[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (8) (SayaMilky)

Posted on Updated on

         ลูกคุณหนูก็คือคนธรรมดา…
         ฉันชอบหลบมานั่งพักผ่อนฟังเสียงนกเสียงกาที่หน้าบ้าน บ้านขนาดพอเหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ บ้านชั้นเดียวแต่กว้างขวางมีหลายห้องแบ่งไว้เป็นสัดส่วนด้วยบานประตูไม้เลื่อน ส่วนมากเพื่อสูดอากาศสดชื่นในยามเช้า หรืออาจจะเพื่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยในแต่ละวัน คิดถึงสิ่งที่ทำลงไป
         หนึ่งปีที่ผ่านมามีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด ตอนนี้ฉันไม่ใช่ลูกคุณหนูอีกต่อไป เพราะแม่ตัดสินใจขายบริษัทหมดแล้วและย้ายมาอยู่ที่บ้านเกิด กลับมาอยู่ในสถานที่ซึ่งเงียบสงบไม่ต้องวุ่นวายกับปัญหาในเมืองใหญ่ แม่ดูมีความสุขมาก แน่นอนว่าการต้องแบกรับปัญหาที่หนักมาตลอดหลายปีคงทำให้ท่านสูญเสียความสุขไปไม่น้อย
         ฉันคิดถึงยามาโมโตะทุกวัน เรื่องพนันที่บอกกับเธอวันนั้นก็โกหก ฉันไม่ได้พนันอะไรกับใคร ตอนที่กอดเธอ ฉันเห็นว่ายามาโมโตะร้องไห้ ฉันเองก็ร้องไห้ การบอกลากับผู้หญิงคนที่ฉันต้องการมากที่สุดนั้น มันยากมาก หัวใจฉันรับไม่ไหว แต่ต้องพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อเก็บอาการ บอกตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน นิ่งเข้าไว้ อย่าเอาแต่คิดถึงตัวเอง อย่าเอาแต่ได้อยู่คนเดียว อยากจะเห็นยามาโมโตะต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายจากบางคนหรือยังไง
         ช่วงสั้น ๆ ตอนที่ยามาโมโตะซบฉันอยู่ตรงนั้น ตอนที่เธอยังอยู่กับฉัน ก่อนที่ต่อไปเราจะต้องแยกจากกัน อยากบอกเธอเหลือเกินว่า…
         ฉันไม่อยากเสียเธอไป…
         เพียงแต่…ทำแบบนั้นไม่ได้ เมื่อต้องย้ำเตือนตัวเองหนักแน่น ชิมาซากิ ฮารุกะ หรือพารุอดีตเพื่อนที่เป็นมากกว่าเพื่อน เอ่ยเพียงบางเบากับฉัน ตอนที่สาวเสิร์ฟผมสั้นเดินหายออกไปจากตรงนั้นแล้ว
         “ฉันรู้ว่ามิยูกิกำลังคบกับใครสักคนที่ทำงานในร้านนี้” ฉันยังจำได้ว่าพารุหันไปชำเลืองมอง ‘ใครสักคน’ ที่เธอต้องการจะสื่อถึง เธอรู้ว่าฉันคบอยู่กับใคร แต่ทำเป็นพูดในเชิงว่ายังไม่รู้ตัวบุคคลที่แน่ชัด “ฉันไม่ยอม ที่จะให้มิยูกิไปคบกับใครหน้าไหนอย่างมีความสุข” สายตาเย็นเยียบน่ากลัวส่งมาให้ฉัน
         “ทำไมต้องทำแบบนี้”
         “เธอต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้นมิยูกิ ฉันไม่ยอมแพ้คนธรรมดาจากไหนก็ไม่รู้แบบนั้นหรอก ความผิดของมิยูกิคือทำให้ฉันหลงใหล จนฉันไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อยังไงถ้าไม่มีเธอ” ทำให้หลงใหล ทวนคำพูดจากคนตรงหน้าในใจ นี่เหมือนที่ฉันกำลังรู้สึกกับยามาโมโตะอยู่เวลานี้ เพียงแต่ฉันแยกแยะบางเรื่องได้ ซึ่งไม่ใช่กับพารุ เธอก็คิดถึงแต่ตัวเอง
