[Short] – บันทึกรัก เหยี่ยวข่าว กับ สาวโฮสต์ (8) (YuiParu)

Posted on Updated on

yuiparu


ชิมาซากิถามกับโยโกยามะตรง ๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจากฝีมือโอคาดะ
แล้วโยโกยามะก็เลือกจำลองสถานการณ์ให้ชิมาซากิได้รู้
แต่พอลองแสดงไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็เกิดเปลี่ยนใจไม่ทำต่อเสียอย่างนั้น


         บทที่ 8
         ฉันยังคงหยุดยาวต่อเนื่องเพื่อพักผ่อน ผู้จัดการร้านเข้าใจเมื่อฉันเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นให้ฟังและฉันก็บอกกับเขาอย่างตรงไปตรงมาว่าสภาพจิตใจฉันยังไม่พร้อม บาดแผลภายนอกไม่เป็นปัญหาแต่บาดแผลข้างใน ฉันอาจจะต้องใช้เวลาที่จะเยียวยาให้มันกลับมาเหมือนเดิม
         ก่อนหน้านั้นหลังจากที่หยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ฉันพูดกับผู้จัดการร้านตามตรงเรื่องขอลาออก ถึงแม้ว่าฉันจะยังรู้สึกอยากทำงานต่อ แต่การมาหยุดยาวต่อเนื่องอาจเป็นปัญหาให้กับทางร้านได้ ผู้จัดการรีบห้ามและบอกว่าอย่าใส่ใจเรื่องนั้น ที่ผ่านมาฉันทำกำไรให้ร้านไม่รู้จะเท่าไหร่ ปล่อยโฮสต์ได้พักบ้าง ไม่ถึงกับทำให้ร้านต้องปิดกิจการ อีกอย่างคนอื่น ๆ ก็ยังทำกำไรให้ร้าน รวมทั้งพวกเด็กหน้าใหม่ก็ได้โอกาสเปิดตัวกันด้วย
         โยโกยามะที่มาค้างอยู่กับฉัน แอบเนียนทำหน้าที่นักข่าวของเธอต่อด้วยการถามอะไรเยอะแยะไปหมด ชอบมาชวนคุยเรื่องสัพเพเหระแต่ก็มักจะวกเข้าไปสู่หัวข้อที่เธออยากรู้อยู่เรื่อย ฉันทำเป็นไม่รู้ว่าเธอกำลังถามเรื่องงานและยอมตอบให้ บางทีก็เพิ่มเติมรายละเอียดเท่าที่จะช่วยได้
         ฉันยังจำวันที่เคยเปรย ๆ แซวเธอว่าชวนคุยเพราะเป็นห่วงฉันหรือเพราะห่วงเรื่องงาน โยโกยามะตอบว่าห่วงงาน ฉันโมโหมาก นึกว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพราะห่วงใยกันซะอีก ฉันน้อยใจมากตอนนั้น แต่พอเธอตบท้ายว่าเพราะฉันเป็นงานเบอร์หนึ่งของเธอ ก่อนจะทำหน้าซื่อ ๆ ใส่ ฉันก็หายโมโหเป็นปลิดทิ้ง แล้วจากนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา โยโกยามะตั้งใจจะบอกอะไรฉันหรือเปล่านะ แต่…ก็เธอเป็นคนซื่อ ๆ ฉันเลยยิ่งเขินกับสิ่งที่เธอพูดเข้าไปใหญ่ ฉันเข้าใจว่าโยโกยามะบอกเป็นห่วงฉันด้วยวิธีนั้น
