[ Short ] – นุ่ม (SayaMilky)

Posted on Updated on

         เบอร์ของคนที่ฉันไม่คิดว่าจะโทรมามากที่สุดนับตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นขณะฉันเดินขึ้นมาบนชั้นสองของบ้านตัวเอง
         “สวัสดีค่ะ” เสียงปลายสายที่พูดอย่างปกติที่สุ เธอจะรู้ตัวบ้างมั้ยว่าทำให้ใครเขาแทบบ้า ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกฉันนั้นอยากให้เธอเป็นฝ่ายคลั่งแท้ ๆ
         “วาตานาเบะค่ะ” รับสายด้วยน้ำเสียงที่ฟังเรียบเฉยที่สุดเช่นกัน ฉันได้ยินเสียงถอนลมหายใจนิด ๆ
         “อยู่บ้านหรือเปล่า ฉัน…ว่าจะไปหา”
         อยากจะมาก็มา จะทำอะไรก็ทำ เจ้าของนัยน์ตาที่น่าค้นหา เพียงโดนจ้องตาแค่น้อยนิดก็ทำให้หลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ดวงตาคู่สวยที่ฉันรู้สึกไร้ซึ่งทางสู้ กับริมฝีปากที่พร้อมจะบดขยี้ทุกความรู้สึกเมื่อได้สัมผัส คนอย่างเธอเป็นแบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่า ต่อให้ฉันจะเก่งสักแค่ไหน แต่กับเธอบางครั้งฉันรู้สึกเหมือน กำลังวิ่งใส่กำแพงที่ไม่มีทางออก ต้องติดอยู่ในนี้ตลอดไป
         “มาธุระกับแม่ กว่าจะกลับคงเย็น” ฉันโกหก เพราะตอนนี้แม่อยู่ข้างล่าง ถึงแม้กำลังจะออกไปข้างนอกจริง ๆ ฉันเดินไปเปิดผ้าม่านตรงระเบียงเพื่อจะให้แสงเข้าห้อง แต่…กว่าจะรู้ตัวก็ทำพลาดอย่างมหันต์
         “ก็อยู่บ้านนี่…” น้ำเสียงขบขันของซายากะทำให้ฉันวางหู พร้อมกับคิดว่าจะหาทางออกยังไงดี เมื่อตอนนี้ปลายสายยืนอยู่หน้าบ้านและเห็นฉันที่บนระเบียงอีกด้วย เสียงออดดังขึ้นที่ด้านล่าง
         แม่ไปเปิดประตูให้ผู้มาเยือน ฉันได้ยินซายากะบอกว่าเป็นเพื่อนกับฉัน ก่อนที่แม่จะหันมามองบนระเบียงบ้างและรีบเชิญแขกเข้าบ้านหน้าชื่นตาบาน แม่จะรู้บ้างมั้ยว่า ลูกสาวคนนี้ของแม่ตอนนี้น่ะแทบจะบ้าไปแล้วเพราะเธอคนนั้น
         “มิยูกิรีบ ๆ ลงมาสักทีสิลูก เพื่อนมาหานะ ทำเป็นเล่นอยู่ได้” ฉันได้ยินเสียงแม่เร่งอยู่ด้านล่างขณะที่กำลังเดินถ่วงเวลาอยู่
         “ค่า ค่า มาแล้วนี่ไงคะ” เมื่อลงมาข้างล่างแม่ก็เตรียมตัวเสร็จและจะออกไปด้านนอกพอดี
         “แม่คงจะกลับเย็นนะ กับข้าวไม่ต้องเผื่อแม่นะจ๊ะ” วาตานาเบะผู้เป็นแม่แต่งตัวสวยปิ๊ง รีบพาร่างออกจากบ้านไป วันนี้มีนัดร้องคาราโอเกะกับเพื่อนเก่าสมัยมัธยม
         “ค่า…” พอหันไปมองผู้มาเยือนบ้านวันนี้ ก็พบว่าอีกฝ่ายดูเรียบเฉยไม่ได้แสดงอาการใด ๆ
         “มิยูกิ…” ซายากะมองมาที่ฉันและกำลังจะพูดอะไรต่อ เลยขัดซะก่อน
         “ยามาโมโตะช่วยรอฉันก่อนได้มั้ย ฉันต้องไปทำความสะอาดครัว” มันต้องทำตอนนี้หรือยังไง พอคิดอะไรไม่ออกเลยโพล่งไปแบบนั้น
         “เรียกซายากะไม่ก็ซายาเน่เหมือนก่อนสิ”
