[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (7) (SayaMilky)

Posted on Updated on

รูปภาพ ต้นฉบับ

         บทที่ 7
         “ที่จริงทางฉันเองก็อยากจะเข้ามาพูดคุยกับคุณก่อนหน้านี้นะคะ แต่ไม่มีโอกาสที่เหมาะสมสักที หลังจากที่จูรินะ ทำกริยาไม่สมควรกับคุณในวันนั้น” ฉันพยักหน้ายิ้มแย้มระหว่างปล่อยให้ผู้มาเยือนพูดต่อไปเรื่อย ๆ
         นี่ไม่ใช่การกล่าวหาอีกฝ่ายว่าผิดแต่อย่างใด ขณะนั่งฟังผู้หญิงผมยาวสีดำท่าทางสุขุม สง่า มีภาวะความเป็นผู้นำแสดงออกมาอย่างเด่นชัด รวมทั้งความโอบอ้อมอารีที่มีต่อคนที่มากับเธอด้วย
         มัตสึอิ เรนะกวาดมือไปทางผู้หญิงอีกคนซึ่งหน้าตาอ่อนเยาว์กว่า พวกเราเคยเจอกันก่อนหน้านี้แล้ว เธออธิบายสาเหตุที่ทำให้มาพบฉันครั้งนี้ พร้อมกับคนที่เคยมีเรื่องกับซายากะ อีกหนึ่งมัตสึอินั่งด้วยกริยาสงบและยังเป็นผู้ใหญ่มากกว่าวันนั้นด้วย อย่างน้อย ๆ ฉันก็เห็นว่ามันเป็นแบบนั้นละนะ เธอมองฉันสลับกับมัตสึอิคนพี่ไปมา
         พอได้เห็นมัตสึอิ จูรินะไม่เมาแล้ว เธอต่างไปจากวันที่เจอกันครั้งแรกสิ้นเชิง ฉันแอบดีใจเล็ก ๆ ที่อย่างน้อยฉันในตอนเมา ก็ไม่ได้เป็นพวกเละเทะ ซึ่งซายากะเคยชมไว้ ฉันคอยชำเลืองมองเลขาของตัวเองอยู่เป็นระยะ เธอเองก็อยู่ในห้องด้วย แต่ซายากะก็ไม่ได้มีทีท่าจะไปตะลุมบอนกับอีกฝ่าย
         “ฉันต้องขอเรียนคุณมัตสึอิตามตรงนะคะ ว่าไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว และเลขาของฉันเองก็เช่นกัน” ซายากะไม่ได้พูดอะไรเมื่อยังคงนิ่งสงบ ฉันเลยอธิบายต่อ
         “วันนั้นพวกเราต่างก็ลงไม้ลงมือด้วยกันทั้งคู่ ฉันคิดว่า…นั่นคงเพียงพอแล้วในด้านความรู้สึกส่วนตัวนะคะ ได้แผลกันไปพอสมควร จะเรียกว่าได้ความตื่นเต้นสักครั้งหนึ่งของชีวิตก็ได้นะคะ” มัตสึอิ เรนะนั่งยิ้มตอนที่ฉันมองไปทางเธอสลับกับมัตสึอิ จูรินะ
         จริง ๆ วันนั้นมันทำให้ฉันได้ขยับความสัมพันธ์กับซายากะเข้าไปอีก แบบนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอกกับการมีแผลนิด ๆ หน่อย ๆ
         “มีแต่ฉันที่ไร้รอยแผลอยู่คนเดียว พอได้ยินคุณวาตานาเบะพูดแบบนี้ ยิ่งรู้สึกผิดเลยค่ะ”
         “หวังว่านั่นคงไม่ใช่วิธีหยอกล้อแบบแรง ๆ ใช่มั้ยคะคุณมัตสึอิ” มัตสึอิคนพี่ส่ายหัวปฏิเสธ เธอหันไปส่งยิ้มให้กับซายากะด้วย
         “ฉันจะมาขอโทษอย่างเป็นทางการกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยังไงก็ตามเห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์วันนั้นน้องสาวของฉัน จูรินะ ตั้งใจหาเรื่องฝ่ายพวกคุณก่อน” มัตสึอิ เรนะหันไปมองน้องสาวแล้วพยักหน้าเป็นการกระตุ้นให้อีกคนพูด
