[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP03 (SayaMilky)

Posted on Updated on


cr original pic : คลิก


วาตานาเบะเริ่มซ้อมกับทีมฟุตบอล ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
ผู้หญิงหัวเห็ดไม่ได้เลวร้ายในเรื่องฟุตบอลอย่างที่คิด
แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่ใช่ตัวปัญหานี่ !
ยามาโมโตะ ซายากะ จะต้องงัดไม้ไหนมารับมือกับความเจ้าเล่ห์ของผู้หญิง
ที่เกินกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนเกลียดเข้าไส้ดีล่ะ?


         แรงสั่นจากอุปกรณ์สื่อสารทำให้ฉันค่อย ๆ แอบหยิบมันขึ้นมาสำรวจระหว่างคาบเรียนสังคม โปรแกรมสนทนาสุดฮิตเด้งแจ้งเตือนข้อความมากมายรวมทั้งกลุ่มสนทนาของชมรมฟุตบอล
         ใจความสำคัญไม่มีอะไรมาก นอกจากเรื่องที่รองกัปตันแจ้งข่าวว่าวันนี้ไม่มีการซ้อม พร้อมทิ้งท้ายเรื่องชวนทุกคนไปลิ้มลองร้านไอศกรีมไม่ไกลจากโรงเรียนมากนักหลังเลิกเรียน
         ฉันกวาดสายตาและเห็นว่าสมาชิกไปกันหลายคนยกเว้นกัปตันที่ไม่มีปฏิกิริยากับการชวนของรองกัปตันเลยแม้แต่น้อย จึงเฝ้ารอจนเกือบจะเย็น เลยตัดสินใจส่งข้อความไปหาเธอ
         ฉันจะรออยู่หน้าอาคารเรียน

         “มิลกี้ ไม่ไปด้วยกันเหรอ” พวกโจนิชิกับคนที่จะไปกินไอศกรีมเดินเข้ามาถามฉันที่รีบมารอยามาโมโตะตามที่ส่งข้อความไปบอกเธอ
         “กัปตันไม่ไปเหรอ” ฉันลองถามผ่าน ๆ เหมือนไม่ได้สนใจนัก เมื่อยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกัปตันยามาโมโตะ ทั้งที่ความจริงอยากรู้จนเนื้อเต้น
         “ตอนที่เรียนคาบสุดท้ายก็ไม่เห็นพูดอะไรนะ แต่ฉันก็ไม่เห็นซายาเน่แล้ว ไม่รู้หายไปไหน…มิลกี้รอซายาเน่อยู่เหรอ” โจนิชิจะเดาแม่นจนน่ากลัวเกินไปแล้วนะบางที แต่เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องยอมรับ
         “อ๋อเปล่า คือฉันมีนัดอื่นแล้วน่ะ” ฉันเห็นว่าม่าจุงแอบยิ้มนิดนึงแต่ไม่ได้พูดอะไร แล้วพวกโจนิชิก็ขอแยกไปธุระกันทั้งหมดนั่น เมื่อฉันโม้เรื่องที่มีนัดอื่นอยู่ก่อนแล้ว
         แต่รอเท่าไหร่ก็ไม่มีแม้เงาของยามาโมโตะ ไม่มีแม้การตอบกลับข้อความที่ฉันส่งไปหา จนกระทั่งเริ่มมืด ฉันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับบ้าน ยามาโมโตะเธอทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง…
         กล้าเมินกันแบบนี้เหรอ…

         วันต่อมาฉันยังคงไม่ได้รับการติดต่อกลับใด ๆ จากกัปตันทีมชมรมฟุตบอลหญิง จะมีก็แต่พวกผู้ชายที่พยายามจะจีบฉัน ขยันส่งข้อความมาหามากมายจนน่ารำคาญ ตอนนี้ฉันแค่ต้องการคำตอบจากยามาโมโตะว่าทำไม หรือมันเกิดอะไร ฉันจะได้ไม่ต้องรู้สึกแย่ที่รออยู่หน้าอาคารคนเดียวจนมืดค่ำแบบนั้น…ฉันจะหาเรื่องทำโทษยามาโมโตะให้ถึงที่สุด

         “อะไรเนี่ยมิลกี้ สีหน้าเหงาหงอยของแก เกิดอะไรขึ้นเหรอเมื่อวาน ซายาเน่ทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า บอกฉันได้นะ” ม่าจุงแกล้งกระแทกไหล่เพื่อหยอกฉันที่เดินเซ็ง ๆ ระหว่างจะไปสนามซ้อม
         “ก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก” นี่ฉันต้องหงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อยหาสาระไม่ได้แบบนี้เพราะยามาโมโตะไปทำไม ก่อนจะเอะใจกับสิ่งที่ม่าจุงพูด กองหน้าเพื่อนสนิทของฉันกำลังมองยิ้ม ๆ “คือฉันหมายถึงว่า เมื่อวานฉันไม่ได้รอยามาโมโตะไง กัปตันเขาจะมาทำอะไรฉันล่ะ”
         “ฉันก็ลืมไปว่าแกไม่ได้รอซายาเน่ โทษที ๆ” ฉันและม่าจุงจบการสนทนาเพียงแค่นั้นเมื่อเรามาถึงสนามซ้อมพอดี ฉันจะต้องระวังม่าจุงให้มากขึ้นกว่าเดิมแล้วสิ พวกโจนิชิกำลังเตรียมอุปกรณ์ซ้อมกันอยู่ ฟากยามาโมโตะกำลังง่วนอยู่ตรงหน้ากระดานจัดแผนการเล่นกับครูทาเคโนะอุจิ ไว้หลังซ้อมฉันจะรอดูว่ายามาโมโตะจะพูดอะไรบ้างมั้ย ถ้าไม่ล่ะก็ต้องเคลียร์กันยาว
         นี่ฉันทำเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของยามาโมโตะเกินไปหรือเปล่า แต่เธอต้องดูแลฉันนี่ ฉันไม่สนใจหรอก มันอยู่ในข้อตกลงของเราสองคน ยามาโมโตะต้องเข้าใจเรื่องนั้นดี

         เมื่อสมาชิกมากันพร้อมหน้าการซ้อมก็เริ่มขึ้น วันนี้มีการเล่นลิงชิงบอลอยู่ในการซ้อมด้วย ประโยชน์ที่ได้รับคือการครองบอลและส่งบอลในสถานการณ์ที่คนอื่นพยายามจะแย่งบอลไปจากเรา ฉันโดนเป็นลิงตั้งแต่แรกแต่ยังพอเอาตัวรอดมาได้และส่งหน้าที่ลิงต่อให้คนอื่น โจนิชิมีทักษะการส่งบอลที่ดีมาก แทบไม่ได้เป็นลิงมาแย่งบอลเหมือนคนอื่น ๆ เลย นี่คงเป็นจุดเด่นของเธอ
