[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (10) (SayaMilky)

Posted on Updated on

รูปภาพ ต้นฉบับ

         บทที่ 10
         คุณวาตานาเบะให้คนขับรถแวะไปรับคุณเท็ตสึจิก่อนจะไปที่บ้านของคุณมัตสึอิตามคำชวน ซึ่งแน่นอนว่าเจ้านายของฉันนั้นได้ไปตกลงกันไว้อย่างสนุกปากกับสองพี่น้องนั่น ไอ้เรื่องกินก็เป็นของถนัดของเจ้านายอยู่แล้วด้วย มิหนำซ้ำตัวคุณมัตสึอิเองก็ยังมีบุคลิกเกื้อหนุนส่งเสริมคุณสมบัติทางด้านการกินไม่น้อยไปกว่าคุณวาตานาเบะด้วยเหมือนกัน ดังนั้นฉันก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ถ้าจะมีการนัดหมายพบปะปาร์ตี้ที่บ้านของคุณมัตสึอิในครั้งหน้า
         บ้านของคุณมัตสึอิเรียบง่าย ฉันคิดว่าเธอจะหรูหราฟู่ฟ่าเสียอีก เรียกว่าคิดผิดไปไกลโข เพราะบ้านไม่ได้ใหญ่อะไรมากแต่ร่มรื่นน่าอยู่พอ ๆ กับบ้านของคุณวาตานาเบะ มัตสึอิเรนะออกมาต้อนรับแล้วพาพวกเราเข้าไปด้านใน
         ฉันได้ยินระหว่างที่สองคนนั้นคุยกันว่ารอบ ๆ เป็นที่ของเธอหมด แต่สร้างเป็นโซนที่พักปล่อยให้คนอื่นเช่า เพราะคุณมัตสึอิ เรนะ ไม่คิดว่าจำเป็นต้องสร้างบ้านใหญ่โตอะไรมาก อีกอย่างก็อยู่กันแค่สองคนพี่น้องกับคุณมัตสึอิ จูรินะ แล้วจะได้ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์อีกด้วย สมแล้วที่เป็นนักธุรกิจกันตั้งแต่อายุยังไม่มาก เพราะมีแนวคิดที่จะสร้างรายได้มากกว่าสร้างรายจ่าย
         อาหารหน้าตาอย่างกับฝีมือเชฟระดับโปรถูกยกออกมาจัดวางไว้ก่อนแล้ว เมื่อพวกฉันเข้ามาถึงยังบริเวณสวนของบ้านคุณมิตสึอิ น้องสาวของมัตสึอิ เรนะกำลังยกอะไรบางอย่างออกมาจากในบ้านพอดี คนพี่รีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยและนำเสนอของกินในวันนี้กับเรา ท่าทางจะปลื้มปริ่มที่ได้มีเพื่อนมาบ้าน เธอชมน้องสาวตัวเองไม่หยุด
         “ฉันดีใจมากเลยค่ะที่คุณทั้งสามคนมา ปกติแล้วฉันไม่ค่อยได้อยู่บ้านกับน้องสาวเท่าไหร่ นอกจากจะได้มีเพื่อนเพิ่มขึ้นแล้ว ฉันจะได้ใช้เวลากับจูรินะบ้างแล้วนะคะ” คนที่ถูกพูดถึงแอบชำเลืองมองพี่สาวตัวเองแต่เธอไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านในบ้านอีกครั้งและกลับมาพร้อมกับอาหารเมนูสุดท้าย พร้อมทั้งเชิญให้พวกเราร่วมรับประทานอาหารกัน
         “ฉันเกือบจะไม่ได้มาแล้วนะคะ เพราะมีบางคนจ้องจะแย่งคิวที่ฉันจะมาบ้านคุณมัตสึอิค่ะ” คุณวาตานาเบะมองผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่บริเวณนี้ ตัวต้นเหตุในเรื่องที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนา
