[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (11) (SayaMilky x YuiParu)

Posted on Updated on

         บางสิ่งกับบางคน…
         งานกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้านเริ่มขึ้นแล้ว ฉันโล่งอกที่อย่างน้อย ๆ ตอนนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นนอกจากเรื่องที่ทำให้ฉันจะบ้าตายช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ฉันพบว่าตัวปัญหาของรุ่นน้อง คนที่ฉันเคยพูดไว้ว่าจะจัดการถ้าเจอตัว ชิมาซากิ ฮารุกะ เธอคนนั้นมาให้ฉันเจอจริง ๆ และเธอคือผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้าน ‘บ้าเอ๊ย’ นั่นคือสิ่งที่ฉันสบถหลังจากเอากำปั้นทุบต้นไม้จนเจ็บ แล้วก็พบว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรนอกจากแค่ระบายอารมณ์ของตัวเอง หลบมาอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ก่อนจะไปตามซายาเน่ วันนั้นฉันสติแตกแต่ต้องเก็บอารมณ์เอาไว้ ไม่อยากให้สิ่งที่ทำมาต้องพังทลาย โดยเฉพาะเมื่อมันคืองานของหมู่บ้าน งานที่ฉันตั้งใจทำมาหลายปี
         แต่สุดท้ายสิ่งที่พยายามอดกลั้นอดทนอย่างสุดความสามารถมันก็ระเบิดเพราะคำพูดไม่กี่คำจากผู้สนับสนุนโครงการที่มีพระคุณของหมู่บ้าน ฉันพลั้ง…ไม่สิ มันไม่เรียกว่าพลั้ง ฉันตั้งใจตบเธอเต็มแรงและทำมันต่อหน้ารุ่นน้องอย่างซายาเน่อีกด้วย ถ้าซายาเน่ไม่ห้ามเอาไว้ฉันคงทำอะไรบ้า ๆ มากกว่านี้
         ในงานฉันเห็นซายาเน่อยู่กับวาตานาเบะและใครอีกคนที่ตัวสูงกว่าคนทั้งคู่ รูปร่างผอมเพรียว จากท่าทางที่สนิทสนมกับวาตานาเบะ คงน่าจะมาจากหมู่บ้านเดียวกัน ฉันเลิกสนใจสามคนนั้นเมื่อเห็นว่าชิมาซากิเดินเข้ามา รัศมีอาฆาตฟุ้งกระจาย
         “มีอะไรให้รับใช้คะคุณชิมาซากิ” คนถูกถามทำหน้าไม่สบอารมณ์แล้วยื่นใบตารางการแข่งขันเกมต่าง ๆ ซึ่งจะจัดในงานกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้าน
         “ฉันมาร่วมเป็นเกียรติ แต่ทำไมชื่อฉันถึงได้อยู่แทบจะทุกเกมแบบนี้ หรือฉันมาเป็นนักกีฬา”
         “ตอนที่จัดการรายชื่อฉันก็ไม่ได้สนใจซะด้วยว่าใครเป็นคนในหมู่บ้านหรือใครเป็นผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้าน คุณก็ลงแข่งไปเถอะค่ะ”
         “เธอพูดง่าย ไม่ได้เป็นฉันนี่”
         “คนที่คุณชอบก็ลงแข่งเกือบจะทุกเกมเหมือนกัน ด้วยความเต็มใจ เขาไม่เห็นจะบ่นอะไรสักอย่าง สงสัยเพราะซายาเน่ก็ลงแข่ง สองคนนั้นจะได้กระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้นแน่ คุณเชื่อฉันสิคะ” ฉันเอามือเสยผมทำท่าตกใจว่าเพิ่งคิดอะไรบางอย่างออก ชิมาซากิมองด้วยความไม่ปลื้ม “นี่ฉันพลาดไปได้ยังไงเนี่ย เอาคุณลงไปแข่งแบบนี้ขัดขวางบรรยากาศดี ๆ ระหว่างสองคนนั้นหมด” ยิ่งพูดมากยิ่งเริ่มรำคาญผู้สนับสนุนขี้วีน จึงตัดบทด้วยการออกเดินทำเป็นตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์การแข่งขันต่าง ๆ
