[Short] – ฉันจะเอาแต่ใจ EP03 (SayaMilky x YuiParu)

Posted on Updated on

         
         ฉันได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังอยู่นานแล้ว แต่เพราะไม่ยอมรับสายสักที ดังนั้นพอปลายสายได้โอกาสพูดทันทีที่ฉันสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ เธอจึงต่อว่าต่อขานเล็กน้อย
         “ทำไมไม่รับซะพรุ่งนี้เลยล่ะ” ยุยน้ำเสียงสนุกสนานเป็นพิเศษ จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธอกำลังมีเรื่องดี ๆ อะไรหรือเปล่า
         “มีเรื่องด่วนอะไรนักหนารึไง เจอคนที่ถูกใจเหรอ” ปลายสายหัวเราะ
         “ยังไม่ได้เจอคนถูกใจที่ไหนหรอก พอดีฉันออกมาธุระกับพารุเลยจะโทรมาบอกซายาเน่สักหน่อย”
         “อ๋อ คู่หมั้นของวาตานาเบะ” ฉันตอบเพื่อน จริง ๆ ไม่ได้อยากจะจำเท่าไหร่นัก แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะต่อให้อยากลืมหน้าของผู้หญิงบางคนมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจำฝังใจ “ว่าแต่ มีเรื่องอะไรที่ฉันต้องรู้เกี่ยวกับคู่หมั้นของผู้หญิงคนนั้น”
         “ฉันว่าซายาเน่เรียกเขาวาตานาเบะก็ได้นะ ทำไมถึงทำน้ำเสียงห่างเหินจัง…ไม่ใช่เรื่องของพารุซะทีเดียวนะ เรื่องของวาตานาเบะต่างหาก”
         “เลิกแหย่ได้แล้วน่า เข้าเรื่องกันเถอะ”
         “ที่จะบอกคือเรื่องของวาตานาเบะจริง ๆ นะ ฉันไม่ได้แกล้งแหย่อะไรซายาเน่ พารุมาหาฉันเพราะเครียดเรื่องคู่หมั้น เห็นว่าไม่ยอมคุยด้วย” ผู้หญิงคนนั้นครั้งสุดท้ายเธอก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่อยู่แล้ว ถึงจะไปกับคู่หมั้นก็เถอะ คนที่จำอะไรไม่ได้สักอย่าง จะไปยอมรับความจริงที่เพิ่งรู้ได้ยังไง แต่ต่อให้ฉันห่วงไปเองก็คงไม่ช่วยอะไรมากนักหรอก เรื่องแบบนี้มันเป็นสิ่งที่วาตานาเบะต้องยอมรับให้ได้ในสักวัน ซึ่งเมื่อเธอได้ความทรงจำกลับมา ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
         “ฉันจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้จริง ๆ เหรอ”
         “จำเป็นมาก ๆ เลยแหละ ก็พารุขอร้องให้ฉันบอกซายาเน่ ช่วยพูดกับซายาเน่ ให้โทรหาวาตานาเบะหน่อย”
         “ฉันเนี่ยนะ” คนที่เป็นคู่หมั้นไม่สบายมากขนาดนี้ ชิมาซากิเองคงไม่มีทางเลือก จนถึงขั้นยอมให้ฉันโทรไปคุยกับวาตานาเบะ ไม่ระแวงวาตานาเบะกับฉันเหรอ จริงสิ…ชิมาซากิไม่ได้รู้เรื่องที่ฉันทำกับคู่หมั้นเธอ บ้าจริงนี่ฉันกำลังคิดอะไรเหลวไหลไร้สาระมากขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับวาตานาเบะ
