[Short] – บันทึกรัก เหยี่ยวข่าว กับ สาวโฮสต์ (6) (YuiParu)

Posted on Updated on

yuiparu


โยโกยามะต้องประสบพบเจอกับปัญหาใหญ่ของชิมาซากิ
คราวก่อนนั้นก็ยังไม่ทันได้เคลียร์ปัญหาคาใจ
และดูเหมือนจะทำอะไรให้โฮสต์สาวคนนั้นโกรธเข้าเสียด้วย
แบบนี้จะจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นยังไงดีล่ะ


         บทที่ 6
         บันทึกของโยโกยามะ 12
         ฉันไปหาคาวาเอย์และเล่าเรื่องที่เธอเคยบอกฉันเกี่ยวกับผู้หญิงคนที่ไปหาถึงที่ร้าน ฉันบอกคาวาเอย์ไปว่าเป็นคนรู้จักของฉันและบอกว่าคุณพารุเป็นโฮสต์ที่ฉันกำลังทำงานด้วย คาวาเอย์ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรแล้วก็ชวนฉันไปงานงานหนึ่ง เห็นว่าลูกค้าของเธอติดธุระไปไม่ได้ จึงให้คาวาเอย์ไปแทนถ้าว่าง คาวาเอย์บอกว่าจะไปหาของอร่อยกิน ไหน ๆ ก็ได้สิทธิ์มาแล้ว เธอบอกฉันว่าโอกาสได้กินของอร่อยมีไม่บ่อย ที่สำคัญคือเธออยากคุยกับฉันด้วยถึงได้มาชวนให้ไปด้วยกัน ถึงจะรู้สึกเกรงใจที่ต้องไปทั้งแบบนั้นและไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ แต่รุ่นน้องอย่างคาวาเอย์ก็คะยั้นคะยอจนถึงกับขอร้องให้ฉันไปเป็นเพื่อน เธอยังคงอ้างเรื่องที่ว่าไปกินอะไรแป๊บเดียวแล้วค่อยกลับก็ได้ ฉันก็เลยตกลง
         พูดถึงวันที่ไปหาคุณพารุและถามเกี่ยวกับเรื่องคาวาเอย์ ท่าทางเธอคงกลัวฉันจะเบี้ยว เพราะ…ไม่รู้สิ ฉันว่าเธออาจจะไม่ปลื้มนักที่ฉันเจอโฮสต์คนใหม่ แล้วก็อาจจะสัมภาษณ์คาวาเอย์มากกว่า เอ๊ะนี่หรือว่าคุณพารุอาจจะอยากให้เรื่องราวของเธอเป็นหัวข้อหลักมากกว่ามั้ยนะ ฉันคงต้องหาเวลาอธิบายให้ชัดเจน อาจจะพูดชี้แจง จนเธอเข้าใจว่าเธอน่ะมีความสำคัญกับฉัน ถึงจะบอกเธอไปตรง ๆ ในวันนั้น หรือว่าคุณพารุไม่คิดจริงจังกับคำพูดของฉัน
         ของฝากที่ให้ไป คุณพารุจะชอบหรือเปล่านะ แต่มันไม่ค่อยมีราคาเท่าไหร่ ฉันเห็นว่ามันมีประโยชน์ดีก็เลยซื้อไปฝากเธออาจจะโยนทิ้งไปแล้วมั้ง ไม่เป็นไรเอาไว้ลองถามตอนที่โทรไปหาคุณพารุก็น่าจะได้ ถึงจะเป็นโฮสต์ที่ดูไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ แต่เธอก็แอบใจดีอยู่จริง ๆ นะ ยังไงก็เป็นคนที่ใจดีคนหนึ่งเลยแหละ ฉันยังเชื่อแบบนั้นอยู่เสมอ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมั้ยล่ะ เพราะคุณพารุบอกให้ฉันโทรไปหาได้ เหมือนกับฉันได้รับสิทธิ์พิเศษยังไงยังงั้น ฉันน่ะดีใจสุด ๆ ไปเลย

         บันทึกของโยโกยามะ 13
         จนแล้วจนรอดฉันก็ยังไม่กล้าถามคุณพารุเรื่องผ้าปิดตาที่ซื้อไปฝาก เพราะเวลาโทรไปหาฉันรู้สึกว่าคุณพารุมีเรื่องไม่พอใจบางอย่างอยู่ในใจ สงสัยจะอารมณ์ไม่ค่อยดี ฉันก็เลยแค่ถามว่าเป็นยังไงบ้างสั้น ๆ แต่เธอบอกให้โทรไปหาได้ฉันก็จะพยายามโทรต่อไป ฉันพูดไปแล้วว่าคุณพารุมีความสำคัญและฉันจะต้องทำให้เธอเห็นว่าเธอมีความสำคัญจริง ๆ แต่ฉันสงสัยจังว่า ทั้งที่อนุญาตให้ฉันโทรไปหาได้ แต่ทำไมถึงไม่ค่อยดีใจที่ฉันโทรไปล่ะ ฉันไปทำอะไรให้คุณพารุรู้สึกไม่สบายใจหรือเปล่านะ หรือว่าฉันโทรไปหามากเกินไป

