[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP04 (SayaMilky)

Posted on Updated on


cr original pic : คลิก


เกิดเรื่องกับชมรมฟุตบอลอีกจนได้ แต่ปัญหาเหล่านั้น
ก็ทำให้ประธานชมรมอย่างยามาโมโตะ ซายากะ
ได้รู้ความจริงบางอย่าง !
ความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมทีม
และมุมมองที่เธอควรปฏิบัติต่อเพื่อนสมาชิก
การเปิดใจให้แก่กันและกัน


         “ไอ้เน่ มากับฉันด่วนเลย” ถ้าไม่ใช่เพื่อนกัน ฉันอดคิดไม่ได้แน่ ๆ ว่าอาจจะโดนม่าจุงหาเรื่องอะไรสักอย่างด้วยกริยาแบบนี้
         “อะไร…” ม่าจุงวิ่งเข้ามาหน้าตาตกใจ ฉันก็เพิ่งจะเห็นว่าม่าจุงดูตื่นตระหนกได้มากเท่าครั้งนี้ตั้งแต่รู้จักกันมา เธอรีบฉุดฉันซึ่งกำลังเตรียมอุปกรณ์การซ้อมอยู่ดี ๆ ให้มาด้วยกันที่หลังโรงเรียน
         “มิลกี้มันงานงอกแล้ว”
         “วาตานาเบะเป็นอะไร” ม่าจุงโดนฉันดึงจนต้องหยุดเดินด้วยกันทั้งคู่
         “เดี๋ยวค่อยคุย ยิ่งช้ายิ่งไม่ดี” ฉันเร่งฝีเท้าตามม่าจุงมาโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินชื่อยัยหัวเห็ดวาตานาเบะตัวปัญหาคนนั้น
         จนมาถึงหลังโรงเรียน…
         “พอได้แล้ว !” นี่นั่นเองเรื่องที่ม่าจุงว่า ฉันวิ่งเข้าไปกลางวงที่กำลังมีเรื่องทำร้ายร่างกายและรีบดึงวาตานาเบะออกมาให้ห่างจากนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ฉันไม่รู้ว่าเธออยู่ปีอะไร แต่หน้าเป็นแผลพอกันทั้งสองฝ่าย
         “วาตานาเบะ มันไม่จบแค่นี้หรอก เธอทำร้ายร่างกายเพื่อนฉันขนาดนี้”
         “พูดให้มันดี ๆ นะ มิลกี้หรือพวกเธอกันแน่” ฉันต้องรีบไปดึงม่าจุงไว้อีกคน เพราะรายนั้นเกิดโมโหดื้อ ๆ “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ พวกเธอคิดจะทำอะไร” ฉันเห็นวาตานาเบะเข้ามาดึงเพื่อนไว้ด้วยเหมือนกัน เพราะม่าจุงไม่พอใจกับเรื่องครั้งนี้ชัดเจน
         “มีหลักฐานหรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่มีก็หุบปากไป อย่าสะเออะ” ฉันรั้งม่าจุงให้ออกห่างจากผู้หญิงอีกคนที่พูดยั่วโมโห ซึ่งหน้าตาไร้รอยแผล “เพราะฉันมีหลักฐานว่าวาตานาเบะทำร้ายร่างกาย” ฝ่ายนั้นควักเอาโทรศัพท์มาโชว์ว่าพวกเธอบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้
         “อยากทำอะไรก็ตามใจ ฉันไม่เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว” วาตานาเบะดูจะไม่แยแสกับหลักฐานของฝั่งนั้นเท่าไหร่ เธอปล่อยม่าจุง แล้วเธอก็เดินออกไปคนเดียว
         “ม่าจุงไปเถอะ เราต้องซ้อมฟุตบอลกันต่อ” ฉันกวาดตามองกลุ่มผู้หญิงที่มีเรื่องกับวาตานาเบะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินออกมาบ้าง

