[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (8) (SayaMilky)

Posted on Updated on

รูปภาพ ต้นฉบับ

         บทที่ 8
         ฉันนึกว่าจะมีแต่คุณวาตานาเบะเท่านั้นที่ดูสุขุมเกินอายุ แต่เมื่อได้เจอกับสองพี่น้องมัตสึอิ ตอนทั้งคู่พากันมาที่บริษัทเพื่อกล่าวขอโทษถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายในร้านวันนั้น ความคิดของฉันก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนที่วางมวยกับฉันอย่างมัตสึอิ จูรินะ ยิ่งกว่าพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะสงบนิ่งและยังนิสัยดีกว่าคุณวาตานาเบะในบางเรื่องซะอีก เท่าที่ฉันได้มีโอกาสฟังการสนทนาระหว่างพี่น้องมัตสึอิกับคุณวาตานาเบะ
         ถ้าฉันบอกแบบนี้กับเจ้านายตัวเอง มีหวังท่านประธานได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ โกรธที่ฉันพูดเรื่องจริง นั่นแหละประธานบริษัทที่บางวันก็โตบางวันก็ไม่รู้จักโต แต่คุณวาตานาเบะตัววุ่นคนนั้นก็ยังเป็นคนที่ฉันนับถืออยู่เสมอ รวมทั้งเป็นคนที่ทำให้ฉันอดห่วงไม่ได้อยู่เรื่อย
         นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่ามัตสึอิ จูรินะอยู่ในฐานะคล้าย ๆ แบบฉันคือห้ามอะไรคนที่อายุมากกว่าไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ มัตสึอิ เรนะเองก็เป็นพวกชอบออกไปสังสรรค์นอกบ้าน ตรงข้ามกับคนน้องที่ชอบอยู่บ้าน แต่เพราะบางอย่างที่ทำให้มัตสึอิ จูรินะเลือกไปพร้อมกับพี่สาวเมื่อวันนั้นแล้วจากนั้นก็เกิดเรื่อง
         …นั่นอาจเป็นความห่วงใยที่อยากจะแสดงให้เห็น เพราะถึงต่อให้พูดให้ห้ามเท่าไหร่ อีกคนก็ไม่ค่อยจะฟัง ยิ่งการที่อีกฝ่ายอายุมากกว่าด้วยแล้ว ไม่รู้ว่ามุมมองจากคนที่มีประสบการณ์เยอะกว่าฉัน เยอะกว่ามัตสึอิ จูรินะนั้น เขามองกันแบบไหน เขาเห็นอะไรที่ต่างไปจากพวกเราอย่างนั้นเหรอ
         ฉันรู้ ว่าคุณวาตานาเบะรู้ ว่าฉันเป็นห่วง
         แต่เธอแค่รู้ไปอย่างนั้นเองหรือเปล่า…บางทีฉันก็ไม่เข้าใจหรอก แต่พอเห็นเธออ้อน ๆ ฉันก็ใจอ่อนอยู่ดี ตัวฉันเองยังรู้เลยว่าการใจอ่อนยอมคุณวาตานาเบะไม่ส่งผลดีเท่าไหร่ แต่ฉันก็ยอมเธอออกบ่อย เวลาที่เห็นเธอเหนื่อยมาก ๆ ฉันก็อยากให้ท่านประธานคนนั้นได้ผ่อนคลาย
         ฉันไม่รู้ว่ามัตสึอิ เรนะต้องทำงานหนักมากขนาดไหน แต่จากที่เห็นความห่วงใยของมัตสึอิ จูรินะแล้ว กลายเป็นว่าฉันเห็นใจเธออยู่บ้าง เพราะฉันเองก็พบเจอเรื่องทำนองนี้อยู่
