[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP01 (SayaMilky)

Posted on Updated on


cr original pic : คลิก

เรื่องวุ่นของชมรมฟุตบอลหญิงเจ็ดคน ระหว่างประธานสาวนักกีฬาผู้มีความสามารถ
เป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบของทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ยามาโมโตะ ซายากะ
กับผู้หญิงหัวเห็ดขี้อ่อย วาตานาเบะ มิยูกิ ผู้เป็นที่รู้จักไปทั่วโรงเรียนเหมือนกัน
แต่ความดีงามนั้นติดลบ แถมยังขึ้นชื่อเรื่องนิสัยไม่ดี ที่ใครเห็นก็เอือมระอา
ทำไมทั้งสองคนถึงต้องมาชุลมุนวุ่นวายกัน
แล้วความป่วนอะไรจะเกิดขึ้นกับสองคนนี้บ้างล่ะ?


         “ยามาโมโตะ เชิญทางนี้หน่อย” ฉันวางปากกาไว้บนสมุด เมื่อเห็นว่าใครที่มาเรียกและลุกไปหาอย่างเร็วไวที่หน้าห้องเรียน ครูทาเคโนะอุจิ ยูทากะ ยืนรออยู่ แต่ระหว่างพักเที่ยงมีนักเรียนค่อนข้างมาก ทั้งยังส่งเสียงดังยิ่งกว่าระบบประชาสัมพันธ์ของที่นี่ ครูจึงเดินนำฉันออกมายังมุมที่น้อยคนจะมา ซึ่งก็คือบริเวณด้านหน้าห้องพักของเหล่าคุณครูโรงเรียนมัธยมปลายนัมบะนั่นเอง
         “ครูอยากจะคุยกับเธอเรื่องฟุคุโมโตะน่ะ เขาเรียนที่นี่เป็นปีสุดท้ายแล้วด้วย ใจครูแสนเสียดายที่เสียคนมีฝีมือไป แต่ยังไงก็อยากให้ฟุคุโมโตะได้ทุ่มเวลาให้กับการเรียนต่อ ดังนั้นเรื่องชมรม ยามาโมโตะ” ฉันยืนยิ้มกับความโอเว่อร์แอคติ้งของครูคนนี้ “ครูขอให้เธอเป็นประธานชมรมในปีนี้แทนฟุคุโมโตะ เธอจะว่ายังไง” คุณครูผู้สอนวิชาพลศึกษาวัยกลางคนแต่ยังดูอ่อนกว่าวัยจริงมากนักทำสีหน้าขอร้องสุดชีวิต ถึงจะไว้เคราให้หน้าดูเข้มแต่บุคลิกนั้นตรงข้าม เรียกว่าเป็นคุณครูที่ใจดีคนหนึ่ง ซึ่งนักเรียนชอบเรียนวิชาของแกมากเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ นักเรียนผู้หญิงบางคนกรี๊ดครูทาเคโนะอุจิมากกว่าคนหน้าตาดีที่อยู่รุ่นเดียวกันเสียอีก เรื่องนี้ฉันฟังมาจากเพื่อนอีกที
         “หนูจะพยายามให้เต็มที่ค่ะ” ฉันไม่ได้รังเกียจเรื่องการเป็นประธานชมรม แต่ฟุคุโมโตะ ไอนะ หรือรุ่นพี่ไอเนี้ยงคนนั้นทำหน้าที่ไว้ดีมาก มากจนฉันเอง ยังอดกังวลกับเรื่องหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ฉันต้องรับผิดชอบต่อจากนี้ อยากดูแลชมรมให้ได้อย่างรุ่นพี่ที่เคารพ ฉันเองก็อยากทำให้เป้าหมายของชมรมเป็นจริง การแข่งที่รอพวกเราอยู่
         “ปัญหาใหญ่ก็คือตอนนี้คงต้องหาคนที่จะมาเล่นแทนตำแหน่งของพวกรุ่นพี่ปีสามบางคน ที่คงจะตั้งใจอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น ชมรมเราขาดกำลังหลักไป มันก็นะ” คุณครูที่ปรึกษาประจำชมรมฟุตบอลหญิงเจ็ดคนพยายามพูดให้ฉันสบายใจ
         “หาจากคนในชมรมของมัธยมต้นได้มั้ยคะครู เราก็มีน้อง ๆ ที่กำลังฝึกอยู่นี่คะ” ครูที่ปรึกษาชมรมยังไม่คลายคิ้วที่ขมวดอยู่แม้ว่าฉันจะเสนอทางแก้ไขไปเผื่อเป็นทางเลือกให้
