[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (5) (SayaMilky)

Posted on Updated on

รูปภาพ ต้นฉบับ

         “นั่นอะไรคะ” ฉันมองวัตถุท่าทางนุ่มนิ่มตรงหน้าคอมพิวเตอร์ ด้วยความสงสัย เมื่อจู่ ๆ เจ้านายก็เดินดุ่มมาวางตุ๊กตาสีสันสะดุดตา พอเงยหน้าไปมองเธอ ก็ต้องแสร้งทำเป็นหันมามองตุ๊กตานี้อีกครั้งแทนอย่างกับเป็นของเล่นที่ชอบมากทั้งที่ความจริงมันตรงข้าม เกิดรู้สึกร้อนผ่าว ๆ ที่หน้าขึ้นมากะทันหัน สายตาของเจ้านายดูกรุ้มกริ่ม
         “เป็ดน่ะ”
         “ฉันรู้ว่า…” ใครจะไม่รู้บ้างว่ามันคือเป็ด ฉันแค่หมายถึงว่าเธอเอามาวางทำไม แต่คุณวาตานาเบะคนนั้นเดินสบายใจไปห้องของตัวเอง ทิ้งให้ฉันต้องมานั่งคิดหัวแตกว่าเจ้านายต้องการอะไรของเธอกันแน่ ไหนจะเรื่องหลังจากวันที่เธอบุกมาบ้านฉัน บังคับให้ฉันไปนอนตรงโซฟาด้วยกันหรือการบังคับกอดฉัน

         “ยามาโมโตะ ว่าไง”
         “ฉันแค่อยากจะทราบว่าคุณต้องการอะไรจากเป็ดตัวนี้ หรือมีเหตุผลอะไรที่ต้องเอามันมาวางไว้ที่โต๊ะฉัน” ชูตุ๊กตาเป็ดตัวเล็กสีเหลืองในมือ เพราะแกฉันเลยต้องแบกหน้าเข้ามาถามตรง ๆ ถึงในห้องทำงานเจ้านาย โดยไม่ลืมทำท่าขึงขัง แม้จะรู้สึกตื่นเต้นก็ตาม ฉันมองหน้าเธอทีไรชอบคิดเรื่องที่เจ้านายคนนี้ทำกับลูกน้องอย่างฉันตลอด เรื่องประเภทที่เจ้านายคนอื่น ๆ เขาไม่ทำกับลูกน้อง คุณวาตานาเบะปิดแฟ้มช้า ๆ และหยิบแฟ้มอื่นมาตวัดปากกาหยุกหยิกต่อ
         “ฉันชอบเป็ด”
         “นั่น…”
         “นั่น…อะไรเหรอ ยามาโมโตะ” ร่างกายกระตุกไปแวบหนึ่งเพราะยัวะ ฉันจะไม่ยอมโดนเจ้านายเอาวิธีนี้มาใช้เล่นงาน ใครจะยอม
         คนที่นั่งเซ็นเอกสารอมยิ้มมุมปาก ดูมีความสุขเวลาที่เลขาใบ้รับประทาน เพราะไม่รู้จะสรรหาคำไหนมารับมือกับเรื่องเป็ดน้อยน่ารักนั่น อยากจะบอกฉันแค่นั้นหรอกเหรอ?