         ที่น่าชวนโมโหคือ ทั้งที่เราเป็นห่วงอีกฝ่าย แต่กลับโดนแกล้งกลับมาแทนซะนี่…
         ฉันเพิ่งจะรู้ว่ามัตสึอิ เรนะที่เข้าใจว่าเป็นคนสุขุม ถึงแม้ว่าเธอก็จะสุขุมจริง ๆ ก็ตาม ตอนที่พยายามสอนน้องสาว แต่ในมุมที่แสดงความขี้แกล้งน้องนั้น ก็คงบอกได้แค่ว่าแสบเอาเรื่อง พี่สาวหลอกให้น้องสาวดื่มจนเมาทั้งที่รู้เป็นอย่างดีว่าน้องไม่ดื่มของมึนเมาทั้งหลายแหล่ ก็เป็นไปได้ว่าอยากสอนน้องสาวให้เข้าใจโลก แต่ก็เอนเอียงไปทางแกล้งมากกว่าสำหรับฉัน

         วันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ คุณวาตานาเบะบอกให้ฉันไปหาเธอที่บ้าน หลังจากที่ตกลงกันได้ในที่สุด ว่าไม่ต้องมาบ้านฉัน ตัวท่านประธานโดนลิ้นชักหนีบนิ้ว วันที่สองพี่น้องมัตสึอิมาหา แล้วก็งอแงใส่ฉันเกือบทั้งอาทิตย์ แค่โดนลิ้นชักหนีบนิ้ว ท่านประธานก็แสดงอาการใหญ่โตจนนึกว่าโดนโต๊ะทับมา ถ้าไม่ใช่คุณวาตานาเบะล่ะก็ ชาวบานชาวช่องเขาคงหายเจ็บกันไปตั้งนานแล้ว ฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วท่านประธานคงอยากออกไปปาร์ตี้ใจจะขาด ถ้าไม่ติดว่าแกล้งทำเป็นเจ็บนิ้วอยู่ ช่วงนี้เพื่อนสนิทของเธออย่างคุณชิมาซากิก็ไม่ค่อยได้ติดต่อมาหาเท่าไหร่ น่าจะงานยุ่ง ๆ ด้วยเหมือนกัน

         บ้านวาตานาเบะ…
         “นิ้วคุณก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่คะ ทำไมถึงยังให้ฉันนวดอยู่อีก” เช้าวันเสาร์ที่บ้านของคุณวาตานาเบะ เจ้านายคนที่นอนอืดอยู่ในอ้อมกอดของฉัน แต่เจ้าของบ้านดูจะไม่สนใจเรื่องนั้นเท่าไหร่ เมื่อยังคงสนใจอยู่กับทีวีที่เป็นรายการทำอาหารต่อไป
         เมื่อเช้าฉันนั่งดูทีวีของฉันอยู่ดี ๆ คุณวาตานาเบะเดินมาแล้วก็ถือโอกาสนอนพิงฉันที่นั่งพิงกับกำแพงอยู่ข้างโต๊ะสีน้ำตาลเตี้ย ๆ ในห้องนั่งเล่นของบ้านเธอ ด้วยความเบิกบานสำราญใจ ก่อนจะคะยั้นคะยอเรื่องนิ้วที่เจ็บมาเป็นอาทิตย์ เธอบอกฉันแบบนั้น จะเชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
         “อยากโดนซายากะจับตัวบ่อย ๆ”
         “คุณนี่” ฉันทำเป็นเอ็ดเจ้านายไปอย่างนั้นเองแต่ใจเต้นระรัวที่โดนเธอพูดแบบนั้นใส่ ไม่เข้าใจตัวเองที่เรื่องแค่นี้ก็ต้องตื่นเต้นด้วย คุณวาตานาเบะแค่อาจจะพูดแกล้งฉัน
         “อยากให้ซายากะมาอยู่ด้วยบ่อย ๆ”
         “คุณจะให้ฉันทิ้งบ้านเลยรึไงคะ” ฉันวางหลอดยาเมื่อทาเสร็จ ส่วนคุณวาตานาเบะรีบคว้าเอามือฉันไปกุมไว้แทน ฉันแทบไม่อยากเชื่อว่าที่นอนทำตัวขี้เล่นอยู่ตรงหน้าจะเป็นประธานบริษัทจริง ๆ
