[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP09 END (SayaMilky)

Posted on Updated on


cr original pic : คลิก


บางเรื่องที่ยังเป็นปริศนา ถึงเวลาเปิดเผย
ใครคือคนที่ทำร้ายและสร้างเรื่องวุ่นวาย
ถึงเวลาของบทสรุปเรื่องราวความสัมพันธ์
ระหว่างยามาโมโตะ ซายากะ และ วาตานาเบะ มิยูกิแล้ว !


         เรื่องที่ทีมฟุตบอลหญิงเจ็ดคนคว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะจุดโทษมาได้ เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางจนทำให้ครูทาเคโนะอุจิหน้าบาน รับคำชมไม่หวาดไม่ไหว ทั้งจากครูด้วยกันเองและจากนักเรียนคนอื่น ๆ และคำชมพวกนั้นก็ตกมาถึงพวกเราเหล่าสมาชิกทีมฟุตบอลด้วยทั้งหมด ยิ่งเป็นช่วงก่อนจะปิดเทอม นี่ทำให้พวกนักเรียนคนอื่น ๆ มีเรื่องพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เหล่ารุ่นพี่ที่เคยอยู่ทีมฟุตบอลมาก่อนอย่างรุ่นพี่ไอเนี้ยงและรุ่นพี่ยามาดะต่างเดินยิ้มแย้ม ที่พวกรุ่นน้องคว้าถ้วยมาได้สำเร็จ
         ของขวัญมากมายหลั่งไหลมาที่ห้องของชมรมฟุตบอล มากจนแย่งที่ในห้องไปได้โข การที่ไม่ได้เตรียมซ้อมบ่อยเท่าก่อนแข่ง สมาชิกหลายคนจึงมักมารวมตัวกันหลังเรียนเพื่อพูดคุยกันอยู่ที่ห้องชมรม แต่วันนี้ฉันไม่ได้อยู่คุยด้วยเพราะฟูจังบอกว่ามีของขวัญจะให้ เธอไม่ค่อยได้เข้ามาคุยกับฉันเท่าไหร่ช่วงหลัง เพราะฉันมักจะตัวติดกับวาตานาเบะ แม้จะคว้าแชมป์มาได้แล้วก็ตาม
         “ขอโทษนะ ไม่ได้รอนานใช่มั้ย ซายากะจัง” ฟูจังรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกล่องของขวัญเล็ก ๆ เพื่อนคนนี้ดูจะประหม่าตอนที่ยื่นกล่องนั้นให้ฉัน
         “ฉันเพิ่งมาถึงไม่นานเหมือนกัน ฟูจังเองก็มาก่อนเวลานี่นา” ฉันยิ้มให้เพื่อนผู้แสนขี้อาย
         “ดีใจด้วยนะที่ทำสำเร็จจนได้ ซายากะจังเก่งที่สุดเลยสำหรับฉัน” ฉันโดนฟูจังซบที่อก และแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อน จู่ ๆ ถึงทำอะไรแบบนี้
         “ฟูจัง ไม่เป็นไรนะ” คนขี้อายสะอื้นขึ้นมาไม่รู้สาเหตุ ฉันได้แต่ปลอบใจ “มีอะไรบอกฉันสิ มีใครทำร้ายฟูจังรึเปล่า”
         “มีคนทำร้ายฉัน ซายากะจังต้องช่วยฉันนะ ช่วยฉันด้วย” ฉันว่าแล้วเชียวว่าฟูจังต้องมีเรื่อง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ขอมาพบฉันแบบนี้
         “ใครทำร้ายเธอ”
         “วาตานาเบะทำร้ายฉัน”
         “วาตานาเบะน่ะเหรอ” ฉันดันฟูจังออกมาอย่างไม่เข้าใจ หรือว่าวาตานาเบะจะไปแย่งแฟนของใครอีก แต่เราตกลงคบกันอยู่ ทำไมล่ะ วาตานาเบะจะทำแบบนั้นทำไม “แต่ตอนนี้ฉันกับวาตานาเบะ…”
         “กำลังคบกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ” ฟูจังกำลังสะอื้นจนตัวโยน แล้วเธอก็เปลี่ยนไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