         ฉันไม่ได้เห็นเหตุการณ์แต่แรก แต่ก็พอจะรู้ว่าวาตานาเบะไม่ใช่คนที่หาเรื่องก่อน ฉันรู้สึกอยู่ในใจแบบนั้น ถ้ามีเรื่องกัน ส่วนใหญ่ก็ไปแจ้งคนมาช่วย พวกนั้นกลับถ่ายวีดีโอเอาไว้เป็นหลักฐาน แสดงว่าเตรียมการมาก่อน หรือว่าฉันจะคิดมากไป ที่น่าโมโหคือวาตานาเบะนั่นแหละดันไปตะลุมบอนกับกลุ่มนั้น แทนที่จะรู้จักอดทนอดกลั้น ซึ่งมันเข้าทางที่เขาวางไว้ ตอนนี้เธอนั่งอยู่ข้างสนามมีคิชิโนะอยู่ด้วย
         “วาตานาเบะ เราต้องคุยกัน” วาตานาเบะไม่ตอบตกลงหรือปฏิเสธ เธอแค่ทำเสียงไม่พอใจอยู่ในลำคอ ฉันยิ่งรู้สึกโมโห เธอไม่คิดบ้างหรือไงว่าการกระทำของเธอกำลังจะส่งผลถึงทีมฟุตบอลที่ใกล้จะแข่งในเร็ว ๆ นี้
         “ยามาโมโตะใจเย็นก่อน” คิชิโนะลดผ้าที่กำลังเช็ดเลือดให้เพื่อน พยายามจะช่วยพูด
         “คิชิโนะเธอไม่ต้องช่วยเพื่อนเลยนะ”
         “อย่ามาพาลดิ เรื่องมันเกิดไปแล้ว” ตอนนี้กองหน้าคนใหม่ลุกขึ้นมายืนเผชิญหน้ากับฉัน ทำไมต้องไปโอ๋คนอย่างวาตานาเบะด้วย แต่สองคนนี้เป็นเพื่อนกันนี่ คิชิโนะยังไงย่อมต้องช่วยเพื่อน ไม่มีทางฟังฉัน
         “กำลังจะมีแข่งฟุตบอล แต่วาตานาเบะกลับหาเรื่องใส่ตัว ไม่รู้รึไงว่ามันจะส่งผลร้ายกับทีมเรา”
         “ฉันว่ามิลกี้ก็รู้ว่าตัวเองผิดนะ ทำไมถึงต้องมาใส่อารมณ์กับเขาด้วยล่ะ ปัญหามันเกิดแล้ว เราก็ช่วยกันหาทางแก้ไขสิ ไม่ใช่มาโทษกันอยู่ได้” ฉันเซเพราะโดนคิชิโนะผลัก ก็เลยจะเข้าไปเอาคืน แต่มีคนเข้ามาแยกซะก่อน
         “ซายาเน่ มีเรื่องอะไรกัน” เคจจิรีบถาม ม่าจุงตามเข้ามาพอดี
         “นี่ไงล่ะ เธอยังคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย เป็นถึงกัปตันทีมหัดรู้จักควบคุมตัวเองซะบ้าง เผื่อจะได้เข้าใจว่าเวลาคนมันโมโหน่ะ เขารู้สึกกันยังไง” ฉันรู้สึกว่ามือสั่นด้วยความโกรธที่วิ่งทั่วไปหมด แต่คิชิโนะก็พูดถูก
         “มิลกี้ไปกันเถอะ” คิชิโนะลากวาตานาเบะออกไปจากสนามท่ามกลางสมาชิกชมรมคนอื่น ๆ ที่เริ่มสงสัยว่าเกิดเหตุโหวกเหวกอะไรขึ้น
         “เอาละ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น” เคจจิยืนกอดอก คาดคั้น
         “จะให้ฉันเล่ามั้ย” ม่าจุงเสริมเสียงเครียด ฉันพยักหน้าตามนั้น
         “เมื่อกี้มิลกี้ไปมีเรื่องกับคนกลุ่มหนึ่ง ฉันวิ่งมาตามซายาเน่เพราะเห็นท่าทางไม่ดี แต่พอไปถึงพวกนั้นก็อ้างว่ามิลกี้ไปทำร้ายร่างกาย ตอนฉันกับซายาเน่ไปถึงก็ลงไม้ลงมือกันแล้ว พวกนั้นน่ะมีหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ”