         “อย่าให้ถึงตาฉันบ้าง ฉันรู้ว่าเธอจงใจใส่ชื่อฉัน” ชิมาซากิชี้หน้า ส่งแววตาจงชังมาให้โดยไม่ปิดบัง ก่อนเดินหลบออกไป เหอะ เธอคาดโทษฉันมากี่ครั้งแล้ว นี่ที่ยอมคงเพราะเอาชื่อวาตานาเบะมาขู่ กลัวสองคนนั้นจะหวานกันใช่มั้ยล่ะ
         ฉันเดินพาตัวเองผ่านบรรดาผู้คนจากหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ที่ได้มาเจอกันในวันรื่นเริง จนมาถึงลานการแข่งขันสำหรับเกมแรกของงานในปีนี้ ‘ชักเย่อ’ เสียงเชียร์โห่ร้องจากคนดูของคู่ที่กำลังแข่งอยู่ยิ่งทำให้บรรยากาศคึกคัก หมู่บ้านของฉันเป็นคิวต่อไป
         “พี่นึกยังไงถึงใส่ชื่อผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้านเรา ลงไปเกือบทุกเกมแบบนั้นน่ะ เขาคงเตรียมหาเรื่องเฉ่งพี่แน่ ถ้ามีโอกาส” ซายาเน่เดินหัวเราะเข้ามาถาม รุ่นน้องก็ต้องลงแข่งเกมนี้ด้วยเหมือนกัน
         จากเหตุการณ์ที่ฉันทำร้ายชิมาซากิ ก็ได้เข้าไปคุยกับซายาเน่แล้วและเอ่ยปากบอกกับรุ่นน้องคนนี้ตรง ๆ ว่าคุมอารมณ์ไม่ไหวจริง ๆ เธอเข้าใจฉันดีไม่ได้โกรธอะไร แถมยังเล่าอะไรให้ฟังนิดหน่อย พร้อมว่าชิมาซากิสมควรจะโดนตบอีกสักที
         “ทีเดียวจะไม่พอด้วยเหอะ สักสองสามทีให้ปากมีสีเลือดสด จะได้เหนื่อยจนหมดแรงพูดมาก ปากดีนักต้องโดนแบบนี้แหละ จะเม้งแตกอะไรก็เชิญ พี่จะจัดให้หนัก”
         “ท่องเอาไว้นะพี่เขายังเป็นผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้านเรา” ฉันควรเชื่อคนที่กำลังขำดีมั้ย แม้แต่ซายาเน่เอง ฉันว่าเธอก็คงเหลืออดกับคนอย่างชิมาซากิเหมือนกันนั่นแหละ
         “นี่เขาเรียกว่าร่วมสนุกกับกิจกรรมของหมู่บ้าน พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ยัยนั่นเล่นด้วยวิธีใสสะอาดไม่ได้ก็ต้องเล่นมันด้วยวิธีนี้ อย่ามาเจ๋อกับคนบ้านเรา ต้องสั่งสอนให้เข็ด”
         “พี่ยุยนี่ยังไง ฉันคิดว่าพี่จะต้องยอมให้ชิมาซากิเพราะเขาเป็นคนสำคัญของหมู่บ้านซะอีก แต่พี่แกล้งเขาแบบนี้ ฉันเริ่มงงกับพี่จริง ๆ แล้วนะ” ฉันอมยิ้มแค่นี้มันยังเบาะ ๆ ชิมาซากิต้องเจออะไรอีกเยอะ จริงอยู่ว่าเธอเป็นผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้าน แต่เมื่อมาอยู่ในถิ่นนี้โดยลำพัง ลำพองตัวว่าเก่งนักหนาก็ต้องเจอแบบนี้แหละ สาสมแล้ว
         “พี่จัดการเรื่องนี้เอง ซายาเน่ไปสนุกให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วง งานนี้หนึ่งปีมีที อย่าให้หมดสนุกซะล่ะ”
         …
         คู่แข่งของหมู่บ้านในการแข่งชักเย่อรอบนี้ ไม่ใช่ตัวเก็งของปีก่อน ๆ หมู่บ้านของเราจึงเอาชนะมาได้อย่างไม่ยากลำบากนัก แต่การแข่งเพื่อเอาชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับฉัน รวมทั้งในเกมต่อ ๆ มาของงาน
