[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (13) (SayaMilky x YuiParu)

Posted on Updated on

         กล้าที่จะยอมรับ…
         ฉันน่าจะได้ออกจากหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ถึงจะยังรู้สึกไม่ค่อยอยากกลับเท่าไหร่ก็เถอะ งานกระชับสัมพันธ์อะไรนั่นก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยดีแล้วด้วยอย่างน่าใจหายและฉันโดนแกล้งเสียเละตุ้มเป๊ะ ถ้าให้เดาฉันคงมีเอกสารทั้งด่วนไม่ด่วนและเอกสารจุกจิกที่ต้องกลับไปจัดการ ต้องมีบางคนอยากฆ่าฉันแน่ เอกสารพวกนั้นคงจะกองอยู่จนล้นและยึดโต๊ะทำงานฉันไปเรียบร้อยกระมัง แต่ก็อย่างว่าเพราะฉันที่ดันมาเป็นหวัดขัดขวางการเดินทางกลับซะก่อน ฉันไม่รู้ว่าเป็นเหตุผลพอหรือเปล่าแต่เอาเถอะเมื่ออาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่จนถึงขั้นไม่ดีเลยก็ว่าได้ จึงเป็นเหตุให้ได้อยู่ที่หมู่บ้านนี้ต่อ ไม่รู้ควรดีใจกับเรื่องนี้มั้ย เป็นความรู้สึกที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ชอบกล ก็เป็นหวัดเจ็บคอไม่สบายตัว ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะรู้สึกดีใจหรอก
         แต่เพราะใจหนึ่งก็เหมือนจะดีใจนี่แหละปัญหา…
         โยโกยามะมาเสนอหน้าอยู่ที่บ้านพักของฉันทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่หายดีเหมือนกัน เว้นแต่ว่าเธออาการดีขึ้นมาก สีหน้าที่สดชื่นต่างกับฉันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ถ้าบอกว่าแข็งแรงเกือบหายเป็นปกติหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ฉันก็เชื่อ ส่วนฉันน่ะเหรอเมื่อยล้าไปทั้งตัว ไม่อยากจะพูดหรอกนะว่ามันสูญเสียพลังงานมากแค่ไหนกับการต้องพาตัวเองออกไปเปิดประตูบ้านพัก
         ฉันได้ยินเสียงเคาะประตูแต่เช้าก็คิดว่าคงจะเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ บ้านเอาอาหารมาให้ ครั้นเปิดประตูออกไปกลับกลายเป็นคนอื่นมาทำหน้าระรื่นอยู่ ฉันเดินกลับเข้ามานอนพักผ่อนต่อไม่สนใจคนที่เดินตามเข้ามา แต่พอนึกเรื่องสนุก ๆ ขึ้นได้ก็เลยแกล้งทำเป็นถามถึงยามาโมโตะผู้ดูแลคนใหม่ของฉันแทน เพื่อให้โยโกยามะรู้ว่าเธอไม่มีธุระกับฉันในวันนี้ ไม่มีธุระจำเป็นใด ๆ ทั้งสิ้น พอมาคิดอีกทีรู้สึกว่าตัวฉันเองนี่แหละก็ไม่มีเหตุผลจำเป็นอะไรเหมือนกันที่ต้องให้โยโกยามะเข้ามาในบ้าน แต่เมื่อเธอเข้ามาแล้วก็ปล่อยไปก่อนละกัน
         ผู้ประสานงานของหมู่บ้านอ้างหน้าตาเฉยว่าคนที่จะสามารถดูแลแขกคนสำคัญของหมู่บ้าน ให้ได้รับความสะดวกสบายได้อย่างเต็มที่ ก็มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น ไม่รู้ว่าจะด้วยความเต็มใจหรือเปล่า นั่นแหละคือความสงสัยของฉัน แต่ก็นะคนที่ยังเสียงอู้อี้อยู่สมควรพูดประโยคนี้กับฉันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าไม่เต็มใจมาดูแลไปนอนอยู่บ้านอาจจะดีสำหรับโยโกยามะก็ได้ แต่ก็ตามใจถ้าอยากมากวนประสาทฉันถึงนี่ ฉันไม่สนใจอะไรหรอก ยกเว้นว่าจะได้ต่อว่าให้หายแค้น