         กิจกรรมที่ฉันเฝ้าสังเกตโยโกยามะ ตั้งแต่ที่มีเธอมาค้างอยู่ด้วยกันก็คือ ก่อนเข้านอนหรือถ้ามีเวลาว่าง ฉันจะต้องเห็นนักข่าวสาวจะหลบไปนั่งเขียนอะไรเงียบ ๆ อยู่คนเดียว ตรงมุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ที่มีโต๊ะกลมไม่ใหญ่มากให้ใช้ที่ชั้นสองนี้ เธอหันหน้าออกไปทางประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ ที่เปิดทิ้งไว้เพื่อให้ลมจากข้างนอกพัดเข้ามาและนั่งพิงโซฟาสีขาวเตี้ย ๆ อยู่
         มุมนั่งเล่นนี้อยู่ไม่ไกลจากห้องนอนของฉัน ด้วยความที่บ้านไม่ได้ใหญ่โตอะไร โยโกยามะจะหายไปพักใหญ่ทั้งที่นั่งอยู่หน้าโซฟาเตี้ย ๆ นั้นตามเดิม โยโกยามะทุ่มสมาธิทั้งหมดให้กับกระดาษที่เคยว่างเปล่า แล้วแต่งแต้มให้เต็มด้วยหมึกปากกา แต่สมุดเล่มนั้นเธอเก็บมันไว้เป็นอย่างดี ฉันไม่เคยเห็นโยโกยามะเอาออกมาวางทิ้งข้างนอกเลย เธอจะเก็บมันไว้ในกระเป๋าตลอด
         “เขียนอะไรเหรอ ฉันเห็นคุณเขียนบ่อย ๆ” โยโกยามะไม่ได้ถึงกับแสดงทีท่าว่าสมุดเล่มที่ฉันสงสัยเป็นความลับอะไร แต่เธอก็ปิดมันเมื่อฉันเข้าไปนั่งคุยด้วยข้าง ๆ แสดงว่าก็มีความลับอยู่ในนั้น
         “สมุดบันทึกค่ะ ฉันชอบเขียนบันทึก”
         “ฉันคุยด้วยได้ใช่มั้ยคะ”
         “ได้สิคะ คุณพารุคุยกับฉันได้ตลอดเวลาเลยค่ะ” โยโกยามะยิ้ม หันมาหาฉันที่ทิ้งตัวนั่งแถวนั้นบ้าง
         “คุณแอบบ่นอะไรฉันมั่งหรือเปล่า โฮสต์หน้าเลือด นิสัยไม่ดี ‘ผู้หญิงเอาแต่ใจ’ ฉัน ‘เบื่อ’ เธอสุด ๆ เลย แบบนี้น่ะ” โยโกยามะทำท่าคิดอยู่นานสองนาน แต่เธอยังหาคำตอบง่าย ๆ ที่ฉันแกล้งถามไม่ได้ กริยานั่นออกจะทำให้ฉันแปลกใจ “ทำไมเหรอ คุณทำท่าคิดเรื่องที่ฉันถามอย่างกับมันเป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะ”
         “เวลาฉันถามอะไรคุณพารุ คุณตั้งใจตอบฉันทุกครั้ง ดังนั้นเมื่อคุณถามอะไรฉันบ้าง ฉันก็จะตั้งใจตอบคำถามนั้นของคุณค่ะแล้วก็…คุณพารุเป็นเรื่องสำคัญสำหรับฉันนะคะ ฉันไม่ได้บ่นอะไรคุณหรอก เรียกว่าเขียนถึงคุณดีกว่า ฉันชอบเขียนถึงคุณค่ะ”
         “แล้วโยโกยามะชอบฉันมั้ย” ฉันพูดออกไปแล้ว ถึงมันจะไม่เกี่ยวอะไรเลยสักอย่าง แต่จู่ ๆ ก็อยากถามเธอขึ้นมา อยากคุยด้วย โยโกยามะกลับไปทำท่าคิดเหมือนเมื่อกี้อีกรอบ แต่คราวนี้เธอหันมาส่งยิ้มกว้าง ตอบไวกว่าคำถามก่อนหน้านั้น
         “ฉันชอบงานของฉันค่ะ”
         “นั่นแปลว่าคุณชอบฉันหรือเปล่าคะ” ฉันถามย้ำกับโยโกยามะที่ไม่ตอบ แต่เธอยิ้มบาง
         “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ รู้สึกว่าวันนี้คุณถามอะไรแปลก ๆ” โยโกยามะอาจเป็นเพียงสาวแว่นแสนซื่อ แต่เธอดูออกว่าฉันกำลังคิดอะไรหรือรู้สึกอย่างไร แม้ฉันไม่พูดออกไปตรง ๆ
