[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP02 (SayaMilky)

Posted on Updated on


cr original pic : คลิก


เพราะม่าจุงที่ทำให้ยามาโมโตะ ซายากะต้องตกปากรับคำคอยตามดูแล วาตานาเบะ มิยูกิ อย่างเสียไม่ได้
แถมครูที่ปรึกษาของชมรมยังชอบผลงานการเล่นและทักษะของยัยหัวเห็ดคนนั้นซะด้วย
งานนี้ประธานชมรมคนเก่งก็มีแต่ต้องลุยเท่านั้น
แต่เอ๊ะ การดูแลผู้หญิงแบบนั้น ต้องทำยังไงบ้างล่ะ?


         ฉันยังกลุ้มใจไม่หายเมื่อม่าจุงเข้ามาคุยธุระสำคัญ หลังรู้ผลคนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าทีมฟุตบอลของชมรม เธอบอกว่าไปพนันกับผู้หญิงหัวเห็ดวาตานาเบะ มิยูกิไว้ ถ้าสามารถติดทีมได้ จะให้ฉันไปคอยดูแลผู้หญิงขี้อ่อยคนนั้น หักล้างที่ดูถูกเมื่อคุยกันครั้งก่อนไว้ ที่ฉันไม่คิดว่าคนแบบวาตานาเบะจะเล่นกีฬาได้
         “เป็นไงล่ะ ฉันบอกแล้วว่ามิลกี้มันไม่ธรรมดา” อีกคนเปิดสั้น ๆ ท่าทางมีความสุข ฉันแอบบ่นอย่างเอาแต่ใจตัวเองว่าวาตานาเบะก็ฝีมืองั้น ๆ เอง ทั้งที่จริงมันไม่ใช่
         “ถ้าฉันไม่ทำล่ะ” ในขณะที่ฉันกลัดกลุ้ม แต่ม่าจุงฉีกยิ้ม มั่นใจในความได้เปรียบจนล้นออกมาทางตา
         “แกก็เห็นว่าทาเคะซังรีเควสด้วยตัวเอง ครูให้จับมิลกี้เล่นคู่กับผู้หญิงที่อยู่ห้องสามนั่น”
         “แล้วไง” ฉันไม่อยากยอมรับเรื่องความสามารถของยัยหัวเห็ด ทักษะของคนที่ไม่เคยเล่นบอลมาก่อนยังดีได้ขนาดนี้ ถ้าได้รับการฝึกอีกหน่อยก็จะไม่ธรรมดาเหมือนอย่างที่ม่าจุงมั่นใจนักหนา ยิ่งตอนที่เล่นเข้าขากับคนที่วาตานาเบะจับคู่ด้วยยิ่งน่าสนใจ
         “ถ้าไม่ใช่มิลกี้ ซายาเน่คงจะรีบคว้าตัวไว้อย่างแน่นอนใช่มั้ยล่ะ เพราะถ้าไม่มองเรื่องนั้น มันเล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าทุกคนที่มาคัดเลือกและยังทีมเวิร์คที่เล่นกับคิชิโนะอีก ซึ่งทีมอื่น หลายคนพยายามที่จะโชว์ความสามารถของตัวเองมากเกินไป ฉันเข้าใจว่าเขาอยากเข้าทีม แต่ในการเล่นฟุตบอล ไอ้เก่งอยู่คนเดียวไม่ใช่หัวใจสำคัญ ทีมเวิร์คต่างหากที่จะทำให้ทีมประสบความสำเร็จ สองคนนั้นโดดเด่นกระแทกตามากในเรื่องการประสานงานการส่งบอล ฉันยังไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทาเคะซังถึงชม”
         “ใช่เพื่อนแกเก่ง จะชมอีกนานมั้ย” ฉันส่ายหัวฉุนคนขี้อวด แต่ก็ขำ ๆ ที่ม่าจุงขุดเอาความดีของเพื่อนมาจาระไน หมั่นไส้ก็มาก แต่ที่พูดก็เป็นเรื่องจริงซึ่งฉันเข้าใจดี แน่นอนฉันยอมรับสิ่งที่ครูทาเคโนะอุจิต้องการ
         “งั้นฉันสรุปเลยละกัน มิลกี้มันยอมมาทดสอบก็เพราะเรื่องที่พนันกันไว้ ถ้าซายาเน่ไม่ทำ คนอย่างมิลกี้ก็ไม่มีทางมาอดทนฝึกซ้อมได้ทุกเย็นหรอก เชื่อฉันได้เลย คิดซะว่าทำเพื่อทีมสิ ถ้าไม่ชอบขี้หน้าเพื่อนตัวแสบของฉัน”
         “เออ รู้แล้ว ฉันต้องดูแลอะไรยัยหัวเห็ดบ้างล่ะ” ถึงใจจะไม่อยากทำและบอกแบบนั้นกับตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ตาม เมื่อมาถึงขั้นนี้ทีมก็คงต้องมาก่อน
         “ดูแลทุกอย่างแหละมั้ง มิลกี้มันชอบเป็นที่สนใจ ถ้าให้ฉันแนะนำ ก็ลองดูแลเอาใจใส่ ให้ผู้หญิงขี้อ่อยหลงแกจนไม่ไปอ่อยผู้ชายคนอื่นอีก จะได้ตั้งใจมาซ้อม แบบนี้น่าจะดี” เพื่อนร่วมชมรมพูดทีเล่นทีจริงจนฉันแอบหวั่นใจ
         “นี่มันเป็นการดูแลประเภทไหนกัน ห๊ะ ?” ม่าจุงไม่ตอบแต่ระเบิดหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินจากไป ทำไมฉันจะต้องทำให้ผู้หญิงแบบนั้นมาหลงฉันด้วย บ้าบอกันไปใหญ่