         “เอาพวกรุ่นน้องมาฝึกกับทีมเราครูไม่มีปัญหา แต่ปีนี้เขาจัดแข่งทีมอายุไม่เกินสิบห้าปีด้วยน่ะสิ ครูว่านะ ครูไม่คิดว่าครูโทดะจอมเฮี้ยบเขาจะยอมปล่อยเด็กมาให้พวกเราหรอก ฉันเองก็เคยเรียนกับคนที่ครูหน้าหนวดใจดีคนนี้พูดถึง เมื่อสมัยมัธยมต้น ครูโทดะ เอริกะ ครูสาวสุดโหดผู้คุมอำนาจของทีมฟุตบอลหญิงเจ็ดคนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
         ฉันเข้าใจปัญหาที่ครูทาเคโนะอุจิพยายามจะสื่อแทบทันที เมื่อไม่สามารถไปดึงน้อง ๆ ที่มีพื้นฐานทางด้านฟุตบอลอยู่บ้างมาร่วมทีมได้ เท่ากับว่าปีนี้เราอาจจะต้องเฟ้นหาสมาชิกใหม่
         “ยังไงก็ต้องหาคนเพิ่ม แต่มันจะยากตรงนี้แหละ หาผู้หญิงที่สนใจจะเล่นฟุตบอลยาก หาคนที่จะเข้าชมรมกีฬาก็ว่ายากแล้วนะ เอาเป็นว่าถ้าใครที่พอจะมีทักษะทางด้านกีฬาอยู่บ้าง ครูวานให้ยามาโมโตะช่วยจับตามองแล้วจีบมาร่วมทีม ปีนี้พวกเราคงจะเหนื่อยกันหน่อย แต่ครูเชื่อในทีมของพวกเราเสมอครับ”
         “ค่ะครู”

         ฉันเดินเกาหัวอยู่คนเดียวพยายามนึกทุกวิถีทางว่าใครที่พอจะมีพื้นฐานทางด้านกีฬาบ้าง แต่ก็นึกไม่ออกสักคน ก็ฉันน่ะวัน ๆ พอเลิกเรียนก็ไปซ้อมบอลตลอด ไม่เคยคิดว่าต้องมองคนอื่นนอกเหนือจากพวกในชมรม อ้อใช่ พวกในชมรมต้องลองถามพวกนั้นดูแล้วมั้ง ว่าใครพอจะมีคนแนะนำได้บ้าง
         “โย่…ซายาเน่ !” ฉันโดนกระโดดสวมกอดจากข้างหลังและลากพาเดินไปด้วยกัน “ปีนี้งานหนักน่าดูนะ ได้ข่าวว่าเป็นกัปตันคนใหม่” โองาซาวาระ มายุ หรือม่าจุงเพื่อนร่วมชมรมเข้ามาแหย่หน้าตาย ฉันไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับเธอ เพิ่งมาสนิทกันตอนที่อยู่ชมรมฟุตบอลเหมือนกันนี่เอง
         “ปัญหาใหญ่มากด้วย ต้องหาคนเพิ่มน่ะสิ ปีนี้เอาพวกมัธยมต้นมาเล่นด้วยไม่ได้”
         “อ้าว…ไหงงั้น” ฉันอธิบายตามที่ได้ยินมาจากครูทาเคโนะอุจิให้เพื่อนร่วมชมรมคนนี้ฟังอีกรอบ
         “ฉันว่าจะเปิดคัดตัว แต่ไม่รู้จะมีคนสนใจหรือเปล่า” ม่าจุงเดินเกาหัวทำท่าคิดไปด้วยอีกคน
         “ก็คงจะมีอยู่หรอก แต่คงใช้เวลาซ้อมระบบการเล่นกันใหม่ แต่ถ้าได้คนเพิ่มไวก็ดี มีเวลาให้เตรียมตัว”
         “ว่าแต่รู้จักใครที่พอจะเล่นกีฬาได้บ้างมั้ย ในห้องหรือรุ่นน้องก็ได้ เรียกมาลองคัดตัวดูทีสิ” ม่าจุงฉีกยิ้มทันที แบบนี้ฉันก็มีหวังแล้วหนึ่งคน ขอบคุณจริง ๆ ม่าจุง
         “ที่จริงเป็นคนเล่นกีฬาใช้ได้ แค่ไม่ค่อยเห็นเขาเล่นน่ะ”
         “ใครเหรอ ฉันรู้จักมั้ย”
         “วาตานาเบะ มิยูกิ”
         “ยัยหัวเห็ดขี้อ่อยนั่นน่ะนะ !” ม่าจุงตบหัวฉันแทบคว่ำ เมื่อไปพูดว่าเพื่อนสนิทที่เรียนห้องเดียวกับเธอแบบนั้น ไม่รู้เป็นเพื่อนสนิทกันได้ยังไงนิสัยต่างกับม่าจุง แทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลย
         “ไอ้เน่ มิลกี้มันไม่ธรรมดาหรอกนะ แต่แกไม่รู้แค่นั้นเอง โห่” ม่าจุงดูอวยเพื่อน ยังไงฉันก็ไม่เชื่อเรื่องนี้หรอก ไม่เด็ดขาด ยัยวาตานาเบะอะไรนั่นอ่อนปวกเปียกจะตาย วัน ๆ ต้องหลอกให้ผู้ชายทำโน่นทำนี่ให้ตลอด เห็นจนชินตา นี่ขนาดว่าฉันอยู่คนละห้องยังรู้ข่าวไร้สาระพวกนี้เลย ต้องเป็นคนแบบไหนที่ตีหน้าระรื่นชื่นมื่นกับเรื่องพวกนี้ได้กันน่ะ