         “อิจฉามัตสึอิ เรนะที่มีคนคอยดูแลจัง…เนอะ” คุณวาตานาเบะแหงนหน้ามาถามความเห็น แต่ฉันว่าเธอกำลังต้องการจะบอกอะไรกับฉันมากกว่าจะถาม
         “ถ้ามีคนดูแลฉันบ้างก็น่าจะดีเหมือนกัน…มีประโยคประมาณนี้ต่อด้วยใช่มั้ยคะ ที่คุณอยากพูดเมื่อกี้น่ะ”
         “ถ้าซายากะมาอยู่กับฉันมันจะต้องดีแน่นอน” ท่านประธานพูดแค่นั้นแล้วตบตักฉันเบา ๆ ก่อนจะลุกออกไปทางห้องครัว จากนั้นก็กลับมาพร้อมบางอย่างที่ทำให้ฉันเมาได้ คุณวาตานาเบะถือกระป๋องเบียร์มาเปิดดื่ม
         “ไม่ไปกินเนื้อย่างเหรอคะ วันนี้วันหยุด โอกาสเป็นของคุณแล้วนะคะ” ท่านประธานลดองศาการยกกระป๋องเบียร์ที่กำลังดื่มแล้วรีบกลืนของโปรดเธอลงคอ พลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์มา
         “คุณยิ้มอะไรของคุณน่ะ” ฉันไม่ค่อยไว้ใจรอยยิ้มของคุณวาตานาเบะเท่าไหร่ รู้สึกว่าเธอกำลังคิดอะไรเกี่ยวกับฉัน
         “แข่งดื่มเบียร์กันมั้ยซายากะ”
         “ดื่มเบียร์ ?” ฉันจะไปสู้คุณวาตานาเบะได้ยังไงถ้าเป็นการแข่งแบบนั้น ฉันจะอดทนไม่ให้ตัวเองเมาหัวทิ่มได้ยังไงล่ะ ในขณะที่คนชวนกินเบียร์คนนั้น บริโภคเบียร์อย่างกับเป็นน้ำบริสุทธิ์สดชื่น
         “ถ้าฉันชนะ ฉันจะยอมบอกซายากะ ว่าฉันยิ้มเพราะอะไร ตกลงมั้ย” คุณวาตานาเบะยื่นข้อเสนอชวนพิศวงให้ฉันพิจารณา ฉันควรต้องมารับข้อเสนออะไรประเภทนี้ของคนอย่างคุณวาตานาเบะด้วยหรือไง
         “นี่คุณ แบบนั้นคุณบอกฉันเลยก็ได้นะคะ” ฉันส่ายหัว ถอนหายใจ เพราะยังไงฉันก็แพ้ตั้งแต่เกมยังไม่เริ่ม แต่คุณวาตานาเบะคงหาเรื่องเล่นอะไรแปลก ๆ มากกว่า หรือไม่ก็เพราะอยากดื่มเบียร์ตั้งแต่แรก แต่เพื่อไม่ให้ฉันโวยวายใส่ จึงหาทางกลบเกลื่อน มันเป็นแผนการของเธอแน่นอนไม่ต้องคิดเยอะให้แปลกใจ เพราะไม่มีอะไรประหลาดมากไปกว่านี้หรอก
         แต่ก็…คิดซะว่าเป็นการผ่อนคลาย ยอมเล่นกับท่านประธานสักหน่อยคงไม่เป็นไร ฉันตกลงแข่งดื่มเบียร์กับคุณวาตานาเบะ ก็เลยทำให้เจ้าของบ้านยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เก็บความดีใจเอาไว้ไม่มิด

         “แล้วมีกติกาอะไรเพิ่มเติมอีกรึเปล่าคะ” ฉันสูดลมหายใจพลางจ้องกระป๋องเบียร์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะ วางแผนว่าจะพยายามคุมสติตัวเองให้ได้เมื่อดื่มหมดกระป๋อง ถึงแม้จะรู้ว่ามันเป็นไปได้ยากที่สุดแล้ว โดยมีอีกคนนั่งใกล้ ๆ