         “คุณหลบหน้าหลบตาฉันอยู่ใช่มั้ย มีอะไรหรือเปล่าคะ” เราสบตากันและฉัน บางทีฉันคงตามอารมณ์เธอไม่ทันนิด ๆ แล้ว แต่ฉันบอกได้เพียงว่า คนถามไม่ได้รู้สึกสนุกเหมือนเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนนั้น
         “ฉันจะหลบหน้าคุณได้ยังไง เราทำงานด้วยกันนะคะ”
         “นี่ เห็นอะไรมั้ย”คุณวาตานาเบะลุกขึ้นมาชี้ให้ฉันดูอะไรสักอย่างข้างหน้าฉันนี่เอง ซึ่งฉันก็คิดว่ามองดีจนตาแทบทะลุแล้ว แต่ไม่เห็นอะไร
         “ฉันขอโทษค่ะ ฉันต้องเห็นอะไรเหรอคะ” ไม่อยากถามอะไรแบบนี้นักหรอก แต่เพราะไม่เห็นจริง ๆ จะให้บอกว่าเห็นก็ยังไงอยู่ คุณวาตานาเบะพยักหน้าเหมือนคิดอะไรที่เธอคงเข้าใจอยู่คนเดียว
         “กำแพงอากาศ ที่บางคนเอาไว้ใช้ซ่อนตัวเอง”
         “ซ่อนจากอะไรเหรอคะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเขาอยากซ่อน”
         “ถ้ายามาโมโตะ อึดอัดกับเรื่องวันนั้น ฉันขอโทษ แค่นี้แหละ ยังไงก็ฉันฝากยามาโมโตะคุงไว้ด้วยนะ ยามาโมโตะ” เธอตัดบทดื้อ ๆ
         ฉันยอมรับว่าอึดอัดบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันรังเกียจผู้หญิงอย่างคุณวาตานาเบะ รู้สึกไม่ดีที่ต้องมาเห็นสีหน้าสำนึกผิดแวบหนึ่งก่อนเธอจะเดินออกจากห้องไป ถึงใจหนึ่งแอบคิดว่าเธอแกล้งทำก็เถอะ
         สรุปว่าคุณวาตานาเบะก็ไม่ได้ให้ความชัดเจนในเรื่องเป็ดสักเท่าไร นอกจากเรื่องที่เธอเอาชื่อฉันไปตั้งเป็นชื่อเป็ด ไม่สิเธอยังไม่ได้บอกเลยว่าเอาชื่อฉันไปตั้ง ไปคิดแบบนั้นได้ยังไงกันซายากะ
         บ้าจริง ฉันไม่ได้กำลังรู้สึกดีใจอยู่หรอกใช่มั้ย?
         ฉันพยายามไม่คิดว่าคุณวาตานาเบะนั่นแหละที่แปลกไป ทั้งอาทิตย์เธอก็ปกติดี แอบไปกินอาหารโปรโมชั่นตั้งสองรอบ เรื่องนี้คุณชิมาซากิแอบบอกฉัน เพราะคุณวาตานาเบะไปเมาเละกับเธอ
         “มิลกี้เมาน่ะเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือเงียบ ไม่ยักพูดหรือโม้อะไรอย่างที่เคย ยามาโมโตะลองดูหน่อยนะว่าเพื่อนฉันมันเป็นอะไร” ฉันไม่คิดเด็ดขาดว่าเพราะเรื่องของฉัน แต่ก็รู้สึกว่าแอบคิดไปนิดนึง
         ที่จริงวันหยุดนี้ฉันว่าจะทำความสะอาดบ้าน แต่พอนอนอ่านหนังสือเพลิน ๆ เลยโดนความขี้เกียจลากลงข้างทางหลุดจากเส้นทางหลักที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ซ้ำร้ายเหมือนมาโบกรถเจอคุณวาตานาเบะ
         เธอมาที่บ้านฉัน…
         “วันนี้วันเสาร์” คุณวาตาเบะถอนหายใจอยู่หน้าประตู เมื่อเจอการทักทายของฉัน แต่อย่างที่รู้ว่าเธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น
         “ถูกต้อง วันนี้วันเสาร์ ขอบคุณที่ช่วยเตือน ดังนั้นฉันเลยมาชวนยามาโมโตะไปด้วยกันสักหน่อย”
         “ทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะคะ”
         “พอพารุไม่ไปด้วยล่ะก็นะ…”