         “แกก็ชมเพื่อนได้สิ แต่ก็เห็นกันอยู่ว่าเพื่อนแกเป็นคนยังไง เขารู้กันทั้งโรงเรียนละมั้ง คนแบบนั้นน่ะเหรอจะเล่นกีฬาเป็น” กี่คนแล้วที่ทะเลาะกับแฟนเพราะตัวปัญหาอย่างวาตานาเบะคนนั้น แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของฉันเองฟูจัง ยางุระ ฟูโกะ ต้องใช้เวลาเกือบเทอมเพื่อทำใจจากคนรักที่หันไปคบหากับวาตานาเบะ แต่ฉันไม่มั่นใจว่ามันเรียกการคบหาได้หรือเปล่า เพราะไม่ถึงเดือนต่อมา อดีตแฟนหนุ่มของฟูจังก็โดนยัยหัวเห็ดผมสั้นสลัดรัก
         “ฉันไม่เถียงหรอกนะว่ามันเป็นคนแบบนั้น แต่กีฬามันก็อีกเรื่อง คนละส่วนกัน … ไว้ฉันจะชวนมันไปคัดเลือกตัวให้แกเห็นเป็นบุญตา” ม่าจุงบอกลายิ้ม ๆ และแยกไปเมื่อเดินมาถึงที่ห้องเรียนของตัวเอง แล้วด้านในวาตานาเบะก็กำลังนั่งกินข้าวกับผู้ชายสักคนอยู่พอดี แบบนี้น่ะเหรอ คนแบบนี้น่ะเหรอจะติดทีมของชมรมฟุตบอลหญิงเจ็ดคน ให้เป็นตัวสำรองยังต้องคิดไม่รู้จะอีกกี่รอบ มาก็มาเถอะฟุตบอลน่ะมันไม่ใช่เล่นกันง่าย ๆ ต่อให้มีทักษะแต่ก็คงมีแค่พื้นฐาน คอยดูฉันจะเย้ยม่าจุงวันที่วาตานาเบะต้องตกรอบตอนคัดตัว
         …

         “ก็เพราะแกเป็นคนแบบนี้ ใคร ๆ เขาถึงได้มองว่าขี้อ่อย” ฉันโบกมือยิก ๆ ลาชายหนุ่มคนใหม่ที่เข้ามาจีบตั้งแต่เริ่มเปิดเทอมนี้ ตอนเขาเดินออกจากห้องไป จะว่ายังไงดีล่ะ เป็นคนแก้เหงาเบอร์ล่าสุดของฉันก็แล้วกัน เมื่อกี้เหมือนได้ยินอะไรแว่ว ๆ
         “ใครที่ว่า หมายถึงยามาโมโตะ ซายากะ นักกีฬาที่ใคร ๆ ก็กรี๊ด เพื่อนแกงั้นสิ เอ๊ะนี่…ฉันไม่คิดว่าที่เคยแย่งแฟนของเพื่อนแม่สาวนักกีฬาคนนั้น จะยังเป็นประเด็นให้พูดถึงหรอกนะ” ฉันส่ายหัวไม่สนใจ พวกมีคุณธรรมสูงส่งคนนั้น แต่ม่าจุง โองาซาวาระ มายุ อยู่ชมรมฟุตบอลร่วมกับยามาโมโตะก็คงจะสนิทกันจากตรงนี้
         “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก แต่ฉันไปชมแกไว้นิดหน่อย ซายาเน่ก็เลยไม่เชื่อเรื่องที่ฉันพูดน่ะ เขาบอกว่า…” ม่าจุงทำเป็นกรอกตาไม่สบายใจที่จะพูด
         “พูดอะไร”
         “ซายาเน่พูดว่า ‘หัวเห็ดอย่างวาตานาเบะ จะเล่นกีฬาอะไรได้’ ประมาณนี้”
         “นี่ยัยนั่นกล้าพูดแบบนี้เหรอ” ผมสั้นฉันมันเหมือนเห็ดตรงไหน ออกจะทันสมัย จากที่กำลังอารมณ์ดีเพราะมีหนุ่มมาหาหัวใจก็ขุ่นมัว โดนใครว่าก็ไม่เท่าโดนยัยนักกีฬาคนนี้ รู้สึกยอมไม่ได้ “ม่าจุงแกเล่ามาให้หมดดีกว่า ด่าฉันเรื่องอื่นฉันไม่ว่า แต่ด่าเรื่องผมนี่ฉันจะไม่เป็นนางฟ้าสวย ๆ ต่อไป”
         “แกพูดอย่างกับเคยเป็นนางฟ้ากับคนอื่น อันนี้ไม่นับรวมพวกผู้ชายในกำมือแกนะ”
         “ช่างเถอะ เล่ามา” ม่าจุงยิ้มพราวแต่ก็ยอมเล่าเรื่องราวอย่างละเอียด เธอว่าตอนนี้ชมรมฟุตบอลหญิงเจ็ดคน ที่ยามาโมโตะประธานชมรมคนใหม่ป้ายแดงต้องดูแล กำลังขาดคนสำหรับการทำทีมไปแข่งในถ้วยสำคัญ ซึ่งจัดแข่งเป็นประจำทุกปี เพราะรุ่นพี่ปีสามที่เคยอยู่ในทีมต้องแบ่งเวลาไปตั้งใจสำหรับเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย รวมทั้งยังไม่สามารถไปดึงรุ่นน้องมัธยมต้นมาร่วมทีมได้ เนื่องจากว่าพวกมัธยมต้นก็จะต้องส่งทีมเข้าแข่งด้วยเหมือนกัน