         ทั้งห้าคนที่ผ่านการคัดเลือก มาถึงไล่เลี่ยกันหลังฉันและสมาชิกคนอื่น ๆ ในชมรมมาเตรียมพร้อมไม่นาน รุ่นพี่ไอเนี้ยงและรุ่นพี่ยามาดะ ก็มารอดูด้วยเช่นกัน ตอนนี้กำลังคุยกับครูทาเคโนะอุจิอยู่
         “สวัสดีทุกคนอีกครั้งนะคะ สำหรับในช่วงเย็นนี้ เราจะยังไม่มีการซ้อมใด ๆ ค่ะ เพียงแต่ทางฉันและก็ครูที่ปรึกษา ครูทาเคโนะอุจิ ยูทากะ ต้องการเรียกผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งห้าคน มาคุยรายละเอียดและตำแหน่งที่แต่ละคนจะเล่น” ฉันพลิกกระดาษในมือไปมาเพื่อเปิดดูรายละเอียดตำแหน่งของทั้งห้าคนนั้นตามที่ได้คุยกับครูทาเคโนะอุจิไว้ก่อนหน้านี้ “เดี๋ยวขอแนะนำสมาชิกที่มาวันนี้ก่อนนะคะ ฉันยามาโมโตะ ซายากะ เล่นตำแหน่งกองกลาง เป็นกัปตันทีมและประธานชมรมค่ะ ทางนั้นรุ่นพี่ปีสาม ฟุคุโมโตะ ไอนะเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูค่ะกับรุ่นพี่ยามาดะ นานะที่ตอนหลังผันไปเป็นผู้จัดการทีม คอยช่วยดูแลสมาชิกในทุก ๆ เรื่องค่ะ รู้สึกว่าปีนี้จะดันเด็กมัธยมปลายปีหนึ่งขึ้นมาช่วยงานด้วย เดี๋ยวไว้ค่อยแนะนำกันวันหลังนะคะ” รุ่นพี่ยามาดะพยักหน้าระหว่างที่ฉันทำหน้าที่ “ปีนี้รุ่นพี่หลายคนจะหลีกทางให้รุ่นน้องได้ลงเล่นเป็นตัวจริง แต่จะยังคงคอยให้คำปรึกษาอยู่เบื้องหลังค่ะ” คนที่ฉันเอ่ยชื่อพร้อมกับผายมือไปหา รีบโค้งทักทายทั้งห้าคนที่มาใหม่
         “ทางด้านโน้น โองาซาวาระ มายุ กองหน้า กับโจนิชิ เคย์ กองกลางและรองกัปตันรวมทั้งเป็นรองประธานชมรมนี้ค่ะ คิดว่าน่าจะคุ้นหน้ากันแล้ว จากเมื่อตอนพักเที่ยง” ทั้งสองคนเข้ามายืนข้างฉันหลังจากยกกระดานที่ใช้อธิบายแผนการเล่นมาตั้งไว้หน้าห้าคนที่มาใหม่เรียบร้อยแล้ว
         “ต่อไปนี้จะเป็นตำแหน่งที่จัดให้ทั้งห้าคนได้ลงเล่นนะคะ ซึ่งครูทาเคโนะอุจิรับทราบแล้ว” ฉันให้ม่าจุงช่วยติดป้ายที่เป็นรูปของแต่ละคนตามตำแหน่งต่าง ๆ “ในวันข้างหน้าหากเล่นไม่ถนัดหรือว่ามีปัญหา สามารถมาคุยกับฉันกับโจนิชิ หรือจะคุยปรึกษาโดยตรงกับครูทาเคโนะอุจิก็ได้ค่ะ เพื่อที่จะได้ปรับปรุงให้การเล่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

         ฉันชะโงกหน้าไปมองที่กระดานอีกครั้งระหว่างที่เรียบเรียงว่าจะอธิบายเรื่องไหนก่อน “เรามาเริ่มที่ตำแหน่งผู้รักษาประตูกันก่อนนะคะ คาวาคามิ จิฮิโระ คนที่จะได้เล่นตำแหน่งนี้ ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือปฏิกิริยาต่อลูกบอลไวมาก ได้รับการคัดเลือกจากผลงานการป้องกันประตูไว้ได้ดีที่สุด อันนี้ทางพวกเรายังดูองค์ประกอบอื่นด้วย คือเรื่องที่เพื่อนร่วมทีมอีกสองคนในตอนนั้นคือวาตานาเบะกับคิชิโนะ ซึ่งถนัดเกมบุกมากกว่าตั้งรับ ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ นะคะก็คือ แม้จะไม่มีคนที่ช่วยเรื่องเกมตั้งรับเหมือนอย่างทีมอื่น แต่คาวาคามิก็ยังทำผลงานได้น่าประทับใจค่ะ คือเสียประตูให้กับพวกเราที่เป็นสมาชิกชมรมน้อย” คนที่ถูกพูดถึงก้มหัวเขิน ๆ หลบไม่กล้ามองคนอื่น ๆ ยกเว้นสองคนที่นั่งข้าง ๆ อย่างวาตานเบะและคิชิโนะที่กระซิบกระซาบกันเป็นระยะ
         “มาต่อที่ตำแหน่งกองหลัง โดยส่วนตัวฉันนะคะ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร หน้าที่หลัก ๆ ก็คือคอยตัดเกมคู่แข่งและส่งบอลประสานงานกับกองกลาง ซึ่งก็คือฉันเองและก็โจนิชิค่ะ แล้วแต่ว่าตอนนั้นเล่นแผนไหน กองหลังจะเล่นกับตัวริมเส้นทั้งซ้ายขวาด้วย แต่ถามว่าเจาะจงแค่ตำแหน่งนั้นมั้ย ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ พวกเราทุกตำแหน่งต่างต้องช่วยกัน ตอนนี้ตัวริมเส้นทางขวาทีมเรามีคิโนชิตะ โมโมกะลงเล่นเป็นประจำอยู่ สลับกับชิโรมะ มิรุซึ่งเล่นได้ทั้งริมเส้นซ้ายกับขวาแต่ส่วนมากชิโรมะจะเล่นอยู่ทางด้านซ้าย ตัวริมเส้นทางซ้ายอีกคนคือโอตะ ยูริค่ะ กองหลังคนใหม่ของทีม นาอิกิ โคโคะโระ เอ่อ…ข้อดีตอนนี้ของนาอิกิคือตัวสูงแล้วก็ไว ตอนที่คัดเลือกตัว เด่นด้านช่วยเกมรับได้ดีกว่าตอนทำเกมบุก เดี๋ยวตอนซ้อมจะให้โยชิดะ อาการิเป็นผู้สอนพิเศษ อาจจะต้องเพิ่มเทคนิคการส่งบอล การมองเกม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมมีโอกาสบุกด้วย ซึ่งจะได้เพิ่มเติมในส่วนที่นาอิกิอาจสงสัยนะคะ” ฉันหันไปส่งสัญญาณกับเคจจิรองประธานให้ช่วยอธิบายตำแหน่งต่อไป
         “ทีนี้ทางยาบูชิตะ ชู จะเล่นตำแหน่งตัวริมเส้นทางด้านขวา หน้าที่อาจจะหนักหน่อย เพราะต้องคอยวิ่งขึ้นลงในไลน์ของตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วทุกตำแหน่งก็ต้องเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาค่ะ คือสนามของกีฬาประเภทนี้ ไม่ใหญ่เท่าฟุตบอลสิบเอ็ดคน ส่วนมากตัวริมเส้นจะประจำอยู่หลังเส้นกลางสนามเพื่อช่วยกองหลังเมื่อตั้งรับและวิ่งเติมเกมรุกไปช่วยกองหน้าตอนที่ทีมบุกค่ะ ยาบูชิตะค่อนข้างมีความไว คล่องตัวมาก เพราะงั้นพวกเราก็ปรึกษากันและลงตัวว่าจะลองให้เล่นในตำแหน่งนี้ค่ะ เป็นการใช้ข้อดีนี้ให้เกิดประโยชน์”
         “กองหน้าทั้งสองคน” ฉันเงยหน้ามองคนที่เหลือ และพยายามไม่สนใจผู้หญิงหัวเห็ดซึ่งกำลังอมยิ้มอย่างมีเลศนัย เมื่อเริ่มอธิบายต่อจากเคจจิ “กองหน้าหลัก ๆ ก็คือทำประตูคู่แข่งให้ได้ค่ะ ต้องสร้างโอกาสให้ตัวเองและยืนในตำแหน่งที่เพื่อนร่วมทีมสามารถส่งบอลมาให้ ต้องสู้กับกองหลังฝั่งตรงข้าม อาจจะมีกองกลางด้วย เขาต้องพยายามตัดบอลแน่นอนค่ะ คิชิโนะ จะเล่นเป็นหน้าเป้า เนื่องจากได้เปรียบที่ตัวใหญ่ หน้าเป้าหมายถึงว่าจะทิ้งเอาไว้ยืนเดี่ยว ๆ อยู่ด้านหน้า เอาไว้เบียดสู้กับฝ่ายตรงข้ามรวมทั้งที่คิชิโนะถนัดซ้าย อันนี้ทำให้ทีมเราได้เปรียบมากขึ้นมาอีกหน่อย แต่เพราะเรื่องความเร็วอาจเป็นรอง ถึงแม้ว่าจะไวในระดับหนึ่งที่รูปร่างสัดส่วนนี้ แต่การออกตัวอาจจะช้ากว่า ดังนั้นจึงมีกองหน้าต่ำที่มีความเร็วมาช่วยลดข้อเสียเปรียบนี้ ซึ่งก็คือตำแหน่งของวาตานาเบะ
         “โดยตามตำแหน่งแล้ว วาตานาเบะก็จะคอยต่อบอลกับกองกลางและตัวริมเส้น เพื่อหาทางสร้างโอกาสให้เกิดประตูไม่ว่าจะด้วยตัวเองหรือส่งต่อให้กับคิชิโนะ รายละเอียดและรูปแบบการซ้อมจะอธิบายให้เข้าใจตอนที่ซ้อมกันอีกที สิ่งที่พวกเราได้เห็นจากการคัดตัวก็คือ ทั้งสองคนประสานงานกันค่อนข้างดี ถ้าสามารถปรับการเล่นให้เข้ากับแผนการเล่นของทีม คิดว่าจะเป็นแนวรุกที่น่ากลัวอย่างแน่นอนค่ะ เอาละทั้งหมดก็ประมาณนี้นะคะ เอาไว้ตอนที่มาซ้อมน่าจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นในกรณีที่บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจ”