         “เธอทำให้ฉันไม่สบาย ยังกล้ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกได้ยังไง โยโกยามะ” ฉันถามเธอเมื่อเอนตัวกับที่นอน ไม่มีอะไรจะสบายเท่าการนอนเฉย ๆ ตอนที่รู้สึกไร้เรี่ยวแรงไปทั้งตัวแบบนี้ ฉันไม่ใช่แค่เป็นหวัดเจ็บคอแต่ยังมีอาการไอร่วมด้วย ยิ่งฉันไอค่อนข้างหนัก ผลคืออาการเจ็บท้องที่ตามมา ความรู้สึกประหนึ่งได้ขึ้นไปต่อยมวยแต่กลับโดนไล่ต้อนชกจนไร้หนทางตอบโต้ และจากนั้นก็เหลือเพียงความบอบช้ำที่โดนอัดซะน่วม ทั่วบริเวณช่วงท้องเลยยังไงยังงั้น ฉันไม่ค่อยอยากจะพูดถ้าไม่จำเป็น เพราะถ้าไออีกก็จะยิ่งระทมตัวเอง
         “ไม่เป็นไรหรอกคุณ ฉันก็ไม่สบาย ถ้าฉันไปอยู่กับคนอื่นตอนนี้ เดี๋ยวแพร่เชื้อใส่เขาซะเปล่า ๆ ฉันไม่คิดจะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเพิ่มหรอกนะ เพราะฉันไม่ใช่คุณ ที่ชอบสร้างความเดือดร้อนเป็นงานอดิเรก”
         “เพื่อคนสำคัญสำหรับฉันยังไงก็ได้” ผู้ประสานงานเหล่ตามองเย้ยหยันอย่างน่าหมั่นไส้ “และฉันถามว่าเธอกล้ามาที่นี่ได้ไง ทำไมถึงตอบอะไรที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ฉันถาม” ฉันรีบสูดลมหายใจเข้าเมื่อรู้สึกคันคออยากจะไอ พยายามกลั้นก่อนจะออกแรงไอให้เบาที่สุด
         “อารมณ์เสียเหรอคะที่เห็นหน้าฉัน” โยโกยามะถามด้วยเสียงอู้อี้ของเธอ แปลกที่ฉันรู้สึกไม่เหมือนเดิม มีบางอย่างกับคำถามเมื่อกี้ แต่ฉันไม่ค่อยแน่ใจนัก ทั้งที่ตอนแรกยังด่าฉันอยู่เลยแท้ ๆ ไหนจะหน้ากวนนั่นอีก
         “ฉันไม่ได้อารมณ์เสีย”
         “โกรธเหรอที่ไม่สบายเพราะฉัน”
         “ฉันไม่ได้โกรธ จะไปโกรธอะไรได้ ก็แค่ไม่สบายฉันไม่ได้อะไรนักหนาหรอก แค่ต้องมานอนนิ่ง ๆ ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ” ก็อย่างที่พูด ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือโมโหอะไร
         “ฉันจะไม่รบกวนคุณ วางใจได้” โยโกยามะเข้าโหมดเริงร่าอีกครั้ง หลังฉันพูดกับเธอด้วยอารมณ์ที่ลดระดับความแข็งกระด้างลงมา วางใจได้บ้าอะไรก็มากวนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอตอนนี้น่ะ หลังจากเธอบอกความมุ่งมั่นน่าหมั่นไส้นั่น ฉันก็ไม่คิดว่าโยโกยามะจะเงียบไปจริง ๆ เธอกะจะกวนประสาทฉันให้ได้อย่างงั้นสิ
         ฉันนอนไอเพิ่มความช้ำให้กล้ามเนื้อท้องตัวเองทำงานอยู่นานก็ยังคงมีเพียงเสียงไอของตัวเองท่ามกลางความเงียบ โดยไม่มีอีกคนพูดหรือขัดอะไร อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ เธออยากจะแกล้งเหมือนตอนงานกระชับความสัมพันธ์อีก โธ่เอ๊ยทำเป็นนิ่งว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิด แต่จริง ๆ วางแผนไว้ทุกอย่าง ลงมือแกล้งฉันอย่างไร้ที่ติ
         ฉันหันไปและอ้าปากสูดลมหายใจเต็มปอด ขออย่างเดียวอย่าเพิ่งไอตอนที่กำลังจะออกปากต่อว่าโยโกยามะ จะเสียแผนเสียจังหวะกันเสียก่อน แต่เพราะใบหน้ากำลังหลับปุ๋ยอาวุธลับของเธอ ฉันก็เลยไม่ได้ด่าอะไรออกไป เธออยู่ไม่ไกลจากจุดที่ฉันนอนอยู่นัก
         การที่กำลังคิดจะด่าใครสักคนแล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มอย่างอดใจไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้ด่าอะไรสักอย่าง เดี๋ยวหงุดหงิดเดี๋ยวอารมณ์ดี แต่ก็…“เธอน่ะ อยากอยู่กับฉันล่ะสิ” ฉันแอบหัวเราะกับตัวเองที่นึกครึ้มใจ