         “ฉันไม่อยากทำเหมือนว่าฉันสนิทกับเธอทั้ง ๆ ที่โดนเธอทำแบบนั้นมาหรอกนะ เธอนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนละกัน” ฉันรีบเดินเข้าไปที่ห้องครัว ความจริงคือไม่ได้ต้องทำอะไรสักอย่าง แต่พอเห็นหน้าบางคนทีไรแล้วหงุดหงิด พาลให้นึกไปถึงเรื่องวันนั้นทุกที ฉันเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องครัวพักใหญ่ แต่ไม่รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเลยสักนิด จึงเลือกเดินออกมาสูดอากาศที่หลังบ้าน เพื่ออย่างน้อยจะได้ใช้เวลาตรงนี้ให้มาก ๆ หน่อย
         ไม่รู้ว่าเวลาหมุนไปนานเท่าไรแต่ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเปลหลังบ้าน ฉันค่อย ๆ เข้าไปด้านใน ทำไมต้องมาย่องอย่างกับเป็นขโมยแบบนี้ด้วย นาฬิกาตรงกำแพงชี้ไประหว่างเลขสิบเอ็ดกับสิบสอง ฉันหลับไปเกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
         พอเข้ามาในบ้านก็เห็นว่าซายากะงีบหลับไปแล้วตรงโซฟา
         “ยามาโมโตะ”
         “…”
         “ยามาโมโตะ!” ฉันเรียกอยู่หลายครั้งแต่ซายากะยังไม่มีทีท่าจะตื่น
         “ซายากะ…” ไม่ได้เรียกชื่อนี้มาพักใหญ่แล้วสินะ ฉันอยากรู้จริง ๆ วันนี้ เธอมาเพื่อง้อฉันหรือเปล่า เผลอคิดเข้าข้างตัวเองแล้วก็หลุดยิ้มออกมา ทั้ง ๆ ที่เธอทำกับฉันไว้ขนาดนั้น ทำไมฉันต้องสนใจด้วยว่าเธอจะมาทำอะไรในวันนี้
         “ซายากะตื่นได้แล้ว…” ฉันเข้าไปนั่งตรงหน้าก่อนจะเขย่าแขนคนขี้เซาที่ฟุบหลับอยู่ตรงโซฟา
         “มิยูกิ…ฉันเผลอหลับไป ขอโทษที” ซายากะค่อย ๆ งัวเงียลุกขึ้นมานั่ง ฉันแกล้งเอามือไปตบที่หน้าผากแรง ๆ ทำเอาคนโดนตบเอนไปตามแรงมือ ซายากะแอบชำเลืองเล็กน้อย
         “ไม่สบายเหรอ ตัวร้อน ๆ ” อีกฝ่ายแค่พยักหน้า ซึ่งฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะแกล้งเมื่อรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิร่างกายของเธอไม่ค่อยปกติ
         “ถ้าอย่างนั้นกินยา แล้วนอนพัก” แต่ซายากะรีบปฏิเสธ เห็นเธอเอามือลูบบริเวณที่โดนตีไปเมื่อกี้อยู่หลายรอบ ก่อนจะชวนให้มาคุยเรื่องที่ค้างเอาไว้เมื่อเช้า
         “เดี๋ยวค่อยคุย” เป็นฝ่ายได้เล่นตัวนี่ก็เข้าท่าดี ฉันลุกขึ้นไปต้มข้าวต้มแบบง่าย ๆ อย่างที่แม่เคยสอนไว้และหาอาหารอ่อน ๆ มาบังคับให้ซายากะกินก่อนจะกินยา โดยนั่งตะโกนพูดอยู่ไกล ๆ ไม่เข้าไปช่วยป้อนอะไรทั้งสิ้น แค่เรื่องกินมันไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้นหรอก เมื่อเห็นว่าซายากะกินยาเข้าไปแล้วเป็นอันจบ
         “ตามฉันมา”
         “ไปไหน”
         “บอกให้ตามก็ตามมาเถอะ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า”
