[ Short ] – วาเลนไทน์แสนเศร้า (SayaMilky)

Posted on Updated on

         
         14 กุมภาพันธ์…
         วันแห่งความรัก…ซะที่ไหนล่ะ
         อย่างฉันน่ะเหรอ วาตานาเบะ มิยูกิคนนี้ ทำไมถึงต้องมานั่งบริโภคบำรุงกระเพาะอาหารเหงา ๆ คนเดียวในร้านที่เต็มไปด้วยบรรดาพวกมากันเป็นคู่ด้วย เห็นเรื่องทำนองนี้แล้วชวนให้รำลึกถึงสมัยวัยมัธยม
         ไม่มีใครมีชื่อเสียงไปกว่าฉันแล้ว…
         มีพวกผู้ชายชวนฉันไปโรงเรียนบ้างละ ชวนฉันกลับบ้านบ้างละ อย่างกับเป็นเจ้าหญิงแน่ะ เรื่องพวกนี้ทำให้ฉันขยันไปโรงเรียนขึ้นเป็นกอง จากที่ตอนแรกรู้สึกเซ็ง ๆ บางคาบแค่เพิ่งเริ่มเรียนก็ง่วงจนตาแทบปิด จะยกเว้นก็แต่คาบวิชาสุขศึกษา ฉันค่อนข้างหัวดีในวิชานี้เป็นพิเศษ
         ก็มันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่จะหาคำตอบได้ง่ายกว่าการคิดคำนวณคณิตศาสตร์ด้วยสูตรบ้าบอคอแตกที่ฉันไม่เข้าใจตั้งแต่อ่านโจทย์แล้ว เรื่องน่าเศร้าสมัยเรียนกับการเสียเวลาที่เปล่าประโยชน์ สำหรับตัวฉันน่ะ คิดว่ามีเรื่องอื่นให้ทำและน่าสนใจกว่าการเรียนเยอะเลย แต่ก็ยังเรียนมาจนจบมัธยมได้โดยสวัสดิภาพ
         ในสมัยเรียนฉันค่อนข้างเป็นที่รู้จักของเพื่อนต่างห้องไม่น้อย ก็สมฉายาเจ้าหญิงนั่นละ แล้วปัจจุบันนี้ ฉันเหลืออะไรในวัยทำงานบ้าง…ถึงจะมีคนมาทำให้ฉันดูป๊อปหลายคนก็เถอะ มีคนมาขายขนมจีบให้ฉันจนน่าประหลาดใจ
         แต่…พอเอาเข้าจริง ๆ วันสำคัญแสนโรแมนติก วันแห่งความรัก ทำไมฉันถึงเหงาหงอยสุด ๆ พวกผู้ชายที่เคยมารายล้อมขายขนมจีบนั้นก็หายจ้อย ไม่เหลือร่องรอย มันหมายความว่ายังไงกัน หรือว่าก็แค่อยากเข้ามาคุยกับคนป๊อบ ๆ ในออฟฟิศอย่างฉัน แค่นั้นเหรอ
         มิยูกิเธอนี่น่าสงสารซะเหลือเกิน…
         หมดมาดไม่เหลือความป๊อบท่ามกลางหนุ่ม ๆ ในออฟฟิศ
         แต่เพราะเจ้าหญิง (ในสมัยเรียน) แบบฉัน ไม่แคร์อยู่แล้ว จะให้วันนี้มันหดหู่ได้ยังไง ดังนั้นวันนี้ฉันจะกินให้…เอ๊ะนั่น ยามาโมโตะ ซายากะ แผนกเข้าเล่มนี่ ฉันรีบสอดส่องสายตาเมื่อเห็นคนรู้จักห่าง ๆ ในบริษัทการพิมพ์ที่ทำงานอยู่ปัจจุบัน และลดระดับความสำคัญของอาหารรสเลิศตรงหน้าลงโดยไว
         ยามาโมโตะเดินมากับสาวสวยและ…น่ารัก ใช่ฉันยอมรับว่าเธอน่ารักถึงฉันจะคิดว่าฉันน่ารักกว่านิดหน่อย แต่เอาเป็นว่าเธอก็น่ารักในระดับหนึ่ง รู้สึกว่าจะอยู่แผนกเดียวกันกับยามาโมโตะนั่นแหละ ชื่อฮาชิโมโตะ คันนะ