         “ทีนี้ปัญหาก็กำลังจะตามมา เพราะสมาชิกชมรมของเราไปก่อเรื่อง ถึงแม้ว่าเรื่องจริงมิลกี้จะไม่ได้หาเรื่องเขาก่อน ฉันเข้าใจถูกมั้ย” ฉันไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเคจจิ ม่าจุงจึงช่วยตอบแทน
         “ตอนที่พาซายาเน่ไปช่วยห้าม ก็ดูใจเย็นอยู่หรอก ไม่คิดว่าจะมาระเบิดลงกับคิชิโนะ” ตอนนี้ฉันกำลังโดนเพื่อนในชมรมสองคนกดดัน
         “คงไม่ได้ลืมหรอกนะ ว่าพอไปถึงหลังโรงเรียน ม่าจุงแกเองก็เกือบจะบู๊เหมือนกัน” เคจจิหันไปทำตาดุใส่เพื่อนทันที พอทราบความจริงวอีกอย่างจากฉัน
         “นี่ก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอ”
         “เคจจิต้องเห็นว่าพวกนั้นน่าโมโหแค่ไหน เป็นใครจะทนได้” ม่าจุงรีบบอกเสียงอ่อย
         “เอาเรื่องของซายาเน่ก่อน…” ฉันมองหน้ารองกัปตันแล้วถอนหายใจ
         “ฉันโมโหนี่ ยอมรับว่าโมโหจริง ๆ แล้วก็หงุดหงิด ยิ่งเราเสียผู้เล่นไปช่วงนี้ฉันก็ยิ่งโมโห ฉันอยากให้ทีมเราพร้อมที่สุดสำหรับการแข่งครั้งนี้ ฉันรู้ว่าฉันผิด ตอนที่คิชิโนะพูด”
         “ฉันเข้าใจซายาเน่นะ ม่าจุงก็เข้าใจ ใช่มั้ย”
         “อื้อแน่นอน” เคจจิน่าจะเป็นเป็นคนที่ใจเย็นและสุขุมที่สุดในทีม เธอเข้าใจความรู้สึกของเพื่อน ๆ เป็นอย่างดี เธออาจจะเหมาะกับการเป็นกัปตันมากกว่าฉันด้วยซ้ำ
         “ฉันเข้าใจที่ซายาเน่พยายามทำทุกอย่างเพื่อทีมของเรา เธอแบกรับความรับผิดชอบมากมาย แต่ก็อย่าลืมว่า เพื่อนในชมรมเองก็สำคัญเหมือนกัน ความรู้สึกของเพื่อนน่ะ ฉันขอพูดตรง ๆ นะ” รองกัปตันมองม่าจุงแล้วหันมายิ้มกับฉัน “มิลกี้อาจจะมีชื่อเสียงไม่ดีมากมายในเรื่องส่วนตัว แต่สำหรับสิ่งที่เขาพยายามทำตอนอยู่ชมรม คนที่พยายามซ้อมอยู่ทุกวัน ฉันก็มองว่าเขาเป็นคนที่ตั้งใจมาก ๆ คนหนึ่งเลย”
         “เพราะแบบนั้นแหละ ฉันถึงไม่อยากให้วาตานาเบะพลาดการแข่งครั้งนี้ ฉันไม่อยากให้สิ่งที่วาตานาเบะทุ่มเทมาตลอดต้องพังไปเพียงเพราะแค่เรื่องวิวาท ก็เห็นอยู่แล้วว่าพวกนั้นตั้งใจ”
         “เฮ้ย…เป็นห่วงเพื่อนก็แสดงออกให้มันเข้าใจง่าย ๆ สิ นี่อะไรของแก” ม่าจุงหันไปขำกับเคจจิ ซึ่งแสดงทีท่าเห็นด้วย “แกทำท่าแบบนี้มิลกี้มันจะรู้ได้ไงว่าเป็นห่วง นี่คิชิโนะไม่กระโดดทับแกก็ดีเท่าไหร่แล้ว เป็นใครก็คิดว่าวอนหาเรื่อง เพื่อนหน้าเยินมาขนาดนั้น ยังมีกัปตันเข้ามาหาเรื่องอีก ไม่ต้องสนใจคนอื่นเขา ว่าจะมองแกโอ๋มิลกี้หรอกน่า คนชมรมเดียวกัน ก็เปิดใจกันไปเลย ง่าย ๆ”
         “ไว้ฉันจะไปขอโทษเขาทั้งคู่”
         “อย่าลืมพูดกับมิลกี้มันดี ๆ นะ” ม่าจุงยังแอบหยอดทิ้งท้าย