         หลังจากฉันหมดเรื่องชี้แจงในวันนี้ ทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันกลับไป ยกเว้นวาตานาเบะหัวเห็ดที่ยังคงเอ้อระเหยอยู่ไม่ไกลจากสนามมากนัก ท่าทางกำลังรอใคร
         “สงสัยอยากคุยกับซายาเน่” ม่าจุงแวะมาพูดใกล้ ๆ ตอนที่จะกลับ
         “เขาบอกเหรอ” ฉันถามทั้งที่ยังมองวาตานาเบะและเห็นว่าเธอนั่งเล่นโทรศัพท์
         “เปล่า”
         “แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาอยากคุยกับฉัน อาจจะรอหนุ่มอยู่ก็ได้”
         “ฉันคิดว่าตอนนี้มิลกี้คงดีใจจนเนื้อเต้นที่จะมี ‘สาวฮอต’ ของโรงเรียนอย่างแกไปคอยดูแล มากกว่าที่จะใส่ใจกับหนุ่มเบอร์ไหน ๆ ของเขาน่ะนะ อย่าใส่ใจเลย ฉันก็เดาไปเรื่อยแหละ แต่ถ้าซายาเน่อยากรู้ว่าใช่อย่างที่ฉันบอกหรือเปล่า ก็ลองเข้าไปคุยสิ ฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกัน” แทนที่จะอยู่เป็นเพื่อนกันแล้วเข้าไปคุยกับเพื่อนตัวเอง ม่าจุงพูดจบก็วิ่งไปไม่รอให้ฉันถามอะไรแม้แต่อย่างเดียว

         ฉันอ้อยอิ่งเก็บของไปเรื่อย ๆ เพื่อรอดูว่าจะยังมีคนอดทนได้จนถึงเมื่อไหร่ น่าแปลกที่สุดท้ายความอดทนของผู้หญิงอย่างวาตานาเบะก็ยังดึงให้เธออยู่ที่เดิมจนมืดค่ำ แสดงว่าคงเป็นฉันแล้วล่ะมั้งที่เธออยากจะคุยด้วย จะใช่จริงหรือเปล่า แต่คนแบบนั้นคงไม่โดนหนุ่มทิ้งให้คอยเก้ออยู่จนมืดค่ำเอาป่านนี้
         “ยังไม่กลับรึไง หรืออยากถามเรื่องฟุตบอล นี่มันก็มืดค่ำแล้ว” ฉันถามเหมือนเพิ่งเดินมาเห็น วาตานาเบะชักสีหน้าเล็กน้อย แต่ปรับได้อย่างเร็วไว
         “ฉันไม่ได้จะถามเรื่องนั้น ฉันแค่อยากจะแน่ใจว่า ยามาโมโตะคงไม่ลืมเรื่องที่ม่าจุงเคยบอกไว้” วาตานาเบะยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋า วางอำนาจจนฉันอยากหัวเราะ ทำไมจะต้องจริงจังกับเรื่องแค่นี้ด้วย รู้สึกไร้สาระเสียจริง
         “ฉันไม่ลืมหรอก”
         “ก็ดี” กองหน้าคนใหม่ของทีมสะบัดหน้ายิ้มแย้มโบกมือขอตัว สรุปว่ายัยหัวเห็ดนั่งรออยู่ตั้งนาน เพื่อถามเรื่องแค่นี้หรอกเหรอ
         “ฉันหวังว่าคงจะได้เห็นฝีมือการเล่นกีฬาของเธอ ให้สมกับที่ม่าจุงชมเอาไว้นักหนาด้วยล่ะ ไม่ใช่แค่มาติดทีมโก้ ๆ แล้วก็แค่อยากอวดคนทั้งโรงเรียนเรื่องที่ฉันต้องคอยปรนนิบัติเธอ เธอเข้าใจใช่มั้ย” ไม่ใช่ว่าฉันคนเดียวสักหน่อยที่ต้องพยายามแต่วาตานาเบะเองก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ด้วย อีกคนหันมาแสยะยิ้มไม่สะทกสะท้าน
         “ฉันอาจจะเล่นดีจนเธอนึกขอบคุณเลยก็ได้ มันขึ้นอยู่กับว่าฉันพอใจกับการดูแลจากเธอมากแค่ไหน ยิ่งเธอทำให้ฉันพอใจมากเท่าไหร่ ฉันก็จะเล่นตอบแทนให้มากเท่านั้น แต่ถ้าวันใดฉันรู้สึกไม่โอเคกับเธอ ฉันก็จะไม่โอเคกับการเล่นฟุตบอลด้วยเหมือนกัน เลือกเอานะยามาโมโตะ” วาตานาเบะมั่นอกมั่นใจในฝีมือการเล่นฟุตบอลของตัวเองขนาดนี้เชียว หรือเพราะม่าจุงจะไปพูดชมไว้เยอะจนยัยหัวเห็ดเหลิง
         “ดูท่าทางเธอจะมั่นใจในทักษะของตัวเองมากนะ ถ้าเกิดเล่นห่วยแตกเมื่อไหร่ ฉันจะหักลดระดับการดูแลลงมา เพราะฉันก็มั่นใจว่าฉันจะทำได้ดีในส่วนที่รับปากไว้กับม่าจุง”
         “ตกลง ก็ตามนั้นละกัน”
         ฉันคำรามอยู่ในใจเมื่อวาตานาเบะเดินไปแล้ว หมั่นไส้เป็นบ้า จะเชิดไปถึงไหน เธอจะโดนฉันจับตาทุกการฝึกซ้อม ถ้าทำได้ไม่ดีแค่นิดเดียว จะหาเรื่องไม่ต้องดูแลเธอ อย่าคิดว่าฉันจะยอมเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว อย่าคิดว่าเธอถือไพ่เหนือกว่า ถึงฉันจะยอมทำเพื่อทีม แต่ฉันก็ไม่ยอมเสมอไปหรอก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้หญิงอย่างนั้น
         …