         “เอ๋ ?” ฉันได้แต่มองเพื่อนที่พูดเสียงเย็น แววตาไร้ซึ่งความไร้เดียงสา ความเกลียดชังพาดผ่านนัยน์ตาของคนขี้อายที่ฉันเคยรู้จัก แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว ฟูจังเดินยิ้มวนรอบตัวฉัน
         “วาตานาเบะทำร้ายฉัน เพราะแย่งคนสำคัญไปจากฉัน”
         “วาตานาเบะคบอยู่กับฉันแล้วจะแย่งใครไปได้ล่ะฟูจัง ฉันไม่คิดว่าวาตานาเบะจะแอบนอกใจฉันนะ” บางทีฟูจังอาจจะเข้าใจอะไรผิดพลาดไปกระมัง โชคดีที่วาตานาเบะไม่ได้อยู่แถวนี้ ไม่อย่างนั้นคงมีคนได้ใจที่ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอเต็มเปี่ยม
         “ก็เธอไงซายากะจัง วาตานาเบะแย่งคนสำคัญไปจากฉัน เขาแย่งเธอไปจากฉันหน้าด้าน ๆ”
         “เดี๋ยวนะ ฟูจังเองก็คบกับใครที่ไม่ใช่ฉันตั้งแต่แรกแล้วนี่ จะมาหาว่าวาตานาเบะแย่งฉันไปจากฟูจังได้ยังไงกัน อีกอย่างฉันไม่เคยตกปากรับคำใด ๆ กับฟูจังด้วยว่า ‘คบกันนะ’ ฉันจำได้ว่าไม่เคยมีสักครั้ง”
         “เธอไม่รู้เลยเหรอว่าฉันทำแบบนั้น เพราะอยากให้เธอหันมองฉันบ้าง…นี่ซายากะจัง เธอไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตาเลยเหรอ”
         “มันเกิดอะไรขึ้นฟูจัง เธอทำอะไรลงไป” ฉันถามเรียบ ๆ พยายามคุมความโมโหที่เดือดปุดพร้อมประทุ
         “ตอนแรกฉันคิดว่าโชคดีจัง ที่โดนวาตานาเบะแย่งแฟนปลอม ๆ ไป หมอนั่นไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรด้วยหรอกนะ แต่สันดานคนเจ้าชู้ยังไงมันก็เจ้าชู้วันยังค่ำ ฉันใช้เงินฟาดหัวเข้าหน่อยก็ยอมมาคบกับฉันง่าย ๆ พอวาตานาเบะมาแย่งไปใช่มั้ยล่ะ มันเข้าทางฉัน ซายากะจังจะต้องเห็นใจฉันและคอยปลอบประโลมฉันไม่ห่าง…ไม่อยากเชื่อเลยให้ตายเถอะ ทุกอย่างมันดันพังไม่เป็นท่า ซายากะจังกลับไปสนิทสนมกับผู้หญิงแบบนั้น ฉันพยายามแทบแย่ยังไม่ได้ใกล้ชิดเธอเท่านังผู้หญิงแบบนั้น ที่อุตส่าห์ใส่ร้ายป้ายสีเรื่องตบตีกับนักเรียนคนอื่นในโรงเรียน ก็ฉันนี่แหละ ฉันแค่ต้องการจะทำให้ตัวเองมีบุญคุณต่อทีมฟุตบอลของซายากะจัง…ทั้งที่โดนวาตานาเบะแย่งแฟนแบบนั้น แต่ฉันก็ยังยอมช่วยเหลือคนที่เกลียด เหอะ…ใครจะทันคิดว่าคนที่ช่วยนั่นแหละที่เป็นตัวบงการทั้งหมด”
         “เธออยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรก” ฉันส่ายหัวไม่อยากเชื่อเรื่องที่เพิ่งได้ยิน
         “แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย นับวันซายากะจังยิ่งห่างฉันออกไป แต่กลับใกล้ชิดกับวาตานาเบะแทน ฉันต้องทนเห็นพวกเธอเดินกลับบ้านด้วยกัน เธอคิดว่าฉันจะทนรับมันได้เหรอ”
         “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ นี่รึว่าคลิปหลุดกับผู้ชายของวาตานาเบะ ก็เป็นฝีมือของฟูจัง” ฉันเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่ผ่านมาเข้าด้วยกัน
