[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (7) (SayaMilky)

Posted on Updated on

         คนธรรมดาอย่างฉัน…กับวาตานาเบะ
         ความรำคาญที่วาตานาเบะชอบมานั่งอยู่ในร้านตอนฉันทำงาน หลังจากเราเข้าใจอะไร ๆ ระหว่างกันมากขึ้น เป็นสาเหตุให้ฉันมักส่งสีหน้าไม่ชอบใจไปให้เธอ ถึงมันจะเป็นแบบนั้น แต่พอเอาเข้าจริง ๆ การได้เห็นหน้าเธอแบบนี้บ่อย ๆ กลับกลายเป็นรู้สึกดี จนความรำคาญที่โมเมเอาเองอยู่นั่นหายไปทีละน้อยจนหมด
         เธอดูสงบเสงี่ยมมากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ ใครจะคิดว่าผู้หญิงอย่างเธอก็มีด้านดี ๆ นี้ ทั้งยังเอางานมาทำระหว่างที่นั่งแช่อยู่ที่ร้านอีกด้วย ไม่รู้ว่าไปทำยังไงเจ้าของร้านถึงได้ยอมให้มานั่งได้บ่อย ๆ
         ทำไปทำมากลายเป็นว่า นี่ฉันชอบแอบมองเธอ…?
         ก็นั่นแหละนะมุมที่ลูกคุณหนูคนนี้นั่งทำงานอย่างเอาจริงเอาจังคือสิ่งที่แปลกตาสำหรับฉัน วาตานาเบะมีอะไรหลายอย่างที่ให้ความรู้สึกว่า อืม…ผู้หญิงแบบนี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เป็นแบบที่ฉันคาดไม่ถึง หรือไม่คิดว่าเธอจะทำมันได้ ซึ่งที่จริงก็อาจเป็นเรื่องปกติ ถ้ามองเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง และเธอเองก็อายุมากกว่าฉัน เธอคงมีวุฒิภาวะบางอย่าง มีประสบการณ์ซึ่งฉันอาจจะยังไม่เคยพานพบ
         ตอนแรกฉันปักใจอย่างแรงกล้า คิดว่าเธอยังเรียนไม่จบซะด้วยซ้ำ กล้าเอาหัวเป็นประกันว่าในหนึ่งวันหากมีหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอคงทำแต่เรื่องไร้สาระเสียเก้าสิบอีกสิบคงเป็นอะไรที่จำเป็นต้องทำในชีวิตประจำวัน วาตานาเบะหัวเราะใหญ่โตเย้ยหยันออกหน้าตอนที่ฉันถามเรื่องการเรียนของเธอ มีการมองฉันด้วยสายตาที่ทำให้ฉันดูเป็นเด็กน้อยเอามาก ๆ ก่อนเฉลยด้วยความภูมิใจว่าเธอเรียนจบมาด้วยความสามารถตัวเองล้วน ๆ ตอนนั้นฉันทำหน้าว่าอย่างวาตานาเบะคงใช้เงินซื้อมามากกว่า เธอจึงขยี้แก้มฉันอย่างอารมณ์ดี
         บางทีก็รู้สึกว่าหลวมตัวผูกพันกับเธอเข้าให้แล้ว ผูกพันมากกว่าที่ตัวเองจะจินตนาการได้
         ฉันมองเธอเปลี่ยนไปมาก ทั้งที่ตอนแรกฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย ฉันมองเธอไม่ดี ทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ดูจะเป็นเรื่องเลวร้ายวินาศสันตะโร
         “มิยูกิ คุยด้วยได้มั้ย” ฉันสะดุ้งลากตัวเองออกมาจากความคิดชั่ววูบเมื่อสักครู่ หันไปมองคนที่เข้ามายืนข้าง ๆ วาตานาเบะอย่างลืมตัว ทั้งที่ไม่ควรจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกค้าภายในร้าน แต่ฉันก็ค่อย ๆ ขยับเข้าไปทำความสะอาดโต๊ะข้าง ๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะที่วาตานาเบะนั่งทำงานอยู่