         บันทึกของโยโกยามะ 14
         ฉันจะเผาบันทึกหน้านี้ถ้าจำเป็น
         ฉันจะไม่ลืมเรื่องที่ฉันทำกับคุณพารุ ฉันไม่มีทางลืมอย่างเด็ดขาด ฉันทำในสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย แต่เพราะฉันก็ดันไปเชื่อคาวาเอย์ ฉันไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ ฉันไปหาคาวาเอย์ทันทีที่ออกมาจากบ้านของคุณพารุ ฉันค้างกับคุณพารุเมื่อคืน ไม่ได้กลับที่พักตัวเอง ฉันมาหาคุณพารุหลังงานที่คาวาเอย์ชวนฉันไปเป็นเพื่อน ฉันทำอะไรบางอย่างซึ่งมันทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นตามมานั้น โธ่เอ๊ยยุย ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย
ตอนที่คาวาเอย์ออกมาต้อนรับฉัน สภาพสะลึมสะลือยังไม่ตื่นดี ฉันอยากจะขอโทษที่ไปรบกวนเวลานอนอยู่หรอกนะ แต่ฉันขอติดเรื่องนั้นไว้ก่อน คงได้ขอโทษเธอทีหลัง พร้อมกับลากคาวาเอย์เข้าไปนั่งคุยด้วยกันข้างใน ฉันเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันทำให้คุณพารุร้องไห้ หลังกลับจากงานเลี้ยงที่ไปกับคาวาเอย์ ไม่คิดว่าที่งานนั่น ฉันเจอคุณพารุมากับผู้ชายหน้าตาหล่อระดับดาราและอาจจะหล่อมากกว่าด้วย ฉันที่อยู่ในงานตอนนั้นไม่กล้าทักเธอ ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้เธอไม่ค่อยพอใจฉัน อีกอย่างการที่เธอมางานกับผู้ชายสองต่อสอง ถึงต่อให้ในงานจะมีคนอยู่เยอะก็ตาม แสดงว่าเป็นเรื่องส่วนตัวมากและด้วยนิสัยของคุณพารุผู้ชายคนนี้จะต้องสำคัญกับเธอมากแน่ ถ้าฉันไปทัก อาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่ที่คนธรรมดาอย่างฉันไปสนิทกับคุณพารุ ดังนั้นฉันไม่ทักเธอจะดีกว่า ฉันจำความคิดของตัวเองตอนอยู่ในงานได้ดี ฉันแปลกใจ เพราะคุณพารุเคยบอกว่ายังโสด…ฉันยังตำหนิตัวเองอยู่เลย ว่าฉันไม่ควรจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณพารุ ตอนที่ได้ยินพิธีกรในงานแซวผู้ชายคนนี้กับคุณพารุ ฉันรู้สึกจุกขึ้นมาทันที ฉันหาเหตุผลอยู่นานและสรุปว่าถึงก่อนหน้านั้นคุณพารุจะเคยบอกไว้ว่าโสด แต่ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรแล้วว่า ผู้ชายคนที่มางานด้วยกัน เป็นแฟนของเธอ ฉันไม่ลืมสรุปอีกเรื่องเพิ่มเข้าไปด้วย ว่านี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพารุไม่พอใจเมื่อฉันโทรไป คุณพารุอาจจะกำลังอยู่กับแฟน