         กัปตันทีมต้องการเน้นพละกำลังขาในการเคลื่อนที่ให้เหล่าสมาชิกชมรมเป็นพิเศษ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มฝึกซ้อมแบบทีมแข่งกันสองฝั่ง ก็ให้สมาชิกทั้งหมดจับคู่กันเสร็จสรรพ ยามาโมโตะปล่อยให้สมาชิกเริ่มซ้อมด้วยการที่คนหนึ่งใส่สายรัดไว้ที่เอว ส่วนเพื่อนที่เป็นคู่ก็ดึงรั้งสายนั้นเอาไว้ทางด้านหลัง ทำให้เกิดแรงต้านให้เพื่อนอีกคนได้ฝึกออกแรงขาในการเคลื่อนที่ เพื่อสู้กับแรงต้านนั้น
         ทุกคนผลัดกันมาซ้อมกันอย่างสนุกสนาน แข่งกันดึงแข่งกันวิ่ง ฉันได้คู่กับม่าจุงที่ถึงแม้จะตัวพอกันกับฉันแต่แรงดีกว่าฉันหลายเท่า เพราะตลอดเวลาฉันสู้แรงดึงของม่าจุงไม่ไหว พอยิ่งวิ่งจึงยิ่งต้องใช้แรง นั่นทำให้เกิดความเหนื่อยเป็นทวีคูณ นี่แสดงให้เห็นว่าฉันยังต้องฝึกเรื่องความแข็งแกร่งอีกยาว นอกจากจะหงุดหงิดกับยามาโมโตะแล้ว ยังเคืองที่ตัวเองไม่ค่อยแข็งแรงอย่างคนอื่นในทีม มันคงต้องใช้เวลา แต่ฉันก็อยากฟิตมากกว่านี้ จะได้เอาไว้เย้ยยามาโมโตะด้วยนี่แหละเรื่องสำคัญหรืออาจจะเป็นเรื่องหลักเลยก็ว่าได้

         “วาตานาเบะ เธอมาซ้อมกับฉันต่อก่อนกลับบ้านอีกหน่อย วันนี้ตอนที่คู่กับม่าจุง เธอแทบจะไม่มีแรงเลย” เสียงหวานที่ดูหงุดหงิดดึงฉันไว้ เมื่อสิ้นสุดการซ้อมแบบแบ่งทีมแข่งกันสองฝั่ง ก็ไม่ได้ว่าไม่มีแรงสักหน่อย ฉันแอบเถียงอยู่ในใจคนเดียว ฉันแค่มีแรงสู้ม่าจุงไม่ได้เฉย ๆ นี่ใจคอจะไม่พูดถึงเรื่องเมื่อวานเลยหรือไงนะ
         “อื้อ” ฉันหันไปหาเพื่อนที่กำลังจะกลับพร้อมถอนหายใจด้วยความเหนื่อย
         “งั้นพวกเรากลับกันก่อนนะ” ริกะจังกับเพื่อน ๆ โบกมือลาทยอยเดินออกจากสนามไป ฉันเดินตามยามาโมโตะเข้าไปในสนามอีกครั้ง และเธอให้ฉันเป็นฝ่ายได้วิ่ง กัปตันจะเป็นคนดึงสายให้
         พอให้สัญญาณว่าเริ่มได้ แรงดึงประหนึ่งหุ่นยนต์ฉุดจากคนที่ขอให้ฉันซ้อมเป็นพิเศษกับเธอ ก็ลากฉันถอยหลังมาได้โดยไม่ทันออกวิ่งด้วยซ้ำ ยามาโมโตะรู้จักคำว่าเหนื่อยบ้างหรือเปล่า ฉันหันไปมองสายตาสงสัย…
         “นี่ฉันดึงตามปกติ วาตานาเบะ เธอควรออกแรงวิ่งให้เยอะ ๆ แล้วก็ลุกได้แล้ว” กัปตันให้ความเห็นอย่างกับรู้ว่าฉันคิดเรื่องอะไรอยู่ เธอตั้งท่ารอเรียบร้อยพร้อมดึงสายกระตุ้นฉันให้ลุก
         เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง ยามาโมโตะเตรียมพร้อมอยู่ด้านหลังฉัน เมื่อเธอให้สัญญาณว่าเริ่ม ฉันก็พยายามวิ่งสุดชีวิต คราวนี้ถึงจะต้านแรงดึงได้อยู่พักใหญ่ แต่ก็หมดแรงและโดนดึงจากทางด้านหลังจนตัวปลิว
         “เฮ้ย !” รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหงายหลัง แต่บางคนก็เข้ามาช่วยรับฉันที่เสียหลักจากแรงดึงของเธอได้ทัน ก่อนที่จะเอาหัวไปทดสอบกับพื้นสนาม ถึงจะเป็นหญ้านุ่มยังไงเวลาล้มหัวฟาดก็เจ็บอยู่ดี ฉันที่ยังกึ่งนั่งกึ่งนอนไม่ยอมลุกสักที ก็เลยโดนคนที่ยังพยุงตัวฉันอยู่บ่น
         “วาตานาเบะ เธอจะอยู่แบบนี้อีกนานมั้ย ฉันเมื่อยแล้วนะ…ลุก” ยามาโมโตะพยายามจะดึงฉันให้ลุก
         “ยังไม่อยากลุก ขออยู่แบบนี้ไม่ได้เหรอ ฉันเหนื่อย ฉันอยากนอน” ซ้อมมาจนเย็น ใครบ้างที่จะไม่หมดแรงหรือไม่ก็ฉันอยากหมดแรงเวลาที่ได้อยู่กับยามาโมโตะ
         กัปตันเป็นคนที่ตามใจคนอื่นดีเหลือเกินเมื่อเธอทำตามที่ฉันต้องการด้วยการปล่อยให้ฉันนอนไปกับพื้นสนามหญ้าจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้น กัปตันยังคงแกล้งดึงสายอยู่ตลอดเวลาจนฉันรำคาญ ยามาโมโตะไม่ได้จะให้ฉันนอนตั้งแต่แรก ช่างสิก็ฉันหมดแรง ล้าไปทั้งตัว
         “ร่างกายเธอยังไม่แข็งแรง ยังเหนื่อยง่ายอยู่ ฉันคิดว่าต้องพยายามตรงจุดนี้หน่อย แล้วก็เรื่องจ่ายบอลยังพลาดง่าย ไว้วันหลังจะให้เคจจิช่วยสอนให้” ยามาโมโตะเข้านั่งยอง ๆ ข้างฉันพลางวิเคราะห์จากผลการฝึกซ้อม “ผลงานไม่น่าประทับใจ เพราะฉะนั้น…”
         “เรื่องการดูแลฉันใช่มั้ยล่ะ…ใช่ นั่นสิ” ฉันลากเสียงยานคางหมั่นไส้คนข้าง ๆ ฉันเหนื่อยกับการซ้อมจนขี้เกียจจะหาเรื่องต่อล้อต่อเถียงกับยามาโมโตะอีก “ฉันยอมรับเรื่องที่ฉันไม่แข็งแรง เธอจะลดระดับอะไรของเธอก็ตามศรัทธา” ถ้ามีช่องทางอื่นดูดอากาศเข้าปอดมากกว่านี้คงดี ฉันหลับตาสูดลมหายใจยาว ๆ อย่างเป็นจังหวะ นี่อาจจะช่วยให้หายเหนื่อย
