[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (15) (SayaMilky x YuiParu)

Posted on Updated on

         กับคนที่ทนไม่ค่อยจะได้…
         ฉันไม่ค่อยได้เห็นผู้หญิงบางคนแต่งตัวมากเท่าวันที่เจอกันล่าสุด ตั้งแต่ที่ฉันได้ไปอยู่ในหมู่บ้านนั้น ได้เจอกับโยโกยามะและเกิดเรื่องราวมากมายภายในเวลาไม่นาน เสื้อผ้าที่เห็นจนชินตาคือกางเกงและเสื้อธรรมดา แต่ที่เพิ่งเจอเธอหลายวันก่อน โยโกยามะแต่งตัวจนเกือบจำไม่ได้ ก็รู้ว่าตั้งใจทำเพื่อหมู่บ้าน แต่ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนบุคลิกไปสงบเรียบร้อยตอนที่อยู่กับมัตสึซากะได้ถึงเพียงนั้น นับวันก็ยิ่งทำทุกอย่างเพื่องาน
         ลงทุนเข้ามาเมืองครั้งนี้ก็เพื่อหาผู้สนับสนุนอย่างนั้นเหรอ หมู่บ้านสำคัญที่สุดเสมอ เสียดายที่ตอนติดต่อให้บริษัทฉันเป็นผู้สนับสนุนโครงการ ฉันไม่ได้เป็นคนติดต่อกับผู้ประสานงานของหมู่บ้านอย่างโยโกยามะโดยตรงเลยไม่รู้ว่าเธอจะลงทุนได้มากแค่ไหน
         “คุณชิมาซากิคะ”
         “มีอะไรหรือเปล่าจูรินะ” มัตสึอิ จูรินะ มือขวาคนที่คอยช่วยเหลือฉันมารวมทั้งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว เธอเป็นคนที่คุณคิตาโนะแนะนำไว้ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ทำงานด้วยกันแล้วรู้สึกว่าเธอเข้าขากับวิธีการทำงานของฉัน กับลักษณะนิสัยของฉัน ฉันเริ่มไว้ใจเธอ จูรินะกำลังทำหน้ายุ่งออกไปทางทะเล้น ประหนึ่งว่าทำไมถึงถามแบบนี้ ตอนที่ฉันถามเธอ
         “เลยเวลาเลิกงานมานานแล้วนะคะ กลับเลยมั้ยคะฉันเห็นคุณนั่งเหม่อ แต่ไม่อยากเสียมารยาทละลาบละล้วง”
         “ช่วงนี้เวลาผ่านไปไวดีเนอะ รู้ตัวอีกทีก็จะหมดวันซะแล้ว” จูรินะทำท่านึกบางอย่างเมื่อมองนาฬิกาที่ข้อมือ
         “ไปทานอะไรก่อนกลับมั้ยคะ ร้านโปรดของคุณ”
         “ไม่ ฉันไม่อยากไปร้านนั้นอีก” ฉันคว้าเอากระเป๋าแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานทันที ไม่อยากจะนึกถึงคนที่เจอที่ร้านและคนที่ทำฉันตกน้ำในงานเลี้ยงจนเละเทะไปหมด
         “คุณมีปัญหาอะไรกับคุณโยโกยามะหรือเปล่าคะ” จูรินะถามเมื่อเดินตามมาในระยะที่ฉันได้ยิน
         “เปล่า” ฉันถอนหายใจไม่อยากเล่าอะไร ไม่อยากเอาเรื่องของคนที่บ้างานแบบโยโกยามะมาใส่หัวอีก “แค่บังเอิญตกน้ำด้วยกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ฉันต้องโกรธเธอ” จะมีปัญหาก็ตรงที่ฉันไปจูบโยโกยามะนั่นแหละ คิดแล้วรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ฉันเสียโทรศัพท์ไปเพราะโดนโยโกยามะจูบ แล้วจากนั้นก็ตกน้ำ ผู้ประสานงานโครงการของหมู่บ้านมางานคู่กับมัตสึซากะด้วยชุดสีดำสวยแปลกตา
         “ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องตกน้ำค่ะ ฉันหมายถึงเรื่องอื่น”
         “เรื่องอื่นที่จูรินะรู้สึกสงสัย ฉันบอกได้เลยว่าไม่มีอะไร” ปัญหาคือฉันไม่อยากได้ยินอะไรเกี่ยวกับคนที่วุ่นวายอยู่ในหัวฉันทุกวี่ทุกวันแบบนี้ ฉันมักจะนึกถึงเธอทุกครั้ง
         “คุณโยโกยามะเข้ามาติดต่อกับบริษัทของคุณมัตสึซากะเพื่อขอทุนให้เป็นผู้สนับสนุนรายใหม่ ฉันลองให้คนไปสืบมาค่ะ ช่วงนี้เธอถึงได้ป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ห่างเขา” จูรินะเปลี่ยนไปรายงานเรื่องอื่นของโยโกยามะบ้างแทนที่จะซักไซ้ฉันต่อ
         “คงกลัวว่าฉันจะยกเลิกเป็นผู้สนับสนุนให้มั้ง” ฉันว่าลอย ๆ แต่เรื่องที่จูรินะรายงานก็พอจะรู้อยู่ก่อน คุยกับเจ้าตัวไปแล้วในงานเลี้ยงวันนั้น
         “แล้วทำไมถึงต้องกลัวล่ะคะ ไหนว่าไม่มีปัญหาอะไรกัน” จูรินะตะล่อมถามเรื่องของโยโกยามะอีกจนได้
         “ฉันก็พูดไปอย่างงั้นเอง โยโกยามะรักหมู่บ้านมาก อาจจะมองหาทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้ คงมีคนแนะนำให้เป็นกรณีพิเศษ แนะนำให้ทำโน่นทำนี่” ฉันพยายามคุมปลายเสียงไม่ให้ออกไปทางประชดประชัน เพราะจูรินะจะต้องดูออกแน่ และแน่นอนที่สุดฉันไม่หันกลับไปสบตากับเธอ