         ค่อย ๆ ขยับร่างตัวเองเข้าไปนอนอยู่ข้างโยโกยามะ พยายามให้เงียบเสียงมากที่สุดเพราะไม่อยากทำลายใบหน้าชวนมองที่กำลังหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ สาวบ้านทุ่งที่เข้ามาพังทลายกำแพงของฉันไปจนเกือบหมด กำแพงที่ล้อมฉันเอาไว้ให้อยู่กับสิ่งที่เป็นเหมือนภาพลวงตา ความห่วงใยจากคนที่ไม่ได้อยู่กับฉันอีกแล้ว ความห่วงใยที่ฉันต้องการจากมิยูกิในแบบที่เธอไม่สามารถให้ได้ การยึดติดกับบางสิ่งบางอย่างจนไม่เปิดรับสิ่งใหม่ โยโกยามะคือคนที่ทำให้ฉันกระวนกระวายใจตอนที่เธอไม่สบายจนฉันแทบไม่รู้สึกดีใจสักนิดเมื่อเห็นหน้ามิยูกิ ทั้งที่มันคือสิ่งที่ฉันต้องการมาโดยตลอด
         “นี่เธอ!” ฉันร้องลั่นเมื่อจู่ ๆ ก็โดนกอดขณะที่กำลังแอบชื่นชมผู้ประสานงานของหมู่บ้านอยู่ในใจ
         “กำลังอยากได้ความอบอุ่นอยู่พอดี” เสียงอู้อี้ว่าแบบนั้น ทำให้ฉันยิ้ม ขณะนอนซุกอยู่ตรงอกเธอโดยไม่ขัดขืน แต่จริง ๆ ฉันไม่อยากจะนอนอยู่แบบนี้เท่าไหร่นักหรอก
         “อบอุ่นอยู่คนเดียวน่ะสิ นี่ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันยังไม่ได้ยอมให้เธอทำอะไรลุ่มล่ามกับฉันแบบนี้” ฉันว่าเสียงเรียบ ก่อนจะไอปิดท้าย ต้องรีบออกจากความอบอุ่นนี้ซะสิชิมาซากิ
         “เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ ไม่ค่อยได้ยิน” โยโกยามะดึงผ้าปิดจมูกที่ฉันใส่ไว้ออกช้า ๆ และมองนิ่ง เธอกำลังรอคำตอบ ถึงเสียงอู้อี้ที่ถาม สุ้มเสียงออกจะหาเรื่อง หากแต่สายตาที่แสดงความห่วงใยระหว่างรอฉันพูดนั้น ทำให้ฉันสติกระเจิงจนเสียเวลาอยู่นานกว่าจะนึกออกว่าต้องทวนอะไรให้ผู้ประสานงานของหมู่บ้านฟัง ซึ่งเธอกำลังจ้องฉันไม่วางตา ก่อนจะไม่หยุดแค่จ้องและมอบจุมพิตที่ทำให้ฉันเสียสมาธิยิ่งกว่าเดิม ฉันอาจจะอยากอยู่ในอ้อมกอดของโยโกยามะต่อไปอีกสักหน่อย
         “ฉัน…ยังไม่ได้ยอมให้เธอทำอะไรลุ่มล่ามกับฉัน” ฉันหลับตาอยู่อย่างนั้นเมื่อถามเธอ ฉันอาจต้องการเวลาเพื่อทบทวนตัวเอง ทั้งที่มันอาจไม่จำเป็น ฉันรู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าหัวใจเต้นแรงแค่ไหน ตอนที่สัมผัสริมฝีปากอบอุ่นของโยโกยามะ และฉันรู้สึกยังไง หรืออะไรที่ฉันต้องการจากหัวใจข้างใน ขณะที่โยโกยามะลูบไล้แก้มฉันอย่างเบามือและอ่อนโยน
         “ฉันไม่สนใจหรอก เหลือก็คุณแหละ คุณจะกล้าปฏิเสธสิ่งที่คุณต้องการได้เหรอคะ…” สิ่งที่โยโกยามะพูดคือเรื่องจริง ฉันไม่อาจปฏิเสธเธอได้อีกต่อไป หัวใจฉันมีเธอเข้ามาเต็มไปหมดแล้ว “ลืมตาสิ” ฉันค่อย ๆ ลืมตา ทำตามเสียงอู้อี้ที่บอกกัน “ฉันยังไม่ปฏิเสธตัวเองเลยว่า ฉันอยากจะอยู่กับคนแบบคุณ” ฉันเห็นโยโกยามะยิ้มเพียงแค่พักเดียวเท่านั้นเพราะฉันคันคอและไอจนน้ำลายเต็มหน้าโยโกยามะ
         “โห…คุณ” โยโกยามะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฉันมองคนที่กำลังเอามือปาดน้ำลายของฉันบนหน้าของเธอเอง
         “ใครใช้ให้เปิดผ้าล่ะ สมน้ำหน้าเธอแล้ว” ตอนนี้ฉันทั้งอยากไอและหัวเราะไปพร้อม ๆ กัน
         “ถ้าไม่เปิดแล้วจะจูบได้เหรอ” โยโกยามะโถมตัวเข้ามาคร่อม
         “จะทำอะไร” ฉันถามและทำหน้าดุที่สุดเท่าที่จะปั้นแต่งกลบรอยยิ้มของตัวเองได้ แต่ก็เผลอยิ้มอยู่ดีพลางนึกสงสัยว่าสาวบ้านทุ่งคนนี้จะทำอะไรต่อ
