[Short] – บันทึกรัก เหยี่ยวข่าว กับ สาวโฮสต์ (7) (YuiParu)

Posted on Updated on

yuiparu


ถึงแม้จะเกิดเรื่องไม่ดีกับชิมาซากิแต่
โยโกยามะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ
นั่นเป็นเหตุผลให้ความรู้สึกดี ๆ ระหว่างสองคนนี้ทวีคูณ


         บทที่ 7
         ฉันสะดุ้งตื่นในห้องที่คุ้นเคย ห้องแสนสงบของฉันเอง ห้องที่ครั้งหนึ่งฉันเคยตื่นมาและดีใจมากเมื่อยังพบว่าโยโกยามะนอนอยู่ข้าง ๆ ฉันอยากให้เป็นแบบนั้นสุดใจ แต่ในตอนนี้ ห้องนี้ก็มีเพียงแค่ฉัน ฉันเจ็บไปทั้งตัวแล้วก็ปวดตุบที่หัวเหมือนกับว่ามันจะระเบิดทำลายตัวเองได้ทุกเวลา
         ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ในสมองว่างเปล่าอย่างไม่เคยเป็น แต่จู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเอง ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันล่ะ ฉันรู้สึกเจ็บระบม นี่มันยิ่งกว่าแย่เสียอีก รู้สึกอ้างว้าง เกิดอะไรขึ้นกับฉัน คำถามมากมายผุดขึ้นอยู่ในหัว แต่ความทรงจำที่ขาดช่วงไป ก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันตอบคำถามเหล่านั้นได้ แต่ฉันจำได้อยู่อย่างหนึ่ง ครั้งสุดท้ายฉันได้อยู่กับโอคาดะในร้านอาหาร
         “ตื่นแล้วเหรอคะ” ฉันสะดุ้ง แต่เสียงนั้นทำให้ฉันรู้สึกดีมากกว่าตกใจ เสียงของโยโกยามะ ซึ่งฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีใครสักคนในห้อง “หันมาที่หัวเตียงสิคะ โทรศัพท์ของคุณ” เสียงนั้นรีบบอกตำแหน่งของตัวเอง ฉันรีบเช็ดน้ำตาไว ๆ แล้วทำสีหน้าเป็นปกติ พอคิดว่าเธอจะต้องอยู่กับฉันก่อนออกไปข้างนอก ถึงได้เตรียมตั้งโทรศัพท์ไว้ หัวใจก็มีพลังขึ้นมาอีกครั้ง ขนาดแค่ในความคิดโยโกยามะก็มีความหมายต่อฉัน อยากให้เธออยู่ตอนที่ฉันตื่นด้วย
         ฉันหันไปเจอกับใบหน้าใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคย โยโกยามะกำลังเดินอยู่ที่ไหนสักแห่ง หน้าจอโทรศัพท์ไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ ฉันเลยมองไม่ชัดว่าเธอกำลังไปไหน “จะรีบไปไหนเหรอ ภาพมันสั่นไปหมดแล้วนะโยโกยามะ” นักข่าวสาวคนนั้นหัวเราะ ถึงฉันจะโวยวายใส่ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา
         “อ้อ…ขอโทษนะคะ พอดีฉันวุ่น ๆ จะมาเดินเอ้อระเหยแล้วคุยกับคุณไปด้วยแบบนี้น่ะ คงแย่แน่เลยค่ะ แต่คุณพารุไม่เป็นไรนะคะ ยังเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
         “ทำไมอะ ถ้าฉันบอกว่าเจ็บไปทั้งตัว คุณจะมาหาฉันเหรอ” ฉันอยากให้โยโกยามะมาอยู่ตรงหน้าฉัน และถ้าเป็นแบบนั้นได้จริง ๆ ฉันจะกอดเธอเอาไว้