         “ใช่แล้ว เจ๋งไปเลยเนอะ” ฟูจังทำสายตาเลื่อนลอยใส่ เธอทำกริยาเหมือนเรื่องนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์
         “วาตานาเบะน่ะ คงไม่รู้ว่าตัวเองโดนอะไรไปบ้าง ฉันติดต่อผู้ชายที่ไว้ใจได้ให้ลงมืออย่างแนบเนียน ได้เงินและยังได้ฟันเด็กมัธยมฟรี ๆ ใครจะปฏิเสธได้จริงมั้ย” ฉันได้แต่สะอิดสะเอียนกับสิ่งที่ฟูจังพูด ทุกคำทุกอย่างมันแสดงให้เห็นความดำมืดของจิตใจคนพ่ายแพ้
         “เธอนี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว เสียดายที่ฉันเคยรู้สึกดี ๆ กับการได้มีเพื่อนนิสัยดีแบบฟูจัง แต่ก็ดีที่ฉันได้รู้ความจริง เธอทำให้ฉันยิ่งชอบวาตานาเบะมากขึ้นไปอีก วาตานาเบะน่ะดีกว่าเธอไม่รู้จะกี่เท่า ทั้งที่เขาเป็นคนไม่ดีในสายตาคนอื่น แต่รู้มั้ยพอฉันได้อยู่กับเขา ฉันมีความสุขมาก วาตานาเบะเป็นคนอ่อนโยน ไม่แค่กับฉันแต่ยังมีน้ำใจแก่สมาชิกทุกคนในทีม แย่หน่อยนะฟูจังอาจไม่สามารถเข้าถึงความสุขนั้นได้ เพราะจิตใจเธอมัวแต่จมอยู่ความชั่วร้าย คิดแต่จะทำร้ายคนอื่น”
         “ฉันเตือนเธอแล้วใช่มั้ยว่าอยู่กับวาตานาเบะมันอันตราย เพราะผู้หญิงคนนั้นควงผู้ชายที่ไหนไม่รู้ โดนทำร้ายมาไม่ใช่เหรอ อาจเป็นผู้หญิงที่เป็นเจ้าของผู้ชายคนนั้น เขาคงคิดแค้น”
         “นั่นเรียกว่าเตือนเหรอ เธอแค่ตั้งใจจะทำให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่รึไง ตราบใดที่ฉันยังอยู่กับวาตานาเบะ ฟูจัง เธอไม่มีทางทำอะไรได้และจะไม่มีวันด้วย” ฟูจังหัวเราะลั่น เธอไม่สนว่าฉันจะพูดอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกอย่างเกิดจากคนใกล้ตัวของฉันนี่เอง
         “จะบอกว่าตั้งใจทั้งหมดก็คงไม่ได้ บังเอิญว่าวาตานาเบะดันควงผู้ชายคนใหม่พอดี ฉันก็แค่กะจะเนียนโยนความผิดให้ผู้หญิงที่เป็นแฟนของผู้ชายคนที่วาตานาเบะควงอยู่คนล่าสุดก็เท่านั้นเอง นี่…ฉันยังไม่ดีพอเหรอซายากะจัง พอฉันเห็นว่าเธอโดนทำร้ายไปด้วย ฉันก็ไม่ส่งคนไปก่อกวนอีกจนกระทั่งพวกเธอไปแข่งและได้แชมป์ฟุตบอลมานะ ตอนนั้นฉันต้องอดทนแค่ไหน หงุดหงิดแค่ไหน แต่ฉันยอมเพื่อซายากะจังนะ ฉันยังใจดีไม่พอเหรอ” ฟูจังเริ่มคลุ้มคลั่งและพร้อมจะระเบิดอารมณ์ทุกเมื่อ
         “ถ้าเธอชอบใครแล้วเป็นแบบนี้ ฉันว่านั่นน่ะ มันไม่ได้เรียกว่าความรักแล้ว แต่มันคือความต้องการครอบครอง เธอแค่อยากเอาชนะเท่านั้นเองฟูจัง มันไม่ใช่ความรัก เรื่องที่ฉันคิดไม่ถึงคืออะไรรู้มั้ย เรื่องที่ฟูจังชอบฉันนั่นแหละ…”
         “ทำไมเธอถึงไม่เห็นถึงความรักที่ฉันมีให้” ฟูจังตาลอยพร่ำเพ้อไม่หยุด ฉันรู้สึกหดหู่ไปหมด มันแย่มากจริง ๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้
         “เอาเถอะเธอคงคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคิดใช่มั้ยฟูจัง” ฉันแค่นหัวเราะคนเดียวในลำคอ ฉันไม่ได้รู้สึกเป็นสุขนัก ที่ฉันจะต้องบอกความจริงกับคนที่คิดว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือของตัวเอง แต่วันนี้ฉันก็ดีใจอยู่อย่างที่มันจะจบแล้วตลอดระยะเวลาที่ฉันต้องเก็บความลับสำคัญไว้ “น่าสงสารจังนะ”
         “เธอพูดอะไรน่ะ ซายากะจัง” ฟูจังท่าทางตื่นตระหนกเมื่อโหมดอารมณ์ฉันเปลี่ยนไปบ้าง ฉันก้มหัวและผายมือไปที่อีกฝั่งหนึ่ง ครูทาเคโนะอุจิเดินออกมาพร้อมกับกล้องในมือ ฟูจังฉันจะไม่ใจดีกับเธออีกต่อไป เรื่องที่เธอทำทั้งหมดมันเลวร้ายเกินไปจริง ๆ
         “เธอ…รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ฟูจังตะคอกถาม สีหน้าส่อความกังวล
         “ฉันไม่รู้หรอกจนกระทั่งเธอจ้างผู้ชายที่บอกว่าไว้ใจได้ให้ไปทำงานสกปรกนั่นน่ะแหละ”
         “หมายความว่ายังไง เธอร่วมมือกับมันหักหลังฉันเหรอ”
         “ถ้าเธอจะสังเกตสักนิดว่าผู้ชายในภาพไม่ใช่ผู้ชายคนที่เธอจ้าง แผนคงแตกไปแล้ว แต่เพราะมันคือภาพแอบถ่าย ถ้าการที่ภาพไม่ชัด คงไม่ได้ทำฟูจังติดใจสงสัยอะไร
         “ฉันไม่ทันคิดเลยค่ะ” ฟูจังส่งยิ้มแต่น้ำเสียงช่างเย็นเยียบ ทำไมเธอเป็นได้มากขนาดนี้
         “เพื่อความสมจริง เพื่อความมั่นใจ เธอบอกให้คนที่จ้างถ่ายภาพตอนเขานอนกับวาตานาเบะมาใช่มั้ยล่ะ พี่ชายกับฉันก็จัดการให้คนที่ฟูจังจ้าง ซ้อนแผนหลอกฟูจังอีกทีว่ามีคลิปเต็มอยู่กับมือ แต่จะขอเก็บไว้ก่อนค่อยคิดต่อไป ทำให้ฟูจังกังวลว่าหมอนี่ต้องการเงินเพิ่มหรือจะอะไรก็ตามเพื่อสร้างเรื่องให้ฟูจังเกิดปัญหาบ้าง” อีกคนพยักหน้าแต่ไม่พูดอะไรฉันจึงเล่าต่อ
         “หลังจากนั้นก็ส่งคลิปบางส่วนแต่เป็นภาพที่ไม่ค่อยชัดนักไปให้ รู้มั้ย…ฟูจังชะล่าใจเกินไปและคิดว่าตัวเองเหนือกว่าทุกคน ซึ่งมันไม่ใช่ วันนั้นพี่ชายฉันไปทานข้าวกับแฟนนอกบ้าน ขากลับก็แปลกใจนึกว่าวัยรุ่นเมาเดินนัวเนียกันมา แล้วพี่ชายฉันก็จำได้ว่าเป็นวาตานาเบะ เขาจึงเข้าไปและจัดการผู้ชายคนที่ฟูจังจ้างมาก่อนจะโทรบอกฉัน หมอนั่นน่ะเหรอ ขี้ขลาดจะตายพอเจอคนจริงอย่างพี่ชายฉันเข้า ไม่กล้าแม้แต่จะหือ คืนนั้นคนที่คอยดูแลวาตานาเบะอยู่ก็ฉันนี่แหละ”
         “ยามาโมโตะเอาเรื่องนี้มาบอกครู ปรึกษาว่าจะทำยังไง เพราะไม่อยากทำร้ายเพื่อน ไม่อยากทำให้เธอต้องเสียอนาคต แต่ขืนปล่อยไปวาตานาเบะอาจเป็นอันตราย ยามาโมโตะคิดว่ายางุระแค้นเรื่องที่โดนแย่งแฟนไป ถึงแม้ว่าตอนนี้ความจริงจะเปิดเผยแล้วว่าสิ่งที่ยางุระทำทั้งหมดนั้น ทำไปเพราะอะไร” ครูทาเคโนะอุจิเองก็มองฟูจังด้วยสายตาที่คาดไม่ถึงและออกจะผิดหวังในสิ่งที่ต้องรับรู้
         “ถึงว่าสิ ทำไมวาตานาเบะมันถึงยังได้เล่นฟุตบอลอยู่ได้ ทั้งที่ฉาวโฉ่ขนาดนั้น” ฟูจังไม่ได้สะทกสะท้านกับแผนการที่เหลวไม่เป็นท่า