         “ซายากะไม่ต้องรีบนะ ระหว่างนี้ เราก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ” คุณวาตานาเบะครึกครื้นเป็นพิเศษ
         “อย่างเช่นอะไรคะ” ฉันถามเสร็จก็ยกเบียร์ขึ้นดื่มบ้าง เริ่มการแข่งของฉันกับคุณวาตานาเบะได้สักที อย่างน้อยที่สุดรสชาติเบียร์มันก็ไม่ได้แย่มากนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันพิศวาสเหมือนคุณวาตานาเบะผู้คลั่งไคล้เบียร์
         “ซายากะสบายใจมั้ยที่ทำงานกับฉัน” คุณวาตานาเบะชวนคุยด้วยท่าทางสบาย ๆ สายตาที่จ้องมองฉันอยู่ข้าง ๆ นั้น เธอดูผ่อนคลายมาก ถ้าจะพูดให้ถูกคือเธอกำลังมีความสุข ฉันรู้สึกได้ ที่จริงฉันก็มีความสุข เวลาที่ได้อยู่กับคุณวาตานาเบะ ถึงแม้จะต้องกินเบียร์ให้ชนะอีกคนที่เริ่มกระป๋องที่สองแล้วก็ตาม ฉันเผลอไปแค่แป๊บเดียวเท่านั้นคุณวาตานาเบะผู้หลงใหลหมกมุ่นกับการกินโดยเฉพาะเบียร์ก็ฟาดไปแล้วเต็ม ๆ หนึ่งกระป๋อง
         “ฉันสบายใจที่ทำงานกับคุณค่ะ แต่ก็ไม่สบายใจด้วยเหมือนกัน มีอะไรหลายอย่างที่ฉันรู้สึกกังวล” เรื่องที่ไม่สบายใจไม่ต้องบอกคุณวาตานาเบะคงรู้ตัวเองอยู่
         “ฉันน่ะนะ อาจเป็นเจ้านายที่ดื้อไปบ้าง แต่อย่าถือสากันเลยนะซายากะ บางอย่างมันกลายเป็นกิจวัตรไปแล้วซะด้วยสิ ฉันก็เลยเลิกไม่ได้”
         “ฉันห้ามคุณเรื่องของมึนเมาหลายรอบแล้ว แต่คุณไม่ค่อยฟังฉันหรอก เวลาเห็นคุณหน้าซีดมาทำงาน ฉันคันปากอยากเตือนคุณไม่รู้จะกี่รอบ แต่ก็ต้องห้ามตัวเองไว้”
         “ทำไมล่ะ”
         “ฉันเป็นห่วง…” ฉันคิดว่าฉันเริ่มจะตึง ๆ มึน ๆ ยิ่งกว่าตอนตื่นนอนซะอีก เมื่อคุณวาตานาเบะรีบไปเอาเบียร์กระป๋องที่สองของฉันมาให้ แต่บทสนทนาระหว่างเราสองคนมันจะยาวนานแค่ไหนกันล่ะ ถ้าคุยกันมากฉันกลัวว่าบางอย่างอาจรั่วไหลออกไปโดยไม่จำเป็น เหมือนอย่างที่รั่วไปแล้วหนึ่งเรื่อง เรื่องที่ฉันเป็นห่วงเธอ ปกติฉันต้องไม่พูดอะไรพร่ำเพรื่อสิ
         “แต่เพราะคุณเป็นคนเก่ง ฉันก็สบายใจได้ว่าคุณคงไม่ลืมวิธีดูแลตัวเอง”
         “เอาไว้ฉันจะเก็บเรื่องนั้นไปคิดอีกที เพราะถ้าฉันดูแลตัวเองไม่ได้ เผื่อว่าจะมีคนมาช่วย” ฉันคิดขำ ๆ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ อยากรู้จังว่า ‘คน’ มาช่วย เธอหมายถึงฉันหรือเปล่า
