[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (11) (SayaMilky)

Posted on Updated on

รูปภาพ ต้นฉบับ

         บทที่ 11
         “ฮัดเช้ย !” เลขาส่งเสียงทักทายอู้อี้ เมื่อเดินเข้ามาในห้องทำงาน ซายากะสวมหน้ากากอนามัยเอาไว้ ก็เลยแปลกตานิดหน่อย ตอนได้เห็นแค่ดวงดาเนือย ๆ ที่โผล่พ้นออกมา
         “ไม่สบายเหรอซา…” ฉันยังพูดไม่จบก็มีคนทำตาดุฉันอีกแล้ว “ไม่สบายเหรอคะคุณยามาโมโตะ” ฉันถามลากเสียง พอไม่สบายเธอดูจู้จี้กับฉันยิ่งกว่าเก่า ห้องนี้ก็ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยสักหน่อย แค่เผลอเรียกชื่อเลขานิดเดียว เธอทำเป็นตาขวางใส่
         “โรคภูมิแพ้กำเริบค่ะ ฉันก็เลยจามไม่หยุด เหมือนจะไม่สบายด้วย แต่ท่านประธานไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันเตรียมเอกสารทุกอย่างไว้พร้อมแล้วว่าจะอยู่สะสางงานให้คุณ พอช่วงบ่ายจะขออนุญาตลาไปพัก” เจ้าตัวรายงานพอสังเขป ถึงแม้จะเสียงไม่สดชื่นเท่าไหร่ แต่ก็พอฟังออกว่าเธอพูดอะไร รวมทั้งงานอีกเพียบที่เตรียมเอาไว้ให้ฉัน
         “คุณกินยาแล้วหรือยังคะ มียามาด้วยหรือเปล่า” ฉันไม่สนใจเอกสารที่อยู่ตรงหน้าแล้วตอนนี้ เมื่อลอบมองเลขาที่อาการค่อนข้างน่าหวั่นใจ ซายากะทำท่าจะจามแต่แล้วก็เงียบไปก่อนจะตอบฉัน
         “ฉันมียาที่กินแล้วจะง่วงน่ะค่ะ ยังไม่ได้ไปซื้อใหม่สักที ยาแบบที่กินแล้วไม่ทำให้ง่วงจนไปกระทบกับการทำงาน คิดว่าจะกินตอนบ่ายที่ขอลา จะได้พักผ่อนให้เต็มที่” ซายากะจบประโยคด้วยการจามดังลั่นอีกสองครั้งติด ๆ กัน เลขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับอาการของเธอ
         “คุณทำงานไปถึงไหนแล้วคะ ก่อนจะลาตอนบ่ายนั่นน่ะ”
         “ฉันคิดว่าทำเกือบครบหมดแล้วนะคะ เหลือตรวจเอกสารบางอย่างเท่านั้นเอง”
         “ทำไมไม่ลาไปซะตอนนี้เลยล่ะคะ งานก็เสร็จเกือบหมดแล้วนี่ ใช้วันหยุดให้คุ้มค่าไงล่ะ” ซายากะส่ายหัวเธอบอกว่าขอลาตอนบ่ายดีกว่า เพราะไม่อยากจะเสียงาน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

         ฉันกดโทรเรียกเธอเข้ามาหาอีกครั้ง ซายากะทำหงุดหงิดนิด ๆ เมื่อฉันบอกว่าจะให้เธอนวดให้หน่อย เธอเอาเรื่องคราวก่อนที่เกิดปัญหาตอนนวดให้ฉันมาเป็นข้ออ้างว่าไม่สมควรทำเป็นครั้งที่สอง
         “เอาเถอะ ฉันไม่ได้จะเรียกคุณให้มานวดหรอก จะเรียกคุณมานอนพักในห้องฉันนี่แหละ”
         “อะไรนะคะ ท่านประธาน”
         “ยาแก้อาการภูมิแพ้คุณอยู่ตรงไหน เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้” ฉันเสนอตัวแต่ซายากะไม่เห็นด้วยกับความหวังดีของประธานบริษัทอย่างฉัน