         เดินนำอีกฝ่ายขึ้นไปบนชั้นสอง เดินเลยห้องของแม่ไปไม่มาก เยื้อง ๆ ก็คือห้องนอนของฉัน เป็นห้องที่อยู่ในสุด ซายากะที่ตอนนี้ตาดูลอย ๆ ค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดตามฉันมา ฉันให้เธอเข้าไปรอในห้องนอน ส่วนฉันเข้าไปเอาที่นอนจากห้องเสื้อผ้าที่อยู่ถัดจากห้องของตัวเอง ระหว่างปูที่นอนให้แม่คนตาลอย ก็สังเกตว่าตอนนี้ซายากะแทบจะนั่งหลับคาเก้าอี้
         “มานอนนี่…ซายากะ” อีกฝ่ายพาร่างเข้ามานอนอย่างว่าง่าย ถ้าฉันเดาไม่ผิด ตอนนี้เธอคงจะล้าเต็มที่ จนหมดแรงที่จะดื้อ
         “แล้วเรื่อง…”ฉันทำท่าทางว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ค่อยคุยกันทีหลัง
         ฉันกลับมาด้านบนอีกครั้งพร้อมผ้าเช็ดตัว ซายากะน่าจะหลับไปแล้ว ถ้าเจ้าตัวไม่พูดขึ้นมาระหว่างที่ฉันกำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้
         “ฉันมานี่ก็เพราะ…” ฉันรอฟังอยู่พักใหญ่หัวใจระรัว แต่บางคนกลับเลือกที่จะไม่พูดต่อ ถ้าไม่กลัวเสียฟอร์มฉันจะหันไปวีนใส่หนึ่งที อยากรู้จนอดใจแทบไม่ไหว
         “ที่มิยูกิพูดว่า มิยูกิไม่ได้อยู่ในสายตาฉันเลย มันจริงนะ” พูดต่อจนได้ถึงจะฟังไม่ค่อยเข้าหูเท่าไรนัก ฉันนึกว่าซายากะหลับไปแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังคงเช็ดตัวให้คนไม่สบายต่อ ทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก คนบ้ากล้ายอมรับมาหน้าตาเฉย ที่ฉันพูดไปอย่างนั้นเพราะฉันประชดหรอก รู้บ้างมั้ย
         “มิยูกิไม่ได้อยู่ในสายตาฉัน เพราะเธออยู่ที่อื่น” ฉันชะงักไปเมื่อซายากะเว้นจังหวะ เดี๋ยวพูดเดี๋ยวหยุด พอหันไปก็เล่นทำฉันเสียศูนย์ ตอนนี้คนที่ถูกเช็ดตัวมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ฉันไม่กล้าบอกว่าเกิดจากพิษไข้ด้วยหรือเปล่า หรือไม่ฉันก็อาจจะกำลังเป็นไข้ไปด้วยอีกคน ซายากะกำลังยิ้ม และเธอทำให้ฉันใจเต้นเมื่อเจ้าตัวคว้ามือฉันไปวางไว้ตรงหน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง
         “อยู่ในนี้ตลอด”
         ฉันรีบเอาผ้าไปวางแหมะไว้บนหน้าคนไม่สบายเอาดื้อ ๆ หนึ่งคือฉันเขินสายตาที่ซายากะมองฉันแบบนั้น สองคือกำลังจะยิ้มโชว์เหงือกด้วยความดีใจ ฉันโดนทีเด็ดลูกง้อของซายากะเข้าแล้วสิ
         “ฉันอยากอยู่ไปตลอดเลย…กับซายากะน่ะ” พูดอะไรไม่เข้าท่า ถึงจะพูดไปแล้วก็ตาม แต่อยากคว้าคืนมาจริง ๆ ก่อนที่ซายากะจะหายใจไม่ออก ฉันเปิดผ้าที่โปะหน้านั้น พับให้เหลือแค่ส่วนตรงหน้าผาก ใบหน้าแดง ๆ จากพิษไข้หรืออาจจะเป็นเพราะอย่างอื่นหรือไม่นั้นฉันไม่มั่นใจ
         “ซายากะหน้าแดง ๆ นะ”
         “เปล่าซะหน่อย” ซายากะแก้เขินด้วยการเอามือที่ไม่ได้จับมือฉัน มาลูบแก้มเบา ๆ น่ารักจนทำให้ฉันอดใจไม่ไหว และหลายวินาทีต่อจากนั้นที่ฉันได้สัมผัสกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากแก้มแสนนิ่มของซายากะ คนถูกหอมกำลังนอนยิ้มอยู่ทั้ง ๆ ที่หลับตา