         ปีนี้มีอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่า นั่นคือในทุก ๆ รอบของแต่ละเกมที่ฉันใส่ชื่อชิมาซากิลงไป เป็นบุญตาเหลือเกินเมื่อได้เห็นผู้สนับสนุนสาวผมยาวผิวขาวจากเมืองกรุงกลิ้งไปนอนกับพื้นตลอด ไม่แคล้วคงไม่เคยต้องมาเล่นอะไรแบบนี้ ฉันยังขำทุกทีที่เห็นชิมาซากิลุกขึ้นมาหน้าเปื้อนไปด้วยฝุ่น ถ้าจะให้หาว่าใครคือผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้านล่ะก็ไม่ยากเลย ใครที่หน้าบึ้งคิ้วชนกันอยู่คนเดียวนั่นแหละ ชิมาซากิ ฉันสะใจจริง ๆ
         แต่ตลอดทั้งวันนอกจากจะต้องเปื้อนฝุ่นแล้ว ผู้สนับสนุนโครงการอย่างชิมาซากิก็ต้องเจอกับโคลนและอีกสารพัดที่ทำให้เนื้อตัวมอมแมมจนจำแทบไม่ได้ โดยเฉพาะเกมวิบากคงแทบทำให้หมดพลัง ผู้สนับสนุนสาวผมเผ้ารุงรังหมดมาดคนกรุง ปีนี้อยากมาทำให้ฉันต้องเครียด ก็ช่วยกลายเป็นตัวตลกให้ฉันหายเครียดเป็นการแลกเปลี่ยน
         ด้วยช่วงเวลาที่จำกัดและงานที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร งานรื่นเริงระหว่างหมู่บ้านเล็ก ๆ ของพวกเราก็จบลงด้วยดี หลังเลิกงานชาวบ้านทุกหมู่บ้านต่างพร้อมใจกันช่วยเก็บของและเก็บสถานที่ มีพิธีปิดเล็กน้อยและแจกรางวัลเป็นที่ระลึก ก่อนจะแยกย้ายกันไป ปีนี้หมู่บ้านฉันก็ไม่ได้ถ้วยแชมป์กีฬาเหมือนเคย อาจจะเพราะเน้นส่งประชากรผู้มีอายุลงไปสร้างสีสันมากกว่าแข่งอย่างเอาเป็นเอาตาย
         ชิมาซากินั่งรอจนฉันเดินผ่านมาพอดี ถ้าเธอไม่ล้างหน้าฉันคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็นเธอ ถึงจะอยากขำมากแค่ไหนแต่ก็ทำเป็นตีหน้านิ่งถามถึงธุระที่คนกรุงแบบเธออุตส่าห์นั่งรอจนมืดค่ำ
         “เธอคงมีความสุขมากสินะที่ได้แกล้ง” ชิมาซากิลุกขึ้นมาต่อว่าฉันอย่างที่คาดเอาไว้ ฉันเข้าใจว่าเธอเหนื่อยจากเกมวันนี้ แต่ทำเสียงเหนื่อยอย่างกับจะขาดใจไปได้ ผู้หญิงขี้สำออย ตลกดี ไว้ต้องไปเล่าให้รุ่นน้องฟังสักหน่อย
         “เอ๊ะเดี๋ยวสิ คุณถามตัวเองเหรอคะ เมื่อกี้น่ะ” ฉันมองดูแคลนคู่สนทนาที่หน้ายังคงมอมแมมอยู่ สิ่งที่ผู้หญิงแบบเธอทำกับวาตานาเบะและซายาเน่ มันไม่รู้จะเรียกว่าอะไรเลยด้วยซ้ำ ฉับพลันที่รู้สึกตัวว่าชิมาซากิคือผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้านเลยรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่ว่าก็ว่าเถอะ มันอาจไม่จำเป็น “ถ้าคุณจะพูดแค่นี้ เอาเวลาไปพักผ่อนดีกว่านะ งานวันนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหมู่บ้าน คุณเอาอะไรมาพูดคะ ฉันน่ะเหรอแกล้งคุณ สนุกดีออกใช่มั้ยคะ ที่ได้ลงไปนอนกลิ้งกับดินกับโคลน”
         “ฉัน…” ยังไม่ทันที่จะต่อว่าอะไรเพิ่ม ชิมาซากิก็หอบท่าทางหายใจติดขัด ฉันเข้าไปคว้าร่างเธอโดยอัตโนมัติ ตอนที่ผู้สนับสนุนคนนี้คุกเข่าลงไปนั่งกับพื้นแล้วและเกือบจะล้มคว่ำหน้าไปนอนคลุกฝุ่นกับพื้นอีกรอบ ฉันรีบประคองเธอเอาไว้ ฉงนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนตรงหน้า