         “ถ้าที่เราเคยตกลงกันไว้มันควรเป็นแบบนั้น แต่ว่า…เมื่อวานน่ะ แบตโทรศัพท์ฉันหมด พอไปถึงบ้านก็เพิ่งเห็นข้อความที่เธอส่งมาบอกว่าจะรอฉัน” ฉันใจเต้นพอ ๆ กับเวลาเหนื่อยจากการซ้อมฟุตบอล ยามาโมโตะเงียบไปและอึกอักที่จะพูดต่อ ฉันจึงลืมตาและหันไปพบว่าคนที่เคยนั่งยอง ๆ ตอนนี้นอนไม่ไกลจากฉันเท่าไหร่ แค่คนละทิศทางกัน
         “แล้วทำไมไม่ตอบข้อความฉัน ตั้งแต่อยู่ที่บ้านล่ะ”
         “ก็ฉันรีบออกไปหาเธอที่โรงเรียนแต่…ไม่เจอใคร เธอน่าจะกลับไปแล้ว…ทำไมมองฉันแบบนั้น” อีกคนถามเสียงเข้ม ทำหน้าดุ ฉันพลิกตัวไปมองเธอชัด ๆ ก็เพิ่งเคยเจอผู้หญิงคนนี้คนแรก เด๋อชะมัด รีบออกจากบ้านโดยไม่เอาโทรศัพท์มาด้วย ไหนว่าเป็นสาวฮอตแต่ทำไมถึงได้มีมุมโก๊ะ ๆ น่ารักแบบนี้ล่ะ
         ฉัน…หายโกรธยามาโมโตะเสียสนิท
          “แค่ตอบข้อความฉันก็ได้แล้ว ยามาโมโตะไม่เห็นต้องมา”
         “ก็เธอบอกว่าจะรอนี่” ยามาโมโตะอาจจะเด๋อ แต่ความจริงจังของเธอก็ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจอยู่แหละนะ เธอดูซื่อกว่าที่ฉันคิดซะอีก
         “ฉันอาจจะแกล้งหลอกปั่นหัวเธอไปอย่างนั้นเองก็ได้” กัปตันหัวเราะหึ เธอหันไปมองท้องฟ้าสีเข้มช่วงพลบค่ำแล้วก็ยิ้ม
         “เธอจะหลอกอะไรฉันนั่นมันเรื่องของเธอ แต่ฉันได้ทำในสิ่งที่สมควรทำแล้ว ถ้าฉันตอบแค่ข้อความ เธอจะโอเคเหรอ เดี๋ยวก็หาเรื่องว่าฉันไม่ดูแลอย่างโน้น อย่างนี้” จริงด้วยฉันไม่ทันคิด แต่ถ้าตอนนั้นยามาโมโตะส่งข้อความมาอย่างเดียว ฉันก็คงจะต้องตำหนิเธอแน่อย่างที่เจ้าตัวคาดเดา ความซื่อตรงที่ไม่สนถึงฉันจะโกหก
         “เธอนี่รู้ใจฉันมากขึ้นทุกวันแล้วนะ…ถ้างั้นเราก็หายกัน ฉันซ้อมไม่ดี ส่วนยามาโมโตะก็ดูแลฉันไม่ดี ถือว่าตอนนี้เรายังเสมอกันอยู่ดีมั้ยล่ะ” ฉันเสนอทางเลือก กัปตันทำท่าส่ายหัวอย่างอิดหนาระอาใจ “แต่พูดก็พูดเหอะ ฉันอยากไปกินไอศกรีมกับพวกโจนิชิเหมือนกันนะ ต้องอร่อยแน่เลย เสียดายจัง”
         “กินในร้านสะดวกซื้อแทนก่อนเถอะ”
         “ถ้ายามาโมโตะเลี้ยง ฉันก็พอรับได้นะ”

         ยามาโมโตะยอมเป็นคนจ่ายค่าไอศกรีมให้ฉันจริง ๆ ระหว่างทางที่เรากำลังกลับบ้าน ถึงจะเป็นแค่ของกินจากร้านสะดวกซื้อ แต่นี่อาจเป็นไอศกรีมที่อร่อยที่สุดสำหรับฉัน จะผิดหวังนิดหน่อยตรงที่คนเลี้ยงไม่ยอมกินด้วยกัน เธอว่ากินของหวานตอนเย็น ๆ จะไม่ดีต่อสุขภาพ
         ไอศกรีมธรรมดาที่อร่อยยิ่งกว่าของกินแพง ๆ ที่เคยไปกินกับพวกผู้ชายเจ้าชู้ ซึ่งหวังผลประโยชน์บางอย่างกับฉัน มิตรภาพที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน คนที่ไม่ชอบขี้หน้าฉันอย่างยามาโมโตะ ยังรู้สึกดีได้ถึงเพียงนี้
         ถ้าหาก…ฉันกับเธอเป็นเพื่อนกันได้ ฉันจะมีความสุขได้ขนาดไหนกันล่ะ
         “วาตานาเบะ…ฉันถามอะไรหน่อยสิ”
         “เรื่องอะไรเหรอ ? ว่ามาสิ”
         “ทำไมเธอถึงทำตัวเอง ให้ผู้หญิงในโรงเรียนเกลียด” ฉันหัวเราะที่ยามาโมโตะยังอุตส่าห์พยายามไม่พูดตรง ๆ ยังไม่คิดด้วยซ้ำว่าเธอจะรักษาน้ำใจกับคำพูดเมื่อกี้
         “ถ้ายามาโมโตะหมายถึงเรื่องที่ฉันอ่อยผู้ชายไปทั่วโรงเรียน ฉันไม่ได้คิดอะไรหรอก ฉันแค่เลือกอยู่กับความเป็นจริงของสังคม ฉันรู้ว่ามันรู้สึกไม่ดี ที่โดนแย่งคนสำคัญไป แต่มีใครเคยมองอีกด้านบ้างมั้ย ว่าฉันผิดคนเดียวอย่างงั้นเหรอ ผู้ชายคนที่เข้าหาฉันไม่ผิดเลยใช่มั้ย หรือเป็นเพราะฉันให้ท่า พวกผู้ชายก็ไม่มีสิทธิ์เป็นฝ่ายผิดแล้ว ทุกอย่างมาลงที่ฉันคนเดียว ‘ผู้หญิงขี้อ่อย’ ทุกคนไม่ชอบขี้หน้าฉัน จริง ๆ มันอาจไม่ใช่ว่าใครเริ่มก่อน แต่มันอยู่ที่ว่าเราเลือกจะทำอะไร ซึ่งผู้ชายหลายคนเลือกที่จะทิ้งแฟนของตัวเองมาเพื่อผู้หญิงอย่างฉัน ผู้หญิงไร้ค่าแบบฉัน”
         “เธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้สักหน่อย วาตานาเบะ…เธอไม่ได้ไร้ค่าขนาดนั้นหรอกนะ ฉันหมายถึงว่าผู้หญิงเราก็ไม่ไร้ค่าแบบนั้น ไม่เห็นต้องอยู่กับความจริงมากเกินไปอย่างที่เธอเป็นอยู่เลยนี่” ฉันยิ้มเมื่อยามาโมโตะรีบปรับสีหน้าไปเคร่งขรึมเหมือนเดิม ตอนแรกเธอดูจะอ่อนโยนเกินไปกับผู้หญิงขี้อ่อยแบบฉัน ถ้าฉันตาไม่ฝาดหรือว่ามันมืดจนฉันมองไม่ค่อยถนัด
         “ฉันก็สนุกของฉันไปเรื่อย และยามาโมโตะ…เธอน่ะไม่ต้องมาทำเป็นสงสารฉัน ฉันไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร”
         “เธอสนุกกับมันจริง ๆ เหรอ” ไม่…ฉันไม่สนุก แต่ก็ทำได้แค่เชิดหน้าและพูดโกหก