         คาวาเอย์ที่ฟังเรื่องราวของฉันจนจบ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เธอทำหน้าแปลกใจที่ฉันบอกว่าคุณพารุร้องไห้ คาวาเอย์ถามว่าฉันทำยังไงเมื่อเห็นคุณพารุเป็นแบบนั้น ฉันไม่ได้บอกเธอว่าฉันจูบคุณพารุ ฉันบอกคาวาเอย์แค่ว่าฉันขอโทษคุณพารุที่ทำให้เสียใจ คาวาเอย์ถามฉันอีกด้วยความสงสัย ว่าแค่นั้นเหรอ ท่าทางเธอไม่ค่อยเชื่อฉัน แต่ก็ใช่อย่างที่คาวาเอย์สงสัย มันมีเหตุการณ์มากกว่านั้นระหว่างฉันกับคุณพารุ แต่ฉันจะไม่บอกคาวาเอย์เด็ดขาดว่าฉันทำอะไร ฉันถามคาวาเอย์ ไม่เห็นคุณพารุจะเป็นอย่างที่คาวาเอย์คิดไว้เลย เพราะคาวาเอย์บอกว่าการให้ฉันพูดแบบนั้นและทำท่าทางเรื่องยกเลิกข้อตกลงอาจจะทำให้คุณพารุหลุดพูดอะไรบางอย่างที่สำคัญ ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าบางอย่างนั้นคืออะไร แต่เพราะคาวาเอย์มุ่งมั่นกับเรื่องนี้มาก ๆ และอยากให้ฉันลองทดสอบ ฉันถึงได้ตกลงยอมทำตามที่รุ่นน้องบอก ถ้าฉันรู้ว่าผลลัพธ์มันจะทำให้คุณพารุร้องไห้ ทำให้คนสำคัญของฉันเสียใจ ฉันไม่มีทางยอมทำตามหรอก แต่พอหลังจากนั้นสิ หลังจากที่ฉันรู้สึกทนไม่ได้เมื่อต้องเห็นน้ำตาของคุณพารุ ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ทันและไปล่วงเกินคุณพารุ อยากจูบ อยากทะนุถนอม คุณพารุที่อายุมากกว่าแต่กลับร้องไห้เหมือนเด็ก ๆ และหลาย ๆ อย่างก็เกิดขึ้นกับฉันกับคุณพารุ โดยเฉพาะแรงดึงดูดระหว่างปากกับร่างกายส่วนต่าง ๆ ทั้งที่รู้สึกว่ามันอาจจะไม่เหมาะแต่ก็พร้อมและต้องการที่จะทำสิ่งที่หัวใจต้องการมากกว่าสิ่งอื่นใด หรือเวลาที่ยอมให้คุณพารุทำอะไรกับฉัน นี่ฉันกำลังจะเพ้อเจ้อถึงเรื่องแบบนี้มากเกินไปแล้ว ไม่ควรเพ้อถึงคนที่มีเจ้าของ ไม่ควรเลยยุย เธอมันบ้าที่ไปยุ่งย่ามและทำอะไรกับคุณพารุเขาแบบนั้น

         ฉันเข้าไปบอกกับผู้จัดการร้านเรื่องขอลาพักผ่อนยาวอย่างไม่มีกำหนด ปกติฉันแทบไม่ได้ลาไปไหนเลย ผู้จัดการจึงถามไถ่คร่าว ๆ ด้วยความเป็นห่วง แต่ฉันก็บอกได้แค่ว่าฉันสบายดี พร้อมอ้างว่าต้องการไปพักผ่อนบ้างก็เท่านั้นเอง แต่ก่อนจะออกมาจากร้านนี่สิ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครสักคนหรืออาจจะหลายคน กำลังกู่ร้องเพราะความดีใจ ฉันรู้มีหลายคนไม่ชอบใจนักเมื่อฉันเป็นที่หนึ่งของร้าน
         แต่ฉันเข้าใจพวกนั้น เข้าใจเหตุผลของบางคน ก็โฮสต์คนอื่น ๆ ไม่ได้เป็นผู้จัดการร้าน ถึงจะดีใจที่ฉันมีลูกค้าเยอะ และกำไรก็เข้าร้าน มันช่วยไม่ได้เมื่อตัวเองที่เป็นโฮสต์เหมือนกัน ต้องเสียเปรียบที่ฉันมักจะเจอกับลูกค้ารวย ๆ และเงินหนา นั่นทำให้พวกเธอเหล่านั้นทั้งที่เปิดเผยตัวว่าเกลียดฉันกับแอบเกลียดฉันและรอวันซ้ำเติมอยู่ในเงามืด ต่างก็ต้องรู้สึกยินดีแน่ที่ฉันหายหน้าไปจากร้าน ยิ่งหายไปนานเท่าไหร่คงยิ่งดี