         “เลิกทำหน้าแซวฉันกับคุณชิมาซากิเถอะค่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น แค่ชื่นชม คุณรอฉันสักครู่” ฉันตัดบทแล้วรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่อยากเถียงอะไร เพราะยังไงคุณวาตานาเบะก็คงลากฉันออกมาจากบ้านจนได้ไม่ว่าจะต้องขุดเรื่องอะไรมาแซวมาเป็นประเด็น

         ฉันนั่งแช่อยู่ที่ร้านทาโกะยากิกับคุณวาตานาเบะนานพอควร หน้าเธอแดง และเมาในระดับหนึ่งไม่ต้องสงสัย เราไม่ได้คุยกันมากนักและเจ้านายฉันก็เงียบเหมือนอย่างที่คุณชิมาซากิบอก
         “ยามาโมโตะไม่ดื่มเบียร์กับฉันหน่อยเหรอ” คุณวาตานาเบะทำหน้าอ้อนวอน ฉันเห็นสภาพแล้วเธอคงลำบากกับวันพรุ่งนี้อีกเหมือนเคย
         “ฉันต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา จะได้รับมือกับคนแบบคุณได้ยังไงล่ะคะ”
         “ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะนอนกอดหรอกนะคืนนี้น่ะ” คุณวาตานาเบะสั่งเบียร์มากกว่าของกิน ฉันถามว่าจะมานอนบ้านฉันใช่มั้ย ถามมากเท่าไรเธอก็ไม่ตอบ เอาแต่ดื่มจนขวดเบียร์เรียงราย ท่าทางคงกะจะนอนเละอยู่บ้านฉันแน่ แย่แล้ว ทำไมฉันต้องกังวลว่าเธอจะมากอดกันด้วย เธอก็พูดเองว่าไม่กอด แต่รู้สึกว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นพิกล
         เพล้ง…
         ขวดที่ฉันเพิ่งมองอยู่ไม่นานปลิวจากโต๊ะลงไปกระทบกับพื้นด้านล่าง เศษแก้วกระจายไปทั่วบริเวณ พอมองไปยังต้นเหตุก็พบว่าเป็นผู้หญิงที่กำลังเมา สีหน้าเอาเรื่อง เธอจะน่ารักมากแน่กับใบหน้าคมได้รูปที่รับกับดวงตาเด็ดเดี่ยวคู่นั้น ช่างมัน ฉันได้แต่นึกสงสัยทางเดินออกกว้าง ผู้หญิงคนนั้นก็ยังอุตส่าห์เดินมาชนโต๊ะได้
         “มองแบบนี้ อยากมีเรื่องกับฉันหรือไง” เธอแผดเสียงนุ่มกังวานแม้ในยามที่หงุดหงิด เสียงดุดันแสดงออกว่าโมโห ฉันมองเพราะแค่สงสัยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น สถานการณ์เลวร้ายลงอีก เธอปรี่เข้ามาผลักฉัน คุณวาตานาเบะต้องเข้ามาขวางไว้อย่างทุลักทุเล เธอเองก็ยืนแทบจะไม่ไหว ฝ่ายนั้นคงพาลเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ผู้หญิงผอมสูงท่าทางมีสติครบถ้วนมากกว่าที่คงมาด้วยกัน เข้าห้ามด้วยอีกแรง
         “พอได้แล้วจูรินะ”
         “พี่เรนะปล่อย” แต่ด้วยพละกำลังที่มากกว่าผู้หญิงผอมบางตัวสูงคนนั้นจะต้านไหว คุณวาตานาเบะจึงกระเด็นไปนอนที่พื้นเป็นคนแรก คนเมาเข้ามาถึงตัวฉันและผลักสุดแรงจนเซถอยหลัง แต่ฉันยังโชคดีไม่ล้ม
         หันไปเห็นคุณวาตานาเบะพยายามดันตัวขึ้นมา ในขณะที่พนักงานเริ่มเข้ามาจับแยก เลือดเข้มไหลมาตามฝ่ามือของเจ้านาย คงเป็นจังหวะที่ล้มไปโดนกับเศษขวดเบียร์
         หลังจากนั้น