         ฉันกำลังรู้สึกสับสนและเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น อาจพูดได้ว่าพอไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ ฉันก็อยากพาลใส่ทุกอย่างที่ขวางหน้าตอนนี้ แม้กระทั่งการที่โยโกยามะยิ้มให้ ฉันยังรู้สึกหงุดหงิดด้วยซ้ำ ทั้งที่นักข่าวสาวแว่นคนนั้นหวังดีกับฉัน ฉันรู้ แต่ดูสิว่าฉันเป็นบ้าอะไรของฉันที่คิดงี่เง่ากับเธอ
         “ถ้าอย่างนั้น สำหรับบางคนที่แปดเปื้อน โยโกยามะจะยังชอบมั้ย ฉันหมายถึงว่า คุณคิดยังไงกับเขา” ตอนนี้ฉันเริ่มเอาหลาย ๆ เรื่องมาผสมกันอีกแล้วว่าฉันจะถามเรื่องงานหรือถามเรื่องที่เกี่ยวกับตัวฉันเอง ฉันรู้สึกว่าบางอย่างที่โอคาดะทำกับฉันนั้นมันต้องมีอะไรที่โยโกยามะไม่ยอมเล่า
         ที่จริงมันตลกนะ ฉันยังมีเวลาใส่ใจความรู้สึกของคนซื่อ ๆ แบบเธอ โยโกยามะจะรู้สึกกับฉันแบบไหน รังเกียจกันแล้วหรือเปล่า ตามปกติแล้วฉันไม่เคยใส่ใจใครเท่าเธอ ฉันเป็นใครหรือทำอะไร ฉันไม่ค่อยกังวลว่าใครจะมองยังไง
         “พูดกันตามตรงนะคะ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะ ว่าความแปดเปื้อนที่คุณพูดถึงมันครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง ฉันยังไม่เห็นว่ามีอะไรแปดเปื้อนตรงไหนเลยนะคะ ฉันอาจจะสัมภาษณ์โฮสต์สาวผู้มีชีวิตยามราตรีกลางแสงสี หรือเข้าบาร์ที่เต็มไปด้วยเหล้ายาปาร์ตี้ แต่พวกนี้ก็เป็นงานอย่างหนึ่งไม่ใช่เหรอคะ มันไม่น่าทำให้คุณแปดเปื้อนอะไรนี่นา”
         ฉันถอนหายใจโยโกยามะคงไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อ ฉันเกือบจะอ้าปากอธิบายกับเธอตรง ๆ แล้วว่าแปดเปื้อนที่ถามเธอนั้นมันหมายถึงเรื่องอะไร ครอบคลุมส่วนไหนบ้าง เรื่องที่โยโกยามะน่าจะรู้ดีว่าโอคาดะมันทำอะไรกับร่างกายฉัน แต่โยโกยามะก็พูดขึ้นมาอีกรอบเสียก่อน
         “แต่ถ้าคุณหมายถึงเรื่องที่คุณเจอมา ฉันว่ามันไม่ได้แปดเปื้อนอะไรเลยด้วยซ้ำ คุณแค่ถูกคนอื่นทำร้ายร่างกาย ฉันน่ะเห็นคุณเปื้อนแต่เลือดมากกว่าค่ะ”
         “ฉันอยากคุยเรื่องนี้กับคุณตรง ๆ ตั้งนานแล้ว โยโกยามะ…แต่ฉันกลัวที่จะรู้ความจริง ฉันคิดว่าฉัน…ยังไงฉันก็อยากรู้ความจริง มากกว่าต้องมาคอยพะวงกลัวโน่นนี่นั่นอยู่อย่างนี้”
         “เรื่องนายโอคาดะนิสัยเสียคนนั้นใช่มั้ยคะ” ฉันพยักหน้าไม่กล้ามองโยโกยามะ แต่เธอขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม
         “คุณทำอะไรคะ…” ปลายเสียงฉันขาดหายไปเมื่อโยโกยามะที่ขยับเข้ามาใกล้มากจนเกินไปและเริ่มซุกไซ้ซอกคอปลอม ๆ โยโกยามะเข้ามาจูบฉันต่อหลังจากนั้น ฉันเตลิดเพราะริมฝีปากอบอุ่นของเธออย่างไม่ต้องสงสัยและจูบเธอกลับ ริมฝีปากฉันติดพันกับเธอพักใหญ่ จนฉันต้องแตะไหล่ให้อีกคนรู้สึกตัว ว่าเรายังมีเรื่องที่คุยกันไม่จบ ถึงต่อให้ฉันไม่อยากหยุดจูบของโยโกยามะแต่ก็ต้องฝืนใจทำ
         “ขอโทษค่ะ เมื่อกี้…ฉันจะจำลองเหตุการณ์ให้คุณได้เห็นว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ต้องกลัวนะคะ” โยโกยามะหน้าแดงรีบอธิบาย ฉันไม่ได้กลัวอะไรอื่นเลยนอกจากความรู้สึกตัวเองกับโยโกยามะ
         เธอไม่รู้หรือยังไงว่าการทำแบบนี้มันยิ่งทำให้ฉันฟุ้งซ่าน ไหนจะเมื่อกี้อีก แล้วฉันจะทนให้โยโกยามะจำลองสถานการณ์ได้นานแค่ไหน นักข่าวคนนี้ หรือเธอคิดทำเหมือนที่ฉันเคยจำลองสถานการณ์ให้เมื่อตอนนั้นที่โยโกยามะโดนยาในแก้วเบียร์
         “แล้วก็…” ฉันพยายามหายใจช้า ๆ ตอนที่โยโกยามะจ้องหน้านิ่ง สายตาใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมเปลี่ยนไป โยโกยามะฉายความเศร้าออกมา “เขากระชากเสื้อผ้าของคุณพารุนิดหน่อย ขออนุญาตนะคะ” นักข่าวสาวยังคงแสดงสถานการณ์จำลองของเธอต่อไป เธอปลดกระดุมชุดนอนของฉันไม่มากแล้วก็ก้มลงไปทำท่าซุกไซ้ แต่ไม่ถูกเนื้อตัวฉัน
         “โอคาดะไม่โดนตัวฉันหรอกเหรอคะ เขาแค่ดมหน้าอกฉันใช่มั้ย” ฉันตำหนิเชิงหยอกโยโกยามะทั้งที่ก็เครียดกับสิ่งที่อยากรู้ เรื่องที่ฉันจำสถานการณ์ไม่ได้ แต่โยโกยามะน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้าง
         “ฉันแค่จำลอง…แต่ถ้าคุณพารุจะให้สมจริงถึงขนาดแสดงเหมือนโอคาดะทุกอย่าง จะไม่เป็นไรเหรอคะ” สาวแว่นแสนซื่อของฉันไม่เข้าใจว่าฉันแค่แกล้งหยอก ยังมีการทำหน้าจริงจังให้ฉันอีก
         “ฉันอยากรู้ว่าเขาทำอะไรฉันบ้าง” ปล่อยให้โยโกยามะเข้าใจอย่างจริงจังของเธอต่อไป “คุณเล่ามาก็ได้นี่”
         “ฉันพูดไม่ค่อยเก่งน่ะค่ะ ถ้าจะให้เล่า เดี๋ยวฉันพูดอะไรยืดยาว คุณจะเบื่อเสียก่อน”
         “ถ้าไม่ถนัดพูด แล้วอยากจำลองสถานการณ์ คุณก็ทำให้มันเหมือนเหตุการณ์จริงหน่อย ที่จูบเมื่อกี้ฉันว่ามันไม่ใช่นะคะ อย่างโอคาดะ คงไม่จูบฉันด้วยความนุ่มนวลแบบนั้น” โยโกยามะตกลงถึงแม้ว่ายังคงมีความลังเลใจ แต่ก็รับปากว่าจะแสดงเหตุการณ์จำลองให้สมจริงมากกว่านี้
         เธอเอื้อมมือมาที่คอของฉันกำลังจะทำท่าบีบแต่ก็คลายมือนั้นออก แล้วจับแก้มฉันแทน ดวงตาคนซื่อเอ่อไปด้วยน้ำตา เธอจริงจังขนาดนี้กับคนอย่างฉันเหรอ