         ที่ฉันอยากลาพักผ่อน อาจเพราะคืนก่อนที่ได้อยู่กับโยโกยามะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย ฉันยังจดจำได้ทุกอย่าง แต่เพราะเธอพูดออกมาเองว่าจะขอยุติทุกอย่าง ฉันก็จะไม่ได้เซ้าซี้อะไรหรอกนะ จบก็คือจบ เงินที่เธอให้ฉันมันเทียบไม่ได้หรอกกับการที่ฉันมีโยโกยามะอยู่ด้วย ฉันอยากมีคนซื่อ ๆ ไว้ให้คิดถึงมากกว่ามีเงินแต่ต้องอยู่เหงา ๆ คนเดียว ฉันสติแตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนไม่ค่อยอยากไปทำงาน ฉันรู้ว่าควรแยกแยะให้ออก แต่ครั้งนี้ฉันแยกแยะไม่ออก
         ตัวโยโกยามะอาจไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ ส่วนฉันก็เป็นแค่งานชิ้นหนึ่ง อีกอย่างเธอมีโฮสต์อีกคนอยู่กับตัวท่าทางสนิทกันแบบนั้น ตอนนี้ฉันก็หมดความหมาย ที่เคยบอกกันว่าฉันคือคนสำคัญ ก็คงเป็นแค่คำพูดลอย ๆ ให้ฉันดีใจไปอย่างนั้นเอง
         แต่…ถ้าเธอไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ อย่างน้อยก็น่าจะปฏิเสธฉัน แต่ก็อีกนั่นแหละ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับโยโกยามะอาจเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ ส่วนนักข่าวคนนั้นก็แค่ไม่อยากปฏิเสธฉัน เป็นพวกปฏิเสธใครไม่ค่อยเป็นอยู่ด้วยยิ่งไปกันใหญ่ เธอคงตามน้ำไปแบบนั้นเอง
         ซึ่งที่จริงฉันน่าจะลืมสัมผัสต่าง ๆ ที่ทำกับโยโกยามะได้แล้ว แต่มันไม่ยักจะหายไปจากหัว ไล่ยังไงก็ไม่ไป ฉันไม่เคยรู้สึกมีความสุขมากกับใครมานานแล้ว แค่เธอจูบ ฉันก็รู้สึกอบอุ่น เหมือนกับฉันมีที่พึ่ง ถึงแม้ว่าเธอจะพูดสิ่งที่ฉันไม่ชอบอย่างที่สุด ที่เธอจะขอยกเลิกสัญญา ในหัวฉันมีแต่เรื่องของโยโกยามะเต็มไปหมด มันยิ่งลืมยากเมื่อฉันยังรู้สึกโหยหาความสัมพันธ์ทางกายที่มีร่วมกันกับโยโกยามะ ท่าทีเขินอายจากคนซื่อบื้อแบบนั้น

         “คุณชิมาซากิ เจอกันอีกแล้วนะครับ” ระหว่างเดินเรื่อยเปื่อยใช้วันหยุดของตัวเองที่ไม่น่าจะเรียกว่ามีความสุขเท่าไหร่นัก ก็มีเสียงที่ไม่อยากเจอดังขึ้นทักทาย
         “ค่ะ บังเอิญจังเลย” ฉันยิ้มตามมารยาทแต่รู้สึกว่าปั้นหน้ายิ้มให้แบบนี้มันเหนื่อยไม่น้อย
         “คุณคงไม่พอใจผมเรื่องวันนั้น”
         “ใช่ ฉันไม่พอใจ” ไม่นับรวมเรื่องที่เห็นโยโกยามะกับโฮสต์คนนั้น และเรื่องที่ฉันต้องเสียโยโกยามะไปอีกด้วย แค่เห็นหน้าโอคาดะ ฉันก็หงุดหงิด ถึงเขาจะไม่ได้ผิดอะไรก็ตาม “แต่ฉันจะไม่ขอพูดถึงมันอีก นี่หวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะคะ”
         “ครับ ผมเข้าใจ ผมรู้สึกเสียใจจริง ๆ แต่วันนี้แค่อยากจะขอบคุณ ที่คุณฝืนใจไปเป็นเพื่อนผมวันนั้น คุณชิมาซากิ คุณรู้มั้ยว่ามันทำให้ผมได้เจอใครที่ผมหวั่นไหวด้วย ผมไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันครับ”
         “นี่คุณหมายถึงว่า คุณแอบชอบคนในงาน” โถโอคาดะ ฉันก็อยากดีใจกับเขานะ แต่ฉันเซ็งเกินกว่าจะดีใจกับเรื่องของคนอื่นแล้วละบอกตามตรง แต่นี่ฉันกลายเป็นกามเทพให้คนอื่นไปแล้วสิ โอคาดะทำท่าเขินก่อนจะเล่าเรื่องวุ่นวายครั้งนี้