         “สนใจจะไปคัดตัวหน่อยมั้ย ลบคำสบประมาทของซายาเน่ให้ได้” เพื่อนสาวตัวปล่อยมุกประจำห้องสายตามาดมั่นกับการปลุกเร้าเพื่อให้ฉันยอมไปคัดตัว หลังเล่าเรื่องราวทั้งหมดจนจบสิ้น
         “ฉันก็อยากจะไปอยู่” ม่าจุงชักสีหน้าเมื่อฉันยิ้มเหยียดริมปากอย่างมีเลศนัย
         “แกจะไม่ไปใช่เปล่า ยิ้มแบบนี้ เห็นทำทีไรมีเรื่อง ‘ไม่ดี’ ทุกที” ฉันหยักไหล่ มันก็ประมาณนั้นแหละเพื่อน
         “ถ้าฉันไปก็เท่ากับช่วยคุณนักกีฬานั่นสิ เรื่องอะไรฉันจะต้องเสียเวลา” ฉันอาจจะโดนมองว่าหัวเห็ดแต่ให้ชมรมเจอปัญหาก็สมน้ำหน้ายามาโมโตะแล้ว โทษทีนะม่าจุงแกดันอยู่ชมรมนี้ด้วยพอดี ฉันทำหน้าลำบากใจให้ม่าจุงเพื่อขอโทษจุดนี้
         “ตามใจแกละกันมิลกี้ นี่ฉันนะ กะว่าถ้าแกติดทีมจะให้ซายาเน่มันคอยปรนนิบัติพัดวีแกสักหน่อย โทษฐานที่มาดูถูกแก น่าเสียดาย นี่ฉันยังนึกภาพไม่ออกว่าถ้า คนที่ใคร ๆ ก็กรี๊ดต้องมาตามดูแลแก คนที่ผู้หญิงในโรงเรียนเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ชอบหน้า มันคงค้านสายตาน่าดูอะ จะมีโอกาสบ่อยแค่ไหนกันวะ ใช่ปะ”
         “เดี๋ยวก่อน…”
         “มีอะไรสงสัยอีก” ตัวโจ๊กสาวเพื่อนสนิทหรี่ตาลงมองฉันอย่างไม่ใส่ใจนัก
         “ฟุตบอลนี่มันเล่นยังไง…”

         ถ้าไม่ติดว่าอยากจะให้ยัยนักกีฬายามาโมโตะมาดูแลฉันเหมือนที่ม่าจุงเป่าหูมาล่ะก็ ฉันคงไม่หอบชุดวอร์มสำหรับเล่นกีฬามาเตรียมคัดเลือกตัวเข้าทีมฟุตบอลของชมรมและใส่มันอยู่ตอนนี้แทนชุดนักเรียนหรอก ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้คนเป่าหูแหละเป็นคนสอนการเล่นเบื้องต้นให้และสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทดสอบคัดเลือก
         “นี่เธอ เธอนั่นแหละ” ฉันหันไปแล้วก็งงหนักกว่าเก่า เพราะมั่นใจว่าไม่รู้จักผู้หญิงสุดสะบึมคนที่เรียก
         “เรารู้จักกันเหรอ” หรือว่าฉันเคยรู้จักผู้หญิงคนนี้แต่จำไม่ได้
         “อ๋อเปล่า ฉันแค่มีเรื่องจะถามหน่อย” เธอเกาหลังหูสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มกว้างจนตาตี่
         “เอาจริงเหรอ รู้มั้ยเนี่ยว่าฉันเป็นใคร” หลายคนพอรู้ว่าฉันเป็นใครก็ไม่ค่อยอยากคุยต่อกันหมดนั่นแหละ คนนี้มาแปลก แต่พอถามไปแล้วก็ถึงรู้สึกตลกตัวเอง
         “ก็ฉันเพิ่งบอกไปว่าไม่รู้จักเธอ” อีกฝ่ายกลั้วหัวเราะเหมือนสิ่งที่ได้ยินเป็นโจ๊กอย่างหนึ่งสำหรับเย็นนี้ และอาจเพราะฉันชินกับการเจอสีหน้าอึกอักเมื่อทุกคนรู้ว่าฉันคือผู้หญิงที่เป็นอันตรายต่อแฟนหนุ่มของพวกเธอ อะไรแบบนั้นมากกว่า พอได้เห็นเรื่องที่ไม่คุ้นตาก็เลยแปลกใจอยู่บ้าง
         “จะถามอะไรเหรอ” ยังไงตอนนี้ฉันไม่คิดว่าเธอจะเข้ามากวนอะไรจากท่าทาง หรือจะหาเรื่องเหมือนอย่างที่เคยเจอเป็นปกติ เห็นฉันเป็นที่รู้จักแบบนี้แต่ส่วนมากรู้จักในทางที่ไม่ดี ซึ่งบางทีฉันก็ชินเพราะถูกที่ม่าจุงบอก ผู้หญิงหลายคนในโรงเรียนไม่ชอบฉัน ถ้าพ้นไม่ชอบก็อาจจะเป็นเหมือนคนที่กำลังยิ้มให้ตอนนี้ ‘เธอไม่รู้จักฉัน’
         “ฉันเห็นเธอใส่ชุดวอร์ม จะไปคัดตัวทีมฟุตบอลใช่มั้ย”