         “เฮ้ย คุณเป็นอะไร” ชิมาซากิพยายามจะตอบ เธอดึงเสื้อฉันแทบจะขาด มือสั่นอย่างรุนแรงและทำให้ฉันเริ่มกังวล เธอหายใจไม่สะดวกก็เลยพูดไม่ได้ ฉันรีบแงะเอามือที่เธอกำเสื้อฉันไว้ออกมา จับมือเธอ พยายามตั้งสติว่าฉันจะทำยังไงดี และไม่พยายามแสดงอาการว่าตกใจซึ่งอาจจะทำให้คนที่กำลังแย่อยู่ต้องพลอยตกใจไปด้วย “เป็นโรคหืด…หอบหืดใช่มั้ย?” ฉันพอจะเคยรู้จักมาบ้างถึงจะไม่ได้เจอกับตัว “ถ้าใช่ให้บีบมือฉันหนึ่งครั้งนะ ใจเย็น ๆ คุณ หายใจช้า ๆ” ชิมาซากิบีบมือฉันหนึ่งครั้งเพื่อตอบคำถาม เธอยังมีสติอยู่ แต่มือเธอยังสั่นประหนึ่งว่ามีพลังงานเกินความจำเป็น “เอางี้ คุณมียาอยู่ในกระเป๋าใช่มั้ย ถ้าใช่ให้บีบมือฉะ…” ชิมาซากิบีบมือฉันก่อนที่จะทันได้ถามเธอจบ “นอนอยู่ตรงนี้นะ” ฉันค่อย ๆ วางร่างของชิมาซากิลงกับพื้นและวิ่งไปยังกระเป๋า จุดที่เธอนั่งรอฉันก่อนหน้านี้ ยาพ่นนอนนิ่งอยู่ก้นกระเป๋า ฉันรีบเอามาให้เธอ ชิมาซากิสั่นจนฉันต้องช่วยประคองตอนพ่นยาด้วย
         “ใจเย็น ๆ สิ คุณยังด่าฉันไม่จบเลย อย่าเพิ่งรีบไปไหนซะล่ะ อยากจะด่าฉันใช่มั้ย ถ้าใช่ให้บีบมือหนึ่งครั้ง” ชิมาซากิที่พ่นยาแล้ว บีบมือฉันอยู่หลายครั้ง “หมายความว่ายังไง ไม่ได้อยากด่าฉันหรอกเหรอ” ฉันมองหน้าคนที่นอนอยู่กับพื้นด้วยสภาพหมดแรง
         “ฉันอยาก…ตบสั่งสอนเธอ” ฉันหัวเราะให้คนอวดดี ตอนนี้ชิมาซากิอาการดีขึ้นแล้วถึงได้ปากกล้าเหมือนเดิม
         “จะตบไหวเหรอ ให้หายก่อนก็แล้วกัน หายใจช้า ๆ นะ อย่าหาว่าไม่เตือน เดี๋ยวจะมาโวยวายใส่ฉันอีก ฉันยังไม่อยากเสียผู้สนับสนุนของหมู่บ้านไป ถึงคุณจะไม่ได้เต็มใจเป็นก็เถอะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรซะล่ะ” ฉันบอกด้วยความเป็นห่วง ที่จริงอยากเตือนให้เธอได้สติ อาการแบบนี้ยิ่งหายใจเร็วยิ่งแย่กว่าเดิม ถ้าฉันรู้ว่าเธอเป็นโรคอะไรคงไม่แกล้งมากแบบนั้น ชิมาซากิหลับตาค่อย ๆ หายใจอยู่แบบนั้นโดยยังจับมือฉันไว้แน่น ฉันเห็นว่าเธอตกใจแค่ไหนตอนที่อาการกำเริบ
         ชิมาซากิกลัวมันมาก…
         หลังนอนแน่นิ่งอยู่พักใหญ่จนฉันต้องคอยถามว่าเธอมีสติอยู่หรือเปล่า ชิมาซากิก็ทำท่าจะกลับบ้านพัก หมายถึงฉันต้องพยุงเธอเดินกลับ แต่ฉันไม่เคยเต็มใจเท่านี้มาก่อน อาจเพราะฉันที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ “ที่จริงทำเป็นสำออยบอกว่าคุณมีโรคฉันก็คงไม่ใส่ชื่อคุณไปเยอะแบบนั้น”
         “เธอแกล้งฉันจริง ๆ ใช่มั้ย เลวที่สุดโยโกยามะ” ชิมาซากิเริ่มเหวี่ยงใส่ฉันอีกครั้ง รู้แบบนี้ไม่น่าพูดขึ้นมาเลยแท้ ๆ
         “ฉันขอโทษค่ะ”
         “แค่นี้เหรอ”