         “ต้องขออภัยที่เสียมารยาทค่ะ คุณวาตานาเบะ และทำให้คุณได้รับบาดเจ็บในวันนั้น” มัตสึอิ จูรินะก้มหัวช้า ๆ เธอไม่ได้แสดงกริยาว่าต่อต้านใด ๆ และกล่าวคำขอโทษอย่างจริงจัง ด้วยน้ำเสียงนุ่มน่าฟังและฉันว่าถ้ามัตสึอิคนนี้ใช้โทนเสียงออดอ้อนละก็ ท่าทางเธอจะดูกรุ้มกริ่มไม่เบา
         “คุณมัตสึอิทราบว่าฉันได้รับบาดเจ็บด้วยเหรอคะ” ฉันแปลกใจที่เธอจะรู้เรื่องนี้ เพราะวันนั้นน่าจะเมาเละไม่เบา อีกอย่างในแง่ปกติถ้ามีเรื่องกัน การที่อีกฝ่ายเกิดความเจ็บปวดมากเท่าไหร่ นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่คู่กรณีอยากให้เป็น
         “พี่เรนะบอกฉันค่ะ หลังจากที่ฉันหายเมาแล้ว” ท้ายเสียงตรงคำว่าเมา มีความเขินอายผสมอยู่ ฉันมองใบหน้าที่รับกับจมูกโด่ง ๆ ของเธออย่างเพลิดเพลิน “ขอโทษที่เสียมารยาทกับคุณด้วยค่ะ” เจ้าของจมูกโด่งหันไปทางซายากะและกล่าวสั้น ๆ
         “ขออภัยที่ฉันเองก็เสียมารยาทกับคุณมัตสึอิค่ะ” ซายากะตอบกลับคนที่ขอโทษเธอ
         “ปกติแล้ว…” ฉันมองคนที่จะถามอย่างตั้งใจ “ไม่ค่อยดื่มของมึนเมาใช่มั้ยคะ” มัตสึอิ เรนะทำเนียนเอามือป้องปาก ฉันว่าเธอกำลังหัวเราะน้องสาวตัวเอง ในขณะที่คนถูกถามอย่างมัตสึอิ จูรินะ หน้าแดงแจ๋เพราะความเขิน
         “คือฉัน…” มัตสึอิ จูรินะยังอึกอักตั้งนานกว่าจะยอมเฉลย “ไม่ใช่คนดื่มเหล้าเลยค่ะ” กะแล้วเชียวฉันคิดในใจพร้อมกับแอบขำท่าทางลุกลี้ลุกลนของมัตสึอิ จูรินะ
         “ทุกวันนี้ฉันชอบขลุกอยู่บ้านแล้วก็ทำแต่อาหารนี่คะ ไม่ใช่พวกชอบออกไปไหนนอกบ้านแบบพี่เรนะหรอก” มัตสึอิคนพี่หันหน้าไปมองน้องตัวเองอย่างสงสัย สรุปตอนนี้เธอเป็นคนผิดเรื่องอะไรอยู่หรือเปล่า เพราะโดนน้องสาวทำหน้างอทั้งยังโดนโวยใส่
         “ฉันออกไปนอกบ้านไม่เกี่ยวสักหน่อย ตอนนี้เรากำลังมาขอโทษคุณวาตานาเบะเขา อย่าเอาเรื่องอื่นมางอแงกับฉันสิ” คราวนี้คนพี่ถึงกับหัวเราะและไม่เก็บอาการอีกต่อไป
         “จริง ๆ แล้วฉันโดนพี่เรนะหลอกให้ดื่มอะไรก็ไม่รู้ด้วย จำได้ใช่มั้ยล่ะ” คนน้องยังไม่ยอมแพ้ แสดงว่าฝ่ายพี่เองก็อยากแกล้งน้องอยู่เป็นทุนเดิม
         “ก็จูรินะขอตามมาเองนี่นา ฉันแค่ชวนดื่ม” มัตสึอิ เรนะตอบได้อย่างไหลลื่น ไม่ได้เสียใจเท่าไหร่ที่แกล้งน้องแบบนั้น
         “นั่นแหละ ก็พี่แกล้งฉัน” มัตสึอิ จูรินะเสียงอ่อยลงไป ฉันว่าตอนนี้เธอดูไม่ค่อยอยากจะเถียงด้วยแล้ว เพราะเถียงไปยังไงก็สู้พี่สาวไม่ได้
