[ Short ] – ไวท์เดย์ของเรา (SayaMilky)

Posted on Updated on

         
         วาเลนไทน์ปีก่อน ฉันจำได้ไม่เคยลืม ว่าต้องเจ็บช้ำขนาดไหนกับการเลิกรากับคนที่เคยรักและตอนนั้นก็ยังรักอย่างฮาชิโมโตะ คันนะ เราคบกันมานาน สนิทกันมาหลายปี
         ซึ่งก่อนหน้านั้นมันก็ดี ความสัมพันธ์ของเราเป็นไปอย่างราบรื่น ไว้ใจซึ่งกันและกัน ฉันไว้ใจเธอ
         จนมันเริ่มกลายเป็นฉัน ‘พยายาม’ ที่จะไว้ใจเธอ… หลังที่ฉันได้รู้ว่าคันนะเริ่มเปลี่ยนไป
         เป็นอะไรที่ฉันยังไม่อยากเชื่อเลยด้วยซ้ำ
         มันเริ่มเกิดความไม่แน่ใจขึ้นมา ช้า ๆ และสะสมเป็นสิ่งที่คอยสะกิดใจให้คิดมากทุกครั้ง
         ไม่รู้หรอกนะว่าคันนะคิดจะเล่นสนุกอะไรหรือแค่บริหารเสน่ห์อยู่หรือไม่ ฉันตั้งความหวังสูงกับเธอเกินไปหรือเปล่า แต่ฉันไม่อยากต้องทนอยู่กับความรู้สึกไม่มั่นใจและหวาดระแวงไปตลอด นั่นคือสาเหตุที่ฉันตัดสินใจบอกเลิกกับเธอ
         ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าคันนะแค่เล่น ๆ กับคนอื่น สักวันหากฉันกลายเป็นของเล่นไปด้วยอีกคนขึ้นมาล่ะ เป็นฉันที่กลายเป็นแค่คนที่คันนะเลือกจะทำอะไรก็ได้ กลายเป็นแค่เพียงคนสนิท ‘เล่น ๆ’
         ฉันสมควรที่จะต้องยอมรับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างนั้นเหรอ
         ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้นหรอก ถ้าไม่เหลือสิ่งดี ๆ ให้กันเหมือนเก่า ก็ช่วยทำให้มันจบ ไม่ต้องค้างคา ไม่ต้องคิดอยู่ได้ว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า เขาต้องคิดทำอะไรอยู่แน่ เขาต้องอย่างนั้น เขาต้องอย่างนี้
         สิ่งที่ไม่รู้จบพวกนี้ ฉันไม่ต้องการ…
         
         แต่แน่นอนที่สุดอยู่แล้ว ถึงเป็นพวกเข้มแข็ง คิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอจะบอกเลิกได้…ฉันก็ยังมีความกลัว ฉันรู้เป็นอย่างดี รู้มาโดยตลอด ฉันรู้ตัวฉันเองว่าก็ผูกพันกับคันนะแค่ไหน คนที่ใช้เวลาร่วมกันมาตั้งนาน มันไม่ง่ายเมื่อจะพูดว่า ‘เลิกกัน’ อย่างที่ฉันตั้งใจ เพราะฉันยังอ่อนแอและรักคันนะมากเกินไป
         ในร้านที่พาคันนะไปวันวาเลนไทน์นั้น หลังสร้างความมั่นใจจนมากพอที่จะเอ่ยคำลา ด้วยการเล่าเรื่อง ‘การเปลี่ยนแปลงและใครเปลี่ยนไป’ กันตรง ๆ ระหว่างฉันกับคันนะ อารมณ์ที่วิ่งพล่านอยู่ในหัว ไหนจะยังเรื่องที่ต้องทำเป็นเข้มแข็งไว้ต่อหน้าคันนะ เพื่อให้เธอได้รู้ว่าฉันเอาจริง
         ฉันยอมรับความอ่อนแอของตัวเองไม่ได้
         ฉันอยากร้องไห้เหลือเกิน ตาร้อนผ่าวจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้
         ถ้ายังนั่งต่อไปคงทนไม่ได้ และฉันต้องทำอะไรสักอย่าง