         “ก็ขอโทษไง คุณต้องการอะไร ให้คุกเข่าขอโทษเหรอ มันไม่ใช่เวลามาเล่นนะ ต่อให้ฉันไม่ชอบขี้หน้าคุณแค่ไหน แต่ฉันไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องชีวิตของใคร”
         “โหมดจริงจังกับชีวิตเหลือเกินนะเธอนี่ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แค่เหนื่อย” ชิมาซากิต้องแย่แค่ไหนถึงทำให้เธอไม่ตอบโต้ เหวี่ยงวีนใส่ฉันเพิ่มเติมอย่างที่ควรจะเป็น ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา ฉันรู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้น
         ฉันไม่ได้ชวนเธอคุยอีกจนกระทั่งมาถึงบ้านพัก เจ้าของบ้านข้าง ๆ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องของกินให้บ้านที่ชิมาซากิพักอาศัย ทำกับข้าวไว้รอ พอเห็นว่าหญิงสาวเมืองกรุงหมดสภาพกลับมาซะมืดเลยรีบมาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง ฉันก็เล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้ฟัง
         “จ่ายไปเท่าไหร่เหรอถึงได้บริการซะดี” หลังก้าวขาเข้ามาในชายคาบ้านได้ ก็มีคนสนใจยิงประเด็นคำถามขึ้น
         “ไม่ได้จ่าย เขาคงเห็นคุณเป็นเหมือนลูกเหมือนหลาน น่าเสียดายที่ความรู้สึกดี ๆ ต้องมาสูญเปล่าเพราะคุณกลับคิดแค่ว่าเขาทำเพื่อเงิน”
         “ก็มันเพื่อเงินไม่ใช่เหรอ โครงการที่เธอทำน่ะ”
         “อื้มนั่นสิคะ ก็เพื่อเงินทั้งนั้นนี่เนอะ” ฉันประชดใส่และปล่อยเธอเดินไปในบ้าน เลิกสนใจความปากดีของผู้หญิงอย่างนี้ เริ่มไม่สงสารเธอขึ้นมาทีละนิด ให้ตายเถอะ “เอ้าคุณ แล้วจะไม่อาบน้ำกินข้าวก่อนเหรอ” ชิมาซากิโบกมือให้ขณะเดินเข้าไปยังห้องนอน
         “อะไรอีกโยโกยามะ” ฉันเข้าไปขวางเธอไว้ได้ทัน ชิมาซากิหน้านิ่วยิ่งกว่าเดิม กระแทกเสียงท่าทางจะไม่พอใจ “คุณต้องอาบน้ำ แล้วก็กินอะไรสักหน่อย เดี๋ยวก็ไม่สบาย หมดเรี่ยวหมดแรงไปหรอก” ฉันโดนผลักจากคนที่ไม่ใส่ใจจะฟังคำพูดที่อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดี
         “ฉันไม่เป็นอะไรหรอก เลิกเซ้าซี้สักที”
         “ฉันบอกให้คุณไปอาบน้ำก่อน อย่าให้ฉันต้องบังคับคุณไปนะ”
         “แค่เรื่องอาบน้ำ จะอะไรนักหนา”
         …

         ฉันยืนฟังเสียงภายในห้องน้ำอยู่ข้างนอก คนที่สุดท้ายก็ยอมอาบน้ำจนได้ แต่เพราะชิมาซากิอาบน้ำนานมากอย่างกับจะควักไส้ออกมาขัดสีฉวีวรรณจนฉันเริ่มหงุดหงิด เลยตะโกนถามแข่งกับเสียงน้ำเพื่อเร่งเธอ
         “คุณ อาบน้ำนานไปหรือเปล่า อาบมาจะครึ่งค่อนชั่วโมงแล้วนะ”
         “จะเร่งอะไรนักหนา” ประตูเปิดผลัวะออกมาพอดี พร้อมกับชิมาซากิที่ไร้เสื้อผ้าและสีหน้าไร้อารมณ์ ผิวเนียนขาวมีหยดน้ำเกาะทั่วร่าง ฉันยืนมองเธอด้วยความตะลึงไปพักหนึ่งและก็รู้สึกตัวว่าไม่สมควรจะทำแบบนั้น ก็เลยกระแอมเรียกสติตัวเองและแสร้งหันไปทางอื่น
         “คุณไม่ต้องรีบออกมาทั้งที่โป๊แบบนั้นหรอก ไม่มีใครเขารอดูความวาบหวิวของคุณแถวนี้”
