[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (5) (SayaMilky)

Posted on Updated on

         จุดเริ่มต้นของฉันกับยามาโมโตะน่ะเหรอ?…
         มัตสึซากะ โทริ โวยวายใหญ่โตและพยายามซักไซ้ว่าฉันกำลังคิดจะเล่นอะไร เมื่อกลับมาหลังจากไปส่งผู้หญิงคนที่เกือบโดนพวก ‘เพื่อน ๆ’ ในปาร์ตี้เล่นงาน รู้สึกว่าเธอจะชื่อยามาโมโตะ ซายากะ ฉันได้ยินโทริพูดอย่างนั้น
         “ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ” หลังเงียบไปพักหนึ่งก็เปิดปากโดยไม่มองหน้าเพื่อนคนที่ลากฉันมาคุย จะบอกว่าไม่คิดซะทีเดียวคงไม่ใช่ ฉันก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่มันเกิดขึ้นไปแล้วนี่ เกิดขึ้นตั้งแต่ที่เคาน์เตอร์ ตอนที่เข้าไปเช็ดเลือดให้ก็ด้วย ผู้หญิงผมสั้น หน้าตาจริงจังกับการทำงาน แถมยังน่ารักมากซะด้วย ผู้หญิงนัยน์ตาสวยและหวานที่ทำให้ฉันพยายามจะไล่เพื่อนในสังคมลูกคุณหนูผิวเผินบางคนที่เข้ามาชวนคุยเรื่องไร้สาระให้ออกไปพ้น ๆ
         เผื่อว่าฉันจะได้ ‘คุย’ อะไรกับพนักงานเสิร์ฟสาวคนนี้บ้างแทนที่จะต้องมาอดทนคุยกับเพื่อนคนนั้น แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันหวังไว้เลยสักอย่าง เพราะคาชิวากิ ยูกิชวนฉันคุยเรื่องโทริ เข้าใจว่าเธอคงอยากหยอกเย้ากระเซ้าด้วยความสนุกปาก แต่ฉันความรำคาญเลยแกล้งตอบไปอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นคงอยากได้ยิน
         “ไม่ได้คิดอะไรแล้วเธอ…จูบเขาทำไม ฉันยังทำหน้าไม่ถูกเลย ตอนที่เขามองหน้าฉันแบบนั้น” โทริส่ายหัว เพื่อนดูเป็นกังวล “ส่วนเธอก็หลบไปซ่อนหลังโซฟาสบาย ๆ ทิ้งฉันให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า”
         “นายไม่เคยหรือไงที่จู่ ๆ ก็อยากจูบ ฉันเหมือนตกลงไปในภวังค์สักอย่าง รู้ตัวอีกทีตัวก็ขยับไปแล้ว”
         “ก็…” โทริอึกอัก เลิกคิ้วเหมือนจะยอมรับ
         “เคยเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ นายเองเห็นเงียบ ๆ สุขุมนุ่มลึก ก็ไม่เบาเหมือนกันนี่ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ เอาน่าไม่เห็นต้องโวยวายฉันขนาดนี้เลย” โทริเป็นเพื่อนข้างบ้านสมัยเด็กตอนที่ฉันยังอยู่ต่างจังหวัด สมัยก่อนที่ครอบครัวของพวกเรายังไม่ได้ทำธุรกิจจนรุ่งเรืองอย่างในทุกวันนี้ และเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น สิ่งที่พวกคนอื่นเข้าใจเรื่องฉันกุ๊กกิ๊กกับเพื่อนผิวเข้มคนนี้ ไม่จริงสักอย่าง โทริเกาหัวดูท่าจะหมดเรื่องให้เถียง
         “แสดงว่าเธอคิดอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ยมิยูกิ โธ่เอ๊ย…เขาคงคิดว่าฉันจูบเขาอะ” โทริถอนหายใจไปไม่รู้กี่รอบแล้วตั้งแต่เราคุยเรื่องนี้กัน “ฉันต้องแก้สถานการณ์อะไรบ้าง ตอนที่เธอเข้าไปจับมือเขา ทายาให้เขา ทำอะไรไม่คิดถึงเพื่อนเลยได้ไงครับ”
         “อย่าห่วงน่า เขาไม่สนใจพวกเราอยู่แล้ว ดูท่าทางที่พูด ฉันรู้สึกได้ คงด่าอยู่ในใจมากกว่า แบบพวกลูกคุณหนูนิสัยไม่ดี คงเป็นแค่จูบแย่ ๆ จูบหนึ่งในชีวิตเขานั่นแหละ”