         ฉันยังได้ข่าวมาจากพวกพี่ ๆ ในออฟฟิศอีกว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน ว่ากันว่ายามาโมโตะและฮาชิโมตะนี่แหละ ตัวการที่ทำให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในบริษัทอกหักดังเป๊าะ ยามาโมโตะปฏิเสธชัดเจนว่ามีแฟนแล้วทุกครั้งที่มีคนเข้าไปพยายามจะจีบ ทำให้หนุ่มน้อยใหญ่เหล่านั้นเริ่มถอดใจ ขณะที่ฮาชิโมโตะ ก็มีหนุ่มตามจีบไม่เว้นแต่ละวัน แต่สถานะยังคลุมเครือ ซึ่งทำให้บางคนยังคิดจะสู้กับศึกใหญ่ครั้งนี้อยู่ เพราะฮาชิโมโตะไม่ได้มีพันธะผูกมัดกับใคร
         ฉันก็พอเข้าใจว่าคนสวยย่อมมีโอกาสเลือกคนที่ดีที่สุด
         เพราะฉันก็ทำ วันนี้ถึงได้โดดเดี่ยวแบบนี้ไง…เลือกไม่ได้สักที

         ทั้งสองคนทำงานที่บริษัทนี้ได้เกือบสองปีแล้ว ฉันได้ยินเรื่องความฮอตของสองคนนั้นบ่อย ๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าหวานใจของยามาโมโตะคือใครอันเนื่องมาจากมันเป็นความลับมาก ๆ ยิ่งกว่ากำไรของบริษัท มีบางคนพยายามถามฮาชิโมโตะ แต่ฮาชิโมโตะบอกว่าเธอก็อยากจะรู้เรื่องนี้เหมือนกับทุก ๆ คนนั่นละ
         แต่ฉันไม่เชื่อหรอก เป็นเพื่อนกันขนาดนั้น จะไม่รู้ได้ยังไงว่าใครเป็นหวานใจของยามาโมโตะ ตรงกันข้ามเพราะเป็นเพื่อนสนิทกันมาก ๆ ต่างหาก ถึงได้ไม่ยอมบอก เธอสองคนตบตาฉันไม่ได้หรอก
         ฉันก็รู้จักกับยามาโมโตะแต่ยังไม่ค่อยได้มีโอกาสคุยกันจริงจัง ปกติจะเห็นกันผ่านตามากกว่า ด้วยความที่เราอยู่กันต่างแผนก โอกาสเจอกันค่อนข้างน้อย
         ว่าแต่ว่าสองคนนั้นดอดมารอใครหรือเปล่า ไม่แน่ว่าฉันอาจจะได้เห็นแฟนของยามาโมโตะก็ได้
         เรื่องใหญ่แล้วสิงานนี้ อาจจะพาเพื่อนมาเปิดตัวหวานใจที่คบหากันมาหรือเปล่า
         ขณะที่กำลังคิดอิจฉาริษยาพวกคนมีคู่อยู่ดี ๆ นั้น บางอย่างก็ผิดสังเกต เห็นว่าบรรยากาศระหว่างสองคนนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เสียดายฉันน่าจะได้ยินเรื่องที่สองคนนั้นพูดกัน ต่อมความอยากรู้เริ่มทำงานหนักขึ้นมากะทันหัน น้อยครั้งมากที่จะเห็นความบาดหมางของเพื่อนสนิทสองคนนี้
         เรียกว่าแทบจะไม่มีเลยดีกว่า…
         อยากเม้าท์ให้พี่ในแผนกฟังจะแย่ ถ้าพี่เขาได้มาเห็นด้วยรับรองว่าเรื่องนี้ต้องแพร่ไปทั่วบริษัท รู้สึกตื่นเต้นแฮะ
         แต่ฉันที่กำลังกินอยู่เป็นต้องหยุดทุกอย่าง
         เมื่อยามาโมโตะเดินเข้ามานั่งด้วย…พร้อมกับจับมือฉันไว้ (@#@($&@*%^) ฉันตะโกนด่าทออยู่ในใจ โชคดีที่ไม่ได้กำลังเคี้ยวอะไรอยู่ ไม่อย่างนั้นคงได้ติดคอหายใจไม่ออก
         นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ฉันงงไปหมดแล้ว…
         “หมายความว่ายังไง…นี่อย่าบอกฉันนะว่าซายากะกับวาตานาเบะ”