         “คุณชิมาซากิดูจะเข้าใจคุณโยโกยามะเธอนะคะ แล้วคนนั้นที่คุณพูด หมายถึงคุณวาตานาเบะหรือเปล่าคะ” ฉันเหมือนโดนตบหน้าพอคิดถึงเรื่องนี้ ตอนที่มิยูกิเข้ามาบอกว่าทำไมโยโกยามะถึงทำดีกับฉัน วันนั้นฉันกำลังอารมณ์ดี ๆ เหตุผลคือเรื่องที่โยโกยามะแวะมาดูแล ที่ดีใจก็เพราะตอนเธอไม่อยู่ ฉันต้องนอนแหง่วอยู่บ้านคนเดียว ดังนั้นพอมีอีกคนมาอยู่ด้วยจึงรู้สึกดี รวมทั้งเรื่องยุงบ้า ๆ ของโยโกยามะ
         แต่มันก็เฉลยว่าฉัน… มองผู้ประสานงานอย่างโยโกยามะไม่ออกสักนิดเดียวและเชื่อเรื่องงี่เง่าพวกนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็ทำเพื่องาน โยโกยามะไม่เคยคิดอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำไมฉันจะต้องมารู้สึกอะไรอยู่คนเดียว “ฉันว่าจะถามคุณเรื่องคุณวาตานาเบะ จะไม่เดินหน้าแผนการต่อเหรอคะ ลงทุนกับหมู่บ้านของคุณโยโกยามะไปตั้งเยอะ” จูรินะดึงฉันกลับมาอยู่กับเธออีกครั้ง
         “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ฉันยังไม่ได้คิดอะไรต่อ วาตานาเบะมีความสุขกับยามาโมโตะงวดนี้ ฉันเบื่อที่จะไล่ตามเธอแล้วเหมือนกัน” ฉันเหนื่อยใจกับทุกสิ่งตอนนี้อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เมื่อก่อนมันจะไม่เกิดขึ้น และฉันจะลุยกับมิยูกิได้แทบทุกอย่าง
         “ลองหันมาไล่ตามความสุขของตัวเองบ้าง ฉันว่าน่าจะดีไม่น้อยเลยนะคะ”
         “จุ้นไม่เข้าท่า” ฉันหัวเราะลูกน้องที่ทำหน้าดี๊ด๊า
         “ฉันจุ้นเพราะเป็นห่วงคุณค่ะ ไม่อยากให้ทำหน้าอมทุกข์แบบทุกวันนี้ เมื่อก่อนถึงจะติดปัญหาไม่ได้ดังใจไปบ้างกับเรื่องของคุณวาตานาเบะ แต่คุณก็ยังมีสีหน้ามุ่งมั่น ไม่ใช่หน้าเศร้า ๆ แบบที่กำลังเป็น”
         “รู้ดีจังนะ งั้นวันนี้จูรินะไปดื่มกับฉันหน่อยมั้ย เผื่อฉันจะหายเครียด”
         “ดื่มมากไม่ดีนะคะ แต่ฉันว่าคุณน่าจะเมาปลิ้นไปเลยสักครั้งเป็นการปลดปล่อย”
         “พูดมาก” ฉันว่าอีกคนขำ ๆ เรื่องดื่มฉันไม่มีปัญหา แต่ถ้าเมาเมื่อไหร่นั่นแหละที่จะเกิดปัญหา เพราะฉันดูแลตัวเองไม่ได้

         ฉันเดินถือกระป๋องเบียร์โดยไม่พูดจาอะไรกับจูรินะ เธอเดินตามถือถุงซึ่งมีกระป๋องเบียร์อยู่ในนั้นอีกเกือบห้ากระป๋อง ฉันเป็นคนหยิบมาเองจากร้านสะดวกซื้อ การที่เราได้หยุดเรื่องราววุ่นวายภายในหัวไว้ซะบ้าง ก็เหมือนแบ่งเบาภาระที่ทำให้ไม่สบายใจออกไป จูรินะเป็นคนแนะนำให้ฉันเปลี่ยนบรรยากาศถ้าไม่อยากไปนั่งที่ร้าน ซึ่งฉันว่ามันก็ไม่เลวร้าย บางทีเปลี่ยนไปเจออะไรใหม่ ๆ บ้าง
         “จูรินะ ขอบคุณนะที่ชวนออกมาเดินแบบนี้”
         “ลองอะไรที่แปลก ๆ จะได้ผ่อนคลายค่ะ”
         “เธอว่าฉันเป็นคนแย่มากมั้ย” ฉันก็ไม่เคยคิดทบทวนการกระทำของตัวเองจนกระทั่ง บางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมได้เกิดขึ้น เสียงกระป๋องในถุงกระทบกันดังอยู่ข้าง ๆ เมื่อจูรินะเดินเข้ามายืนเท้าราวเหล็กในสนามเด็กเล่นของอพาร์ตเมนต์แถวนั้น
         “อันนี้ถามถึงเรื่องไหนคะ” ฉันหันไปเห็นเธอยิ้ม ซึ่งจริง ๆ จูรินะคงรู้ว่าฉันถามถึงเรื่องไหน
         “เรื่องไม่ดีที่ฉันทำอยู่”
         “คุณชิมาซากิแย่ค่ะ เรียนตามตรง” ลูกน้องฉันเป็นคนพูดตรงซะจริง แต่ก็ดีที่เธอพูดจริงจัง
         “ฉันน่ะทำร้ายคนอื่นไว้เยอะ ทำให้เขาวุ่นวาย ใช่มั้ยล่ะ” ฉันเอื้อมมือจากฝั่งตรงข้ามของราวเหล็กลงไปในถุงเพื่อหยิบเบียร์กระป๋องใหม่แทนกระป๋องเก่าที่ดื่มจนหมดไประหว่างที่รอจูรินะตอบ
         “ที่ฉันรู้สึกว่ามันแย่เพราะคุณทำร้ายตัวเอง คุณอาจจะคิดว่าคุณกระทำคนอื่นมาตลอด ทำร้ายคุณวาตานาเบะไว้ไม่รู้จะเท่าไหร่ แต่ลองนึกดูสิคะสุดท้ายผลที่คุณได้รับ คุณเองที่เป็นคนเจ็บ”
         “ถูกของเธอ” ฉันถอนหายใจยอมรับ แล้วดูตอนนี้สิ มิยูกิมีความสุขดีกับยามาโมโตะ สิ่งที่ฉันทำก็เปล่าประโยชน์ ไม่นับรวมความปวดหัวที่กำลังเกิดขึ้นกับฉัน “ทั้งที่ฉันอยากทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง แต่กลายเป็นว่าฉันทำร้ายตัวเองแทน มันคงเป็นผลตอบแทนสำหรับคนอย่างฉัน” ฉันสูดหายใจเฮือกใหญ่ ลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะพูดยังไงต่อไป ฉันน่ะไม่มีแผนการอะไรอีกต่อไปแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปด้วยซ้ำ ยิ่งเห็นโยโกยามะฉันก็ยิ่งไม่รู้จะจัดการความวุ่นวายของตัวเองยังไง