         “ยังไม่ตอบฉันเลย คิดอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ย” เพื่อนสมัยเด็กเหล่ตาใส่ ไม่ยอมที่ฉันเมินคำถามของเขาง่าย ๆ
         “จะไปคิดอะไรได้” ฉันเองก็ไม่ยอมแพ้เพื่อน
         “จะรอดู แต่ฉันว่าเขาอึ้งอยู่เหมือนกันนะ ที่โดนจูบ ตามใจคุณนะครับคุณเพื่อน แต่จำได้แม่นเลย ตอนเขามองเธอในงาน ถ้าได้ต่อยเธอสักหมัดคงโล่งขึ้นเยอะ เกลียดคุณเพื่อนเข้าไส้เลยครับ” ฉันหันไปแยกเขี้ยวใส่โทริที่กำลังยิ้มแป้น
         “รู้แล้วน่าว่าเขาเกลียดฉัน”
         “เธอทุ่มกับเขาเป็นล้าน เงินจำนวนขนาดนั้น ฉันยังไม่เคยทุ่มให้ผู้หญิงคนไหนเลยครับเพื่อน เธอนี่มันแน่จริง ๆ”
         “ช่วยเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งก็เท่านั้นเอง” ฉันตอบเสียงยาน ทำเป็นไม่ใส่ใจ เพราะกลัวว่าเพื่อนจะรู้
         “ช่วยเพื่อนมนุษย์เหรอครับ ต้องให้บอกมั้ยว่าตอนจูบเขาหน้าเธอฟินอิ่มเอมขนาดไหน นี่แค่จูบนะเพื่อนยังออกอาการขนาดนี้” โทริก็น่าจะรู้อยู่ดีแบบนี้ ฉันเองก็พลาดด้วยนั่นแหละ ลืมตัวไม่ได้เก็บอาการตอนที่ได้สัมผัสริมฝีปากของสาวเสิร์ฟผมสั้นคนนั้น
         “พอเถอะ” อิดหนาระอาใจกับตัวเอง ไม่ใช่เพราะเพื่อนแซวแต่อย่างใด
         “ถ้าไม่บอกเขา เขาไม่รู้หรอกนะว่าเธอคิดยังไง ช่วยแสดงอะไรที่มันตรงกับความรู้สึกหน่อย แสดงตอนที่เขาเห็นด้วยนะ ไม่ใช่กล้าแต่กับตอนที่เขาโดนปิดตา” ฉันหันไปยิ้ม ห่อไหล่ ถอนหายใจ ฉันจะทำอะไรได้อีกในเมื่อทุกอย่างวุ่นวายไปเสียจนไม่รู้จะกลับเข้าทางหลักได้ยังไง
         “นายจะให้ฉันบอกเขาว่าไง ‘เฮ้…ฉันคือคนที่ช่วยเธอเอาไว้นะ’ นายฟังฉันให้ดี ๆ ว่ายังไงเขาก็ไม่เชื่อ ดีไม่ดีต้องคิดว่าฉันตั้งใจวางแผน จะให้เขาติดหนี้ฉันซะด้วยซ้ำ”
         “เพื่อนครับ คิดมากทำไม หน้าตาร้าย นิสัยดีแต่ไม่ค่อยแสดงออก ชอบทำให้คนอื่นคิดว่าตัวเองนิสัยไม่ดีอยู่ได้ เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ฉันโดนเพื่อนเย้าอย่างขบขัน
         “ก็ฉันเบื่อนี่นา พอฉันทำดี ทุกคนก็มองว่าฉันแกล้งทำ หน้าแบบนี้คนอย่างฉันต้องร้ายเท่านั้น คนอื่นถึงจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ”
         “มิยูกิ เธอเลิกสนใจความคิดคนอื่นได้แล้ว ในเมื่อเราไม่ได้แกล้งทำอย่างที่เขาว่า ถึงฉันเองก็คิดเหมือนกันว่าหน้าตาแบบมิยูกิยังไงก็ต้องร้าย”
         “นายก็เป็นเห็นมั้ยล่ะ”
         “ล้อเล่น” โทริขำจนฉันต้องเอ็ดไปกว่าเพื่อนจะหยุด
         “มันน่ารำคาญนี่ ยุ่งอะไรกับเรานักหนา”
         “เธอนี่มันดื้อจริง ๆ …แล้วจะยังไงกับคุณยามาโมโตะคนนั้นล่ะ”
         “ไม่รู้หรอกตอนนี้” ฉันได้แต่ส่ายหัว มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเจอกันครั้งแรกก็ไม่มีความประทับใจอะไรให้จดจำ แถมยังทำให้เขาเกลียดมากขนาดนั้น ฉันจะทำอะไรได้บ้างล่ะหลังจากนี้
         ฉันก็อยากจะพูดคุยกับเธอคนนั้นอีก…