         “สนุกสิ ฉันชอบเห็นความจริงที่ผู้ชายบางคนพยายามซ่อนมันเอาไว้ เหมือนคนที่อยู่กับผู้หญิงตรงนั้น” ฉันชี้ให้กัปตันมองคนที่ฉันและเธอรู้จัก คู่รักหนุ่มสาวสองคนพลอดรักกันหวานฉ่ำกลางที่สาธารณะ ผู้ชายคืออดีตคนรักของเพื่อนเธอ “คงจำเขาได้ใช่มั้ย เพื่อนยามาโมโตะเป็นคนน่ารัก แต่ฉันไม่คิดว่าเพื่อนเธอจะไปกันได้กับผู้ชายแบบนี้ ฉันดีใจที่เพื่อนเธอไม่ได้หน้ามืดตาบอดเพราะรักจนยอมกลับไปคบกับเขาอีกครั้ง”
         “ฉันต้องขอบคุณเธอแทนฟูจังรึยังไง ที่ช่วยให้ความจริงเรื่องนี้เปิดเผย” ยามาโมโตะมองฉันด้วยสายตาผิดหวัง ฉันไม่เคยสนใจสายตาดูถูกเหยียดหยามจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดจนกระทั่งถูกมองแบบนี้จากคนที่เพิ่งจะได้มีโอกาสใกล้ชิดไม่นาน บางคนที่ฉันแอบเข้าข้างตัวเองว่าเธออ่อนโยนกับฉัน
         ทำไมต้องสนใจยามาโมโตะขนาดนั้นด้วย
         ฉันรีบไล่ความวุ่นวายในหัวตัวเองและเชิดสู้คนเลี้ยงไอศกรีม “ไม่จำเป็นหรอกเรื่องนั้น ขอแค่ความจริงเปิดเผย ขอแค่ให้ผู้หญิงดี ๆ หลุดพ้นจากผู้ชายไม่ดี ขอให้คนที่คู่ควรได้เจอกันฉันก็คงประสบความสำเร็จเล็ก ๆ แล้ว คนที่จริงจังในความสัมพันธ์ เขาคงไม่เผื่อเลือกกับผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรก หรือถ้าเธอกำลังคิดว่ามันก็เป็นเพียงแค่รักวัยเรียน ฉันก็จะบอกไว้เลยว่า ความสัมพันธ์ไม่ว่าจะวัยไหน เราก็สามารถจริงจังกับมันได้ และอย่าเอาเรื่องอายุ เอาเรื่องสภาพแวดล้อมมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่จริงจังกับมัน หรือแค่ทำเป็นเล่น ๆ”
         “เธอก็กำลังทำอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำเป็นเล่น ๆ กับผู้ชายไม่เลือกหน้า” ฉันพยักหน้ารับเมื่ออีกคนแย้ง ยามาโมโตะพูดมีเหตุผล
         “นั่นสิ พูดอะไรไปก็ไม่มีความหมายอยู่แล้วนี่นะ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกมีค่าขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน ฉันอยากขอบคุณชมรมฟุตบอลจริง ๆ นะ รวมทั้งเธอด้วย เห็นฉันเป็นแบบนี้แต่ฉันก็จริงจังกับชมรมไม่น้อยไปกว่าคนอื่น ๆ ฉันหวังว่าจะทำผลงานให้เธอได้เห็นวันที่ลงแข่ง…ไปก่อนนะ ขอบคุณที่เลี้ยง”
         ยามาโมโตะพูดถูกเรื่องที่ฉันเล่น ๆ ไปเรื่อยกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า หากในใจฉันกำลังรู้สึกบางอย่างที่ไม่ใช่แค่ความฉาบฉวยกับคนอย่างเธอเข้าแล้ว…
         ถ้าหากเธออ่อนโยนกับฉันมากกว่านี้ ฉันคงจะแย่ แย่ที่กำลังรู้สึกผูกพันกับเธอมากขึ้นทุกวัน…ผู้หญิงแบบฉันที่ดีแต่อ่อยคนอื่นไปทั่ว มันจะจบลงแบบไหนล่ะ

         อีกไม่ถึงสองเดือนข้างหน้าจะเริ่มแข่งฟุตบอลรายการใหญ่ระดับจังหวัดแล้ว ครูทาเคโนะอุจิเข้ามาแจ้งอย่างตื่นเต้น พวกสมาชิกชมรมก็เลยซ้อมกันถี่เป็นพิเศษ ฉันเองร่างกายเริ่มปรับตัว ไม่ค่อยเหนื่อยง่ายแล้ว อีกทั้งยังสะกดอารมณ์ได้แม้จะโดนกัปตันยั่วยุก็ตาม แต่เธอก็คอยดูแลฉันทุกวัน ๆ เพื่อจะทำให้ฉันขยันซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ไม่รู้ว่าคอยดูแลหรือตามจิก
         ระหว่างช่วงพักการซ้อม ฉันปรึกษากับเธอเพราะเห็นว่าใกล้แข่งแล้วจึงอยากมีรองเท้าที่เอาไว้แข่ง อยากได้แบบที่ดีกว่าอันที่ใส่ซ้อมอยู่ทุกวัน ก็ว่าจะชวนให้เธอไปช่วยเลือก นั่นเป็นข้ออ้างของฉัน กับแค่เรื่องรองเท้า ฉันจะต้องให้คนไปช่วยเลือกทำไมแต่…พอเจ้าตัวได้ยินเรื่องแปลกประหลาดจากฉัน เธอก็ถามฉัน เธอว่ารองเท้าของฉันเองทำไมเธอต้องไปด้วย ฉันจึงเนียนเตือนสติเธอเรื่องข้อตกลงของเรา
         ยังไงซะ ฉันก็จะพายามาโมโตะไปด้วยกันให้ได้
         พอถึงวันหยุด ฉันจึงมียามาโมโตะติดสอยห้อยตามมาเดินเลือกรองเท้าเตะบอลเป็นเพื่อนด้วยความไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก แต่เธอเองก็ซื้อรองเท้าเตะบอลคู่ใหม่ไปด้วยเหมือนกัน
         ฉันพาเพื่อนเลือกซื้อรองเท้าไปเลี้ยงข้าวเที่ยงเป็นการตอบแทน เวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายโมงแน่นอนว่าธุระของฉันได้หมดลงแล้ว เพียงแค่ฉันรู้สึกยังไม่อยากกลับเท่านั้นเอง
         ยอมรับซะเถอะมิยูกิ ว่าเธอหมดหนทางสำหรับเวลาสองต่อสองกับยามาโมโตะแล้ว นาน ๆ จะได้ออกมาเที่ยวแบบนี้ ปกติฉันก็ไปแต่กับพวกผู้ชายเสียส่วนมาก พอได้มาเที่ยวกับยามาโมโตะก็รู้สึกสนุกดี ถึงเราจะไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากก็เถอะ ไม่บ่อยที่ฉันจะออกมาเที่ยวกับพวกผู้หญิง
         “ขอบคุณที่เลี้ยงข้าว จะกลับเลยรึเปล่า” ระหว่างกำลังเดินเรื่อยเปื่อยอยู่ในย่านการค้าแถวนั้น ยามาโมโตะก็หันมาถามความต้องการของฉัน