         “ยิ้มอะไรอยู่ได้ นอนพักได้แล้ว” หมั่นไส้ก็หมั่นไส้ ขำก็ขำ แล้วเจ้าตัวก็กระชับมือที่อยู่ตรงอกข้างซ้ายของตัวเองเอาไว้อีกครั้ง
         สำหรับฉันแล้วบางครั้งไม่จำเป็นต้องบอกว่ารู้สึกอย่างไรต่อกัน สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือการกระทำ และวันนี้แค่สายตาและท่าทางที่ซายากะทำกับฉัน ทำให้ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอ ซายากะเองก็น่าจะรับรู้ความรู้สึกของฉันได้เช่นกัน

         ตอนเย็น…
         แม่กลับมาเรียบร้อยแล้วพร้อมของกินอีกเพียบ แต่ซายากะยังนอนไม่ตื่น พอฉันไปบอกแม่ว่ามีคนไม่สบายกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนห้อง ท่านก็ว่าควรปลุกมากินยาอยู่เรื่อย ๆ ถึงแม้จะเป็นไข้ไม่หนักอะไร แต่การนอนมาก ๆ จะทำให้มึนหัวได้ นี่เท่ากับว่าฉันต้องไปลากเธอลงมากินข้าวอีกแล้วล่ะสิเนี่ย
         “แม่คะ ถ้ากินยาตอนนี้แล้วซายากะจะกลับบ้านยังไงคะ เมื่อกลางวันอาการไม่ค่อยดี”
         “มิลกี้อะไรกัน ตายแล้วเรานี่ ให้เพื่อนนอนพักบ้านเรานี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยกลับ เดี๋ยวแม่ไปจัดการของกินให้เอง”
         “นอนนี่?” วาตานาเบะผู้เป็นแม่พยักหน้าให้ ก่อนเดินหายเข้าไปในครัว คือฉันสตั๊นนิดหน่อย ปกติไม่ค่อยมีใครมาค้างอ้างแรมด้วยบ่อยนักหรอกนะ แต่ก็เดินขึ้นไปลากซายากะมากินยาจนได้ รายนั้นเดินไปบ่นไปว่ามึนหัวมาก ถึงแม้ตอนที่ฉันไปจับตัวจะไม่ค่อยร้อนแล้วก็ตาม แม่บอกให้ฉันเช็ดตัวให้เพื่อนอีกรอบก่อนนอน
         หลังจากซายากะหลับไปแล้ว ฉันรีบไปอาบน้ำอย่างเร็วที่สุดและขุดเอาการบ้านที่ยังทำไม่เสร็จมาทำเงียบ ๆ อยู่บนโต๊ะ ตอนกลางวันไม่ได้ทำเลยสักวิชา เพราะมือไม่ว่างไปจนถึงช่วงเย็น
         จริง ๆ เลยซายากะจะเอาแต่ใจเกินไปแล้ว เล่นจับมือไม่ยอมปล่อยแบบนั้น แล้วการบ้านก็ไม่ใช่ง่าย ๆ ซะด้วย ฉันจึงเสียเวลานั่งทำอยู่นานพอสมควรจนเสียงจอแจแห่งความวุ่นวายที่นอกบ้าน ค่อย ๆ เงียบลงและเหลือเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืน
         การบ้านที่ฉันกำลังทำอย่างไหลลื่นมีอันต้องสะดุด เพราะโดนขัดด้วยคนที่น่าจะนอนหลับอยู่บนที่นอน ซายากะเอาคางมาพักบนไหล่ของฉัน
         “ขยันจัง” เสียงอู้อี้ดังอยู่ข้าง ๆ ฉัน ซึ่งฉันไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง แก้มของซายากะตอนนี้แทบจะแนบแก้มฉันอยู่ แล้วจู่ ๆ ก็คิดไปถึงความรู้สึกที่แอบขโมยหอมแก้มเขาไปเมื่อตอนกลางวัน ซายากะละเมอหรือยังไง กำลังคิดจะทำอะไร แต่สักพักน้ำหนักที่อยู่บนไหล่ก็หายไป ซายากะชะโงกหน้าข้ามไหล่มาดูสิ่งที่ฉันนั่งทำอยู่ หน้าใกล้กันมากกว่าเดิม และพ่นล่มดัง หึ…ออกมา