         หลังจากนั้นเมื่อฉันกินกระป๋องที่สามหมด ฉันก็เริ่มรู้ตัวเองว่าไม่ควรเล่นเกมนี้ต่อ ฉันอาจจะสลบคาโต๊ะ ดังนั้นก็เลยได้แต่จับกระป๋องเบียร์ แต่ไม่ยกขึ้นดื่ม ฉันที่พยายามคงสติของตัวเองไว้ จึงไม่ทันตั้งตัวเมื่อคุณวาตานาเบะคว้ากระป๋องในมือไปดื่มหน้าตาเฉย
         “นั่นของฉันนะคะ” ฉันหันไปมองเธอแล้วจ้องที่กระป๋องเบียร์เขม็ง เรื่องอะไรมาแย่งไปแบบนั้น ฉันไม่ยอมหรอก
         “เกมนี้ฉันยอมแพ้ซายากะนะ ไม่ต้องแข่งต่อหรอกเห็นแล้วสงสาร” คุณวาตานาเบะพูดจบก็หัวเราะ นี่คงไม่อยากจะชนะ เพื่อจะได้ไม่ต้องบอกฉันว่าตอนนั้นยิ้มเรื่องอะไรมากกว่า นิสัยร้ายกาจไม่มีใครเทียบ
         “ไม่ได้นะคะ คุณจะมายอมแพ้แบบนี้ ฉันเสียเปรียบสิคะ คุณหลอกให้ฉันเมาเล่น ๆ ใช่มั้ยเนี่ย ทำไมคุณทำแบบนี้” ฉันโวยเป็นชุด อย่างน้อยที่สุดถึงจะเสียเปรียบแล้วแต่ก็ต้องพยายาม
         “เวลาเมาแล้วซายากะเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนี่ พูดไม่หยุดเลย”
         “อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องสิคะ” ฉันไม่ยอมและต่อล้อต่อเถียงกับคุณวาตานาเบะสุดฤทธิ์ ยังไงก็อยากจะรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไรนั่นแหละ
         “เอาไว้ไปฝึกดื่มให้เยอะกว่านี้ จากนั้นเราก็มาแข่งกันใหม่ได้ทุกเวลา ฉันจะรอ” ฉันเจ็บใจชะมัดที่โดนส่งสายตายั่วโมโห แต่ก็เวียนหัวมากขึ้นทุกที
         “ฉันอยากแข่งกับคุณต่อ แต่…”
         “แต่อะไรเหรอ”
         “ฉันไม่ไหวแล้ว…” สุดท้ายฉันยอมสารภาพออกไปกับเธอตรง ๆ เพราะอาการวิงเวียนที่จวนจะฉุดฉันให้ฟุบไม่รู้ตั้งกี่รอบ
         คุณวาตานาเบะลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน ตอนนี้เธอกลับไปเป็นผู้ใหญ่ตามอายุของตัวเอง บ้าจริง ฉันชอบที่เธอเป็นคนแบบนี้ที่สุด เป็นที่พึ่งพาได้ “ขอโทษที่แกล้งซายากะ แต่ฉันอยากให้เธอผ่อนคลายบ้างเวลาอยู่กับฉัน แสดงอารมณ์ ความรู้สึกข้างในออกมาโดยไม่ต้องปิดบัง เหมือนที่กำลังงอแงกับฉันตอนนี้”
         “ฉันอยากนอนพักแล้วค่ะ” ไม่…ฉันจะไม่สบตากับความอ่อนโยนที่อันตรายกับฉันพวกนี้เด็ดขาด ฉันจะไม่หลุดอาการว่าอยากอยู่ใกล้ชิดกับคุณวาตานาเบะที่แสนอบอุ่น ต้องเป็นแบบนั้นใช่มั้ยล่ะซายากะ
         “เดี๋ยวฉันไปเอาที่นอนมาปูให้ ซายากะจะได้นอนพักนะ” คุณวาตานาเบะบอกอย่างอารมณ์ดี และกำลังจะลุกไป ฉันจึงคว้ามือเธอไว้ก่อน
         “เมื่อเช้าคุณใช้ฉันเป็นที่นอน ฉันจะทำแบบนั้นบ้าง” ฉันไม่ค่อยใช้น้ำเสียงเอาแต่ใจกับผู้หญิงคนนี้ แต่เพราะเธอบอกให้ฉันผ่อนคลายนี่ ตอนนี้ฉันจะทำเป็นลืมไปว่าคุณวาตานาเบะเป็นเจ้านาย สุดท้ายที่ตั้งใจว่าจะไม่ใกล้ชิดเธอก็พังทลาย