         “ถ้าฉันไม่สนใจล่ะ ฉันจะคบกับเขาต่อ พารุจะทำอะไรฉัน” ฉันหยั่งเชิงคนที่ครั้งหนึ่งเคยมีความหมายต่อกัน แบ่งปันความรู้สึกดี ๆ ร่วมกัน จนเมื่อฉันรู้ตัวเองว่า พารุไม่ใช่คนที่ฉันรู้สึกด้วยแบบนั้น ฉันเห็นเธอเป็นเพียงเพื่อน ถึงตอนแรกอาจจะสับสนไปบ้าง ก็เพราะพารุน่ารักมาก รอยยิ้มของเธอช่วยทำให้โลกของฉันสดใส
         “ฉันไม่ทำอะไรมิยูกิหรอก เธอเป็นคนที่ฉันรักนี่ ฉันจะเล่นงานคนอื่น รวมถึงเด็กคนนั้นของเธอ” รอยยิ้มร้ายเด่นชัดจนยากจะเชื่อ แต่ฉันรู้ว่าคนแบบพารุนั้นจริงจังแค่ไหนเมื่อเธอเอาจริง เมื่อไหร่กันพารุ อะไรที่พรากเอาพารุคนเก่าหายไปได้ถึงเพียงนี้ ฉันใช่มั้ยที่เป็นคนทำร้ายเธอ จนทุกอย่างมันแย่ลง
         “นิสัยไม่น่ารักเอาซะเลยนะ พารุ” ฉันเคยรู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้ แต่ทำไมเธอถึงหันมาเล่นงานฉัน เธอเคยน่ารักกับฉันแค่ไหน ฉันยังไม่ลืม
         “แค่เธอกลับมาคบกับฉันก็จบแล้ว มิยูกิเรากลับมาคบกันอีกครั้งเถอะ” ลักยิ้มที่ชวนมอง ไม่ได้ชวนมองอีกแล้ว มันช่างเป็นรอยยิ้มที่ไร้ความหมาย ทำไมล่ะพารุ ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ฉันได้แต่มองเธอด้วยความเจ็บปวด
         “ขอโทษนะ ต่อให้ไม่มีใครเข้ามา ฉันก็คบกับพารุไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ”
         
         ฉันตัดสินใจหยุดการติดต่อทุกอย่างกับยามาโมโตะเพื่อไม่ให้พารุตามรังควาน ถึงที่จริงไม่ต้องบอกว่าหยุดตัวยามาโมโตะเองก็คงไม่คิดอยากคุยกับฉันอยู่แล้ว เล่นจัดหนักเสียแบบนั้น
         แต่เพราะยังไงฉันก็ไม่ยอมคบกับพารุแม้จะโดนตามตอแยอยู่หลายครั้ง เธอจึงหาทางเล่นงานบริษัทแม่ฉัน เป็นการบีบอ้อม ๆ สร้างความรำคาญให้ไม่หยุดหย่อน
         ที่เคยพูดไว้ว่าจะไม่ทำร้ายฉัน ไม่มีอะไรรับประกัน เพราะสิ่งที่สุดท้ายแล้ว เธอเลือกทำ มันคือการทำร้ายฉันทุกทาง ใจยังนึกห่วงลึก ๆ ว่าถึงเลิกติดต่อกับยามาโมโตะแบบนี้ พารุก็อาจจะตามไปวุ่นวายอยู่ดี หรือฉันควรกลับไปเริ่มต้นกับยามาโมโตะใหม่อีกครั้งบอกให้เธอเข้าใจ…เอาความสุขใส่ตัวเอง ไม่ต้องสนใจว่าพารุจะเล่นงานใครต่อใคร
         ฉันชอบคิดแบบนี้เวลาที่คิดถึงสาวเสิร์ฟผมสั้น แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้เลือกทำมัน
         คนที่รับซื้อบริษัทต่อจากแม่ก็คือมัตสึซากะ โทริ รายนั้นฟู่ฟ่าบารมีเหลือล้น เพื่อนผิวเข้มบอกว่า ‘เผื่ออยากจะกลับมาทำธุรกิจอีก ฉันจะช่วยเธอเอง ฉันเป็นผู้ชายใจดี’ ฉันอยากตบหัวสักฉาดตอนที่คุยกันครั้งล่าสุด
         แม่เคยตะล่อมถามฉัน เรื่องเพื่อนวัยเด็กคนนี้ ท่าทางคงอยากให้เราได้ดองกันจนตัวสั่น แต่เมื่อฉันก็ยังครองโสดโดยไม่เคยแลตามองคนที่แม่หมายมั่นปั้นมือไว้ ไม่ว่าจะใครต่อใครมากมายที่แม่มักชื่นชมให้ฟัง ดีเลิศเลออย่างนี้อย่างนั้น ท่านก็ยอมแพ้เรื่องอ่อนไหวนี้ไปไม่ได้บังคับอะไรฉัน ที่จริงสิ่งสำคัญคือแม่คงอยากให้ฉันมีคนดูแล ฉันเข้าใจแม่ ใครสักคนที่จะช่วยพาบริษัทของครอบครัวเราให้ก้าวต่อไป เช่นคนที่เก่งแบบโทริ เสียดายกับแม่ที่ฉันเห็นเจ้าผิวเข้มนั่นเป็นเพียงเพื่อน