         “ทำไมคุณชอบยิ้มเยาะฉันจัง”
         “เธอชอบทำให้เสียจังหวะ”
         “จังหวะอะไร” โยโกยามะทำหน้างง ๆ
         “จังหวะที่ควรจะจูบก็ไม่ยอมจูบนี่ไง ลีลาอยู่ได้” ฉันกวักมือเบา ๆ เป็นเชิงเรียกให้เธอก้มเข้ามาหาใกล้ ๆ ผู้ประสานงานของหมู่บ้านเพิ่งจะรู้ตัว เธอก้มเข้ามาหาช้า ๆ และเริ่มจูบฉันอีกครั้ง มือหนึ่งที่ลูบไล้ไปตามผมของฉันอย่างทะนุถนอม ฉันรู้สึกถึงความห่วงใยที่เธอส่งมา มันส่งมาถึงฉันทุกอย่าง

         ก่อนหน้านั้น…
         หลังจากวันที่ยามาโมโตะมาพาโยโกยามะที่ไม่สบายกลับบ้านไป ในช่วงเวลานั้นฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังคิดทำอะไรอยู่ ฉันไม่มีแผนการอะไรในหัวสักอย่าง มันสับสนไปหมด ฉันแค่ต้องการเห็นว่าโยโกยามะไม่เป็นอะไรมาก ฉันอยากรู้แค่นั้น ช่างต่างกับกรณีของมิยูกิที่ฉันจะต้องเตรียมแผนมากมาย
         วันถัดมาฉันตัดสินใจเดินไปถามคนที่อยู่บ้านข้าง ๆ ซึ่งคอยดูแลฉันในเรื่องอาหารการกินตลอดหลายวันที่อยู่ที่นี่ และขอให้ช่วยพาฉันไปบ้านโยโกยามะ สิ่งแรกที่ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกประหม่าคือรอยยิ้มของผู้เป็นแม่ของผู้ประสานงานของหมู่บ้าน คุณโยโกยามะสาววัยกลางคนที่โยโกยามะคนลูกถอดแบบหน้ามาแทบไม่ผิดเพี้ยน จะต่างกันก็แค่ความใจดีที่โยโกยามะได้รับสืบทอดจากแม่น้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง
         “สวัสดีค่ะฉันชิมาซากิ ฮารุกะ คือ…เห็นว่าโยโกยามะไม่สบายเลยมาถามอาการ…เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” ฉันด่าตัวเองอยู่ในใจ ติดต่อกับลูกค้ามาไม่รู้จะกี่ราย เจอลูกค้าทุกระดับ แต่กลับไม่รู้จะพูดอะไรกับแม่ของโยโกยามะ ที่เป็นแค่แม่บ้านธรรมดา เมื่อกี้เป็นบทสนทนาที่ห้วนจนน่าตกใจ
         “ไม่คิดว่ายุยจังจะมีเพื่อนเป็นสาวน่ารักกับเขาเหมือนกันนะจ๊ะเนี่ย ไม่เคยเห็นหน้าหนูมาก่อนเลยนะ อยู่ต่างหมู่บ้านเหรอจ๊ะ”
         “คุณชิมาซากิเป็นผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้านที่หนูยุยดูแลอยู่ค่ะ”
         “อ๋อหนูนั่นเอง เชิญจ้ะ เข้ามาด้านในก่อน” คุณโยโกยามะหันไปขอบคุณคนที่พาฉันมาส่ง ก่อนที่คนนั้นจะรีบขอตัวกลับก่อนเพราะยังมีงานอยู่ เจ้าของบ้านนำฉันเข้ามาด้านใน “ตอนนี้ยุยจังน่าจะหลับอยู่นะจ๊ะ เพราะเมื่อเช้ากินยาไป” คุณโยโกยามะยกขนมว่างและเครื่องดื่มมาให้ท่าทางยิ้มแย้มปนขำ เพียงแต่ไม่แสดงออกมาตรง ๆ และฉันก็สงสัยว่าทำไม
         “คือว่า โยโกยามะเล่าอะไรตลก ๆ เกี่ยวกับฉันให้คุณฟังหรือเปล่าคะ คุณถึงได้ดูยิ้ม ๆ เวลาที่มองฉัน” ฉันพยายามทำหน้านิ่ง สบาย ๆ เท่าที่ฉันจะพอทำได้ แต่การประหม่าแบบนี้มันไม่ง่ายเอาซะเลย ยิ่งไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้คนเท่าไหร่แบบฉัน กับคนไม่สนิทกันก็ยิ่งไปกันใหญ่ หลัก ๆ ที่เกิดความประหม่าคงเพราะโดนผู้หญิงวัยกลางคนมองด้วยสายตาเอ็นดู