         “ได้สิ พารุจะคุยเรื่องอะไรล่ะ” ผู้หญิงผมยาวสีน้ำตาลเข้มที่เคยยาวสยาย วันนี้รวบผมมัดเป็นจุกไว้สบาย ๆ แอบชำเลืองมองฉันที่มาเนียนอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะเชิญให้คนที่มาใหม่นั้นนั่ง
         ผู้หญิงคนนี้ฉันคิดว่าไม่เห็นในงานปาร์ตี้คืนนั้น อีกทั้งเธอดูไม่ใช่ประเภทเดียวกับพวกลูกคุณหนูในงานนั่นสักเท่าไร คนที่ชื่อพารุทำให้ฉันนึกถึงมัตสึซากะเพื่อนของวาตานาเบะขึ้นมา เธอมีผมยาวสีน้ำตาลเข้ม เฉกเช่นเดียวกับวาตานาเบะ ท่วงท่าสุขุม วางมาดน่าเกรงขาม แม้ร่างกายไม่สูงใหญ่ แต่รูปร่างค่อนข้างดี ถึงอาจจะผอมไปบ้าง ออกจะบางกว่าวาตานาเบะอยู่นิดหน่อย แต่ท่าทางไม่ยอมคนแสดงออกชัดเจน บางทีอาจจะรุ่นราวคราวเดียวกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน คนที่ชื่อพารุดูเป็นผู้ใหญ่กว่าใบหน้าเล็กน้อย ผิวขาวเนียนยิ่งทำให้ปากสีชมพูอ่อน ๆ น่ามอง เธอพูดจาฉะฉาน จ้องตรงไปยังคู่สนทนาอย่างวาตานาเบะตลอดเวลา
         “ได้ข่าวว่าเธอกำลังควงเด็กใหม่อยู่ มันจริงหรือเปล่า” คนตัวบางกว่าชะโงกหน้าง้ำคาดคั้นวาตานาเบะอย่างไม่ยอม
         “เขาก็ไม่เด็กแล้วนะ” ในสถานการหน้าสิ่วหน้าขวานวาตานาเบะก็ยังนิ่งจนฉันแปลกใจ ทั้งยังส่งยิ้มให้อีกคนอย่างเป็นมิตร
         “นี่เธอเอาจริงเหรอ” น้ำเสียงคนถามดูไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้น
         “อย่าบอกนะว่ามาหาฉันด้วยตัวเอง เพียงเพราะเรื่องเด็กบางคน ฉันควงคนอื่นไม่ซ้ำหน้าไม่เห็นเธอเป็นเดือดเป็นร้อน” ฉันไม่กล้าหันไปมองมากกว่านี้แต่จับน้ำเสียงขบขันเล็ก ๆ จากวาตานาเบะได้
         “เพราะฉันรู้ว่าเธอไม่เคยจริงจังกับใคร”
         “ฉันอาจเคยมีช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันกับพารุ แต่ว่าตอนนี้ ฉันไม่สามารถกลับไปเป็นอย่างเดิมกับเธอได้อีกแล้ว”
         “เพราะเด็กนั่นเหรอ”
         “อย่าพาลสิพารุ เราสองคนเลิกกันก่อนที่ฉันจะเจอเขานะ แทบไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้เลย” วาตานาเบะยังอุตส่าห์พยายามอธิบายเหตุผล
         “ฉันทำอะไรไม่ถูกใจมิยูกิเหรอ” ความตัดพ้อจากน้ำเสียงทำให้ฉันรู้สึกว่า เมื่อก่อนทั้งสองคนคงเป็นมากกว่าแค่เพื่อน และถึงตอนนี้ฝ่ายหนึ่งก็ยังคงจะยื้อความสัมพันธ์กับอีกคนเอาไว้ให้ได้
         “ไม่ใช่ไม่ถูกใจ แต่เธอจะอยู่กับคนที่ไม่รู้สึกอะไรด้วยได้เหรอ”
         “ฉันไม่สน”
         “ฉันสน เธอเป็นคนที่ฉันแคร์นะรู้มั้ย อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งที่เรามีความสัมพันธ์ดี ๆ ให้แก่กัน” คำว่า ‘แคร์’ ที่ทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ ฉันไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ ถ้ามีใครที่วาตานาเบะอาจให้ความสนใจมากกว่า “ฉันถึงบอกกับเธอตรง ๆ ถ้าเป็นคนอื่นฉันก็สลัดทิ้งเหมือนทุกคน อย่ามาจมอยู่กับฉันเลย” ท้ายประโยควาตานาเบะเหมือนร้องขอให้อีกคนเข้าใจเธอบ้าง