         หลังจากแม่ตัดสินใจวางมือจากกิจการทั้งหมดและกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ท่านเริ่มทดลองทำเกษตรง่าย ๆ ที่จริงฉันเรียกมันว่าการปลูกผักไว้กินเองมากกว่า แต่แม่เถียงอยากเรียกให้มันดูจริงจังเข้าไว้ก่อน ฉันยังจำรอยยิ้มพราวของท่านได้ สายตามีความสุขอย่างกับเด็ก ๆ ที่เป็นอิสระหลังจากโดนบังคับให้ทำโน่นนี่อยู่ตลอดเวลา ท่านมีความสุขมากที่ได้กลับมาอยู่บ้านเกิดอีกครั้ง แถมพูดกรอกหูฉันอยู่บ่อย ๆ ว่าไอ้ที่ทำอยู่เนี่ย เพื่อไม่ให้เสียเวลาอยู่บ้านโดยไม่เกิดประโยชน์ ถึงจะมีเงินทองให้ใช้ไปไม่ขัดสนไปจนแก่เฒ่ากันทั้งแม่ลูกก็ตาม แม่ไม่อยากให้ฉันอยู่เฉย ๆ
         ตอนนี้ปล่อยพารุวุ่นวายกับโทริแทนครอบครัวฉันละกัน เพราะเพื่อนผิวเข้มบอกขอเล่นงานคืนสักหน่อย
         …

         ชีวิตในแต่ละวันของฉันเมื่อวันนี้กลายมาเป็นคนธรรมดาอาศัยในบ้านหลังน้อยกลางบรรยากาศชนบท มันช่างเต็มไปด้วยความเรียบง่าย ฉันได้เจอเพื่อนสมัยเด็กหลายคนเมื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด เราได้พูดคุยอย่างเป็นกันเอง นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ต้องพูดคุยอย่างอึดอัดเหมือนตอนที่ฉันตีสีหน้านิ่งและทำหยิ่ง เปลี่ยนสีให้กลมกลืนยามเข้าสังคมลูกคุณหนูโดยไม่เต็มใจ
         นาอิกิ โคโคโระคือคนที่ฉันสนิทด้วยเป็นพิเศษในตอนนี้ เธอมีทั้งความอ่อนโยน น่ารัก บ้างก็เข้มแข็ง สู้คน อาจดูห้าวหาญไปบ้างแต่นิสัยดีมากทำอาหารเก่ง สวยน่ารักไม่แพ้ใครมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว ทั้งฉันและแม่ต่างก็เรียนรู้เสน่ห์ปลายจวักจากเธอด้วยความสนุกสนาน
         ฉันค่อย ๆ พัฒนาฝีมือการทำอาหารขึ้นมากกว่าแต่ก่อน และแม่ก็เปรยน้ำเสียงโล่งใจว่าจะได้กินอาหารฝีมือฉันโดยไม่ต้องระแวงว่าจะโดนหามเข้าโรงพยาบาลเสียที ทั้งนี้ฉันกับอาจารย์สอนทำอาหารคนพิเศษมักจะไปเดินซื้อของด้วยกันที่ตลาด เพื่อซื้อหาของใช้วัตถุดิบต่าง ๆ สำหรับการเข้าครัว ทุกครั้งโคโคะจังจะช่วยบอกวิธีเลือกซื้อของดีมีคุณภาพให้ เป็นคนที่ใจดีกับฉันและกับแม่ของฉันตลอดเวลา อยากจะขอบคุณที่เธอให้ความช่วยเหลือครอบครัววาตานาเบะของเรา
         “คุณเป็นอะไรมั้ยคะ” ฉันเลิกคิดเรื่องของอาจารย์สอนทำอาหารและถลาเข้าไปรับร่างของหญิงวัยกลางคนที่มีอาการจะเป็นลมได้ทัน ฉันเห็นเธอเดินโซเซพักใหญ่จนคิดว่าน่าจะไม่ใช่อาการปกติ ดีจริง ๆ ที่ตัดสินใจวิ่งเข้ามา ไม่อย่างนั้นคงมีคนล้มหัวฟาดพื้น ฉันกำลังรอโคโคะจังเลือกซื้อของที่ร้านแถวนั้นและหันมาได้จังหวะพอดี
         “หน้ามืดนิดหน่อยน่ะจ้ะ” ผู้หญิงคนที่ฉันช่วยไว้ เอามือลูบหน้าผากท่าทางจะยังคงเวียนหัวอยู่
         “กลับไหวหรือเปล่าคะ ไปนั่งพักก่อนดีกว่านะคะ” โคโคะจังที่ตามมาอีกคน ช่วยกันประคองผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ไปนั่งพักแต่ยังไม่ทันได้พูดคุยถามไถ่อาการกันต่อก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูเด็กกว่าร้องเรียกมาแต่ไกล
