[Short] – บันทึกรัก เหยี่ยวข่าว กับ สาวโฮสต์ (9) (YuiParu)

Posted on Updated on

yuiparu


ชิมาซากิรู้สึกงอนที่โยโกยามะซื่อเกินไป
จนไม่เข้าใจเธอในบางเรื่อง ถึงเธอจะเข้าใจว่ามันเป็นแบบนี้แหละ
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดน้อยใจ
แต่พอโยโกยามะพูดบางคำออกมา
ที่เคยน้อยใจก็หายเป็นปลิดทิ้ง


         บทที่ 9
         บันทึกของโยโกยามะ 18
         คุณพารุกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ฉันดีใจมาก ฉันชอบที่คุณพารุเป็นแบบนี้ ดีใจจัง อีกอย่างฉันเก็บข้อมูลเรื่องโฮสต์ได้เยอะแล้ว แต่ที่เศร้านิดหน่อยก็เพราะฉันไม่อยากไปไหนไกลคุณพารุเลย ถ้าฉันทำงานเรื่องโฮสต์เสร็จแล้ว ฉันจะทำยังไงต่อไปดี จะให้ทำเป็นแกล้งบอกว่างานไม่เสร็จก็ไม่ได้ด้วย ฉันชอบอยู่บ้านคุณพารุเข้าซะแล้วสิ แต่ฉันก็รู้สึกอยู่เสมอว่าไม่ถูกต้อง เฮ้อ…ล่าสุดตอนที่ฉันไปคุยกับคุณพารุแล้วทักทายเรื่องที่เธอยิ้มแย้มขึ้นกว่าตอนเกิดเรื่องรวมทั้งเรื่องที่อาการบาดเจ็บต่าง ๆ ใกล้หายเป็นปกติ คุณพารุดูเงียบ ๆ ไป เธอบอกฉันว่าให้อดทนอีกหน่อยเดี๋ยวก็ได้กลับที่พัก ฉันรีบปฏิเสธ ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดว่าฉันอยากกลับ หรือไม่ชอบที่จะอยู่กับเธอ แต่คุณพารุเหมือนจะโมโหไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้พูดอะไรอื่นอีก

         ถ้าถามว่าฉันอยากอ้อนให้โยโกยามะอยู่ด้วยกันต่ออีกสักหน่อยหรือเปล่า แน่นอนที่สุดว่าใช่ แต่พอเห็นหน้าไม่รู้ร้อนของเธอแล้วก็หมั่นไส้ ยิ่งตอนนี้ฉันหายจากอาการบาดเจ็บทั้งหมดแล้วนี่ ใช่สิ โยโกยามะก็ต้องกลับไป ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย มาค้างอ้างแรมด้วยกัน นอนด้วยกันก็คงไม่ใช่ ไอ้เรื่องที่ฉันเคยสอนประสบการณ์อะไรต่อมิอะไรให้โยโกยามะก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีก ฉันไม่เข้าใจโยโกยามะเหมือนกันนะบางที
         ต้องรอให้ฉันเป็นคนบอกเธอทุกเรื่องหรือยังไงว่าฉันต้องการอะไร…
         ไม่เคยมีใครพูดอะไรกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บทสรุปของเราสองคนก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ถึงแม้ว่าจะมีคนออกปากแสดงความเป็นห่วงอย่างนั้นอย่างนี้ แต่โยโกยามะอาจเป็นห่วงในฐานะคนรู้จักคนหนึ่ง ต่อให้ฉันจะไม่ได้คิดกับเธอแบบเพื่อน หรือแค่คนรู้จักอีกต่อไปแล้วก็ตาม
         โยโกยามะอาจหลุดอาการออกมาบ้าง แต่ฉันก็อยากให้โยโกยามะพูดอะไรมากกว่านี้ อยากได้ยินเหมือนกัน คำที่บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉันนั้นเป็นแบบไหน ฉันเข้าใจว่าที่จริงการกระทำมันสำคัญกว่า แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็อยากเห็นดวงตาคู่นั้นของโยโกยามะจ้องฉันด้วยท่าทางที่อบอุ่น อย่างที่เป็นมาตลอด แล้วบอกว่าเธอคิดยังไง เรื่องของเราจะไปต่อกันได้หรือไม่