         “เพราะแบบนั้น พอเมาถึงได้ขาดสติและไปโวยวายกับคนอื่นที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยใช่มั้ย แค่อยากจะระบายอารมณ์โมโหของตัวเอง” ฉันแทบจะปรับอารมณ์ตามมัตสึอิไม่ทัน จากที่ตอนแรกยังแหย่น้องอยู่ดี ๆ สาวผมยาวตัวผอมผิวขาวร่างสูงตรงหน้า ก็ปรับน้ำเสียงตัวเองและชี้ให้น้องสาวได้เห็นว่าอะไรคือเรื่องสำคัญที่สุดกับเหตุการณ์ที่จะเป็นประสบการณ์ให้กับน้องสาวจากนี้ไป
         “เรื่องมันแล้วไปแล้ว พวกเราอย่าซีเรียสกันขนาดนั้นเลยนะคะ ถึงฉันจะได้รับบาดเจ็บจากวันนั้น แต่ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร”
         “ฉันไม่อยากให้เข้าใจจูรินะผิดน่ะค่ะ เพราะปกติแล้วเรียบร้อยจะตาย” มัตสึอิคนน้องดูจะโล่งใจขึ้นมาบ้าง เมื่อพี่สาวไม่ได้ตั้งท่าจะดุว่ากล่าวอะไรเธอต่อ
         “อย่าห่วงไปเลยค่ะ น้องสาวคุณน่ารักแบบนี้ ฉันจะไม่มองน้องสาวคุณในแง่ร้ายแน่นอน ถือซะว่าวันนั้นฉันก็ดันไปเมาอยู่แถวนั้นพอดีเสียด้วย เลยเป็นโอกาสดี ๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักกันนะคะ อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องไม่ดีอะไรเลยค่ะ แต่เราอาจจะทำความรู้จักกันแปลกไปสักหน่อย” ฉันส่งยิ้มให้กับมัตสึอิคนพี่ที่กำลังมองน้องสาวอย่างเอ็นดู
         “ฉันว่าต้องชวนคุณมัตสึอิทั้งคู่มาดื่มด้วยกันบ่อย ๆ แล้วละ” มัตสึอิคนน้องมองหน้าพี่สาว เธอดูแปลกใจมากที่ได้ยินฉันเอ่ยปากแบบนี้
         “เอ่อ…ฉันด้วยเหรอคะ แล้วถ้าเกิดว่าฉันเมาจนขาดสติอีก” ฉันรีบยกมือเป็นเชิงขอโทษเมื่อเผลอหลุดหัวเราะออกไป
         “คุณรู้จักฉันแล้วนี่คะ คุณมัตสึอิ ฉันไม่ต้องกลัวว่าคุณจะมาหาเรื่องแน่นอน จริงมั้ย” มัตสึอิ เรนะพยักหน้าเห็นด้วยตามฉัน
         “จริงของคุณวาตานาเบะนะคะ ที่เหลือฉันคงแค่ต้องระวังไม่ให้น้องสาวตัวเองไปทำความรู้จักกับคนอื่นในร้านที่จะไปคราวหน้า ประเภทแปลก ๆ อีก เช่นว่าเดินไปชกเขา อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ” ฉันเห็นภาพในหัวตามที่มัตสึอิคนพี่พูดชัดเจน ถึงแม้ว่าตัวคนน้องจะทำไปเพราะงอแงพี่สาวก็เถอะ กลายเป็นว่าอดหัวเราะออกมาไม่ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับหัวเราะซะเต็มที่ น้องสาวส่งสายตาขุ่นเคืองให้พี่สาว เพราะยังโดนแกล้งไม่เลิก
         “ฉันคงไม่กล้าดื่มอีกนานเลยค่ะ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แย่ ๆ แบบนั้นอีก ต้องขอโทษด้วยนะคะ คุณวาตานาเบะ ถ้าฉันต้องเสียมารยาทปฏิเสธคุณ”
         “เอ๋…”