         เธอรุดเข้ามาดูอาการของผู้หญิงที่เรียกว่าแม่ เหมือนมีคนมากระชากฉัน ให้ตื่นตัวกับความรู้สึกคิดถึง ที่ต้องอดทนมาตลอดช่วงที่ผ่านมา และกระตุ้นย้ำเรื่องราวในวันนั้นให้ชัดเจนขึ้นในหัวอีกครั้ง ยามาโมโตะ ซายากะมองฉันเพียงชั่วครู่และหันไปมองโคโคะจังนิดหนึ่งก่อนจะพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่แม่ของตัวเองตามเดิม
         “แม่หน้ามืดนิดหน่อย สองคนนี้มาช่วยแม่ไว้ ถ้าไม่ได้หนูคนนี้แม่คงล้มหัวกระแทกพื้นไปแล้วล่ะซายากะ” ยามาโมโตะปรายตามาอีกครั้งแต่ไม่ได้สนใจอะไรนักเมื่อผู้หญิงวัยกลางคนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง
         “ขอบคุณค่ะ” ยามาโมโตะ ขอบคุณเสียงเรียบจนเหมือนไม่พอใจลึก ๆ ทั้งยังมองฉันด้วยสายตาอย่างกับกำลังสแกนอะไรบางอย่าง รู้สึกแปลกดีที่แอบคิดว่ายามาโมโตะจะยังคิดถึงกันอยู่บ้าง
         “พวกเราขอตัวก่อนนะคะ ถ้าลูกสาวคุณมาแล้วล่ะก็” โคโคะจังเหมือนดูท่าทีบางอย่างกับคนผมสั้นที่ฉันรู้จัก ตั้งแต่ที่ย้ายกลับมาบ้านเกิด นี่ก็เพิ่งเคยเห็นโคโคะจังทำตาไม่เป็นมิตรกับคนอื่นแบบนี้ ฉันโดนเพื่อนลากออกมาลิ่ว ๆ ตัวแทบจะปลิวตามแรงดึง
         “มิรุจังเห็นท่าทางของลูกสาวผู้หญิงคนที่เราช่วยไว้มั้ย”
         “ไม่ได้สังเกตเลยน่ะ มีอะไรเหรอ” ฉันปฏิเสธทันควัน หากแต่ใจรู้ดีว่าอากัปกิริยาของยามาโมโตะต่อการพบกันครั้งนี้ยิ่งกว่ามึนตึง
         “เขาดูหงุดหงิด อย่างกับจะหาเรื่องกันแน่ะ คิดว่าเราไปทำอะไรแม่เขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ น่าโมโหนะเนี่ย มิรุจังช่วยแม่เขาไว้แท้ ๆ”
         “ใจเย็นสิโคโคะจัง เขาก็คงเป็นห่วงแม่เขาล่ะมั้ง จู่ ๆ มีผู้หญิงแปลกหน้าสองคนมาหิ้วปีกแม่เขาแบบนั้น อาจจะระแวงไว้ก่อนตามนิสัย”
         “พูดเหมือนรู้จักตัวลูกสาวเขาอย่างงั้นแหละ” ฉันหัวเราะแห้ง ๆ กับเพื่อน โบกมือปฏิเสธพัลวันตีหน้าว่าอย่างฉันจะไปรู้จักคนอย่างนั้นได้ไง “สีหน้ากวนอะ จริง ๆ นะ โดยเฉพาะตอนมองหน้ามิรุจังนะ สายตาแปลกพิกล” อีกคนยังตั้งข้อสังเกตไม่เลิก ซึ่งก็ทำให้ฉันพยักหน้าเออออไปตามประสา เพราะไม่รู้จะพูดอะไรที่ดีไปกว่านี้ได้
         “คิดมากน่า” ฉันต้องพยายามไม่ทำเสียงสูงอีกครั้งในขณะที่โคโคะจังสัมผัสอะไรได้ไวเหลือเชื่อ ดีที่ฉันไม่เคยเล่าเรื่องราวของยามาโมโตะให้โคโคะจังฟัง ถึงเธอจะสนิทกับฉันมากแค่ไหน แต่สำคัญคือตอนนี้สิยามาโมโตะและคุณแม่อาศัยอยู่แถวนี้ด้วยอย่างนั้นเหรอ
         …

         “ผักจากร้านของน้า แม่ฝากมาให้ เป็นการตอบแทนที่พวกคุณช่วยไว้ ฝากไปให้อีกคนด้วยละกัน” ฉันรับผักมางง ๆ ยามาโมโตะพูดด้วยความสุภาพขณะยื่นผักจำนวนหนึ่งมาให้ เธอทำสายตากำลังสแกนอะไรกับฉันอีกครั้ง ก็แปลกใจไม่น้อยอยู่แล้ว เมื่อเดินออกมาเจอเธอที่หน้าบ้านตัวเอง ฉันคิดว่าคนอย่างยามาโมโตะคงไม่มีทางได้เจอกันอีกครั้งถ้าไม่มีเหตุอะไรจำเป็นมาก ๆ อย่างเช่นโดนผู้ใหญ่ใช้มาแบบนี้