         ซึ่งก่อนที่จะเป็นเรื่องแย่ไปมากกว่านี้ พอเห็นคนรู้จักที่ไม่สนิทกันเท่าไหร่ ไม่สนิทเลยจะถูกกว่า เช่นวาตานาเบะ มิยูกิ เป็นเธอคนนี้ก็ดีกว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักเลยคนอื่น ๆ ที่อยู่ในร้าน ณ ช่วงเวลานั้น
         ฉันก็เดินดุ่มเข้าไปหาเธอและสร้างเรื่องแหกตาชนิดที่ทำให้ตะลึงกันไปทุกฝ่าย…
         แม้แต่คันนะเองก็คงคิดไม่ถึง ฉันโดนตบจนหน้าชา พอ ๆ กับที่โดนต่อว่าด้วยคำพูดซึ่งเจ็บแทงทิ่มเข้าไปลึกถึงหัวใจ เรื่องแบบนั้นสร้างความตกตะลึงกันไปทั้งร้าน อดีตแฟนของฉันคงคิดว่าหักหน้ากันที่เปิดตัวแฟนใหม่ในวันวาเลนไทน์
         วาตานาเบะ มิยูกิ นั่งนิ่งเมื่อฉันจับมือเธอและพูดเรื่องโกหกที่ว่ากำลังคบหากับเธออยู่ สายตางุนงงสุดขีดแต่ไม่ได้พูดอะไร ทั้งที่เธอคงอยากจะด่าฉันหรือต่อว่าเรื่องอะไรก็ได้ สำหรับการกระทำที่ไม่น่าให้อภัย
         คนรู้จักห่าง ๆ ในบริษัท ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย ชั่วเสี้ยววินาทีที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วในตอนนั้น ฉันจำได้แค่ว่า ฉันรวบรวมความกล้าอย่างยากลำบากแสนสาหัส เพื่อตัดสัมพันธ์กับคนที่รัก
         แต่เหตุการณ์ที่ฉันเริ่มอย่างไม่น่าให้อภัยวันนั้น มันเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของความสัมพันธ์ในวันนี้ มันเริ่มต้นสิ่งใหม่และความหมายของคนที่อยู่เคียงข้างกัน
         แผนที่ไม่มีการจัดการอะไรของฉัน ไม่คิดเลยสักนิดว่าถ้าเกิดวาตานาเบะ มิยูกิ คนนั้นกำลังรอชายหนุ่มอยู่หรือว่าคู่เดทในฝัน ใครก็ตามหรืออาจจะเป็นหนึ่งในพนักงานที่ทำงาน และถ้าเกิดว่าเขากลับมา มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดไหน
         อะไรที่ดลใจให้ฉันกล้าทำทั้งที่มีความเสี่ยงมากมาย…
         เสี่ยงจนได้พบกับเรื่องที่เหลือเชื่อ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี วาตานาเบะ มิยูกิ ไม่ได้มารอใคร ถึงจะโดนต่อว่าต่อขานที่ทำเรื่องยุ่งยาก หากแต่แม่สาวคนนั้นก็ยินดีช่วยเหลือฉันโดยไม่คาดฝัน
         เธอคอยอยู่เป็นเพื่อนฉัน
         ฉันเองก็ยังจำความรู้สึกงง ๆ ของตัวเองได้ เมื่อวาตานาเบะ มิยูกิ บอกว่าเธอใจเต้นแรงเวลาที่ได้คุยกับฉัน แล้วก็ยังบอกไม่ถูกตอนที่เธอเสนอให้คบกันหนึ่งวัน เพื่อช่วยทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
         แล้ว…
         ฉันก็ประชดชีวิตรักตัวเองด้วยการคบหากับวาตานาเบะ มิยูกิ…

         ก็ไม่ได้คิดไว้ก่อนเหมือนกันว่าจะคบกันได้จริงและยังคบกันยืดเกินคาด เพราะมิยูกิของฉันในวันนี้ อดีตของเธอก็ไม่น้อยหน้ากว่าฉันและอดีตแฟนของฉันเท่าไหร่ เป็นที่กล่าวถึงในบริษัท ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาเลย…