         “ฟูจังเป็นคนที่สาม ที่รู้เรื่องนี้ ในโรงเรียนนอกจากฉันกับครูทาเคโนะอุจิก็ไม่มีใครรู้เรื่องอีก” ฟูจังทำท่าคิดและเผยอยิ้มเย็น
         “มีแค่สองคนเท่านั้นใช่มั้ย…ถ้าฉันกำจัดเธอสองคนไปได้ก็จบแล้วสิ” ฟูจังดึงเอาวัตถุบางอย่างสีดำสนิท จ่อมาทางฉันสลับกับทิศทางที่ครูทาเคโนะอุจิยืนอยู่ วัตถุที่ไม่ควรจะอยู่ในมือของคนที่กำลังจะเสียสติแบบเธอ
         “ยางุระ วางปืนเถอะมันจบแล้ว” ครูทาเคโนะอุจิใช้น้ำเสียงสงบหวังว่าจะให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลาย แต่ฉันคิดต่างออกไป ท่าทางของฟูจังวันนี้ ไม่อาจวางใจได้ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน
         “ครูคิดว่าที่หนูเรียกซายากะจังมา แค่เรียกมาบอกเรื่องราวทั้งหมดแล้วก็แยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นเหรอคะ ครูคิดว่าหนูจะทำแค่นั้นเหรอ…ไม่…เมื่อหนูไม่ได้ เมื่อหนูไม่สมหวัง ก็จะไม่มีใครสมหวังกับซายากะจังทั้ง โดยเฉพาะวาตานาเบะ ผู้หญิงแบบนั้นไม่สมควรคู่กับซายากะจังของหนูแม้แต่นิดเดียว”
         “ยางุระ !”
         เสียงดินปืนทำปฏิกิริยาดังปังแหวกผ่านโสตประสาทฉันเข้ามา มันเป็นเพียงช่วงเสี้ยววินาทีที่สั้นมากหลังจากที่ครูทาเคโนะอุจิตะโกนห้าม ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มช้าลง แต่ความเจ็บที่ท้องมันออกฤทธิ์ไวจนน่าตกใจ เลือดเหนียวไหลเยิ้มรู้สึกอุ่นไปทั่วหน้าท้อง ฉันทรุดลงไปกองกับพื้น ฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรต่อนอกจากแค่เอามือกดแผลตัวเองไว้ พยายามฝืนขืนดวงตาที่กำลังจะสู้ความอ่อนล้าไม่ไหว มองเห็นฟูจังโดนอะไรบางอย่างจนไม่สามารถถือปืนไว้ได้

         ก่อนจะไร้ซึ่งสติ ใบหน้าของวาตานาเบะก็แวบเข้ามาในหัวฉัน
         รอยยิ้มของเธอเป็นพลังให้ฉันเสมอ…

         แสงจ้าทิ่มแทงตาของฉันทั้งที่ยังหลับ แสงสีขาวจ้าเกินกว่าที่ฉันจะสู้มันไหว แต่สุดท้ายฉันก็ยังอยากพยายามลืมตาขึ้นมาอยู่ดี ครั้งสุดท้ายก่อนหลับตา ฉันเห็นอะไรกันนะ…
         “ซายากะ” เสียงที่คุ้นหูร้องเรียกฉันไม่ไกล มันชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ฉันยังจำความอบอุ่นนั้นได้ดี มีอะไรคุ้น ๆ ที่ฉันจำได้อีกกันนะ ใช่แล้ว…ริมฝีปากที่อ่อนโยน ถึงท่าทางจะกวนประสาท ผู้หญิงหัวเห็ดคนนั้น ฉันมักจะแอบยิ้มคนเดียวบ่อย ๆ เวลาที่คิดถึงเรื่องเธอ
         “วาตานาเบะ” ฉันพยายามเปล่งเสียงแต่มันยากลำบากจนฉันเกือบจะยอมแพ้ ฉันรู้สึกอ่อนเพลีย อ่อนเพลียมากเหลือเกิน แต่เมื่อกี้ต้องเป็นเสียงของวาตานาเบะแน่นอน ฉันจำได้
         แล้วเรื่องของฟูจัง ใช่…จริงสิ ฉันนึกออกแล้ว ฉันถูกยิง แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น “วาตานาเบะ !”