         “มิยูกิเบี้ยวนัดผมบ่อย ๆ เลยคิดไว้ว่าจะฉุดไปทานข้าวด้วยกัน กลายเป็นโดนฉุดมานี่ซะเอง” คุณเท็ตสึจิแกล้งพูดขึงขังเมื่อโดนคุณวาตานาเบะหยอก
         “ขอโทษนะคะ ฉันแย่งเวลาแฟนของคุณเท็ตสึจิหรือเปล่าคะ ไม่น่าทำลายบรรยากาศน่ารัก ๆ ระหว่างคุณทั้งสองคนเลย” คุณมัตสึอิคงไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นเพียงอดีตต่อกัน แต่คำพูดของเธอก็ทำให้ฉันจุกไปพอสมควร ถึงแม้จะมีกำลังใจก่อนจะมาที่นี่ แต่ดูเหมือนกำลังใจเหล่านั้นได้หายไปเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
         “อันที่จริงผมก็อยากได้มิยูกิกลับมาเป็นแฟนอีกครั้งเหมือนกันครับ แต่เธอใจแข็งยิ่งกว่าอะไร ง้อเท่าไหร่ก็ไม่ใจอ่อนสักที คุณมัตสึอิพอจะมีวิธีแนะนำผมมั้ยครับ”
         “ไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกเหรอคะ”
         “เคยเป็นน่ะค่ะ” คุณวาตานาเบะรีบเฉลยความจริงให้อีกคนเข้าใจ
         “อย่ายอมแพ้นะคะ” คุณมัตสึอิ เรนะขยิบตาให้กำลังใจคุณเท็ตสึจิ ในขณะที่มัตสึอิคนน้องพูดน้อยพอกันกับฉัน และเฝ้ามองทั้งสามคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน ยิ่งมีแอลกอฮอล์ด้วยแล้ว ทั้งเรื่องงาน ธุรกิจและอะไรมากมายได้ถูกหยิบยกมาคุยเหมือนกับกระแสน้ำในลำธารใหญ่ คุยกันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

         ฉันทยอยช่วยคนที่ดูเหมือนจะกลายเป็นพวกเดียวกันขึ้นมาอย่างคุณมัตสึอิ จูรินะเก็บพวกจานเข้าไปล้างทำความสะอาดก่อนที่ด้านใน หลังสามคนยังคงรื่นเริงบันเทิงใจกับบทสนทนาถูกคอไม่รู้จบ
         “นาน ๆ จะได้เห็นพี่เรนะมีความสุข” อีกฝ่ายชวนฉันคุยดื้อ ๆ
         “คุณคงเป็นห่วงพี่สาวคุณมากนะคะ ถึงจะไม่พูดแสดงออกว่าห่วงก็เถอะ” นั่นทำให้ฉันได้เห็นรอยยิ้มน้อย ๆ ของเธอ
         “ฉันพูดอะไรไปพี่เรนะไม่เคยฟังหรอกค่ะ รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ยังจะทำเรื่องที่ฉันห่วงบ่อย ๆ” ฉันอมยิ้มนึกถึงใครสักคนขึ้นมาแทบจะทันทีที่ได้ยินประโยคดังกล่าว
         “เป็นพวกผู้ใหญ่ดื้อ ๆ เหมือนกับบางคนที่ฉันรู้จัก”
         “คุณวาตานาเบะก็ดื้อเหมือนกันเหรอคะ” บทสนทนาของคนที่เคยมีเรื่องกันมาก่อนอย่างฉันกับคุณมัตสึอิ จูรินะเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