         ยิ่งความเนื้อหอมไม่เป็นสองรองใคร มีคนรอจีบเพียบ ฉันได้ยินเรื่องพวกนี้แต่ไม่คิดว่าเป็นสาระสำคัญอะไร เพราะฉันนั้นมีคนที่รักอยู่แล้ว แต่ถามว่าแปลกใจมั้ยที่มิยูกิมีเสน่ห์มากมายจนทำให้เป็นที่สนใจแก่ผู้คนในบริษัทได้ถึงเพียงนั้น
         ไม่เลย…มิยูกิเป็นคนที่สามารถทำให้คนอื่นหลงจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น โดยที่ไม่ทันระวังตัว กว่าจะรู้ก็สายเพราะโดนเสน่ห์ของมิยูกิเข้าไปแล้ว และถึงจะรู้ว่า ‘พลาด’
         ฉันเชื่อว่าหลายคนยอมพร้อมเต็มใจที่จะ ‘พลาด’ เพื่อให้ได้สนิทสนมกับมิยูกิ ยอมเป็นเหยื่อของเธอ การคุยกับมิยูกิเป็นหนึ่งในเรื่องเพลิดเพลินสำหรับใครหลายคนเลยนะ มิยูกิเข้าหาคนเก่ง พูดจาเก่ง
         นี่แหละความร้ายกาจของมิยูกิ อันตรายยิ่งกว่าอะไรดี
         
         อนึ่งนั้น มิยูกิอาจมีภาพลักษณ์ที่ดูร้าย ใช่เลยเธอมันร้าย…เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมรู้ทันคน ลักษณะภายนอกทางลบชอบเล่นสนุกไปเรื่อยกับใครที่เข้าหาเธอ แต่ว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น คนสวยรวยเสน่ห์ไม่ได้เจ้าชู้ ถึงจะมีสายตาพร้อมอ่อยเป็นพลังทำลายล้างได้แม้กระทั่งภูผาที่แข็งแกร่ง
         แต่ความอันตรายของสายตาเหล่านั้น จะเป็น ‘อันตราย’
         ยิ่งกว่าที่ทุกคนเคยเห็นเมื่อมิยูกิ ‘ตั้งใจ’ ใช้มันจริง ๆ
         ส่วนมากที่คนอื่นเจอเป็นเพียงน้ำจิ้ม มิยูกิเล่าให้ฟังว่าเธอใช้เทคนิคพวกนี้เพื่อปฏิสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับคนอื่น โดยเฉพาะผู้ชายและใครก็ตามที่เธอต้องการขอความช่วยเหลือ ฉันเคยถามว่าไม่ร้ายไปหน่อยเหรอที่ทำกับพวกเขาแบบนั้น เขาอาจจะมองมิยูกิไม่ดี
         มิยูกิบอกว่าพวกนั้นรู้ว่าเธออยากให้ช่วยและทุกคนก็ไม่ได้ปฏิเสธนี่ การใช้ท่าทางที่ดีเป็นเสมือนให้กำไรทางความรู้สึกแก่พวกเขาเป็นการตอบแทน
         กำไรทางความรู้สึก ฉันยังจำได้ว่าเคลิ้มแค่ไหนที่โดนอีกคนจ้องยิ้ม ๆ มิยูกิบอกว่าใครจะมองยังไงก็ช่าง แค่ตอนนี้มีฉันมองเห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ เธอว่าเธอพอใจแล้ว ฉันก็ไม่รู้จะเรียกว่ามองเห็นหรือเปล่า ก็ในเมื่อหลังจากที่โดนจ้องอย่างกับฉันเป็นคนที่สำคัญมากของเธออยู่แบบนั้น ก็เลย…พามิยูกิไปเรียกเหงื่อกันบนที่นอน
         ตอบแทนเพื่อเป็นกำไรทางความรู้สึกอย่างที่มิยูกิบอกไว้
         ซึ่งฉันมีสิทธิ์มากกว่าคนอื่นตรงที่ได้ใช้ปากทำ ‘อย่างอื่น’ กับมิยูกินอกเหนือจากการพูดคุยกันแบบปกติ
         