         “อีกไม่กี่วันก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ฉันขอทวงเรื่องขนมจากโยโกยามะได้หรือเปล่า” ระหว่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ฉันก็หาเรื่องชวนอีกคนที่นอนอยู่ในห้องนี้ด้วยเหมือนกัน ฉันอยากออกไปเที่ยวกับโยโกยามะอีกสักครั้งก่อนที่จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ต่อให้สามารถหาเวลามาเจอกันได้ แต่จะเอาเหตุผลไหนล่ะ ยกเว้นว่าโยโกยามะจะพูดกับฉันตรง ๆ มากกว่านี้กับความรู้สึกของเธอที่มีต่อฉัน แต่เพราะนักข่าวสาวไม่ยอมพูดมันออกมาสักที เรื่องเหตุผลให้เจอกันก็น้อยลงไปอีก ทั้ง ๆ ที่มันน่าจะจบอย่างสมหวังแล้วแท้ ๆ
         “ไปร้านที่ไม่แพงนะคะ” คนที่นอนอยู่ด้านข้างเตียงบอกเสียงอ่อย อาจจะมีบางครั้งที่เธอขึ้นมานอนด้วย หรือที่ฉันบังคับให้มา แต่ส่วนมากโยโกยามะมักจะนอนอยู่ด้านล่างมากกว่า ไม่รู้ว่าจะเกรงใจฉันทำไม ในเมื่อฉันเคยบอกไปแล้วว่าให้มานอนด้วยกันบนเตียง ทีแบบนี้ไม่เคยเข้าใจว่าฉันต้องการให้เธออยู่ข้าง ๆ อยู่กันสองคนแล้วแท้ ๆ ช่างเถอะเพราะฉันก็ไม่ได้พูดด้วยที่อยากให้เธออยู่นั่นน่ะ โยโกยามะซื่อเป็นเรื่องปกติ คงคิดว่าฉันแค่ชวนให้มานอนบนเตียงด้วยกันไปอย่างนั้นเอง
         “ฉันให้คุณเลือกร้านอยู่แล้วค่ะ ไม่ต้องกลัวเรื่องราคาขนาดนั้นก็ได้”
         “ฉันก็ต้องรีบออกตัวไว้ก่อนไง เพราะฉันไม่ได้ทุนหนานี่คะ แต่ถ้าคุณโอเคเรื่องให้ฉันเป็นคนเลือกร้าน พรุ่งนี้เราก็ไปหาขนม ‘ราคาไม่แพง’ กินกันค่ะ ตามที่คุณพารุต้องการ” โยโกยามะดี๊ด๊าขึ้นมันทันตาเห็น อย่างน้อย ๆ ก็ตอนนี้ที่เธอไม่ต้องระวังเรื่องราคา แต่จะร้านไหนก็ได้ทั้งนั้นละ เพราะฉันไปกับเธอนี่นา
         สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องหาเรื่องเพื่อให้ได้เจอกับโยโกยามะอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ น่าน้อยใจเกินไปแล้ว…แต่ในระหว่างที่กำลังจะหลับไม่หลับแหล่ โยโกยามะก็ชะโงกมามองกันอยู่ข้างเตียง
         “มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอคลานขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับดันฉันให้ขยับเข้าไปด้านใน
         “ฉันนอนไม่หลับ ขอนอนด้วยคนนะคะ” นั่นคือเหตุผลสั้น ๆ ของคนที่นอนหันหลังให้ฉันตอนนี้ สั้นจนฉันยังถามย้อนกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่าโยโกยามะแค่นอนไม่หลับจริง ๆ น่ะเหรอ
