[Short] – ฉันจะเอาแต่ใจ EP05 (SayaMilky x YuiParu)

Posted on Updated on

         “เลิกยุ่งกับวาตานาเบะได้มั้ย…ซายาเน่”
         “อันนี้สั่งหรือว่าขอร้อง…อย่าทำหน้างั้นสิ ฉันล้อเล่น” ยุยกลับมาบ้านตอนเช้ามืด หลังจากที่เธอตามชิมาซากิไปหลังเกิดเรื่องฉันจูบกับวาตานาเบะให้ชิมาซากิเห็น พอเข้าบ้านได้ก็ใส่ฉันที่นั่งรออยู่ทันที เธอไม่สนุกด้วยกับโจ๊กพาเพื่อนเครียด “ยุยพูดขนาดนี้ ฉันจะทำอะไรได้อีก” ฉันคุยสบาย ๆ กับเพื่อน ทั้งที่ตอนพูดกำลังรู้สึกแย่เต็มที
         “เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นได้มั้ย” เมื่อฉันได้แต่ส่งยิ้มบาง ยุยจึงคาดคั้นเพื่อขอความมั่นใจ
         “ได้อยู่แล้ว” นั่นคงไม่อาจเรียกว่า เป็นคำมั่นสัญญาอะไรจากฉัน จะมีใครรู้ดีไปกว่าตัวฉันเองล่ะ ว่าการให้เลิกคิดถึงวาตานาเบะ มันยากขนาดไหน เลิกยุ่งสั่งตัวฉันสั่งได้ แต่สั่งใจฉันไม่คิดว่าจะทำได้เท่าไหร่
         “ถ้าทำได้อย่างที่พูด ซายาเน่จะร้องไห้ทำไม” ฉันกลั้วหัวเราะไม่มองเพื่อน ได้แต่ยกมือเช็ดน้ำตา และยอมแพ้ให้ความอ่อนแอของตัวเอง ก่อนหน้าที่ยุยจะกลับมาฉันนั่งทบทวนอยู่คนเดียวแล้วก็น้ำตาไหล พอกลั้นได้ รู้สึกว่าทำใจได้ แต่ไม่นานก็ร้องอีก
         “ฉันชอบวาตานาเบะ นี่มัน…ค่อนข้างพูดยากนะ แต่ก็ตามนั้น” ขอบคุณที่ฉันยังไม่สะอื้นจนถึงขั้นพูดอะไรไม่รู้เรื่อง การเลือกเปิดใจกับเพื่อนสนิทอย่างตรงไปตรงมาอาจช่วยให้ฉัน ไม่ต้องรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้
         “ตอนนั้นวาตานาเบะก็เข้ามาบอกว่าชอบซายาเน่กับฉัน พูดตามตรงนะ ฉันไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างซายาเน่กับวาตานาเบะ ฉันไม่อยากเห็นใครร้องไห้หรือเสียใจกับเรื่องที่มันเกิดขึ้น” ยุยเกี่ยวคอฉันไว้ ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอ ไม่ได้โกรธอะไร จะมีก็แค่โกรธตัวเองเท่านั้น “แต่ฉันก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของพารุเหมือนกัน รู้อะไรมั้ย ตอนที่พารุเตลิดออกไป ฉันเหมือนจะได้รับความรู้สึกโกรธมาด้วย กลายเป็นเจ็บอยู่ลึก ๆ ที่เห็นพารุเสียใจอย่างนั้น”
         “เพื่อนสนิทยุยนี่ เป็นธรรมดาที่ต้องเจ็บไปกับเพื่อนด้วยนั่นแหละ”
         “พารุอยู่ข้าง ๆ ฉันมาตลอด ก็แปลกนะ บางครั้งฉันค่อนข้างห่วงเพื่อนมาก และอาจมากจนเกินไปด้วยซ้ำ แต่มันอดไม่ได้ ฉันก็ไม่คิดว่าจู่ ๆ พารุจะหมั้น หลายครั้งที่ฉันอยากบอกพารุว่ามันเร็วไปหรือเปล่า แต่ท้ายที่สุดแล้ว ฉันไม่ได้พูดอะไรเพราะถือเป็นการตัดสินใจของเพื่อน หลังจากนั้นที่ฉันทำได้ ก็คงแค่เฝ้ามองและคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ แบบนี้และตลอดไป”