         “ขอโทษนะจ๊ะ ถ้าทำให้หนูอึดอัด” คนถูกถามหัวเราะทันทีอย่างไม่ปิดบัง “ปกติยุยจังไม่ค่อยมีคนน่ารักมาหาที่บ้าน ฉันเองก็ตื่นเต้นจ้ะ ที่ได้มีโอกาสเห็นเรื่องแปลกประหลาดครั้งนี้ และที่แปลกขึ้นไปอีกก็เพราะคนที่มาหาคือผู้สนับสนุนโครงการของหมู่บ้าน” มันแปลกแค่ไหนกัน โยโกยามะต้องพูดอะไรไว้แน่ ฉันมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง
         “ทำไมคะ เขาคงเล่าอะไรให้คุณฟังไว้เยอะใช่มั้ยคะ”
         “ยุยจังลูกสาวฉันคนนี้ ไม่ค่อยเอาเรื่องงานมาเล่าเท่าไหร่จ้ะ ถ้าไม่ประทับใจจริง ๆ ไม่ก็ปลื้มใจจนเก็บเอาไว้ไม่อยู่” ผู้หญิงตรงหน้าฉีกยิ้มกว้าง “กรณีของหนูชิมาซากิ ยุยจังมาบ่นทุกวันเลยนะจ๊ะ บ่นจนฉันอยากเห็นหน้าว่าหนูร้ายกาจอย่างที่ลูกสาวฉันใส่ความไว้หรือเปล่า ฉันไม่อยากจะเชื่อ เพียงแค่เพราะว่าเขาเป็นลูกสาว แบบนั้นก็ไม่ยุติธรรมแย่เลย” คุณโยโกยามะเล่าต่ออย่างอารมณ์ดี “พอได้เจอจริง ๆ ไม่คิดว่าหนูจะน่ารัก หน้าตาจิ้มลิ้ม มันอดไม่ได้น่ะจ้ะที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ลูกสาวตัวดีของฉันพรรณนาไว้ แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่การพบกันครั้งแรกของเรา ก็ไม่แน่ว่าหนูอาจจะร้าย” ประโยคหลังผู้พูดส่งสายตากระเซ้ามาให้ ฉันไม่เคยโดนชมซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ คุณโยโกยามะทำให้ฉันรู้สึกถึงคุณคิตาโนะขึ้นมาจับใจ
         “เขาว่าฉันไว้เยอะจริง ๆ ด้วยสินะคะ” ฉันแอบสำรวจรูปภาพภายในห้องที่นั่งอยู่ตอนนี้ระหว่างนั่งฟังแม่ของโยโกยามะ ส่วนใหญ่เป็นภาพโยโกยามะกับกิจกรรมที่ทำ ฉันคิดว่าส่วนมากคงมาจากงานของหมู่บ้านที่เธอรับผิดชอบอยู่ เธอทุ่มเทให้กับงานเพื่อ ‘คนอื่น’ มากพอ ๆ กันกับที่ฉันทุ่มเททุกอย่างให้มิยูกิ ‘เพื่อตัวเอง’ สิ่งที่โยโกยามะทำ เธอได้รับความสุขเป็นผลตอบแทน มีพลังที่จะทำสิ่งเหล่านั้นต่อไป ส่วนฉัน…
         “คนร้ายกาจที่ยุยจังบ่นไว้มาเยี่ยมถึงบ้านเป็นคนแรก ซายากะจังยังแพ้เลย อยากเห็นหน้ายุยจังตอนรู้เรื่อง เดี๋ยวยังไงตอนนี้หนูชิมาซากิตามสบายนะ ฉันจะไปจัดการโจ๊กมื้อเที่ยงให้คนป่วยสักหน่อย คุยกับคนแก่อย่างฉันพาลจะเบื่อเอาได้”
         “ฉันไม่ได้เบื่อนะคะ แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีใครให้คุยด้วย” ฉันโพล่งออกไปเพราะกลัวจะทำให้คุณโยโกยามะเสียใจ เจ้าของบ้านอมยิ้ม ฉันไม่ได้เบื่อที่ต้องคุยกับผู้หญิงท่าทางใจดีและอบอุ่นแบบนี้ แต่เธอทำให้ฉันนึกถึงคุณคิตาโนะทุกที ฉันก็เกิดรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ฉันสูญเสียไปและเรื่องราวความเจ็บปวดในอดีตก็ผุดขึ้นมา
         “ถ้าอย่างนั้นหนูสนใจจะมาช่วยฉันทำโจ๊กมั้ย”
         “ฉันเหรอคะ” คุณโยโกยามะพยักหน้า ฉันเลยลุกเดินตามเข้าไป และช่วยเธอทำโจ๊กอย่างทุลักทุเล คุณโยโกยามะช่วยแนะนำฉันในทุกขั้นตอน ถึงมันจะเป็นแค่เรื่องง่าย ๆ สำหรับบางคน แต่สำหรับฉันการเข้าครัวทำอาหาร ถ้าเลือกได้ฉันจะไม่ย่างกรายเข้ามาในห้องครัว ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
         แม้จะทำอะไรแทบไม่เป็นสักอย่างแต่โจ๊กก็สำเร็จด้วยดี คุณโยโกยามะชมยิ้ม ๆ ว่าถ้าฝึกบ่อย ๆ ต่อไปน่าจะลุยครัวเองได้สบาย แต่ฉันว่าแบบนั้นมันคงจะยุ่งยากกับฉัน ปกติอยู่บ้านก็มีคนอื่นทำให้ตลอด