         ฉันเริ่มซ้อมกับสมาชิกชมรมฟุตบอลมาได้สองอาทิตย์แล้วโดยคร่าว ๆ แน่นอนว่าฉันตั้งใจในหน้าที่ของฉัน โดยมียามาโมโตะคอยเพ่งเล็งฉันอยู่แทบตลอดเวลา ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเธอจ้องหาเรื่องจับผิดฉัน ยิ่งฉันทำพลาดหรือทำไม่ดี เธอก็จะหาเรื่องดูแลฉันน้อยลงอย่างไม่ต้องสงสัย
         อย่างที่เคยได้รับการชี้แจงถึงเรื่องตำแหน่งผู้เล่นแต่ละคน ฉันกับริกะจังเล่นเป็นกองหน้าทั้งคู่ แต่อาจมีรายละเอียดแตกต่างไปบ้าง ตำแหน่งของฉันจะยืนอยู่ต่ำกว่าริกะจังหน่อย ม่าจุงที่เล่นตำแหน่งเดียวกันกับฉัน รับหน้าที่เป็นคนสอนให้แบบประกบตัวต่อตัวเพื่อติวเข้มให้ฉันมีพื้นฐานที่แน่นยิ่งขึ้น ม่าจุงพร่ำบอกว่าให้ฉันใช้ความเร็วที่เป็นข้อได้เปรียบนั้นคอยพาบอลไปและช่วยกันกับกองหน้าซึ่งก็คือริกะจัง หรืออาจจะเป็นคิโนชิตะ ฮารุนะ สิ่งสำคัญที่ม่าจุงบอกฉันอีกอย่างคือ เคลื่อนที่อยู่เสมอ หากเราช้าเราจะโดนบีบเร็ว นั่นหมายความว่าการมีร่างกายที่แข็งแรงก็เป็นเรื่องสำคัญและอยากให้ฉันขยันซ้อม ฉันโดนม่าจุงแซวว่าตอนนี้ขยันซ้อมดีมาก เธอขอให้ฉันขยันแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
         ฉันจะขยันเรื่อย ๆ ถ้าได้รับการดูแลอย่างส่ำเสมอ จากคนที่ทั้งโรงเรียนกรี๊ดกร๊าด…

         ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจกติกาของการเล่นฟุตบอลขึ้นมาบ้างแล้ว ที่เคยสงสัยว่าทำไมต้องมีตำแหน่งของแต่ละคนก็เข้าใจแล้วว่า เพื่อแบ่งพื้นที่การรับผิดชอบของแต่ละคนไว้ ไม่ใช่บอลไปไหนคนไปด้วย แล้วก็ไปรุมเล่นบอลกันอยู่แบบนั้น ฉันแอบภูมิใจในตัวเองลึก ๆ ที่เล่นเข้าขากันกับริกะจังจนสมาชิกในทีมหลายคนเอ่ยปากชมไม่เฉพาะม่าจุง รวมถึงครูที่ปรึกษา ในบรรดาสมาชิกหน้าใหม่ของชมรม นาอิกิ โคโคะโระ โคโคะจังเล่นดีขึ้นผิดหูผิดตาหลังจากได้โยชิดะ อาการิสอนเทคนิค ฉันรู้สึกว่าเด็กปีหนึ่งคนนี้มีพรสวรรค์ทีเดียว
         ยาบูชิตะ ชู ตัวแสบคนใหม่ของทีมเรียกว่าเป็นตัวป่วนอันดับต้น ๆ ไปแล้ว ตอนนี้เข้าแก๊งกับพวกกองหลังและพวกที่เล่นริมเส้นทั้งทางซ้ายและทางขวาได้เป็นอย่างดี เมื่อว่างจากการซ้อมเป็นต้องหาเรื่องป่วนคนอื่นในทีม ไม่เว้นแม้กระทั่งฉันที่ขนาดว่าวางมาดสวยหยิ่งก็โดนแกล้งไปด้วย
         คิโนชิตะ โมโมกะเด็กผมสั้นสีผมเจ็บที่สุดในทีม มีปัญหาโดนตักเตือนบ่อย ๆ แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะไว้สีตามใจตัวเองต่อไปอยู่อย่างนั้น หน้าตาน่ารักมาก ตอนที่ฉันเจอเธอครั้งแรก และแล้วฉันก็ได้รู้ว่าหน้าตาน่ารักนั่นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะนิสัยสุดโต่ง ทั้งหื่นทั้งลามกชอบซบหน้าอกเพื่อน ยกเว้นถ้าลงสนามเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็จะกลับด้านอีกครั้ง ยามเมื่ออยู่ในสนาม โมโมกะจริงจังจนฉันแปลกใจ ไม่รู้ว่าเธอแบ่งหรือจัดการความสุดขั้วในตัวเองได้ยังไง
         ชิโรมะ มิรุ ในทีมเรียกกันว่ามิรุรุน เล่นตำแหน่งริมเส้นทางซ้าย สาวน้อยหน้าตาน่ารัก ดูใส ๆ เป็นสาวหวานผมยาวสลวย บางครั้งก็ชอบออดอ้อนรุ่นพี่ในทีม ฉันนึกถึงจิฮิโระทันทีว่าจะมองสาวหวานอะไรพวกนี้กับการเล่นกีฬาไม่ได้ และนั่นก็จริงเสียด้วยเมื่อมิรุรุนมีข้อดีที่น่าอิจฉามาก ๆ ถ้าพูดถึงความฟิตของร่างกาย มิรุรุนแทบจะไม่แสดงอาการเหนื่อยเลย ในขณะที่คนอื่นจะเริ่มออกอาการ
         โอตะ ยูริ ตัวริมเส้นซ้ายอีกคน นิสัยคล้ายยามาโมโตะอย่างกับเป็นพี่น้องกัน ที่สำคัญถึกอย่างไม่น่าเชื่อ พละกำลังในการวิ่งที่ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถ้าจัดลำดับความแข็งแรงของสมาชิกในทีมทั้งหมด ฉันจะยกให้ตัวริมเส้นฝั่งซ้ายทั้งสองคนไปเลย ก็เหมาะสมที่สุดแล้วที่ต้องเล่นเป็นตัวริมเส้น เพราะน่าจะมีพลังวิ่งจนจบเกมการแข่งขันในแต่ละครั้ง
         ตำแหน่งผู้รักษาประตู ที่เคยมีฟุคุโมโตะ ไอนะเล่นอยู่ ซึ่งตอนนี้ยกหน้าที่ให้มิตะ มาโอะขึ้นมาเป็นมือหนึ่งของทีมแทน โดยให้สมาชิกหน้าใหม่อย่างคาวาคามิ จิฮิโระเด็กน้อยนิสัยน่ารักเข้ามาเป็นผู้รักษาประตูมือสอง