         “ทุกสิ่งรอบตัวเราก็มีเรื่องให้แปลกใจอยู่เสมอนั่นละ ฉันยังแปลกใจตัวเองที่ชอบวาตานาเบะ มันเกิดขึ้นได้ยังไง ฉันไม่รู้ แต่เกิดขึ้นก่อนที่ฉันจะได้รับข้อความจากยุยวันนั้น ที่ยุยบอกว่าวาตานาเบะเป็นใคร…ฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายเพื่อนยุยนะ อีกอย่าง…หลังจากนี้ฉันเอง ตั้งใจไว้ว่าจะเลิกยุ่งกับวาตานาเบะเขาอยู่แล้ว”
         “ขอบใจนะซายาเน่” ฉันเพิ่งเคยเห็นว่ายุยมีสีหน้าเป็นกังวล ที่กังวลมาก ๆ เธอมักจะสนุกสนานร่าเริงเสมอ นี่ก็หมายความว่าชิมาซากิมีความสำคัญกับยุยจริง ๆ
         “แต่ว่ายุย…วาตานาเบะน่ะเป็นคนดื้อมาก ก่อนเธอจะกลับไป เธอบอกว่าจะขอถอนหมั้นกับชิมาซากิ คือฉันไม่มั่นใจว่าต่อให้ฉันเลิกยุ่ง ไม่ไปข้องแวะกับเธอ ก็ไม่รู้ว่าวาตานาเบะจะหยุดคิดเรื่องถอนหมั้นหรือเปล่าน่ะสิ ตราบใดที่ความจำของวาตานาเบะยังไม่กลับมา ฉันคิดว่าคงจะดื้อไปจนกว่าจะจำเรื่องราวทั้งหมดได้นั่นละ”
         “อยู่กับเขาไม่กี่วัน ซายาเน่เข้าอกเข้าใจวาตานาเบะได้ดีจังนะ” ยุยไม่วายทำหน้าสงสัยอีกครั้ง ที่ฉันเข้าใจวาตานาเบะก็เพราะฉันเจอความดื้อมากับตัวเลยต่างหาก “ซายาเน่…ไม่ว่าอะไรใช่มั้ย ถ้าฉันจะคุยเรื่องนี้กับวาตานาเบะเอง” ไม่นึกว่าจะมีวันที่ฉันต้องคุยกับยุยด้วยความรู้สึกสับสนอะไรมากมายเท่าวันนี้มาก่อนเลยในชีวิต ความรู้สึกที่มีแต่ความอ่อนแอ ให้กับใครอีกคนที่เข้ามามีอิทธิพลต่อใจ เข้ามาตั้งแต่วันแรกที่ฉันได้รู้จักเธอ และฉันก็เสียเธอไปในวันนั้นด้วยเหมือนกัน เพราะเธอมีเจ้าของอยู่แล้ว
         “ตามสบายเลยยุย ฉันไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวผู้หญิงคนนั้นหรอก ไม่มีเลยสักอย่าง”
         “อยากเมาหน่อยมั้ย”
         “เอาจริงเหรอเนี่ย จะให้ดื่มอะไรตอนเช้ามืดแบบนี้” ยุยเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
         “อ้าว ก็เผื่อว่าจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ แม้ว่ามันจะนิดหน่อยก็เถอะนะ” ยุยผ่อนคลายบ้างแล้วเมื่อเริ่มชวนคุยเรื่องอื่น
         “มันก็คงจะดีได้แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ หัวใจที่มันเป็นแผลไปแล้ว ยังไงซะฉันคงหลอกตัวเองไม่ได้หรอกยุย หลอกยากยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น” ฉันถอนหายใจและขอตัวกลับที่พักตัวเอง “ฝากด้วยนะ แล้วก็ฝากขอโทษชิมาซากิเพื่อนยุยด้วย”

         แต่บางเรื่องสำหรับวาตานาเบะก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ฉันอยากให้เป็น หลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ ผู้หญิงคนนั้นมาหาฉันและเล่าหลายเรื่องที่ทำให้ฉันแทบล้มทั้งยืน ยังดีที่ฉันประคองตัวเองให้ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้
         เธอไม่ได้ความจำเสื่อม…
         เธอหลอกฉัน…และหลอกแม้กระทั่งคู่หมั้นของตัวเองอย่างชิมาซากิ
         ยิ่งฉันได้ใกล้เธอ ยิ่งได้สัมผัสเธอ ก็ยิ่งคิดถึงวาตานาเบะ…แต่เป็นวาตานาเบะคนนั้น คนที่ความจำเสื่อม วาตานาเบะในภาพมายาที่ทำให้ฉันมีความสุขเหลือเกิน ฉันจะลืมผู้หญิงเอาแต่ใจคนนั้นได้ยังไง… มันแย่ค่อนข้างหนักหนาสำหรับฉันเลยละ ที่ทุกอย่างคือการแสดงของวาตานาเบะผู้เลือดเย็น