         ฉันนั่งพิงลงไปที่อกของคุณวาตานาเบะ เมื่อเธอเข้ามาสลับแทนที่ฉันซึ่งนั่งติดกำแพง ฉันได้ยินเสียงหัวใจคนที่ฉันพิงเต้นอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่ดังมาก หรือไม่ก็เพราะสติฉันไม่ค่อยเต็มร้อยเท่าไหร่จากอาการมึนเมาเพราะฤทธิ์เบียร์ในตอนนี้
         “แบบนี้ต้องให้ซายากะเมาบ่อย ๆ”
         “คุณจะทำอะไรฉันอีกล่ะคะ” ฉันยิ้มขณะที่หลับตาพักผ่อนในอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้ คุณวาตานาเบะหัวเราะแล้วรีบกลั้นไว้ จึงไม่ทำให้ฉันกระเทือนมากนัก สองมือของเราประสานกัน แต่คุณวาตานาเบะแกล้งฉัน เธอมาสร้างความจักจี้ที่ต้นคอขอฉันอย่างอารมณ์ดีชนิดฉุดไม่อยู่ กดจมูกซุกไซ้ซอกคอฉันแบบนั้น
         “ฉันเริ่มชอบที่โดนซายากะอ้อนเข้าแล้วสิ”
         “ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะอยากดื่มเบียร์แข่งกับคุณอีกนะคะ คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้หรอกค่ะ เพราะฉันไม่อยากมึนหัวแบบที่กำลังเป็นอยู่” คราวนี้อีกคนหัวเราะหนักจนร่างฉันสั่นไปด้วย
         “ซายากะ” คุณวาตานาเบะเรียกฉันเมื่อหยุดหัวเราะแล้ว แต่เธอไม่พูดอะไรต่อจนฉันลืมตาเงยหน้าไปมอง และสายตาคู่นั้นก็ทำให้ฉันใจเต้นไปด้วย
         “ระหว่างซายากะกับเนื้อย่าง ฉันเลือกใช้วันหยุดกับซายากะนะ ที่ฉันยิ้มตอนนั้นเพราะฉันได้อยู่กับสิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดแล้ว เนื้อย่างน่ะวันไหนก็ได้” ฉันหรี่ตาทำท่าเป็นสงสัยในคำพูดของเธอ “พูดตอนเมา ๆ ซายากะจะเข้าใจหรือเปล่านะ” คุณวาตานาเบะจูบฉันไว ๆ ก่อนจะกอดฉันแนบตัว ทำไมฉันจะไม่เข้าใจ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าคุณวาตานาเบะมีความสุขมากแค่ไหน และฉันรู้สึกดีแค่ไหนต่อให้กำลังเมาก็ตาม
         ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะเจอคนที่ทำให้หวั่นไหว คนเดียวกับคนที่กวนประสาท เธอชอบทำให้ฉันโมโห หงุดหงิดบ่อย ๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีความสามารถจนฉันชื่นชมอยู่ทุกครั้งในการบริหารงานบริษัทของตัวเอง

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[Short] – เจ้านาย เนื้อย่าง กับเลขาพาป่วน (8) (SayaMilky)??

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s