         “คุณจำคู่ผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามกับเราได้มั้ยครับ ที่ใส่แว่น” ฉันจำได้แต่แกล้งทำเป็นจำไม่ได้ ไม่จริงแน่ ๆ โอคาดะจะชอบโยโกยามะอย่างนั้นเหรอ
         “ฉันไม่ได้สนใจคนอื่นเท่าไหร่ซะด้วย ว่าแต่ทำไมเหรอ หรือว่าเป็นคนที่คุณชอบ” ฉันอดไม่ได้แต่ก็ภาวนาสุดตัวว่าคงไม่ใช่โยโกยามะ
         “ใช่ครับ รู้สึกว่าจะเขาชื่อโยโกยามะ อันนี้ผมถามเพื่อนมาอีกที” ฉันไม่รู้เลยว่าควรรู้สึกยังไงกับเรื่องที่โอคาดะบอกทั้งรอยยิ้มตาเยิ้มชวนฝันขนาดนี้ “คือผมทำตัวไม่ถูกเลย ผมอยากรู้จัก”
         “พยายามเข้านะคะ” ฉันรีบตัดบทเพราะยิ่งหงุดหงิดที่รู้ว่าโอคาดะชอบใคร
         “ดะ เดี๋ยวครับคุณชิมาซากิ ผมขอร้อง ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ แล้ว ช่วยผมหน่อยนะครับ ผมอยากรู้ว่าผู้หญิงเขาคิดยังไง คุณก็รู้ว่าผมจีบคุณไม่ติด ตั้งแต่นั้นมา ผมก็เสียความมั่นใจไปเลย” โอคาดะวิงวอนสุดชีวิต ท่าทางน่าสงสาร จริง ๆ ฉันไม่อยากช่วย ไม่อยากให้เขาสมหวังกับโยโกยามะ
         “ถามฉันเนี่ยนะ” ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องที่เคยปฏิเสธเขานั้นจะเป็นต้นเหตุให้ชายหนุ่มยังครองโสดมาจนถึงทุกวันนี้
         “ก็ถ้าผมถามคุณ ผมจะได้รู้ว่าคุณไม่พอใจอะไรหรือโดยปกติแล้ว ผู้หญิงเขาชอบหรือไม่ชอบอะไรไงครับ หรือว่าคุณไม่พอใจอะไรหรือเปล่าครับที่ผมสนใจคุณโยโกยามะ”
         “ห๊า…ฉันน่ะเหรอจะไม่พอใจอะไร ฉันไม่ได้รู้จักกับโยโกยามะสักหน่อย” ฉันรีบปฏิเสธทันควัน โอคาดะคงยังไม่ทันได้สงสัยอะไร และสุดท้ายก็ยอมไปกับโอคาดะจนได้ ฉันลั่นวาจากับเขาระหว่างทางว่าต่อไปจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว เขาก็หัวเราะบอกว่าครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ

         ฉันนั่งฟังคำถามยืดยาวจากโอคาดะ แต่ก็พยายามจะช่วยบอกว่าผู้หญิงเขาคิดหรือว่ารู้สึกยังไง ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นเพียงแค่ตัวแทนผู้หญิงก็ตาม บางคำถามฉันลืมตัวตอบไปเพราะคิดถึงโยโกยามะ เอาแต่คิดว่าอย่างโยโกยามะต้องเป็นงี้แน่ โอคาดะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ว่า คิดไม่ผิดที่เลือกถามฉัน ก่อนจะไล่ถามคำถามอื่น ๆ ที่ไม่รู้ว่าเตรียมมากี่ข้อ
         ฉันนั่งฟังคำถามของเขาจนรู้สึกไม่สบายตัว หรือว่าอาจจะรับคำถามบ้า ๆ บอ ๆ มากไปกระมัง แต่พอฉันจะขอตัวกลับ โอคาดะก็ขยับเข้ามานั่งข้าง ๆ และไม่ยอมให้ไปไหน