         “ดื้อเป็นที่หนึ่งเลยค่ะ แต่พอเป็นเรื่องทำงานแล้ว ฉันก็ชื่นชมเจ้านายของฉันเสมอเลยนะคะ เธอเก่งมากจริง ๆ พี่สาวคุณก็เก่ง สองคนนั้นมีอะไรคล้าย ๆ กันเยอะเลยค่ะ ถ้าเขาคุยกันยันเช้าฉันก็เชื่อค่ะ ถูกคอกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว” มัตสึอิคนน้องพยักหน้าขณะเช็ดจานเก็บเข้าที่
         “พี่เรนะเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการทำงานของฉันค่ะ ฉันน่ะไม่ได้เรื่อง ไม่มีหัวกับการบริหารธุรกิจเท่าไหร่ แต่พี่เรนะน่ะสุดยอดที่สุดแล้วค่ะ ฉันก็เลยอยากทำอะไรที่ตัวเองทำได้และคอยช่วยพี่เรนะอยู่ตรงนี้” คอยสนับสนุนเธอ ไม่ว่าพี่จะเจอปัญหาใหญ่แค่ไหน ฉันอาจจะช่วยงานพี่สาวไม่ได้ แต่ฉันอยู่ข้างเธอเสมอค่ะ ฉันจะไม่ยอมแพ้” น้องสาวที่พูดถึงพี่สาวของตนเองอย่างภาคภูมิใจ
         ฉันเข้าใจเธอเป็นอย่างดีเลยละ…
         “คุณคงน้อยใจพี่สาววันนั้นน่าดูเลยนะคะ” ฉันลบภาพสาวจอมหาเรื่องออกไปจากหัวได้แล้ว เมื่อรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้มัตสึอิ จูรินะกลายเป็นคนแบบนั้น มันไม่ใช่แค่เพราะเรื่องแอลกอฮอล์อย่างเดียว
         “เหลือทนกับความดื้อของพี่เรนะ ฉันเมาด้วยแหละค่ะ ฉันยอมรับเรื่องนี้ ฉันขอโทษคุณยามาโมโตะอีกครั้งนะคะ ขอโทษจริง ๆ”
         “ฉันคิดว่าฉันเข้าใจความรู้สึกนะคะ จริง ๆ ถ้าเป็นฉันก็อยากจะตั๊นหน้าตัวต้นเหตุเหมือนกัน” เสียงหัวเราะพวกตกที่นั่งเดียวกันอย่างฉันกับมัตสึอิ จูรินะดังขึ้นมาโดยพร้อมกัน

         คุณวาตานาเบะ คุณเท็ตสึจิ และคุณมัตสึอิ เรนะ นั่งดื่มกันจนเกือบสี่ทุ่มจนกระทั่งสติเริ่มเหลือน้อยลงทุกทีจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่สะสมในร่างกาย สังเกตได้ง่ายแสนง่ายว่ากว่าจะเริ่มพูดได้ก็ช้า ไม่ทันใจ เริ่มพูดไม่ทันคนในวงสนทนา แถมยังโงนเงนอย่างกับโดนลมพัด ถ้าเมากว่านี้อาจจะล้มไปนอนกับพื้นก็ได้
         ฉันกับมัตสึอิ จูรินะเลยต้องบอกให้หยุดดื่มกันได้แล้ว แต่ไม่มีใครเข้าใจเลยแม้แต่คนเดียว เพราะสามคนนั้นยังกระดกของมึนเมาแบบต่อเนื่อง
         เพื่อตัดปัญหาฉันเลยคิดว่าควรพาเจ้านายกลับบ้านได้แล้ว แน่นอนว่ามีคนเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ ซึ่งเธอเองก็จะจัดการพาพี่สาวเข้าไปพักเช่นกัน เราจึงแยกกันตรงนี้ ฉันพยุงคุณวาตานาเบะกลับมาที่รถโดยมีคนขับรถของคุณวาตานาเบะพยุงคุณเท็ตสึจิตามมาติด ๆ สองคนเมาปลิ้นอยู่ที่เบาะหลัง