         “ซายากะเป็นอะ…ว๊าย!” กำลังจะหันไปถามว่ามีปัญหาอะไร แต่เก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่หมุนกลับไปด้านหลังด้วยฝีมือของมนุษย์บางคนแถวนี้ ฉันตกอยู่ภายในวงแขนของซายากะ เธอยันแขนทั้งสองข้างไว้กับโต๊ะทำงาน ล็อกฉันเอาไว้ให้อยู่บนเก้าอี้
         “ทำอะไรของเธอ” พยายามเบาเสียงให้มากที่สุด นี่ก็ดึกมากแล้ว อีกฝ่ายทำท่าเหมือนไม่ได้ยินและเริ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้ ๆ ฉันก็พยายามถอยเท่าที่จะทำได้ แต่หลังติดเก้าอี้จนไม่รู้จะไปไหนแล้ว
         “นอนเถอะดึกแล้ว”
         “ตกลง ๆ ซายากะตื่นมาก็ดีเลย เดี๋ยวฉันไปเอายามาให้นะ”
         “เดี๋ยว…”
         “หืม…นี่แล้วทำไมต้องเข้ามาใกล้ขนาดนั้นด้วย”

         สติของฉันเตลิดเปิดเปิงไปเป็นที่เรียบร้อยหลังจากนั้น ซายากะที่ค่อย ๆ โน้มหน้าเข้ามาประทับริมฝีปากด้านบนของฉันเพียงเสี้ยววินาที แล้วถอนออกไปยิ้มเจ้าเล่ห์ ฉันเคยเจอการจูบเร่าร้อนจากซายากะมาก่อน
         แต่มันเป็นเพียงจูบที่เสแสร้ง เธอแค่ต้องการแกล้งฉัน มันเป็นอาวุธที่พร้อมจะบดขยี้ทุกความรู้สึกอย่างที่เจอไปก่อนหน้านั้นที่ทะเลาะกัน
         ทั้งรุนแรงและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ครั้งนี้มันต่างออกไป ครั้งนี้มันธรรมดา เป็นอะไรที่ธรรมดามาก แต่นุ่มนวล หอมหวาน ทั้งเชื้อชวนให้คนอย่างฉันอยากลิ้มลองมากยิ่งขึ้น ลมหายใจสั่น ๆ ของซายากะที่รดอยู่บนหน้าฉันตอนนี้ สายตาของเธอที่มีแค่ฉันคนเดียว ทำให้ฉันสะท้านขึ้นมา แล้วซายากะก็โน้มหน้าเข้ามาจูบริมฝีปากล่างของฉัน
         เธอจงใจจูบยั่วแค่ไม่นาน ฉันอดใจไม่ไหวเลยดึงอีกฝ่ายเข้ามาจูบเสียเอง มันเจ็บแปลบจี๊ด ๆ ไปทั่วแขนทั้งสองข้างในขณะที่ค่อย ๆ โอบคอซายากะไว้
         อีกฝ่ายเองก็หวั่นไหวไม่น้อยไปกว่ากัน ยิ่งลิ้นของซายากะเริ่มพันกันวุ่นกับลิ้นของฉัน ต่างคนต่างฟัดกันอยู่แบบนั้น ยิ่งทำให้อารมณ์พลุกพล่าน ก่อนที่อะไรจะเลยเถิด ซายากะก็เลื่อนมือมาจับที่หน้าของฉันไว้ และจูบปิดท้ายอย่างอ่อนโยน เธอถอนริมฝีปากออกไป เธอจูบที่หน้าผากฉัน เจ้าตัวเอาจมูกมาถูจมูกฉันเบา ๆ ซายากะลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้า
         “วันนั้น…ขอโทษนะ”
         “ซายากะ…”
         ฉันยกโทษให้ตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้วเธอรู้มั้ย ทั้งหน้าตาและท่าทางที่ส่งมาถึงฉันว่า ขอโทษนะ ฉันไม่อาจฝืนความรู้สึกของตัวเองได้ การกระทำไวกว่าความคิด ฉันกดริมฝีปากของตัวเองกับเธออีกรอบ คราวนี้ฉันเลยโดนซายากะลากจากเก้าอี้ลงไปบนที่นอน

         “ซายากะ”
         “หืม…” คนที่กำลังกอดฉันอยู่ด้านหลังตอนนี้ชะโงกหน้าเข้ามาหา
         “เธอไม่สบายไม่ใช่เหรอ”
         “อื้ม”
         “หายแล้วเหรอ ไม่ต้องกินยาแล้วใช่มั้ย”
         “ไม่ต้องกินหรอก ฉันกินอย่างอื่นไปแล้ว” แม้แต่ฉันก็ยังอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะเหวี่ยงมือไปตบคนเจ้าเล่ห์ที่อยู่ข้าง ๆ