         “ผมยังคิดอยู่เลยว่ายาจะออกฤทธิ์เมื่อไหร่” คนปากแดงที่นั่งข้าง ๆ แสยะยิ้มร้าย ฉันไม่ทันระวังเรื่องเครื่องดื่ม เพราะคิดว่าเขาคงไม่ทำอะไรแบบนี้ “อย่าเพิ่งรีบกลับเลยครับ ยาตัวนี้มันคล้าย ๆ กับที่คุณโยโกยามะเคยโดนไป น่าสงสารคุณโยโกยามะนะครับ เขาคงหงุดหงิดงุ่นง่านที่ไม่มีคนช่วยให้หายอยากเรื่องอย่างว่า แต่เชื่อผมเถอะครับ ยาพวกนี้จะทำให้คุณสนุกสุดเหวี่ยงเลยนะครับ ที่จริงผมอยากให้คุณเป็นคนโดนยาแท้ ๆ วันนั้น ไอ้คนที่ไหว้วานก็พึ่งพาไม่ได้เอาซะเลย กลายเป็นโดนคุณโยโกยามะไล่ออกมาดื้อ ๆ ซะงั้น ผมคิดแผนไว้ซะสวย ยิ่งซื่อแบบคุณโยโกยามะคงดูไม่ออกแน่ว่าคุณโดนอะไร สุดท้ายคุณโยโกยามะดันเป็นคนดื่มเบียร์แทน เซ็งเป็นบ้าแผนล้มไม่เป็นท่า เสียเวลาด้วยนะครับ” ฉันได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่ชั่วร้ายมาก ๆ
         “แก…เอามือออกไปจากขาฉันซะ” ฉันพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง โอคาดะลูบขาฉันอย่างถือวิสาสะ
         “ตรงนี้คนเยอะ จะทำอะไรคงไม่เหมาะครับ ผมว่าเราไปหาที่เงียบ ๆ คุยกันดีกว่า พอถึงตอนนั้นคุณคงไม่คิดปฏิเสธผมอยู่แล้วล่ะ ถึงอยากจะปฏิเสธ ผมเตรียมกล้องไว้แล้วด้วย” โอคาดะสรุปเองทุกอย่างสายตาประสงค์ร้าย ความหื่นกระหายจากนัยน์ตาของมันบอกฉันทุกอย่าง ว่าสิ่งที่โอคาดะต้องการคืออะไร
         ฉันโดนหิ้วออกมา โอคาดะทำน้ำเสียงเป็นคนดี รีบถามทางไปคลินิกที่ใกล้ที่สุด ฉันได้ยินเขาบอกว่า ‘แฟน’ เกิดไม่สบาย คนในร้านไม่มีใครเอะใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ต่างเห็นดีเห็นงามให้รีบพาฉันออกจากร้าน ซึ่งจุดหมายที่ทุกคนเข้าใจนั้นตรงข้ามกับความจริง โอคาดะไม่ได้จะพาฉันไปหาหมอ
         ฤทธิ์ยาทำให้ฉันสภาพย่ำแย่ ฉันยังพอรู้สึกตัวแต่มันก็แค่รู้สึกตัวเท่านั้น ฉันเข้าใจสิ่งที่เกิดกับโยโกยามะแล้ว ว่าความร้อนรุ่มที่มันแผ่กระจายไปทั่วทั้งตัวเป็นยังไง ฉันไม่อยากยอมรับความต้องการที่เริ่มเกิดขึ้น ฉันไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นกับคนชั่ว ๆ แบบโอคาดะ
         “ไม่ต้องหอบขนาดนั้นก็ได้นะครับ อีกนิดเดียวคุณก็จะได้นอนนุ่ม ๆ รอรับไออุ่นจากผมแล้ว” โอคาดะที่ยังพาฉันมาไม่ถึงห้องดีก็ฉวยโอกาสจูบและดันลิ้นน่ารังเกียจเข้ามา ฉันได้แต่รวบรวมกำลังเท่าที่เหลือต่อต้านและผลักร่างอีกคนออกไป แต่มันยากจนฉันท้อ
         “คุณพารุ” เสียงโยโกยามะ โยโกยามะจริง ๆ เหรอ หรือว่าสติของฉันกำลังจะบอกว่าคนที่ฉันต้องการมากที่สุดคือเธอกันนะ คนที่ฉันต้องการเพียงผู้เดียว
         “เอ่อ…คุณ” ฉันไม่มีแรงที่จะมองเจ้าของเสียง ฉันไม่มีแรงแม้จะพูดว่า ‘ช่วยด้วย’ “คุณที่อยู่ในงานใช่มั้ยครับ” ฉันขยะแขยงคนที่พยุงฉันอยู่ ขยะแยงน้ำเสียงที่เขาปั้นเป็นคนดีเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น
         “โยโกยามะค่ะ”
         “โอคาดะครับ กำลังจะไปไหนเหรอครับ ถือของอะไรมาด้วย”
         “กำลังจะไปธุระกับรุ่นน้องที่รู้จักกันค่ะ พอดีแวะมาซื้อของแถวนี้ ส่วนนี่…ของฝากให้คุณพารุค่ะ ตอนแรกจะเอาไปให้พรุ่งนี้ แต่บังเอิญมาเจอกัน ถ้าอย่างงั้น ช่วยรับไว้หน่อยได้มั้ยคะ” ฉันพยายามรวบแรงเฮือกสุดท้าย จะให้หลุดจากการพยุงของโอคาดะ อยากให้โยโกยามะเห็นความผิดปกติ แต่โอคาดะรีบรับของไว้แทน
