[One Shot] – Hot Shot ร้อนรัก EP02 (SayaMilky)

Posted on Updated on

          ยามาโมโตะ ซายากะ วันนี้อากาศดี น่าเสียดายที่มันเป็นวันแย่ ๆ สำหรับเธอ ฉันถ่างตาสู้กับความง่วง ความน่าเบื่อหน่ายในการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ฉันน่ะชอบกลางคืนมากกว่า แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ฉันก็มีความรับผิดชอบมากพอสำหรับงานที่ทำอยู่ ไม่เคยเสียงาน แม้อาจจะไปเที่ยวสนุกสนานในสถานเริงรมย์บ้างเมื่อยามไร้แสงดวงตะวัน
          ฉันถอนหายใจนึกตำหนิแสงแดดที่แผดเผา บรรยากาศริมทะเล มันสดชื่นนะ แต่ความเงียบเหงาในใจของฉันที่จะไม่ได้ไปเที่ยว ความเปล่าเปลี่ยวที่ฉันต้องติดอยู่ที่นี่มีมากกว่า ฉันมาทำงานนอกสถานที่ ออกต่างจังหวัดสองวันสองคืน ต้องอดอยากปากแห้งเหี่ยวเฉาอยู่ในบังกะโลเรียบง่ายคนเดียว ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ฉันแฮปปี้เท่าไหร่ที่ได้เห็นทะเล ต่างกับผู้จัดการของฉันลิบลับ คุณผู้จัดการน่ะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอยู่กับทีมงานในกองถ่ายนี้ เขามีบ้านอยู่ใกล้ ๆ และแน่นอนเธอแจ้งกับฉันว่าอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันกับเขาช่วงที่มาทำงานที่นี่
          มาต่างจังหวัดครั้งนี้ฉันต้องทำงานกับดาราผู้หญิงอีกคน ฉันก็พอจะเคยได้ยินชื่อเธออยู่ แต่ไม่ได้สนใจ ปกติฉันไม่ยุ่งสุงสิงกับใครมากนัก ถ้าว่างฉันมักจะนอนพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ไปเที่ยวเสียส่วนมาก ถ้าไม่รู้สึกว่าถูกใจจริง ๆ ฉันจะไม่ยุ่ง แต่ถ้าสนใจใครแล้วล่ะก็ ฉันจะเข้าหาทันที ไม่ได้มีบ่อยหรอกใช่มั้ยล่ะ คนที่ทำให้ละสายตาไปจากเขาไม่ได้
          และผู้หญิงคนที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับทีมงาน ก็ทำให้ฉันตาสว่างหายง่วงแทบจะทันที
          ผู้หญิงผมสั้นแก้มยุ้ยที่ฉันดูไม่ออกว่าเป็นคนยังไง ไม่รู้สึกว่าเป็นคนดีหรือว่าเป็นคนไม่ดี ไม่สามารถดูนิสัยจากการแสดงออกของเธอได้ คนที่ฉันต้องทำงานด้วยเดินแจกยิ้มไปทั่ว
          เธอเป็นคนที่ฉันไม่สามารถละสายตาไปได้ ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันอยากจะคุยกับเธอ แค่เพียงได้เห็นก็อยากสนิทสนมกับเธอ นี่น่ะเหรอวาตานาเบะ มิยูกิ…

          วันนี้ตามตารางที่คุณผู้จัดการบอกฉัน จะไม่มีอะไรงานอะไรเป็นพิเศษ กองถ่ายไม่อยากให้พวกที่เดินทางกันมาเหนื่อยมากไปกว่านี้ กองถ่ายจะขอสัมภาษณ์ทั่วไป นั่นรบกวนเวลาไม่นานนักและถ่ายภาพเล็กน้อยใช้สำหรับลงประกอบเนื้อหา ซึ่งจะแยกสัมภาษณ์เดี่ยว แล้วจากนั้นในตอนเย็นกองถ่ายจะมีปาร์ตี้เล็ก ๆ ริมทะเลให้
          สรุปคร่าว ๆ ว่าฉันจะได้ถ่ายภาพชุดว่ายน้ำริมทะเลเซ็ตคู่กับวาตานาเบะในวันถัดไป นั่นหมายความว่าฉันจะหาโอกาสพูดคุยกับเธอได้คงมีแต่ตอนงานเลี้ยงเย็นนี้เท่านั้น วันรุ่งขึ้นที่ต้องทำงานทั้งวันคงจะหาโอกาสได้ยาก และ วันสุดท้ายก็ต้องเดินทางกลับแล้ว วาตานาเบะยิ้มทักทายตอนที่ทีมงานแนะนำตัวกับทุกคนในบริเวณนั้น

