่มากเมื่อฉันพูดความจริง แต่คำพูดของฉันเป็นสิ่งภรรยาขี้โมโหของท่านประธานไม่รับฟัง
         คนที่ทำงานมานานบางคนเข้าใจฉัน พี่ที่เคยเป็นเลขามาก่อนก็เข้าใจฉัน แต่เกินอำนาจที่เขาจะให้ความช่วยเหลือ อาจเป็นที่ความซวยในชีวิตของฉันเองด้วยล่ะมั้ง หลายอย่างถึงได้แย่ลง
         ถึงจะเข็ดกับเจ้านายที่เป็นผู้ชาย แต่ฉันไม่เลือกงานและมุ่งมั่นจะสู้อีกสักตั้ง เสียก็แต่ไม่มีบริษัทไหนรับฉันเข้าทำงานอย่างที่ฉันมุ่งมั่นว่าจะทำ
         เพราะฉันแต่งตัวเรียบร้อยเกินไป…
         หนึ่งในสิ่งที่มีคนพูดกับฉันตอนสัมภาษณ์ นี่เอาจริงเหรอ ฉันแต่งตัวเรียบแล้วกลับกลายเป็นสิ่งไม่เหมาะสมกับการทำงานเลขาอย่างนั้นเหรอ ฉันตามโลกไม่ทันหรือเกิดอะไรขึ้นกันแน่
         ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
         ฉันจะไม่ยอมตกงานนานกว่านี้แน่…

         “ยุย ฉันควรทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ”
         “ถ้าอึดอัดใจ ที่ฉันแนะนำได้ เธอก็กลับไปเป็นแบบเดิม แล้วลุยใหม่ งานมันต้องหาได้อยู่แล้วล่ะ” เสียงโยโกยามะ ยุย เพื่อนที่เป็นนักข่าว ดังทะลุมาจากหูโทรศัพท์มากจนฉันต้องดูว่าไปเพิ่มระดับเสียงสนทนาไว้หรือเปล่า ตอนนี้อยู่ในห้องน้ำ เกรงว่าคนรอบข้างจะได้ยินไปด้วย
         หลังทำสมาธิอยู่นานก็เดินลุยหน้า และฉันจะตั้งใจสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
         “แต่งตัวสวยนะคะ แต่ที่นี่ฉันเป็นประธานบริษัทแต่เพียงผู้เดียว คิดว่าคุณน่าจะเข้าใจความหมาย” ฉันรู้สึกหน้าชาขั้นสุดเมื่อโดนประธานบริษัทตอกมาหลังสิ้นสุดการสัมภาษณ์แสนสั้น ถึงเธอจะอมยิ้มอยู่ก็เถอะส่วนมากประธานบริษัทคนนี้เอาแต่อ่านแฟ้มผลงานที่ฉันทำมาประกอบ เธอเป็นผู้หญิงที่ดูจะไม่ใส่ใจอะไร แต่ก็ดูจะใส่ใจในทุกรายละเอียด หวังว่าคงไม่โดนเกลียด หรือคิดว่าฉันต้องมาให้ท่าคุณพี่ชาย หรืออาจจะคุณพ่อของเธอ
         “ถ้าฉันพูดอะไรออกไปคุณจะเชื่อฉันมั้ยคะ” ผู้หญิงผมยาวสีน้ำตาลอ่อนตรงหน้าฉัน เงยหน้าขึ้นมาทำท่าสนอกสนใจ เมื่อฉันตะล่อมถาม
         “ทำไมต้องถามว่าจะเชื่อคุณหรือเปล่า”
         “สาเหตุที่ฉันต้องออกจากงานที่เก่า เพราะฉันพูดความจริง แต่มันคือเรื่องที่เขาไม่ต้องการรับฟัง ฉันเลยรู้สึกว่า ถ้าฉันพูดอะไรออกไปตอนนี้ จะถูกมองแบบนั้นได้” ประธานบริษัทสาวพยักหน้าเข้าใจ เธอจะเข้าใจฉันจริง ๆ หรือว่าแค่ทำเป็นพยักหน้าไปอย่างนั้นเอง เธออาจจะกาชื่อฉันออกไปจากหัวแล้วก็ได้
         “เชิญคุณพูดสิ่งที่คุณอยากจะพูดได้เลยค่ะ ฉันจะรับฟังให้เอง” เธอปิดแฟ้มแล้วพุ่งความสนใจทั้งหมดมาที่ฉันด้วยการมองไม่ละสายตา นี่ค่อนข้างทำให้ฉันประหม่า