         “คุณก็อย่ายอมแพ้สิคะ ยังมีทางอื่นที่จะมีความสุขได้ ยังไงตอนนี้ก็เมากันก่อนดีกว่ามั้ยคะ จะได้รีเซ็ตระบบร่างกายตัวเองใหม่ เหนื่อยมาทั้งวัน อาจจะกำลังคิดอะไรไม่ออก” จูรินะพยายามจะช่วยพูดให้ฉันรู้สึกสบายใจ เพราะเธอทำสีหน้ากวนหลังจากได้พูดแหย่ฉัน
         “จูรินะคิดว่าคนอย่างฉันจะตกหลุมรักใครได้อีกครั้งมั้ย” ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้า การรู้สึกตกหลุมรักใครสักคนจนเลิกคิดถึงไม่ได้ คิดถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งนึกถึงและโหยหาไม่หายไปจากความรู้สึก
         “มันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวหรอกค่ะ เราไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้แล้วได้ผลอย่างนี้ เรื่องของหัวใจมันซับซ้อนนะคะ ทำไมคุณถึงคิดว่าตัวเองจะตกหลุมรักใครคนอื่นไม่ได้อีกนอกจากคุณวาตานาเบะ”
         “ตลอดมาฉันทำแต่เพื่อมิยูกิ มันก็อาจจะรู้สึกแปลก ๆ บ้าง ใช่มั้ยล่ะ…แบบว่า” จูรินะเดินไปมาพลางหัวเราะ แกล้งทำท่าคาดคั้นจนฉันกระดากอาย
         “คุณถามฉันในเรื่องหัวใจของตัวเอง ฉันว่าฉันตอบให้คุณไม่ได้ แหมแต่ทำหน้าอย่างกับตกหลุมรักใครเข้าแล้วเลยนะคะ” ฉันหันไปมองจูรินะที่มองทำเป็นจับผิดฉัน
         “ทำไมล่ะ จูรินะคิดว่าฉันจะตกหลุมรักใคร”
         “อาจจะเป็นคนที่ทำให้คุณมีพฤติกรรมแปลกไปช่วงนี้ก็ได้ละมั้งคะ” ฉันนึกด่าตัวเองลึก ๆ ที่อะไร ๆ ตอนนี้ก็ดูจะเป็นเรื่องของโยโกยามะไปหมด ยิ่งการดื่มเบียร์เข้าไปก็ทำให้สภาพสายตาของฉันแย่จนเห็นคนลักษณะคล้ายเธอเดินอยู่ที่อีกฝั่งของถนน ฉันชี้มือไปยังสิ่งที่ฉันสนใจพร้อมกับถามจูรินะ
         “ฉันว่าคนนั้น…”
         “มีอะไรหรือเปล่าคะ” อีกคนหันไปมองอย่างฉันบ้าง “ท่าทางเหมือนคุณมัตสึซากะกับคุณโยโกยามะ” จูรินะตอบน้ำเสียงมั่นใจเหลือเกิน ฉันเลยอยากรู้ว่าทำไมที่ปรึกษาถึงปักใจเชื่อทั้งที่ก็อยู่กับฉันและน่าจะเห็นไม่ค่อยถนัด
         “ทำไมคิดว่าเป็นสองคนนั้นน่ะ”
         “เพราะเลขาของคุณมัตสึซากะผมยาวกว่านี้นี่คะ ที่ฉันคิดว่าเป็นคุณโยโกยามะก็เพราะว่าตอนนี้คุณมัตสึซากะไม่ได้กำลังคบกับสาวที่ไหน มีผู้หญิงคนเดียวที่ติดต่อด้วยก็คุณโยโกยามะนั่นแหละค่ะ…หรือว่าจะพาออกมาเปิดหูเปิดตา” ฉันแอบหวังว่าให้ข้อสันนิษฐานของที่ปรึกษาผิด เพราะฉันไม่ค่อยอยากให้ใครพาโยโกยามะไปเปิดหูเปิดตา โดยเฉพาะที่มากันแค่สองคน “ฉันไปดูให้มั้ยคะ” ฉันจับกระป๋องเบียร์ในมือไว้แน่นชั่งใจว่าฉันควรสนใจเรื่องนี้หรือไม่
         เบียร์ทุกกระป๋องเกลี้ยงเมื่อจูรินะวิ่งเหยาะ ๆ กลับมาจุดที่ฉันนั่งรออยู่ครึ่งค่อนชั่วโมง ฉันให้เธอเป็นคนเข้าไปแอบดูว่าใช่โยโกยามะกับมัตสึซากะหรือเปล่า โดยพยายามแสดงออกว่าฉันไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้อย่างที่จูรินะเข้าใจ แค่อยากรู้เฉย ๆ ก็เท่านั้นเอง
         “เป็นไง” ฉันพรวดเข้าไปหาเธอและนึกขึ้นได้ ฉันน่ะสนใจแค่ผิวเผินไม่ได้อยากรู้อะไรมาก จูรินะยักไหล่สีหน้าไม่ค่อยดี เธอยื่นหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งเป็นรูปที่ไปแอบถ่ายมา แม้จะแสงน้อยอยู่บ้างแต่ฉันก็ยังจำรูปร่างแบบนั้นได้ดี
         “ฉันรออยู่ก็ยังไม่เห็นมีใครมาสมทบนะคะ คงจะมากันแค่สองคนจริง ๆ” ฉันรู้สึกหงุดหงิดมาก ในภาพโยโกยามะกำลังยกแก้วเครื่องดื่มบางอย่าง คนอย่างโยโกยามะคงไม่สั่งน้ำเปล่า ภาพวันที่ฉันโดนตบลอยเข้าหัวมาเป็นฉาก ๆ ส่วนมัตสึซากะก็นั่งติดกับเธอ ที่เยอะแยะทำไมไม่ไปนั่ง ทำไมต้องเลือกข้างโยโกยามะ “คุณโยโกยามะเขาดื่มเก่งมั้ยคะ”
         “ดื่มเก่งกว่าฉัน” ฉันเอ็ดจูรินะที่ทำท่ากลั้นขำ พอได้รู้ความจริงที่ฉันก็ไม่ค่อยอยากพูดในเชิงว่าตัวเองคออ่อน จูรินะเปิดภาพอื่น ๆ ที่พอจะแอบถ่ายมาได้ให้ฉันดูจนครบทุกรูป