         “ขอโทษนะคะ…คือตอนนี้คงไม่ได้”
         “ฉันพูดเล่นค่ะ เรื่องข้อตกลงอะไรนั่น เราก็ยกเลิกกันไปแล้วนี่ ไม่ต้องขอโทษหรอก” ฉันหยิบโทรศัพท์มาถือไว้แล้วค่อย ๆ เดินไปห้องครัว สืบเท้าอย่างระมัดระวัง ฉันกลัวจะหัวทิ่มลงไปนอนเล่นที่พื้นบ้านเสียก่อนที่จะไปถึงห้องครัว ด้วยความปวดหัวที่ยังคงสร้างความเจ็บปวดวิ่งวุ่นอยู่ในกะโหลก
         “ที่ห้องครัวมีของที่ฉันซื้อไว้ให้คุณอยู่นะคะ กินได้เลย น่าจะถูกปาก แต่มันก็เป็นแค่ของกินราคาไม่แพงเท่าที่ฉันจะพอซื้อได้ คุณคงไม่ว่าอะไรนะคะ” ฉันหันไปมองคนในจอโทรศัพท์เธอส่งยิ้มให้ เท่าที่ฉันเห็นจากภาพเบลอ ๆ ขณะโยโกยามะเร่งฝีเท้าของเธอต่อไป แต่ฉันจะไม่บอกโยโกยามะหรอกว่าฉันอยากให้เธอมาดูแลฉัน จิตใต้สำนึกลึก ๆ ของฉันกำลังกลัวอะไรบางอย่าง กลัวในสิ่งที่ฉันจำไม่ได้และฉันกลัวมาก ยิ่งอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นนี่ก็ด้วย ฉันอยากถามโยโกยามะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่จากลักษณะท่าทางที่อีกคนยิ้มแย้มไม่พูดอะไร เธออาจจะรอเพื่อพูดกับฉันตรง ๆ มากกว่าผ่านทางโทรศัพท์
         “ขอบคุณนะ” ฉันตอบโดยไม่มองโทรศัพท์ รู้สึกว่าดวงตาร้อนผ่าวอย่างไม่รู้สาเหตุขึ้นมาอีกครั้ง ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกขาดที่พึ่งได้เท่าวันนี้มาก่อน ความคิดว่า โยโกยามะ…คุณช่วยมาอยู่กับฉันได้มั้ย ดังซ้ำ ๆ เหมือนกดเล่นเพลงวนอยู่แค่เพลงเดียวให้จำเข้าไปในหัว
         แต่ฉันอยากอยู่กับเธอมากที่สุดเลยในตอนนี้
         “คุณพารุ”
         “หืม” ฉันไม่กล้ามองใบหน้าของโยโกยามะในจอ ไม่กล้าจริง ๆ ฉันต้องร้องไห้แน่ เธอไม่อยู่ตรงนี้ มันทำให้ฉันยิ่งรู้สึกเหงาจับใจ แต่ถ้าฉันวางสายฉันก็จะยิ่งเหงากว่าเดิม ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว
         “ฉันอยู่หน้าบ้านคุณแล้ว เปิดประตูให้ฉันด้วยค่ะ” ฉันเลิกสนใจโทรศัพท์แทบจะทันทีและพุ่งไปที่ประตูหน้าบ้าน ไม่สนว่าร่างกายจะปวดร้าวแค่ไหนเมื่อขยับตัวอย่างไม่ระวัง พร้อมกับกระชากประตูตรงหน้าสุดแรง และร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดเธอ คนที่ฉันอยากอยู่ด้วยมากที่สุด