         “นี่คุณ ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก” ซายากะยังดื้อดึงจะไม่ยอมพัก
         “คุณไปนั่งรอฉันตรงโซฟา”
         “แต่ว่า…”
         “ฉันขอสั่งให้คุณไปนั่งตรงโซฟา เข้าใจมั้ยคะคุณยามาโมโตะ ฉันไม่สนว่าคุณจะคิดว่าตัวเองสบายดี หรือยังทำงานไหว ฉันไม่สนใจมัน ถ้าคุณเข้าใจดีแล้ว ก็ช่วยทำตามคำสั่งของฉันด้วย” ฉันเดินดุ่มออกมาทันที โดยปล่อยซายากะไว้เบื้องหลัง ซึ่งการหายาไม่ได้เสียเวลาอะไรมาก เนื่องจากฉันไม่ได้หาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉันคว้าเอากระเป๋าส่วนตัวของเลขาทั้งใบเข้าไปด้านในห้องทำงาน จะให้ทำไงได้ ซายากะทำเป็นดื้อไม่ยอมบอกเองว่ายาอยู่ตรงไหน
         ฉันส่งกระเป๋าให้ซายากะและบอกให้เธอเตรียมยาเอาไว้ จากนั้นก็ออกมาหาน้ำดื่มเพื่อให้เธอกินยา เลขาที่โดนฉันดุทำทุกอย่างโดยไม่เถียงอะไรอีก เพราะฉันส่งสัญญาณไปว่าฉันต้องการให้เธอพักผ่อน และไม่ได้ต้องการมานั่งฟังเธอเถียงเรื่องอะไรก็ตาม ซึ่งยิ่งทำให้เวลาพักผ่อนน้อยลงไปเรื่อย ๆ
         “ยาจะทำให้ฉันง่วงนะคะท่านประธาน” เลขากำยาเอาไว้ในมือและบอกฉัน เธอคิดว่าฉันจะเปลี่ยนใจและสั่งใหม่ว่า ‘ไม่ต้องกินยาหรอกนะ ถ้ามันจะทำให้คุณง่วง’ จะบ้าเหรอ เธอไม่ได้ขับรถหรือทำงานเสี่ยงอันตรายสักหน่อย ทำไมจะง่วงตอนนี้ไม่ได้ ดีซะอีกที่ง่วง ฉันจะให้เธอพักจนกว่าจะถึงช่วงบ่ายนั่นแหละ
         “ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องบอกซ้ำ” ซายากะหน้าจ๋อยไป เมื่อฉันยังคงใช้น้ำเสียงจริงจังและค่อนข้างตำหนิอยู่ในที เธอถอดหน้ากากอนามัยออกไปเพื่อเตรียมกินยา หลังจากซายากะกลืนยาเข้าไปแล้วฉันก็ยืนจ้องเธอจนอีกคนเอ่ยปากถาม “จะให้นอนตรงโซฟานี้จริง ๆ เหรอคะ”
         ฉันไม่ตอบคำถามนั้น และเดินเข้าไปดึงหน้ากากอนามัยที่ซายากะเพิ่งจะใส่ใหม่เมื่อกี้ลงมา พร้อมเชยคางอีกคนให้แหงนหน้าก่อนจะจูบเธอเบา ๆ สักพักก็หย่อนตัวเองลงนั่งข้าง ๆ ซายากะบนโซฟา แขนข้างหนึ่งยันพนักพิงไว้
         “ใช่สิ คุณต้องนอนพักเดี๋ยวนี้” ฉันบอกด้วยความเป็นห่วง ซายากะกะพริบตาครุ่นคิด เธอหันไปมองทางประตูสองสามรอบ สลับกับมองฉัน “ฉันล็อคประตูแล้ว นอนพักเถอะนะซายากะ”
         เมื่อซายากะพยักหน้า ฉันก็แทบกระโดดด้วยความดีใจที่เลขาจะยอมพักสักที แต่พอขยับตัวลุกออกมาจากโซฟาเพื่อให้พื้นที่อีกคนได้นอนพักเต็มที่ ซายากะเรียกฉันไว้ คงไม่ได้เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาหรอกใช่มั้ย