         “ปัญหาใหญ่ของเราตอนนี้น่ะ คือคลิปของพวกนั้น” ขอบคุณเคจจิที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องให้ หน้าสิ่วหน้าขวานแท้ ๆ ยังมีอารมณ์มานึกถึงเรื่องฉันกับมิลกี้อีก
         แต่จากสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถ้าเรื่องไปถึงฝ่ายปกครอง น่าจะส่งผลต่อวาตานาเบะเต็ม ๆ ถึงต่อให้มันเป็นเรื่องที่เกิดจากการวางแผนมาล่วงหน้าก็เถอะ
         “เขามีเรื่องกันตรงนั้น เป็นมุมอับที่กล้องวงจรปิดมองไม่เห็น บังเอิญเว่อร์ ฉันลองมองตอนที่ไปกับซายาเน่ ถ้าไปแอบหลับนี่สบาย แต่แปลก…พวกนั้นดันควักกล้องมาถ่ายไว้เป็นหลักฐาน ถ้าอยากมีหลักฐานว่าโดนทำร้ายก็มีเรื่องกันตรงที่มีกล้องวงจรปิดดิ ทำไมต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากด้วย ดูไม่เข้าท่า” ม่าจุงหัวเราะแห้ง ๆ ไม่เต็มใจนัก แต่ตั้งใจประชด มันทำให้ฉันคิดตาม
         “แต่ฉันว่าก็ยังมีบางกล้องที่ไม่โดนบังนะ แล้วก็ถ่ายไว้ครบทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอน” ฟูจังเดินเข้ามาหาและยื่นโทรศัพท์ของเธอให้ เคจจิกับม่าจุงเข้ามาดูด้วยพร้อมกัน คลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าวาตานาเบะโดนผู้หญิงสองคนเรียกให้ไปคุยกันหลังโรงเรียน เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรพวกนั้นในตอนแรก และพยายามจะเดินออกมา ก่อนที่จะโดนทำร้ายก่อน ก็เลยเปิดศึกมีเรื่องกันอย่างสมบูรณ์ โดยหนึ่งคนในนั้นถือกล้องถ่ายตอนที่วาตานาเบะลงมือทำร้าย ซึ่งน่าจะเป็นคลิปอวดอ้างของพวกนั้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานกล่าวหาวาตานาเบะ
         “ฉันว่าพวกนั้นแหยมผิดคนซะแล้ว มิลกี้น่าจะซัดปากคนที่ถามฉันว่ามีหลักฐานหรือเปล่าให้หนัก คิดแล้วยังโมโหอยู่เลยนะ” เคจจิรีบปรามเพื่อนให้เก็บอาการหลังดูคลิปจบ
         “เดี๋ยวฉันจะส่งคลิปนี้ให้ซายากะจังนะ จะได้ไว้ช่วยเพื่อนในชมรม” ฟูจังบอกลาพวกเคจจิแล้วเดินออกมาจากข้างสนาม ฉันรีบตามเธอ เพราะอยากคุยบางอย่างด้วย
         “ทำไมถึงจะช่วยวาตานาเบะ ทั้ง ๆ ที่เขา…”
         “แย่งแฟนฉันน่ะเหรอ…ฉันไม่ได้อยากจะช่วยผู้หญิงคนนั้น รู้มั้ยว่าฉันอยากเห็นวาตานาเบะโดนทำร้ายด้วยซ้ำ อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่ฉันโดน” ฟูจังบอกตรง ๆ กับฉัน น้ำเสียงเจ็บปวด
         “เรื่องแฟนของฟูจังน่ะ…” ฉันนึกถึงเรื่องที่เคยคุยกับวาตานาเบะ สาเหตุที่ผู้หญิงคนนั้นทำ ฉันรู้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่น่าให้อภัย แต่ใจหนึ่งก็โล่งอกที่ฟูจังไม่โดนผู้ชายคนนั้นทำร้ายมากไปกว่านี้