         ในรถมีเสียงคนเมาดังเป็นระยะจนกระทั่งถึงบ้านของคุณเท็ตสึจิ คนขับรถกำลังจะงัดร่างของผู้ชายในรถออกไปส่งด้านในบ้าน แต่เขากลับโถมตัวบังคับคุณวาตานาเบะและจูบเธอไม่ยอมปล่อย
         เจ้านายฉันไม่ได้รู้สึกเห็นดีเห็นชอบกับการกระทำนี้เท่าไหร่แน่ ๆ ฉันคิดเข้าข้างตัวเองคนเดียวทันที นั่นเพราะเธอก็เมามากดังนั้นจึงไม่ทันได้ปฏิเสธ แต่สำหรับฝั่งคุณเท็ตสึจิ ทั้งที่ตอนอยู่บ้านคุณมัตสึอิก็เมามากแท้ ๆ ทำไมถึงได้เรียกพลังมาบังคับใจเจ้านายของฉันได้
         “พาคุณเท็ตสึจิไปส่งข้างในเถอะค่ะ” ฉันรีบบอกคนขับรถให้เหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกหัวร้อนอะไรเท่าไหร่ที่คุณวาตานาเบะโดนคุณเท็ตสึจิจูบ คนขับรถไม่กล้าแยกคุณเท็ตสึจิออกจากเจ้านายของเขาในตอนแรก เพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของอดีตคนเป็นแฟนกัน ดังนั้นฉันจึงต้องทนเห็นภาพเจ้านายของฉันจูบกับคุณเท็ตสึจิตั้งหลายวินาทีกว่าที่คุณวาตานาเบะจะเอาปากตัวเองกลับไปเป็นอิสระได้อีกครั้ง
         อยากจะเข้าไปกระชากคุณเท็ตสึจิออกเสียเอง…ในตอนนั้นแต่ก็คิดอยู่ว่าจะเหมาะสมหรือเปล่า
         “มานั่งกับฉันข้างหลัง” คุณวาตานาเบะออกคำสั่งสั้น ๆ เมื่อคนขับรถลากคุณเท็ตสึจิออกไปจากรถได้สักที ฉันจึงย้ายพาตัวเองไปนั่งที่เบาะข้างหลังกับเจ้านาย เธอดูสร่างเมาขึ้นมานิดหน่อย อาจเพราะโดนจู่โจมจูบแบบนั้น หรืออาจตื่นเต้นไปกับแฟนเก่าของตัวเอง อันหลังที่เผลอคิดไม่ได้ตั้งตัวเกิดทำให้ฉันหัวร้อนขึ้นมาอีกครั้ง
         “รู้สึกแย่ใช้ได้เลย ไม่คิดว่าการจูบกับแฟนเก่าจะกลายเป็นอะไรที่แย่ได้ขนาดนี้” คุณวาตานาเบะแอบอิงพิงตัวเองกับไหล่ของฉัน เธอเปรยด้วยน้ำเสียงหดหู่ แล้วกอดฉันก่อนจะเงียบไป เป็นการกระทำที่ช่วยระงับความหงุดหงิดของตัวฉันได้ดีเลยทีเดียว
         ฉันไม่ได้พูดอะไรและปล่อยให้เจ้านายนอนไปแบบนั้นจนกระทั่งคนขับรถกลับมาและขับพาเราทั้งสองคนมาส่งที่บ้านของคุณวาตานาเบะ คนขับรถถามว่าจะให้ไปส่งที่บ้านฉันด้วยหรือเปล่าแต่ฉันปฏิเสธเขาไปเพราะอยากจะให้มั่นใจว่าใครบางคนแถวนี้ควรมีเพื่อนอยู่ด้วย เพราะเธอก็ยังเมาอยู่แม้กระทั่งตอนที่พยุงไปส่งในบ้าน
         “อย่าลืมอาบน้ำก่อนนอนด้วย จะได้สบายตัวค่ะ” คุณวาตานาเบะไม่ค่อยเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันบอกแต่เธอก็ยอมอาบน้ำอย่างว่าง่ายจนเกินไป
         “เข้ามาอาบกับฉันด้วยนะซายากะ” นั่นไงล่ะเพราะตั้งใจว่าจะทำแบบนี้ถึงได้ยอมอาบน้ำง่าย ๆ