         “จนกว่าฉันจะหลับ คุณช่วยอยู่กับฉันก่อนได้มั้ยคะ” ฉันลงไปนั่งข้าง ๆ ซายากะอีกครั้ง เหมือนถูกสะกดด้วยอะไรสักอย่าง ถึงแม้จะไม่ค่อยรู้สึกเชื่อถือสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากปากซายากะเท่าไหร่
         เลขาขยับเข้ามาพิงอกฉัน เธอกึ่ง ๆ จะซุกหน้าแต่ก็ยังมีอาการประหม่าฉันจึงย้ำให้เธอมั่นใจอีกครั้งว่าล็อคประตูแล้ว ซายากะถึงกล้าและวางใจที่จะซบหัวซุกหน้ากับฉัน หลังจากนั้นก็จามใส่ฉันอยู่หลายครั้ง กว่าจะเริ่มสงบลงเพราะยาออกฤทธิ์ ฉันประคองซายากะเอาไว้หลวม ๆ แต่สุดท้ายก็กอดเธออยู่ดี เพราะโดนซายากะเปิดทางให้กอด เมื่อเธอกอดฉันอ้อน ๆ ก่อน
         “หมอนวีไอพีแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะ” ฉันก้มเอาแก้มไปแนบกับหัวของซายากะไว้ เมื่อแกล้งหยอกเธอ
         “หมอนวีไอพีแบบนี้…เป็นของฉันใช่หรือเปล่าคะท่านประธาน” เป็นคำอู้อี้ที่ฟังชัดเจนที่สุดตั้งแต่เคยได้ยินมาเลย
         “เป็นของคุณเสมอค่ะ…คุณเลขา”

         ซายากะขอลาป่วยเพราะไม่สบายอย่างที่เธอบอกไว้ตั้งแต่เช้าว่าช่วงบ่ายจะกลับไปพัก ฉันเอาแต่นั่งคิดเรื่องของเลขาตัวเอง ขณะอ่านเอกสารรายงานประจำเดือนเหมือนอย่างเคยแต่อ่านไม่ค่อยลื่นหัวเท่าไหร่ ฉันอยากหาเวลาไปดูแลเธอ แต่ก็ยังเคลียร์งานไม่เสร็จ รายงานจำนวนมากที่ซายากะจัดการไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ยิ่งทำให้ฉันคิดถึงคนที่นั่งประจำอยู่หน้าห้องของฉัน
         ซายากะไม่วายย้ำให้ฉันทำงานให้เสร็จก่อน ถึงจะไปหาเธอที่บ้านได้ แต่ฉันทำเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกว่างานยุบลงไปบ้างเลยสักนิดเดียว ฉันอยากเลิกงานก่อนเวลาเพื่อแวะไปที่พักของซายากะ แต่สุดท้ายก็โดนงานดึงไว้จนค่ำ ฉันเป็นประธานบริษัทแต่กลับเชื่อฟังเลขาจนยอมอยู่ทำงานจนมืด เรื่องนี้น่ะ ถ้าเจ้าตัวถามฉันจะได้ยืดอกตอบอย่างมั่นใจว่างานทุกอย่างเสร็จแล้ว
         ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องของกินอื่นนอกจากพวกเนื้อย่างและก็เบียร์เท่าไหร่ ก็เลยขอให้คนขับรถช่วยบอกหน่อยว่าเมื่อคนไม่สบาย เขาชอบกินอะไรกันบ้างและอาหารอะไรที่จะช่วยให้คนไม่สบายรู้สึกดีขึ้น ถ้าเกิดว่าเบียร์จะทำให้คนไม่สบายรู้สึกดีขึ้นมาได้ล่ะก็ ฉันยินดีนั่งดื่มอยู่เป็นเพื่อนกับซายากะได้ทั้งคืน แต่เรื่องเบียร์นั่นมันคงไม่มีทางเป็นจริงไปได้ ไว้ชวนเธอไปกินวันหลังดีกว่า

         ซายากะเปิดประตูออกมาต้อนรับด้วยสภาพอิดโรย ผมเผ้ายุ่งที่บอกฉันว่าเธอเพิ่งลุกมาจากที่นอน ฉันรีบเข้าไปจับตัวเธอด้วยความเป็นห่วง และพบว่ามันร้อนมาก คิดว่าอาจจะมีไข้อ่อน ๆ ซายากะเดินกลับเข้าไปข้างใน ฉันรีบตามเข้าไปและวางของกินที่ซื้อติดมือมาด้วยไว้บนโต๊ะในห้องครัว