         “จูรินะ” คนพี่ส่ายหัวแต่ก็ปรามน้องสาว ก็คงไม่อยากให้เสียมารยาทกับคนอื่น แต่ฉันไม่ได้คิดมากเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ฉันคิดว่ามันเป็นสิทธิ์ส่วนตัวที่เราจะแสดงความรู้สึกจริง ๆ ของเรา แต่จริงอยู่ว่า…ในบางครั้งเราอาจต้องทำอะไรที่ฝืนใจอยู่บ้าง
         ฉันไม่อยากให้มัตสึอิคนพี่รู้สึกไม่สบายใจที่น้องสาวพูดตรง ๆ ก็เลยแกล้งหยอกกลับ หวังทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย
         “แต่ถ้าคุณมัตสึอิเปิดบ้าน ทำอาหารเลี้ยงฉัน ก็น่าสนใจนะคะ ไม่ต้องดื่มเครื่องดื่มมึนเมาก็ได้ ปาร์ตี้ของคนแปลกหน้า ฉันว่าน่าสนุกนะ” แต่เพราะฉันที่พูดอย่างนั้นถึงทำให้บางคนหน้าเหวอ
         “อ๋อใช่ เรื่องทำอาหารต้องยกให้จูรินะตัดสินใจแล้วนะ” ดูเหมือนว่าพี่สาวจะไม่ได้ออกตัวปกป้องน้องเลยสักนิดหนำซ้ำยังพลอยเห็นดีเห็นงามไปกับฉันด้วย
         “ถ้าไม่สะดวกตอบตอนนี้ก็ค่อยให้คำตอบฉันวันหลังก็ได้นะคะ ฉันไม่รีบ เรื่องกินน่ะ ฉันสะดวกทุกเวลา” แน่นอนว่าฉันพร้อมที่จะเททุกการประชุม
         “ท่านประธานพูดเล่นใช่มั้ยคะ เมื่อสักครู่ฉันคงหูฝาด” ฉันกระแอมคอเมื่อโดนเลขาตัวเองดุบ้าง หันไปเห็นซายากะส่งสายตาตำหนินิด ๆ มาให้
         “ยามาโมโตะไม่ค่อยเห็นด้วยเรื่องการกินของฉันน่ะค่ะ” พอคิดแล้วเศร้าที่ฉันโดนจำกัดสิทธิ์เรื่องการกินอยู่ในทุกวันนี้
         “เห…ถ้าอย่างนั้นก็เหมือนฉันที่จูรินะไม่ค่อยชอบให้ออกไปดื่มเลยสิคะ”
         “งั้นแสดงว่าถ้าฉันออกไปกับคุณมัตสึอิละก็ ยามาโมโตะก็หายห่วงได้สิ”
         “เอ๋…” เลขาทำหน้ารู้ทันว่าฉันจะใช้มัตสึอิเป็นข้ออ้างบางอย่างตอนที่หันไปหาอย่างอารมณ์ดี
         “ถ้าฉันไปกับคุณวาตานาเบะ จูรินะก็หายห่วงได้แล้ว”
         คนที่ฉันกะจะใช้เป็นข้ออ้างท่าทางชอบใจ มัตสึอิ จูรินะก็แสดงอาการแบบเดียวกับซายากะเมื่อฟังพี่สาวตัวเองพูดจบ บ่งชัดว่าเลขาของฉันและมัตสึอิคนน้อง ทั้งคู่รู้เรื่องข้ออ้างที่ฉันและมัตสึอิ เรนะตื่นเต้นเป็นพิเศษ

         “หน้านิ่งเชียวนะ ไม่พอใจมัตสึอิเหรอ” ฉันแกล้งบอมบ์เรื่องชวนหัวเสียกับซายากะเมื่อเธอเอาเอกสารเข้ามาให้เซ็นหลังจากที่สองมัตสึอิขอลากลับไปแล้ว เลขาค้อนขวับแล้วส่งยิ้มหวานอย่างไม่เป็นมิตร
         “คุณนั่นแหละค่ะ เจ้าเล่ห์ นี่จะใช้คุณมัตสึอิเป็นข้ออ้างไปหาเรื่องกินข้างนอกละสิ ฝ่ายนั้นก็ดันเห็นดีเห็นงามกับคุณซะอีก” เลขาฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับเรื่องกินของฉันเท่าไหร่ อาจเพราะเธอรู้แต่ทำอะไรไม่ได้ ถ้าฉันไม่ได้เป็นเจ้านายน่าจะโดนดุยิ่งกว่านี้