         “หมายความอย่างที่เห็นนั่นแหละ ก็คิดว่าจะบอกให้รู้กันชัด ๆ ต่อหน้าถึงได้นัดให้มาเจอกัน คันนะก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่พูดอะไรเล่น ๆ หรือทำอะไรเล่น ๆ ‘ลับหลัง’ ถ้าไม่คิดจะคบกันแล้วก็บอกตรง ๆ ฉันน่ะรู้เรื่องของคันนะกับ…ช่างเถอะ” ยามาโมโตะน่าจะพูดออกมาเยอะ ๆ นะรู้มั้ย ไม่ใช่ใส่อารมณ์ตรงคำว่าลับหลังคำเดียว ให้ฉันได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจบ้าง แต่เธอตัดบทไปก่อนโดยไม่บอกว่าใครที่กำลังเป็นตัวต้นเหตุความร้าวฉานครั้งสำคัญนี้
         ร้าวฉานเห็น ๆ ร้าวฉานยิ่งกว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนเสียด้วย
         ฉันก็อยากรู้เหมือนกันไอ้ต้นเหตุความร้าวฉานนั่นน่ะ ฉันกะพริบตาปริบ ๆ ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ตกอยู่ท่ามกลางสนามรบ แต่สรุปได้แน่ ๆ อย่างหนึ่งว่าหวานใจยามาโมโตะก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แถมเป็นคนใกล้ตัวที่ทุกคนต้องคาดไม่ถึงแน่นอน สองคนนี้อาจจะทำให้ทั้งออฟฟิศหน้าหงายครั้งใหญ่อีกครั้ง ไม่ว่าจะจบลงแบบใด ถึงว่าสิความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเป็นความลับเสมอมา
         “คันนะกลับไปเถอะ ฉันมีเรื่องที่อยากบอกแค่นี้ อาจจะปุบปับไปหน่อย แต่จะได้ไม่ต้องค้างคา ไม่ต้องพูดคุยอะไรกันอีก”
         เพียะ !
         “เชิญมีความสุขกันให้สบายใจเถอะ ฉันไม่ได้เสียใจนักหรอก แค่นี้หาใหม่ได้เกลื่อน” ฉันว่าสิ่งที่เจ็บกว่าฝ่ามือไว ๆ ที่ตบลงบนหน้าของยามาโมโตะก็คือคำพูดของฮาชิโมโตะ ตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้วว่าควรจะเทความรู้สึกไปทางไหนก่อนดี
         ฮาชิโมโตะคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ แต่ฉันไม่คิดว่าจะมีใครสามารถทดแทนกันได้หรอกนะ ทุกคนไม่เหมือนกัน ไม่ใช่สิ่งของที่จะหามาทดแทน ฉันรู้สึกสงสารยามาโมโตะขึ้นมา ชั่ววูบหนึ่งถึงจะยังไม่รู้เบื้องลึกหนาบางของคู่นี้ก็ตาม ฮาชิโมโตะอาจจะพูดด้วยอารมณ์โมโห
         แต่คำพูดเหล่านั้นก็ได้ออกมาจากปากเธอแล้ว และเป็นสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้
         
         ยามาโมโตะปล่อยมือฉันแล้วเมื่อพายุลูกใหญ่พัดผ่านไป แต่ก็นานพอดู นานชนิดที่ว่าฉันเองก็กร่อยจนกินอาหารไม่อร่อยไปแล้ว กว่าที่เธอปริปากออกมาในที่สุด
         “ขอโทษด้วยนะคะ ฉันแค่รู้สึกว่าคงร้องไห้ตรงนั้นแน่ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่อยากจะร้องเพื่อแสดงความอ่อนแอออกไป” ตอนนี้ก็ร้องไห้อยู่แล้วนี่ ฉันยื่นกระดาษทิชชู่ให้ยามาโมโตะซับน้ำตา ส่วนตัวเองก็กินต่อไป วันนี้มันจะซวยอะไรขนาดนี้ หวังว่าคงไม่มีอะไรอีก