         “พารุบอกฉันว่า วาตานาเบะอยากคุยกับซายาเน่ ตอนที่คุยกันครั้งล่าสุด” เธอยังเอาแต่ใจเหมือนเดิม ก็เคยบอกไปแล้วว่าเธอจะทำอะไรอย่างที่อยากทำไม่ได้ วาตานาเบะนี่ดื้อจริง ๆ “ตัวฉันเองก็บอกพารุแล้วว่าไม่รับประกันว่าซายาเน่จะช่วยมั้ย”
         “วาตานาเบะยังไม่ดีขึ้นเหรอ สรุปหมอบอกว่ายังไง ยุยพอจะรู้มั้ย”
         “พารุบอกฉันคร่าว ๆ ว่าวาตานาเบะแค่เสียความทรงจำไปบางส่วน แต่ความจำเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้ แค่ต้องรอวันที่จะได้ความทรงจำคืนมา”
         “ยุย…ฉันขอพูดเลยนะ มันก็เรื่องของสองคนนั้นแล้ว การที่ให้ฉันไปคุยกับวาตานาเบะ ไม่ได้หมายความว่ามันจะดีขึ้นสักหน่อยนี่ ใช่มั้ยล่ะ ฉันไม่ได้มีส่วนที่จะทำให้วาตานาเบะได้ความทรงจำกลับมาด้วยซ้ำ ฉันแค่ไปฉลองวันเกิดของตัวเอง แล้วก็เมามากด้วยเหมือนกัน”
         “ฉันเข้าใจซายาเน่นะ พารุดูเครียดมาก ปกติพารุน่ะ ไม่ค่อยเอาเรื่องส่วนตัวมาพูด ถ้าไม่หนักนาสาหัสเกินจะอดกลั้นไว้ น่าจะหมดหนทางที่พอคิดออกแล้ว ยังไงก็…ช่วยคู่นี้เขาหน่อยเถอะ คิดซะว่าช่วยเหลือเพื่อนของเพื่อน”
         “ฉันไม่มีเบอร์วาตานาเบะ”
         “เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาหรอก เดี๋ยวฉันส่งข้อความไปให้”
         หลังยุยวางสายไปไม่เท่าไหร่ ก็ส่งเบอร์ของวาตานาเบะมาให้ ฉันถอนหายใจกับเรื่องยุ่งที่กำลังทำให้วุ่นวาย ฉันไม่อยากจะเกี่ยวข้องอะไรกับวาตานาเบะอีก

         “ฉันจะพูดยังไงกับคนอย่างเธอดี”
         “พูดว่าเธอก็ดีใจที่ฉันมาหา” วาตานาเบะที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียง ส่งเสียงตอบโดยไม่สะทกสะท้านกับเรื่องที่เธอมาหาฉันถึงที่ห้องสักนิด
         “เลิกเอาแต่ใจได้มั้ย ชิมาซากิเขาเป็นห่วงเธอมากนะ” วาตานาเบะลุกเข้ามาหาและจงใจเข้ามานั่งบนพนักเก้าอี้นวมที่ฉันนั่งอยู่ ตัวเดิมกับที่เคยมองดูเธอนอนเล่นเมื่อหลายวันก่อน ตอนที่ฉันยังไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร และเธอมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว วาตานาเบะจ้องหน้าใกล้ ๆ
         “ซายากะใจร้าย ไม่คิดอยากช่วยฉัน ไม่ห่วงฉันสักนิดเลยเหรอ” ฉันปล่อยให้คนบนพนักเก้าอี้หยิบโทรศัพท์ไปจากมือ วาตานาเบะมองหน้าจอ แล้วก็มองหน้าฉัน