         เย็นวันหนึ่ง สนามซ้อมทีมฟุตบอลหญิงเจ็ดคน…
         พวกเราก็ซ้อมกันเป็นปกติตามตารางที่ครูทาเคโนะอุจิได้จัดไว้ ได้ยินว่าอยากปรับพื้นฐานของสมาชิกใหม่ให้มากกว่านี้ก่อน แต่กัปตันทีมหน้าดุคนนั้น คงนึกครึ้มอะไรเข้า จึงรบกวนขอให้เพื่อน ๆ ในทีมมาลองเล่นแบบทีมแข่งกัน เธอบอกว่าจะดูรูปแบบการจัดทีมและความถนัดในการเล่นประจำตำแหน่งของแต่ละคน โดยไม่ต้องเกร็งกับผลการแข่งมากนัก ซึ่งผลการแบ่งทีมออกมา…

         ฉันมองการแบ่งทีมจากกระดานวางแผนการเล่นแล้วก็พบว่ามีเพียงคาวาคามิ จิฮิโระเท่านั้นที่โดนแยกไปอยู่กับทีม A นอกนั้นอีกสี่คนที่มาใหม่ก็ได้อยู่ทีมเดียวกันหมด

         “ตอนแรกกัปตันฝั่งนั้นอยากให้ทีมหลักที่ลงเล่นกันอยู่ประจำแข่งกับทีมสมาชิกหน้าใหม่ แต่ฉันแย้งไปว่าเราน่าจะได้ผู้รักษาประตูมาอุดหน่อย ก็เพื่อไม่ให้เสียเปรียบเกินไปนะคะ” โจนิชิแอบยิ้ม “ถึงจะบอกว่าอย่าไปเกร็งกับเรื่องแพ้ชนะ แต่มันก็ต้องมีกันบ้าง เอาไว้เป็นพลัง…ถึงจิฮิจังจะมีความสามารถ แต่เรื่องประสบการณ์มาโอะคิ้วท์จะได้เปรียบกว่า เข้าใจแล้วใช่มั้ยฝากด้วยนะ” มิตะ มาโอะผู้รักษาประตูตะเบ๊ะรับอย่างอารมณ์ดี เมื่อกัปตันของทีม B อย่างโจนิชิสั่งการ
         “แต่ฉันจะขอบอกไว้ก่อนว่ากองหน้าฝั่งเขาอันตรายกับพวกเรามาก” กัปตันหน้าสวยของทีม B ทำหน้าที่อธิบายแผนการเล่นแบบทีมครั้งแรกให้พวกฉันและคนอื่น ๆ ในทีมฟัง “ทุกคนไม่ต้องเครียดค่ะ เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมาโอะคิ้วท์จัดการ”
         “ริกะกับมิลกี้กองหน้ายืนคู่กัน มิลกี้น่าโดนประกบเป็นพิเศษแน่เพราะไว เขารู้เรา เราต้องรู้เขา ดังนั้นไปยืนคู่กันไว้ มีอะไรยังมีริกะเป็นตัวหลอกได้ ถ้ายิงไกลได้ให้ยิงเลยนะ ถ้าไม่ยิงเลยก็เสียโอกาส ใครจะรู้ลูกเร็ว ๆ อาจเป็นโอกาสเจ๋ง ๆ ของพวกเราก็ได้” ในระหว่างที่ฟังกัปตันทีมแจกแจงแผนอยู่ ฉันที่รู้ดีว่าโอตะ ยูริแข็งแรงขนาดไหนก็รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ จะให้ไฝว้กับคนแรงไม่รู้หมดแบบนั้น…
         “คือว่าฉันจะผ่านโอตะไปได้ยังไง”
         “เธออย่าลืมสิ ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในสนามซะหน่อยมิลกี้ ยังไงบอลมันก็ต้องไปทั่วสนาม” โจนิชิยิ้มให้กำลังใจ ใช่สิก็เธอเล่นจนคล่องแล้วนี่นา “อย่าห่วง ตันจังน่ะก็มีจุดอ่อน
         “จุดอ่อนอะไรเหรอ” ฉันนึกกวนประสาทในใจ จุดอ่อนประเภทถ้าโดนกอดก็จะหมดแรงจนทรุดไปนอนพื้น อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า อุปสรรคใด ๆ ในโลกไม่เคยทำอะไรได้ ยกเว้นโดนสัมผัสตัว
         “เราต้องเอาชนะทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งของตันจังให้ได้ยังไงล่ะ” พวกริกะจังถึงกับหัวเราะกันเป็นแถว จนโจนิชิต้องถามว่าเธอพูดอะไรผิดและทำหน้างุนงง
         “พยายามเข้านะมิลกี้” ริกะจังตบบ่าฉันทั้งที่ยังหัวเราะ
         “ฉันว่าฉันก็น่าจะโดนประกบหนัก ซายาเน่คงไม่ปล่อยให้ฉันเล่นสบาย ๆ” โจนิชิทำท่าคิด ถึงแม้ว่าคำพูดชวนหัวร่อก่อนนั้น เจ้าตัวจะยังไม่หายคลายความสงสัย ฉันว่าเธอคงนึกหาทางเล่นตอบโต้ถ้าเกิดเป็นอย่างที่คิดเอาไว้ “ชูกับมิรุรุนคอยช่วยโคโคะจังด้วยนะระวังบอลตรงกลางให้ดี ยังไงซายาเน่มาแน่ ๆ”
         “ถ้าชนะได้ก็แจ้งเกิดเลยนะคะ ถือว่าเราได้คนมาไม่ผิดละนะ” มิตะช่วยให้กำลังใจบ้าง
         “แล้วถ้าไม่ชนะล่ะคะ” ยาบุชูถามหน้านิ่ง โจนิชิถึงกับหลุดขำไปด้วยอีกคน แล้วแกล้งหันไปรอคำตอบจากมิตะผู้รักษาประตู ท่าทางเธอก็อึ้งไปเหมือนกันเมื่อเจอคำถามนี้
         “อย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องนั้นเลยน่า” ผู้รักษาประตูทีม B ตัดบทยิ้มให้ทุกคนหน้าเจื่อน ๆ ที่เจื่อนนี่อาจจะเพราะคำถามกวน ๆ จากยาบุชูตัวแสบ
         “ทีม B”
         “สู้ !”