         “ซายากะจังไม่ต้องพูดหรอก ฉันก็พอจะรู้มาบ้าง ว่าเขาคนนั้นเป็นยังไง แต่เธอต้องเข้าใจฉันนะ ว่าฉันเสียใจแค่ไหน ฉันเกลียดวาตานาเบะ แต่ฉันไม่ได้เกลียดซายากะจังแล้วก็ไม่ได้เกลียดทีมฟุตบอลของโรงเรียนเรา เพราะงั้นฉันถึงได้เอาคลิปนี้มาให้ เอาเป็นว่าครั้งนี้ ฉันช่วยซายากะจังก็แล้วกัน”
         “ฟูจัง…” ฉันยืนมองเพื่อนสนิทเดินจนหายลับไปทางอาคารเรียน ต่างคนต่างมีเรื่องที่รู้สึกเจ็บปวด ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง ฉันเข้าใจว่าทำไมเพื่อนถึงเกลียดวาตานาเบะ ฉันเองก็ไม่ชอบขี้หน้ากองหน้าคนนี้ แต่ฉันก็ประทับใจเมื่อเห็นเธอทุ่มเทอยู่ทุกวัน แม้ว่ามันจะเพื่ออะไรก็ตามที่เราตกลงกันไว้ แปลกดีที่ฉันรู้สึกว่าเธอมีใจรักที่จะทำเพื่อชมรมอยู่ไม่น้อย ถ้าไม่อย่างนั้นวาตานาเบะคงมีเรื่องตั้งแต่ที่โดนพวกจ้องหาเรื่องก่อกวน เธอพยายามที่จะอดทนแล้ว เพียงแค่ยังอดทนไม่พอ
         ฉันเองก็เหมือนกัน ฉันยังอดทนไม่พอ…

         ฉันรีบเอาหลักฐานที่ได้จากฟูจังไปให้ครูทาเคโนะอุจิในวันต่อมาและเล่าทุกอย่างเพื่อขอร้องให้ครูช่วยวาตานาเบะด้วย แม้ว่าการมีเรื่องทะเลาะวิวาทจะโดนลงโทษแน่นอน อย่างน้อยก็ขอให้ครูได้รู้ว่าเรื่องจริงที่เกิดเป็นยังไงและวาตานาเบะกำลังโดนวางแผนเล่นงาน ครูทาเคโนะอุจิบอกให้ฉันสบายใจและครูจะช่วยพวกเราจัดการตรงนี้เอง

         วาตานาเบะมาซ้อมตามปกติ เช่นเดียวกับคิชิโนะแต่ไม่ยุ่งสุงสิงกับใครเท่าไหร่ ฉันรอจนถึงช่วงพักระหว่างซ้อมจึงเดินเข้าไปเพื่อจะคุยกับเธอก่อนเป็นคนแรก
         “คิชิโนะ ฉันจะขอคุยเรื่องเมื่อวานหน่อยได้มั้ย”
         “ถ้ากัปตันคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้วละก็นะ” ฉันโดนมองกวน ๆ ใส่แต่เธอยิ้มให้ ดูท่าไม่โกรธฉันอย่างที่คิดไว้
         “ฉันขอโทษ ที่ใจร้อน ต่อไปฉันจะคิดให้ถี่ถ้วนกว่านี้ และจะเห็นความสำคัญของเพื่อนร่วมทีมให้มากพอกับความสำคัญของทีมด้วย”
         “ฉันดีใจที่ได้ยินแบบนั้น โดยเฉพาะที่บอกเรื่องความสำคัญของเพื่อนร่วมทีม ฉันเองไม่รู้ว่ากัปตันกับมิลกี้มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าหรอกนะ แต่มิลกี้ก็โมโหตัวเองมากเหมือนกันที่ทำแบบนั้นลงไป เขาเสียใจ” คิชิโนะหันไปมองคนที่กำลังถูกพูดถึงซึ่งวิ่งซ้อมอยู่กับม่าจุงและเคจจิกับคนอื่น ๆ “และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาดูเสียใจที่กัปตันไม่พอใจ ถ้ามีอะไรที่คุยกันได้ ฉันก็อยากให้กัปตันลองเอาไปคิดดูนะ ยังไงตอนนี้เราก็เพื่อนร่วมทีมกัน ฉันขอฝากเรื่องนี้”