         “ขอโทษจริง ๆ นะคะ ฉันดันลืมเอากุญแจออกไปด้วยและฉันขอโทษที่ไปเดินเอ้อระเหยซะนาน พอดีว่าอยากจะหาขนมอะไรให้คุณกิน ก็เลยออกไปซื้อน่ะค่ะ แต่คุณตื่นซะก่อน ฉันคิดอยู่แล้วเชียวว่าอาจจะเกิดกรณีแบบนี้ก็เลยตั้งกล้องเอาไว้ดูคุณ เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันก็จะได้รีบกลับมาทัน แต่แหม…คุณอย่าว่าฉันนะคะ ขนมก็ยังไม่ได้เลยค่ะ” โยโกยามะหัวเราะเสียงดังแข่งกับเสียงสะอื้นของฉัน “เอาไว้เราไปกินที่ร้านพร้อมกันนะคะ ขนมราคาไม่แพง นักข่าวรายได้น้อยอย่างฉันคงพอเลี้ยงโฮสต์เงินหนาแบบคุณพารุได้ค่ะ เข้าบ้านเถอะค่ะ คุณยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่”
         ฉันยังร้องไห้อยู่ เมื่อโยโกยามะยกเอาอาหารเช้ามาให้ เธอทำท่าดมแล้วชมว่าน่ากิน จากนั้นก็ป้อนให้เงียบ ๆ แต่ฉันกินได้ไม่เท่าไหร่ก็รีบวิ่งไปอาเจียน แล้วก็ร้องไห้อยู่หน้าอ่างล้างจาน ไม่ใช่ว่าอาหารไม่อร่อย แต่ฉันไม่รู้สึกว่าตัวเองอยากกินอะไรเลยสักอย่าง ฉันเครียดในเรื่องที่ฉันไม่รู้ หลายอย่างดาหน้าเข้ามาและฉันไม่สามารถจัดการความคิดที่ว้าวุ่นของตัวเองได้ ความจุกในอกที่ทำให้หายใจไม่สะดวก จนต้องสูดลมหายใจทางปากเพื่อช่วยอีกแรง
         “ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงรู้สึกแบบคุณ ตื่นมาแล้วจำอะไรไม่ได้สักอย่าง มันเครียดนะคะ” โยโกยามะช่วยปลอบประโลมฉันอีกครั้ง เธอเข้ามาสวมกอดจากข้างหลัง ก่อนเอื้อมมือไปเบาน้ำที่ไหลจากก๊อกลงไปกระทบกับอ่างล้างจาน “แต่กรณีของฉัน มันดีกว่าสิ่งที่คุณเจออยู่เยอะเลยค่ะ ฉันไม่รู้สึกหวาดกลัวในแบบที่คุณกำลังรู้สึกอยู่ เพราะฉันตื่นขึ้นมาเจอคุณ” โยโกยามะพูดช้า ๆ แต่หนักแน่น ใบหน้าของเธอห่างจากแก้มฉันแค่คืบ
         “โอคาดะ มัน…ทำบางอย่างกับฉันใช่มั้ย ฉันอาจจะจำอะไรไม่ได้ แต่ฉันรู้สึกได้ถึงความขยะแขยงและน่ารังเกียจที่มันรู้สึกอยู่ตอนนี้” ฉันเอาแต่มองอ่างล้างจานด้วยความเคียดแค้น อย่างกับว่าจะสามารถมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้ แต่โยโกยามะก็พลิกตัวฉันหันไปหาเธอ และเช็ดหน้าเช็ดตาให้
         “ฉันก็รู้สึกแบบนั้นค่ะ ขยะแขยงที่เขาทำร้ายคุณ แต่นายโอคาดะอะไรนั่น ยังไม่ได้ล่วงเกินคุณพารุถึง ‘ขั้นนั้น’ ตำรวจก็เข้าไปทันเวลา ฉันรู้ว่ามันยากที่คุณจะปล่อยวางความไม่สบายใจข้างในได้ แต่ฉันอยู่กับคุณนะคะ” โยโกยามะสวมกอดฉันอีกครั้ง คราวนี้เธอกอดฉันแน่นกว่าปกติ
         “ขอบคุณที่ช่วยปลอบใจ” โยโกยามะพาฉันมานั่งพักที่โซฟา “แล้วทำไมตำรวจถึงเข้าไปในห้องได้”