         คุณโยโกยามะบอกทางไปห้องของลูกสาวเธอกับฉัน เพราะหลังจากนี้จะไม่มีอะไรทำ เธอยังกลัวว่าฉันจะเบื่อที่ต้องคุยกับเธออยู่ ถึงฉันจะปฏิเสธเป็นรอบที่สองก็ตาม คุณแม่ของโยโกยามะอนุญาตให้ฉันแกล้งลูกสาวเธอได้ แต่อย่าทำร้ายคนไม่สบายก็พอ
         ฉันค่อย ๆ เปิดประตูเมื่อมาถึงห้องของโยโกยามะ พาตัวเองเข้าไปยังห้องสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัด ซึ่งเจ้าของห้องนอนนิ่งอยู่บนเตียงที่อยู่ริมห้องซึ่งเปิดหน้าต่างเอาไว้ให้ลมพัดเข้ามา
         ฉันลากเก้าอี้ทรงกลมนุ่มนิ่มในห้องนั้นมานั่งมองคนที่หลับอย่างเพลิดเพลิน ใจหวังว่าเมื่อเธอได้พักมาก ๆ คงจะกลับมาโวยวายใส่ฉันได้อย่างเดิม ฉันชอบแบบนั้นแหละ ดีกว่านั่งเงียบอยู่คนเดียวอย่างเช่นตอนนี้ อยากให้เธอหายก่อนที่ฉันจะเดินทางกลับ
         แล้วยังไงต่อ…ฉันจะได้อะไรก่อนกลับ เป้าหมายของฉันที่มาที่หมู่บ้านนี้คืออะไร
         จุดหมายที่เคยแน่วแน่กลับเลือนรางไม่เต็มร้อยอย่างเมื่อก่อน…
         ผิดกับโยโกยามะที่ฉันเห็นเธอได้ชัดเจนในตอนนี้ เวลาที่หลับไม่ต้องพูดมากทำให้สบายหูอยู่เหมือนกันแล้วก็น่ารักดี ฉันก้มลงไปจรดริมฝีปากบนแก้มของเธอไม่รู้เพราะอะไร ฉันสามารถทำแบบนี้กับลูกสาวของคุณโยโกยามะได้หรือเปล่านะ แต่ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอ คงจะไม่เป็นปัญหา
         เธอยังตัวอยู่ร้อนอยู่จนฉันรู้สึกถึงอุณหภูมิของโยโกยามะ ไอร้อนนิดหน่อยที่ปากสัมผัสอยู่ แต่เจ้าของห้องก็เกิดขยับตัวจนฉันผงะออกมา ฉันรีบคว้าเอาหนังสือแถวนั้นมาทำเป็นอ่านโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันชื่อหนังสืออะไร โยโกยามะจะรู้หรือเปล่าว่าฉันเพิ่งทำอะไรลงไปกับแก้มเธอ แต่ไม่รู้เลยจะดีที่สุดสำหรับฉัน
         ถึงจะขยับตัวและทำให้ฉันต้องผงะออกมาทำท่าอ่านหนังสือ แต่ลูกสาวตัวดีของคุณโยโกยามะก็ยังไม่ได้แสดงอาการว่าตื่นซะทีเดียวจนฉันไม่มั่นใจว่าเธอแค่ขยับตัวไปอย่างนั้นเองหรือเปล่า ซึ่งพักใหญ่กว่าผู้ประสานงานจะลืมตาขึ้นมา และฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าลืมบางอย่างไว้บนแก้มเธอด้วย ฉันตั้งสติและหาหนทางต้องเอารอยที่อยู่บนแก้มนั่นออก
         ฉันนึกถึงเรื่องโจ๊กขึ้นมาได้ ถ้าจะงัดแผนเช็ดตัวมาใช้เลยคงจะดูผิดสังเกต ต้องเล่นไปตามขั้นตอนของคนไม่สบาย น่าจะทำให้ดูเป็นปกติมากกว่า ถึงการที่ฉันจะมาปรนนิบัติเธออาจดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่สำหรับเราสองคน เอาเป็นว่าจะใช้เรื่องการตอบแทนที่เธอคอยดูแลฉันจนไม่สบายซะเอง กรณีที่โยโกยามะอาจสงสัยพฤติกรรมแปลก ๆ ของฉันวันนี้
         โยโกยามะไม่ได้สงสัยอะไรเรื่องที่ฉันมาดูแลเธอ อย่างที่รู้สึกกังวลเรื่องความผิดพลาดของตัวเองบนแก้มเธอไปก่อน มีแต่ฉันที่คลางแคลงระแวงใจตัวเองเพียงคนเดียวตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดเธอ ฉันรู้ว่าโดนมองอยู่ ร่างกายมันพาลขยับไม่สัมพันธ์กันเท่าไหร่ บางทีฉันคิดว่าจะแสดงท่าทางยังไงไม่ให้โดนจับผิด จนในที่สุดก็เช็ดรอยริมฝีปากที่ฝากไว้บนแก้มของโยโกยามะออกไปได้จนหมด และฉันก็ยังได้รู้ว่าบางคนกำลังฉงนใจเรื่องอะไรอยู่ เมื่อผู้ประสานงานโครงการของหมู่บ้านถามเกี่ยวกับเรื่องมิยูกิ