         “ซายากะ ได้ยินฉันใช่มั้ย ตื่นสิ” เธอยังเรียกฉันอยู่ ฉันฝืนความเพลียของตัวเองและลืมตา ใช้เวลานานทีเดียวกว่าฉันจะชินกับแสงจ้าที่ไม่คุ้นเคย “ไม่เจอกันนานเลยนะ” วาตานาเบะประคองหน้าฉัน ให้ฉันเห็นว่าเธออยู่ข้าง ๆ อยู่กับฉัน
         “เหนื่อยจัง” ฉันหลับตาลงอีกครั้งเมื่อคนที่เรียกฉันลูบหัวอย่างเบามือ และเธอจะอยู่ข้างฉันตลอดไปอย่างไม่ต้องสงสัย
         “ซายากะไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจบลงแล้ว จบแล้วจริง ๆ”

         อาการของฉันค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ เพราะกระสุนไม่ได้โดนจุดสำคัญอะไร สมาชิกชมรมฟุตบอลทยอยกันมาเยี่ยม ม่าจุงบอกว่าเป็นห่วงฉันมาก
         พวกชมรมเล่าว่าแอบตามฉันไปแล้วก็ซุ่มดูอยู่ไกล ๆ พวกนั้นแปลกใจที่จู่ ๆ ครูทาเคโนะอุจิก็เดินถือกล้องออกมา ก่อนที่พวกนั้นบอกว่าจะลนลานทำอะไรไม่ถูกตอนที่ฟูจังเอาปืนเล็งมาทางฉัน
         ส่วนยูริ บอกว่าพอได้ยินเสียงปืน พวกชมรมก็มองหาของปาเข้าใส่ทำให้เสียสมาธิ แล้วเปิดช่องให้ครูทาเคโนะอุจิเข้าชาร์จตัวฟูจังได้ ถ้าเกิดพวกชมรมวิ่งลุยเข้าไปกันหมดจะยิ่งเป็นอันตราย การทำแบบนี้ครูทาเคะโนะอุจิต้องจัดการได้แน่
         ยูริยังเสริมถึงอีกคนให้ฟังด้วยความชื่นชมจนออกนอกหน้าว่า วาตานาเบะโกรธมากตอนที่วิ่งเข้าไปประคองฉัน หลังฟูจังสิ้นฤทธิ์ ถ้าวาตานาเบะไปถึงตัวฟูจัง รายนั้นคงโดนล่นงานจนอ่วมแน่
         ปิดท้ายที่ม่าจุงไม่วายถามว่าวาตานาเบะป่วยเหมือนกันเหรอถึงได้ขลุกอยู่กับฉันตลอดเมื่อว่าง แถมยังจะไปเล่าข้อสงสัยนี้กับผู้ร่วมขบวนการด้วย ม่าจุงบอกว่าต้องปรึกษาคิชิโนะสักหน่อย บางทีอาจเกิดอะไรขึ้นกับวาตานาเบะหรือเปล่า
         ให้ฉันหายก่อนเถอะ จะเล่นงานให้น่วมทั้งคู่เลย…

         เพียงแค่อาทิตย์เดียวที่ฉันต้องนอนอยู่โรงพยาบาลคุณหมอก็อนุญาตให้ฉันออกจากโรงพยาบาลได้แต่อาจจะต้องกลับมาดูอาการบ่อยสักเล็กน้อยในช่วงแรก ๆ วาตานาเบะหาเรื่องมาอยู่กับฉันที่บ้านบ่อยกว่าปกติ ฝ่ายแม่ก็ปลื้มปริ่มที่ลูกสาวมีคนดูแล ก็ใช่สิแม่ชอบวาตานาเบะนี่นา ยิ่งพอวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ วาตานาเบะขออนุญาตมาอยู่กับฉันรวดสองคืนติด
         “ถ้าย้ายมาอยู่บ้านฉันได้ เธอคงทำใช่มั้ย” ฉันแกล้งแซวระหว่างที่อีกคนกำลังนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ยิ้ม ๆ
         “ประมาณนั้นแหละ แต่ถ้าซายากะไม่อยากให้ฉันอยู่ก็บอกนะ” ดีที่วาตานาเบะยังง่วนกับโทรศัพท์อยู่ เธอเลยไม่เห็นว่าฉันอมยิ้ม ฉันมีความสุขมากที่วาตานาเบะมาอยู่ด้วยแบบนี้ บางทีอาจแกล้งหาเรื่องใช้เธอให้สาสม ต้องสนุกแน่ ๆ