         “ขอโทษค่ะ คือฉันเห็นคุณโยโกยามะดื่มเอา ๆ อย่างกับเป็นน้ำเปล่า ถ้าเธอดื่มเก่งก็ไม่มีอะไรค่ะ แค่สงสัยเฉย ๆ ว่าถ้ามากับผู้ชายที่ไม่ได้สนิทอะไร น่าจะดื่มแค่พอเป็นพิธี”
         “จูรินะอยากบอกอะไรกับฉันก็พูดมาตรง ๆ” หูฉันรับฟังเธอแต่สมองฉันมีแต่ภาพในร้าน ที่ปรึกษาลดเสียงลงและไม่พูดประโยคเมื่อสักครู่ให้ครบถ้วน
         “ฉันว่าเขาดูสนิทกันดีนะคะ ถ้ากล้าดื่มหนักทั้งที่อยู่กับผู้ชายซึ่งไม่ได้สนิทชิดเชื้อเป็นพิเศษ ก็แบบว่า…”
         “ฉันจะไปที่ร้านนั่น” จะได้รู้กันไปว่าเรื่องจริงเป็นยังไง มัวแต่มาเดาอยู่นอกร้านก็ไม่รู้สักที
         “คุณชิมาซากิ เดี๋ยวค่ะ”
         ฉันพาตัวเองเข้ามาที่ร้านโดยมีจูรินะร้องห้ามตั้งแต่ตอนที่อยู่นอกร้านจนเข้ามาถึงด้านในร้าน ก็แค่อยากจะเห็นสักหน่อยว่าอย่างโยโกยามะ สาวบ้านทุ่งแบบนั้นจะไปสนิทกับคนแบบมัตสึซากะได้ยังไง คิดแล้วฉุนพิลึก แค่เห็นว่ามาด้วยกันก็ทำให้ฉันหงุดหงิดแทบบ้า ไอ้เรื่องที่จะสนิทกันขนาดไหน…ไม่มีทางหรอก
         ฉันนึกถึงมุมในร้านตามภาพที่จูรินะไปแอบถ่ายมาแล้วก็กวาดสายตาออกหาผู้หญิงคนนั้น และนั่น…เธอกำลังนั่งดื่มกับมัตสึซากะคู่แค้นของฉันอยู่ ต้องเข้าทำลายบรรยากาศ เรื่องอะไรฉันจะยอมให้ได้คุยกันอย่างราบรื่น เป็นผู้หญิงบ้านทุ่งที่คิดว่าตัวเองดื่มเก่งนักหรือไง ใจกล้าไม่เข้าท่า
         “มาคนเดียวเหรอครับ” ฉันไม่ได้มองคนถามเพราะมัวแต่ใส่ใจแต่กับคนที่อยู่ตรงมุมร้านซึ่งไม่ห่างมากนัก ฉันไม่อยากได้โต๊ะ ไปให้พ้น ๆ ได้มั้ย
         “ถอยไปค่ะ เธอมากับฉัน” จูรินะเข้ามากันฉันจากผู้ชายที่อยู่ใกล้ ๆ ฉันจึงหันไปมองผู้ชายคนนั้นบ้าง ซึ่งเขาไม่ใช่พนักงานของร้านอย่างที่ฉันเข้าใจตอนแรก จากการแต่งตัวคงเป็นเพลย์บอยที่มาเที่ยวจนเริ่มเมาได้ที่ เมาเหมือนฉัน
         “ช่วยหลบทางทีค่ะ ฉันมีธุระ” ฉันพูดจาอย่างเป็นปกติ เท่าที่พอจะทำได้ในสภาพตึง ๆ หลังดื่มไปหลายกระป๋อง ไม่ได้ตกใจกลัวว่าจะเกิดอะไร ในร้านนี้คนเยอะแยะ ฉันไม่สนใจคนที่กำลังทำเรื่องงี่เง่าเพราะความเมาอยู่แล้ว ฉันก็เมา แต่ฉันยังมีสติดีไม่ทำอะไรแบบนายคนที่อยู่ตรงหน้า
         ผู้ชายคนที่มีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมากกว่าฉันเดินเข้ามาทำกริยาไม่ดีใส่ ฉันคิดว่าสามารถเรียกแบบนั้นได้ เพราะคนทั่วไปคงไม่มองว่ามันคือเรื่องน่าชื่นชม แต่ถึงจะมีใครมองว่ามันน่าชื่นชม เขาคงเป็นคนที่มองโลกแง่ดีมาก ซึ่งไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ใช่คนที่มองโลกใบนี้ด้วยความสวยงามขนาดนั้น ไม่เคยมองอะไรดี ๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
         สิ่งที่เขาทำคือมองด้วยสายตาอย่างเหยียดหยามกัน เขากระชากแขนฉันอย่างแรงแต่เพราะฉันไม่ได้เมามากเท่าคนกระชากจึงยั้งตัวเองให้ยังยืนอยู่ที่เดิมไว้ได้
         “ไม่ต้องทำมาเล่นตัว ฉันรวย ไม่ใช่พวกลูกค้าถังแตก ถ้าต้องการเงิน คืนเดียวฉันจ่ายไม่อั้น เงินเดือนเธอเท่าไหร่ ฉันให้ได้มากกว่า แต่ต้องร้องดัง ๆ หน่อยนะฉันชอบให้ผู้หญิงร้อง” ฉันแสยะยิ้มกับเรื่องน่าสมเพชที่หลุดออกมาจากปากเน่า ๆ ของผู้ชายซึ่งกำลังลวนลามทางสายตากับร่างกายฉัน ท่าทางจะจินตนาการไปไกล อะไรที่ทำให้ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่ทำอาชีพในลักษณะนั้น
         ฉันมีบริษัทที่ต้องดูแลเวลาว่างแทบจะไม่มี ไม่นับที่ตอนนี้กำลังร้อนใจวุ่นวายยุ่งมาก ๆ ด้วย ฉันมีธุระสำคัญกับโยโกยามะ จูรินะคงไม่ได้อารมณ์ดีเหมือนฉัน เมื่อเธอผลักเขาเต็มแรงจนเซ แรงบีบที่แขนหายไปเหลือเพียงความรู้สึกที่เลือดกลับมาไหลได้อย่างปกติอีกครั้ง
         “นี่เธอ ฉันคุยตกลงราคากับผู้หญิงคนนี้อยู่ ถอยไปให้ไกล คนคุมเด็กเหรอ” จูรินะโดนผลักกลับและเขาก็พุ่งเข้ามาที่ฉันอีกครั้ง ฉันเริ่มตระหนักได้ว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ยอมง่าย ๆ และจูรินะต้องมีเรื่องแน่เพราะเธอเดินเข้ามาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สายตาที่แสดงออกซึ่งความไม่พอใจ ฉันยกแขนตัวเองขึ้นพยายามขืนแรงบีบของผู้ชายคนนั้น