         “แล้วฉันก็บังเอิญซวยพอดีที่นั่งกินอยู่ตรงนี้งั้นสิ ควรเป็นฉันมากกว่ามั้ยล่ะที่ต้องร้องไห้ ฉันนั่งกินของฉันอยู่ดี ๆ คุณก็พาเรื่องเข้ามาซะงั้น” ตอนนี้ยามาโมโตะแทบไม่เหลือความนิ่งเหมือนตอนที่ฮาชิโมโตะยังอยู่
         “ฉันจำคุณได้ ก็เลย…”
         “นี่ ๆ ฉันก็จำคุณได้ แต่ไม่ได้พาเรื่องวุ่นวายไปหาคุณใช่มั้ยล่ะ” ยามาโมโตะดูเสียความมั่นใจอย่างรุนแรงกับเหตุการณ์นี้ ฉันเลยเลิกโวยวาย เพราะฉันก็ไม่ได้เสียหายอะไรอย่างที่โวยวายหรอก แต่มันแค่พาลไปอย่างงั้นเอง
         “อย่าคิดมาก ฉันก็ปากไวแบบนี้แหละ”
         “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” ยามาโมโตะโค้งซ้ำอีกครั้ง เสียงอ่อย
         “แล้วคุณก็มาร้องไห้ต่อหน้าฉันเนี่ยนะ พูดเองแท้ ๆ ว่าไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมา”
         “นั่นสิคะ ฉันก็ไม่ทันได้คิดอะไร” ยามาโมโตะรีบซับน้ำตาที่ออกมาอีกระลอก
         “แล้ว…ตอนนี้เราก็คบกันซะแล้วสินะเนี่ย” ฉันยิ้มให้ยามาโมโตะที่ยังนั่งทำหน้าเหรอหราอยู่
         “คบ ?” ท้ายเสียงคนถามปลิวหายไปกับเสียงจอแจของผู้คนในร้าน ซึ่งก่อนหน้านั้นต่างจับจ้องมาที่โต๊ะฉันเป็นตาเดียว มีผู้หญิงตบกันสนั่นร้าน จะห้ามใจไม่หันมองก็ใจแข็งเกินไปแล้ว
         “วันนี้ฉันว่างอยู่พอดี คบกันวันนึงมั้ยล่ะ” ยามาโมโตะเลิ่กลั่ก ดวงตาแดง ๆ ล่อกแล่ก เธอก็คงจะไม่เข้าใจเท่าไหร่นั่นแหละ
         “คุณจีบฉันเหรอคะ”
         “เปล่า ฉันไม่ได้จีบคุณ” ฉันหัวเราะลั่น แอบคิดขำ ๆ บ้าแล้วใครจะไปจีบเธอยามาโมโตะ บ้าไปแล้วจริง ๆ นั่นแหละ ฉันทำอะไรอยู่
         “ขอโทษค่ะ เห็นคุณถามแบบนั้น” ยามาโมโตะถูมือเขิน ๆ ที่เข้าใจผิด
         “ที่จริงพวกเราทำให้ในร้านเขาเสียบรรยากาศนะ วันนี้มีแต่คนเขาออกมาหวานชื่นกันน่ะ ฉันเลยคิดว่าจะช่วยทำให้คุณหายเศร้าได้บ้าง เจ็บมั้ยล่ะ หน้าน่ะ เป็นรอยมือแล้วนะ”
         “จริงเหรอคะ” ยามาโมโตะก้มหน้างุดไป ไม่รู้จะทำไง เธอเอาแต่ลูบแก้มป้อย ๆ
         “เอางี้ดีกว่า คุณไปกับฉันแล้วกันวันนี้น่ะ ดูแล้วคุณยังมึน ๆ ชา ๆ อยู่เลยนะ ท่าทางไม่น่าไหว” ฉันสรุปให้เสร็จสรรพ ยามาโมโตะตอบรับคำแบบงง ๆ มึน ๆ ส่วนฉันก็เบลอ ๆ ที่ดันถามเรื่องการคบกัน
         
         หลังจากที่อิ่มแล้วก็เลยพากันมาเดินเล่นอยู่บริเวณสวนสาธารณะแถวนั้น แน่นอนว่าเต็มไปด้วยคู่รักที่หวานจนอาจจะตั้งโรงงานขายน้ำตาลได้ ฉันชี้ม้านั่งที่ว่างอยู่แถวนั้นซึ่งยังไม่โดนพวกคู่รักยึดไป ก่อนจะพากันไปนั่งลมรับหนาว