         “ฉันแอบตามคุณไปค่ะ ตั้งแต่ที่คุณเดินเหม่อคนเดียว ฉันเข้าใจว่าคุณเป็นแฟนกับโอคาดะตั้งแต่งานวันนั้น ฉันอดเป็นห่วงคุณไม่ได้ เพราะท่าทางของคุณ เผื่อคุณอาจจะมีปัญหาอะไร แต่คุณเข้าใจฉันใช่มั้ยคะ การที่ฉัน…ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับคุณ ทั้งที่คุณมีแฟนอยู่แล้ว มันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่” โยโกยามะเข้าใจว่าฉันเป็นแฟนกับโอคาดะ เลยทำให้เกิดรู้สึกผิดที่มีอะไรกับฉัน แต่ก็ยังเป็นห่วงกัน
         “แต่ฉันเห็นความไม่ปกติที่เกิดขึ้น โอคาดะแอบทำอะไรกับแก้วเครื่องดื่มของคุณ ถึงจะเป็นแฟนกันแต่ฉันไม่ชอบที่เขาเล่นไม่ซื่อกับคุณ ตอนนั้นฉันโทรหาคาวาเอย์ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง ฉันขอให้เธอช่วยซื้อของบางอย่างซึ่งจำเป็นมาให้ ฉันอยากให้ตำรวจจัดการผู้ชายคนนั้น แต่ถ้าเรียกมาก่อน แล้วเดินเข้าไปชี้หน้านายโอคาดะกลางร้านที่คุณอยู่กับเขา ฉันเชื่อว่าเขาต้องหาทางดิ้นหลุดไปได้ ฉันเลยวางแผนที่จะจับโอคาดะให้อยู่หมัด ด้วยการใส่เครื่องดักฟังที่ฝากคาวาเอย์หามาให้ ลงไปในถุงของที่โอคาดะถือขึ้นไปด้วย” อยู่ ๆ โยโกยามะก็หยุดเล่า ถึงฉันจะจำอะไรไม่ได้แต่ลึก ๆ ฉันรู้สึกว่ามีโยโกยามะอยู่ด้วย แสดงว่าตลอดเวลาที่ฉันกำลังโดนโอคาดะคิดทำร้าย ก็อยู่ในสายตาของโยโกยามะตลอดด้วยเช่นกัน เธอคอยเฝ้ามองฉัน ฉันไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกอบอุ่นข้างในหัวใจได้ยังไง สิ่งที่ใครสักคนอย่างเช่นโยโกยามะทำให้ มีค่ามากสำหรับฉัน
         “เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่เล่าต่อ”
         “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณพารุ ทั้งหมดคือความผิดของฉัน ถ้าเกิดว่าตำรวจเข้าไปไม่ทันเวลา…”
         “อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็สบายใจอย่างหนึ่งว่าโอคาดะโดนจับ ถึงฉันจะเจ็บน่วมไปทั้งตัว”
         “เพื่อเป็นการไถ่โทษ ที่ฉันบอกว่ายกเลิกเรื่องข้อตกลงนั่นน่ะค่ะ ฉันจะขออนุญาตดูแลคุณอีกครั้งได้มั้ยคะ” ฉันไม่คิดว่าโยโกยามะจะวกเข้ามาเรื่องนี้ดื้อ ๆ เธอเกาหัวแก้เขิน เมื่อฉันจ้องไม่วางตา
         “คุณน่ะต้องมาดูแลฉัน จนกว่าฉันจะพอใจ ฉันเจ็บขนาดนี้ ถึงจะยกเลิกข้อตกลงระหว่างเราไปแล้ว แต่ฉันก็จะบังคับให้คุณมาดูแล เข้าใจตรงกันนะ แล้วห้ามมีข้ออ้างเรื่องโฮสต์อีกคนด้วย” ฉันแกล้งวางอำนาจใส่โยโกยามะ ฉันยังไม่หายกังวลใจกับเรื่องทั้งหมดนักหรอก แต่การมีโยโกยามะอยู่ข้าง ๆ ทำให้ฉันอุ่นใจมากทีเดียว
         “ฉันจะมาหาคุณพารุทุกวัน แบบนี้คุณโอเคมั้ยคะ” ฉันเกือบหลุดขำเมื่อคิดอะไรออก แต่สิ่งที่ฉันคิดนั้นมันค่อนข้างจะเห็นแก่ตัว ส่วนโยโกยามะก็คงจะเรียกว่าเจอความลำบากเข้าเต็มเปา
         “ฉันไม่โอเค”