         ฉันรอว่าโยโกยามะจะทำอะไร แต่เธอก็ทำแค่นอนนิ่งหันหลังให้ฉันแบบนั้น กลายเป็นฉันที่ไม่นิ่งเสียเองและค่อย ๆ พาตัวเองเข้าไปนอนอยู่ข้างเธอ ฉันไม่เคยรู้สึกว่าการเอื้อมมือไปหาใครสักคนจะยากขนาดนี้มาก่อน แต่เมื่อได้สัมผัสกับแขนของโยโกยามะ เจ้าของแขนกลับคว้าเอามือฉันไปกอดเธอไว้แทน พร้อมทั้งกุมมือฉันอยู่แบบนั้น
         “ฉันอยากอยู่กับคุณพารุต่อ แต่ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาอ้างได้อีก คุณจะช่วยแนะนำให้ฉันได้มั้ยคะ ว่าควรจะทำยังไง” ฉันฉีกยิ้มกว้างอยู่คนเดียว ถ้าโยโกยามะกล้าพูดได้แบบนี้ ฉันก็พอจะหายน้อยใจขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเข้าไปพูดข้าง ๆ หูเธอ
         “ฉันจะไม่อ้อมค้อมกับคุณนะ…คบกับฉันสิ จะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างให้ยุ่งยาก”
         “แต่ฉันกับคุณพารุน่ะเหรอคะ ฉันแทบไม่มีอะไรจะเทียบคุณได้เลย”
         “ไม่ต้องมาเทียบอะไรกันหรอก แค่ที่คุณทำให้ฉันทุกอย่าง ก็มีความหมายมากพอแล้ว”
         “แต่ว่า…”
         “สรุปคุณจะคบกับฉันมั้ยคะ อย่าให้ต้องถามหลายรอบนะ นี่มันก็ดึกแล้ว” ฉันแกล้งขึ้นเสียงดุโยโกยามะที่ตอนนี้ไม่แสดงอาการว่าจะปฏิเสธหรือมีข้ออ้างอะไรอีก
         “คบค่ะคบ” โยโกยามะรีบตอบอย่างลนลาน นั่นทำให้ฉันหัวเราะอยู่ข้างหลังเธอพักใหญ่เลย

         ฉันได้โอกาสอ้อนกับโยโกยามะเต็มที่หลังจากที่ไม่กี่คืนก่อน เราสองคนตกลงคบหากัน ร้านขนมที่เธอพาฉันมากินนั้นอร่อยถูกปากมาก ฉันยังบอกเธออีกว่าอยากมากินอีกและต้องมากับโยโกยามะด้วย นักข่าวเจ้ามือพยักหน้าตกลง เธอหยอกฉันว่าร้านที่ราคาไม่แพงและอร่อยมีเยอะแยะและหาไม่ยากด้วย ถ้าฉันไม่กลัวอ้วนก็จะพาไปกิน เธอบอกฉันว่าที่จริงมันยังมีอีกร้านแถว ๆ นี้แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน ก็ไหนว่าหาไม่ยากและเธอดันหาไม่เจอซะเอง ฉันส่ายหัวยิ้มอย่างมีความสุข ฉันน่ะดีใจจริง ๆ ที่ความสัมพันธ์ของโยโกยามะกับฉันออกมาในรูปแบบนี้ ทั้งที่ตอนแรกยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะเป็นแบบไหน โยโกยามะง่วนอยู่กับโทรศัพท์ของตัวเองจนเดินช้ากว่าฉันที่ข้ามถนนมาแล้วและ…
         เสียงรถเบรกกะทันหัน ในชั่วเสี้ยววินาที ก็ดังสนั่นลั่นบริเวณ เสียงทุกอย่างที่ฉันรับรู้หยุดลง ตอนร่างของโยโกยามะที่ถูกแรงของรถคันนั้นชนจนกระเด็นไปด้านหน้า ในความเป็นจริงมันคือช่วงเวลาที่สั้นมาก แต่สำหรับฉันภาพที่เห็นมันผ่านไปอย่างเชื่องช้า
         ฉันอาจจะเรียกว่าเสียสติไป ก่อนที่จะกลับมาได้ยินเสียงคนกรีดร้องระงมอีกครั้ง และรถคันนั้นก็พุ่งออกไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ไฟสำหรับคนข้ามถนนก็ยังเป็นสีเขียวอยู่