         “แล้วคนแบบไหนล่ะที่มิยูกิอยากให้จมไปกับเธอด้วย”
         “ฉันไม่รู้ อาจจะเป็นคนที่ฉันอยู่ด้วยแล้วสบายใจ แค่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีมาก ๆ ดีมากจนฉันทำอะไรบ้าบอคอแตกได้” ฉันหลบสายตาทันควันเมื่อเห็นเงาจากกระจกในร้านที่สะท้อนภาพวาตานาเบะยิ้มมาให้
         วาตานาเบะมีปัญหาเรื่องการพักผ่อนและมักนอนไม่หลับ เหมือนกับว่าในหัวของเธอมีหลายเรื่องที่ทำให้เกิดความกังวลอยู่ตลอดเวลา ฉันเดาว่าแต่ก่อนเธอคงแก้ปัญหาด้วยเหล้าและบุหรี่ แต่มันคงไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เธอเป็นคนที่นอนดึกพักผ่อนน้อยแต่ตื่นเช้าเป็นบ้า ในขณะที่ฉันยังนอนจมอยู่บนที่นอนทั้งที่นอนก่อน
         “อยู่กับฉันไม่สบายใจเหรอ” ฉันไม่รู้ว่าวาตานาเบะจะคิดยังไง เมื่อคนถามเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ แต่หากเป็นฉันที่เจอสถานการณ์แบบนี้ก็คงรู้สึกลำบากใจ
         “เราอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคู่กันก็ได้นะ ฉันสบายใจเมื่อได้อยู่กับเธอ แต่มันไม่ได้ถึงขั้นที่ฉันจะใช้ชีวิตอยู่กับพารุในแบบที่พารุอยากให้ฉันเป็น ความต้องการของเรามันไม่ตรงกัน”
         “ข้ออ้างเยอะจังนะ ไม่คิดว่ามันสวยหรูเกินไปบ้างเหรอ มิยูกิก็แค่หลงเด็กใหม่เท่านั้นแหละ ก็แค่คู่นอนคนใหม่” ฉันรู้สึกเหมือนโดนบางอย่างทิ่มแทงหัวใจ วาตานาเบะจะจริงจังแค่ไหน เธอเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย ๆ เธออาจแค่อยากสนุกกับบางสิ่ง และฉันก็เป็นแค่คนที่บังเอิญผ่านเข้ามา อาจถูกอย่างที่คนชื่อพารุพูด
         ตอนนี้วาตานาเบะกำลังหลงของเล่นใหม่…ก็เท่านั้น
         “ฉันจะรอมิยูกิเสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันรู้ว่าเธอปากแข็ง” อีกคนบอกด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมซึ่งความมั่นใจ ฉันว่าสองคนนี้คงรู้จักกันมานานพอควรทีเดียว
         ซายากะเธอนี่มันบ้าแท้ ๆ พอผูกพันกับเขาเข้าหน่อยก็คิดอะไรไร้สาระไปไกล วาดฝันอะไรไม่เข้าท่ามากมาย คิดว่าเขาจะมั่นคงกับเธอได้แค่ไหน ฉันรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเกินกว่าจะอยู่ฟังอะไรจากการพูดคุยของสองคนนี้ต่อ อีกอย่างมันก็ไม่เหมาะสมตั้งแต่มาแอบยืนฟังเขาคุยกันแล้ว ดังนั้นการที่เธอต้องเจ็บปวดจากการฟังอะไรก็ตามที่ได้ยินเข้ามาในหู มันก็เป็นสิ่งที่เธอเลือกเองซายากะ

         หลังเลิกงานวาตานาเบะพาฉันไปเดินเล่นกันสองคน ท่ามกลางความเงียบงัน ฉันภาวนาว่าไม่อยากให้เธองัดเอาเรื่องที่ได้ยินเมื่อกลางวันขึ้นมาเป็นหัวข้อสำหรับการพูดคุย