         ฉันเชื่อว่ามิยูกิไม่เจ้าชู้ เชื่อว่าเธอไม่โกหก หรืออาจเพราะฉันกำลังหลงเธออยู่ก็ได้กระมัง ถึงได้เชื่อไปหมดทุกอย่าง เรื่องนั้นค่อยมาพิสูจน์สติของฉันหลังฉันตาสว่างจากมารยาของมิยูกิก่อน
         ฉันเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้เจอสายตาพิฆาต เรียกว่าอาการร่อแร่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ สายตาขี้อ้อน สายตาเว้าวอน สายที่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ปฏิกิริยาที่มากด้วยเสน่ห์ร้าย ๆ ซึ่งฉันปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าสักวันจะต้องอดใจกับผู้หญิงคนนี้ให้ได้แม้มันจะริบหรี่ก็ตาม
         สมัยก่อนฉันยังมีความอดทนมากกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า ไม่หลงเสน่ห์ผู้หญิงคนไหนจนคุมตัวเองไม่ได้
         ไม่มีทางซะหรอก ฉันไม่เคยพลาด
         ไม่น่าเชื่อเลยที่คบกับมิยูกิ เธอพังทลายความเข้มแข็งของฉันไปหลายอย่าง
         ฉัน ‘พลาด’ หลงเธอเข้าเต็มเปา ยอมให้ตัวเองโดนแกล้งบ้าง ยอมให้โดนยั่วบ้าง…
         
         ถึงแม้วันเวลาจะเข้าเดือนมีนาคม ผ่านปีใหม่มาตั้งสองเดือนนิด ๆ แล้ว มิยูกิก็ยังไม่ทิ้งเรื่องที่ชอบทำในปีเก่า คือชอบบ่นเรื่องปัญหาน้ำหนักตัวกับขนาดแก้มที่เพิ่มขึ้นระยะหลังมานี้ เธอจะเหวี่ยงมากเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากน้ำหนักปกติ ถ้าบังเอิญว่าช่วงนั้นเป็นประจำเดือน
         มิยูกิทำสถิติบ่นหูดับตับไหม้จนกว่าจะหาย หรือเพลียแล้วหลับไป หรือเจออะไรที่อยากเหวี่ยงมากกว่าเช่นหงุดหงิดที่หมอนหนุนไม่พอดีกับคอของเธอ ทั้งที่ก็นอนหมอนใบนี้มาตลอด
         ตอนแรกก็โทษฉันที่ชอบพาไปกินของอร่อยบ้างละ แต่ไม่นึกถึงหรอกมั้งว่าความจริงคนที่ไปหาเมนูมาก็คือตัวมิยูกิเอง ฉันไม่ค่อยเถียงผู้หญิงงอแงอย่างเธอหรอก เพราะก็พอจะเข้าใจว่ามันทรมานและแปรปรวน
         ที่จริงมิยูกิน่ารักเสมอสำหรับฉัน ถึงเธอจะอ้วนจนแก้มแตกแต่มิยูกิก็ยังเป็นมิยูกิอยู่วันยังค่ำ
         เมื่อวาเลนไทน์เดือนก่อนเราเป็นประจำเดือนพร้อมกัน ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ตอนแรกหวั่นใจว่าหมูน้อยจะวีนใส่อีกหรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ทำแบบนั้น เธอหงุดหงิดน้อยลง เห็นบ่นว่าค่อนข้างปวดมากกว่าทุกเดือนและร่างกายอ่อนเพลีย ส่วนฉันเองก็อาการหนักไม่น้อยไปกว่าเธอ
         ตั้งแต่ที่คบกันมา ต่อให้เหวี่ยงหนักแค่ไหน ถ้ามิยูกิหายงอแงจากอาการปวดท้องประจำเดือนเมื่อไหร่ มิยูกิจะเป็นคนที่เข้ามาขอโทษเสมอ เธอรู้ตัว เธอบอกว่าเสียใจที่เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้สักทีกับความหงุดหงิดเมื่อถึงช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง บางทียังเหม็นขี้หน้าฉันด้วยซ้ำ แต่พอมองดูหน้าฉันให้ชัดอีกที ก็กลายเป็นอยากฟัดอยากเล่นกับฉันแทน