         ในช่วงที่ได้คุยกันบางประโยคที่โดนเธอถามมันยิ่งย้ำความรู้สึกของฉัน ทั้งกับที่รู้สึกต่อมิยูกิและที่รู้สึกกับโยโกยามะ แต่ฉันไม่รู้จะแสดงออกยังไงดี ฉันยังปรับความรู้สึกของตัวเองกับเรื่องนี้ไม่ได้เท่าไหร่ มันยังรู้สึกอธิบายไม่ถูกอีกมาก แต่ก็เหมือนจะรู้สึกดีมาก ๆ ยังไม่ไปทางไหนสักทาง ฉันก็เลยรู้สึกหงุดหงิด นั่นเป็นสาเหตุให้ฉันตอบคนถามด้วยท่าทางยียวนและชวนให้อีกฝ่ายคงอยากชกหน้าฉันถ้าทำได้
         สุดท้ายคือฉันได้รู้ความรู้สึกของเธอที่มีต่อฉัน
         “ถ้ารู้จักกันเร็วกว่านี้ ฉันจะจีบเธอ…”

         “ก็แค่ข้ออ้างของพวกไม่กล้าเท่านั้นแหละ จีบตอนไหนมันต่างกันยังไงเหรอ” ถึงความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นจะทำให้ฉันเอียนเองไปบ้างว่ามันคงดีไม่น้อยถ้ามีผู้หญิงแบบโยโกยามะให้ความสำคัญกันเป็นพิเศษ แต่ตัวเองดันสะบัดหน้าหันไปยิ้มแสดงท่าทางท้าทาย โยโกยามะไม่มีทางรู้ว่าหัวใจฉันกระตุกวูบวาบจนอยากจะยิ้มมากกว่าสิ่งที่เธอได้เห็น ไม่รู้สิแต่ลูกสาวคุณโยโกยามะอาจจะทำให้ฉันไม่ต้องหลงทางกับเรื่องที่ชวนปวดหัวอยู่ ที่กำลังไม่รู้จะไปต่อยังไง
         “ต่างกันที่ความรู้สึก” คนไม่สบายสลัดผ้าห่มออกจากตัว โยโกยามะเดินเข้ามาหา “ฉันอาจจะทำให้เธอไม่ต้องเหงา เหมือนอย่างทุกวันนี้ และเธอจะมีความสุข” ฉันมัวแต่ตกตะลึงในความมั่นใจของอีกคนจนไม่ทันรู้สึกตัว เมื่อโยโกยามะเดินมาจนสามารถรัดทั้งตัวฉันด้วยแขนทั้งสองข้างของเธอ ฉันเกร็งตัวเองไว้ตอนที่โดนรั้งตัวเข้าไป ถึงจะไม่เข้าใจตัวเองที่รีบหลับตาทันทีเมื่อคนที่กอดโน้มหน้าเข้ามา แทนที่จะรีบผลักออก นี่ฉันยอมโอนอ่อนไปกับผู้ประสานงานของหมู่บ้านตั้งแต่ที่โดนกอดแล้ว แต่ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นอย่างที่ฉันคิดไว้เป็นฉาก ๆ โยโกยามะก็ทำให้ฉันหัวเราะ หัวเราะที่ตัวเองหวังบางอย่างกับเหตุการณ์เมื่อกี้
         “ทำบ้าอะไรของเธอน่ะ” ฉันตวาดทั้งที่ยังไม่หยุดหัวเราะ โยโกยามะทิ้งน้ำหนักทั้งตัวของเธอและเกาะฉันไว้เพื่อพยุงไม่ให้ล้ม ฉันก็ยิ่งขำ
         “อย่าหัวเราะได้มั้ย ช่วยฉันก่อน” โยโกยามะตอบเสียงอ่อยแต่ยังไม่ยอมปล่อยฉัน คาดว่าถ้าปล่อยตอนนี้ได้ ตัวเธอเองนั่นแหละได้ร่วงไปนอนกับพื้นแทนที่จะยืนคุยกัน
         “เมื่อกี้ อย่าบอกนะว่าเธอจะจูบฉัน” ฉันแอบยิ้มอยู่คนเดียวกับเรื่องงี่เง่าแบบนี้ได้ยังไง ตอนที่คาดคั้นคนซึ่งกำลังหมดเรี่ยวแรงต้องให้ฉันช่วยพยุง
         “ใช่ แต่ฉันบังเอิญเวียนหัวซะก่อน” โยโกยามะตอบจริงจังทั้งที่โรยแรงเต็มที ฉันเลิกขำได้แป๊บเดียวแล้วก็หัวเราะต่อ ก่อนจะตีหน้าระรื่นไม่สนใจว่าโยโกยามะอยากจะจูบฉันอะไรนั่น ฉันไม่ได้ขำอย่างนี้มานานจนจำไม่ได้แล้วว่าล่าสุดคือเรื่องอะไร ความบันเทิงใจที่ทำให้ฉันผ่อนคลายได้เท่าที่กำลังรู้สึก
         “ไม่สบายก็ไปนอน เรี่ยวแรงไม่มีทำเป็นลุกมาเดิน ถ้าคิดว่าจะอวดเก่งกับฉันล่ะก็ไม่ต้องนะ ฉันไม่ใส่ใจอะไรความสามารถของเธอนักหรอก” ฉันแงะอีกคนออกมาและประคองเธอกลับไปที่เดิม ฉันนั่งอยู่ข้างเธอบนเตียง ยังมีบางเรื่องที่ฉันคาใจ “ทำไมถึงจะจูบฉัน คิดว่าจูบแล้วจะได้อะไรเหรอ กะว่าจู่ ๆ ฉันก็จะมองผู้หญิงแบบเธอขึ้นมา?”