         “นี่คุณ” ฉันหันไปเพราะจำเสียงดุ ๆ แบบนี้ได้ แต่หน้าก็หันกลับเพราะแรงจากฝ่ามือของโยโกยามะ ฉันเมาเหล้าไม่ได้เมายาชาถึงจะได้ไม่เจ็บเมื่อหน้าโดนตบสุดแรง หรือนี่คือการเอาคืนที่ฉันเคยตบหน้าเธอในงานเลี้ยงคืนนั้น
         “อะไรของเธอ” ฉันโดนตบซ้ำอีกครั้ง เมื่อพยายามจะถามเพราะไม่เข้าใจว่าโยโกยามะจะตบฉันทำไม นอกจะเอาคืนแล้ว เธอยังบวกเพิ่มเป็นของแถมให้อีกต่างหาก
         “เฮ้ย นี่เธอเป็นใครวะ” ฉันลูบตรงแก้มที่ยังเจ็บไม่หาย และมองผู้ประสานงานของหมู่บ้าน เธอเดินมาตอนไหนก็ไม่รู้ โยโกยามะหันไปมองผู้ชายคนนั้นซึ่งปล่อยมือจากฉันไปแล้ว ด้วยแววตาที่น่ากลัวยิ่งกว่าจูรินะ แววตาสงบนิ่งและไม่กลัวเกรงคนวางท่า ที่เพิ่งอวดรวยกับฉันไปเมื่อกี้ เขาถามเสียงหลงปนงุนงงกับโยโกยามะ
         ตอนนี้คนทั้งร้านเริ่มมองว่าเกิดอะไรขึ้น จูรินะเองก็คงตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่เหมือนกัน แล้วโยโกยามะก็เข้ามาจับมือฉัน ท่ามกลางความเอะอะวุ่นายและเสียงรอบกาย เธอเดินลากฉันย้อนออกมาที่ทางออก แต่ผู้ชายคนนั้นก็ยังตามมาดักหน้าไว้ไม่ลดละ “เฮ้ยจะมาเล่นไม้แกล้งทำเป็นช่วยผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ผลหรอก อย่าแส่” คนที่จับมือฉันหัวเราะหึอยู่ในลำคอสวนกลับ ก่อนจะตวัดสายตาที่น่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อกี้ไปให้ผู้ชายที่ขวางพวกเราอยู่
         “นายนั่นแหละ เลิกแส่ได้แล้ว เธอเป็นแฟนฉัน ใครหน้าไหนก็ห้ามยุ่ง” โยโกยามะหันมาและหันกลับไป ฉันคิดว่าเธอตั้งใจทำเพื่อย้ำถึงความสัมพันธ์ให้ผู้ชายคนนั้นได้รู้ นั่นทำให้ฉันรู้สึกชาไปทั้งตัว ถึงเราจะยังไม่ได้เป็นแฟนกันอย่างที่ผู้ประสานงานของหมู่บ้านเพิ่งประกาศไป โยโกยามะแสดงละครได้ดีเกินคาดจนฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ…จะเป็นยังไงนะ ถ้าฉันเป็นแฟนเธอ ได้ครอบครองเธอไว้ มีเธอดูแลอยู่ไม่ไปไหน มีคนให้ฉันได้พูดคุยอย่างสบายใจ
         มีความรักครั้งใหม่…
         ฉันไม่อยากให้สิ่งที่เธอพูดเป็นเพียงแค่การแสดงละครเลย “และฉันก็มีเรื่องต้องเคลียร์กับเธอ…สองคน” ผู้ชายคนนั้นทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างเพราะเขาขยับตัวเข้ามา แต่ฉันก็ไม่เห็นเขาอีกเมื่อโยโกยามะเข้ามาบังไว้ด้วยการจรดริมฝีปากอย่าง…
         อ่อนโยนแม้ในสถานการณ์ อันตรายแบบนี้ เธอยังส่งสายตาห่วงใย ห่วงมากและดุมากมาให้ฉัน จังหวะถอนริมฝีปากออกไปช้า ๆ “นายคงไม่อยากให้ฉันทำอย่างอื่นนอกจากจูบ ซึ่งมันประเจิดประเจ้อเกินไปกลางร้านที่คนเยอะแยะ จำใส่สมองกลวง ๆ ของนายเอาไว้ด้วย ร่างกายทุกส่วนของผู้หญิงคนนี้ เป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น” ฉันแทบจะแข็งเป็นหินและไม่รับรู้ต่อสถานการณ์รอบตัวอีกต่อไป
         “เลิกแกล้งอ่อยผู้ชายคนอื่นให้ฉันหึงสักที กลับกันได้แล้ว” นั่นคือประโยคดุ ๆ สุดท้ายของโยโกยามะที่พูดกับฉัน ก่อนที่เธอจะลากฉันออกมาจากร้านอย่างง่ายดาย โดยไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาขวางอีก

         โยโกยามะไม่ปล่อยมือฉันเลยตั้งแต่ออกจากร้านมาจนถึงห้องพักของเธอ และจากที่ดูความหรูหราของตึกตั้งแต่เข้ามา ห้องนี้คงเป็นมัตสึซากะที่จัดหามาให้เธอ เขาจะดูเป็นคนเอาอกเอาใจผู้หญิงธรรมดาจากหมู่บ้านในชนบทคนหนึ่งได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอ แต่ก็อาจเป็นมิยูกิที่ฝากเพื่อนของเธอไว้ก็ได้ ฉันอยากคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น มัตสึซากะคงไม่ทำอะไรให้ผู้หญิงที่ไม่รู้จักด้วยตัวของตัวเองหรอก
         “ตามสบายนะคุณ ฉันปวดหัวจะนอนพัก” โยโกยามะบอกเสียงเรียบแล้วเดินแยกออกไป เธอน่ะปวดหัวแต่ฉันสิปวดแก้ม จะขอโทษที่ตบฉันสักคำก็ไม่มี นึกถึงแล้วยังช้ำที่แก้มอยู่เลย แต่จะว่าเธอก็คงไม่ถูก เพราะฉันก็ยังไม่ได้ขอโทษเธอเหมือนกันที่ไปตบหน้าไว้ตอนนั้นที่งานเลี้ยง
         ไอ้ที่ทำท่าว่าจะดุฉันก็ไม่ทำเหมือนกัน ต่อให้โดนดุ แต่ฉันอยากจะได้ยินมัน ตอนโยโกยามะทำหน้าเป็นห่วงที่ร้าน ฉันรู้สึกถึงความหวั่นไหว มันหวิวไปทั้งตัว