         เริ่มเกมทีม B ได้เขี่ยบอลก่อนจากกลางสนาม ฉันลงไปช่วยโจนิชิต่อบอลกลางสนามกับพวกยาบุชูและชิโรมะ แค่เพียงกัปตันของทีมเราแตะบอลมาให้ฉัน กัปตันของอีกทีมก็เข้าบีบเร็วทันที ฉันจึงรีบส่งบอลต่อไปที่ชิโรมะ เพราะโยชิดะที่ตอนนี้ขึ้นมาเล่นคู่กับยามาโมโตะนั้นกำลังเทพื้นที่ไปกันโจนิชิเอาไว้ พวกกองหลังต่างก็โดนกองหน้าทีม A มาคอยป้วนเปี้ยนรอตัดเกม ในช่วงห้านาทีแรก
         ห้านาทีต่อมาแต่ละทีมต่างมีโอกาสทำประตูไม่ต่างกันมาก สำหรับทีม B ถือว่ามีโอกาสมากกว่าที่คิดจากความรู้สึกของฉันในสถานการณ์ที่โดนบีบพื้นที่ครองบอลจนแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้ ทั้งการส่งบอลก็ทำได้ดีทีเดียว ถึงจะมีส่งพลาดบ้างแต่ก็ยังมาช่วยกันได้ทัน
         ลูกยิงทีเผลอของริกะจังสร้างปัญหาให้จิฮิจังได้พอสมควรแต่ก็ยังไม่มากพอจะเป็นประตู ฝั่งทีม A เล่นกันได้ดีมากแน่นอนอยู่แล้ว ส่งบอลแทบจะไม่พลาดเลย แต่ติดเรื่องยังทำประตูกันไม่ได้ ต้องขอบคุณมิตะที่ป้องกันลูกอันตรายไปแล้วหลายลูก ฉันเห็นเธอล้มลุกคลุกคลานอยู่หน้าประตู โคโคะจังที่เล่นดีอย่างไม่น่าเชื่อช่วยทำให้ฝั่งตรงข้ามเสียจังหวะไปหลายครั้ง ซึ่งเป็นการช่วยมิตะไปด้วยอีกแรง ฮารุนะจึงยังไม่สามารถยิงได้จัง ๆ
         ฉันไม่รู้หรอกว่าการที่เราโดนบุกอยู่แบบนี้จะดีหรือไม่ แต่ถ้ายังไม่เสียประตู ฉันเองน่ะก็โอเคกับผลงานในระดับหนึ่งแล้ว
         ตอนนี้ ทีม A ใช้กองหน้าสองคน คือฮารุนะกับม่าจุง วันนี้ม่าจุงยืนต่ำกว่าฮารุนะ กองกลางคือยามาโมโตะ และโยชิดะที่ขยับขึ้นมาจากกองหลัง ฉันว่าเธอยืนสูงกว่าปกติ อาจจะเพราะมาช่วยกองกลางอย่างยามาโมโตะ นี่คงสำหรับประกบกัปตันอย่างโจนิชิโดยเฉพาะ
         โจนิชิเป็นตัวทำเกม เมื่อไม่มีคนทำเกม ใช่สิคนที่เหลือก็จะลำบากที่ต้องต่อบอลกันเอง นี่แหละทำให้หลาย ๆ ครั้ง ทีม A ได้เปรียบเพราะยามาโมโตะส่งบอลทำเกมสร้างความได้เปรียบอยู่บ่อย ๆ และฉันยังเห็นว่าทุกคนจะวิ่งมาช่วยกันอยู่ตลอดเวลาทำให้ทีม A นั้นเล่นรัดกุมมาก
         หลังจากวิ่งกันทั่วสนาม มีคนส่งเสียงบอกจากข้างสนามว่าเหลือเวลาอีกห้านาทีจะหมดครึ่งแรก บอลจากการขว้างของผู้รักษาประตูมิตะส่งมาถึงชิโรมะ สาวน้อยตัวริมเส้นทางซ้ายของทีม B พาบอลผ่านฮารุนะที่เข้าประกบแบบห่าง ๆ และชิโรมะเลี้ยงบอลอย่างใจเย็นเพื่อรอเพื่อน ตอนนี้ม่าจุงขยับเข้ามาบังมุมของยาบุชูไว้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีโอกาสส่งบอลเปลี่ยนฝั่ง ฟากกัปตันทีม B ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทางนั้นโดนทั้งยามาโมโตะกับโยชิดะบังไว้แน่น จนอาจคิดว่าเธอไปพักอยู่นอกสนาม
         แต่แล้วก็เป็นจังหวะได้โอกาสของทีม B เมื่อยามาโมโตะหันไประวังโจนิชิเพียงเสี้ยววิ จู่ ๆ ชิโรมะก็กระชากบอลลากขึ้นไปในฝั่งทีม A ยามาโมโตะจึงรีบเข้ามากัน ๆ เอาไว้แต่ก็ไม่มีใครหยุดความแข็งแกร่งของตัวริมเส้นทางซ้ายของทีม B ได้
         โจนิชิเองรีบใช้โอกาสนี้ เมื่อยามาโมโตะลดการป้องกันจากเธอลง ฉีกตัววิ่งหลบโยชิดะที่ยังคอยประกบอยู่ ทำทางเข้าไปที่พื้นที่ของทีม A ด้วยอีกคน ตอนนี้ริกะจังวิ่งลงมาช่วยชิโรมะ คนลากเลี้ยงพาบอลมาไม่รอช้ารีบส่งบอลต่อให้ริกะจัง
         ฉันยืนคุมพื้นที่อยู่ตรงโซนด้านขวา และคอยระวังโอตะ ยูริซึ่งประกบอยู่ไม่ห่างด้วย ตรงหน้าเห็นโยชิดะยังคงไล่ตามโจนิชิไม่ลดละ ริกะจังส่งบอลต่อมาให้ฉันไวมาก แล้วเบียดชนกับโมโมกะ เพื่อวิ่งทะลุเข้าไปหน้าเขตโทษของทีม A ฉันเข้าใจว่าเพื่อนต้องการให้เล่นบอลต่อเนื่อง
         ฉันส่งบอลต่อทันทีตามความรู้สึก พร้อมกับวิ่งขึ้นไปหน้าเขตโทษด้วยอีกคน ริกะจังที่โมโมกะตามประกบเข้าไปเขตหน้าประตูนั้น เป็นการเปิดช่องว่างอย่างดี กองหน้าเท้าซ้ายของทีม B ไม่ได้ยิงทันทีที่ลูกถึงตัว แต่ริกะจังแตะส่งบอลย้อนหลังกลับมาที่โจนิชิซึ่งรออยู่แล้ว ก่อนที่กัปตันทีม B จะส่งบอลไปให้ชิโรมะ ที่เติมเกมขึ้นมาทางริมเส้นด้านซ้าย โดยมียามาโมโตะไล่ตามมาติด ๆ
         ชิโรมะเลี้ยงไปจนเห็นมุมและส่งบอลตัดพื้นที่จากริมเส้นข้างสนามเข้ามาตรงกลางหน้าเขตโทษ ซึ่งริกะจังวิ่งถอยลงมารอตามนัดและยิงด้วยซ้ายสุดแรง ส่งบอลผ่านมือจิฮิจังเข้าไปนอนก้นตาข่าย…ทุกคนต่างวิ่งเฮเข้ามาที่ริกะจัง เมื่อเราได้ประตูขึ้นนำ ตอนนี้เบิกสกอร์ให้ทีม B ได้สุดมัน ฉันเองยังกระโดดดีใจจนตัวลอย
         “ทุกคนดีมาก เยี่ยมแล้ว” โจนิชิวิ่งเข้าไปขยี้หัวชิโรมะที่ตอนนี้โดนริกะจังกอดไว้แน่นในฐานะผู้แอสซิสต์หรือคนที่ส่งบอลให้คนอื่นทำประตูได้
         “ริกกี้” ริกะจังหันมาเห็นฉันเรียก ก็ยกมือขึ้นมารอเพื่อทำไฮทัชทันที แต่เพราะแรงริกะจังเยอะมากจึงเหมือนฉันโดนเธอปัดมือทิ้งมากกว่า
         “เจ๋งมากมิลกี้” ฉันทำไฮทัชกับริกะจังสุดแรง ความรู้สึกที่เราได้ร่วมแรงร่วมใจกับคนอื่นมันเป็นแบบนี้นี่เอง ความภูมิใจที่เราทำบางอย่างได้ ฉันหันไปตบไหล่ชิโรมะเบา ๆ ด้วย พร้อมทั้งยกนิ้วโป้งชื่นชม “ชิโรมะ สุดยอด”
         “ขอบคุณค่ะวาตานาเบะซัง”
         ฉันที่โดนผู้หญิงเกินกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในโรงเรียนเกลียด กลับไม่รู้สึกอะไรแบบนั้นจากคนในทีม อ้อจะยกเว้นยามาโมโตะไว้สักคน แต่ถึงเธอจะไม่ชอบขี้หน้าฉัน แต่มันก็ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