         มิยูกิส่ายหัวระอาตามอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของตัวเองไม่ทัน…
         
         มิยูกิเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ชอบเธอก็ตรงนี้แหละ อ่อยก็บอกว่าอ่อย เธอชัดเจน อย่างเช่นรอยแสยะยิ้มที่จริงใจ อย่างกับเราไม่ได้คบกัน รอยยิ้มอาฆาต แสดงถึงความหมั่นไส้ฉัน ตอนเธอรู้สึกโกรธเมื่อโดนฉันทักว่าน้ำหนักตัวขึ้น หรือเวลาที่มิยูกิพยายามอ้อนขอความเห็นเรื่องของกินรสเลิศ เธอกระเง้ากระงอดว่าจะไปกินให้ได้ ทั้งที่เพิ่งบ่นเรื่องน้ำหนักให้ฉันฟังจนหูชา มิยูกิก็ลืมมันไปอย่างรวดเร็ว และของกินคือความสำคัญลำดับแรกที่เธอให้ความสนใจ
         แต่นั่นละมิยูกิหมูน้อยของฉัน…ตอนแรกก็อันตรายดูเป็นนางมารร้าย
         แต่จริง ๆ มิยูกิก็เป็นผู้หญิงขี้อ้อนคนหนึ่ง บางทีก็งอแงด้วยนะ
         ถึงจะมีคนมาเสนอขายขนมจีบให้มิยูกิ ไม่ว่าจะคนไหน พวกเขาก็จะทำได้แค่เสนอ เพราะมิยูกิไม่ตอบสนอง
         เธอตอบเชิด ๆ ว่าอ่อยได้แต่ไม่ใช่อ่อยใส่ทุกคน ถึงอาจจะมีอ่อยเล็กอ่อยน้อยใส่ใครหลาย ๆ คนไปบ้างเวลาเผลอก็เถอะ มิยูกิผู้ชำนาญการบอกว่า เรื่องบริหารเสน่ห์เป็นสิ่งที่หญิงสาวควรมีติดตัวไว้บ้าง แต่อย่าเอามันมาทำเป็นเรื่องเล่น ๆ จนเลยเถิด เกินขอบเขตที่ควรจะเป็น เพราะถ้าทำแบบนั้นจะได้ผลร้ายมากกว่าผลดี
         พูดถึงเรื่องนี้ฉันคิดขึ้นมาได้ หลังจากทราบข่าวบางอย่าง ในแผนกชื่นชมกันหนาหูเกี่ยวกับหัวหน้าแผนกของฉัน คนที่ชอบมิยูกิอีกหนึ่งคน ฉันลองบอกกับมิยูกิระหว่างนอนเล่น ทำกิจกรรมส่วนตัวของแต่ละคนบนที่นอน ว่าหัวหน้าแผนกตอนนี้รวยขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเพราะเล่นหุ้นได้กำไรในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอก็ทำตาลุกวาวร้องว้าวแล้วขโมยหอมแก้มฉันไว ๆ พร้อมกับบอกว่า
         “เขาชอบฉันมากกว่าที่ซายากะจังชอบฉันหรือเปล่าล่ะ ถ้ามากกว่า…ฉันจะทิ้งเธอเดี๋ยวนี้แหละ แต่ฉันว่าหัวหน้าแผนกคงสู้ลูกน้องตัวเองไม่ได้” มิยูกิยักไหล่นั่งอ่านนิตยสารแฟชั่นต่ออยู่ข้างฉันที่อ่านการ์ตูนมาถึงกลางเล่มพอดี
         “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ หัวหน้าแผนกฉันน่ะ เขาก็ชอบมิยูกิมาตั้งนานแล้วนี่” ฉันมั่นใจว่าฉันมีความรู้สึกให้มิยูกิมากกว่าหัวหน้าแผนกของตัวเอง แต่ก็ไม่อยากจะพูดออกไปทั้งแบบนั้น