         “ขอบคุณนะ…เธอรู้จักบ้านฉันได้ยังไง” อยากขอบคุณคุณแม่ของยามาโมโตะด้วยเหมือนกัน ที่ทำให้ฉันได้เจอกับผู้หญิงคนนี้อีก แย่ตรงที่ฉันอยากตบปากตัวเอง ตลกเหลือเกินเพราะพูดตะกุกตะกักดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ เมื่อคนมันทำตัวไม่ถูก ไม่ได้คุยกันมาตั้งนาน
         “ถามจากคนแถวนี้มาเรื่อย ๆ หาไม่ยากหรอก บ้านวาตานาเบะที่เพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ไม่นาน” ฉันหลบตาคนที่มาเยือน ยามาโมโตะจ้องฉันนิ่ง ยังโดนพิจารณาอะไรอยู่ไม่เลิกสักที
         “ทำไมไม่เอาไปให้โคโคะจังด้วยตัวเองล่ะ บ้านเขาอยู่ก่อนบ้านฉันอีกนะ” ทั้งที่มีเรื่องอยากพูดคุยด้วยมากมาย แต่พอเจอตัวจริง ๆ ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับยามาโมโตะ รู้สึกผิดกับเรื่องที่ก่อเอาไว้จับใจ แต่ฉันอยากปกป้องเธอไม่ให้ต้องมาวุ่นวายปวดหัวกับคนอย่างพารุ มีบางอย่างที่ทำให้ฉันดีใจเมื่อยามาโมโตะเลือกมาที่บ้านหลังนี้แทนบ้านนาอิกิ
         “รู้สึกว่าเขาไม่ค่อยชอบหน้าฉัน” ฉันเกือบหลุดหัวเราะที่ยามาโมโตะก็ดูความรู้สึกของโคโคะจังออก แต่นี่เป็นเหตุผลของผู้หญิงผมสั้นคนนี้จริง ๆ น่ะเหรอ แค่เพราะลูกสาวของบ้านนาอิกิไม่ชอบหน้า ถึงได้ตรงมาที่บ้านฉัน
         “ยามาโมโตะทำหน้าแบบนั้นนี่นา”
         “ทำหน้าแบบนั้น แบบไหน? ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหน้าแบบนั้นที่เธอว่ามันเป็นยังไง” ผู้มาเยือนตีหน้าซื่อถาม ท่าทางยียวนกวนประสาท
         “ทำหน้าเหมือนจะหาเรื่องน่ะ”
         “ฉันไม่ได้ทำหน้าแบบนั้นกับ…เพื่อนเธอ” ยามาโมโตะสะดุดไปนิดหน่อยตอนที่พูดถึงโคโคะจัง
         “ตอนนี้ก็ทำหน้าแบบนั้นอยู่ เอาเถอะฉันไม่ได้ว่าอะไร เธอจะเป็นเดือดเป็นร้อนเกินไปหรือเปล่ากับเรื่องของโคโคะจัง เขาออกจะเรียบร้อย นิสัยก็น่ารัก”
         “ฉันไม่อยากจะแตะคนของเธอนักหรอกนะ ว่าแต่นั่นน่ะ…แฟนใหม่เหรอ” ยามาโมโตะส่งสายตาคาดคั้นเล็ก ๆ เธอใช้สุ้มเสียงเชิงว่าแค่ถามตามมารยาท แต่ฉันว่าบางคนเขาคงไม่ถามเรื่องแบบนี้กันมากนัก
         “ถ้าได้เป็นแฟนก็คงดี ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ” ฉันเย้ากลับพยายามทำเสียงให้ดูสบาย ๆ ถึงยามาโมโตะจะทำท่าไม่สนใจกับสิ่งที่ถาม หากแต่ฉันรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อย ที่เธอเองก็ยังพยายามหาเรื่องมาพูดคุย แม้มันจะเป็นหัวข้อที่แย่ที่สุดสำหรับเราสองคน
         “ก็ดูเขาเป็นห่วงเธอเกินเพื่อน ลองมีคนแตะเธอแม้ปลายนิ้ว ฉันว่าคงมีเรื่องกันบ้าง” คนผมสั้นยักไหล่
         “เขาเป็นเพื่อนที่ฉันสนิทด้วยมากที่สุดตอนนี้ คอยดูแลฉันกับแม่ ไม่มีอะไรหรอก แล้ว…ทำไมยามาโมโตะถึงมาอยู่แถวนี้ได้ เอ้อจริงสิ คุณแม่ของยามาโมโตะไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย”