         “ฉันจะไปคุยกับวาตานาเบะเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน มีคนถ่ายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่จากมุมมองของพวกที่คิดจะหาเรื่องวาตานาเบะ และมันเป็นข้อพิสูจน์ว่าวาตานาเบะไม่ได้เป็นคนหาเรื่องก่อน”
         “มิลกี้ไม่พูดเรื่องนี้สักคำ ยัยนั่นกะจะรับความผิดไปแน่ ๆ ได้ยินแบบนี้ค่อยยังชั่ว อย่างน้อยก็พอจะวางใจได้แล้ว ฉันก็เป็นห่วงเพราะมิลกี้ซึมไปเลย ตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง” คิชิโนะตาวาวแสดงความโล่งใจ
         “หน้าที่ของพวกเราก็คือตั้งใจซ้อม เรื่องลงโทษปล่อยให้พวกครูเขาจัดการ ฉันแจ้งกับครูทาเคโนะอุจิไปแล้ว เราก็คงได้แต่รอนั่นแหละ”
         “เอ้อเรื่องเมื่อวาน…ตัวฉันต้องขอโทษกัปตันด้วยเหมือนกัน ที่ผลักน่ะ ขอโทษนะ” ฉันยิ้มให้เธอ ด้วยความโล่งอกที่สามารถจัดการปัญหาความไม่เข้าใจกันลงได้ เหลืออีกแค่คนเดียวเท่านั้นที่ฉันต้องจัดการ…วาตานาเบะ
         “ขอบคุณที่ผลัก มันทำให้ฉันได้สติ…แต่แน่ใจนะว่าแค่ผลัก แรงเยอะจริง” คิชิโนะชี้นิ้วเตือนว่าฉันพูดเกินจริงไปแล้วแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายฉันอย่างที่กังวล

         ฉันรอจนการซ้อมในวันนี้ของพวกเราหมดและเดินเข้าไปบอกวาตานาเบะซึ่งกำลังช่วยคนอื่น ๆ เก็บอุปกรณ์ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย
         “ถ้าเรื่องที่เพื่อนเธอเอาหลักฐานมาให้ล่ะก็ ม่าจุงบอกฉันแล้ว” ฉันแย่งเอาของจากมือเธอมาถือไว้ เพราะต้องการให้วาตานาเบะสนใจฉันมากกว่าสนใจเรื่องการเก็บอุปกรณ์
         “ฉันมีเรื่องอื่นจะคุยกับเธอด้วย” วาตานาเบะพุ่งไปเก็บอุปกรณ์อื่นที่อยู่ใกล้ ๆ โดยไม่สนใจฉันที่ตามไปแย่งไม่ลดละ
         “เรื่องสำคัญนักหรือไง ยามาโมโตะถึงได้ตามมาเกาะแกะฉันขนาดนี้” เธอว่าฉันท่าทางเริ่มรำคาญ
         “สำคัญสิ เรื่องของเธอนี่” ฉันจับอุปกรณ์ที่ยื้อแย่งกับวาตานาเบะไว้แน่นจนไม่ได้สังเกตว่าที่จับอยู่ไม่ใช่อุปกรณ์การซ้อมแต่เป็นมือของอีกคน วาตานาเบะเองก็จ้องฉันอยู่อย่างนั้น “ก่อนกลับบ้าน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย อย่าลืมล่ะ” ฉันรีบออกไปช่วยคนอื่น ๆ เก็บของต่อ ยังไงก็อยากจะพูดขอโทษวาตานาเบะอย่างจริงจัง อยากบอกให้เธอรู้ว่าเธอเป็นคนสำคัญของทีมเรา

         วาตานาเบะนั่งรออยู่กับคิชิโนะตรงโต๊ะสำหรับไว้ให้พวกนักเรียนได้นั่งเล่น ไม่ไกลจากสนามซ้อมมากนัก ตอนที่ฉันเดินเข้าไปหา คนที่ฉันได้ขอโทษไปก่อนหน้านั้นโบกมือให้ก่อนที่จะเดินแยกออกไป คิชิโนะพยักหน้าให้ฉันนิดนึง