         คนที่บอกว่าจะพักคว้าเอาผ้าปิดตามาใส่ไว้และทิ้งตัวที่โซฟา ท่าทางเธอจะยกห้องนอนให้ฉัน ยังไม่มีใครบอกสักหน่อยว่าฉันจะนอนอยู่ที่ห้องนี้ โยโกยามะมั่นใจมากหรือยังไงว่าฉันจะนอนที่นี่ เธอเอาความมั่นใจในเรื่องนี้มาจากที่ไหน ฉันอาจจะรีบออกไปทันทีที่คิดเรื่องอะไรในหัวตามลำพังตั้งหลายนาทีเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้
         ฉันนั่งมองคนที่นอนอยู่ตรงโซฟาอยู่นาน แย่หน่อยที่ฉันอยากจะคุยกับเธอ มีหลายอย่างที่ฉันอยากจะเคลียร์เหมือนที่เธอพูดเอาไว้กับผู้ชายที่ร้านตอนนั้น
         เอาเถอะฉันยอมแพ้ ฉันจะนอนก็ได้ ไหน ๆ ก็มีคนยกห้องให้แล้ว ฉันเดินเข้าไปใกล้ ๆ โยโกยามะและทำเหมือนอย่างตอนที่อยู่ห้องเธออีกครั้ง “ฉันคิดถึงเธอ” ฉันกระซิบกับคนที่นอนอยู่เบา ๆ แต่เพราะจูบที่ร้านมันกวนสมาธิของฉันอยู่ตลอดเวลา รวมกับสายตาความเป็นห่วงที่เธอให้ฉัน ทำให้ฉันยิ่งคิดถึงผู้ประสานงานคนนี้ ฉันจึงไม่หยุดอยู่แค่หอมแก้มและขอสัมผัสริมฝีปากเจ้าปัญหานั่นของโยโกยามะอีกสักครั้ง
         “เมาหรือไงคุณ” ฉันหยุดริมฝีปากของตัวเองเมื่อได้รู้ว่ายังมีคนไม่หลับ อย่างน้อยฉันก็ขยับออกมาห่างจากตัวของโยโกยามะแล้ว แต่อีกคนคว้าข้อมือฉันไว้ตอนไหนไม่รู้ ก็เลยลุกออกมาจากโซฟาไม่ได้
         “เปล่า” คนที่นอนปิดตาหัวเราะหึ “ทำไม การที่ฉันจะเมาหรือไม่เมามันเกี่ยวอะไร” โยโกยามะยื้อข้อมือฉันไม่ปล่อยตอนที่ฉันพยายามจะดึงมือตัวเอง
         “ไม่เมาก็ดี จะได้ไม่ต้องมีข้ออ้างว่าที่จูบฉัน คุณทำไปเพราะเมาหรือการที่พูดว่า ‘คิดถึงฉัน’ เมื่อกี้ นั่นเป็นแค่เพียงลมปากที่ออกมาจากผลของการดื่มของมึนเมา”
         “ฉันไม่ได้เมา” ด้วยความโมโหปนอายที่โดนย้อนเรื่องจูบก็เลยประทับริมฝีปากกับเธออีกครั้ง คราวนี้โยโกยามะจูบกลับมาเช่นกัน ฉันเห็นรอยยิ้มมุมปากของเธอใต้ผ้าปิดตา
         เพราะว่าฉันคิดถึงเธอแทบตาย สุดท้ายฉันจึงหัวฟัดหัวเหวี่ยงเวลาที่เห็นโยโกยามะไปกับคนอื่น ฉันน้อยใจอยากให้ตัวฉันเอง ได้อยู่ตรงนั้น ถึงอาจจะเอาแต่ใจเกินไป แต่ฉันก็อยากทำตัวเป็นเด็กน้อยรอให้มีคนมาคอยตักเตือน คนที่ฉันจะดื้อใส่แค่ไหนก็ได้ ฉันอยากให้โยโกยามะมาคอยตักเตือนอยู่ข้าง ๆ หรืออาจจะทำเสียงดุอย่างที่เคยทำบ่อย ๆ เวลาที่ฉันดื้อ
         “เธอตั้งใจให้ฉันหลงกลเธอใช่มั้ย” ฉันเดาอะไรจากโยโกยามะไม่ได้เลย และฉันก็รู้ว่ากำลังจะคุมความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ด้วยต่อจากนี้
         “นี่คุณ ฉันนอนของฉันอยู่ดี ๆ ใครก็ไม่รู้มาบอกคิดถึง แล้วมาจูบดื้อ ๆ จะให้ฉันทำยังไงคะ”
         “ก็นั่นแหละ แต่เมื่อกี้ก็จูบฉันนี่…” ฉันแพ้เธอแล้ว เถียงอะไรตอนนี้ก็ไม่มีทางพลิกเกมกลับมาได้
         “เงียบเถอะ…คุณรู้มั้ยว่าฉันคิดถึงแค่ไหน” ฉันจับพนักโซฟาและขยับตัวลงไปหาเธออีกครั้งทันทีที่ได้ยินเธอบอกชัด ๆ เต็มสองหู
         “คิดว่าฉันไม่คิดถึงเธอเหรอ” คราวนี้โยโกยามะขยับลุกย้ายตัวเองไปกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงพนักโซฟาแบบเข้ามุมสีไข่ไก่พร้อมกับช่วยดึงฉันเข้าไปหาเธอด้วยอีกแรง
         ผู้หญิงที่ปิดตาตรงหน้าคือแรงกระตุ้นให้ฉันอยากจูบ เมื่อฉันเริ่มเธอก็ตอบรับและริมฝีปากของเราได้สัมผัสกัน ต้องการกัน ลิ้นนิ่มเปียกไปด้วยน้ำลายดูดปลายนิ้วโป้งของฉันและแกล้งกัดอย่างมันเขี้ยว ตอนที่กดเข้าไปภายในช่องปากของผู้หญิงคนนี้เมื่อประคองจับใบหน้าของเธอไว้ โยโกยามะแหงนคอให้ฉันลากลิ้นป้ายน้ำลายไปตามปลายคางและต้นคอ ฉันเปลี่ยนไปประสานมือกับเธอและยัน กดมือนั้นลงไปที่ด้านบนขอบโซฟา
         ฉันเริ่มถอดเสื้อแขนยาวสีดำเรียบ ๆ ของโยโกยามะออกเป็นอย่างแรกพร้อมกับปลดทุกอย่างยกเว้นผ้าปิดตา เธอยิ้มและปล่อยให้ฉันลูบไล้หน้าอก เคล้นคลึงและก้มไปดูดดุนอย่างโหยหาแม้ว่าฉันจะไม่ใช่เด็กน้อยที่ยังไม่หย่านม ความตื่นเต้นทำให้ฉันมือสั่นอยู่บ้าง