         เสียงเป่านกหวีดหมดเวลาในครึ่งแรกดังขึ้น แค่ครึ่งแรกฉันก็เริ่มจะหอบซะแล้ว อาจเพราะต้องวิ่งไปมาอยู่ตลอด และฉันไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าที่ควรด้วย เรื่องนี้ส่งผลชัดเจน ส่วนคนอื่น ๆ ยังสบายไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ที่เหลือทยอยเดินเข้าไปข้างสนามเพื่อวางแผนแก้เกมสำหรับครึ่งหลัง ระหว่างที่เดินก็แอบลอบมองใครบางคนที่สีหน้าตอนนี้ดูหงุดหงิดสุดในชมรมฟุตบอลไปแล้ว ฉันยิ่งรู้สึกปลื้มที่ทีม B ทำผลงานได้ขนาดนี้

         ครึ่งหลังเริ่มขึ้นและมีการสลับฝั่งตามกติกา ทีม A สลับมาอยู่ฝั่งที่ทีม B อยู่ตอนแรก ยามาโมโตะเขี่ยบอลเริ่มเกมสีหน้ามุ่งมั่น ซึ่งทีม A แก้เกมถูกทาง ทีม B แทบจะไล่ดักบอลไม่ได้ ทีม A เล่นทั้งบอลเร็วบอลหลอก ทำให้โคโคะจังเริ่มตามเกมไม่ทันหลายจังหวะที่บอลไหลลื่นของทีม A สร้างปัญหาให้กองหลังของทีม B แต่มิตะก็ยังไวพอจะมองเกมออก และคอยช่วยบอกโคโคะจัง
         ทีม A สลับเอาโอตะ ยูริไปประกบริกะจัง เพราะลูกที่เสียประตู โมโมกะโดนริกะจังเบียดจนแทบเสียหลัก ก็ริกะจังตัวใหญ่ แข็งแรง ต่อให้เป็นพวกหื่นบ้าพลังแบบโมโมกะ จะสู้แรงก็ยังต้องคิดหาวิธีเข้าชนให้ดี
         ส่วนโมโมกะเปลี่ยนมาประกบฉัน แน่นอนว่าทำให้ฉันเล่นได้ลำบากมากขึ้น ขยับไปไหนโมโมกะตามตอแยฉันทุกก้าว ตามติดยิ่งกว่าโอตะ ยูริด้วยซ้ำ
         ทีม B พอจะมีโอกาสยิงบ้าง โดยเป็นลูกที่ฉันยิงเต็มเท้าไปชนคานอย่างน่าเสียดาย จังหวะนี้เกิดจากโจนิชิทะลุบอลผ่านโยชิดะไปให้ริกะจัง แล้วริกะจังก็ส่งบอลเร็วมาให้ฉันได้วิ่งเข้ามายิงเต็ม ๆ
         ภาพรวมของครึ่งหลังทีม A มีการเพิ่มเรื่องบีบพื้นที่ให้เร็วมากกว่าครึ่งแรก ฉันจำที่โจนิชิบอกได้ ยามาโมโตะพูดเองไม่ให้เกร็งกับผลการแข่งมากเกินไป แต่กัปตันทีม A จัดแผนหนักมาขั้นนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเธอเอาจริง จังหวะไหนที่ได้บอลหันมาอีกทีโดนประชิดตัวแล้ว ฉันโดนยามาโมโตะสอยจนล้มไปกลิ้งโค่โร่กับพื้น
         “เจ็บมั้ย” ฉันมองกัปตันที่วิ่งเหงื่อท่วมเข้ามายื่นมือช่วยดึงให้ลุกขึ้น
         “ขอบใจ” ที่ล้มน่ะไม่เจ็บหรอกแต่เจ็บที่สายตาเย็นชาของยามาโมโตะมากกว่า ฉันจับมือกัปตันทีม A ตรงหน้าดึงตัวเองขึ้นมา “เธอคงไม่ได้ตั้งใจหรือมีความแค้นอะไรที่ชนฉันแบบนั้นใช่มั้ย”
         “ฉันก็เล่นไปตามเกม เหมือนที่เธอก็เล่นตามเกมของเธอนั่นแหละ วาตานาเบะ อย่าคิดมากสิ” ฉันฮึ่ม ๆ อยู่คนเดียวเมื่อยามาโมโตะออกวิ่งไปประจำตำแหน่งของเธอเอง หน้าบอกว่าไม่มีอะไร แต่ฉันรู้สึกว่าเธอแค้นฉันเห็น ๆ