         …

         “เธอ!/เธอ!” ตกใจจนลืมว่ากำลังจะพิมพ์ข้อความไปต่อว่าโทริ เพราะเงยหน้ามาเจอคนเสิร์ฟอาหารเป็นคนที่ฉันนึกถึงอยู่ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ยิ่งไปเผลอมองริมฝีปากบางเลยไปจนถึงร่องเหนือริมฝีปากนั่นของยามาโมโตะ หัวใจก็เต้นระรัว
         ฉันพยายามไล่ภาพริมฝีปากออกไปจากสมองก่อนจะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวคราวนี้ โทริน่าจะหลอกให้ฉันมาที่ร้าน ทำเป็นนัดกันดิบดีว่าจะกินข้าวด้วย จากนั้นเพื่อนตัวดำเอ้ย…เพื่อนหนุ่มผิวค่อนข้างเข้มทิ้งให้ฉันรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง แล้วเพื่อนตัวแสบก็ไลน์มาบอกว่าติดธุระ ให้ฉันกินไปคนเดียว อ้างว่าเสียเงินค่าอาหารไปแล้ว
         การต้องเจอเจ้าของริมฝีปากบาง ผมซอยสั้นตาคม ที่แสดงกิริยาไม่ชอบหน้าฉันอย่างเปิดเผยคนนี้ ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณเพื่อนโทริคิดจะทำอะไร และวางแผนอะไรไว้ แต่ทำอะไรไม่บอกไม่กล่าวไม่เตือนกันล่วงหน้า ฉันเลยทำตัวไม่ถูกที่ต้องมาเจอกับยามาโมโตะ ถึงจะรู้สึกดีใจที่ได้เจอหน้าเธออีกครั้งก็ตาม
         คู่กรณีของฉันทยอยเอาอาหารมาเสิร์ฟโดยให้ความสนใจฉันในระดับศูนย์ถึงติดลบ แหงสิจะมีใครอยากเจอคนที่เกลียดเข้าไส้และบริการด้วยหน้าตายิ้มแย้มได้ ถ้าเจอเรื่องแบบนั้น และยิ่งเจอคนแบบฉัน โทริเพื่อนรักเราต้องเคลียร์กันอีกยาว ฉันขู่อาฆาตเพื่อนอย่างแค้นใจ
         “คุณ…จะมาหาเรื่องฉันอีกรึไง” ยามาโมโตะพยายามพูดโดยไม่ขยับปากมากนักและเบาจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง
         “หาเรื่องเธอน่ะเหรอ” เมื่อฉันถามกลับอย่างไม่เกรงกลัว ยามาโมโตะยืนจ้องจนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธอคงอยากตะโกนด่า ถ้าไม่ติดว่าด้านนอกมีลูกค้าคนอื่น ๆ หรือเพราะเธอก็ยังรู้ว่าเธอทำหน้าที่อยู่ แต่สาวเสิร์ฟทำทีเป็นยิ้มอย่างเสแสร้ง
         “เธอคงเจ็บใจที่แกล้งฉันวันนั้นน้อยไปใช่มั้ยล่ะ”
         “เอาความมั่นใจมาจากไหนนักหนาคะ ทำไมฉันจะต้องมาแกล้งเธอถึงที่นี่ ฉันไม่ได้คิดแค้นเธอ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า สำคัญตัวเองไปถึงไหนน่ะ” ฉันคีบอาหารกินเซ็ง ๆ ถึงมันจะอร่อยมาก แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์มานั่งกินอะไรทั้งนั้น
         “อ้าวฉันจะไปรู้เหรอ ฉันไม่ใช่ลูกคุณหนู ฉันไม่เข้าใจพวกลูกคุณหนูหรอก” ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตัวเองรู้สึกดีและยังรู้สึกหมั่นไส้ในท่าทางอวดเก่งไม่กลัวใครเมื่อวันนั้นของผู้หญิงที่ชื่อยามาโมโตะ ซายากะ
         ความมั่นใจนั่นทำให้ฉันหลงอย่างจัง…