         “ฉันทำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ฉันขอโทษ เขาบีบคอคุณ ให้คุณทรมาน และตบหน้าคุณ ฉันคิดว่านั่นคือความรุนแรงที่มีผลกระทบกับคุณพารุ จิตใต้สำนึกของคนที่เกือบจะขาดอากาศหายใจคงทำให้คุณรู้สึกกลัว”
         “แค่นั้นจริง ๆ เหรอคะ” ฉันเอามือเช็ดน้ำตาให้โยโกยามะที่ร้องไห้ ฉันควรจะรู้สึกกลัวเหมือนที่เคยกังวลเป็นบ้าเป็นหลังสิ ไม่ใช่มานั่งยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างที่กำลังทำอยู่ตอนนี้
         “โอคาดะมัวแต่อวด พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้นี่คะ ถอดเสื้อผ้าคุณยังไม่ได้เลยค่ะ” โยโกยามะเล่าได้แป๊บเดียวแล้วก็หยุดไปอึกอักไม่พูดสักที และยังลนลานเล็ก ๆ
         “แล้วเขาทำอะไรต่อหรือเปล่า” ท่าทางของโยโกยามะเริ่มทำให้ฉันอารมณ์ดี และอาจดีจนถึงกับจะหัวเราะออกมา เธอคงอยากพูดอะไรที่โอคาดะทำ แต่อาจจะหาคำพูดที่เหมาะ ๆ ไม่ได้หรือบางทีอาจเป็นเรื่องกระดากถ้าจะพูดออกมา
         “คือโอคาดะเขา…ใช้มือคุณหวังจะช่วยให้สำเร็จกิจ ฉันก็ไม่เข้าใจหรอกนะคะ ว่าเขาจะทำให้มันยุ่งยากทำไม เพราะแบบนั้น แค่พักเดียว ห้องก็โดนตำรวจบุกเข้ามา มีแค่เท่านี้จริง ๆ ค่ะ ที่เขาทำร้ายคุณ เพราะฉะนั้น ได้โปรดอย่าคิดว่าตัวเองแปดเปื้อน อย่าทำหน้าเศร้าเหมือนหลายวันที่ผ่านมาเลยนะคะ ฉันเป็นห่วงคุณ กลัวคุณคิดมาก”
         “โยโกยามะว่าฉันแย่มั้ย แค่ทำให้เขาสำเร็จกิจยังไม่สำเร็จเลย ว่าแต่เขาใช้มือไหนของฉันเหรอคะ” ฉันสบายใจขึ้นมาเป็นกองเมื่อได้ฟังเรื่องราวเต็ม ๆ อีกครั้ง บวกกับทีท่าเปิ่น ๆ ของโยโกยามะ แล้วก็มันเขี้ยวโยโกยามะที่ร้องไห้ไม่หยุด กลายเป็นฉันต้องปลอบใจเธอแทนซะอีก นักข่าวสาวปาดน้ำตาป้อย ๆ
         “คุณพารุไม่แย่หรอกค่ะ โชคดีที่โอคาดะชอบพูดอวด ไม่ลงมือสักที เขาถึงไม่ทันได้ทำให้คุณแปดเปื้อน มือขวาของคุณ ที่โอคาดะเอาไปจับอะไรต่อมิอะไร อย่าไปสนใจเลยนะคะ” โยโกยามะจับมือฉันแน่นตอนที่เธอพูด “เพราะแบบนี้ คงเป็นเหตุผลให้ผู้หญิงไม่ชอบเขา ทั้ง ๆ ที่เขาหน้าตาดีมาก ฉันยังตะลึงว่าคุณมีแฟนหน้าตาดีเหมาะสมกันมาก เอ่อ…เมื่องานวันนั้นน่ะค่ะ” พูดถึงเรื่องงานเลี้ยงนั่น ฉันก็เอะใจถึงเรื่องที่โยโกยามะมาขอยกเลิกข้อตกลง ถ้าถามตอนนี้คงจะไม่เป็นไร
         “อีกเรื่องสิ…เรื่องที่โยโกยามะขอยกเลิกเรื่องของเราน่ะ เพราะอะไรเหรอ วันนั้น…” โยโกยามะหน้าเจื่อนลงไปทันทีที่ฉันถาม คนซื่อ ๆ รีบก้มขอโทษท่าทางจริงจังมาก แต่ในหัวฉันคิดถึงเรื่องบนโซฟากับเธอเต็มไปหมด จนย้อนกลับมาคิดถึงสายตาที่โดนจ้องและปากที่จูบกันไปเมื่อกี้ ระหว่างการจำลองเหตุการณ์หลังโดนซุกไซ้ซอกคอขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “คือฉันก็ยังไม่รู้คำตอบที่ชัดเจนเท่าไหร่…โยโกยามะทำไปเพราะอะไร”