         นี่ไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ย ผู้หญิงคนนี้เป็นประธานบริษัทสไตล์ไหนกัน ฉันเริ่มไปไม่เป็น
         “ตอนที่ฉันไปสัมภาษณ์งานที่อื่น บางคนบอกว่าฉันแต่งตัวเรียบร้อยเกินไป นั่นคือสาเหตุที่ฉันแต่งตัวมาแบบนี้ค่ะ” แอบถอนหายใจตั้งแต่ในห้องน้ำแล้วที่เห็นเงาสะท้อนจากกระจก ฉันกับชุดรัด ๆ แสนสั้นโชว์สัดส่วน ที่ไม่เคยคิดอยากทำ
         “ทีนี้ฉันขอพูดสิ่งที่ฉันอยากพูดบ้าง คุณจะช่วยรับฟังฉันได้มั้ยคะ” การยิ้มจนตาหยี เป็นสิ่งที่ประธานบริษัทเขาทำกันเหรอ ไม่เคยเจอประธานบริษัทที่เป็นกันเองขนาดนี้มาก่อน ฉันก็เจอแต่ประธานที่เป็นผู้ชายซะด้วยสิ ฉันต้องทำตัวยังไงกับผู้หญิงคนนี้ล่ะ
         “ฉันจะรับคุณเข้าทำงาน ช่วยกลับไปแต่งตัวอย่างที่คุณเคยแต่ง น่าจะโอเคกับเราทั้งคู่มากกว่ามั้งคะ เริ่มงานอาทิตย์หน้าละกัน ที่เหลือขอให้คุยกับแผนกบุคคลนะ วันนี้ฉันยุ่งมาก กองเอกสารแทบจะล้มทับฉันอยู่แล้วค่ะ อยากได้เลขามาช่วยงานไว ๆ ”
         ฉันนั่งเซ็นเอกสารจ้างงานตาปริบ ๆ เหตุการณ์ที่สัมภาษณ์กันเมื่อกี้รวดเร็วอย่างกับพายุ ประธานสาวคนนั้นโทรเรียกใครสักคนที่น่าจะเป็นแผนกบุคคลของบริษัทมารับฉันไปทำเรื่อง
         “คุณวาตานาเบะดูมีความสุขนะคะฟังจากเสียงเธอแล้ว สงสัยจะโอเคกับคุณมาก”
         “กับฉันเหรอคะ…”
         “เลขาคนเก่าน่ะ ฉันพูดไปจะเป็นอะไรมั้ยนะ” ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณพี่แผนกบุคคลพูดแม้แต่น้อย แต่เธอเต็มใจเล่าให้ฟังเอง คุณพี่คนนี้เล่าว่าเลขาคนเก่าไม่ชอบสไตล์การทำงานของคุณวาตานาเบะประธานบริษัท อีกทั้งประธานยังเป็นผู้หญิงพูดตรง ว่ากันว่าทะเลาะกับเลขาไปหลายเรื่อง จนดูเหมือนว่าประธานไม่เห็นใจ ไม่เข้าใจการทำงานกับคนอื่น เลขาก็เลยลาออก ซึ่งที่จริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น
         “เห็นคุณวาตานาเบะดูไม่สนใจอะไรแบบนั้น แต่จริง ๆ ก็รับฟังทุกคน ตอนเลขาลาออก ตัวเธอก็รู้สึกผิดกับเลขา เลยไม่ได้พูดว่าไม่อยากให้ออก และยินยอมเซ็นให้ เพราะอยากให้เลขาได้งานที่ทำแล้วสบายใจมากกว่ามาทนอยู่กับตัวประธานเอง”
         ฉันไม่รู้หรอกนะว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง หรือคุณวาตานาเบะจะเป็นคนแบบไหน เพราะฉันยังไม่เจอมันด้วยตัวเอง แต่เมื่อฉันได้งานทำและไม่ต้องฝืนตัวเองด้วย ฉันก็จะเต็มที่ให้ถึงที่สุด

         “อะไรนะคะ ด่วนขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันติดประชุมอยู่ ส่งรายละเอียดมาให้หน่อยได้มั้ย” แอบชำเลืองมองเจ้านายขณะประชุมประจำเดือนในช่วงบ่ายวันหนึ่ง สีหน้าเหนื่อยหน่ายดูเป็นกังวลของประธานบริษัทที่นั่งอยู่หัวโต๊ะทำให้ฉันนึกสงสัยว่ามีเรื่องอะไรด่วน