         “แล้วนั่นยิ้มอะไรเหรอ” วาตานาเบะหันมา เธอส่งโทรศัพท์ให้ฉันดู หน้าจอคือบทสนทนาในไลน์ ข้อความล่าสุดของม่าจุงคือ ‘ไปนอนกับซายาเน่อีกแล้วเหรอ น่าหมั่นไส้’ ตามมาด้วยสติกเกอร์หน้าบูดจนฉันยังขำ แต่ไม่สามารถหัวเราะแรง ๆ ได้ แผลยังไม่หายเป็นปกติเท่าไหร่
         “ชอบแซวนัก ก็ทำให้พวกนั้นไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาแซวได้อีก เปิดเผยไปเลยว่าฉันกับซายากะน่ะนะไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว” วาตานาเบะยักคิ้วอย่างมีเลศนัย
         “นี่ ๆ อย่าพูดให้พวกนั้นคิดลึกเชียว เรื่องยาวไม่จบจะวุ่นกันไปใหญ่” วาตานาเบะย่นหน้าทำแก้มป่องว่างอน ก่อนที่จะหลุดขำซะอย่างนั้น เธอขยับเข้ามาหอมแก้มฉันเร็ว ๆ
         “เอาไว้เราอายุสิบแปดปีบริบูรณ์เมื่อไหร่ ค่อยไปถึงไหนต่อไหนกันเนอะ ซายากะโอเคมั้ย”
         “ทะลึ่ง เธอคิดอะไรของเธอกันแน่” แต่ถ้าสิบแปดไว ๆ อาจจะดีก็ได้…เสียงในหัวฉันแย้งกันเองอย่างสนุกสนาน
         “แหม ๆ อย่าทำเป็นเขินไปหน่อยเลยน่า ครบสิบแปดเมื่อไหร่ ซายากะไม่รอดฉันหรอก”
         “พูดมากจริง” ฉันตัดบทค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนแผล
         “ซายากะ” วาตานาเบะขยับเข้ามานอนข้างกัน เธอเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจัง “ฉันได้เห็นคลิปที่ครูทาเคโนะอุจิถ่ายไว้แล้วนะ”
         “ดูแล้วเหรอ” ฉันรู้สึกหน้าร้อนผ่าว พอคิดถึงว่าตอนนั้นพูดอะไรออกไปบ้าง ก็ไหนครูบอกว่าจะไม่ให้ใครดูถ้าไม่จำเป็นไง ทำไมครูทำกับหนูแบบนี้
         “ขอบคุณที่ชอบฉันและเชื่อมั่นในตัวฉันนะซายากะ” วาตานาเบะก้มมาจูบฉันและยิ้มให้เขิน ๆ ปกติไม่ค่อยได้เห็นเธอเขินบ่อยนัก แต่ใบหน้าแบบนี้น่ารักน่าหยิก
         “ฉันอยากบอกอะไรเธอสักอย่าง”
         “เรื่องอะไร มีเรื่องอะไรเหรอ”
         “คือมันอาจจะดูบ้าบอไปหน่อย แต่เรื่องผู้ชายคนที่ยางุระพูดถึงน่ะ”
         “อ้อจริงสิ เขาบอกว่าเห็นเธอเดินควงกับผู้ชาย”
         “คนนั้นเป็นเพื่อนฉัน ฉันแค่ขอให้เพื่อนช่วยเพราะอยากรู้ว่าซายากะ..จะมีอาการหึงฉันบ้างมั้ย ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอคิดยังไงกับฉันกันแน่น่ะ” ฉันหลุดหัวเราะพอเห็นหน้าวาตานาเบะตอนเล่าเรื่องนี้ แล้วก็รีบหยุดแทบไม่ทัน มันร้าวไปทั่วบริเวณแผล
         “ฉันไม่ได้หึงเรื่องนั้นเลย แต่ฉันโมโหที่มิยูกิยิ้มให้ชิดะมากกว่า…อย่าให้เห็นอีกนะ”