         “ผมเก็บไว้ให้ครับ คุณพารุดื่มหนักนิดหน่อย อาจจะต้องไปพัก เดี๋ยวของนี่ ผมจะให้เธอเองละกันนะครับ จะเก็บให้อย่างดีเลยครับ”
         “คุณพารุไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ” โยโกยามะถามและฉันอยากบอกเธอใจแทบขาด “ให้ฉันช่วยพยุงคุณพารุไปพักก่อนมั้ยคะ”
         “จริง ๆ ผมอยากให้คุณช่วยนะครับ ผมอยากรับความหวังดีนั้นของคุณ และรู้สึกขอบคุณมากที่คุณเป็นห่วงพารุคนที่ผมรัก เขาได้พูดอะไรเกี่ยวกับผมบ้างหรือเปล่าครับ”
         “เรื่องอะไรเหรอคะ”
         “เรื่องที่เราทะเลาะกัน พารุเขางอนผม เอาแต่พูดว่าผมไม่ใช่แฟนเขาอีกต่อไป” โชคร้ายที่ฉันยังไม่ทันได้พูดเรื่องโอคาดะกับโยโกยามะ ไม่ได้พูดอะไรเลยสักเรื่อง เพราะหลังจากงานนั่นก็แทบไม่ได้เจอกัน
         “เรื่องส่วนตัวแบบนั้น คุณพารุไม่ได้เล่าให้ฉันฟังหรอกค่ะ”
         “นั่นสินะครับ พารุไม่ค่อยชอบพูดอะไรอยู่แล้วด้วย แต่ผมขอปฏิเสธความช่วยเหลือของคุณโยโกยามะนะครับ ผมอยากเป็นฮีโร่ในสายตาของพารุบ้าง ผมอยากดูแลเขา อยากปกป้องคนสำคัญของผม” ผู้หญิงคนอื่น ๆ คงซึ้งจนร้องไห้ถ้ามีใครมาพูดแบบนี้ด้วย แต่ต้องไม่ใช่การมอมยาแล้วหวังพาไปร่วมหลับนอน พร้อมบันทึกภาพไว้ดูภายหลัง เหมือนที่โอคาดะกำลังจะทำกับฉัน
         “ฉันไม่รบกวนเวลาของคุณสองคนแล้วค่ะ ฉันเข้าใจนะคะ อีกอย่างนี่ก็เป็นเวลาส่วนตัวของพวกคุณด้วย ฝากดูแลคุณพารุด้วยนะคะ ฉันขอตัวก่อนดีกว่า” เมื่อโอคาดะออกแรงพยุงฉันเดินอีกครั้ง นั่นแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าโยโกยามะไม่อยู่อีกต่อไป ทำไมโยโกยามะถึงไม่ทันสังเกตว่าฉันไม่ปกติ ฉันลืมเสียสนิท พ่อสุภาพบุรุษซาตานตีบทแตก เรื่องความรักมากล้นที่อยากปกป้องฉันใส่โยโกยามะเป็นชุด จะให้ตีความหมายเป็นอย่างอื่นก็แปลกแล้ว ดังนั้นการที่โยโกยามะจะเข้าใจและหลงเชื่อโอคาดะจึงเป็นเรื่องปกติสิ
         ฉันได้แต่สบถด่าทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น โอคาดะตั้งใจทำให้โยโกยามะเข้าใจผิดตั้งแต่แรกแล้ว เพื่อทำให้โยโกยามะเข้าใจว่าฉันกับเขามีความสัมพันธ์กันแบบคนรัก และโยโกยามะที่อยู่กับฉันบ่อย ๆ ช่วงนี้จะได้ไม่ติดใจสงสัยอะไร
         “นึกว่าแผนจะแตก แต่ถ้าผมเป็นคุณโยโกยามะคนนั้น ก็คงคิดแหละครับว่าเข้ามายุ่งเรื่องของคนรักกันมันไม่เหมาะเท่าไหร่ เป็นคนที่มารยาทดีชะมัด เพราะดีเกินไปถึงได้ตกเป็นเหยื่อของคนอื่น อย่าว่าแต่กับผมเลย ผมพูดอะไรตอนนี้คุณอาจจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่เอาเป็นว่าหลาย ๆ อย่างมันคือแผนของผมทั้งหมดละกัน และผมรอวันนี้มานานแล้ว วันที่จะได้เชยชม ผู้หญิงคนที่กล้าปฏิเสธผม”