         “อ๋อ ใช่” ไปคัดแบบมีจุดประสงค์แอบแฝง ถ้าว่ากันตามตรง “กำลังจะไปพอดี” คนที่ฉันไม่รู้จักตบมือดีใจ
         “คิชิโนะ ริกะ ปีสองห้องสาม ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อีกฝ่ายแนะนำตัวเองดิบดีฉันไม่เหลือทางเลือกอื่นนอกจากแนะนำตัวเองกับเธอบ้าง
         “วาตานาเบะ มิยูกิ ปีสองห้องสอง ยินดีที่ได้รู้จัก เอ่อ…เธอจะเรียกฉันว่ามิลกี้ก็ได้” มีน้อยคนมากที่จะเรียกฉันด้วยชื่อเล่น ส่วนใหญ่คงเรียกฉันด้วยนามแฝงอื่นมากกว่า เช่นยัยงูพิษ นังหน้าด้าน ถึงฉันจะไม่เคยได้ยินตรง ๆ ก็เถอะ เคยได้ยินผ่าน ๆ ไม่ก็โดนด่าผ่าน ๆ
         “อ๋อเหรอ ๆ มิลกี้ใช่มั้ย โอเคชื่อน่ารักดีนี่ งั้นเราไปพร้อมกันดีกว่า เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกันได้” ถึงฉันไม่รู้ว่าเธอจะช่วยอะไรฉันได้ก็ตาม แต่ฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่าผู้หญิงคนนี้คงไม่รู้จักฉันจริง ๆ ทั้งที่ได้ยินชื่อแล้วก็ยังไม่มีทีท่าอะไรในเชิงรังเกียจสักนิด มีเพื่อนไปคัดตัวพร้อมกันก็คงไม่เลว
         ฉันกับริกะจังที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อไม่นาน เดินมาถึงที่สนาม สถานที่คัดเลือกตัว ถึงจะเป็นทีมฟุตบอลผู้หญิง แต่มีคนมารอคัดเลือกมากกว่าที่ฉันคิดไว้ ช่างมันไปก่อน ฉันเองก็ไม่ได้รู้จักอะไรกับกีฬาประเภทนี้นักหรอก อย่างมากก็มาทำท่าโปรยเสน่ห์ใส่พวกทีมผู้ชายสมัยอยู่ปีหนึ่ง ฉันสนใจอยู่แค่นั้น
         พอเดินเข้ามาลงชื่อที่จุดซึ่งเขาเตรียมไว้ ก็ทันเห็นชายหนุ่มวัยกลางคนและจำได้ว่าเป็นครูที่ปรึกษาของชมรมนี้ ครูวิชาพลศึกษาที่ม่าจุงบอกไว้ ครูทาเคโนะอุจิ กำลังยืนคุยอยู่กับเป้าหมายของฉัน ยามาโมโตะ ซายากะ
         บริเวณที่สองคนนั้นอยู่คือสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ ซึ่งถูกนำมาใช้เพียงครึ่งเดียวและใช้โครงเหล็กที่เป็นเสาสีขาว โครงเหล็กดังกล่าว มีตาข่ายอยู่ด้านหลัง ม่าจุงอธิบายว่ามันเรียก ‘ประตู’ โดยประตูถูกนำไปตั้งไว้ที่สุดปลายทั้งสองด้านของสนาม ด้านละหนึ่ง
         ระหว่างที่รอเวลาสำหรับการคัดเลือกตัว ฉันก็สังเกตรอบ ๆ ไปพลาง อย่างน้อยเก็บข้อมูลฆ่าเวลาแก้เบื่อ บางคนดูไม่น่าจะเล่นกีฬาได้ด้วยซ้ำ อย่างเด็กผู้หญิงท่าทางเรียบร้อยคนหนึ่งที่ยืนไม่ไกล แต่นั่นก็เป็นผลประโยชน์กับฉัน เพราะฉันจะได้มีโอกาสติดทีมง่ายมากขึ้นกว่าเดิม

         “ขออนุญาตชี้แจงเรื่องวิธีที่จะใช้ทดสอบวันนี้หน่อยนะคะ” งวดนี้ประธานชมรม ยามาโมโตะ ซายากะ ถือโทรโข่งมาประกาศเอง และฉันคิดว่าได้ยินผู้หญิงข้าง ๆ กรี๊ดด้วยความชื่นชม จนต้องขอหันไปมอง เหอะ…ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามาคัดตัวเพราะใคร ถ้าไม่ใช่คนที่กำลังยืนประกาศอยู่ด้านหน้า เหตุผลแบบนี้ก็คงจะพอกับฉันแต่อาจมีรายละเอียดต่างกันนิดหน่อย “ส่วนแรกเราจะทดสอบสมรรถภาพทางร่ายกายทั่วไปเพื่อตรวจสอบความพร้อม ในส่วนที่สองเราจะแบ่งทีมเพื่อทำการแข่งขัน ตรงนี้คนที่สนใจจะเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู อยากรบกวนให้ช่วยแยกไปยืนต่อแถวอีกฝั่งหน่อยนะคะ ส่วนคนที่จะลงเล่นตำแหน่งอื่นให้จับคู่กับผู้ร่วมคัดเลือก”