         ร่างกายของฉันก็โดดเข้าไปตะลุมบอนกับผู้หญิงซึ่งเป็นต้นเหตุโดยไม่ทราบที่มาถึงความโกรธเกรี้ยวฉับพลันของตัวเอง อย่างน้อยมีหนึ่งหมัดที่โดนเข้าเต็มหน้า ที่เหลือไม่รู้ว่าเหวี่ยงหมัดไปโดนอะไรบ้าง

         ฉันอาบน้ำด้วยความยากลำบากเมื่อกลับมาถึงบ้าน แผลที่มือไม่ได้ใหญ่โตอะไรแต่มันก็แสบเอาเรื่องตอนที่โดนน้ำโดยเฉพาะสบู่ ซึ่งฉันคงโชคดีกว่าคุณวาตานาเบะ เจ้านายมีบาดแผลที่มือค่อนข้างหนัก แต่ก็นั่นแหละ ฉันถึงได้โดนใช้ให้ไปช่วยหยิบจับของตอนที่เธออาบน้ำ เพราะคุณหมอไม่ให้แผลโดนน้ำ ส่วนเรื่องที่ร้านนั่น คุณวาตานาเบะจะชดใช้ค่าเสียหายภายในร้านให้คนละครึ่งกับคู่กรณี ตอนท้ายฉันเห็นว่าคนผอมสูงโมโหใส่ผู้หญิงที่มีดวงตาเด็ดเดี่ยวอย่างรุนแรง
         หลังจากอาบน้ำเสร็จ เจ้านายสาวคงหายเมาไปเยอะตอนที่เธอกระตือรือร้นอยากทำแผลให้ฉัน ฉันไม่ได้ให้หมอดูแผลเหมือนคุณวาตานาเบะ เพราะเห็นว่ามันนิดเดียวเท่านั้น เธอลืมนึกไปหรือเปล่าว่ามือเธอเองก็มีผ้าพันแผล คุณวาตานาเบะว่าอยากตอบแทนที่ฉันช่วยซัดหน้าผู้หญิงคนนั้นให้ ฉันรีบปฏิเสธทันทีว่าทำไปเพราะโมโห ไม่ได้ชกหน้าผู้หญิงที่ร้านทาโกะยากิเพราะเธอสักนิด
         คืนนี้ฉันให้เธอเข้ามาที่ห้องนอนได้ นั่นทำให้เธอเห็นเป็ดที่เธอให้ไว้ ฉันอยากเขกหัวตัวเองที่ไม่เก็บให้ดีกว่านี้ อุตส่าห์ว่าไม่อยากจะเก็บเอาไว้บนโต๊ะทำงานให้เป็นจุดเด่นจนคุณวาตานาเบะเก็บเป็นประเด็นมาแซวกันแท้ ๆ ใครจะไปทันคิดว่าเธอจะมาหากะทันหันแบบนี้ ดังนั้นจึงดัดหลังที่จู่ ๆ ก็หาเรื่องมาบ้านฉันด้วยการให้นอนข้างเตียงแทน เธอตอบตกลงอย่างว่าง่าย ฉันจึงลงไปนั่งที่พื้นเพื่อให้เธอทำแผล
         “ฉันยังคิดไม่ถึงว่าเธอจะชกเขา หลงดีใจนึกว่าชกเพราะฉันซะอีก” คุณวาตานาเบะจงใจแหย่แบบเข้าข้างตัวเองหนึ่งพันเปอร์เซ็นต์
         “ฉันโมโหนี่คะ ผู้หญิงอะไรอารมณ์ร้ายได้ขนาดนั้น คุณเมาคุณยังไม่เป็นขนาดนี้เลย”
         “นี่เป็นข้อดีฉันใช่มั้ยล่ะ”
         “ถ้าคุณอยากให้นั่นเป็นข้อดีของคุณก็ตามใจค่ะ” คุณวาตานาเบะหัวเราะคิกคัก ฉันว่าเธอคงชอบแหง แบบนี้ได้เมาถี่กว่าเดิม เธอมีข้ออ้างเพิ่มแล้ว ฉันส่ายหัวทำเป็นระอา แต่ที่จริงต้องขอบคุณเจ้านายอยู่เหมือนกันที่ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
         ขณะที่ปล่อยมือให้อีกคนทำแผลอยู่ข้างเตียงนอน ฉันนั่งครุ่นคิดในใจพลางเอาหัวพิงเตียง ตอนนั้นฉันโมโหผู้หญิงในร้านแค่เพราะเธออารมณ์ร้ายเท่านั้นจริงหรือเปล่า ถ้าคุณวาตานาเบะไม่ลุกขึ้นมาพร้อมกับเลือดชุ่มมือแบบนั้น เหตุการณ์มันจะไปจบแบบไหน
         “เสร็จแล้วค่ะ” เธอเอ่ยประหนึ่งประสบความสำเร็จกับงานชิ้นสำคัญ ฉันมองมือตัวเองแล้วรู้สึกละเหี่ยใจ ไม่รู้จะหาคำอะไรมาบ่น ตอนยกมืออ้วน ๆ ของตัวเองที่ถูกม้วนพันด้วยผ้ากอซไม่รู้จะกี่รอบ
         “ฉันมีแผลนิดเดียว คุณพันผ้าอย่างกับมือหัก”
         “จะได้นิ่ม ๆ ไง ยามาโมโตะอาจจะมือช้ำนะ”