         “ฉันจะรบกวนเวลาเธอไม่นาน” ฉันหายใจเข้าเฮือกใหญ่เมื่อเริ่มต้นบทสนทนา โดยมานั่งอยู่ข้าง ๆ วาตานาเบะ “อย่างที่ม่าจุงได้บอกเธอไปแล้วว่ามีหลักฐานช่วยพิสูจน์เรื่องที่เธอไม่ได้เป็นคนหาเรื่องพวกนั้นก่อน ฉันเอาคลิปวิดีโอที่ฟูจังให้มา ไปให้ครูทาเคโนะอุจิแล้ว ฉัน…ไม่รู้ว่าเธอจะโดนทำโทษยังไงบ้าง เพราะมีเรื่องทะเลาะทำร้ายร่างกายกันไป แต่ก็ขอร้องให้ครูทาเคโนะอุจิช่วยเหลือเธอ” ฉันแอบชำเลืองเมื่อจบเรื่องแรกที่อยากจะบอก วาตานาเบะยังคงนั่งฟังด้วยสีหน้าขึงเครียด ใบหน้ามีรอยช้ำอยู่บ้างจากฝั่งที่ฉันเห็น
         “แล้วก็…เรื่องที่ฉันทำท่าโมโหใส่เธอ” ผู้หญิงผมสั้นข้าง ๆ หันมาพร้อมสายตาที่แสดงออกชัดเจนว่ายังคงเสียใจกับเรื่องนี้ อย่างที่คิชิโนะเคยบอกฉัน วาตานาเบะเสียใจกับมัน ฉันเพิ่งจะได้เห็นชัด ๆ ว่าหน้าเธอช้ำค่อนข้างมาก “ฉันไม่มีข้อแก้ตัวอะไรให้เธอหรอกนะ ฉันยอมรับผิด ก็…เพิ่งคุยเรื่องนี้กับคิชิโนะ”
         การพูดต่อหน้าวาตานาเบะมันลำบากกว่าพูดต่อหน้าเพื่อนสมาชิกชมเป็นสิบ ๆ คนได้ยังไงเนี่ยซายากะ “ฉันมัวแต่ให้ความสำคัญกับทีมมากจนเกินไป มากจนลืมให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมทีม ขอโทษที่ทำให้เธอยิ่งเสียใจ เจอเรื่องแย่ก็เลวร้ายพออยู่แล้ว กัปตันทีมแบบฉันยังมาต่อว่าอีก ฉันไม่เคยนึกถึงเรื่องพวกนี้เลยว่าจะต้องรู้สึกแบบไหน…วาตานาเบะ ฉันขอโทษนะ” ฉันจ้องตาเธอ ส่งความรู้สึกขอโทษจากใจ
         “ขอบใจนะยามาโมโตะ เมื่อวานฉันก็โมโหตัวเอง โมโหมากเลยแหละ ไปเสียท่าให้พวกนั้น แต่มันน่าหมั่นไส้จริง ๆ ลอยหน้าลอยตาพูดยั่วฉัน ฉันก็เลย…”
         “เวลาที่คนเราโมโห มันก็ยากจะควบคุมตัวเองกันทุกคนนั่นแหละ ฉันได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้จากคิชิโนะ” ฉันนั่งหัวเราะสบาย ๆ กับวาตานาเบะ เมื่อวานเพิ่งจะเคยโมโหจนขาดสติเป็นครั้งแรกเหมือนกัน
         “เฮ้อ…ฉันขอโทษที่ทำเรื่องวุ่นวายให้ชมรม ฉันเสียใจจริง ๆ ฉันสัญญาว่าจะอดทนให้มากกว่านี้” วาตานาเบะถอนหายใจยังเป็นกังวลอยู่
         “แต่ถ้าเขาเข้ามาทำร้ายร่างกายล่ะก็ไม่ต้องอดทนหรอกนะ ก็ทำอย่างที่ทำนั่นแหละเจ๋งแล้ว” วาตานาเบะขมวดคิ้ว เธออาจแปลกใจว่าฉันหมายถึงเรื่องอะไร ฉันเลยหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาและขยับเข้าไปให้เธอดูใกล้ ๆ “คลิปที่ฟูจังถ่ายไว้ได้”
         “น่าอายดีนะ ฉันโดนเล่นงานแบบนี้ เสียชื่อหมด”
         “เธอกลัวเสียชื่อแค่เรื่องที่โดนทำร้ายเนี่ยนะ อะไรของเธอ ทีอ่อยผู้ชายไปเรื่อยไม่เห็นกลัว” ฉันตำหนิไม่จริงจังนัก เพราะรู้ว่าวาตานาเบะชินชากับเรื่องพวกนี้ไปเสียแล้ว คนถูกว่านั่งขำระหว่างดูคลิป “ม่าจุงบอกว่าเธอน่าจะจัดการอีกคนด้วย ดูแล้วคงแอบแค้นไม่เบาแหละ”