         “รองเท้าฉันก็ได้มาแล้ว ไม่รู้จะซื้ออะไรต่อแล้ว…แต่ยังไม่อยากกลับ” ประโยคสุดท้ายฉันพูดค่อนข้างเบา แต่ยามาโมโตะไม่ได้ว่าอะไร
         “ฉันมีธุระต่อ…วาตานาเบะจะไปด้วยกันก็ได้” กัปตันก้มมองนาฬิกาก่อนจะเงยกลับขึ้นมารอคำตอบจากฉัน “ไปด้วยกันมั้ย” ฉันยิ้มและปรี่เข้าไปหายามาโมโตะทันทีจนเจ้าตัวสะดุ้งเหมือนโดนน้ำร้อนแต่ก็ยอมให้จับแขน
         “อะไรของเธอเนี่ย”
         “ขอบคุณนะ” ฉันว่าอ้อน ๆ เอาเถอะไปไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ ไม่รู้สึกเบื่อหรอกที่ได้อยู่กับคนที่ทำท่าเหมือนไม่อยากอยู่กับฉันแบบนี้น่ะ เธอดึงดูดให้ฉันอยากอยู่ใกล้ ๆ มากกว่าพวกที่อยากอยู่ใกล้ ๆ ฉัน ที่ตามจีบตามส่งข้อความมาหาเป็นไหน ๆ
         ยามาโมโตะพาเดินออกมาจากโซนของกินและเดินไปในย่านที่เป็นร้านขายของหลากหลายชนิด คนเยอะทีเดียวยิ่งเป็นวันเสาร์แบบนี้ด้วย
         “ระวังกระเป๋าด้วยล่ะ” เสียงหวาน ๆ ที่ดูไม่โกรธเหมือนเคย ดังขึ้นข้างหูฉัน เพื่อเตือนประสาคนชำนาญพื้นที่ แต่ทำให้ฉันเหวอไปเล็กน้อยเนื่องจากฉันไม่ค่อยชินที่คนอย่างยามาโมโตะเข้ามาพูดใกล้ ๆ แบบนั้น ซึ่งที่จริงฉันคงชินเวลาโดนเธอตวาดบ้างหรือทำหน้ามุ่ยใส่มากกว่า
         “ไม่เห็นจะต้องระวังเลย ไม่มีหรอกพวกวิ่งชิงทรัพย์” ฉันบ่นพึมพำแต่เธอดันได้ยิน ก็เข้ามาใกล้จนแทบจะหายใจรดต้นคอ แย่จริง ฉันก็ดันลืมเรื่องนี้
         “ฉันไม่ได้ให้ระวังคนอื่น ระวังตัวเธอเองต่างหาก เดินเกาะแขนฉันอยู่แบบนี้ ไม่ได้ระวังของใช้ส่วนตัวเลยใช่มั้ยล่ะ เกิดหล่นหายไป ต้องเสียเวลาตามหาอีก…ทำไมต้องมองหน้าแบบนั้น” กัปตันชำเลืองมองหน้าฉัน คงนึกสงสัย
         “ปะ…เปล่า ไม่มีอะไร” บ้าแล้ว อ่อยผู้ชายมาไม่รู้เท่าไหร่ ดันมาใจเต้นกับเรื่องอะไรเด็กน้อยแบบนี้
         “มาทางนี้ ๆ” ยามาโมโตะเปลี่ยนจากที่โดนฉันจับแขนอยู่ มาจับข้อมือฉันแทน เธอลากให้เดินตามใกล้ ๆ จับแบบเหมือนจับไม่ให้เด็กหลงแล้วพาเดินฝ่าฝูงคนไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยเต็มใจทำอะไรดี ๆ แบบนี้กับฉันก็ตาม แต่ฉันอดยิ้มไม่ได้ เพราะความใจดีที่สัมผัสได้
         จะเป็นยังไงนะ… ถ้าเกิดว่า ความใจดีของเธอ ที่มีให้คนอื่น คนปกติทั่วไปรอบข้างเธอ แบ่งเรื่องเหล่านั้นมาให้ฉันบ้าง ใจดีกับฉันแบบไม่ต้องขมวดคิ้วจนยุ่งพันกันไปหมด
         เป็นคนใจดีที่พยายามทำเป็นไม่ใส่ใจกัน…เพราะไม่คิดอะไร ถึงทำแบบนั้นได้ เพราะฉันคงเป็นใครที่เธอแค่มองผ่านไป

         ฉันโดนลากมาจนถึงร้านขายอุปกรณ์ดนตรีขนาดกลาง ด้านหน้านั้นมีกีต้าร์ตั้งเรียงรายอยู่มากเพื่อดึงดูดลูกค้า พอก้าวเข้ามาในร้านก็จะเจอเหล่ากีต้าร์อีกมากละลานตาวางโชว์อยู่ทุกมุมของร้าน ที่ด้านในส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ชายกำลังทดลองเล่นกีต้าร์กันอยู่
         “โหกีต้าร์เยอะจัง” ตัวฉันก็เคยผ่านตาร้านกีต้าร์มาบ้าง แต่ย่านนี้ถือว่ามีของวางขายเรียงรายเยอะทีเดียว
         “วาตานาเบะ…นั่งรอแถวนี้ก่อน” ฉันว่ากัปตันดูจะดี๊ด๊ามาก เมื่อตอนนี้พุ่งความสนใจทั้งหมดไปกับกีต้าร์ตัวหนึ่ง เธอทำท่าหยิบ ๆ จับ ๆ คงอยากลองกีต้าร์ตัวนั้น ระหว่างพูดคุยอย่างออกรสกับคนขาย
         สำหรับคนที่ทำได้แค่รอ ก็หลบไปหามุมโล่ง ๆ ซึ่งพอให้ฉันนั่งและลอบสังเกตกัปตันยิ้มจนแก้มปริ ยามาโมโตะได้เล่นกีต้าร์ตัวนั้นสมใจและเหมือนจะสะกดคนทั้งร้านได้อยู่หมัด ฉันไม่รู้ว่าแบบไหนที่เรียกว่าเก่งเพราะฉันไม่เคยเล่นจริงจังแต่เคยเล่นอยู่พักหนึ่ง ต้องยอมรับว่าเธอมีเสน่ห์เมื่อเล่นกีต้าร์ เสียงร้องก็เพราะด้วย เพิ่งเคยได้เห็นชัด ๆ เป็นครั้งแรกวันนี้
         ฉันพลาดอะไรไปหลายอย่างแล้ว กับผู้หญิงที่ชื่อยามาโมโตะ ซายากะ…
         เสียงปรบมือเกรียวกราวเมื่อเพลงจบ กัปตันทีมฟุตบอลของฉันทำท่ายิ้มเขิน ๆ เดินออกมา แต่แวะไปหยิบซองสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่ออกมาจ่ายเงินด้วย
         “กลับบ้านได้สักที” ยามาโมโตะยิ้มแย้มเก็บของที่ซื้อมาใส่กระเป๋า เมื่อเราสองคนเดินมาหยุดอยู่ตรงป้ายรถประจำทาง
         “อื้ม” วันนี้เป็นวันดีวันหนึ่งของฉันที่ได้มาซื้อของยามาโมโตะ คิดไม่ผิดเลยที่ขอ (แกมบังคับ) ให้เธอมาด้วย

         บ่ายแก่ ๆ ในวันหยุดบนรถประจำทางปรับอากาศขนาดใหญ่ที่บรรจุคนไม่มากนักในตอนนี้ กำลังวิ่งด้วยความเร็วคงที่ ฉันนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วหวนคิดถึงเรื่องดี ๆ ที่เพิ่งผ่านไป