         “ตัวยังร้อนอยู่นะ เดี๋ยวฉันไปเอายามาให้ดีกว่า” ฉันลุกควานหาเสื้อผ้าที่โดนซายากะเหวี่ยงกระจายไปรอบ ๆ ห้อง
         “เธอก็ใส่ซะด้วย จะนอนทั้งแบบนั้นไม่ได้นะ” คางยื่นคนนั้นแค่ยกหัวขึ้นมามองตอนฉันโยนเสื้อของเจ้าตัวไปให้ ส่วนฉันรีบลงไปเอายากับน้ำมาให้ พอกลับขึ้นมา ซายากะเก็บเสื้อผ้าชิ้นอื่น ๆ ที่กระจายอยู่รอบห้องเรียบร้อยแล้ว ซายากะรับยาไปกินอย่างว่าง่าย
         ระหว่างที่นอนอยู่ ซายากะก็เข้ามากอดฉันไว้และพูดบางอย่างกับฉันเบา ๆ ที่ข้างหู
         “เธอเป็นของฉันคนเดียว…มิยูกิ” น้ำเสียงที่แสดงออกซึ่งความเป็นเจ้าของ ทำให้ฉันยิ้มออกมา ฉันเอื้อมมือไปลูบหัวคนข้างหลังอย่างแผ่วเบา
         “รู้แล้วน่า…”

         ตอนเช้า
         “มิลกี้…เมื่อคืนมีอะไรกันเหรอลูก” เสียงของวาตานาเบะผู้แม่ ตะโกนออกมาจากห้องครัว เล่นงานฉันแทบเซ แม่คงไม่ได้ยินอะไรใช่มั้ย ฉันเห็นซายากะกระตุกไปนิดหนึ่งด้วยอีกคน แต่อาศัยว่าหน้านิ่งกลบเกลื่อน เธอทำหน้ากรอกตาบอกฉันว่าตอบแม่ไปสิ
         “ได้ยินเสียงเหมือนคนลงมาด้านล่างเลย แม่ว่าจะเข้าไปหาที่ห้องอยู่แล้วเชียว แต่แม่ร้องเพลงมาเหนื่อยมาก คิดอยู่ว่าถ้ามีปัญหาอะไร หนูน่าจะมาบอกแม่ แม่ก็เลยหลับยาว” ผู้เป็นแม่หัวเราะร่าโดยไม่สงสัยอะไร ถ้าแม่เข้าไปที่ห้องตอนนั้นคงดูไม่จืด เสื้อผ้ากระจายขนาดนั้น
         “ซายากะตัวร้อนน่ะค่ะ เลยลงมาเอายาไปให้” ก็ลงมาเอายาจริง ๆ ล่ะนะ ว่าไปตามเรื่องพลางมองคนตัวดีที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวอย่างสบายใจ เมื่อคืนตัวร้อนมากด้วย และดูจะไม่ใช่จากอาการป่วย
         “ตอนนี้โอเคแล้วมั้ยจ๊ะ ซายากะจัง” แม่เดินออกมาพร้อมกับนมสองแก้วและอาหารหน้าตาน่าทาน ซายากะได้ไปค่อนข้างเยอะ นี่เอาใจคนอื่นมากกว่าลูกสาวของตัวเองเกินไปแล้วนะแม่ รู้มั้ยว่าเมื่อคืนลูกสาวแม่โดนยัยคางยื่นคนนี้ทำอะไรไว้
         “ค่ะ ดีขึ้นมากแล้วค่ะ…นมอร่อยดีนะคะ” หันไปเห็นซายากะยิ้มทำตากรุ้มกริ่ม ตอนดื่มนม
         “กินนมช่วยเสริมร่างกายให้แข็งแรงใช่มั้ยล่ะ อร่อยด้วยเนอะ”
         “น้อย ๆ หน่อย นั่นมันแค่นมจากร้านสะดวกซื้อ” ซายากะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับแม่ ฉันคงคิดมากไปกับคำพูดของซายากะเมื่อกี้ เธอคงชอบกินนมจริง ๆ ล่ะมั้ง
         “นุ่มลิ้นมากเลยค่ะคุณน้า หนูรู้สึกว่าอยากกินบ่อย ๆ” ซายากะทำตาเจ้าเล่ห์ ตอนนี้ฉันคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่เชื่อว่าเธอกำลังพูดถึงนมที่กินอยู่
         ซายากะบ้า
         คราวหน้าเธอโดนดีแน่…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[ Short ] – นุ่ม (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s