         “คุณไม่ได้แกล้งฉันใช่มั้ยคะ”
         “ฉันจะแกล้งยามาโมโตะทำไม ฉันเป็นห่วงนะ แต่ก็อย่างที่เห็น ตอนอยู่ที่ร้านฉันเมาแอ๋ จะช่วยเธอก็ไม่ไหว” คุณวาตานาเบะเก็บอุปกรณ์เงียบ ๆ เธอคงโทษตัวเองเรื่องที่พูดเมื่อกี้
         “อยู่กับฉันมีแต่ปัญหาตลอด ยามาโมโตะคงเหนื่อยน่าดู”
         “เรื่องงานฉันไม่สนใจเท่าไรว่าจะเหนื่อยแค่ไหน งานมันก็เหนื่อยกันทุกงาน แต่คุณชอบทำให้ฉันเหนื่อยเรื่องอื่นอยู่เรื่อยนี่สิ”
         “ฉันก็เหนื่อยเหมือนกัน เรื่องเธอ” ฉันไม่ชอบสายตาของคุณวาตานาเบะตอนนี้เอามาก ๆ เพราะมันดูเจ็บปวด ทั้ง ๆ ที่เธอยิ้ม
         “ฉันว่าฉันไม่เคยทำปัญหาให้คุณนะ” แน่นอนว่าพอรู้ราง ๆ เจ้านายต้องการจะสื่อถึงเรื่องอะไรแต่แกล้งเฉไฉไปเรื่องอื่น คุณวาตานาเบะถอนหายใจเฮือกใหญ่
         “นั่นล่ะ ปัญหาของเธอยามาโมโตะ เธอเอาใจใส่ฉันแต่ก็บอกว่าทำเพราะเป็นหน้าที่ ทำเพราะฉันจ่ายเงินให้เธอ ฉันไม่เคยเชื่อ ว่าเธอจะซื้อได้ด้วยเงิน ทำไมล่ะ ทำไมถึงเก็บตัวเองอยู่ในนั้น แล้วผลักฉันมาอยู่หลังกำแพงนี่ บางครั้งก็เหมือนจะยอมให้ฉันได้เข้าไปแต่สักพักก็ถีบฉันออกมา เธอกลัวอะไร”
         ฉันเอาแต่มองมือที่เต็มไปด้วยผ้ากอซพันแผล สับสนว้าวุ่นอยู่ในใจ ก่อนจะโดนคุณวาตานาเบะโถมทั้งตัวเข้ามาสวมกอด
         “ถ้าไม่ชอบก็พูดว่าไม่ชอบสิ ปฏิเสธฉันตรง ๆ ไม่ต้องหาเหตุผลมาอ้างว่ายอมทำเพราะฉันเป็นเจ้านาย หรือเพราะไม่ทำเพราะฉันเป็นเจ้านาย ฉันก็เป็นคน มีความรู้สึกเหมือนกับเธอ มันแค่นั้นเองยามาโมโตะ แค่นั้นจริง ๆ” เธอสะอึกสะอื้น เป็นครั้งแรกที่ฉันเคยได้เห็นมาตั้งแต่รู้จักกัน ทุกอย่างมันพังทลายไปหมด หัวใจฉันกระตุกวูบ ตอนที่เห็นว่าเธอตาแดงก่ำ ขณะขยับไปนั่งพิงเตียงข้าง ๆ ฉัน
         “ฉันกลัวใจตัวเองค่ะ” รู้สึกแห้งผากไปทั้งปากกับแค่ประโยคสั้น ๆ แล้วต่อมาก็น้ำท่วมปากพูดไม่ออก ฉันมือสั่นตอนที่เช็ดน้ำตาให้คนที่กำลังร้องไห้ข้าง ๆ ผ้ากอซดูจะมีประโยชน์ขึ้นมา
         นอกจากกลัวใจตัวเองแล้ว
         ความปรารถนาในใจแรงกล้าที่ฉันรู้ตัวดี รู้มานานแล้ว แต่ไม่เคยยอมรับ ตอนนี้มันคือแรงขับสำคัญที่สั่งให้ร่างกายขยับ
         ฉันสูดลมหายใจช้า ๆ แต่หัวใจไม่ได้เต้นช้าตาม ก่อนจะขยับเข้าไปหามากขึ้น หัวใจยิ่งสั่นระส่ำเมื่อใกล้ชิดเธอ ฉันจูบลงไปที่ริมฝีปากบนแผ่วเบา ยังสั่นไม่หายตอนที่กำลังเคลื่อนไปจูบริมฝีปากล่าง รู้ตัวว่าหายใจแรงขึ้นเรื่อย ๆ คุณวาตานาเบะยังสะอื้นตอนที่จูบตอบกลับมา

         ฉันไม่เคยอยากอยู่ในกำแพงนี้แต่ฉันกลัวเกินไปอย่างที่คุณวาตานาเบะพูด ฉันดึงเธอเข้ามากอดแน่น รวบรวมความกล้าเพื่อส่งมันไปถึงคนในอ้อมกอด
         “ฉันกลัวว่าจะชอบคุณเข้าจริง ๆ”

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (5) (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s