         “คุณก็อาบเองคนเดียวสิคะคุณวาตานาเบะ ไม่เห็นต้องชวนฉันเลย…” ฉันกำลังจะโวยต่อแต่โดนขัดจังหวะ
         “เอาเป็นว่าฉันไม่ได้ชวนละกันนะ ซายากะมาอาบน้ำให้ฉันหน่อย” คุณวาตานาเบะเปลี่ยนท่าทางทำเป็นวางท่าชี้นิ้วออกคำสั่ง
         “นี่คุณ โตป่านนี้แล้วทำไมถึงอาบน้ำเองไม่ได้” รู้ว่าเจ้านายอยากแกล้งฉัน แต่เธอก็ยังยืนยันเรื่องให้ฉันไปอาบน้ำให้หัวชนฝา
         “ฉันเมาอยู่นะ” ใช่ฉันเชื่อว่าคุณวาตานาเบะเมา แต่ก็ดูเธอจะใช้เรื่องนี้เป็นข้อได้เปรียบในการอ้างทำอะไรเอาแต่ใจกับฉันจนได้

         ฉันใส่ชุดคลุมเดินเข้าไปหาคุณวาตานาเบะที่นั่งรออยู่ตรงอ่างอาบน้ำ ตอนแรกฉันยังคิดอยู่เลยว่าเธออาจจะอยากแช่น้ำให้สบายตัวก่อนนอน แต่ในอ่างก็ไร้ซึ่งฟองน้ำใด ๆ
         “ไม่แช่น้ำเหรอคะ”
         “ไม่ละ เดี๋ยวจะนอนแล้ว คงรบกวนซายากะไม่นานหรอก” คนตอบว่าแบบนั้น ก่อนจะลุกขึ้นมาและปลดเสื้อคลุมของตัวเองออกพร้อมกับยื่นฝักบัวส่งมาให้ฉัน “ถือให้หน่อย” ฉันเริ่มหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้เห็นเรือนร่างนี้อีกครั้งชัด ๆ ต้นคอขาวเด่นขึ้นมาทันทีเมื่อเธอรวบผมเป็นมวยไว้ด้านหลังเพื่อไม่ให้โดนน้ำ
         ที่ห้อยฝักบัวก็มี ทำไมเธอจะต้องให้ฉันเข้ามาถือฝักบัวให้ด้วย ฉันพยายามคิดไปเรื่องอื่นเพื่อไม่ให้สนใจอะไรมากนักกับร่างเปลือยของเจ้านายตัวเอง แต่การเฝ้าดูสายน้ำที่ไหลไปตามผิวขาว ๆ ก็ทำให้หัวใจหวิวขึ้นมา ฉันไม่ใช่ก้อนหินที่จะได้ไม่รู้สึกอะไร ยิ่งกับคุณวาตานาเบะด้วยแล้วล่ะก็…
         คุณวาตานาเบะเปิดน้ำพอประมาณ เธอรอให้น้ำชุ่มไปทั่วตัวตอนที่บอกให้ฉันย้ายฝักบัวไปตามจุดต่าง ๆ ก่อนจะปิดมันและหยิบขวดสบู่ยื่นให้ฉันแทนฝักบัว เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ฉันก็รับขวดนั้นมาพร้อมกับบีบน้ำเหลวกลิ่นหอมออกมาจากขวดนั่นและลูบไล้มือไปตามลำตัวของอีกคน
         รีบ ๆ ถูสบู่ให้ซะจะได้ออกไปจากสถานการณ์ที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่… ฉันทำเป็นไม่สนใจความนุ่มที่มือตัวเองสัมผัสได้ตอนถูสบู่ให้อีกคน ไม่ว่าจะเนื้อส่วนไหน ๆ ก็ตามและก้นงอนงามที่สวยดึงดูดใจเมื่อเธอหันหลังให้
         ไม่สนใจว่าหัวใจตัวเองเต้นเร็วแค่ไหน…
         ขอบคุณที่ฉันล้างสบู่ออกจากร่างกายของคุณวาตานาเบะได้สักที อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ต้องแตะต้องตัวเธอให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติอยู่แบบนี้ แต่เธอหันมาทำหน้าเจ้าเล่ห์อีกแล้ว ก่อนจะจู่โจมดึงเชือกเสื้อคลุมของฉันออกบ้าง พร้อมกับช่วยอาบน้ำให้ฉัน ไม่รู้ว่าจะทำใจดีเพื่อเหตุผลอะไรหรือเปล่า
         ฉันไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเป็นการอาบน้ำเท่าไหร่ เมื่อมือเรียวของเจ้านายลูบไล้บนตัวฉันเกินกว่าจะเรียกว่าการถูสบู่ให้ และฉันยิ่งมั่นใจว่าเธอไม่ได้อยากจะอาบน้ำให้ฉัน เมื่อเธอไล่มือจากหน้าขาก่อนจะเปลี่ยนทิศทางของมือและเริ่มลูบในส่วนที่ทำให้ฉันไม่มั่นคงทางอารมณ์หนักกว่าเดิม
         คุณวาตานาเบะไม่อ่อนโยนกับฉันเท่าไหร่และรุกล้ำรอบปากของฉัน ฉันยอมให้เธอละโลมเลียริมฝีปากอย่างสนุกสนานและอดทนได้ไม่นานก็จูบเธอกลับไป พร้อมทั้งรุกเธอกลับด้วยการซุกซนดมกลิ่นหอมจากสบู่ที่เพิ่งถูไปกับต้นคอขาวของคุณวาตานาเบะ รวมถึงจับจองก้นงอนงามที่แอบมองเมื่อพักใหญ่
         ฉันกลายเป็นคนพาคุณวาตานาเบะกลับมาที่ห้องนอนของเธอและกดร่างเธอไว้กับเตียงพร้อมทั้งเริ่มสำรวจร่างกายของเจ้านายอีกรอบ การลากลิ้นลิ้มรสกลิ่นเนื้อกายของคุณวาตานาเบะไม่ได้อะไรนอกจากความหอมหวานและการสนองต่อความต้องการของฉันเอง สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอคงชอบกว่าการโดนแฟนเก่าจูบ เพราะภาษากายของคนที่นอนเปลือยอยู่บนเตียงแสดงออกถึงความต้องการที่ตรงกับฉัน
         เธอพอใจฉัน…

         รอบริมฝีปากของคุณวาตานาเบะเริ่มเป็นรอยแดงแล้ว แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ฉันจะหยุดจูบเธอแม้แต่น้อย ในเมื่อเราทั้งคู่มีความคิดแบบเดียวกัน ตอนที่ฉันไล้ลิ้นโลมเลียรอบยอดอกที่แข็งชูชันขึ้นมา ประคองปลายลิ้นให้สัมผัสแผ่วเบา เธอจูบหน้าผากฉัน คล้าย ๆ เรียกให้เข้าไปหา ต้องการแลกลิ้นกับฉันเหรอ ได้สิ ได้เสมออยู่แล้วสำหรับเธอคนนี้ ทำไมฉันจะทำให้คุณวาตานาเบะไม่ได้ ดูท่าคงไม่อยากให้ฉันละปากไปจากเธอไม่ว่าจะส่วนไหน แต่ในเมื่อฉันมีเพียงหนึ่งปาก ดังนั้นจึงต้องใช้ส่วนอื่นสัมผัสคุณวาตานาเบะแทน
         คุณวาตานาเบะยอมให้ฉันแยกขาเธอออกแต่โดยดี ยอมทุกอย่างเมื่อฉันบรรจงวนลิ้นไปทั่วเพื่อสำรวจจุดที่ไวต่อการสัมผัส รวมทั้งได้ขบเม้มดุนลิ้นกับมัน เธอนอนหายใจเป็นห้วงสั้น ๆ เกร็งตัวกำมือแน่น เมื่อฉันเริ่มดันนิ้วจำนวนหนึ่งเข้าไป กดมันเข้าไปจนสุดโคนนิ้ว ฉันสอดใส่นิ้วเข้าไปยังส่วนนุ่มอุ่นภายในตัวเธออย่างง่ายดายเพราะบริเวณนี้เต็มไปด้วยความลื่นจากสารหล่อลื่นของเธอเอง ก่อนพลิกให้อีกคนนอนตะแคงข้างแล้วสอดตัวเองเข้าไปนอนข้างคุณวาตานาเบะ โดยไม่ลืมจูบใบหูกาง ๆ ที่กำลังแดงอยู่ ขณะลูบให้ปลายนิ้วสัมผัสโดนจุดกระสันและเริ่มดันปลายนิ้วเข้าออกจากช้าและไวขึ้น