          เมื่อถึงงานเลี้ยงที่ว่าฉันจึงไม่รอช้าและหาโอกาสเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ วาตานาเบะทันที ฉันพยายามมองหาว่าใครที่เป็นผู้จัดการของเธอแต่ก็ไม่เห็นแม้เงา ส่วนผู้จัดการของฉันหลบไปใช้เวลาร่วมกับคนรักสักที่ ฉันว่าป่านนี้น้ำทะเลคงหวานมากกว่าเค็ม
          “ทำไมอยู่คนเดียวล่ะคะ คุณวาตานาเบะ” ผู้หญิงแก้มยุ้ยหันมาพร้อมกับส่งยิ้มแห้ง ๆ ตอนฉันเดินเข้าไปหา
          “ผู้จัดการของฉันท่าทางจะไม่สบายน่ะค่ะ เลยขอตัวไปพัก…เอ๊ะแล้วคุณยามาโมโตะ…” วาตานาเบะเองก็คงจะสังเกตเห็น เมื่อรอบตัวฉันไม่มีคนที่น่าจะเป็นผู้จัดการคอยอยู่ใกล้ ๆ
          “ฉันก็อยู่คนเดียวเหมือนกันเลยค่ะ” ฉันแกล้งทำหน้าซื่อเพื่อให้เธอรู้สึกว่าฉันเป็นพวกเดียวกันกับเธอ นี่มันยากชะมัด ปกติฉันเคยเข้าหาแต่คนในสถานเริงรมย์จนลืมไปว่าเวลาที่คุยกันแบบปกตินั้น เขาควรจะใช้บทสนทนากันแบบไหน
          “เอ่อคือฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะ” ฉันอยากถามวาตานาเบะว่าจะไปไหน หลังเธอเปิดโทรศัพท์เลื่อนไปมา แต่คงเป็นการเสียมารยาทมาก ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้คุยต่ออย่างสุดหัวใจ แต่ฉันก็ทำได้แค่นี้ “ขอบคุณที่เข้ามาทักทายนะคะ แล้วก็ขอโทษด้วย” ฉันรีบปั้นยิ้มฝืน ๆ ส่งให้ ก่อนที่วาตานาเบะจะเดินออกไป
          แต่ไม่นานฉันก็ตัดสินใจทำเรื่องเสียมารยาทด้วยการแอบตามเธอไปห่าง ๆ เธอเดินค่อนข้างเร็วมาจนถึงหน้าบังกะโลของฉันและเดินเลยเข้าไปยังบังกะโลด้านในหรือว่าเพราะมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับผู้จัดการ บางทีฉันอาจจะใช้โอกาสนี้แสดงความมีน้ำใจและอาจทำให้วาตานาเบะรู้สึกประทับใจฉันบ้างก็ได้
          ฉันเดินตามเข้าไปพลางนึกหาวิธีเกริ่นกับวาตานาเบะ จะพูดยังไงไม่ให้ดูน่าสงสัยที่ตามเธอเข้ามาแบบนี้ แล้วถ้าเกิดว่าเขาโมโหขึ้นมาฉันไม่ยิ่งเสียโอกาสหรอกเรอะ
          “โธ่เอ๊ย…เอาไงดีนะ…”
          “มาไวดีเหมือนกันนี่ ก็อย่างที่เราตกลงกันไว้ ผู้จัดการคงบอกเธอแล้วใช่มั้ยวาตานาเบะ”
          “ค่ะ”
          “เธอก็ได้งานนี้ เห็นมั้ยล่ะ” ฉันเกือบงับเสียงโวยวายของตัวเองไม่ทัน เมื่อเดินเลาะมาอีกทางของบังกะโลที่อยู่ด้านในแล้วเจอบรรณาธิการแฟชั่นของหนังสือเล่มที่ทำให้ฉันต้องมาต่างจังหวัดครั้งนี้ กำลังยืนคุยอยู่กับวาตานาเบะ
          “ห้องว่างพอดีซะด้วยสิ ผู้จัดการเธอนี่เขารู้งาน”
          “อะไรนะคะ ฉันไม่ได้จะนอนกับคุณเพื่องานนี้ ไหนว่าเราแค่จะดื่มด้วยกันเฉย ๆ” วาตานาเบะสะบัดแขนที่โดนบรรณาธิการแฟชั่นหนุ่มใหญ่สึจิดะจับจนสุดแรง
          “จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้อยากดื่ม แต่ฉันอยากได้เธอเป็นของขวัญคืนนี้ นิดหน่อยน่า ไม่สึกหรอหรอก” ฉันแอบเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งตกใจและคาดไม่ถึง ฉันว่าผู้จัดการของวาตานาเบะคงจะไม่ได้บอกกับเธอทั้งหมด แต่ว่าวาตานาเบะก็น่าจะรู้ตัวว่าบรรณาธิการคนนั้นคงไม่ได้หวังแค่จะนั่งดื่มอะไรกันนิดหน่อยใต้แสงจันทร์กับดาราสาวสวยอย่างเธอ
          “ได้โปรดค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเข้าใจ” ฉันแอบดีใจและลุ้นไปด้วยความโล่งอกที่วาตานาเบะไม่ได้ใช้เส้นทางพิเศษเพื่อเป็นใบเบิกทางในหน้าที่การงาน
          “อย่ามาเล่นตัวไปหน่อยเลย ทำอย่างกับไม่เคย แต่ก็ไม่เป็นไรนะ ถ้าอยากดับ เธอคงโง่มากถ้าไม่รับข้อเสนอน่าสนใจจากฉัน หลังจากงานครั้งนี้อีกไม่รู้เท่าไหร่ อุตส่าห์จะให้เกิดแท้ ๆ”
          “คือฉัน…” แล้วฉันที่เคยโล่งอกก็ต้องถอนหายใจด้วยความผิดหวัง วาตานาเบะดึงแขนบรรณาธิการแฟชั่น สึจิดะไว้แล้วก้มหัวขอโทษใหญ่โต “…ขอโทษค่ะ” นี่น่ะเหรอวิธีที่ทำให้เธอได้งาน ฉันมองผู้ชายที่เริ่มเบียดแนบร่างตัวเองเข้าไปใกล้กับผู้หญิงคนนั้น
          รำคาญลูกตาจริงว้อย…