         “ฉันก็พูดไปเรื่อยน่ะ ตอนนี้เขาอาจจะรวยแล้วก็จริง แต่สิ่งสำคัญสำหรับเขา…พนันกันได้เลยว่า ก็เงินที่เขาหามาได้นั่นแหละ มันสำคัญมากกว่าฉัน เขาได้มันมาด้วยความมานะพยายาม ลักษณะแบบฉันไม่ใช่แม่ของลูกที่ดีเท่าไหร่หรอกนะ แล้วคุณหัวหน้าแผนกเองก็ใช่ว่าจะเป็นชายหนุ่มแสนซื่อ ที่คบฉันหวังแต่ง เขาก็ไม่เบาเหมือนกันนั่นแหละ ว่าแต่…ทำไมซายากะจังถึงพูดเรื่องหัวหน้ามีเงินขึ้นมาล่ะ” ฉันสะดุ้งเฮือกไปเล็กน้อยเมื่อโดนย้อนด้วยคำถามนี้ แอบชำเลืองมองคนข้าง ๆ แต่ทำเป็นว่ายังอ่านการ์ตูนอยู่
         “กำลังคิดว่าจะซ้ำรอยแผลเก่า เหมือนเมื่อปีก่อนหรือเปล่า…อยู่เหรอ” โชคร้ายที่ฉันดันคิดเรื่องอะไรทำนองนั้นอยู่พอดี
         “ใช่มั้ย ? แอบคิดอยู่ใช่มั้ยล่ะ ถ้าฉันจะไปก็รีบไปไม่ต้องคบกันนานมาก เกิดวันหนึ่งมีใครเปลี่ยนไป ก็จบ ๆ กัน แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง” มิยูกิลากเสียงซักไซ้
         “ฉันเล่าให้ฟังเฉย ๆ แต่…ก็ไว้เป็นทางเลือกได้นะ ดีใช่มั้ยล่ะแฟร์ ๆ ต่อกันไม่ผูกมัดกันจนเกินไป เจอใครที่ดีกว่าก็ไป” ฉันเซ็ง ๆ ตัวเองที่แอบคิดเล็กคิดน้อย ท่าทางต้องวนกลับมาอ่านการ์ตูนเล่มนี้ใหม่ตั้งแต่ต้นแน่เพราะตอนนี้อ่านไม่เข้าหัวเลยสักนิด
         “คนรวย ๆ ก็มีภาษีดีนะ แต่จะสู้คนที่ชอบ ฉันว่ายากน่ะ” มิยูกิเปลี่ยนมานั่งคร่อมฉัน เริ่มเกาะแกะวุ่นวาย ฉันจึงต้องส่องหนังสือการ์ตูนในระยะที่ใกล้กว่าเดิมเพื่อจะได้หลบสายตาพิฆาตจากมนุษย์อันตรายอย่างมิยูกิ
         “ซายากะจังไม่หวงฉันบ้างเหรอ ฉันออกจะฮอตและรวยเสน่ห์ขนาดนี้” ยัยบ้า…ก็หวงสิ มิยูกิเป็นหมูของฉันนี่
         “จะนั่งทับฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่ช่วยเก็บมือไว้กับตัวได้มั้ย จะทำอะไรของเธอน่ะ จะยั่วฉันเหรอ” มิยูกิยังซุกซนด้วยการลูบมืออยู่ที่หน้าท้องใต้เสื้อฉัน หน้าตาไม่รู้ร้อนใด ๆ ฉันต้องทำเป็นโมโห นึกจะจับก็มาจับแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน
         “ใช่ไงฉันยั่วซายากะจังอยู่…ฉันจับนิดจับหน่อยไม่ได้เหรอ ไม่หวงฉันแต่หวงตัวเอง”
         “มิยูกิไม่ได้เสียใจจริง ๆ สักหน่อย กำลังสนุกอยู่ด้วยซ้ำที่ได้ยั่วฉันให้หัวร้อนอะ” ฉันกำลังจะบ่นต่อแต่หมูน้อยน้ำหนักเยอะแย่งเอาหนังสือการ์ตูนไป
         “ซายากะจังน่ะ ถ้าเจอฉันยั่วจริง ๆ ไม่มีทางได้นั่งอ่านการ์ตูนต่อหรอก นี่ฉันยั่วเธอแค่สิบเปอร์เซ็นต์เอง จะบอกไว้ให้สำนึกตัว ถ้าปากกล้าก็จะโดนทำโทษ…รู้มั้ย” มิยูกิมาดร้ายทำให้ฉันเริ่มอยู่ไม่สุข ทั้งที่ตอนแรกอยากได้หนังสือการ์ตูนคืน แต่ตอนนี้อยากได้ริมฝีปากคืนมากกว่า ซึ่งดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว มิยูกิหมูน้อยน้ำหนักเยอะอย่างเธอไม่น่าจะโอเคกับการถอนริมฝีปากที่กำลังติดพันออกไป
         ฉันเองก็อยากโดนทำโทษต่อด้วย…
         “ตัวหนักขึ้นกว่าเดิมมั้ย” มิยูกิกดริมฝีปากหนัก ๆ ก่อนล่าถอยออกไป