         “คนอายุมากก็เลยหน้ามืด ไม่มีอะไรมากหรอก รั้นจะมาเดินด้วยตัวเอง” ฉันลอบยิ้มรู้แล้วว่ายามาโมโตะนิสัยเหมือนใคร “ส่วนเรื่องที่ฉันมาอยู่แถวนี้ พอเรียนจบรู้สึก ‘เบื่อ ๆ’ คนในเมือง อยู่บ้านเกิดน่าจะดีกว่า หางานทำแถวนี้สบายใจดี” ยามาโมโตะอาจไม่ได้บอกชื่อคนที่เธอเบื่อแต่จากท่าทางเหมือนว่านั่นจะเป็นฉัน
         “คือฉันน่ะ…”
         “มิรุจัง!” เสียงตะโกนที่คุ้นหูดังมาตั้งแต่เจ้าตัวยังไม่ถึงบ้านฉัน
         “มาได้จังหวะพอดีจริง ๆ งั้นฉันกลับก่อนละกัน” น้ำเสียงคนที่หันไปมองค่อนข้างขัดใจ มีความเอาแต่ใจตัวเองเล็ก ๆ ปะปนออกมาด้วย ทำให้ฉันอมยิ้ม ยามาโมโตะแยกออกไปพอดีกับที่โคโคะจังวิ่งเข้ามาถึง เธอรีบถามด้วยความเป็นห่วงคงนึกว่ายามาโมโตะมาหาเรื่องฉันถึงบ้าน
         “คุณแม่ของเขาฝากผักมาให้พวกเราน่ะ นี่ของโคโคะจัง” ถึงฉันจะยิ้มให้ แต่โคโคะจังก็ยังทำท่าทางว่าเธอไม่สบายใจอยู่ดี ฉันก็พอจะเข้าใจอยู่ แม้กระทั่งตอนที่เดินออกไป หน้าโคโคะจัง ยามาโมโตะก็แทบจะไม่มอง
         …

         นับตั้งแต่วันที่ยามาโมโตะเอาผักมาให้ ฉันก็ไม่เจอเธออีกเลย น่าเสียดายเพราะฉันไปตลาดด้วยใจหวังว่าจะได้เจอกันบ้างสักครั้ง หรืออาจจะได้เจอกันทุกอาทิตย์ก็ยิ่งดี การได้เจอสาวเสิร์ฟผมสั้นแถวนี้ ยิ่งทำให้ความสามารถในการหักห้ามความคิดถึงน้อยลงไปทุกขณะ
         ฉันน่าจะรีบเช็ดผมให้แห้งแล้วก็เข้านอนเพื่อเก็บแรงไว้สำหรับพรุ่งนี้เสียที มัวแต่คิดอะไรลม ๆ แล้ง ๆ อยู่จนเลยเวลาที่เคยนอนประจำจนได้ ค่ำมืดขนาดนี้จะใช้ที่เป่าผมก็ไม่ได้อีก อาจจะส่งเสียงไปรบกวนผู้ให้กำเนิดฉัน
         แต่บางอย่างทำให้ฉันหยุดเดินแล้วมองประตูบ้านตรงห้องนั่งเล่นด้วยความตกใจปนสงสัย ฉันได้ยินเสียงกุกกัก แต่ประตูก็ปิดเรียบร้อยดี น่าจะเป็นแม่ที่ปิดก่อนไปนอนหลับ
         ฉับพลันก็โดนคว้าจนแทบเสียหลัก ฉันไม่ทันตั้งตัว…
         “อะไอเอี่ย…” พยายามดิ้นพล่านพูดจับใจความไม่ได้ เมื่อโดนลากระหว่างที่กำลังพิจารณาความเรียบร้อยของประตูบ้านตัวเอง จู่ ๆ ก็มีคนเอามืออุดปากฉันไว้ไม่ให้ส่งเสียง
         “ก็รู้ว่าคุณแม่เธออยู่บ้านด้วย แต่ก่อนไปอาบน้ำก็น่าจะปิดประตูให้เรียบร้อยสิ” ยามาโมโตะเอ่ยปากตำหนิ และยังคงออกแรงรัดรั้งฉันไว้ไม่ห่างตัว กลัวฉันจะขัดขืนอะไรขนาดนั้น เมื่อพากันเข้ามาห้องนอนด้วยความทุลักทุเล มิหนำซ้ำฉันยังต้องเป็นคนชี้บอกทางให้อีกต่างหากเมื่อยามาโมโตะถามว่าห้องไปทางไหน ความลำบากที่พยายามเดินให้เกิดเสียงน้อยที่สุดสู้กับความเงียบยามวิกาล
         “เธอเข้าบ้านคนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาสั่งไม่ทราบ” ฉันพยายามจะดิ้นให้หลุดเลยโดนอีกคนกอดแน่นกว่าเดิม จนเริ่มไม่อยากดิ้นเพราะคิดถึงคนที่กำลังกอดมากจริง ๆ หลังจากที่เข้ามาในห้องได้ ยามาโมโตะก็เลิกเอามืออุดปากฉัน