         “ฉันไม่ได้อยากทำแบบนั้นนะคะ ฉันจะอธิบายยังไงดี คือคาวาเอย์โฮสต์ที่คุณเคยไปหา จำได้ใช่มั้ยคะ เขาเป็นคนบอกให้ฉันลองทำแบบนี้ เขาบอกว่าคุณอาจจะแสดงอะไรบางอย่างออกมา แต่อยากให้คุณพารุทราบไว้ว่าถึงฉันจะพูดแบบนี้ แต่ฉันไม่ได้จะโยนความผิดไปให้คาวาเอย์นะคะ ฉันก็ผิดเองด้วยที่ไปหลงเชื่อทำตามที่คาวาเอย์บอก พอเห็นคุณร้องไห้ตอนนั้นฉัน…ฉันเสียใจจริง ๆ ค่ะ” ฉันนั่งยิ้มและคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น มันแค่เรื่องบ้า ๆ ที่ไม่มีอะไรเลย แต่ฉันสิ ฟูมฟายโวยวายและเสียใจมาก เมื่อคิดว่าจะต้องเสียโยโกยามะไป บางทีอาจจะต้องขอบคุณคาวาเอย์คนนั้นก็ได้ ที่ทำให้ฉันรู้อะไรมากขึ้น
         “เรื่องสำคัญที่ฉันจะพูด อย่างเช่นอะไรนะ อย่างเช่นว่า ฉันชอบโยโกยามะหรือเปล่า แบบนี้มั้ย” ตอนนี้ฉันเผลอไปลูบแขนของโยโกยามะ อยากจูบเธอให้หายมันเขี้ยว
         “อะ อันนั้นฉันไม่ทราบสิคะ” โยโกยามะอึกอัก เธอกะพริบตาถี่ ๆ ไม่ค่อยกล้ามองหน้าฉันเท่าไหร่
         “หรือว่า…ฉันน้อยใจโยโกยามะอยู่นะ ที่ให้เวลากับโฮสต์คนอื่นมากกว่า เพราะว่าฉันอยากจะเอาแต่ใจกับนักข่าวบางคนแถวนี้” ฉันเอ็นดูกริยาเขินอายของคนซื่อที่กำลังดันแว่นแก้เขิน โยโกยามะเขินมากจนขยับออกไปนั่งห่าง ๆ ตอนที่ฉันแกล้งจะเข้าไปจูบเธอ ทั้งที่ตอนแรกเธอเองก็ทำท่าว่าอยากจูบด้วยซ้ำ แต่ยึกยักอยู่ได้ ฉันกึ่งบังคับให้เธอลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน ฉันนั่งบนตักเธอเอาลำตัวข้างซ้ายหันเข้าพนักโซฟา ส่วนโยโกยามะเอาหลังชิดพนักโซฟามือแนบข้างลำตัวไว้แน่น
         “โยโกยามะต้องฝึกเป็นคนฉวยโอกาสไว้บ้างนะ ผู้ชายไม่รู้ตั้งกี่คนอยากใกล้ชิดฉันแบบนี้ แต่เขาไม่มีโอกาส” ฉันว่าอีกคนขำ ๆ เธอกำลังเกร็งตอนโดนโอบรอบคอ
         “ยะ ยังไงเหรอคะ เอ่อไอ้…ฉวยโอกาสที่คุณพารุพูดถึง” ดีที่ฉันไม่หลุดขำตอนเห็นหน้างุนงงของโยโกยามะ ฉันเข้าหาขนาดนี้แล้วเธอก็ยังไม่เข้าใจว่าต้องทำยังไง สงสัยต้องอธิบายเพิ่ม ฉันแอบคิดอย่างมีความสุขคนเดียว จะอธิบายให้ละเอียดและเข้าใจง่าย ๆ เลยเชียว
         “ถ้าโยโกยามะอยากนั่งคุยกับฉันเฉย ๆ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ” ดวงตาใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมสีดำกลอกไปมาช้า ๆ เธอกำลังคิดตามคำที่ฉันพูด ระหว่างปล่อยให้เธอคิดอะไรไป ฉันก็คว้าเอามือซ้ายเธอมาลูบขาตัวฉันเอง