         “ฉันแค่คิดว่าจะให้เขาเลี้ยงบ้างก็เท่านั้นเอง วันนั้นฉันเจ็บตัวนะ คิดว่าเป็นค่าทำขวัญ” ซายากะฟังฉันแต่มองแบบกดดัน “ซายากะไม่เชื่อฉันหรอ ถึงได้เจ้ากี้เจ้าการเอาใจใส่ฉันมากขนาดนี้”
         “ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนยังไง เพราะฉะนั้นอย่ามาหลอกฉันซะให้ยาก”
         “ซายากะไม่ต้องเป็นห่วงหรอก มัตสึอิ จูรินะอาจเป็นคนที่ทำให้ฉันได้รับบาดเจ็บในวันนั้น แต่นั่นไม่ใช่นิสัยจริง ๆ ของเขานี่นา ฉันว่าเธอคนนั้นน่ารักมากเลย”
         “ฉันรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาตงิด ๆ แล้วสิ” ซายากะจ้องเขม็ง มีความหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่ทำให้ฉันรู้สึกชอบ
         “หงุดหงิดเรื่องมีคนน่ารักเข้ามาเป็นคู่แข่งใช่มั้ย”
         “หงุดหงิดที่คุณลืมตัวเรียกฉันด้วยชื่อทั้งที่อยู่ที่ทำงานต่างหากล่ะ” สุดท้ายฉันก็คิดไปเองคนเดียวเพราะคิดว่าซายากะอาจหึงหวงกันบ้าง
         “ช่างเถอะ ไม่มีคนอยู่นี่นา…นี่สรุปซายากะก็ต้องไปกับฉันด้วยนะ จะได้ไปตามดูฉันดีมั้ย” นั่นอาจจะไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีให้คนหัวร้อนเท่าไหร่ เพราะซายากะปฏิเสธทันควัน แต่ฉันว่าเธอน่าจะอยากไปกับฉันนะ ว่ากันตามตรง
         “เรื่องอะไรฉันต้องตามไปดูคุณด้วยล่ะคะ คุณอยากไปก็ไปเองคนเดียวสิ คนขับรถก็มี”
         “แล้วคนขับรถน่ะทำให้ฉันหายคิดถึงได้เหรอ…โอ๊ย” ฉันหยุดพูดทุกอย่างและสูดหายใจยาวเข้าปอดสุดตัว กำลังจะแกล้งหยอกซายากะสักหน่อย แต่เพราะมัวแต่คุยมากไป จึงไม่ทันระวังตอนที่ปิดลิ้นชัก นิ้วโป้งเลยโดนหนีบเต็มแรง นี่มันเจ็บสุด ๆ เลยนี่ ฉันอยากจะตะโกนร้องดัง ๆ อีกสักที แต่เพราะไม่ระวังเองก็เลยต้องเจ็บ หาใครมารับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ นอกจากฉันนี่เอง
         “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ซายากะถามเอื่อย ๆ ตามมารยาท ดูไม่สนใจฉัน แววตาคงคิดว่าฉันมารยาอะไรใส่เธออีก
         “ลิ้นชักหนีบนิ้วโป้งฉันน่ะสิ” ฉันสะบัดมือข้างที่นิ้วโดนลิ้นชักหนีบเมื่อกี้ ไล่ความเจ็บทั้งที่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก
         “ไหนคะ ขอฉันดูหน่อย” ฉันยื่นมือไปให้เลขาตัวเองดูตามที่เธอบอกแต่เธอก็แสดงความสงสัยบางอย่าง “ก็ไม่เห็นมีรอยอะไรเลยนี่คะ”ซายากะบอกแบบนั้นเมื่อพยายามพลิกมือฉันเพื่อตรวจดูว่ามีรอยช้ำหรือไม่
         “ก็มันเพิ่งโดนหนีบ คงยังไม่เห็นรอยอะไรหรอก” ฉันรีบดึงมือกลับเพราะคงหมดประโยชน์แล้ว ก็ว่าจะอ้อนเธอสักหน่อยแต่หมดกำลังใจไปเหมือนกัน ลูกน้องคนนี้ของฉันซื่อเสียจริง