         “มีอะไรไม่สบายใจอยู่ใช่มั้ย” ฉันเดินเลี้ยวไปหยุดพักที่ม้านั่งแถวนั้นสักตัว หลังวาตานาเบะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน
         “ทำไมรู้ล่ะ” ฉันเอี้ยวตัวหันไปมองอย่างสงสัยตามเสียงจุดไฟแช็กข้าง ๆ ไฟสีส้มสว่างวาบ พร้อมกับควันขาวที่พวยพุ่งเป็นสายออกมาจากจมูกของคนที่ยืนเอามือข้างหนึ่งค้ำอยู่ที่พนักพิงของม้านั่งตัวเดียวกันกับฉัน
         “ก็เห็นตั้งแต่ที่ร้าน เดินหน้าซึมออกไปแบบนั้น” คนข้าง ๆ เอ่ยเสียงเรียบไม่ได้ทุกข์ร้อนที่ฉันแปลกไป เธอไม่หันมามองตอนที่ตอบฉัน พลางอัดควันเข้าปอดอีกรอบจนแท่งขาวที่คีบไว้ยุบลงไปเรื่อย ๆ “เรื่องพารุน่ะ…”
         “เรื่องระหว่างเรา จริง ๆ แล้วเธอแน่ใจกับมันแค่ไหน” ฉันไม่แค่แย่งพูดแต่ยังแย่งเอาบุหรี่จากมืออีกคนมาสูบด้วย
         “ไม่รู้สิ” วาตานาเบะจุดบุหรี่ตัวใหม่แทนที่ตัวซึ่งโดนฉันยึดมาถือไว้ในมือ ก่อนจะก้มตัวเข้ามาวาดแขนคล้องรอบคอฉันไว้ เธอกลั้วหัวเราะจนควันขาว ๆ ฟุ้งออกมาตามจังหวะ “ความจริงที่พารุพูดวันนี้…ฉันมาลองคิด ๆ ดู ฉันอาจจะแค่สนุกกับเธอไปเท่านั้นเองก็ได้ เธอน่าสนใจ เธอน่าหลงใหล ความหอมหวานบนเตียงของเรา ฉันตอบเธอตรง ๆ นะ ยามาโมโตะ ฉันชอบเธอ แต่ฉันไม่กล้าจะตอบว่ามั่นใจแค่ไหนกับเรื่องของเรา” ฉันได้แต่ผ่อนลมหายใจคลายควันขาวออกมาอย่างสม่ำเสมอ ฉันยินดีรับฟังความรู้สึกของคนข้าง ๆ วาตานาเบะใช้น้ำเสียงหนักแน่นจนฉันเริ่มหวั่นใจ
         “นอนด้วยกันไม่ต้องให้ใครมารับผิดชอบ สนุกด้วยกันทั้งฉันกับเธอ ฉันจำได้” ฉันเอียงหน้าไปซบกับซอกคออุ่นของเจ้าของมือที่กระชับวงแขนรอบคอฉันอยู่ตอนนี้ น้ำใส ๆ ทำให้ฉันมองเห็นไม่ถนัดนักและเลือกหลับตาลง
         “ฉันพนันกับเพื่อนไว้ ว่าถ้าทำให้คนที่เกลียดลูกคุณหนูเข้าไส้อย่างเธอมาชอบได้ ก็จะมีรางวัลกันนิดหน่อย แผนมันค่อนข้างจะซับซ้อนน่ะ แต่เธอไม่ง่ายใช่มั้ยล่ะ ฉันก็เลยต้องเล่นละครหลายอย่าง พารุก็เลยเข้าใจผิดไปด้วย” วาตานาเบะเล่าให้ฟังไปเรื่อย ๆ ฉันยังแอบหวังว่าให้สิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้เป็นเรื่องตลกหน้าตายของวาตานาเบะ แต่มันก็ไม่ใช่
         “หมดเรื่องที่จะพูดแล้วใช่มั้ย” ฉันสูดลมหายใจเบา ๆ เพื่อบังคับเสียงให้ราบเรียบคงที่ ไม่สั่นจากความเสียใจที่เกิดขึ้น
         “อืม” นานหลายอึดใจที่เธอเงียบไปกว่าจะตอบคำถามฉัน
         “วาตานาเบะ ขอบใจนะ” บางคนยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ฉันออกแรงดึงแขนวาตานาเบะที่คล้องคอฉันไว้ออกเบา ๆ ฉันให้เธอเป็นอิสระ พร้อมกับเดินแยกออกมาด้วยความเจ็บช้ำที่อธิบายไม่ถูก ในหัวฉันรู้สึกโหวงเหวง
         มันเกินที่จะกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (7) (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s