         เธอยิ้มให้ฉันตลอดเวลา แต่เป็นยิ้มที่ไม่ชวนปรารถนาเลย
         ฉันอยากให้วาตานาเบะคนที่ยิ้มจนโลกสดใส เมื่อวันนั้น บนเตียงคนนั้น…กลับมาหาฉัน
         ซายากะตื่นสักทีสิ…เธอเองก็รู้ตัวดี ทุกอย่างนั่น
         เป็นเพียงแค่ภาพมายาที่วาตานาเบะคนนี้สร้างมันขึ้นมา…

         วาตานาเบะคนที่ฉันไม่ต้องการ กลับมาหาฉัน และเธอยังมาพร้อมกับปัญหาอีกครั้ง…
         ฉันออกมาทำธุระเป็นเพื่อนยุย เพื่อจะซื้อของไปจัดงานเลี้ยงปลอบใจชิมาซากิคนที่ถูกถอนหมั้น ยุยตั้งใจเลือกของอย่างมีความสุข เธอบอกว่าจะไม่ยอมเห็นชิมาซากิต้องเศร้าเสียใจ ระหว่างนี้ที่พอจะช่วยอะไรได้ก็อยากทำให้ชิมาซากิร่าเริง
         แต่ระหว่างที่กำลังเดินเลือกของกันอยู่ ยุยก็เกิดไปเห็นวาตานาเบะเข้า และฉันก็ห้ามเพื่อนไม่ทัน เมื่อยุยรุดไปยังร้านที่วาตานาเบะกำลังนั่งอยู่กับใครสักคน
         “วาตานาเบะ…พารุ” ชิมาซากิตกใจเมื่อยุยเข้าไป แต่วาตานาเบะกลับมองอย่างไม่แยแสนัก แล้วหันไปพูดกับชิมาซากิซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเธอ
         “บอกแล้วไงว่าเราจบกันแค่นี้ จะต้องให้บอกสักกี่รอบเธอถึงจะเข้าใจ”
         “วาตานาเบะใจเย็น ๆ ก่อนนะ จนกว่าความจำจะกลับมา ช่วยคิดเรื่องถอนหมั้นอีกหน่อยได้มั้ย ช่วยรอก่อนจนกว่า…”
         “ฉันต้องคิดให้เสียเวลาทำไมคะ…เอ๊ะนี่ยามาโมโตะยังไม่ได้บอกคุณเหรอ” ยุยหันมาหาฉันซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ทันทีเมื่อวาตานาเบะตอบแบบนั้น ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องที่วาตานาเบะแกล้งความจำเสื่อมกับยุย เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่
         “บอกเรื่องอะไร ซายาเน่”
         “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันบอกอีกรอบก็ได้ จะได้เคลียร์ ๆ กันไป” วาตานาเบะยิ้ม ทำท่าใจดีที่จะตอบแทนฉัน ฉันเกลียดรอยยิ้มนั่นของเธอ มันมีแต่ความเสแสร้ง เธอตั้งใจจะทำร้ายความรู้สึกของชิมาซากิ “ที่ฉันถอนหมั้น ไม่ใช่เพราะว่าฉันชอบยามาโมโตะหรอกค่ะ ทุกอย่างเป็นแค่การแสดง” อดีตคู่หมั้นของชิมาซากิลุกขึ้นยืนมาเผชิญหน้ากับยุยและพูดชัดถ้อยชัดคำ
         “หมายความว่ายังไง” ยุยถามเสียงแข็งขณะที่มองวาตานาเบะ
         “หมายความว่าฉันแค่หลอกใช้พวกฉลาดน้อย มันเป็นแค่เรื่องสนุก ๆ ในกลุ่มเพื่อนฉันเท่านั้นเอง ที่พนันกันไว้ว่าใครจะทำให้พารุหลงได้ ไอ้เรื่องความจำเสื่อม ฉันก็แกล้งเล่นละครตบตา ตอนนั้นน่ะเหรอ…ฉันคิดจะหลอกใช้คนอย่างยามาโมโตะ เพื่อมาทำให้เกมสนุกมากขึ้น ก็แค่นั้น แต่บังเอิญว่าหลาย ๆ อย่างมันไม่เป็นไปตามแผนเท่าไหร่ แล้วก็เริ่มน่าเบื่อ น่าเบื่อเหมือนผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้น” วาตานาเบะมันไปมองชิมาซากิตอนที่ตอบยุย