         “วันเว้นวันดีมั้ยคะ” โยโกยามะต่อรอง สีหน้าเธอกำลังกังวล
         “คุณมาค้างกับฉันได้มั้ย ฉันอยากให้คุณอยู่ใกล้ ๆ ช่วงนี้”

         …

         บันทึกของโยโกยามะ 15
         ฉันคิดเอาไว้ว่าจะหาโอกาสไปขอโทษคุณพารุกับเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเธอ เรื่องของเราสองคน แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าจะเริ่มพูดแบบไหน พอจะโทรหาก็ไม่กล้า ฉันอับจนหนทางถึงที่สุด แต่ก็คิดไว้ว่าจะบอกคุณพารุตรง ๆ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ความจริงแล้วมีสาเหตุเพราะอะไร ช่วยทำให้ฉันมีความกล้าด้วยเถอะ ฉันอยากบอกเธอว่า ฉันไม่เคยอยากจะยกเลิกข้อตกลงอะไรทั้งนั้น แต่พอคิดดูใหม่อีกหลายรอบ ตอนนี้คุณพารุ มีคนที่ต้องให้ความสำคัญ ฉันว่าเธอคงไม่ค่อยมีเวลาให้ฉัน ถ้าฉันเองรู้จักอยู่ห่าง ๆ ไม่ไปรบกวนคุณพารุ อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้ คุณพารุอาจจะชอบมากก็ได้ ถ้าได้อยู่กับแฟน โดยไม่มีคนอย่างฉันไปรบกวน

         บันทึกของโยโกยามะ 16
         นี่เป็นเรื่องแย่ที่สุด ที่ฉันเคยพบเจอมา ผู้ชายคนนั้น คนที่อยู่กับคุณพารุที่งานเลี้ยง คนที่ฉันเคยนึกว่าเป็นคนรักของคุณพารุ แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงผู้ชายนิสัยแย่คนหนึ่งที่คิดทำร้ายคุณพารุ ฉันเป็นห่วงคุณพารุเลยตามคอยดูเธอห่าง ๆ ฉันเห็นคุณพารุยืนคุยกับเขา ด้วยความอยากรู้จึงแอบตามไปและได้เห็นว่าผู้ชายคนนั้นแอบใส่อะไรลงไปในแก้วเครื่องดื่มของคุณพารุ ฉันขอความช่วยเหลือจากคาวาเอย์และแจ้งตำรวจเข้าจับนายคนนั้นได้ทันเวลาก็จริง แต่คุณพารุก็โดนทำร้าย ฉันรู้สึกเจ็บไปด้วยเมื่อมองร่างที่ไม่มีแม้เรี่ยวแรงต่อต้าน ตอนที่เข้าไปในห้องนั้น เสื้อผ้าเธอมีรอยที่นายคนนั้นพยายามจะถอดแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ฉันโล่งใจมากขึ้นไปอีกเมื่อได้เห็นกล้องที่ตั้งไว้เพื่อถ่ายวีดีโอ ภายในกล้องบันทึกเหตุการณ์ไว้ทุกอย่าง ทุกสิ่งที่เขากระทำกับคุณพารุซึ่งนอนไม่ได้สติ ความต่ำทรามที่ฉันจะไม่บอกคุณพารุถ้าไม่จำเป็น แต่นั่นคือหลักฐานชั้นดี ที่จะใช้เล่นงานผู้ชายคนนี้ให้ดิ้นไม่หลุด

         บันทึกของโยโกยามะ 17