         “ไปหาหมอมั้ยซายากะ” ฉันเดินตามเข้ามาจนถึงในห้องนอน ซายากะน่าจะอยากนอนมากกว่า จะเลือกกินอาหารอะไรลงไปในท้อง ยิ่งสภาพร่างกายกำลังอ่อนแอคงหมดแรงอยู่
         “ถ้ายังไม่ดีขึ้นฉันจะไปค่ะ แต่พอได้นอนพักก็รู้สึกว่าค่อยยังชั่วขึ้นเยอะแล้ว” ซายากะกะพริบตาช้า ๆ ตอนนี้เธอซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนที่นอน ฉันโดนซายากะดึงมือออก เมื่อไปจับหน้าเธอ เลขาส่งยิ้มที่อ่อนเพลียมาให้
         “เดี๋ยวคุณก็ติดไปด้วยอีกคนหรอกค่ะ มาหาฉันได้แต่อย่าคลุกคลีกับฉันตอนนี้เลยค่ะ ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะคอยดูแลคุณ”
         “อย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องนั้นเลย ฉันไม่กลัวหรอก ทำไมทีเมื่อเช้าไม่เห็นซายากะจะสนใจเลยว่าฉันจะอยู่ใกล้แค่ไหน” เลขาตัวนิ่มที่ขอร้องให้ฉันอยู่กับเธอก่อน พอคิดถึงแล้วก็อยากกอดซายากะอีก
         “ก็นั่นมันตอนเช้านี่คะ ไม่ใช่ตอนนี้”
         “ปล่อยมันไปก่อน ตอนนี้ซายากะนอนพักเถอะ” ฉันไม่ยอมแพ้และท้าทายด้วยการลูบหน้าเธอเบา ๆ
         “ไม่ได้นะคุณ เมื่อเช้าฉันยังไม่มีไข้ ถึงได้ทำอะไรแบบนั้นลงไป แต่ตอนนี้ฉันไม่สบายมีไข้ด้วย ถ้าคุณเสร็จธุระแล้วก็กลับไปสิคะ” ซายากะบอกมีน้ำเสียงหงุดหงิดเจืออยู่ ทั้งที่หลับตา แต่ใครจะกลับกันล่ะ เมื่อเห็นซายากะเป็นหนักขนาดนี้
         “รู้ได้ยังไงว่าฉันเสร็จธุระตอนไหน ฉันยังไม่หายห่วงซายากะเลยสักนิด เพราะงั้นเรื่องอะไรจะกลับ”
         “ตามใจคุณนะคะ ถ้าไม่สบายขึ้นมาอีกคน ก็รับผิดชอบตัวเองละกัน”
         “ต่อให้ซายากะจะทำเป็นไม่สนใจฉัน แต่เมื่อกลางวันน่ะ ฉันมีความสุขมากนะ ฉันได้รับความไว้วางใจจากซายากะ”
         “คุณมีความสุขที่ฉันไม่สบายเหรอคะ” ซายากะว่าลอย ๆ เธอยังหลับตาอยู่ตอนที่ฉันแอบชะโงกไปดูเงียบ ๆ จากนั้นจึงลักหอมแก้มเธอฟอดใหญ่โทษฐานยอกย้อน
         “ไม่มีทางที่ฉันจะคิดแบบนั้น ฉันแค่ตามมาเป็นหมอนวีไอพีให้ถึงที่บ้านคุณนะคะ” ฉันค่อย ๆ รวบร่างของอีกคนเข้ามากอด หลังจากกระโดดขึ้นไปบนเตียงและซุกตัวอยู่ข้างซายากะ “นี่ก็เป็นที่ส่วนตัวด้วย ไม่ต้องคิดเรื่องงานเรื่องสถานะของเรา อย่างเวลาที่อยู่ที่ทำงานได้มั้ยซายากะ” ซายากะถอนหายใจ เธอยิ้มนิดนึง
         “คุณ…เอาเถอะ คุณอยากทำอะไรก็ทำเถอะค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่สนใจอยู่แล้ว” หลังจากรับได้กับความจริงข้อนี้ซายากะก็ยอมอยู่ในอ้อมกอดของฉันและเห็นฉันเป็นที่พึ่งพา ไม่จ้องจะขับไล่เหมือนตอนแรก