         “ก็แค่อยากจูบ เผื่อจะได้รู้สึกตัว”
         “เธอหมายถึงอะไร รู้สึกตัว…รู้สึกตัวเรื่องอะไร” โยโกยามะมองออกไปที่หน้าต่างสีหน้าครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะหันมาที่ฉัน แววตาสงบนิ่ง
         “รู้สึกตัวว่าใครที่ไม่ควรไปยุ่ง” ไม่นะ ฉันจะมาใจหายอะไรตอนนี้แค่คิดว่าคงโหวงเหวงถ้าเข้าเมืองแล้วจะไม่ได้เจอโยโกยามะอีก
         “ไร้สาระ ชอบก็คือชอบ ฉันเดินหน้าลุย”
         “ฉันควรจะลุยอย่างงั้นสิ อยากบอกกับฉันแบบนั้นเหรอ” โยโกยามะยิ้มน้อย ๆ แต่ทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบเมื่อเธอเอื้อมมาจับมือ จากนั้นก็จงใจผลักฉันให้ตกอยู่ในภวังค์ “รู้ไว้บ้างก็ดี บางอย่างคุณอาจจะต้องระวังไว้ แม้กระทั่งฉันเอง” เจ้าของห้องค่อย ๆ จูบพรมไปทั่วริมฝีปาก
         นั่นคืออะไรกัน ความสุขที่เกิดกับคนที่มีแต่ปัญหากันมาตลอดเวลาที่ฉันอยู่ที่หมู่บ้านนี้ จนฉันจูบตอบเธอกลับ ใช่แล้ว…สิ่งที่ฉันต้องระวังเป็นอย่างแรก คือคนที่เพิ่งเตือนฉันไปเมื่อกี้แหละ รู้สึกว่าฉันจะเป็นคนดึงโยโกยามะให้ล้มตัวลงมานอนบนเตียง และยอมให้เธอเข้ามาจูบ ซุกไซ้ตรงซอกคออยู่อย่างนั้นด้วยซ้ำ
         นอกจากโยโกยามะแล้ว จะต้องระวังหัวใจของฉันด้วย…
         เกือบลืมไปอย่างว่านอกจากเราสองคนที่กำลังฟัดกันนัวอยู่บนเตียงก็ยังมีคุณโยโกยามะ คุณแม่ของคนที่ฉันกอดไม่ปล่อย ท่านอยู่ในบ้านนี้ด้วย และท่าทางเจ้าของห้องผู้เป็นลูกสาวดูจะรู้สึกตัวก่อนฉัน ผู้ประสานงานโครงการของหมู่บ้านหยุดตัวเองไว้ เธอหันหน้าหนีจังหวะที่ริมฝีปากของเราทาบทับพันกัน โยโกยามะแนบแก้มที่ร้อนเพราะอาการของไข้ไว้กับหน้าผากของฉันก่อนที่จะลุกออกไปนั่งสุดปลายเตียง
         “ขอโทษที่ล่วงเกิน ด้วยการกระทำแบบนั้น” ฉันลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง เมื่อโยโกยามะเอ่ยปากโดยไม่มองหน้ากัน ทำไมต้องทำหน้ารู้สึกผิดแล้วเจ็บปวด มันไม่ใช่แค่เพราะคุณแม่ของเธอยังอยู่ข้างล่าง ทำไมคนแบบนี้ถึงทำให้ฉันคลั่ง ทำไมต้องเป็นโยโกยามะ
         “ก็แค่จูบ จะใส่ใจทำไม” ฉันทิ้งท้ายก่อนจะออกมาจากห้องของโยโกยามะ ด้วยความกระดากอาย ตัวฉันไม่สามารถหักห้ามความต้องการของตัวเองได้และฉันรู้สึกกับเธออย่างแรงกล้า รู้สึกได้ว่าเธอมีอิทธิพลกับฉัน เมื่อตอนที่เราได้ใกล้กันมาก ฉันน่ะไม่อยากจะอยู่ห่างกับเธอเลย

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้และยุยพารุเท่านั้น
[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (13) (SayaMilky x YuiParu)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s