         คุณพารุอาการดีขึ้นมากหลังจากได้พักฟื้น ที่คอของเธอยังมีรอยช้ำเพราะโดนนายโอคาดะบีบ และก็รอยช้ำที่โดนตบตามใบหน้าอีกนิดหน่อยเท่านั้น ตอนกลางคืนคุณพารุยังคงฝันร้ายบ่อย ๆ ฉันทำได้แค่อยู่ข้าง ๆ ให้เธอรู้ว่ามีเพื่อนที่คอยหวังดีเสมอ เธอขอให้ฉันมาค้างกับเธอ ฉันเต็มใจที่จะทำตามคำขอนั้นซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่อาการเหล่านี้จะหายไป แต่ก็หวังว่าสักวันคุณพารุจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เธออาจจะยิ้มให้ฉันแต่เบื้องหลังฉันรู้ว่าเสี้ยวหนึ่งยังคงเจ็บปวดและหวาดผวา ฉันพยายามทำให้เธอร่าเริง แต่ก็ต้องยอมรับว่ายากมากเหลือเกิน สุดท้ายแล้วฉันก็มุ่งมั่นพยายามทำในสิ่งที่ฉันจะทำให้เธอได้ คอยดูแลเธอไม่ห่าง ฉันอยากให้เธอยิ้มอย่างเต็มที่อีกครั้ง เพราะเท่าที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเรื่องร้าย ๆ เธอมีรอยยิ้มแต่มันมีความหม่นหมองเปื้อนอยู่

         มิลกี้เพื่อนตัวดีของฉันเคลียร์เวลาว่างและนัดเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่จริงเธออยากมาหาฉันตั้งแต่เพิ่งเกิดเรื่องใหม่ ๆ แต่ฉันบอกว่าฉันไม่เป็นไรและขอนัดเจอกันวันอื่น ช่วงแรกที่เกิดเรื่อง ฉันไม่ค่อยอยากเจอใครทั้งนั้น วัน ๆ เอาแต่ขลุกอยู่บ้านกับโยโกยามะ เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุด อีกอย่างฉันไม่อยากให้มิลกี้เห็นสภาพที่ย่ำแย่ของฉันเท่าไหร่ถึงเราจะเป็นเพื่อนสนิทกัน
         “หน้าแกท่าทางเหมือนจะมีปัญหาอะไร” ฉันแซวเพื่อนเมื่อมิลกี้ดูจะเคร่งขรึมผิดปกติ
         “เรื่องฉันมันขี้ปะติ๋ว ถ้าเทียบกับสิ่งที่แกเจอ หนังคนละม้วนเลย แต่แกไม่เป็นไรแน่นะ” มิลกี้คงมีปัญหาแต่ไม่อยากพูด เหมือนฉันที่เลือกเก็บเรื่องบางอย่างเอาไว้กับตัวเอง
         “ฉันยังรู้สึกหวาดผวาอยู่นะ ไม่รู้สิ แต่มันไม่ค่อยดีหรอก เป็นความรู้สึกกลัว” มิลกี้วางตะเกียบลงสีหน้าไม่สบอารมณ์
         “แกขยับมาใกล้ ๆ ฉันนี่” ฉันลุกย้ายไปนั่งข้าง ๆ เพื่อนและก่อนที่จะทันได้ถามว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ มิลกี้ก็กอดฉันซะแน่น “แกมีปัญหาแบบนี้ แกพูดกับฉันได้นะพารุ ฉันยิ่งมีเพื่อนน้อย ๆ อยู่”
         “ฉันกำลังพยายามต่อสู้อยู่แกไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทิ้งแกไปไหนหรอก” มิลกี้ก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจของฉัน แต่การกอดเธอให้ความอุ่นไปคนละแบบกับโยโกยามะ “ทำเป็นปลอบใจฉัน ตัวแกเองโอเคหรือเปล่า”
         “ฉันน่ะเหรอ ก็ต้องไหวอยู่แล้วสิ…เฮ้อ…งานโฮสต์แกเลิกทำดีกว่ามั้ย”
         “แกก็รู้ว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องงานที่ฉันทำ เรื่องที่ฉันเจอน่ะ ก็แค่คนไม่ดีคนเดียว ฉันน่ะก็ไม่ได้ว่าชอบการเป็นโฮสต์หรอกนะ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะมองทุกอย่างแย่ไปหมด มันก็เป็นงานสบายดี”