         “เห็นมั้ยมิลกี้ ดีใช่มั้ยล่ะ ที่เราทำความรู้จักกันตั้งแต่ตอนเดินมา” ริกะจังเอียงตัวเข้ามากระเซ้าอย่างร่าเริง ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวหลอกหรือหน้าม้าของพวกทีมฟุตบอลหรือเปล่าเนี่ย
         “แต่ฟุตบอลนี่มันต้องใช้เจ็ดคนไม่ใช่เหรอ ฉันไม่เข้าใจที่ให้จับคู่นี่แหละ” ฉันเตือนตัวเองให้เลิกสนใจว่าจะมีใครเป็นหน้าม้าหรือเปล่า จะว่าไปพอประธานชมรมบอกให้จับคู่ หลายคนรอบตัวฉันก็ขยับไปหาคนที่น่าจะจับคู่กันได้ ส่วนฉันก็คู่กับริกะจังไปตามระเบียบ

         สองชั่วโมงผ่านไป…
         “ไม่รู้มาก่อนว่ามันจะเหนื่อยขนาดนี้” พลังกายถูกใช้ไปจนหมด
         “ขาฉันไม่มีแรงแล้ว” ฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้อีก หรือจะลุกมาเต้นก็ใช่เรื่อง เมื่อสิ้นสุดการทดสอบที่ทำให้ขาแทบหลุด ก็เลยได้แต่นอนแผ่หมดแรงอยู่ตรงสนามหญ้า ส่วนคนที่มากับฉันนอนเอาผ้าเย็นคลุมหน้าไว้พักใหญ่แล้ว เห็นบอกว่าหน้ามืดนิดหน่อย
         แต่มันก็สมควรแล้วจากการเล่นของเราในการคัดตัวครั้งนี้ เพราะฉันและริกะจังวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแย่งบอลจากอีกฝ่ายที่เป็นสมาชิกของชมรมฟุตบอล แน่นอนว่าร้อยทั้งร้อย เราก็สู้คนที่เล่นบอลเป็นอยู่ก่อนแล้วไม่ได้และแพ้ไปในการทดสอบอันล่าสุด
         “ฉันขอโทษนะคะ” ผู้รักษาประตูที่ถูกจับให้มาอยู่กับฉันและริกะจังกล่าวขอโทษอย่างน่าสงสาร เธอชื่อคาวาคามิ จิฮิโระ และเธอยังเป็นคนเดียวกับที่ฉันคิดว่าเล่นกีฬาไม่เป็นคนนั้นอีกด้วย
         “เธออย่าคิดมาก ทีมอื่นเขาโดนมากกว่าพวกเรา” ฉันอาจจะรู้สึกเลวร้ายอยู่บ้างกับการคัดเลือกครั้งนี้ แต่ถ้าเทียบกับทีมอื่น คาวาคามิคนเรียบร้อยก็ป้องกันลูกบอลได้เป็นอย่างดี “ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากใช่มั้ยล่ะ ริกะจังยิงได้สามลูก ฉันยิงได้สองลูก” ฉันว่าเนือย ๆ ถึงแม้จะยิงได้ห่างกับริกะจังแค่หนึ่งลูกก็ตาม ผลไม่เป็นที่พอใจสำหรับฉัน
         “ก็คงงั้น” ริกะนอนหัวเราะจนฉันอดไม่ได้ไปด้วย “ถ้ามิลกี้ไม่ลืมว่าพวกเราโดนเขายิงไปเกินครึ่งโหล อ๊ะ…ฉันไม่ได้โทษจิฮิจังนะ” ริกะจังรีบพูดต่ออย่างสนิทสนม ผู้หญิงคนนี้ก็สร้างสัมพันธ์ไปทั่ว ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก แต่เด็กปีหนึ่งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทำหน้าซึมไปนิดนึง ก็คงจะรู้สึกผิด
         “ใครจะลืม” นั่นละเรื่องใหญ่ ตอนนี้ฉันได้แต่แค่นหัวเราะอย่างลำบากใจ ม่าจุงอุตส่าห์ให้ความเชื่อมั่นเรื่องฝีมือทางด้านกีฬาของฉัน สงสัยเสียเปล่าซะแล้ว ฉันจะเอาหน้ากลับไปหาม่าจุงยังไงล่ะทีนี้

         ฉันเดินเซ็ง ๆ มาพร้อมกับริกะจังหลังแยกย้ายกับคาวาคามิ
         “เอ้อ ริกะจัง…เธอน่ะไม่รู้จักฉันจริง ๆ น่ะเหรอ” ฉันยังสงสัยไม่หายจึงลองเปิดปากถามอีกครั้ง