         “ก็พวกเธอเข้ามาก่อนนี่ ไม่งั้นฉันคงซัดพวกนั้นอย่างที่ม่าจุงต้องการแล้ว” วาตานาเบะกลับมายิ้มได้อีกครั้งและขี้โอ่เหมือนเดิม ถึงมันจะตรงข้ามกับรอยช้ำที่อยู่บนหน้า
         “เธอไม่เป็นไรมากใช่มั้ย” วาตานาเบะอาจไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่เธอก็ไม่สมควรมีรอยแผล รอยช้ำที่หน้า นั่นมันไม่ถูกต้อง
         “หืม ?” เธอยังคงสนใจคลิปนั่นอยู่เมื่อฉันถาม
         “แผลน่ะ” ฉันพยายามเบามือมากที่สุด เมื่อจับหน้าวาตานาเบะแล้วค่อย ๆ หมุนไปมาเพื่อดูร่องรอยบาดแผล แต่เพราะอีกคนมองหน้าฉันไม่หลบด้วยสายตาบางอย่าง นั่นดูจะทำให้ร่างกายฉันเคลื่อนไหวผิดจังหวะไปพร้อมกับหัวใจที่เร่งขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
         “ถ้าฉันบอกว่าเจ็บมาก ยามาโมโตะจะทำยังไงเหรอ” วาตานาเบะมองอย่างอารมณ์ดีที่เห็นฉันอึกอักตอนเธอจับมือฉัน เธอจงใจกวนประสาทอีกแล้ว
         “เลี้ยงขนมดีมั้ย ฉันจะไปทำอะไรได้ นอกจากเป็นห่วง…ตามประสาคนเป็นกัปตันทีม” ฉันรีบเติมประโยคหลังสุด แบบปัจจุบันทันด่วน เมื่อวาตานาเบะกรอกตาแปลกใจอย่างกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อ
         วาตานาเบะเลิกหัวเราะแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้ “แค่นั้นก็พอแล้ว…” เธอลุกขึ้นสะพายกระเป๋า จากนั้นก็เข้ามาสวมกอดฉันสั้น ๆ “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะกัปตัน…นี่กอดแบบเพื่อนนะ เดี๋ยวจะเข้าใจว่าฉันแกล้งทำอะไรเธออีก”
         “แหม ต้องรีบออกตัวขนาดนี้เลยเหรอ” ฉันต้องแขวะเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเองที่จู่ ๆ ก็โดนกอด ในหัวยังสงสัย ทำไมนะ แค่ช่วงสั้น ๆ ถึงทำให้ฉันรู้สึกทั้งโล่งอก อบอุ่น และมีพลัง
         “ถ้าไม่รีบบอก ยามาโมโตะต้องคิดแน่ว่าฉันจะกอดทำไม” ฉันโบกมือไว ๆ เป็นการลาอีกคนที่เดินออกไปก่อน ยัยหัวเห็ด ถึงเธอจะบอกว่ากอดแบบเพื่อน แต่ฉันก็ยังสงสัยอยู่ดีนั่นแหละว่าเธอจะกอดฉันทำไม จะขอบคุณหรืออะไรก็ไม่พูด
         ซายากะ รู้สึกตัวอยู่บ้างรึเปล่า ว่าเธอน่ะยิ้มให้ผู้หญิงอย่างวาตานาเบะบ่อยเกินไปแล้ว…
         ฉันยืนอมยิ้มคนเดียวอยู่นานสองนาน…แต่ก็แปลกที่ดันยอมรับกับเสี้ยวความคิดที่ปรากฏขึ้นมานั้น

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายะมิลกี้เท่านั้น
[Short] – My Goal…My Girl ใครจะเผลอรักเธอกันล่ะ? EP04 (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s