          ฉันรีบออกลีลาแสดงท่าทางเลียนแบบการเดินของปู แล้วตะโกนร้องเพลงที่พอจะร้องได้พร้อมมุ่งเป้าไปที่คนทั้งสอง ยังไงซะร้องผิดก็ไม่เป็นไร ยิ่งร้องมั่วเท่าไหร่ยิ่งสมจริงมากเท่านั้น
          วาตานาเบะดีดตัวเองออกมาจากบรรณาธิการด้วยความรวดเร็วเมื่อเธอได้ยินเสียงฉัน แต่ผู้ชายรั้งจะพาเธอเข้าไปด้านในบังกะโลเพื่อหลบฉันที่คงเป็นสิ่งส่วนเกินขึ้นมากะทันหัน
          “นั่นมัน…บังกะโลฉันน้า” ฉันแกล้งพุ่งเข้าไปเบียดวาตานาเบะและผู้ชายคนนั้นทำท่าจะเปิดประตูบังกะโล
          “คุณยามาโมโตะเมามากแล้วนะครับ” ฉันหัวเราะ ทำตาลอย ๆ เมื่อผู้ชายข้าง ๆ แกล้งพูดจาด้วยความสุภาพทั้งที่มีสีหน้าหงุดหงิด แล้วเขาก็คงเมาเหมือนกันเพราะกลิ่นเหล้าที่โชยออกมาจากตัว
          “คุณนี่หน้าคุ้น ๆ แล้ว…ผู้หญิงคนนี้” ฉันทำท่าหรี่ตา ทำเป็นเพ่งมองไม่ค่อยถนัดแล้วหันมองคนทั้งสอง “ฉันว่าฉันคุ้นหน้านะ จะไปไหนกันเหรอ” ฉันทำท่าสะอิดสะเอียนเท่าที่พอจะเลียนแบบได้ระหว่างพูด
          “คือฉัน”
          “อ๋อ…” ฉันยิ้มตาเยิ้ม เอานิ้วชี้สองซ้ายขวามาชนกันเป็นการแซววาตานาเบะกับบรรณาธิการ
          “คุณยามาโมโตะ !” ฉันแกล้งสะอึกแล้วเซไปซบวาตานาเบะ ดูท่าบรรณาธิการคงอยากจะหิ้ววาตานาเบะเข้าห้องให้ได้ เมื่อเขาบอกให้คนที่ฉันซบอยู่รีบพาฉันไปส่งห้องแล้วกลับมาหาเขาที่บังกะโล
          “รีบไปรีบมาล่ะ”
          “ทำไมคุณไม่ช่วยฉันพาคุณยามาโมโตะไปส่งล่ะ”
          “ถ้ามีคนเห็นเข้าก็จบเห่สิ”