         “ฉันไม่ได้จะสั่ง ก็แค่บอก” ยามาโมโตะบอกเสียงอ่อยอย่างกับรู้สึกผิดที่บุกเข้ามา “คือฉัน…มีเรื่องจะคุยด้วย” ยามาโมโตะพยายามเปล่งเสียงช้า ๆ ชัด ๆ เมื่อต้องพูดเบา ๆ
         “คุยพรุ่งนี้ไม่ได้หรือไง” ฉันกระซิบกระซาบกันสองคน ไม่กล้าพูดดังมากไปกว่านี้ ความเงียบสงัดอาจจะทำให้แม่ได้ยินการสนทนาระหว่างฉันกับคนแปลกหน้าบางคนที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นเธอคนที่กอดฉันอยู่
         “เดี๋ยวโดนขัดจังหวะ แบบวันนั้นอีก คุยกันไม่รู้เรื่อง” คนที่อยู่ข้างหลังตีหน้ายุ่งว่าหงุดหงิด ฉันอยากจะหันไปหยิกแก้มคนเอาแต่ใจเป็นบ้าแต่เพราะขยับไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่จึงได้แต่คิดเท่านั้น
         “หมายถึงโคโคะจังเหรอ เธอจะบ้าหรือไง แล้วคุยแบบนี้จะรู้เรื่องกันมั้ย” ฉันถอนหายใจใส่ ยามาโมโตะ คนที่บุกมาจู่โจม คลายแรงกอดออกจนฉันเป็นอิสระ ถ้าต้องพูดกันอย่างระวังแบบนี้ เชื่อสิทั้งคืนก็คงไม่เข้าใจ
         “มัตสึซากะเพื่อนเธอเขาบอกฉันหมดแล้วนะ เรื่องคนชื่อพารุ” ฉันเดินไปนั่งกับพื้นตรงหน้าโต๊ะกระจกขนาดกลาง และเริ่มใช้ผ้าซับปลายผมที่เปียก ยามาโมโตะตามมานั่งที่พื้นข้าง ๆ งึมงำท่าทางยังไม่จบ
         “แล้วไง”
         “ก็ไม่อะไรหรอก อยากบอกให้ฟัง” ยามาโมโตะกระแทกเสียงประชดโดยยังคงเสียงให้อยู่ในระดับกระซิบให้ได้ยินกันแค่ในห้อง ชัดเจนว่าบางคนต้องมีเรื่องที่อยากพูด ก่อนจะแย่งเอาผ้าไปจากมือฉันหน้าตาเฉย เธอช่วยเช็ดผมให้ฉันเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรอีก
         “ดึกป่านนี้ จะกลับบ้านยังไง” อดห่วงผู้บุกรุกผมสั้นไม่ได้ เมื่อเห็นว่ามันเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว พอต่างคนต่างเงียบซึ่งฉันไม่อยากให้บรรยากาศเงียบเท่าไหร่ ไม่อยากให้เหมือนครั้งสุดท้ายที่ได้สูบบุหรี่ด้วยกัน แต่อีกคนก็ยังเงียบไม่ปริปาก “เอาคืนมา ฉันจะเช็ดเอง ไม่อยากกวนเธอหรอก” ฉันหงายมือไปจนเกือบทิ่มหน้าสาวเสิร์ฟมือไว ด้วยความตั้งใจ จ้องเธอเขม็งที่มาวุ่นวายคืนนี้ ยามาโมโตะปิดปากไม่ตอบคำถามเหมือนเดิม ยังดีที่เธอยอมยื่นผ้าคืนมาให้
         “เอาคืนมา”
         “หืม?” ฉันชะงักคนข้าง ๆ ถามแปลก ยามาโมโตะเลียนแบบฉัน แถมยังจงใจใช้คำเดียวกันกับที่ฉันทวงเธออีกด้วย เชอะ ต้องการจะกวนประสาทกันใช่มั้ย
         “เอาหัวใจฉันคืนมาได้มั้ยมิยูกิ” ฉันมองอีกคนนิ่ง เธอไม่ได้จะกวนประสาทฉันเลย มีเพียงสีหน้าน้อยใจที่ส่งมา
         “แต่ฉันอยากเก็บมันไว้” ฉันรีบเอาผ้ามาเช็ดผมต่อ ไม่อยากสนใจสายตาเป็นประกายของอีกคน
         “ฉันไม่กลับบ้านหรอกคืนนี้” เสียงกระเซ้าและสัมผัสอุ่นที่หลังใบหูเล่นงานฉันจนอ่อนแรงอยู่ในอ้อมกอดคนคุ้นเคย
         “ทำไมถึงทำแบบนี้ บุกเข้าบ้านคนอื่นแล้วยังจะ…” ฉันขยับตัวสุดความสามารถพยายามหลบให้หูหลุดออกมาจากริมฝีปากของยามาโมโตะจนได้ พอจะหันไปต่อว่าก็เจอริมฝีปากเดิม รุกตามมาปิดกั้นคำต่อว่าทั้งหมดจนมันหายไปไม่ทันได้ต่อว่าอะไรผู้หญิงคนนี้สักอย่าง ยังไม่แน่ชัดว่าเธอจะทำอะไร