         “ตัวคุณร้อนนะ ถ้ายังไม่ดีขึ้นฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาลจริง ๆ ด้วย”
         “ก็คุณนั่นแหละเข้ามานอนเบียดฉันมันถึงได้ร้อน” ซายากะแกล้งทำเป็นดุว่ากล่าวฉันก่อนจะนอนหลับไปอีกครั้ง
         …

         คุณวาตานาเบะแข็งแรงดีเกินคาด เธอนอนกอดฉันทั้งคืนแต่ก็ยังสบายดีไม่ติดไข้ฉันสักนิด ฉันว่าจะหาร้านเนื้อย่างอร่อย ๆ แล้วพาเธอไปกินสักหน่อยเพื่อเป็นการตอบแทนที่เธอดูแลฉันซึ่งค่อนข้างงี่เง่าอยู่บ้าง ณ ช่วงเวลานั้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ว่างไปสักที
         “มาหาท่านประธานเหรอคะ” ฉันส่งยิ้มต้อนรับเมื่อหางตาเห็นว่ามีคนเดินเข้ามา ถึงแม้ว่าจริง ๆ จะไม่ค่อยอยากต้อนรับเท่าไหร่ คุณเท็ตสึจิยิ้มเดินพุ่งเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของฉัน
         “ผมมาหาคุณน่ะครับ” ชายหนุ่มตอบ ฉันแปลกใจว่าเขากำลังคิดอะไรของเขากันแน่ หรือว่าจะเป็นเรื่องที่ท่านประธานเคยเตือนเอาไว้
         “ฉันเหรอคะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันหยั่งเชิงถามพยายามไม่ให้ดูตื่นเต้นตกใจเกินไป
         “ขอโทษนะฮะ แต่คุณกับมิยูกิ เป็นมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องหรือเปล่าครับ” สายตาคมที่จับจ้องและมองทะลุทะลวงเพื่อหาความจริงในสิ่งที่เขาอยากรู้ คุณเท็ตสึจิถามฉัน เล่นเอาแทบกระอัก
         เขารู้ได้ยังไงในเมื่อฉันไม่เคยทำกิริยาอะไรที่แสดงให้เข้าใจว่าฉันกับท่านประธานมีบางอย่างต่อกัน มีความสัมพันธ์กัน มีความห่วงใยมากกว่าเพื่อนร่วมงานให้แก่กัน
         “ฉันอาจจะดูแลคุณวาตานาเบะมากเกินไป แต่คุณเท็ตสึจิคงไม่ได้ระแวงฉันอยู่หรอกนะคะ ฉันก็เป็นแค่เลขาต๊อกต๋อย” ฉันตอบแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ยอมรับตรง ๆ ว่าฉันเกินเลยแค่ไหนกับประธานบริษัทที่จ้างฉันทำงานอยู่ทุกวันนี้ แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริงจนเกือบตะกุกตะกักให้เขาจับผิดได้

         “ผมแค่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติของมิยูกิ ก็แค่รู้สึกว่า ‘บางอย่าง’ มันไม่น่าเป็นแค่เรื่องธรรมดา ผมเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์อะไรในตัวมิยูกิอีกต่อไปแล้ว หลังจากเลิกรากัน แต่…ก็เพราะคุณเป็นแค่เลขาต๊อกต๋อย ผมถึงได้ไม่ไว้ใจ” เขาว่าคำพูดของคนเรานั้นแปรียบได้กับอาวุธร้ายกาจ ฉันคิดว่าเพิ่งโดนอาวุธพิฆาตจากอดีตแฟนเก่าของเจ้านายเข้าอย่างจัง