         “เธอจะว่าฉันใจร้ายไม่ได้หรอกนะ มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันสมควรจะทำ ไม่ดีมาก ๆ ด้วยที่ทำแบบนี้กับคู่หมั้นของคนอื่น มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เธอเข้าใจฉันบ้างได้มั้ย”
         “แล้วซายากะเข้าใจฉันบ้างมั้ย ว่าฉันรู้สึกยังไง ตอนนี้ฉันมีแต่ซายากะคนเดียว ฉันไว้ใจเธอ ฉันอยู่กับเธอแล้วฉันสบายใจ เธอจะให้ฉันทำยังไง ให้ฉันรักคนที่ฉันจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้สักอย่างเหรอ ถูกของเธอ…ชิมาซากิเป็นคู่หมั้น แต่ฉันตอนนี้ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น มันสับสนไปหมดอยู่ในหัว ฉันจะบ้าตายที่มันว่างเปล่าไปหมด แต่ทุกครั้งที่ฉันรู้สึกแย่ ก็มีแต่หน้าซายากะที่มันชัดเจน มีแค่เธอคนเดียว ถามว่าฉันอยากเป็นแบบนี้มั้ย ฉันก็ไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้นักหรอก”
         “มิยูกิ…” ฉันเอื้อมมือไปพยายามจะเช็ดหยดน้ำตาใสเป็นทางที่กำลังไหลออกมาอาบแก้ม ดวงตาแดงก่ำของวาตานาเบะ ทำให้ฉันใจคอไม่ดี แต่เธอปัดมือฉันออกพร้อมกับยื่นโทรศัพท์คืนให้
         “อย่ามาเรียกด้วยชื่อฉันแบบนั้น ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน…ขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน” วาตานาเบะลุกออกไปทันทีที่พูดจบ ฉันได้แต่เช็ดน้ำตาที่ไม่รู้ว่าจะไหลออกมาทำไมนักหนาอยู่คนเดียว แต่ถ้าไม่ใจแข็งไว้ ฉันเองจะต้องรู้สึกแย่แน่ ๆ ถ้าวันที่ความทรงจำของวาตานาเบะกลับมา
         ฉันกลัวว่าวันนั้น จะไม่อยากเสียเธอไปให้ใคร…

         “เป็นไงบ้าง ได้โทรไปหาวาตานาเบะมั้ย” ยุยถามไถ่เมื่อฉันเข้ามาในบ้านเธอ เจ้าของบ้านนั่งข้าง ๆ สีหน้าแสนสดชื่น แตกต่างกับฉันสิ้นดี วันนี้เธอมีเรื่องอยากพูดคุยกับฉัน ถึงเธอจะบอกแบบนั้นแต่ลางสังหรณ์บอกฉันว่าคงมีอะไรมากกว่านั้น
         “ไม่รู้จะคุยอะไร แต่ฉันพยายามแล้ว” ความจริงคือหลังจากที่ทะเลาะกันครั้งล่าสุด เธอร้องไห้ออกจากห้องของฉันไป โทรหากี่รอบ วาตานาเบะก็ไม่รับสายเลยสักครั้ง
         “เดี๋ยวพารุจะพาวาตานาเบะมาที่บ้านฉัน”
         “ชิมาซากิเพื่อนยุย เขามาขอร้องอะไรอีกรึไง” ฉันแปลกใจนิดหน่อยที่ยุยบอกแบบนั้น แต่ไม่ได้แสดงอาการสงสัยออกไป
         “ก็คงไม่ถึงกับขอร้องมั้ง แต่พารุอยากอยู่กับวาตานาเบะบ้าง ซึ่งวาตานาเบะไม่ยอม ก็เลยต้องอาจจะมาพบปะกันแบบนี้ เพื่อให้พารุได้ใช้เวลากับวาตานาเบะสักหน่อยก็ยังดี ถึงแม้จะมีพวกเราสองคนอยู่” ยุยอธิบายเบื้องต้นให้ฟัง แต่การที่ฉันเพิ่งทะเลาะกับวาตานาเบะไป ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้วาตานาเบะอยากเจอฉันอีก ฉันไม่คิดว่าแผนคราวนี้จะลุล่วง เหมือนอย่างที่ยุยกับชิมาซากิคิด