         ฉันรีบวิ่งกลับไปที่ร่างของโยโกยามะซึ่งนอนแน่นิ่ง “ตื่นขึ้นมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้ ! อย่าให้ฉันต้องโมโหนะ” ปลายเสียงของฉันมันสั่นจนฟังไม่ได้ใจความ ฉันทั้งตกใจและกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันเอาแต่พูดซ้ำ ๆ กับร่างชุ่มเลือดไร้สติของโยโกยามะ คนแถวนั้นบอกฉันว่าอย่าเพิ่งขยับร่างกายของผู้ประสบเหตุ มีคนแจ้งเหตุฉุกเฉินให้แล้ว
         ฉันได้แต่หวังว่าเธอจะได้ยินคำนั้นที่ฉันเรียก แต่ก็เป็นแค่เพียงความหวังที่ริบหรี่ ไม่มีการตอบรับใด ๆ จากเธอ ฉันไม่ได้อยากร้องไห้ แต่ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของฉันแทบสลาย โยโกยามะที่เลือดออกจมูกและบาดแผลจากการถูกรถชน
         นี่ฉันต้องสูญเสียอีกสักเท่าไหร่ ถึงจะได้มีความสุขอย่างคนอื่นเขาบ้าง…

         หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…
         “ฉันไม่รู้มาก่อนว่าคุณเป็นเพื่อนกับโยโกยามะ” เลขาของมิลกี้เข้ามายืนคุยอยู่ข้าง ๆ วันนี้เธอแวะมาหาฉันและเพื่อนของเธอที่นอนสงบนิ่งไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป
         “ฉันเองทราบเรื่องจากคุณวาตานาเบะ ฉันยังคิดไม่ถึงว่าโฮสต์คนนั้นคือคุณชิมาซากิเหมือนกันค่ะ เคยฟังยุยเล่าถึงคุณมาบ้าง แต่ไม่ยอมบอกรายละเอียดอะไรที่เกี่ยวกับตัวคุณเลย ฉันเข้าใจว่าอยากรักษาความลับของผู้ให้ข้อมูล คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้”
         “คนใกล้ตัวที่เป็นสาเหตุให้เพื่อนคุณถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้”
         “อย่าโทษตัวเองแบบนั้นเลยค่ะ ตอนนี้ก็จับคนร้ายได้แล้ว และยังเป็นหลักฐานมัดให้คนที่จ้างวานต้องอยู่ในคุกอีกนานมาก เขาคงไม่มีโอกาสออกมาก่อกวนคุณอีกต่อไป”
         “ฉันคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ไม่คิดว่าโอคาดะจะแค้นโยโกยามะถึงขั้นจ้างให้คนมาทำร้ายกันแบบนี้”
         “ก็ยังดีนะคะที่เขาไม่ได้จ้างพวกมืออาชีพมา ดังนั้นทางตำรวจถึงได้สืบรอยและจับคนร้ายได้ในเวลาไม่นาน”
         “ขอบคุณนะยามาโมโตะที่คอยช่วยเป็นธุระให้ ฝากไปบอกมิลกี้ด้วยว่าขอบคุณมากที่คอยช่วยเหลือฉันตลอด”
         “เรื่องยุยน่ะ ถ้ามีโอกาสไม่ว่าจะกี่ครั้ง ฉันว่ายุยก็คงอยากรู้จักคุณอยู่ดีนั่นแหละ” ฉันหันมาหาอีกคนซึ่งส่งยิ้มบางอย่างให้
         “ทำไมเหรอคะ”