         ฉันใช้เวลาอยู่นานเพื่อออกแรงจัดการอาหารทั้งหมดที่โทริสั่งมา ถ้าให้เดานี่คงเป็นชุดใหญ่ของทางร้าน ไม่ก็เพราะเพื่อนหนุ่มโทรินั้นต้องการที่จะแกล้งฉัน แกล้งให้ฉันได้อยู่ที่ร้านอาหารนี้นาน ๆ เพื่อนสมัยเด็กอาจสั่งแหลกทุกอย่างเท่าที่ร้านนี้มี แต่ฉันรู้อยู่หนึ่งอย่าง เมื่อมีคนแบบยามาโมโตะคอยวนเวียนเดินให้บริการ ฉันเสียสมาธิ และฉันก็ยอมแพ้ว่าไม่สามารถกินอาหารให้หมดได้ ไม่สามารถอยู่นานกว่านี้ได้ เพราะสายตาของพนักงานเสิร์ฟที่ประจำที่โต๊ะอาหารอย่างยามาโมโตะ
         “กินทิ้งกินขว้าง น่าเสียดายคนที่เขาไม่ค่อยจะมีกิน” ยามาโมโตะเข้ามาทำความสะอาดโต๊ะ แต่ก็จงใจพูดว่าค่อนข้างดัง ดังประมาณว่าฉันต้องได้ยิน ถ้าหากหมั่นไส้สู้หันมาด่ากันตรง ๆ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก มาดเยอะเหลือเกินผู้หญิงอะไรกัน
         “เธอเป็นพนักงานเสิร์ฟมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน” ฉันหันไปแขวะกลับคืนบ้างในขณะที่ยามาโมโตะกำลังง่วนเก็บจานขะมักเขม้น
         “ขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะ” ยามาโมโตะทำหน้าไม่สำนึกผิดและพูดอะไรอีกหลายอย่าง ด้วยเสียงนุ่มหวานน่าฟัง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเธอประชดกัน ฉันเลยเลือกที่จะลุกเดินออกมาโดยไม่ลืมกระแทกคำขอบคุณไปหนึ่งที
         “จะไปร้องเรียนผู้จัดการมั้ย เดี๋ยวฉันพาไป เธอมีเงินมีอำนาจอยู่แล้วนี่ ใช้เงินทำอะไรก็ได้” เธอว่าหางเสียงเรียบหากแต่หนักแน่น ฉันโดนขวางเอาไว้ ยามาโมโตะมองด้วยสายตาว่าไม่ชอบใจอย่างรุนแรง เมื่อมองหน้าอีกฝ่ายแล้วก็อดคิดวุ่นวายอยู่ในหัวคนเดียวไม่ได้ ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี ฉันกับสาวเสิร์ฟผมสั้นหน้าหวานคนนี้ เริ่มมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ไม่ดีมาก ๆ ด้วย
         “ไม่ต้อง แล้วก็ขอโทษด้วยละกัน…กับทุกเรื่อง” ฉันหลบตายามาโมโตะและเดินเชิดหน้าออกมาก่อนจะหลบมานั่งพักความคิดอยู่ในสวนสาธารณะแถวนั้น โทริคงไม่รู้ว่ามันแย่มากกว่าจะเป็นเรื่องดี ฉันละเหี่ยใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้
         พอคิดว่าจะพูดอะไรดี ๆ ก็เกิดขัดแย้งในใจขึ้นมาเสียก่อน ให้พูดดีเท่าไรก็ไม่มีใครเชื่อ มันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ทำไมฉันจะไม่อยากพูดความจริงกับยามาโมโตะ ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ ถ้าไม่ชอบพอหรือรู้สึกถูกใจในตัวผู้หญิงคนนั้น ฉันจะไปยุ่งกับเธอในคืนนั้นทำไม
         ฉันอยากพูดเรื่องราวมากมายที่มันอัดอั้นอยู่ข้างใน แต่พอเห็นสายตาของผู้หญิงคนนั้นแล้ว
         ฉันก็หงุดหงิด หมั่นไส้ หลงใหล ปะปนกันมั่วไปหมด
         ถ้าฉันจะต้องพูดจาดี ๆ กับเธอ เพื่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นเธอคิดว่าฉันเสแสร้ง มันจะมีประโยชน์อะไร ฉันทำแบบนั้นไปก็ไม่มีค่า ในเมื่อฉันเป็นคนไม่ดีในสายตาคู่นั้น ทำอะไรก็ไม่ดีไปหมดอยู่แล้ว
         …

         “นี่ยังมานั่งรอจะหาเรื่องฉันอีกรึไงคะ” รู้สึกคุ้นกับประโยคทำนองนี้และฉันรู้ดีว่าคนพูดเป็นใคร