         “มิลกี้ยังคาใจไม่หายอีกเหรอ” ริกะจังเดินหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะเจอคนไม่รู้จักฉันจริง ๆ หรอกนะ แต่มันอดสงสัยไม่ได้
         “ไม่รู้จักฉัน นังอสรพิษอะไรแบบนี้ ไม่เคยได้ยินจริง ๆ น่ะเหรอ” ลุ้นให้อีกคนตอบใจจดใจจ่อ
         “ฉันไม่รู้จักมิลกี้ เพราะฉันไม่เคยคุยด้วย” คนที่หัวเราะเมื่อสักครู่หายไป กลายเป็นคนจริงจังที่ฉันยังคาดไม่ถึง ไม่คิดไม่ฝันด้วย ริกะจังตบไหล่ฉันเบา ๆ “รู้จักกันสำหรับฉันนั่นหมายถึงว่าเราต้องเคยได้คุยอะไรกันมาบ้าง แต่ถ้ารู้จักผ่านคนอื่น ฉันขอไม่นับ คนอื่นอาจจะพูดอะไรก็ได้ แล้วฉันจะได้รู้จักเธอได้ยังไง จริงมั้ย? ถ้าเกิดเขาพูดอะไรที่ไม่จริง ฉันต้องรับเรื่องอะไรที่ผิด ๆ มาด้วย งี้ก็แย่ดิ เธอเป็นคนน่ารักจะตาย น่ารักคำนี้ ฉันหมายถึงความรู้สึกที่ฉันรับรู้ได้นะ ถึงแม้ว่ามันอาจจะโดนบดบังด้วยเรื่องไม่ดีของมิลกี้…ดูทำหน้าเข้า” ริกะจังแกล้งโยกหัวฉันแรง ๆ นอกจากม่าจุงแล้วจะมีใครที่เข้าใจฉันอีกบ้าง ฉันดีใจ ที่มีคนแบบริกะจัง เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันยอมให้แกล้งมากแบบนี้ ถ้าม่าจุงทำล่ะก็ ต้องมีการด่ากลับไปแล้ว “ฉันว่ามิลกี้เองก็เป็นคนที่ตั้งใจทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้ว ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยเหลือได้ก็บอกนะ”
         “ฉันไม่ได้ซึ้งหรอกนะ พูดอะไรแบบนี้อะ แต่ขอบใจ” ฉันโกหก แกล้งทำเชิด ๆ ใส่ ทำเป็นไม่สนใจ ฉันมัน นังอสรพิษ แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ตัวฉันกระดากอยู่เหมือนกันเพราะฉันรู้สึกซึ้งใจกับเพื่อนใหม่คนนี้มาก เธอเห็นตัวตนฉันในอีกมุมซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดมิด ในเวลาอันสั้น แต่สนิทใจมากกว่าคนอื่น ๆ
         “เพราะว่าไม่มีใครได้เข้าใกล้มิลกี้ เขาถึงไม่รู้ว่าเธอเปราะบาง ทุกคนก็มองแค่ผู้หญิง ‘ร่าน’ นี่ใช่มั้ยคำที่มิลกี้คิดว่าฉันต้องใช้กับเธอ คำว่าร้ายที่ใช้เหยียบคนอื่นต่าง ๆ นานา” หน้าฉันหงายนิดหน่อยตามแรงผลักที่ริกะจังจงใจทำ
         “ฉันโดนต่อว่าจนมันเป็นเรื่องปกติไปแล้วสิ” ริกะจังยืนมอง สังเกตบางอย่างก่อนจะพูดต่อ
         “ฉันเองเมื่อก่อนก็เป็นแค่คนเงียบ ๆ ที่ไม่ชอบพูดคุยกับใคร ทุกคนมองว่าฉันไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ทั้งที่ความจริงฉันไม่ได้เป็นอย่างที่พูดกันสักนิด ฉันถึงเข้าใจว่ามันรู้สึกยังไง ที่หลายคนเชื่อในสิ่งที่เขาปักใจเชื่อมากกว่าความจริง” ริกะจังตบหลังฉัน สัมผัสที่ปลอบประโลม ให้ฉันสามารถพึ่งพาเธอได้
         “แต่ฉันก็เป็นอย่างที่พวกนั้นพูดกันนั่นแหละ เป็นตัวปัญหา”
         “ถ้าอยู่กับฉัน เธอไม่ต้องทำเป็นแข็งแกร่งก็ได้นะ พักซะบ้าง ฉันยินดีเป็นคนแก้ปัญหาให้นะ ถือว่าเราเป็นเพื่อนกัน” ริกะจังยักคิ้วหลิ่วตากวน ๆ “นี่ถ้าเป็นการ์ตูน ฉันเปิดตัวอย่างสวยเลยให้ตายเถอะ”
         “นี่มันเรื่องจริงเลิกมโนได้แล้ว จะว่าไป…เธอน่ะใจดีจังนะ”
         “ของมันแน่อยู่แล้ว เฮ้อ…ฉันไม่ได้อยากมโนนะอันนี้…แต่ขอให้พวกเราติดชมรมทีเถอะ”
         “เอ๋ ?”