         “ทำไมถึงกล้าเลิกกับฮาชิโมโตะล่ะ คุณดูรักเขามากเลยนะ” ถ้าคนไม่รักจริง ยามาโมโตะคงสนุกสนานร่าเริงไปแล้วป่านนี้ แต่…
         “…”
         “ขอโทษนะ ไม่คิดว่าจะทำให้ร้องไห้อีก” ฉันถือวิสาสะถองศอกใส่จนยามาโมโตะเขินรีบเช็ดน้ำตา แม้กระทั่งตอนนี้เองถึงยังเสียใจมากแต่สาวจากแผนกเข้าเล่มคนนั้นก็ยังอุตส่าห์พยายามเข้มแข็ง
         “เมื่อก่อนก็ยังโอเคนะคะ แต่ตอนหลัง ๆ เขาเริ่มติดต่อกับคนอื่นด้วย ฉันไม่อยากเป็นแค่ตัวเลือก ทั้งที่ฉันเต็มที่กับเขาตลอด เขาก็เต็มที่กับฉันนะคะ แค่บางอย่างมันเปลี่ยนไป เราจะรู้สึกได้โดยที่ไม่ต้องพูด ตอนแรกฉันพยายามบอกตัวเองว่า อย่าเพิ่งคิดอะไรมากไป แต่มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องที่คิดไปเอง ฉันน่ะ…ก็คิดไว้ว่าสักวันมันคงมาถึง แต่ถึงจะเตรียมใจไว้แล้ว ก็อดใจหายไม่ได้น่ะค่ะ เพราะเราสนิทกันมากตลอดเวลาที่ผ่านมา”
         ยามาโมโตะน่าจะทำใจได้มากกว่าที่ฉันคาด เพราะเองก็รู้ตัวมาก่อนบ้างแล้ว แต่เป็นธรรมดา ถ้าผูกพันกับใคร ไม่ง่ายหรอกที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่จะหายไป ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยมีอยู่ตลอด
         “ฉันนี่แย่จังเลยค่ะ พูดเรื่องตัวเองมากเกินไปจนได้ แล้วคุณวาตานาเบะ ไม่เคยรักใครบ้างเลยเหรอคะ” ยามาโมโตะคงไม่อยากพูดถึงเรื่องของฮาชิโมโตะต่อถึงจึงเปลี่ยนมาถามฉันแทน
         “ฉันเหรอ…ยังอะ ฉันยังไม่เจอคนที่ใช่เลย ไม่รู้ทำไม”
         “แต่ฉันเห็นคนมาจีบคุณเยอะแยะเลยนี่คะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะเลือกได้ง่ายซะอีก ที่จริงหัวหน้าแผนกฉันก็บอกว่าปลื้มคุณด้วย” ฉันได้ข้อมูลใหม่ล่าสุดจากเธอ ไม่เคยสังเกตเลยว่าระดับหัวหน้าแผนกก็ถูกใจฉันเหมือนกัน แต่ก็เคยคิดว่าจะลองไปตกดู ระดับหัวหน้าก็ล่ำซำมากกว่าพนักงานในออฟฟิศ แต่ก็เสี่ยงในเรื่องอื่น
         “ฉันว่าเขายังไม่รวยพอนะ” ยามาโมโตะหันมาตาโต
         “ล้อเล่นน่ะ ถ้าเจอรวย ๆ ได้ก็ดีถูกมั้ยล่ะ แต่ถ้าไม่ได้รักมันก็ตอบยากอยู่นะ นั่นไงปัญหาใหญ่เลย เพราะฉันไม่รู้สึกว่าถูกใจใครสักคน ยามาโมโตะเพิ่งบอกใช่มั้ยล่ะเมื่อกี้น่ะ ว่าเราจะรู้สึกอะไรบางอย่างได้กับใครสักคน”
         ยามาโมโตะรอฟังสิ่งที่ฉันพูดอย่างตั้งใจ “ฉันอาจจะดูเชี่ยว ดูไม่จริงใจ แต่มันก็ไม่เสมอไปหรอก ฉันแค่อาจจะ กำลังรอใครสักคน” แต่หลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะกำลังคิดว่าถ้าจะจีบใครสักคน ประเภทที่เพิ่งอกหักมาจะเป็นอะไรหรือเปล่า มันจะฮาร์ดคอร์เกินไปมั้ยที่เสนอหน้าเข้าไป