         แล้วทีม B ก็โดนทีม A ตีเสมอจนได้ เมื่อยามาโมโตะเลี้ยงพาบอลไปจี้โคโคะจัง ก่อนจะส่งให้ฮารุนะอ้อมไปวิ่งเข้ามายิงด้วยความแรงชนิดที่อาจจะทำให้คนไม่เคยเจ็บมือได้ มิตะรับได้ก็จริงแต่กระดอนออกมา จึงโดนม่าจุงที่วิ่งเบียดยาบุชูเข้ามาถึงบอลก่อนเข้าไปซ้ำจ่อ ๆ หน้าประตู
         “โห ยิงแรงอะไรกันปานนั้น” ผู้รักษาประตูทีม B เกาหัวเขิน ๆ ขอโทษเพื่อนในทีม โคโคะจังรีบเข้ามาเข้ามาขอโทษด้วยอีกคน
         “โคโคะจังไม่ต้องไปกลัวกัปตันทีมนั้น ฝึกเอาไว้ได้เลยเวลาโดนเลี้ยงมาจี้แบบนี้ พอเล่นบ่อย ๆ เราจะพอรู้ว่าเขาจะเล่นยังไง ทุกคนพยายามกันนะ ยันเสมอไว้ก่อนละกันนะตอนนี้” โจนิชิวิ่งนำสมาชิกทุกคนไปประจำตำแหน่งตัวเองทันที เพราะทีม A เอาบอลไปตั้งรอแล้วที่กลางสนามแล้ว ไม่รู้จะรีบเล่นไปไหน

         แต่แค่ไม่นานหลังจากโดนตีเสมอ ฉันมัวแต่เหม่อไปนิดเดียว จังหวะที่ได้บุกขึ้นมา ซึ่งยาบุชูเป็นคนเติมเกม จึงโดนโยชิดะฉกบอลไปจากเท้าและส่งให้ม่าจุงลากเข้าไปจี้ทางพื้นที่ของยาบุชู โคโคะจังวิ่งออกจากตำแหน่งตัวเองมาเล่นแทนยาบุชูที่กำลังวิ่งกลับมายังตำแหน่ง
         ม่าจุงเปิดเข้ามาที่กลางหน้าเขตโทษ และเป็นยามาโมโตะยิงโล่ง ๆ บอลเข้ากรอบและระยะใกล้มากทำให้มิตะต้องปัดออกไป ซึ่งฮารุนะที่รออยู่พอดีก็วิ่งเข้าใส่แรงเตะไปที่ลูกบอลเต็มแรง บอลเข้าไปนอนก้นตาข่าย ทีม A พลิกนำสองประตูต่อหนึ่ง ลักษณะการทำประตูคล้าย ๆ ลูกที่ตีเสมอได้ คือเป็นการยิงซ้ำในระยะใกล้ ๆ
         เหลือเวลาอีกประมาณห้านาทีก็จะหมดเวลา ตอนนี้ทีม A เล่นสบาย มิหนำซ้ำเกมรับก็เล่นรัดกุม ทำให้โอกาสที่จะยิงยิ่งน้อยลงไปใหญ่ ยามาโมโตะยังใช้แผนเดิมคือเลี้ยงเข้าไปจี้โคโคะจังอีกครั้ง ก่อนจะแตะบอลให้ลอดขากองหลังทีม B
         เพียงแต่โคโคะจังหุบขาทัน ทำให้กองหลังร่างสูงงัดบอลมาที่กลางสนาม…ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
         แม้แต่ตัวกัปตันของทีม A ก็ยังตกใจ…

         โจนิชิเล่นเร็วต่อทันที เพราะต้องหลบโยชิดะ เธอส่งบอลมาให้ฉันวิ่งไปรับที่ตรงกลางสนาม ก่อนฉันจะส่งบอลต่อให้ชิโรมะที่เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้าย โดยมีริกะจังวิ่งเข้าไปแทนตำแหน่งที่ฉันวิ่งออกมาฉีกออกไปจนเกือบริมเส้น นั่นทำให้โอตะ ยูริที่ตอนนี้รับหน้าที่ประกบริกะจังต้องวิ่งไล่ตามกองหน้าเท้าซ้ายออกไปด้วย
         โมโมกะก็ตามมาประกบติดฉันตลอด ชิโรมะจึงส่งบอลออกไปให้ริกะจัง กองหน้าเท้าซ้ายกระชากบอลเข้าไปในเขตโทษทางด้านขวาและหักหลบเข้าเท้าถนัดก่อนส่งตัดเข้ากลางกลับมาให้ฉันที่วิ่งมารอบอลในโซนตรงกลางเขตโทษ เพียงแต่คราวนี้ฉันเป็นตัวหลอกโมโมกะ ฉันคิดว่าชิโรมะน่าจะยังคงเติมเกม เธอน่าจะอยู่ริมเส้นจากหางตาซ้ายจึงบังโมโมกะและปล่อยบอลให้ไหลผ่านไป ซึ่งชิโรมะก็ไม่ทำให้ผิดหวังวิ่งเข้ามายิงสวนจิฮิจังด้วยเท้าขวาเข้าไปจนได้
         เป็นประตูตีเสมอของพวกเรา…

         และหลังจากนั้นทีม B ก็ยันผลอย่างทุลักทุเล เกมจบลงที่ผลเสมอสองประตูต่อสอง โจนิชิบอกว่าเป็นการลงเล่นกับสมาชิกใหม่ที่มันมากที่สุดเกมหนึ่ง หลายคนเอ่ยปากชมชิโรมะที่วันนี้เล่นเด่นมาก แอสซิสต์ไปหนึ่ง ยิงอีกหนึ่ง สุดท้ายกัปตันบอกดวงทีม B ยังดีอยู่เพราะเกือบเสียประตูท้ายเกม สร้างเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP02 (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s