         ฉันยิ้มให้กับผู้หญิงที่มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากผ้าปิดตา เธอคือผู้หญิงที่กล้าตบหน้าฉันและยังทำให้ฉันคิดถึง เธอกล้ามากจริง ๆ ที่เลือกใช้แผนพาตัวฉันออกมาชนิดที่ตะลึงกันทั้งร้าน ตะลึงแม้กระทั่งฉันเอง โยโกยามะจับมือฉันที่กำลังบีบยอดเต่งตึงเนื้อนิ้มที่หน้าอก ก่อนจะบังคับลากลงไปตามหน้าท้องแบนที่แข็งแรงด้วยกล้ามเนื้อแน่นซึ่งกำลังยุบพองเนื่องจากกระบวนการหายใจ เธอเลื่อนมือฉันไปจนถึงเนื้อนูนด้านล่างขณะที่ฉันไล่จูบตามมือลงมาด้วย
         ฉันกดหน้าตัวเองลงไปเมื่อโยโกยามะเพิ่มองศาการกางขาของเธอออกให้กว้างขึ้นอีก ระรัวตวัดปลายลิ้นสัมผัสกับจุดกระสันเสียวที่เปียกชุ่มเยิ้มเปื้อนไปทั่วเพราะร่างกายผลิตสารหล่อลื่นตามธรรมชาติออกมายามที่เกิดความรู้สึกหรือถูกกระตุ้นไม่ว่าจะด้วยอะไร เธอขยับสะโพกไปมาตามจังหวะที่ฉันขยับปลายลิ้น เธอคงกำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่เกิดซึ่งฉันเป็นสาเหตุ จนตัวสั่นอยู่เรื่อย ๆ
         โยโกยามะดันหลังของตัวเองกับพนักโซฟาไว้และเกร็งตัว ฉันเปลี่ยนไปเอานิ้วโป้งที่เคยให้เธอดูดกดลงไปแทนอวัยวะรับรสที่ลิ้มเลีย พร้อมกับดันปลายนิ้วด้วยมืออีกข้างเข้าไปสัมผัสกับโพรงอุ่นนุ่มที่ลื่นไปด้วยเมือกเหนียวเยิ้มจนแฉะเปื้อนไปทั้งมือ โยโกยามะหายใจถี่ขึ้นทุกครั้งที่ฉันขยับมือเข้าออกวาดมือวนเวียนอยู่และสั่นเทิ้มมากขึ้นเมื่อเพิ่มจำนวนนิ้วที่ใส่เข้าไปสำรวจด้านในจนสาแก่ใจ ผู้หญิงที่เปลือยขนลุกจนเห็นชัดเจนเธอนอนสั่นบนโซฟาไม่ได้ทำอะไรนอกจากร้องครางในคอเบา ๆ ด้วยความพอใจจนกระทั่งไปถึงจุดหมายฝั่งฝัน
         หลังจากนั้นฉันถูกโยโกยามะดึงเข้าไปหาแทบจะทันทีและยกตัวฉันไปนั่งทับขาของเธอ
         “ที่ร้านฉันพูดว่าทุก ๆ ส่วนของคุณเป็นของฉัน ฉันมานึกได้เมื่อกี้ว่ายังไม่ได้ขออนุญาต ก็ว่าจะขออนุญาตตอนนี้เลย คุณว่าไงคะ”
         “นี่แค่ถามไปแบบนั้นเองใช่มั้ยเธอน่ะ” โยโกยามะลูบขาฉันไปมายิ่งสร้างความรู้สึกร้อนรุ่มให้เพิ่มอย่างทวีคูณ ตอนนี้โยโกยามะเปิดผ้าปิดตาออกแล้ว ฉันรู้สึกไม่ไว้ใจสายตาแห่งปรารถนานั่นเลยยิ่งตอนที่เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
         “อยากมองหน้าคุณชัด ๆ”
         “ทำไม” ฉันรู้สึกเขิน โยโกยามะจะรู้หรือเปล่าว่าทั้งท่าทางและคำพูดทำให้ฉันหวั่นไหวมากและฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอแบบนี้
         “อยากให้คุณรับรู้ความรู้สึกของฉัน ว่ามีใครที่สำคัญสำหรับฉันน่ะ” ชุดที่ฉันใส่ถูกปลดออกช้า ๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม จะได้ไม่ต้องเปลือยเปล่าเหงาอยู่คนเดียว จนฉันเหลือแค่ชุดชั้นในปกปิดร่างกาย “คุณทำให้ฉันทิ้งงานมาเพื่อคุณเลยรู้มั้ยคะ ไม่เคยมีคนทำให้ฉันเสียงานเสียการได้เท่าผู้สนับสนุนดื้อ ๆ คนนี้เลย”
         “ก็มาทำงานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องมาอ้างว่าเสียงานหรอก” ฉันว่างอน ๆ ก็เลยได้รับอีกหนึ่งจูบเป็นสิ่งตอบแทน
         “ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลังนะคะว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นยังไง แต่ตอนนี้ฉันต้องจัดการตัวปัญหาก่อน” ประโยคสุดท้ายจบลงพร้อมกับหนึ่งจูบที่เริ่มต้นอีกครั้ง เธอดูจะไม่รีบเมื่อบีบคลึงหน้าอกหน้าใจของฉันอย่างเบามือและซุกหน้าอยู่แบบนั้น ลมหายใจร้อนผ่าวรดปลายคางยามที่เจ้าของตักเงยหน้าขึ้นมาทาบริมฝีปากกับคางฉัน ขณะที่ค่อย ๆ ลากมือลงไปลูบวนที่กางเกงชั้นในซ้ำไปซ้ำมาซึ่งผ้าชิ้นน้อยนี้ปกปิดเนินเนื้อของฉันไว้ ความร้อนเร่าวาบหวิวที่ทำให้ฉันเกร็งหน้าท้อง อีกทั้งขยับสะโพกอย่างไม่รู้ตัวเข้าหามือของโยโกยามะตามสัญชาตญาณความปรารถนาของร่างกาย
         “ยุย…” ฉันพูดเสียงสั่นและเริ่มหายใจถี่ เป็นห้วงไม่ได้จังหวะเพราะความเสียวแปลบที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัว เลือดในกายสูบฉีด ความกระสันบังเกิด ไม่ใช่แค่ตัวโยโกยามะที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ฉันก็ด้วยที่ต้องการแบบเดียวกันและสำคัญที่ฉันต้องการเธอ