          “สารเลว” วาตานาเบะสบถเบา ๆ พวกเราเดินห่างออกมามากแล้ว เธอเอาแขนฉันพาดคอเธอไว้แล้วพยุงฉันมาอย่างทุลักทุเล ฉันยังคงร้องโอดโอยแสดงละครตบตาว่าจะเป็นลมจนมาถึงบังกะโลของตัวเอง
          “เอากุญแจมาด้วยหรือเปล่าคะ กุญแจอยู่ไหน” ฉันไม่สนใจที่วาตานาเบะถาม ทำให้เธอเริ่มควานหาจากกระเป๋าตามตัวฉันก่อนจะเจอมันในที่สุดแล้วเปิดประตูพาฉันเข้ามาด้านใน ถ้าฉันเมาจริง ๆ วาตานาเบะคงแย่ตั้งแต่ลากฉันมาจากหน้าบังกะโลของเธอแล้ว
          “ฉันไปก่อนนะคะ” วาตานาเบะหมุนตัวกลับไป เมื่อเธอพาฉันมานอนบนเตียงแล้ว ฉันรีบเด้งตัวเองขึ้นมาจากเตียงแล้วถลาไปขวางเธอไว้ได้ทันที่หน้าประตูทางเข้าออกบังกะโล
          “จะไปนอนกับเขาจริง ๆ เหรอ ฉันเห็นว่าเธอดูไม่ค่อยเต็มใจ”
          “แล้วคุณยามาโมโตะจะมายุ่งอะไรกับฉันล่ะคะ ฉันคิดว่านั่นมันเรื่องส่วนตัวนะ นี่เธอหายเมาแล้วเหรอ” วาตานาเบะมองฉันยิ้ม ๆ ถึงจะต่อว่าที่ไปยุ่งเรื่องส่วนตัว
          “ยังไงก็ต้องนอนกับเขาใช่มั้ย”
          “เขารวยนี่ แล้วก็เป็นคนที่ทำให้ฉันมีงานทำ” ฉันรู้สึกถึงความเย็นชาตอนที่เธอพูดถึงเรื่องนี้ หมายความว่ายังไงกัน ตลอดการทำอาชีพที่ผ่านมาของวาตานาเบะ มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง
          “ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ”
          “แล้วเธอจะให้ฉันรู้สึกยังไงดี ฉันก็แค่คิดว่ากำลังทำงานอยู่นั่นแหละ ต่างก็มีผลประโยชน์ต่อกัน”
          “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะทำให้เธอไม่อยากไปนอนกับเขา”
          “เธอจะทำอะไร” วาตานาเบะถอยไปจนติดตู้ไม้ที่เอาไว้ใส่ตู้เย็นขนาดเล็ก ถัดไปไม่ไกลจากประตูทางออก ฉันแทรกเข่าข้างหนึ่งเข้าไประหว่างขาทั้งสองข้างของเธอ พร้อมกับดึงสะโพกของวาตานาเบะเข้ามาจนตัวของเราแนบชิดกัน ซอกคอขาวแสนหอมที่ริมฝีปากฉันได้เชยชม ทั้งแก้มนวลที่ได้ชื่นชมยิ่งเพิ่มไฟเสน่หาให้ลุกโหม คนแก้มยุ้ยท่าทางประหม่ายิ่งน่ารัก และที่สุดฉันก็ทำให้ริมฝีปากแนบชิดกับเธอด้วย
          “อยากให้เธออยู่กับฉันมากกว่าไปนอนกับบรรณาธิการสารเลวนั่น” วาตานาเบะอาจไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้ แต่กับฉัน มันคือความปรารถนาที่น่าหลงใหลและยากที่จะปฏิเสธ ก้นงอนที่ฉันลงมือลูบไล้ ก็ทำให้หัวใจยากเกินควบคุม
          สายตาที่บ่งบอกว่าเธอสับสน เหตุการณ์ฉุกละหุกที่กำลังดำเนินอยู่นี้ ทำให้เธอดูไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่ได้ขัดเขินเมื่อฉันบรรจงจูบเธออีกครั้งช้า ๆ ให้เวลาเธอทบทวน ว่าเธอกำลังรู้สึกยังไง
          ซายากะตัวเธอเองต้องการวาตานาเบะจนแทบจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้วแท้ ๆ ยังมาทำเป็นให้โอกาสเขา ฉันเปลี่ยนตำแหน่งมือจากก้นงอนด้านหลังลูบผ่านสะโพกสะโอดสะองจนขึ้นมาด้านบน
          “ฉันไม่ได้จะบังคับเธอนะวาตานาเบะ แต่เธอรู้สึกดีกว่าตอนอยู่กับบรรณาธิการมั้ย แค่สักนิดเดียวก็พอแล้ว” ถ้าเธอไม่ต้องการ ฉันจะพยายามหยุด ซึ่งมันอาจเป็นเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับฉัน แต่สองแขนสองมือของวาตานาเบะที่แนบลำตัวเพื่อปกป้องหน้าอกก็เปลี่ยนจากที่ยันตัวฉันไว้ เป็นโอบรัดและรั้งฉันเข้าไปหา
          “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน…”
          ฉันก็ไม่รู้ด้วยแล้วว่าวาตานาเบะจะรู้สึกยังไง เมื่อทนกับสายตาสับสนและหวั่นไหวของอีกคนไม่ได้ สุดท้ายก็พาเธอไปนอนบนเตียงด้วยกัน

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[One Shot] – Hot Shot ร้อนรัก EP02 (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s