         “จูบมากกว่านี้อีกเหรอ หรือว่าอยากได้มากกว่าจูบ ถึงกอดฉันซะแน่นแบบนี้” มิยูกิทำเป็นไม่ได้ยินความน่าเศร้าเรื่องน้ำหนักตัวเองและยังโมเมว่าฉันกอดเธอ ทั้งที่ฉันโดนเธอบังคับให้เอามือไปวางไว้ที่เอวต่างหาก
         แต่…
         ก็ต้องยอมรับแหละว่าโดนบังคับมันก็แค่ครึ่งหนึ่ง เพราะอีกครึ่งหนึ่งรู้สึกว่าฉันก็ยินยอมพร้อมใจไปกับมิยูกิด้วยเหมือนกัน นี่ไม่รวมว่าฉันเต็มใจปล่อยให้มิยูกินัวเนียที่ซอกคอตั้งนาน
         “สิบสี่นี้ทำอะไรดีล่ะ” ฉันกำลังจะจูบกับมิยูกิต่อเป็นต้องหยุดกึก สิบสี่มีนาคมวันไวท์เดย์น่ะเหรอ จะทำอะไรได้เพราะรู้แน่ต้องปวดท้องประจำเดือน หากโชคดีก็ไม่ต้องลางาน โชคร้ายก็นอนขลุกอยู่ด้วยกันเหมือนวันที่สิบสี่ของเดือนก่อน
         “สิบสี่เหรอ…ฉันไม่มีงานด่วนนะ เผื่อจะต้องลางานเพราะปวดท้อง กะไว้ว่าอาจจะต้องอยู่ตัวติดเป็นตังเมกับหมูน้อยแถวนี้ก็ได้ไง แต่ว่าถ้าถามเรื่องคืนนี้…ฉันคิดไว้แล้วว่าจะทำอะไร”
         “เอ๋…”
         ฉันกระโจนตัวเองที่โดนเธอนั่งคร่อม ไปทับร่างมิยูกิไว้โดยไม่ทันให้ตั้งตัว หมูน้อยกรี๊ดไม่หยุดแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรนัก ฉันจึงเปลี่ยนจากการหยอกเป็นหอมที่แก้มสุดลมหายใจฟอดใหญ่
         “จะหอมเว่อร์ไปหรือเปล่า” มิยูกินอนหัวเราะอยู่ในอ้อมกอดฉัน หลังจากที่เลิกแกล้งเธอแล้ว
         ฉันชอบให้เธอเหวี่ยงใส่เหมือนกันนะ ชอบให้มางอแง
         “ก็คิดถึงมั้ยล่ะ” ทั้งที่บอกขนาดนี้แต่อีกคนยังสนใจนิตยสารอยู่ เวลานี้ยังจะสนใจอ่านแฟชั่นอะไรนักหนากันนะ ฉันนี่เลิกสนใจหนังสือการ์ตูนตั้งแต่แรก ๆ แล้วด้วยซ้ำ
         “คิดถึงทุกวัน ไม่เบื่อเหรอ” มิยูกิถามส่ง ๆ ฉันแย่งความสนใจของเธอจากนิตยสารไม่ได้จริง ๆ เหรอเนี่ย
         “เบื่อ…”
         “เบื่อ…” มิยูกิเลียนแบบด้วยท่าทางกวนโอ๊ย ยิ่งตอนที่เบะปากลากเสียงว่าเบื่อนั่น สมควรโดนให้หนักจริง ๆ สายตาเธอยังอยู่ที่นิตยสารเล่มเดิม
         “เบื่อที่เลิกคิดถึงเนื้อตัวหอม ๆ ของหมูน้อยไม่ได้เนี่ยสิ…นิตยสารนี่น่ะ ค่อยอ่านวันหลังดีกว่านะ” ฉันใช้วิชามารส่วนตัวคว้าเอานิตยสารมาจากมิยูกิแล้วโยนไปสุดห้อง เมื่อวิธีนี้ต้องทำให้มิยูกิมาสนใจกันแน่ ๆ ขณะที่เริ่มเป็นฝ่ายสำรวจกลิ่นหอมที่ว่านั่น ซึ่งเนื้อตัวมิยูกิก็ยังหอมเหมือนเดิม เหมือนทุกครั้งที่ได้จูบได้อยู่ใกล้เธอ
         “นี่ !” มิยูกิทำเป็นโวยแต่ก็ยอมให้เกิดการนัวเนียครั้งใหญ่ต่อไป
         “เมื่อกี้เบื่ออะไร เลียนแบบฉันทำไม รึว่ามิยูกิก็คิดถึงฉันเหมือนกัน เลยเบื่อที่เลิกคิดถึงฉันไม่ได้”