         “ฉันเข้าใจถูกมั้ย ว่าเพื่อนของยุย เขาจะใช้เราเป็นสะพาน”
         “เรียกว่าขอให้เราเป็นตัวช่วยดีกว่านะ ยังไงซายาเน่ก็ว่างอยู่แล้วนี่ ถือซะว่ามาหาอะไรทำแก้เครียด” ยุยยิ้มเมื่อเห็นว่าฉันทำหน้าไม่เห็นด้วยกับเธอ
         “มันจะแก้เครียดได้ตรงไหนล่ะเนี่ย”
         “งั้นถือว่าช่วยฉันนะ” ยุยตบไหล่ปลอบใจก่อนจะรีบออกไปเตรียมของต้อนรับสองคนที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

         พักใหญ่ต่อมาก็ปรากฏร่างของหญิงสาวสองคนในบ้านของยุย ชิมาซากิทักทายกับยุยอยู่ ส่วนวาตานาเบะ มีสีหน้าเรียบเฉย แต่เธอชำเลืองมองฉันก่อนจะทักทายกับยุยตามมารยาท
         “คุณโยโกยามะ ฉันขออนุญาตคุยอะไรด้วยสักหน่อยนะคะ” ยุยคงตั้งตัวไม่ถูก เมื่อคนที่ชวนคุยก่อนกลับเป็นวาตานาเบะ “เป็นการส่วนตัว” ชิมาซากิพยักหน้าให้ยุยอย่างเข้าใจ ก่อนที่คู่หมั้นของวาตานาเบะจะเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นไม่ไกลจากบริเวณที่ฉันนั่งอยู่ และปล่อยให้ยุยพาวาตานาเบะไปหาที่คุยกันสองคน
         ฉันนั่งเงียบ ๆ เช่นเดียวกับชิมาซากิ จนกระทั่งยุยกลับมาพร้อมกับวาตานาเบะ
         “พารุ ขอเวลานิดสิ” ยุยเรียกเพื่อนไปสีหน้าไม่ค่อยดีนัก วาตานาเบะรอจนคู่หมั้นเธอออกไปกับยุย จึงเข้ามานั่งใกล้ ๆ
         “สนุกเหรอที่เห็นฉันต้องรู้สึกแย่ ร่วมมือกันทำอะไร อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”
         “ฉันไม่ได้อยากร่วมมือสักหน่อย แต่ยุยขอร้องไว้” ฉันระวังเสียงไม่ให้ดังเกินไป และพยายามจะไม่โต้เถียงกับวาตานาเบะด้วย “ทุกคนเขาเป็นห่วงเธอ เขาถึงทำแบบนี้ โดยเฉพาะชิมาซากิ”
         “ทีเรื่องแบบนี้รู้ดี เรื่องของคนอื่น ยามาโมโตะอยากจะเป็นคนดียอมเจ็บเองคนเดียวหรือไง”
         “เธออยากให้ฉันทำอะไรกันแน่” ฉันเริ่มโมโห เมื่อวาตานาเบะแขวะไม่เลิก เธอตาขวางใส่ฉัน
         “เลิกทำตัวเป็นคนดีสักที เธอเองก็ชอบฉันใช่มั้ย”
         วาตานาเบะสะดุ้งสุดตัวเมื่อฉันเข้าไปจับแขนเธอไว้แน่น และเก็บเกี่ยวความคิดถึงที่มีต่อผู้หญิงคนที่กำลังจูบตอบกลับมาเมื่อฉันละเลงริมฝีปากกับเธออย่างโหยหา โดยไม่สนใจว่าเพื่อนฉันกับคู่หมั้นของวาตานาเบะจะกลับเข้ามาตอนไหน “ใช่…มิยูกิ ฉันชอบเธอ”