         “ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือตอนนี้ บ้านหลังนี้เป็นของฉัน จะเดินโป๊เปลือยมันก็ไม่เสียหาย เธอนั่นแหละหันหลบไปทำไม เสียมารยาท เวลาคุยกันเขาก็ต้องมองฝ่ายตรงข้าม ไม่ให้เกียรติฉันที่เป็นถึงผู้สนับสนุนโครงการเลยใช่มั้ย เราก็ผู้หญิงด้วยกันจะอายอะไร และที่ออกมาทั้งแบบนี้จะให้เธอเห็นว่าฉันกำลังสระผมอยู่” ฉันแอบชำเลืองมองฟองฟูฟ่องบนหัวของชิมาซากิ ถ้าเจ้าตัวไม่บอกฉันก็คงไม่ได้มองเลยแม้แต่นิดเดียว เรือนร่างเปลือยเปล่าของชิมาซากิดึงดูดความสนใจของฉันไปหมด
         “แต่ฉันเป็นคนอื่นที่บังเอิญเดินอยู่ในบ้านนะ เอาผ้าเช็ดตัวคลุมตัวมาสักหน่อย มันจะยากอะไรคะ นี่ถ้ามีคนอื่นนอกจากฉันอยู่ด้วยจะทำยังไง” ฉันต้องพยายามไม่ตะกุกตะกักเพื่อให้คำพูดดูมีน้ำหนักมากกว่าชิมาซากิ แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อเธอยังยืนอล่างฉ่างอยู่ตรงหน้า
         “ช่างสิ เห็นแล้วไง เอาไปไม่ได้สักหน่อย ไม่ต้องเร่งอีกนะ ฉันจะเสร็จแล้วเหลือแค่สระผม เสียเวลาก็เพราะเธอนั่นแหละที่มาเรียก” ประตูปิดฉับไป แต่ฉันก็ยังคงเห็นชิมาซากิอยู่ นี่ฉันติดตารูปร่างที่เห็นนั่นเข้าแล้วหรือยังไง แขนเรียวดูบอบบางน่าทะนุถนอม บ้าเอ๊ย ฉันจะใจสั่นทำไมที่ได้เห็นผู้หญิงเปลือยต่อหน้า
         ถึงผิวขาวของชิมาซากิยังตามหลอกหลอนฉันอยู่ แต่ฉันต้องแยกแยะเรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้ก่อน นั่นคือ เธอใกล้จะอาบน้ำเสร็จแล้ว ฉันรีบไปจัดการเรื่องอาหารไว้ก่อนท่าจะดี
         ฉันบึ่งไปยกกับข้าวเข้ามาบริการผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้านที่อาบน้ำเสร็จจนได้ เธอกินไปไม่มากแล้วจากนั้นก็เตรียมเข้านอนโดยไม่มีคำขอบคุณสักคำ
         “ฉันจะอยู่ข้างนอกนะคืนนี้ คุณมีอะไรก็ตะโกนเรียกได้ตลอดเวลา”
         “นี่เป็นบริการพิเศษเหรอ” คนถามหันมาขณะที่นอนกลิ้งอยู่บนที่นอนแล้ว
         “จนกว่าฉันจะแน่ใจว่าคุณไม่เป็นไร เดี๋ยวมาตายในบ้านนี้ก็จบเห่กันพอดี คงไม่อยากเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหรอกใช่มั้ย โครงการสยอง ผู้สนับสนุนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรกลางโครงการที่ตัวเองลงทุน เปิดตัวแปลกใหม่เป็นบ้า แต่ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะแบบนั้นน่ะ”
         “อยากนอนก็ตามใจ เชิญเลย”
         …

         มันเงียบเกินไปหรือเปล่า ความเงียบ ความมืดในตัวของฉันเอง เมื่อต้องอยู่เงียบ ๆ คนเดียว บางครั้งฉันจะได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ เสียงที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว หลัง ๆ มานี้มีอาการบ่อยกว่าที่ฉันคิด เวลาที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น เวลาที่ไม่รู้สึกตัว ถึงอย่างนั้นฉันก็ชินกับมัน ชินที่ต้องอยู่โดดเดี่ยว แต่ฉันรับไม่ได้เมื่อต้องเสียคนที่เคยทำให้ฉันรู้สึกถึงการ ‘มีชีวิต’ นับตั้งแต่วันที่ไม่มีมิยูกิ