         “บ้า ใครจะคิดถึง” มิยูกิจู่โจมฉันบ้าง เธอขยับตัวมาอยู่เหนือร่างฉันและสอดประสานมือทำเป็นกดมันไว้กับที่นอน พร้อมกับก้มมาจูบที่ปาก
         “มิยูกิไง…”
         “รู้ดีนักนะ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้…ทำอะไรดีล่ะ ?” มิยูกิเกาแก้มถามด้วยความสงสัยจอมปลอม
         “ทำในสิ่งที่วันที่สิบสี่มีนานี้เราจะหมดแรงจนทำไม่ได้น่ะสิ” ฉันดึงอีกคนลงมานอนก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มปลุกความปรารถนาของเราทั้งคู่ให้ลุกโชน…”
         
         14 มีนาคม…
         มิยูกิมีอาการปวดท้องประจำเดือนเหมือนอย่างที่คาดเอาไว้ เธออิดโรยเกินกว่าจะโวยวายอะไรได้ วันนี้พวกเราหยุดงานกันทั้งคู่เหมือนเคย แต่สำหรับฉันเดือนนี้ถือว่าดีขึ้นมาก
         หมูน้อยของฉันเอาแต่นอนอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉันนั่งอ่านการ์ตูนอยู่ไม่ไกลจากเธอ เพื่อคอยดูอาการถ้าเกิดว่ามิยูกิอยากได้อะไร แต่มิยูกิก็แค่เพียงขยับเข้ามาแงะแขนฉันออกและนอนซบฉัน เมื่อเธอรู้สึกว่าฉันนอนอยู่ใกล้ ๆ ก่อนที่จะนอนนิ่งไปนานมาก นานจนฉันเองก็ผล็อยหลับไปด้วยอีกคน
         ฉันตื่นก่อนเธอในช่วงบ่ายแล้วคิดขึ้นมาได้ว่านี่อาจจะทำให้มิยูกิอารมณ์ดีขึ้น หลังใช้เวลาพอสมควรกับการงัดตัวเองออกมาจากที่นอน จึงรีบวิ่งไปหาอุปกรณ์ แล้วก็เอามาวางไว้เพื่อรอให้มิยูกิตื่น
         มิยูกิงัวเงียตื่น สิ่งที่เธอทำเป็นอันดับแรกหลังจากลืมตาขึ้นมาคือการถอนหายใจเฮือกใหญ่สองรอบ แต่ก็ยังคงนอนอยู่นิ่ง ๆ จนฉันต้องเข้าไปหาใกล้ ๆ
         “หิวมั้ย”
         “ไม่หิวเลยนี่สิ ฉันปวดท้อง กินอะไรไม่ไหวหรอก” มิยูกิเสียงอู้อี้มาก เธอน่าจะยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่
         “มิยูกิรอฉันแป๊บนึงนะ มีอะไรจะให้” ฉันรีบเอาอุปกรณ์ที่เตรียมไว้มาจัดการพันอย่างง่าย ๆ รอบข้อมือ เมื่อตรวจดูว่าเรียบร้อยดีแล้วจึงชูข้อมือตัวเองที่มี ‘ริบบิ้น’ สีชมพูสีหวานให้คนที่เตียงชะเง้อมองดู
         “วันนี้วันไวท์เดย์ ฉันไม่มีของตอบแทนอื่นให้นอกจาก…ตัวฉันเอง” มิยูกิเลิกชะเง้อเพราะเธอหัวเราะแล้วกวักมือเรียกฉันเข้าไปหาใกล้ ๆ เธอยันตัวเองขึ้นมานั่งและยิ้มให้อย่างโรยแรง
         ฉันสวมกอดมิยูกิ เมื่อเธออ้าแขนรอ…
         “ขอบคุณนะซายากะ…ไว้ฉันจะกินของขวัญชิ้นนี้ให้หมดทุกส่วนเลย” มิยูกิกระซิบมีความหมายแฝงทั้งที่ก็คงจะทั้งปวดท้องทั้งขบขัน แน่นอนว่าฉันพร้อมเสมอไม่ว่าเธออยากกินเมื่อไหร่
         “อื้อ…อร่อยกว่าของขวัญไวท์เดย์ที่มิยูกิเคยได้รับแน่นอน เชื่อฉันสิ”
         

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[ Short ] – ไวท์เดย์ของเรา (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s