         “โธ่เอ๊ย แกชอบที่มันสบายไม่ใช่หรอกเหรอนั่นน่ะ ทำมาเป็นพูดซะดี” ฉันหลุดหัวเราะจนได้พอโดนเพื่อนว่าแบบนั้น
         “แกไม่ได้กำลังสู้คนเดียวนะพารุ แกมีฉันและ…ฉันรู้สึกได้ว่าแกมีใครอีกคนคอยอยู่เคียงข้าง” มิลกี้ปล่อยฉันไปคว้าแก้วเบียร์ที่รักมากกว่ามายกขึ้นดื่ม เพื่อนสาวแอบยิ้มมุมปาก
         “แกหมายความว่าไง” ฉันสงสัยเพราะน้ำเสียงของเพื่อนก็เลยซักไซ้
         “มีคนรอแกอยู่ด้านนอก ฉันเห็นนะ ใครเหรอ”
         “ฉัน…ไม่ได้พาใครมาด้วย” ฉันพยายามมองว่าใคร สุดท้ายก็ทำได้แค่อมยิ้ม ตอนที่เห็นนักข่าวสาวกำลังนั่งรออยู่ด้านนอก
         “อ๊ะ…แกยิ้มแบบนี้ แบบนี้ต้องเล่าหน่อยแล้วมั้ง ฉันหลงคิดว่าเป็นคนอื่นซะอีก” หางเสียงมิลกี้ดูเศร้าลงไป แต่มิลกี้ก็ยังคงยิ้มแย้ม คนอื่นที่มิลกี้เข้าใจ อาจเป็นคนที่ฉันรู้จัก สงสัยว่าปัญหาที่เพื่อนกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจคงหนีไม่พ้นเลขาของของตัวเอง “สาวแว่นคนนั้นเป็นใครเหรอ”
         “เชื่อมั้ยว่าฉันกล้าแสดงความอ่อนแอให้คนแบบนั้นเห็น กล้าร้องไห้กับเขา กล้ากอดเขา และฉันกล้าพูดเลยนะว่าฉันอยากอยู่กับเขา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยรู้สึกกับใคร บางทีแค่ได้เจอกันครั้งแรกเราจะรู้สึกเลยว่าคนนี้น่ะ พิเศษกว่าทุกคน เพราะถ้าเขาเป็นคนที่เราไม่ได้ให้ความสนใจ ฉันคงไม่พาให้ตัวเองได้เข้าไปอยู่กับเขาหรอก บางอย่างมันก็แปลกดีเนอะ” ฉันนั่งมองแก้วน้ำแล้วอมยิ้มให้กับเงาสะท้อนของตัวเอง มันก็ตั้งแต่แรกแล้วที่ฉันเข้าหาโยโกยามะ โดยไม่รู้ว่าทำไม แต่เพราะแบบนั้น มันทำให้ฉันได้รู้จักกับเธอ ได้เจอกับอะไรหลายอย่าง ได้เข้าใจในหลาย ๆ เรื่องมากขึ้น
         “ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงไม่เข้าใจว่าแกพล่ามอะไร แต่ฉันเข้าใจแก…พารุ เข้าใจเลยแหละว่าใครสักคนที่ทำให้เราเป็นในสิ่งที่ไม่เคยเป็นมาก่อนมันเป็นยังไง แล้วเราก็จะรู้อยู่ในใจของเราเอง”

         ใช่…เราจะรู้ว่ามันอบอุ่นแค่ไหน แค่ได้คิดถึง
         อบอุ่นแค่ไหนเมื่อได้อยู่ใกล้
         แล้วเขาคนนั้นก็มักจะโผล่เข้ามาในหัวเวลาที่เราท้อแท้ เป็นแรงใจให้เราในยามที่สิ้นหวัง
         โยโกยามะคือคนคนนั้นของฉัน…

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยุยพารุเท่านั้น
[Short] – บันทึกรัก เหยี่ยวข่าว กับ สาวโฮสต์ (7) (YuiParu)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s