         “ขาเป็นอวัยวะส่วนหนึ่ง แต่ทุกส่วนรับรู้ความรู้สึก เหมือนที่ฉันกำลังรู้สึกถึงมือของโยโกยามะตอนนี้ ส่วนที่อยู่เหนือขาขึ้นไปจะยิ่งมีความรู้สึกมากถ้าถูกกระตุ้น เข้าใจที่ฉันพูดมั้ย เหมือนที่ฉันเคยทำกับโยโกยามะ”
         ฉันกระซิบพร้อมกับจูบไล่ไปตามใบหู ฉันรอฟังคำตอบแต่โยโกยามะดูจะมึนงงหนักมากกว่าเก่า เธอเอาแต่จ้องหน้าฉัน พยายามเบี่ยงหลบตอนที่ฉันจูบกระเซ้าตรงติ่งหู ฉันค่อย ๆ บังคับมือของโยโกยามะไปส่วนที่อยู่เหนือต้นขา ไปอยู่ในตำแหน่งที่ฉันต้องการ ก่อนจะกดมือนั้นและสอดมันเข้าไปใต้กางเกงนอนผ้าบางที่ฉันใส่คืนนี้
         “โดยปกติแล้วมันจะไม่เปี…” ฉันหาคำที่จะพูดอธิบายกับโยโกยามะต่อไม่ได้เมื่อมือที่อยู่ใต้กางเกงนอนของฉันวนลูบไล้ไปตามส่วนโค้งนูนที่เปียกชื้นแต่ลื่นเหนียว โยโกยามะใช้มืออีกข้างของเธอโอบรอบเอวฉันเพื่อช่วยประคอง ฉันยังไม่ทันได้อธิบายส่วนนี้ด้วยซ้ำ โยโกยามะก็ลงมือซะแล้ว
         “ตามปกติแล้วมันจะเป็นยังไงเหรอคะ” ฉันว่าโยโกยามะไม่ได้อยากถามจริง ๆ ถึงเสียงที่ถามจะซื่ออย่างที่เธอเคยเป็น เธอยังคงไม่หยุดมือและสร้างความเสียวปลาบทุกครั้งที่วนมืออยู่อย่างนั้นจนฉันต้องเกร็งปลายเท้าเพราะลืมตัว มันเสียววูบวาบอย่างเป็นจังหวะตามมือของโยโกยามะคนที่ละเลงมืออยู่ใต้กางเกงนอนของฉัน เสียวเข้ามาจนรู้สึกได้ในช่องท้อง ฉันคิดว่าเธอรู้เสียด้วยซ้ำว่าโดยปกติแล้วมันจะเป็นยังไง
         “จูบกันหน่อยมั้ยคะ อย่ายึกยักแบบเมื่อกี้อีกนะ ฉันพูดขนาดนี้แล้ว”
         “จูบค่ะ แต่ฉัน…อยากทำมากกว่าจูบกับคุณพารุด้วย คุณจะช่วยสอนฉันได้มั้ย” ฉันยิ้มรับเมื่อโยโกยามะพูดออกมาจนได้ในที่สุด ฉันค่อย ๆ ดึงมือของโยโกยามะออกจากใต้กางเกง
         “ขอโทษที่ทำให้มือเปื้อน” โยโกยามะส่ายหัวไม่ได้ว่าอะไร ฉันจึงเดินจูงมือเธอเข้ามาที่ห้องนอน เพื่อจะทำในสิ่งที่นักข่าวสาวต้องการ

         แบบนี้ฉันคงต้องคอยให้ข่าวกับผู้หญิงคนนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดแล้วกระมัง
         แต่คืนนี้โยโกยามะน่าจะได้ประสบการณ์อย่างอื่นมากกว่าข่าวที่เกี่ยวกับโฮสต์แบบฉัน

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยุยพารุเท่านั้น
[Short] – บันทึกรัก เหยี่ยวข่าว กับ สาวโฮสต์ (8) (YuiParu)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s