         “คุณวาตานาเบะ เป็นคนมีเสน่ห์นะคะ ฉันคิดว่าคุณต้องได้เจอคนที่ใช่กับคุณแน่นอน” คนอกหักอุตส่าห์ให้กำลังใจ ยามาโมโตะเธอเองยังต้องเช็ดน้ำตาอยู่เลย น่าจะเป็นฉันที่ได้ปลอบใจเธอมากกว่าหรือเปล่านะ
         “คนที่ใช่มันเป็นยังไงเหรอ”
         “อาจจะเป็นคนที่เข้ากันได้กับคุณมั้งคะ” เธอตอบไปเขินไป ทั้งที่น่าจะเป็นคนพูดเก่งแท้ ๆ แต่พอได้คุยกันแบบนี้ ยามาโมโตะกลับกลายเป็นคนละคน
         “ปกติคุณใจเต้นแรงกับฮาชิโมโตะมั้ย”
         “ช่วงที่คบกันใหม่ ๆ ตอนหลังหัวใจอาจจะไม่เต้นแรงเท่าเก่า แต่กับคันนะมันเต็มไปด้วยความอบอุ่นน่ะค่ะ เป็นความสุข ฉันชอบใช้เวลาอยู่กับเธอ ทำไมเหรอคะ จู่ ๆ ก็ถามขึ้นมา”
         “สงสัยน่ะสิ”
         “ฉันกับคันนะเหรอคะ เรื่องไหนคะ” ยามาโมโตะเปิดโอกาสให้ฉันถาม แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นที่ฉันสงสัย
         “เปล่า ฉันสงสัยตัวเองว่าทำไมต้องใจเต้นแรงเวลาที่มองหน้าคุณต่างหากล่ะ กับคนอื่นไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย…”
         
         ฉันสะดุ้งตื่นและความปวดร้าวไปทั้งตัวก็เล่นงานอย่างสาสม ปวดหลังไปหมด รวมทั้งเรื่องฝันเป็นตุเป็นตะเมื่อกี้ด้วย นี่ฉันฝันถึงอะไรแบบนั้นได้ยังไง แค่เพราะวันนี้คือวันวาเลนไทน์เหรอ บางครั้งมันก็ไม่ได้สำคัญจนต้องเก็บไปฝันหรอกมั้งเนี่ย แต่ที่ฝันนี่ก็เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาของฉัน
         แสงแดดที่สาดส่องเข้ามารำไร ทำให้ห้องยังอุ่นอยู่บ้าง แต่ก็ยังเย็นอยู่สำหรับอากาศเดือนนี้ ในห้องพักเงียบสงบ ห้องข้าง ๆ ก็ด้วย เพราะทุกคนไปทำงานกันหมดแล้ว วันนี้วันวาเลนไทน์ แต่ก็ยังเป็นวันทำงาน ถ้าไม่ปวดท้องประจำเดือนฉันเองก็คงต้องไปทำงานตามปกติเหมือนกัน ฉันตื่นก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ก็มานอนพักเอาแรง เดือนนี้หนักหนาสำหรับฉันพอสมควร
         รวมทั้งเจ้าของห้องอย่างยามาโมโตะคนที่ฉันฝันถึงด้วย
         ฉันกับเธอนอนปวดท้องประจำเดือนอย่างอ่อนแรงพอกัน วาเลนไทน์นี้ก็เข้าขั้นย่ำแย่อีกแล้ว
         “ฉันก็หวังไว้ว่าซายากะจะช่วยดูแลฉันนะ แล้วทำไมต้องเป็นเมนส์พร้อมกันด้วยเนี่ย” ซายากะนอนคว่ำอ่านการ์ตูนอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนที่ตอบฉัน
         “คิดซะว่าวาเลนไทน์นี้เราก็ได้อยู่ด้วยกันทั้งวันไง มิยูกิไม่ชอบเหรอ…โอ๊ยย” ฉันปีนขึ้นไปนอนทับซายากะจนเธอร้องลั่น