         ฉันรู้แค่ว่าโอคาดะพูดอะไรอีกพอสมควรจนกระทั่งไอ้ชั่วพาฉันขึ้นมาถึงห้อง บางทีนี่อาจจะดีก็ได้ที่ไม่รู้เรื่องทุเรศ ๆ ที่โอคาดะอยากพล่าม ที่จริงถ้าฉันหมดสติไปเลยก็คงจะดีกว่านี้ ให้มีสติรับรู้การกระทำชั่วช้าของโอคาดะ พอโดนทิ้งตัวไว้บนที่นอน ฉันก็รู้แค่ว่าฉันนอนอยู่บนที่นอน แต่ฉันทำอะไรไม่ได้
         โอคาดะก้มเข้ามาจูบด้วยความหื่นกระหาย ระหว่างที่ถอดชุดฉันไปพลาง “แค่ถอดชุดคุณ ผมก็ปวดจนแทบจะทนไม่ไหวแล้วนะครับ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมอึดและได้หลายรอบ เอาไว้จะส่งวีดีโอจังหวะที่ผมซอยคุณถี่ ๆ ให้คุณดูก็แล้วกัน เก็บเอาไว้ฟังตัวเองตอนร้องคราง สะโพกผมต้องทำให้คุณจำไม่มีวันลืม”
         ฉันปล่อยคำพูดของไอ้สารเลวให้ไหลผ่านหูไป มันขึ้นคร่อมฉันและถือโอกาสซุกไซ้ริมฝีปากแข็งกระด้างไปตามลำคอของฉัน ทั้งที่ยังถอดเสื้อผ้าฉันไม่สำเร็จดี ก่อนจะบีบคอฉัน ฉันเห็นแค่แสงไฟราง ๆ บนเพดานสีขาว ฉันคิดอะไรไม่ออกนอกจาก คิดถึงโยโกยามะ นี่…ช่วยฉันด้วย
         ฉันยอมแพ้แล้ว…
         “ช่วย…ฉัน” ฉันอยากจะร้องไห้ ฉันกลัว ฉันหายใจไม่ออก โหยหาอากาศหายใจเท่าไหร่ก็ไม่พอ ดิ้นพล่านทุรนทุรายโหยหาคนที่ฉันคิดถึงสุดใจ ‘คนซื่อคนนั้น’
         “อะไรนะครับ ขอถอดกางเกงก่อนนะ ไม่นานหรอก เดี๋ยวจะช่วยให้คุณชิมาซากิสบายตัว” โอคาดะยอมละมือที่บีบคอฉันไป แล้วตบหน้าฉัน ก่อนมันจะเปลี่ยนไปซุกที่หน้าอก “ผู้หญิงหน้าไหนก็ห้ามปฏิเสธผม คุณต้องจำใส่สมองไว้ เป็นโฮสต์เบอร์หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธผม คุณได้ยินชัดแล้วใช่มั้ย”
         “โยโก…”
         “มือคุณนิ่มดีนะเนี่ย ขอยืมหน่อยสิครับ” โอคาดะพูดอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว ขณะเอามือฉันไปทำบางอย่าง “ถ้าคุณว่าง่ายแบบนี้ จะไม่เจ็บตัวครับ กำแน่น ๆ หน่อย อา…แบบนั้นแหละ ให้สุดปลาย…เร็วอีก” โอคาดะวุ่นวายอยู่กับการสูดปากส่งเสียงแสดงการหมกมุ่นอยู่กับตัณหาของตัวเอง “เสียวเป็นบ้าเลยว่ะ คุณน่าจะได้เห็นว่ามันพองคับมือแค่ไหน ผมอะ อยากให้คุณใช้ปากอมด้วยเหมือนกันนะครับ เพดานปากอุ่น ๆ คงทำให้ผมฟิน แต่ก็อีกแหละว่ามันอาจพองจนคับปากจนคุณลำบาก ผมจินตนาการว่าตอนที่โดนลิ้นนิ่ม ๆ เลียด้วยนะ สงสัยทนไม่ไหว ผมโคตรชอบ…เฮ้ย ! แม่งเอ๊ย !”

         ฉันเห็นกรอบแว่นสี่เหลี่ยมของคนคนนั้นราง ๆ ก่อนจะหลับตาลงไปในที่สุด
         แม้เป็นเรื่องเลวร้ายแค่ไหน แต่ถ้ามีโยโกยามะอยู่ ฉันเฝ้าคิดเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่สติจะดับหาย
         ฉันจะต้องผ่านช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานนี้ไปได้…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยุยพารุเท่านั้น
[Short] – บันทึกรัก เหยี่ยวข่าว กับ สาวโฮสต์ (6) (YuiParu)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s