         ฉันมองโยโกยามะที่ยิ้มให้ เธอยกแขนฉันมาจูบตรงจุดที่เป็นรอยช้ำ ซึ่งเกิดเพราะโดนผู้ชายที่ร้านบีบตอนนั้น
         “ฉันอาจจะทำให้คุณเสียใจ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีก” ฉันเชื่อว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีกแน่นอน
         “ฉันจะดูว่ายุยจะทำได้จริงมั้ย ไม่ใช่ว่าดีแต่พูดอีก” โยโกยามะหัวเราะอารมณ์ดี เธอทำในสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันก้มเข้าไปซุกกับไหล่ของเธอเมื่อเจ้าตัวสอดนิ้วผ่านกางเกงชั้นในเข้ามาในที่สุด ฉันกอดเธอ แอ่นสะโพก ไปกับมือของเธอ ฉันจิกมือกับหลังคอคนในอ้อมกอดแน่น
         “ฉันจะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายเอง” อีกคนเพิ่มความเร็วในการดึงมือเข้าออก โยโกยามะปรนเปรอความสุขแก่ฉัน เธอช่วยทำให้ความเจ็บปวดที่บีบรัดฉันไว้คลายหายไปแทนที่ด้วยการบีบรัดเป็นจังหวะของกล้ามเนื้อภายใน
         โยโกยามะหยุดมือเมื่อสร้างความสุขให้ฉันไปได้แล้วหนึ่งครั้ง ก่อนพลิกฉันลงไปพิงพนักโซฟาแทนเธอบ้าง เธอเลียริมฝีปากและดูดนิ้วมือข้างที่ใช้สำรวจภายในของฉันไปเมื่อสักครู่ จากนั้นก็โถมตัวเข้ามาจูบอย่างเร่าร้อน ฉันแยกปากรับรอลิ้นที่อีกคนดันเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับฉัน ปลายลิ้นเล็ก ๆ ที่สร้างความสะท้านให้ฉัน เธอดูจะมันเขี้ยวฉันมากตอนที่บีบรอบคอฉันไปด้วย และกัดเม้มริมฝีปากไม่ปล่อยจนฉันต้องร้องบอกเพราะมันเจ็บ
         “ที่ยุยบอกเมื่อกี้ไม่ได้รวมถึงสร้างความเจ็บปวดด้วยวิธีพวกนี้หรอกเหรอ กัดฉันทำไม”
         “มีเลือดออกด้วยคุณ” โยโกยามะเมินที่จะตอบคำถาม แต่สำหรับเรื่องที่เธอบอก ฉันเชื่อว่าจริง เพราะได้รสชาติเลือดหลังจากนั้น ท่าทางคนกัดจะมีความสุขมาก ฉันเลียล้างเลือดที่ปากตัวเองถึงมันจะไม่มากก็ตาม “ช่วยเลียให้มั้ย เผื่อไม่เห็น” ฉันเองยังนึกไม่ถึงว่าโยโกยามะจะพูดแบบนั้น และยังไม่พูดเปล่า ๆ เธอก็ปฏิบัติอย่างที่พูดจริง ๆ ฉันให้อภัยไม่ว่าเธอจะทำแผลตรงไหนอีก ถ้าเธอใช้ลิ้น
         เพราะตัวฉันไม่สามารถทนกับลิ้นสวาทของโยโกยามะ เธอทำให้อารมณ์ตัณหาของฉันพุ่งอยู่เรื่อย ๆ ความมันเขี้ยวของเธอที่เพิ่มขึ้นฉันรู้ดี โยโกยามะแยกขาซ้ายฉันออก ไปยกพาดไหล่ซ้ายเธอไว้ เธอสอดตัวเข้ามาแนบชิด ก่อนจะใช้มือลูบถูความเปียกชื้นลื่นเหนียวเกลี่ยให้ทั่วบริเวณ เธอสูดลมหายใจเลียริมฝีปากสีหน้ากระหาย สัญชาตญาณที่เป็นระบบพื้นฐานของมนุษย์ กามาและการเสพสม
         โยโกยามะเกาะขอบโซฟาไว้และเริ่มโยกสะโพกให้เนินเนื้อและจุดกระสันเสียวของเราได้สัมผัสกัน ฉันบีบยอดนูนที่ตั้งชูชันขึ้นมาของโยโกยามะ เธอเร่งจังหวะเอวยักย้ายส่ายไปมาก็ยิ่งสร้างทำความเสียววิ่งพล่านไปทั้งตัว เธอมันเขี้ยวฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ และกดฝ่ามือยันมาที่ต้นคอไว้ด้วยความเมามันในอารมณ์ ฉันเองก็บีบมือนั้นไว้แน่นทั้งเสียวทั้งสุขซาบซ่าน
         แรงโยกที่เกิดขึ้นทำให้โซฟายุบยวบเป็นจังหวะฉันกัดปากพร้อมกับเกร็งมือจิกไปบนต้นแขนของคนที่กำลังโยกเอวอยู่บนตัว โยโกยามะเปลี่ยนมาบีบหน้าอกของฉันจนเต็มมือในขณะที่ยังไม่หยุดเร่งจังหวะ แรงส่ายโยกสะโพกที่เธอพยายามกดให้จุดกระตุ้นเสียวของเราสัมผัสกันเริ่มทำให้ฉันหายใจถี่กระชั้นมากขึ้น หนึ่งมือช่วยจับดึงต้นขาของเธอไว้ ระหว่างปล่อยให้โยโกยามะออกแรง
         ฉันเริ่มอดไม่ได้ที่จะร้องครางอยู่ในลำคอบ้างเหมือนอย่างที่เคยทำให้โยโกยามะ ตอนนี้เธอกัดริมฝีปากเก็บเสียงตัวเองได้เป็นอย่างดี มุ่งมั่นอยู่กับสิ่งที่ทำให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกายอยู่ ส่วนฉันดึงมือเธอเข้ามาจูบและงับเอาไว้เป็นการเก็บเสียงตัวเอง หลังออกแรงอยู่นานจนโยโกยามะเหงื่อชุ่มไปทั่ว เธอก็ส่งให้ฉันถึงฝั่งพร้อมทั้งพาตัวเองไปถึงความสุขนั้นด้วยเช่นกัน

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้และยุยพารุเท่านั้น
[Super Short] – ลองเป็น Dark Girl (15) (SayaMilky x YuiParu)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s