         “ตอนที่ฉันได้ฟังยุยเล่าเรื่องของคุณ ฉันเคยเตือนเพื่อนนะคะ เพราะฉันรู้สึกว่ามีบางอย่าง เตือนในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอะไรไม่ดี แต่ฉันแค่รู้สึกว่ายุยอาจจะเจอเรื่องยุ่งยากเข้าซะแล้ว” ยามาโมโตะอมยิ้ม มีความขบขันตลอดที่เล่าเรื่องนี้
         “ฉันเป็นเรื่องยุ่งยากของเพื่อนคุณอย่างนั้นสินะคะ”
         “ฉันคิดว่าคุณคงชอบยุย ในตอนนั้นนะคะ จากมุมมองคนนอก แต่การที่จะบอกชอบใครสักคนทั้ง ๆ ที่เพิ่งเจอกัน ฉันเข้าใจนะว่ามันก็ขัดแย้งอยู่กับตัวเองว่า ‘นี่เราชอบเขาเหรอ’ ‘ไม่ใช่หรอกมั้ง’ มันจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ยุ่งยาก”
         “อันนี้ยามาโมโตะหมายถึงตัวเองด้วยหรือเปล่าคะ” ยามาโมโตะไม่ได้มีทีท่าอะไรนอกจากยิ้มเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนเรื่องไม่ยอมคุย
         “คุณชิมาซากิก็ อย่าวกมาเข้าเรื่องฉันสิคะ เอาเป็นว่าคุณอย่าคิดมากนะคะ ฉันเชื่ออยู่เสมอว่าคนอย่างคุณชิมาซากิจะต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ คุณวาตานาเบะฝากบอกว่า ให้คุณร่าเริงเข้าไว้และเธอจะชวนคุณไปกินเนื้อย่างด้วยกันอีกถ้าคุณสะดวก”
         “ฉันฝากเพื่อนไว้กับยามาโมโตะนะ”
         “อะไรนะคะ ไม่เห็นต้องฝากฉันเลย เขาก็มีคนดูแลอยู่แล้ว” ยามาโมโตะพยายามพูดให้เป็นปกติ แต่ฉันก็พอจะมองออกในฐานะคนนอกว่า เลขาดูท่าจะน้อยใจเจ้านายสายกินเนื้อย่างอย่างมิลกี้เพื่อนของฉันอยู่ บางทียามาโมโตะก็เหมือนโยโกยามะที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่คู่ควร ยิ่งเป็นเจ้าของบริษัทอย่างวาตานาเบะคนนั้นและยามาโมโตะที่เป็นแค่เพียงเลขา คู่นี้ยังมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่ไม่จบ
         “ดูแลมันหน่อยก็แล้วกัน มิลกี้ก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งนั่นละ เห็นชอบโดดไปหาอะไรกินแบบนั้น แต่จริง ๆ อาจจะกำลังเครียดมาก ๆ ก็ได้ ด้วยความที่เป็นเจ้าของบริษัท ถ้ามิลกี้กล้าพูดว่าเหนื่อยหรือแสดงด้านที่เจ้าของบริษัทเขาไม่ทำกัน แสดงว่าคนคนนั้น เป็นคนที่มิลกี้ไว้ใจมากเลยนะ ฝากยามาโมโตะไปแอบดูให้หน่อยว่ามิลกี้มีคนแบบนี้อยู่ข้าง ๆ แล้วหรือยัง รบกวนด้วยนะคะ” ยามาโมโตะคงไม่เต็มใจที่จะรับปากกับฉันหรอกจากสีหน้าที่อึดอัดนั่น แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรก่อนจะขอตัวกลับก่อน
         คนที่คอยอยู่ข้าง ๆ กัน…
         คนแบบนั้นที่ฉันเฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดเวลา…โยโกยามะ

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยุยพารุเท่านั้น
[Short] – บันทึกรัก เหยี่ยวข่าว กับ สาวโฮสต์ (9) (YuiParu)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s