         “ฉันก็ปวดท้องเหมือนกันนะ เบา ๆ หน่อยสิ”
         “เดี๋ยวฉันนวดให้ซายากะทั้งวันเลยดีมั้ย ท่าทางจะเมื่อยเพราะนอนอ่านการ์ตูนมากเกินไปมากกว่าปวดท้องเมนส์”
         “ช่วงนี้น้ำหนักขึ้นเหรอ มิยูกิ เธอหนัก…นะ”
         “เสียมารยาท” ฉันนอนโดยใช้ตัวของซายากะเป็นหมอนหนุนหัว แทนการแกล้งด้วยวิธีไปกลิ้งอยู่บนตัวซายากะ หลังจากที่อีกคนพูดเรื่องน้ำหนักของฉันอย่างไม่รู้กาลเทศะ
         “เมื่อกี้ฉันฝันด้วยซายากะ”
         “ฝันว่า…” ฉันไหลไปนอนอยู่ข้าง ๆ ซายากะที่กำลังอ่านหนังสือการ์ตูนชุดล่าที่สุดที่เพิ่งไปเดินซื้อด้วยกันมา เธอมองผ่านสันหนังสือการ์ตูนอย่างสงสัย เมื่อถามแบบนั้นแล้วฉันก็ยังไม่ตอบสักที
         “ฝันถึงวันนี้เมื่อปีที่แล้ว ที่จู่ ๆ ก็มีความซวยเดินเข้ามา” ซายากะหน้าบูดทันที ฉันพยายามจะไม่ยิ้ม ขณะเอานิ้วชี้จิ้มคางเธอเล่น นี่มันเรื่องจริงนะ ตอนนั้นซวยที่สุดแล้ว
         “ไอ้ความซวยที่ว่านั่น มันทำให้เราได้คบกันนะ”
         “ถ้าฉันไม่พูดว่าคิดอะไรกับซายากะ ซายากะจะกล้าตอบตกลงตอนที่ฉันเสนอให้เราลองคบกันเหรอ เธอป๊อดจะตาย”
         “ไม่ได้ป๊อดสักหน่อย ตอนนั้นฉันเพิ่งอกหัก แค่อยากทำใจ ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะ…”
         “จะอะไรเหรอคะคุณยามาโมโตะ” ซายากะหลุดหัวเราะตอนที่ฉันกำลังจะทำซึ้งด้วยการทัดปลายผมของซายากะไว้บนหู
         “จะต้องมาโดนหมูทับบ่อย ๆ เหมือนอย่างทุกวันนี้”
         “น่าเกลียดที่สุด ปากเสียอะ” ฉันคว้าหนังสือการ์ตูนได้ก็ฟาดมันเข้าไปที่ซายากะเต็มแรง แต่รายนั้นก็ยังคงหัวเราะสะใจอย่างบ้าคลั่ง “ถ้าหายเป็นเมนส์ ไม่ต้องมาสะกิดเลยนะ พูดจาแบบนี้ได้ไง ซายากะบ้า” ฉันหัวร้อนที่โดนแซวแบบนั้น แต่ไม่ได้โกรธจริง ๆ หรอก ไว้ค่อยคิดหาทางเอาคืนซายากะวันหลังก็ไม่สาย มั่นใจได้ว่าก่อนวาเลนไทน์หน้าแน่นอน
         “แต่ฉันชอบให้หมูทับนะ” ฉันกลั้นหัวเราะไม่ได้เพราะลูกอ้อนของซายากะ เธอซุกหัวง้อฉันทีเดียวก็อยู่หมัด จะว่าไปมันโอเคแหละถึงจะเป็นหมู แต่ถ้าซายากะชอบฉัน (หมู) ฉันก็ดีใจอยู่นะ
         บ้า…ผู้หญิงที่ไหนเขาจะดีใจเวลามีคนบอกว่าเป็นหมู
         แต่…จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ได้โอกาสทับคนที่สุดยอดอย่างซายากะล่ะ
         วาตานาเบะ มิยูกิ เธอนี่ก็เจ๋งเหมือนกันนะ…
         เป็นหมูก็ได้เหมือนกันนะแบบนี้น่ะ
         

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[ Short ] – วาเลนไทน์แสนเศร้า (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s