         “นี่มันที่นั่งสาธารณะ เธอจะบ้าหรือไงใครจะรอหาเรื่องกับเธอ ถามแปลก” ยามาโมโตะเดินเข้ามาทิ้งตัวบนอีกฝั่งของม้านั่ง แย่แล้วสินี่ฉันนั่งอยู่ตรงนี้จนยามาโมโตะเลิกงานเลยเหรอ พอมองไปรอบบริเวณก็ต้องยอมรับว่าฉันนั่งอยู่ตรงนี้นานจนเริ่มมืดจริง ๆ
         “จะไปรู้เหรอ พอเดินออกมาเห็นนั่งอยู่แถวนี้ นึกว่าจะรอทำร้ายฉัน”
         “ถ้าฉันรอทำร้ายเธอ ทำไมไม่เดินหนีไปล่ะ เดินเข้ามาหาทำไม เหอะ…ฉันจะไปทำอะไรเธอได้ อีกอย่างฉันไม่ชอบใช้กำลังกับใคร” นี่ฉันพูดเรื่องจริงกับเธอ
         “ถึงได้ใช้การทำร้ายโดยไม่ต้องใช้กำลังอย่างวันนั้นใช่มั้ยล่ะ เธอไม่ทำร้ายใครตรง ๆ แต่ใช้การทำร้ายที่น่ากลัวที่สุด ทำร้ายใจคนอื่นได้ทั้งที่หัวเราะอยู่”
         “ฉันชอบทำร้ายใจคนอื่นสินะ เธอเห็นฉันเป็นแบบนั้น ฉันชอบใช้เงิน บ้าอำนาจและอีกเยอะแยะใช่มั้ย เรื่องไม่ดี ยกให้ฉันเอง ฉันทั้งหมด แต่รู้มั้ย…เธอน่ะไม่ต้องมาเสนอตัวริทำตามฉันหรอก” ยามาโมโตะจ้องหน้าฉัน เธอยังฝังใจกับเหตุการณ์เมื่อคืนนั้นจริง ๆ ฉันเข้าใจว่ามันแย่แค่ไหน ฉันรู้ดี “ให้ฉันนิสัยไม่ดีของฉันไปแบบนี้ เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไรทำร้ายใจฉันทุกครั้งที่เจอกัน อย่าให้มันกลายเป็นนิสัยที่กลับมาทำร้ายเธอตอนหลัง คือฉัน…ไม่ได้รู้สึกสลดอะไรทั้งนั้นเวลาที่เธอพูดไม่ดีใส่ฉัน ฉันแค่รำคาญน่ะ เห็นแล้วโคตรรำคาญ”
         “ไม่ต้องมาทำเป็นสอนฉัน”
         “ไม่ได้จะสอนอะไร…ฉันแตะเธอไม่ได้อยู่แล้วนี่ แม่คนใจกล้า” ฉันส่ายหัวเบื่อจะเถียง “นี่ถ้าฉันบอกว่ารู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอจะเชื่อฉันมั้ยล่ะ” แกล้งลองหยั่งเชิงทั้งที่ก็พอจะรู้คำตอบก่อนหน้า
         “อย่างเธอน่ะเหรอรู้สึกผิด”
         “ช่างมัน ไม่น่าถามกับคนแบบเธอ” กะไว้แล้วเชียวว่ายามาโมโตะคงไม่เชื่อ มันคงแปลกสำหรับเธอถ้าจู่ ๆ ฉันก็ดูจะเป็นคนมีสามัญสำนึกขึ้นมา
         “เธอกำลังกวนฉันใช่มั้ย” ยามาโมโตะดูเหมือนจะเดือดปุด ๆ อยู่ข้างใน
         “เรื่องที่ผ่าน ๆ มาแล้วแต่จะคิดเถอะ เรื่องของเธอ เธอเชื่ออะไรก็เชื่อไป”
         “ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็น ที่เธอทำเรื่องสารเลวไว้กับฉัน เธอเองก็คงจะเห็นใช่มั้ยล่ะ ฉันจะไม่ลืมเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด”
         “ใช่ ๆ ฉันทำเรื่องเลวเยอะแยะ” ฉันใช้การแสยะยิ้ม เยือกเย็น เพื่อสร้างบุคลิก ‘เลว’ ให้ตรงกับที่ยามาโมโตะว่า “ก็อย่างที่เธอพูด ถ้าเธออยากจำเรื่องแย่ ๆ ไปตลอดชีวิตก็ตามใจ แต่ฉันว่าอย่าเอามันมาเกาะกินความรู้สึกให้มากนักเลย” ยามาโมโตะจ้องเขม็งอยู่นานโดยไม่พูดอะไรหลังจากนั้นเธอก็เดินออกไป ในขณะที่ฉันถอนหายใจหนักกว่าเดิม เธอจะช่วยเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉันบ้างได้มั้ย

         ฉันจะทำยังไงกับผู้หญิงคนนี้ดีนะ…ฉันคงเลวน่าดูในสายตาเธอ

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (5) (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s