         “คะ ?” ฉันปรับสีหน้าทำเป็นไม่เข้าใจ ซึ่งตรงข้ามกับความเจ็บปวดที่ทิ่มแทง ว่าฉันเป็นใคร ที่สำหรับฉันมันอยู่ตรงไหน
         “คุณ…” ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า ส่ายหัวเห็นไม่ด้วยและลดเสียงลง การที่เขาทำแบบนี้ก็คงไม่อยากให้คนที่อยู่ในห้องได้รู้ได้เห็นการสนทนาระหว่างเรา “ผมเข้าใจว่าคุณสองคนคงชอบกัน เข้าใจว่ามิยูกิหลงคุณ หลงคุณมาก ๆ ผมอิจฉาคุณที่คุณได้รับความสนใจจากมิยูกิมากกว่า ผมแค่คิดว่ารู้สึกได้ว่ามันไม่ปกติระหว่างคุณกับมิยูกิ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่คุณจะอยู่เคียงข้างมิยูกิ คุณช่วยเหลืออะไรมิยูกิได้บ้างเหรอครับ”
         ถ้านี่เป็นข้อสอบ ฉันคงไม่รู้ว่าจะหาคำตอบได้หรือเปล่า ถึงต่อให้มีตำราเป็นพันเล่ม มีผู้ช่วยอีกนับไม่ถ้วน ก็ไม่แน่ใจอยู่ดีว่าฉันจะตอบเขาได้ เพราะที่จริงฉันอาจไม่สามารถดูแลอะไรคุณวาตานาเบะได้
         ฉันได้แต่รอฟังคำพูดจากอดีตแฟนของคุณวาตานาเบะ ทำให้ฉันหน้าชาซ้ำ ๆ ฉันอาจแค่ช่วยทำให้คุณวาตานาเบะมีความสุข แต่ความสุขเหล่านั้นจะเป็นไปในทิศทางไหน
         “ฉัน…”
         “คุณเก่ง จัดการอะไรหลาย ๆ อย่างได้ในฐานะเลขา แต่คุณจะดูแลมิยูกิได้จริง ๆ เหรอครับ ผมเป็นห่วงมิยูกิ ถ้าสักวันคุณทำให้เธอเสียใจขึ้นมา คุณเคยได้คิดเรื่องนี้ไว้บ้างหรือเปล่าครับ หรือแค่คิดว่าขอแค่มีความสุขกับวันนี้แล้วไม่มองถึงอนาคตข้างหน้าเลย” คุณเท็ตสึจิยังคงตั้งคำถาม
         ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องเจ็บปวดกับความจริงข้อนี้ ดวงตาร้อนผ่าวที่ต่อให้ฝืนมันแค่ไหนก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ หยดน้ำร้อนที่ไหลออกมาอาบแก้มทำให้ชายหนุ่มอีกคนหยุดคำพูดตำหนิต่าง ๆ นานาลง
         “ขอโทษด้วยครับ ถ้าการที่ผมพูดความจริง เพราะผมเป็นห่วงคนที่ผมแคร์มากที่สุด อาจจะทำให้คุณต้องเสียใจ”
         “ฉันเข้าใจสิ่งที่คุณรู้สึกดีค่ะคุณเท็ตสึจิ” ฉันเข้าใจดีแม้ว่าตอนนี้หัวของฉันมันจะโล่งและว่างเปล่าหลังจากโดนแทงใจดำเข้าไปเต็ม ๆ
         “ผม…ไม่ได้อยากขัดขวางเรื่องของคุณสองคนนะครับ ถ้ามิยูกิมีความสุขผมก็ยินดี แต่ผมแค่อยากขอความมั่นใจว่าคุณจะดูแลมิยูกิได้” คุณเท็ตสึจิจ้องฉันนิ่ง แต่ฉันกลับนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากให้คำมั่นสัญญาใด ๆ เพราะฉันไม่รู้เลยว่าฉันจะทำอะไรได้ในอนาคตข้างหน้า
         เรื่องระหว่างฉันกับคุณวาตานาเบะ
         …

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (11) (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s