         ฉันไม่ได้เป็นคนสำคัญของเธออีกต่อไป และจนถึงวันนี้ มันผ่านมานานมากแล้ว ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะเอาชนะใจเธอ อยากให้เธอกลับมา แต่กลายเป็นว่าเธอได้เจอใครอีกคน ที่เธอหลงใหลเต็มประดา นั่นคือสาเหตุที่ฉันต้องมาต่างจังหวัด ทั้งที่ปัญหากับเพื่อนของมิยูกิก็ยังไม่จบดี มัตสึซากะ โทริ เล่นงานฉันไว้แสบน่าดู แต่ช่างก่อน ตอนนี้ฉันมาอยู่หมู่บ้านเดียวกับคนที่มิยูกิเห็นว่าสำคัญ สำคัญมากพอที่จะยอมตัดใจไม่ติดต่อพูดคุยกัน จนทั้งสองคนมาเจอกันอีกครั้ง และมิยูกิก็ยอมที่จะเริ่มความสันพันธ์กับคนสำคัญของเธอใหม่
         ยามาโมโตะ ซายากะเป็นคนธรรมดา แต่เธอมีเสน่ห์ที่ทำให้มิยูกิหลงได้ ใช่ฉันพอจะเข้าใจแล้วเมื่อได้เจอกันอย่างเป็นทางการ พูดจาไม่เกรงกลัวใคร แต่ก็รู้จักว่าควรจะทำอะไร กล้าขัดในสิ่งที่ไม่ถูกต้องกับคนรู้จักของตัวเอง ช่างน่าประทับใจ
         เธอยังเป็นคนที่ช่วยฉันไว้ ไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าห้ามโยโกยามะ ยุย ที่ต้องการจะทำร้ายฉันอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ตอนนั้นคงขาดสติ ฉันรู้ว่าคนสำคัญของมิยูกิไม่ชอบหน้าฉัน ถ้าหากไล่รายการที่ฉันทำกับมิยูกิไว้ การที่โยโกยามะลงมือตบหน้าฉัน ฉันยังคิดอยู่ว่ายามาโมโตะเองก็คงชอบใจ
         สาเหตุที่บางคนเกิดอยากระเบิดอารมณ์คงเพราะ ฉันดันพูดจี้ใจดำผู้ประสานงานของหมู่บ้านที่แสนซื่อเข้า โยโกยามะจึงแสดงความโกรธออกมา โครงการของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่โยโกยามะทุ่มเททำ เธอไม่รู้เลยว่ามันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของแผนการที่ให้ฉันได้เข้ามาที่หมู่บ้านนี้ ฉันจึงยอมเป็นผู้สนับสนุนให้ ฉันไม่ได้สนใจรายละเอียดอะไรที่เกี่ยวกับหมู่บ้านเลยสักนิดเดียว
         การมาอยู่สถานที่ซึ่งไม่ใช่บ้าน ฉันไม่คุ้นเท่าไหร่ ชีวิตแบบชนบทมันก็ลำบากอยู่ อะไรมากมายหลายสิ่งเป็นเรื่องแปลกสำหรับฉันและแม้กระทั่งผู้คนในหมู่บ้าน ‘บางคน’ ทั้งที่ฉันคิดว่าต้องมีคนยอมก้มหัวให้เพราะเงิน แผนการก็ผิดพลาดไปมาก ผู้ประสานงานของหมู่บ้านอย่างโยโกยามะ ใช้เงินซื้อไม่ได้ซะทีเดียว
         ฉันรีบพาตัวเองขึ้นมาจากที่นอนแสนนุ่ม จะมัวเสียเวลานอนคิดเรื่องที่ผ่านมาให้ได้อะไร ฉันไม่ใช่คนที่จะมาจมอยู่กับความรู้สึกไม่คุ้นเคย หรือจะเรื่องอะไรที่ผ่านเข้ามาทุกเรื่องในชีวิต ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ ‘บางคน’ ยังนอนหลับไม่ตื่นอยู่ด้านนอก ตอนที่ฉันเดินออกมา สภาพนอนหลับทุเรศจนฉันไม่รู้จะบรรยายยังไง ฉันว่าเธออาจมีความสามารถนอนเอาขาก่ายหน้าผากได้ แต่ปล่อยให้เรื่องนั้นผ่านไปก่อน เธอจะมีลีลาท่านอนแปลกประหลาดอะไรก็ช่าง ฉันเป็นแขก แต่ต้องเป็นคนมาปลุกเธอเหรอ ฉันทบทวนแล้วก็ไม่พอใจ ที่จริงเธอควรจะเอากับข้าวมาตั้งรอฉันแล้วสิ ทำงานกันประสาอะไร แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้