         ยิ่งเมื่อเธอเปิดอุปกรณ์สื่อสารของตัวเอง สีหน้าก็ยิ่งแย่ลงไปอีก หรือจะเกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้นกับสาขาในต่างจังหวัด
         สี่เดือนแล้วตั้งแต่ได้ทำงานกับคุณวาตานาเบะ มิยูกิ ประธานบริษัทดับเบิลยูแอกกริคัลเชอร์แมชชีน บริษัทเกี่ยวกับเครื่องจักรการเกษตร คุณวาตานาเบะเป็นผู้หญิงที่เก่งทีเดียว ถึงจะมีข้อเสียบ้างก็ตาม และฉันก็นึกไปถึงเรื่องอดีตเลขาของเธอ อาจะเพราะสไตล์นี้ที่ทำให้มีปัญหา นั่นคือเมื่อประธานไม่สนใจอะไรขึ้นมา เธอก็จะไม่สนใจมันจริง ๆ ถึงแม้จะสำคัญก็ตาม
         เธอขอเลิกประชุมก่อนเวลาทั้งที่ใกล้จะจบเต็มที ดูก็รู้ว่าใจไม่ได้อยู่ที่บริษัทแล้ว และฉันก็หาเธอไม่เจออีกเลยในวันนั้น คิดว่าคงไปทำธุระที่ด่วนมาก
         ฉันรีบเคลียร์เอกสารและสรุปรายงานเรื่องที่ประชุมวันนี้ คุณวาตานาเบะเคยพูดไว้ว่าเอกสารมันจะล้มทับเธอ ตอนนั้นฉันยังคิดว่าเธอล้อเล่นอยู่ จนกระทั่งมาเจอด้วยตัวเอง เอกสารมากมายที่รอให้ประธานเซ็นยังค้างอยู่หลายสิบแฟ้ม คุณวาตานาเบะเป็นผู้หญิงที่ยุ่งมากคนหนึ่ง ต่อให้เป็นถึงประธานบริษัทก็ตาม
         ฉันไม่ค่อยเห็นเธอไปปาร์ตี้เท่าไรเท่าที่สังเกต แต่ถ้าไปบ่อยสุดคงเป็นร้านเนื้อย่าง เรียกว่าถ้าว่างเมื่อไรเป็นต้องหาทางไปให้ได้ ร้านไหนเปิดใหม่ร้านไหนมีโปรโมชั่น เธอมักจะคอยถามฉันอยู่ตลอดว่าจะไปด้วยกันหรือเปล่า
         เธอไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก ยกเว้นก็แต่คุณชิมาซากิ ฮารุกะที่นาน ๆ ครั้งก็ไปกินเนื้อย่างด้วยกันนี่แหละ
         ฉันเคลียร์เอกสารเสร็จเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ นี่ก็ยังไม่มืดมากจึงกะว่าจะแวะไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวสักหน่อย สิ้นเดือนทีไรของจำเป็นหลายอย่างเริ่มทยอยหมดทุกที และเพราะของใช้จำนวนมากที่ฉันไปซื้อมาทำให้เคลื่อนที่ได้ช้า จังหวะที่หยุดเพราะของจะหลุดมือก็ทำให้ฉันเห็น
คุณวาตานาเบะ มิยูกิ เจ้านายสาวของฉันกำลังคีบเนื้อย่างคำโตเข้าปาก…
         ใจฉันยังแอบหวังว่าเธอคงเสร็จธุระแล้วถึงได้มากิน แต่อีกใจก็รู้ดีว่านี่อาจเป็นธุระที่เธอทำหน้าเครียดเมื่อตอนอยู่ในห้องประชุม
         ฉันหันไปเห็นป้ายโฆษณาของร้านนี้ ชี้แจงรายละเอียดมีข้อความว่า ลดทันทีสิบห้าเปอร์เซ็นต์ หากมาจองคิวที่ร้านก่อนห้าโมงเย็น
         จะมีอะไรชัดเจนไปกว่านี้…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (1) (SayaMilky)✏️

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s