         “แสดงฝีเท้าของพวกเราให้พวกชมรมต้องอึ้ง ให้มันเป็นข้อดีของเราที่คนต้องพูดถึง เอามั้ยมิลกี้ ลุยกับฉันมั้ย”
         “ให้มันติดคัดตัวก่อนเถอะ ค่อยมาพูดเท่ ๆ” ริกะจังเอาหัวโขกหัวฉันเบา ๆ “แน่ใจเหรอ ว่าจะปลอบฉันอะ หัวจะแตกมั้ยอะ โขกมาไม่ดูแรงตัวเองเลย” ฉันดันไหล่จะไล่ให้ริกะจังเลิกโขกหัวฉัน แต่เธอยังคงอยากแกล้งฉันต่อ
         “พูดงี้หมายความว่าไงมิลกี้…”
         “ช่างมันเถอะ แต่ถ้าติดทีมฟุตบอล ฉันจะลุยให้ชมรมฟุตบอลตะลึงเลยคอยดูสิ” ริกะจังเข้ามากอดคอฉันอย่างอารมณ์ดี เธอบอกว่าฉันจะต้องทำได้แน่

         หลังจากนั้นไม่กี่วัน…
         “มิลกี้ มากับฉันเร็ว” ฉันตัวปลิวตั้งแต่ก่อนจะได้ยินคำชวนเสียอีก ริกะจังพรวดมาจากไหนไม่รู้ แล้วฉันก็โดนลากมาดื้อ ๆ ระหว่างพักเที่ยง โชคดีว่าวันนี้ไม่ได้นัดหนุ่มที่ไหนไว้
         “อะไรของเธอเนี่ยริกะจัง” ฉันถามทั้งที่กำลังโดนลาก แต่ไม่ได้ปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงขณะเดินมากับเพื่อน
         “อย่าบอกว่าลืม” ริกะจังตบหัวตัวเองเมื่อฉันพยักหน้ายอมรับว่าลืม “วันนี้ประกาศผลคัดเลือกทีมฟุตบอล ไม่ลุ้นหน่อยเหรอ”
         “ก็อยากจะลุ้นอยู่หรอก แต่พวกเราโดนยิงเละขนาดนั้น ฉันคงต้องบอกตรง ๆ ว่าหวั่นใจ” ริกะจังลากฉันมาถึงห้องชมรมฟุตบอลหญิงจนได้ ตอนนี้มีคนอออยู่ด้านหน้าห้องเต็มไปหมด คนมันเยอะไปหรือเปล่าเนี่ย
         “ทางนี้ ๆ” ฉันแปลกใจที่ริกะจังพาแหวกเข้ามา ทั้ง ๆ ที่คนยืนกันแน่นจนล้นออกมาด้านนอก เราจะมีที่ด้านในได้ยังไง หรือเขาให้เข้าเฉพาะคนที่ไปคัดตัวเหรอ
         “มาทันพอดีเลยค่ะ เขายังไม่ได้เริ่มประกาศ” คาวาคามิคนเรียบร้อยเอ่ยอย่างตื่นเต้น ทันทีที่เห็นหน้าพวกฉันฝ่าวงล้อมมหาชนเข้ามาจนได้ หนูน้อยคนนี้ไร้เดียงสาซะจริง เธอยืนกันที่ไว้ให้ฉันกับริกะจัง
         “ฉันโจนิชิ เคย์ค่ะ รองประธานชมรมฟุตบอลหญิงเจ็ดคน” เสียงผู้หญิงอีกคนดังเรียกความสนใจของคนที่มาออกันอยู่รอบบริเวณห้องชมรม “จะขอรบกวนเวลาของทุกคนไม่นานนะคะ ผลการคัดเลือกที่ทางชมรมได้จัดทดสอบ เพื่อคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอลหญิงเจ็ดคนก็ออกมาแล้ว ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกมีห้าคนดังต่อไปนี้ค่ะ” รองประธานชมรมหันไปมองเพื่อนสมาชิกชมรม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือม่าจุง ก่อนที่จะประกาศรายชื่อต่อ
         “คนที่หนึ่ง ยาบูชิตะ ชู คนที่สอง คิชิโนะ ริกะ คนที่สาม นาอิกิ โคโคะโระ คนที่สี่ คาวาคามิ จิฮิโระ
         และคนสุดท้าย…วาตานาเบะ มิยูกิ ค่ะ”
         เสียงปรบมือให้กำลังใจจากคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกดังลั่นอยู่ในหูฉันพร้อม ๆ กับริกะจังที่โถมตัวเข้ามากอด เธอยังกอดคอน้องข้าง ๆ มาเฮด้วยกัน “เย็นนี้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ให้ไปที่สนามซ้อมของชมรมด้วยนะคะ และจะแจ้งรายละเอียดในส่วนที่เหลือต่อไปค่ะ สำหรับวันนี้ขอขอบคุณทุกคนมากค่ะ”
         “ทีมเรานี่สุดยอดไปเลยว่ามั้ย” ฉันปล่อยให้ริกะจังดีใจไปกับคาวาคามิ เมื่อแอบมองยามาโมโตะ ซายากะที่หน้าบูดอยู่คนเดียวตรงมุมห้อง สะใจจริง ๆ ต่อไปฉันก็จะมีคนมาคอยปรนนิบัติ สร้างความอิจฉาให้พวกที่กรี๊ดแม่นักกีฬาสุดฮอตคนนี้

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP01 (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s