         “คราวนี้เป็นอะไรอีกเหรอคะ”
         “ฉันเหรอ” ฉันมองซายากะตาละห้อย ขณะปล่อยให้เส้นเลือดเต้นพล่านอยู่ที่นิ้วแบบนั้น ไม่รู้จะทำยังไงกับมัน “ฉันเป็นอะไรเหรอคะ เปล่านี่” หางเสียงฉันแค่ฟัง เป็นใครก็ต้องรู้ว่าไม่พอใจ
         “ก็คุณทำหน้างอนี่คะ” ฉันหรี่ตามอง ซายากะรับรู้ได้ว่าฉันกำลังรู้สึกอะไรอยู่
         “ฉันแค่เจ็บนิ้ว ไม่ได้เป็นอะไรอย่างอื่นหรอกนะ แต่ก็โมโหแหละ จะมีสักกี่คนกันล่ะที่ปิดลิ้นชักแล้วโดนหนีบมือ ไปเล่าให้ใครฟังมีหวังโดนหัวเราะเยาะ” ฉันตอบอีกคนไม่จริงเท่าไหร่ เพราะลึก ๆ ก็นิดนึงแหละ เพราะซายากะ…
         ตอนนี้อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ ฉันนี่ชอบทำอะไรเป็นเด็กกับเลขาตัวเองตลอดเลยหรือยังไงนะ ฉันเบื่อจะเป็นประธานบริษัทแถมไม่ค่อยได้ใกล้ชิดคนที่ชอบเท่าไหร่เลยช่วงนี้ ตอนคิดเพลิน ๆ ซายากะก็เข้ามายืนข้าง ๆ ขัดขวางจินตนาการอะไรของฉันที่กำลังแล่น เธอคว้ามือฉันไปพร้อมกับนวดบริเวณนิ้วโป้งให้
         “ที่ฉันบอกว่าไม่มีรอยแผล ฉันไม่ได้กล่าวหาว่าคุณจะไม่เจ็บนะคะ และถึงฉันจะไม่ได้แสดงความห่วงใยใด ๆ อย่างที่คุณแอบคิดเอาไว้ แต่นั่นน่ะ…” ฉันพยักหน้าน้อย ๆ รอฟังว่าเลขาจะพูดอะไรต่อ
         “คุณทายานวดนิ้วก็น่าจะไม่ปวดมากแล้ว” ฉันกล่าวขอบคุณที่เธอนวดนิ้วโป้งให้ ถึงแม้ว่าจะอดฟังบางคำที่ซายากะน่าจะพูดมากกว่าเรื่องนวดนิ้ว
         เลขาขอตัวไปทำงาน ก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตูฉันก็เรียกเธอไว้อีกครั้ง
         “ถ้าช่วงนี้ว่าง คุณน่าจะไปที่บ้านฉันนะคะ” ซายากะหันมาด้วยสีหน้าแปลกใจ เธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
         “มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ”
         “ด่วน พอดีว่าฉันอยากอยู่กับเธอน่ะ”
         “นั่นมันไม่ใช่เรื่องด่วนแล้วมั้งคะ คุณพูดเรื่องอะไรแบบนี้ในที่ทำงานได้ยังไง เป็นถึงประธานบริษัท นี่มันยังเวลางานอยู่นะคะ”
         “ก็เป็นประธานบริษัทไง ถึงได้บอกก่อน หรือว่าจะให้ฉันไปหาที่บ้านคุณดีมั้ยคะ” ฉันยั่วอีกคนด้วยการทำหน้านิ่งไม่รู้ร้อน แต่ถึงอย่างนั้นลองคิดดูว่าถ้าฉันแวะไปหาซายากะที่บ้านก็ดีเหมือนกัน
         “ค่ะท่านประธานเอาที่สบายใจคุณเถอะค่ะ” เลขาสะบัดหน้าออกไป แต่ฉันเห็นว่าเธอยิ้มให้ก่อนที่ประตูจะปิดแยกเราสองคนเอาไว้ห่างกันอีกครั้ง

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (7) (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s