         “เมื่อกี้เธอว่า ยังจะ…อะไรนะ ฉันไม่ทันได้ฟัง” ฉันหมั่นไส้คนที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดสงสัย มือไม้เริ่มยุ่มย่ามกับชุดนอนของฉัน เลยผลักจนยามาโมโตะกลิ้งลงไปนอนกับพื้น
         “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอคิดจะทำอะไร แต่ฉันจะนอนแล้ว”
         ฉันปล่อยให้ยามาโมโตะนอนยิ้มอยู่ที่พื้น ขณะเริ่มปูที่นอน ทำเป็นไม่สนใจ หวังว่าฉันคงไม่ได้เผลอยิ้มออกไปให้บางคนเห็น กับสิ่งที่เธอทำ มันช่างทำให้ฉันยิ่งคิดถึงวันเวลาเก่า ๆ
         ยามาโมโตะลุกมาตอนไหนไม่รู้ เธอเข้ามาช่วยฉันปูที่นอน “อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสา มิยูกิไม่รู้จริงเหรอ ฉันแสดงออกขนาดนี้ดูไม่ออกรึไงว่ามันจะเกิดอะไร ทำเป็นไม่เคยไปได้อายุก็ขนาดนี้แล้ว”
         “ถ้าซายากะอยากนอนก็ไปปูที่นอนอันใหม่โน่น เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว” ฉันว่าไปนั่นลืมตัวเรียกอีกคนด้วยชื่อ ลุกขึ้นหันมาประจันหน้ากับเธอ แต่ยามาโมโตะประชิดตัวฉันอีกครั้งไม่ได้สนใจเรื่องที่นอนอีก เธอก้มมาจุมพิตที่หัวไหล่ข้างที่เธอรั้งเสื้อนอนของฉันจนผ้าบางหลุดไปจากหัวไหล่ ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากเปื้อนน้ำลายไปที่ซอกคอ ฉันแทบจะยืนไม่อยู่อีกแล้ว
         “จะทำอะไรคิดหน่อยสิยามาโมโตะ แม่ฉันก็อยู่นะ” ฉันยังไม่ยอมแพ้แต่หางเสียงเริ่มสั่น เพราะมือนุ่มของบางคนเข้าถึงเนินอกฉันจนได้ ก่อนที่จะโดนเธอกระชากเอวเข้าไปแนบชิดกับตัวมากยิ่งขึ้น
         “อย่าให้ต้องใช้กำลังมากกว่านี้ เดี๋ยวคุณวาตานาเบะ คุณแม่เธอก็ได้ยินเข้าหรอก” ยามาโมโตะหัวเราะอารมณ์ดีในลำคอ ฉันพยายามรวบรวมความคิดที่กระจัดกระจาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีเหตุผลดี ๆ ให้ต่อต้านสิ่งที่ยามาโมโตะทำสักอย่าง “วันนี้โหมดเงียบนะ ห้ามส่งเสียง” ฉันโดนอีกคนประคองลงมานอนบนที่นอนด้วยสภาพเสื้อผ้าที่จะหลุดไม่หลุดแหล่อย่างว่าง่าย
         “ทำไมต้องหูแดงด้วย เป็นอะไรเหรอ รู้สึกอะไรอยู่รึเปล่า” ยามาโมโตะช่างสงสัยอะไรนักหนาในเวลาแบบนี้ เธอคร่อมฉันไว้กำลังสำรวจอะไรต่อมิอะไรไปทั่วอย่างกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเรือนร่างฉัน
         “ปะ…เปล่า” ฉันไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเองเท่าไหร่ โดยเฉพาะตอนยามาโมโตะตั้งใจลากลิ้นนิ่มเปียกไปด้วยน้ำลายผ่านซอกคอขึ้นไปลิ้มรสบริเวณใบหูช้า ๆ กระตุ้นอารมณ์ปรารถนาของฉันให้กระเจิดกระเจิง
         “เดี๋ยวก็รู้สึกเองแหละ” สุดท้ายฉันก็ได้แต่ยิ้มเขิน ๆ และปล่อยให้ยามาโมโตะทำอะไร ตามที่เธออยากทำ เมื่อลงท่านี้ ฉันยอมแพ้ลูกอ้อนของเธอ ฉันยอมแล้ว…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (8) (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s