         “วาตานาเบะ…” คนข้าง ๆ เรียกฉันท่าทางหงุดหงิด “เธอเนี่ย เคยเกรงใจคนอื่นเขาบ้างมั้ย ฉันเข้าใจนะว่าเรามีข้อตกลงร่วมกัน แต่ขอไปบ้านฉันนี่…” อยู่ดี ๆ ก็มีคนแบบฉันขอไปเที่ยวที่บ้านด้วยอย่างนี้ ฉันว่าเธอคงอึดอัด แต่ทำไงได้ในเมื่อฉันอยากแกล้งเธอ
         “ขอไปเที่ยวนิดเดียวเอง เดี๋ยวก็กลับ” ฉันนั่งหัวเราะคิกคักอยู่บนที่นั่งข้าง ๆ เธอ
         “วันจันทร์หน้าฉันจะบังคับให้เธอซ้อมฟุตบอลหนัก ๆ” ยามาโมโตะคาดโทษฉันอย่างคับแค้นใจ จะมาไล่ตอนนี้ก็ยากแล้ว ฉันไม่มีทางลงกลางทางแน่
         ไม่นานเราทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงบ้านยามาโมโตะ ฉันได้เจอคุณยามาโมโตะ คุณแม่ของกัปตัน กำลังเตรียมกับข้าวอยู่พอดี พอเห็นว่าพาเพื่อนมาด้วยคุณยามาโมโตะก็ชวนฉันให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน เข้าทางฉันอีกแล้วถ้าเป็นเรื่องกินขอให้ไว้ใจวาตานาเบะ มิยูกิ คนนี้
         “คุณยามาโมโตะใจดีจังเลยค่ะ ไม่อยากรีบกลับบ้านเลยค่ะ อยากอยู่ต่อ”
         “วันนี้ก็ค้างที่นี่เลยสิจ๊ะ กลับบ้านมืด ๆ ค่ำ ๆ มันอันตราย ไม่ต้องเกรงใจกัน นาน ๆ ซายากะจังจะพาเพื่อนเข้าบ้าน” ฉันหันไปมองกัปตันอย่างเย้ยหยันกับความลับของเธอ สาวฮอตไม่ค่อยพาเพื่อนมาที่บ้านหรอกเหรอเนี่ย แถมคุณยามาโมโตะก็เออออให้ฉันค้างที่บ้านอีกด้วย
         “ไม่ได้พามานะแม่ ขอมาเองต่างหาก” ลูกสาวบ้านยามาโมโตะค้อนให้คนเป็นแม่หลังจากได้ค่อนขอดฉันหนึ่งดอก
         “ก็อยากมานี่ ไม่ได้เหรอ” ถึงจะโดนต่อว่าก็ไม่รู้สึกอะไร ยังแอบขำที่ลูกสาวของคุณยามาโมโตะหัวเสียเรื่องความลับที่โดนแม่แท้ ๆ เปิดเผยให้ฉัน คนที่เธอคงไม่อยากให้รู้
         “เอาละ ๆ ไม่ต้องเถียงกัน ซายากะจังไม่ต้อนรับไม่เป็นไร ฉันตอนรับหนูวาตานาเบะอยู่แล้ว” นี่เขาเรียกผู้ใหญ่เป็นใจละนะยามาโมโตะ อย่างน้อยฉันก็มีแบ็คคอยหนุนหลัง ผู้มีอำนาจในบ้านอย่างคุณแม่ของเธอ
         “แม่เอ็นดูคนแบบนี้ได้ไง” ซายากะเอามือเท้าคางหันไปคุยกับคุณยามาโมโตะ
         “ทำไมล่ะ น่ารักออก”
         “ขอบคุณค่ะ คุณยามาโมโตะ” ทางสะดวกอะไรขนาดนี้ ฉันไม่ลืมหันไปยิ้มที่คิดว่าน่ารักที่สุดกับคุณผู้หญิงแห่งบ้านยามาโมโตะ กัปตันทำปากขมุบขมิบเหมือนแอบบ่นอะไรอยู่คนเดียว
         ที่จริงตอนเย็นฉันได้เจอกับคุณพ่อกับพี่ชายของยามาโมโตะด้วย แต่ยังไม่ทันไรลูกสาวคนเล็กของบ้านก็ลากฉันขึ้นมาบนห้องตัวเองก่อน
         “อย่าเหลิงล่ะ ที่มีคนเอ็นดู”
         “อย่ามานอยด์ที่ฉันได้รับการเอ็นดูสิ คุณพ่อคุณแม่เธอเขาใจดีกับฉันไม่เห็นแปลก” ลูกสาวคนเล็กเปิดฉากต่อว่าฉันทันทีที่ขึ้นมาอยู่บนห้องแล้ว ฉันว่าคงเก็บกดและแค้นมาตั้งแต่ข้างล่าง
         “พี่ชายน่ารักดีนะ”
         “หยุดคิดเลย ไม่ต้องคิดด้วย” ยามาโมโตะรีบเบรกฉัน “อ่อยใครก็อ่อยไป แต่พี่ชายฉัน อย่ามายุ่ง” เจ้าตัวน้ำเสียงหงุดหงิด จ้องเขม็งเอาเรื่อง
         “อ่อยเธอแทนได้มั้ย” เจ้าของห้องหน้าบูดเดินออกไปไม่ตอบ สงสัยจะโกรธฉันแล้วที่แกล้งเย้าเธออย่างนั้น “จะหวงพี่ชายอะไรขนาดนั้น” แต่เมื่อกี้สีหน้าเอาแต่ใจของลูกสาวคนเล็กบ้านยามาโมโตะก็น่ารักดี คงต้องแกล้งบ่อย ๆ ซะแล้วละแบบนี้
         ห้องของยามาโมโตะ ซายากะมีโปสเตอร์ของทีมฟุตบอลที่ฉันไม่รู้จัก แล้วก็คงจะเป็นพวกวงดนตรีที่เธอชอบแปะอยู่ เป็นห้องนอนที่ดูเรียบ ๆ ไม่มีของอะไรอยู่เลยนอกจากโต๊ะทำงานกับชั้นวางหนังสือขนาดเล็กตรงข้าง ๆ โต๊ะทำงาน มีทีวีจอแบนติดอยู่ที่ผนังฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอนผ้าคลุมลายการ์ตูนที่ฉันยังอดขำไม่ได้ เอาจริง ๆ ใครจะคิดว่ากัปตันมีมุมน่ารัก ๆ แบบนี้กับเขาด้วย ที่มุมห้องอีกด้านมีกีต้าร์วางอยู่
         ยามาโมโตะพรวดกลับมาที่ห้องหลังจากนั้นไม่นานเท่าไรพร้อมกับเอาเสื้อและกางเกงบอลของเธอมาให้ฉันใส่นอนในคืนนี้ เธอบอกทางไปห้องน้ำให้ฉันเสร็จสรรพ
         หลังฉันจัดการธุระส่วนตัวและนอนแช่ในอ่างอาบน้ำบ้านคนอื่นอย่างสบายตัว ที่บนห้องเมื่อกลับมาก็เห็นยามาโมโตะกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างกับกีต้าร์ของเธอ ส่วนซองที่ฉันเห็นเมื่อตอนบ่ายถูกแกะออกมาหมดแล้ว มันคือสายกีต้าร์นี่เอง
         “เธอชอบเล่นกีต้าร์มากเลยเหรอ” ฉันขยับตัวเองเข้าไปนั่งดูยามาโมโตะที่กำลังง่วนกับพวกสายกีต้าร์อยู่
         “อื้อ ว่างก็เล่น ทำไมอะ” เธอไม่ได้ว่าอะไรที่ฉันถือวิสาสะมานั่งจ๋องอยู่แถวนั้น และตั้งหน้าตั้งตาหมุนตรงปลายกีต้าร์ คงจะกำลังตั้งเสียงอยู่