         “จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนน่ะเธอ” โยโกยามสะลึมสะลือ ฉันเขย่าตัวเธอหลายรอบ
         “อ้าวคุณ ตื่นแล้วเหรอ”
         “ก็ใช่สิ นี่อาหารอร่อยมาก”
         “คุณกินข้าวแล้วเหรอ ทำไมยังอยู่ชุดนอน” อีกฝ่ายยังงัวเงียไม่เลิก แถมยังเชื่อเรื่องประชดที่ฉันพูดเสียสนิทใจ
         “ฉันประชด ข้าวอะไรที่ไหนล่ะ ฉันจะมาถามเธออยู่นี่ยังไง ว่าไหนข้าวฉัน ทำงานกันแบบนี้เหรอ บริการแย่ ๆ” ผู้ประสานงานของหมู่บ้านบังคับคนอื่นอาบน้ำได้ แต่ตัวเองไม่อาบน้ำซะเอง ฉันเตรียมเล่นงานเมื่อเห็นว่าโยโกยามะยังใส่ชุดเดิมกับเมื่อคืน
         “ฉันอาจจะนอนกินบ้านกินเมืองนะ แต่คุณมีแค่กินกับนอนเหรอ ตื่นปุ๊บก็ร้องหาข้าว” พอจะอ้าปากต่อว่าเธอกลับโดนว่าเรื่องอื่นซะก่อน
         “นี่จะหาเรื่องฉันแต่เช้าเลยหรือไง ตอนเช้าใคร ๆ เขาก็กินข้าวกันทั้งนั้น ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”
         “ทราบแล้วค่ะ ฉันจะไปยกมาส่งให้คุณเดี๋ยวนี้แหละ” ฉันเบะปากไล่หลังผู้ประสานงานหมู่บ้านที่เดินหัวฟูออกไป
         โยโกยามะกลับมาพร้อมกับถาดกับข้าวหน้าตาน่ากินมาก อาหารในชนบทก็ไม่เลวตั้งแต่ที่ฉันมาอยู่ ที่จริงก็อร่อยเลยแหละ ฉันคิดจะแกล้งทำเป็นชวนคนไม่อาบน้ำกินข้าวด้วยกันสักหน่อย แต่หันไปอีกทีเธอก็ซุกตัวเองอยู่ใต้ผ้าห่มตามเดิม ขี้เกียจเกินไปแล้วแบบนี้
         “โยโกยามะ เมื่อคืนเธอ…นอนไม่พอเหรอ ถึงได้มาหลับเอาเป็นเอาตายอย่างนี้”
         “ฉันปวดหัว แค่นี้ขอนอนพักหน่อยไม่ได้เลยใช่มั้ยคะ” ฉันปรี๊ดขึ้นมาทันที แค่ถามเฉย ๆ แต่กลับโดนตอบกวนโอ๊ยก็เลยทนไม่ได้
         “ฉันแค่ถาม อย่ามาพาลกับฉัน ฉันไม่ใช่ที่รับอารมณ์ของใคร แล้วเธอกล้าดียังไงถึงมานอนอย่างกับเป็นบ้านตัวเอง” โยโกยามะกระดกหัวขึ้นมามองฉัน เธอทำท่าคิดตาม
         “ก็รอบริการคุณไง ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่าล่ะคะ” โยโกยามะนี่ตื่นจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่าทางจะทิ้งสติไว้ในห้วงนิทรา ไม่ก็ความฝันสักเรื่อง เพราะเธอมุดตัวกลับไปนอนต่ออีกแล้ว
         “ต้องการเปลี่ยนคนดูแล”
         “ใคร?” โยโกยามะถามเสียงแข็ง

         “เรียกยามาโมโตะมาทีสิ…”

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้และยุยพารุเท่านั้น
[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (11) (SayaMilky x YuiParu)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s