         “เธอ…”
         “ยุย อย่าไปฟังผู้หญิงแบบนั้นเลย เขาแค่ต้องการจะยั่วเราเท่านั้นแหละ” ฉันรีบเข้าไปดึงยุยให้ออกมาห่าง ๆ จากวาตานาเบะ เมื่อเห็นว่าเพื่อนเริ่มโมโห
         “นี่คิดกันจริง ๆ เหรอว่าผู้หญิงอย่างพารุจะมีใครสนใจ ผู้หญิงน่าเบื่อแบบนั้นน่ะเหรอ ใครจะมารักมาชอบได้ลง น่าขยะแขยงชะมัด”
         ยุยตบหน้าวาตานาเบะ ฉันไม่เคยเห็นยุยโกรธใครมากขนาดกล้าลงมือตบหน้าคนอื่นเหมือนที่เพิ่งทำไป แต่ทว่าตัววาตานาเบะคงไม่รู้สึกถึงเรื่องไม่ปกติเหล่านี้ แถมยังแสยะยิ้มอย่างมีความสุข “เธอไม่มีสิทธิ์มาพูดถึงพารุแบบนั้น ไม่ว่าจะด้วยความสะใจหรือว่าเพราะอะไร…วาตานาเบะ”
         “หรือว่าโยโกยามะชอบผู้หญิงน่าขยะแขยงแบบนั้น หยี” วาตานาเบะส่งสายตาเหยียดหยามระหว่างที่เอามือนวดแก้มข้างที่โดนตบ จนฉันรู้สึกสงสารผู้หญิงอีกคนจับใจ ชิมาซากิกำลังนั่งเครียดอยู่
         “ฉันชอบพารุ ถ้าฉันรู้มาก่อนว่าพารุต้องมาเจอคนแบบเธอ ฉันจะไม่ปล่อยให้คนที่ฉันชอบไปเจอคนน่ารังเกียจแบบเธอแน่ ก็ดีที่เธอถอนหมั้น ฉันจะได้ดูแลพารุเอง”
         “อยากได้ก็เอาไปเถอะ คนไร้ค่าแบบนั้น”
         ฉันยืนรอจนยุยลากชิมาซากิออกไปจากบริเวณนั้นแล้ว คนอื่น ๆ ที่อยู่ในร้านเริ่มมองว่าจะมีเหตุอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า
         “แบบนี้ก็คงสมใจเธอแล้วใช่มั้ย วาตานาเบะ”
         “พูดเรื่องอะไรของเธอน่ะ” วาตานาเบะหันมายิ้มเสแสร้งอย่างพอใจ
         “เธอสะบัดชิมาซากิหลุดแล้วนี่ ที่ตั้งใจยั่วยุย เพราะสาเหตุนี้ใช่มั้ยล่ะ”
         “อย่างน้อยในพวกฉลาดน้อย ซายากะก็ฉลาดมากพอที่จะมองเรื่องราวทั้งหมดออก ประทับใจจัง”
         “เรื่องไม่ดีที่เธอทำมันก็ต้องมีเหตุผลทั้งนั้น และส่วนมากก็จะเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง คนที่น่าขยะแขยง ไม่ใช่ชิมาซากิเลยแม้แต่นิดเดียว เธอนั่นแหละวาตานาเบะ คนที่น่าแขยะแขยงที่แท้จริง”
         “อ๋อ แบบนี้นี่เองฉันกลายเป็นคนน่าขยะแขยงไปแล้วสิ เธอคิดว่าฉันจะสนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้เหรอซายากะ เธอไม่จำเป็นต้องมาทำเป็นต่อว่าฉันหรอกนะ เพราะฉันไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนแบบพวกคนดีอย่างเธอสักนิด”
         “ฉันไม่ได้จะต่อว่าให้เธอรู้สึกอะไร ฉันดีใจจริง ๆ ที่ฉันเลือกสิ่งที่ถูกต้องและเธอก็ต้องเปิดเผยด้านมืดของตัวเองออกมาเมื่อมันไม่เป็นไปตามแผนที่เธอต้องการ ฉันดีใจที่ยังไม่ตกเป็นเครื่องมือของเธอทำร้ายชิมาซากิมากไปกว่านี้”

         “ลาก่อน วาตานาเบะ…” นั่นคือประโยคสุดท้ายก่อนที่ฉันจะเดินออกมาจากตรงนั้นบ้าง

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้ยุยพารุเท่านั้น
[Short] – ฉันจะเอาแต่ใจ EP05 (SayaMilky x YuiParu)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s