         จนในที่สุดก็ทำคุณวาตานาเบะเอี้ยวตัวไปนอนคว่ำไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร ทำให้ฉันต้องตามเข้าไปนอนประกบแล้วสอดมือไปจนถึงเนินเนื้อนั่นอีกครั้ง หักข้อมือให้ปลายนิ้วเจอกับจุดกระตุ้นที่ไวต่อการถูกสัมผัสนั้นและลูบไล้ซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่ยอมแพ้
         “โมโหอะไรหรือเปล่าเนี่ย” คุณวาตานาเบะเอ่ยไม่เต็มเสียงพลางสูดหายใจ แต่เธออารมณ์ดีเลยละ เมื่อฉันสลับย้ายพาตัวเองไปซุกซอกคอเธออีกครั้ง เธออาจจะนอนคว่ำเพื่อหลบมือฉันแต่ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี ตอนนี้จึงพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากันตรง ๆ นอนหงายให้ฉันคร่อมเธอไว้อีกครั้ง
         “หงุดหงิดที่คุณจูบกับคนอื่น ฉันเห็นเต็มสองตา คุณไม่เห็นปฏิเสธเขาเลยล่ะคะ” ฉันรู้ว่าเธอคงไม่ได้อยากจะจูบแต่อดบ่นไม่ได้
         “ฉันไม่ผิดนะซายากะ” อีกคนตอบไปพร้อมกับจูบถี่ ๆ เธอแลบลิ้นแตะริมฝีปากฉันไปด้วย ฉันจัดการลิ้นนั่นด้วยการดูดมันยกใหญ่ ราวกับว่าต่อไปลิ้นนี้จะรับรู้ได้แค่รสชาติที่ชื่อยามาโมโตะ ซายากะเท่านั้น
         “ไม่ได้บอกว่าคุณผิดนี่คะ” คุณวาตานาเบะออกแรงขยับมือแกล้งดึงแก้มฉันทั้งสองข้าง เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
         “แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าเหมือนฉันจะผิดนิด ๆ กันนะ ผิดที่ไม่ทำท่าปฏิเสธเท็ตจิหรือเปล่า”
         “ฉันก็แค่หงุดหงิด” ฉันเขินคุณวาตานาเบะซะเองที่พูดออกไปแบบนั้น ไปทำให้เจ้านายได้ใจอีกแล้ว ก็เลยถอนลิ้นตัวเองที่เล่นกับลิ้นของเธอ หลบปากคนที่ฉันนอนคร่อมตัวก้มไปจูบเนินอกแทนพร้อม ๆ กับสอดตัวเองเข้าไป
         ขยับสะโพกวนเบียดแนบเนื้อกับเธอซ้ำ ๆ สร้างความวูบวาบ ส่งผ่านความหวั่นไหวไปทั่วทั้งร่าง ให้สิ่งนี้คลายความปวดที่กดดันฉันอยู่จนทำให้รู้สึกไม่สบายตัว
         ขยับร่างกายของเราไปมา บีบคลึงและถูปลายนิ้วโป้งกับก้อนเนื้อตรงยอดหน้าอกไม่ให้มันต้องเหงา พร้อม ๆ ฟังเสียงใครสักคนแถวนี้ครวญครางแผ่วเบาด้วยความชอบใจ
         …

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (10) (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s