         ทั้งห่วงทั้งเจ็บที่ดันไปรู้สึกกับเธอแบบนั้น มีเรื่องไม่ดีมากมายที่ฉันต้องทำเมื่อชอบวาตานาเบะ ใครจะคิดว่าฉันจะเกิดชอบคู่หมั้นของคนอื่นขึ้นมาจริง ๆ เรื่องดีมีแค่อย่างเดียวตรงที่ฉันไม่ต้องใจร้ายกับผู้หญิงเอาแต่ใจอย่างเธอ ไม่อยากเห็นน้ำตาของเธออีก
         “ซายาเน่” หลังสิ้นเสียงของยุย ฉันก็โดนใครบางคนกระชากออกมาจากตัววาตานาเบะ ตามมาด้วยเสียงฝ่ามือที่ทำให้ฉันรู้สึกตัวจากรสจูบเมื่อครู่ ว่าฉันยิ่งสร้างปัญหาให้ผู้หญิงเอาแต่ใจเข้าเสียแล้ว
         “นี่มันอะไรกัน” ชิมาซากิกราดเกรี้ยว มองฉันสลับกับวาตานาเบะคนที่โดนตบจนหน้าสะบัด
         “พารุ ใจเย็น ๆ” ยุยพยายามจะห้ามแต่คู่หมั้นของวาตานาเบะดูจะไม่ฟังอะไรอีกต่อไป เธอเดินออกไปจากบ้าน ท่าทางรับไม่ได้กับสิ่งที่เห็น “ซายาเน่ อย่าเพิ่งกลับล่ะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ยุยตามชิมาซากิออกไปอีกคน และทุกอย่างก็สงบลง
         “จะกลับบ้านก่อนมั้ย”
         “ซายากะ…ไม่ต่อว่าฉันเหรอ” วาตานาเบะถามซึม ๆ เมื่อฉันไปแตะตัวเธอ
         “คงไม่ต้องแล้วล่ะ มิยูกิน่าจะเข้าใจสักที ว่าสิ่งที่เรารู้สึกต่อกันมันส่งผลยังไงบ้าง ต่อให้มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากแค่ไหน แต่เห็นมั้ยว่ามีใครที่ต้องเจ็บ และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไม ฉันถึงยอมเป็นคนใจร้ายที่พยายามไม่สนใจเธอ ต้องอดทนยอมรับความจริงว่าเธอมีเจ้าของแล้ว และพยายามหักห้ามใจ”
         “ฉันชักไม่มั่นใจแล้วว่า ถ้าความทรงจำกลับมาจริง ๆ ฉันจะยังอยากเป็นคู่หมั้นของชิมาซากิหรือเปล่า”
         “อย่าเพิ่งคิดไปถึงเรื่องนั้นเลย กว่าจะผ่านเรื่องราวอุปสรรคมากมายจนได้หมั้นกัน ฉันว่าจากท่าทางที่เขาแสดงออกวันนี้ ชิมาซากิรักมิยูกิมากนะ” วาตานาเบะมองฉันด้วยสายตาเจ็บปวด เมื่อฉันประคองหน้าเธอเพื่อปลอบใจและพยายามอธิบายต่าง ๆ นานา พยายามอธิบายในสิ่งที่ทำให้ฉันเองก็เจ็บ
         “แล้วคนที่กำลังพูดกับฉัน จะต้องเจ็บอยู่แบบนี้อย่างงั้นเหรอ ซายากะคิดว่าฉันจะทนเห็นสีหน้าแบบนี้ ที่ต้องแบกรับความเจ็บไปคนเดียวได้จริง ๆ เหรอ” วาตานาเบะรวบมือฉันออกจากแก้มทั้งสองข้างของเธอแล้วจับไว้ ก่อนจะเข้ามาหอมแก้ม เธอถอนหายใจแรงหนึ่งเฮือกใหญ่แล้วพูดในสิ่งที่ทำให้ฉันยิ่งกลุ้มใจ
         “ฉันจะขอถอนหมั้นกับชิมาซากิ…”

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้ยุยพารุเท่านั้น
[Short] – ฉันจะเอาแต่ใจ EP03 (SayaMilky x YuiParu)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s