         “มานากะเป็นเพื่อนฉันนะ ยิ้มให้นิดเดียวก็ไม่ได้เหรอ” วาตานาเบะแกล้งอ้อนอย่างประจบ “ฉันอยากกอดแล้วก็อ้อนเธอมากกว่านี้นะรู้มั้ย อยากกอดเธอแน่น ๆ อยากทำอะไรต่อมิอะไรมากมายนับไม่ถ้วน แต่เพราะซายากะยังไม่หายสนิท ฉันก็คงทำได้แค่อยู่ข้าง ๆ”
         “ไอ้อะไรต่อมิอะไรนั่นมันคืออะไร ยกตัวอย่างให้ฉันฟังสักอย่างได้มั้ย”
         “ก็อะไรที่ทำได้ ฉันทำหมดนั่นแหละ” วาตานาเบะตอบมีเลศนัยอีกแล้ว แต่ฉันจะไม่ถามมากไปกว่านี้ เอาไว้หายเมื่อไหร่ ตอนนั้นจะได้รู้ทีเดียวไปเลย “เสียดายชะมัด”
         “วาตานาเบะ นี่เธออย่าทำเสียงอ่อยเพราะเรื่องอะไรต่อมิอะไรที่เธอคิดอยู่คนเดียวได้มั้ย” ฉันว่าเข้าให้แต่อีกคนก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วไม่ว่าฉันจะดุอะไรเธอ
         “ก็อยากกอดซายากะนี่” วาตานาเบะยังอ้อนไม่หยุด
         “มิยูกิคงคิดถึงฉันอยู่ตลอดเวลาใช่มั้ย ตอนหลับก็เพ้อเรียกชื่อฉันตลอด” นี่เป็นความลับสุดยอดในคืนที่ไม่ได้สตินั้นของวาตานาเบะ เป็นตาฉันเอาคืนบ้าง
         “ซายากะอย่ามามั่วหน่อยเลย ใครจะเพ้อถึงเธอขนาดนั้น” วาตานาเบะไม่เชื่อที่ฉันบอก แต่สีหน้าระแวงไปแล้วเรียบร้อย
         “แต่เรื่องกอด ที่เธอบอกน่ะ ฉันเชื่อว่าจริง เพราะขนาดหลับ มิยูกิยังกอดฉันไม่ปล่อยเลยแหละ คืนที่โดนวางยา ฉันแทบไม่ได้นอนเพราะต้องคอยกอดเธอไว้เกือบเช้าแน่ะ”
         “น่าอายชะมัด ซายากะบ้า” วาตานาเบะหัวเราะแต่หันหลังหลบไป พอโดนแกล้งบ้างทำเป็นมาเขิน
         “ฉันนอนกอดเธอไม่ได้นะคืนนี้ เพราะงั้น จับมือกันแทนได้มั้ย” วาตานาเบะหันกลับมาและเขยิบร่างของเธอให้แนบชิดกับฉัน พวกเราประสานมือกันไว้ ฉันซุกหัวตัวเองกับเธอ
         “ที่จริงฉันอยากอ้อนมิยูกิเหมือนกันนะเนี่ย” วาตานาเบะกุมมือฉันส่งความสุขมาถึงฉัน ฉันรู้สึกได้ว่ามีกระแสไฟอ่อน ๆ วิ่งแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดอีกต่อไป เมื่อมีผู้หญิงหัวเห็ดคนนี้อยู่ข้าง ๆ เป็นกำลังใจให้
         “วาตานาเบะ มิยูกิ”
         “หืม…”
         “ฉันชอบเธอ”
         “เสียดายนะ” วาตานาเบะสวนขวับ
         “เสียดายอะไรเหรอ” นี่หรือว่าเธอไม่คิดแบบฉัน
         “อย่างที่บอกแหละ ถ้าเราสิบแปดแล้วเธอบอกชอบฉันซึ่ง ๆ หน้าขนาดนี้ ฉันไม่ปล่อยให้เธอนอนหลับสบาย ๆ แน่ ไม่มีทาง” อีกคนแสดงความมุ่งมั่นออกนอกหน้า
         แต่ถูกของวาตานาเบะ อย่าว่าแต่เธอเลย
         ฉันเองก็แอบคิดเหมือนกันว่าฉันจะอดทนต่อหัวใจของตัวเองได้ไหวหรือเปล่า…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP09 END (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s