         “ฉันเพิ่งเคยเห็นเธอเล่น ฉันชอบนะเพราะดี”
         “เธอสนใจอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ” กัปตันหันไปหยิบคีมมาตัดสายกีต้าร์อย่างคล่องแคล่ว
         “ฉันก็ไม่ได้สนใจแต่ผู้ชายที่เล่นกีต้าร์อย่างเดียวหรอกนะ เห็นอย่างนี้เมื่อก่อนฉันก็เคยเล่นกีต้าร์ แล้วทำไมอย่างฉันจะชอบไม่ได้” ยามาโมโตะหัวเราะ ดูไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่ฉันเคยเล่นกีต้าร์
         “เห็นบอกว่าจะอ่อยฉัน ไม่แน่อาจจะแกล้งยอฉันอยู่ก็ได้ ฉันก็ต้องระวังตัวไว้สิ” ฉันไม่พูดกับยามาโมโตะต่อ เพราะหมั่นไส้ เอะอะก็ว่าฉันอ่อย ใช่แล้วฉันอ่อยเธอ เรื่องนั้นยอมรับ แต่ถึงงั้นนี่ฉันชมเธอจริง ๆ ต่างหาก ไม่ได้ฉันต้องไม่หงุดหงิด ว่าแล้วก็ชิ่งมาทิ้งตัวนอนบนที่นอนที่เจ้าของห้องเอามาปูไว้ให้ข้าง ๆ เตียง คงจะเป็นตอนที่ฉันไปอาบน้ำ
         “จะนอนแล้วเหรอ” ตอนฉันอยู่ใกล้ทำเหมือนอยากไล่ พอฉันจะไปทำไมต้องเรียก อะไรของยามาโมโตะกันเนี่ย…เป็นคนยังไงนะ
         “ยัง ทำไมอะ” ฉันบอกเสียงอู้อี้ผ่านผ้าห่ม
         “ดูบอลกับฉันมั้ย” ฉันพลิกตัวกลับมามองคนชวนสีหน้างง ๆ แล้วพยายามทบทวนว่าได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า ดูบอลกับยามาโมโตะเนี่ยนะ อีกคนเงยหน้าขึ้นมาเหมือนกัน เธอเลยถาม “ทำไมมองฉันแบบนั้น”
         “ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ไม่คิดว่าจะได้ยินเธอชวน”
         “ก็ใช่น่ะสิ ฉันชวนเธอดูบอลกับฉัน บอกแล้วว่าวันจันทร์ฉันจะให้เธอซ้อมเยอะ ๆ ถ้ายังไม่นอนก็ดูบอลกับฉัน ฉันจะได้แนะนำได้ว่านักบอลมืออาชีพเขาเล่นยังไง” กัปตันคุยดีกับฉันมากผิดปกติ พอถามว่าบอลมันมากี่โมงยังไง กัปตันก็คุยน้ำไหลไฟดับว่าวันนี้มีคู่ที่เริ่มแข่งเร็วอยู่คู่หนึ่ง
         ถึงจะเล่นฟุตบอลกับเพื่อนในชมรมมาพักใหญ่แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจฟุตบอลทีมใหญ่สักเท่าไหร่ ฉันนั่งเมื่อยเพราะนั่งพิงกับขอบเตียงของคนที่ชวนดูฟุตบอลด้วยกันไปได้สักประมาณยี่สิบนาที ผู้เล่นในหน้าจอทีวีก็ยังไม่สามารถทำประตูได้และนั่นมันทำให้ฉันเริ่มเบื่อ
         “ทำอะไรของเธอน่ะ…วาตานาเบะ” ยามาโมโตะโวยวายทันควัน อาจจะเสียงแข็งยิ่งกว่าแข้งนักบอลมืออาชีพ
         “…หาที่นอนนิ่ม ๆ ไง ตรงนี้แหละนิ่มดี” ฉันขยับหัวให้เข้าที่ ขณะที่อีกคนไม่หยุดบ่น
         “เธอจะถือโอกาสขึ้นมาบนเตียงฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มานอนบนขาฉันทำไม…”
         “สละขาเป็นหมอนให้ฉันหน่อยละกัน” ไม่ใช่แค่นอนอย่างเดียวแต่ฉันเอามือรัดขาเจ้าของเตียงไว้ด้วยกันดิ้น
         “ยังไงก็จะนอนบนขาฉันให้ได้ใช่มั้ย”
         “อื้อ” ฉันไม่สนใจว่าเธอจะยอมหรือไม่ยอม เพราะฉันแค่อยากนอนก็เท่านั้น ปล่อยให้ยามาโมโตะขยุกขยิกอยู่ไม่สุขไปและหลับตานอนด้วยความสบายใจ
         ฉันหลับ ๆ ตื่น ๆ จนบอลจบ ผลออกมาว่ายิงกันไปฝั่งละสองลูก ฉันที่เพิ่งจะมีโอกาสดูบอลอย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก ถึงอาจจะขาดตอนไปบ้างเพราะหลับเสียส่วนมาก แต่ก็คิดว่าสนุกดีเหมือนกัน สนุกเพราะได้นอนบนขาของยามาโมโตะเกินกว่าครึ่ง ยามาโมโตะเองก็สนุกกับการดูบอลมาก ฉันสะดุ้งตื่นไม่รู้จะกี่ครั้งเพราะเธอออกลีลาตลอดการลุ้นผลบอล ลุ้นโอเวอร์มากจนถ้าฉันไม่เห็นกับตาฉันคงไม่เชื่อ แต่ไม่แน่เธออาจแค่แกล้งขยับตัวเยอะ ๆ เพื่อดีดฉันออกจากขาก็ไม่รู้เหมือนกัน
         “บอลจบแล้ววาตานาเบะ กลับไปนอนที่เธอสิ” ตอนนี้ฉันหมดประโยชน์แล้ว ไม่ดูบอลด้วยก็ทำท่าไม่พอใจฉัน
         “เธอจ้องจะไล่ฉันอยู่แล้วล่ะสิ รอเวลาแข่งบอลหมด”
         “ฉันน่ะ ชวนดูบอลแต่เธอหลับเอาเป็นเอาตาย น่าจะไล่เธอไปนอนตั้งแต่นาทีที่ยี่สิบแล้วไม่น่าปล่อยให้นอนสบายอยู่กับขาฉันจนจบเกมด้วยเหอะ” ยามาโมโตะไล่บีบขาตัวเอง ทำหน้าหนักอกหนักใจ
         “ไปแล้ว ๆ บ่นจัง เป็นเด็กมัธยมจริงหรือเปล่าเนี่ย” ฉันลุกขึ้นแต่เพราะงัวเงียเลยล้มคว่ำไปทับอีกคนเข้า ความเงียบเข้ามาปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมนี้ มีเพียงเสียงทีวีที่ดังอยู่อย่างนั้น
         “ลุกได้หรือยัง ไม่ต้องมาเนียน ฉันรู้ทัน” ฉันนอนซุกอยู่บนตัวเธอแน่นิ่ง ยามาโมโตะบอกว่ารู้ทัน แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร ถึงได้ใจเต้นทุกที และเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกับเธอ
         “รู้ทันอะไร ก็เห็นอยู่ว่าฉันล้ม ไม่ได้ตั้งใจ” ฉันรู้สึกฉุนกึกที่โดนว่าแบบนั้น ฉันล้มโดยไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นี่นา
         “ล้มก็รีบลุกด้วยสิ เธอจะอยู่ท่านี้อีกจนถึงเมื่อไร” ฉันยันตัวเองขึ้นมาจากอกของอีกคน แต่แค่เห็นใบหน้ายามาโมโตะใกล้ ๆ ที่หัวใจเต้นก็ยิ่งอาการหนัก ไม่รู้ว่าทำไมฉันต้องก้มลงไปอีกครั้ง หากเป้าหมายคือใบหน้าและปากของยามาโมโตะ แย่ชะมัด เป็นสิ่งที่ฉันรู้สึกผิด เมื่อทำสิ่งนั้นกับเธอ “แบบนี้ต่างหาก เขาถึงจะเรียกว่าตั้งใจ” ฉันเลือกจะพูดสิ่งที่ตรงข้ามความรู้สึก ปล่อยให้ยามาโมโตะเข้าใจไปแบบนั้นก็ดีแล้ว อย่าให้เธอรู้ว่าฉันกำลังรู้สึกอะไร
         ฉันคลานกลับลงมาประจำที่นอนด้านล่างของตัวเอง ความร้อนลุ่มไหลเวียนเสมือนเลือดไปทั่วทั้งร่าง จะอะไรก็ตามที่ฟุ้งซ่านล่องลอยอยู่ในหัวฉัน ฉันแค่อยากไล่มันไปให้พ้น ๆ กลิ่นหอมของเธอแค่ฉันได้เพียงอยู่ใกล้ หัวใจมันเต้นยิ่งกว่าจูบไหน ๆ ที่เคยรู้จัก
         “ปกติเธอ…จูบคนอื่นแบบนั้นรึไง” เสียงเย็นชาลอยมาจากบนเตียง แทนที่จะปล่อยให้ฉันได้สงบสติอารมณ์ตัวเอง
         “ก็แล้วแต่ว่าจูบกับใคร ฉันขอโทษก็ได้ ถ้ายามาโมโตะไม่พอใจ แต่ลืมมันไปซะเถอะ” ก็ดีแต่พูด ตัวฉันเองจะลืมเรื่องเมื่อกี้ได้หรือเปล่า
         “จูบ…มันไม่เหมือนเวลาเธอเดินชนคนอื่น คิดว่าเอาปากมาชนกับอีกคนหนึ่ง แล้วเธอก็บอกว่าให้ลืมมันไปซะ ฉันถามหน่อย ตัวเธอเองน่ะลืมได้หรือเปล่า” จะลืมได้ยังไง ในเมื่อหัวใจฉันยังเต้นแรงไม่หยุดจนถึงตอนนี้
         “ฉันไม่เห็นต้องลืมเลย เพราะฉันไม่ได้ใส่ใจ กับแค่เรื่องจูบจะซีเรียสไปไหน” ฉันเป็นคนที่ดีแต่ปากจนได้ ทุกอย่างที่ออกมาเป็นคำพูดล้วนไม่มีความจริง แค่อยู่ใกล้เขาก็หวั่นไหว วาตานาเบะเธอนั่นแหละที่ตอนนี้กำลังอ่อนแอ
         “วาตานาเบะ ให้ฉันจูบเธอบ้างสิ” นี่ฉันได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า ฉันคงฟุ้งซ่านจนระบบประสาทรับรู้การได้ยินผิดเพี้ยนไปแล้วมั้ง แต่ยามาโมโตะก็พูดแบบนั้นออกมาจริง ๆ
         “ว่าไง ? ที่ถามน่ะ”
         “ทำไมฉันจะต้องให้เธอจูบด้วย” ได้ยินอีกคนพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งหวั่นใจ ขอร้องเถอะ อย่าทำให้ฉันต้องรู้สึกอ่อนแอไปมากกว่านี้ ยามาโมโตะกำลังจะเล่นอะไร
         “จะได้เสมอกันไง ตอนนี้เหมือนเธอจะได้เปรียบฉันอยู่นะ เอ๊ะรึว่าไม่กล้า ก็แค่ปากชนกันเอง เธอไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้วนี่” ฉันยอมปีนกลับขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง พร้อมปั้นหน้าไม่ใส่ใจว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ยามาโมโตะนั่งยิ้มรอฉันอยู่
         “จูบเลยมั้ย” ฉันข่มใจและหวังว่ามันจะผ่านไปโดยเร็ว ให้มันเร็วได้สักครึ่งหนึ่งของจังหวะหัวใจของคนที่หวั่นไหวแบบฉัน
         ยามาโมโตะค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้จนฉันต้องหลับตา เธอกำลังจะจูบฉัน มือนุ่มเชยคางให้องศาของปากเราทั้งคู่สัมผัสกัน เป็นจูบที่อ่อนโยนกับผู้หญิงแบบฉันเหลือเกิน
         ยามาโมโตะ…เธอทำบ้าอะไร ทำไมเธอถึงไม่เอาคืนอะไรฉัน แย่แล้วสิสติฉันกำลังจะหลุดจากร่างเพราะความหวานชวนลุ่มหลงนี้
         ฉันรู้สึกถึงความร้อนที่ทะลุผ่านเสื้อบอลเข้ามา มืออีกข้างของยามาโมโตะเลื่อนจากไหล่ลงมาที่หน้าอกช้า ๆ และหยุด…เธอผละออกและจ้องหน้าฉันนิ่ง
         “ใจเต้นขนาดนี้ ไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ เหรอ” บ้าจริง ๆ ยามาโมโตะ ที่เธอมองฉันแบบนี้ ยัยบ้าเอ๊ย…
         “ยามาโมโตะ ฉันขอโทษ” ฉันรู้สึกผิดเมื่อเห็นสายตาเจ็บปวดจากยามาโมโตะอีกครั้ง ร่างกายโผเข้ากอดเธออย่างต้องการที่พึ่ง หัวใจของฉันมันรับเรื่องคืนนี้ไม่ไหวแล้ว ฉันไม่ได้ต้องการทำร้ายเธอ
         “ความรู้สึกน่ะ มันเป็นสิ่งบอบบาง ถ้าเธอไม่ใส่ใจมันก็อย่าทำร้ายมัน อย่าทำแบบนั้นกับฉัน เพราะฉันมีความรู้สึก”
         “ฉันมันผู้หญิงอันตรายสำหรับเธอใช่มั้ย”
         “คืนนี้นอนเตียงฉันละกัน จะได้สบายตัว” เจ้าของห้องดันฉันออก เธอลงจากเตียงไปนอนตรงที่ฉันเคยนอนก่อนหน้า ทิ้งฉันเอาไว้บนนี้คนเดียว กับความเงียบที่เข้ามาเยือนห้องสี่เหลี่ยมอีกครั้ง ลูกสาวคนเล็กของบ้านยามาโมโตะไม่ตอบในสิ่งที่ฉันสงสัย

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP03 (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s