[ Short ] – ความเหงาแสนสุข EP01 (SayaMilky)

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

         บทที่ 1
         ยูริโทร (ทัก) มาบอกว่าเพิ่งเลิกกับแฟนเก่า ฉันเลยบอกน้องให้พยายามเข้านะ แต่ยูริหัวเราะ น้องบอกฉันว่า พี่ซายากะต่างหากที่ต้องพยายาม เพราะเหตุผลที่ฉันไม่มีแฟนมาตั้งกี่ปีแล้ว สรุปว่าน้องมันอยากจะโทรมาทักหรือโทรมาเย้ยกันแน่ สุ้มเสียงไม่ได้มีความสะเทือนใจกับการเลิกราสด ๆ ร้อน ๆ ครั้งนี้แม้แต่นิดเดียว
         นั่นสิ…ฉันไม่มีแฟนมานานมาก ยิ่งไม่ได้ใส่ใจยิ่งลืมไปแล้วว่ามันต้องมีเรื่องอะไรพรรค์นี้น่ะ งานก็ยุ่ง ๆ อยู่ด้วย ในขณะที่ยูริเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น บางคนเพิ่งคบกันได้เดือนกว่า วันต่อมาก็เปลี่ยนหน้าเป็นอีกคนไปแล้ว บางคนฉันยังไม่ทันได้เห็นหน้า ฝ่ายเจ้ายูริก็โบกมือลาเลิกแล้วความสัมพันธ์ที่ก่อนหน้านั้นหวานเสียยิ่งกว่าน้ำตาล อ้างว่าไปกันไม่ได้ตามเคย
         ยูริอายุยี่สิบปีแล้ว เป็นน้องสาวที่ร่าเริงและสนุกกับชีวิต สนุกเกินไปด้วยซ้ำ ไม่ได้อยากจะบ่นหรอกนะ แต่เพราะเธอบรรลุนิติภาวะมากพอแล้ว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ฉันไม่ค่อยยุ่งวุ่นวายจนเกินไปกับเรื่องส่วนตัวของน้องมากนัก ฉันรู้ว่ายูริมีความรับผิดชอบเฉกเช่นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ถึงน้องจะทำตัวเป็นเด็กไปบ้างบางครั้ง ถ้าน้องมีปัญหาขึ้นมา ฉันพร้อมให้คำแนะนำ แม้ว่าอาจจะเป็นคำแนะนำที่ไม่ช่วยอะไรน้องเท่าไหร่
         ตอนฉันอายุเท่ายูริ ฉันเลิกกับแฟนคนแรกพอดี และน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่เรียกว่า ‘แฟน’ ได้เต็มปาก ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นน่ะเหรอ ฉันทุ่มเททุกอย่างให้เขาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม เพราะอายุยังน้อยมันเลยเป็นเรื่องน่ารักหวานแหวว ตั้งใจว่าอยากจะคอยดูแล อยากเป็นคนที่ทำทุกอย่างให้
         คบกันมาหลายปีเข้า ในความคิดของฉัน ยิ่งฝังใจว่ารักนี้มั่นคง ยิ่งอีกฝ่ายเองก็ติดฉันมากพอตัว จึงไม่ทันคิดเฉลียวใจว่าสิ่งที่ฉันหวังดีอยากดูแล มันจะเกินความพอดีจนทำให้อีกฝ่ายเริ่มหน่ายและอึดอัดที่ฉันเจ้ากี้เจ้าการ กว่าจะรู้ตัวว่ามันสายไป เธอก็ขอเลิกกับฉันระหว่างที่เรียนมหาวิทยาลัย
         ระยะเวลาไม่ใช่หลักประกันให้ความมั่นคงอย่างที่ฉันเชื่อมาตลอด
         ความสัมพันธ์ของฉันสะบั้นลง เราไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง เธอบอกเพียงว่าเธออยากมีระยะห่างมากกว่านี้ ฉันใกล้ชิดเธอมากเกินไป…
         น่าแปลกที่เธอกลับเลือกไปใกล้ชิดคนอื่นแทนฉันในระหว่างนี้ ไม่เห็นมีระยะห่างเหมือนที่พูดไว้กับฉันเลย
         ก็แปลได้ไม่กี่อย่างว่า ‘เลิก’ อย่างเป็นทางการโดยไม่ต้องบอกลากันให้ยุ่งยาก
         แฟนเก่าคนนั้น…ตอนนี้มีความสุขดีกับแฟนใหม่ของเธอ ฉันไม่รู้หรอกว่ายังเป็นคนเดิมตอนที่ขอให้ฉันห่าง ๆ ไปหรือเปล่า ฉันไม่สนใจแล้วแหละ
         และแย่กว่านั้นคือฉันเลิกสนใจหลาย ๆ อย่างรอบตัวไปพักใหญ่ เรียกว่าเสียสมาธิและจนถึงกับเขว
         หลายอย่างที่ฉันเคยทำเมื่อผิดหวังกับคนรักที่ฉันทุ่มเทเหลือเกิน ถ้าคิดย้อนกลับไปฉันคงไม่ทำ เพราะมันไม่ได้เท่เหมือนอย่างพวกนางเอกในทีวี และฉันว่ามันตลกมากเมื่อเราโตขึ้น ได้เห็นอะไรที่กว้างกว่าแต่ก่อนถือเป็นบทเรียนสำคัญ
         
         ห้าปีที่ผ่านมา ฉันก็ยังโสดเหมือนเดิม ฉันลองพยายามหาคนคุย คนที่เห็นว่าน่าจะคุยได้ ซึ่งมันไม่ค่อยลงตัว จะว่าไงดี คงอารมณ์ไม่อยากให้ใจตัวเองต้องผูกพันถลำลึก ไม่อยากเจ็บปวดเพราะฉันรู้ตัวดีว่าถ้าเกิดความหวังดีของฉัน จะทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จนเกิดการขอ ‘ระยะห่าง’ เหมือนอย่างคนที่ผ่านมา ใจมันก็เหี่ยวเฉาจนเลิกคุยกับคนที่กำลังเริ่มสัมพันธ์เอาดื้อ ๆ
         ดีแล้วที่แยกย้ายกันไป เริ่มแล้วยังไงก็พัง…
         ถ้าปล่อยให้มันยังดำเนินต่อ เป็นแบบนี้ เกรงว่าจะเป็นการเสียเวลาเสียเปล่า ๆ ดังนั้นก็อย่าไปคาดหวังที่จะหาคนคุยและสุดท้ายฉันก็ลืม ๆ เรื่อง ‘ใครสักคน’ ไปสนิท
         การพยายามหาคนคุย เป็นการกระทำที่เสียเวลา…
         ไม่รู้จะอีกนานสักแค่ไหน ที่จะเจอใครสักคน คนที่สามารถทำให้ฉันเปลี่ยนความคิดทุกอย่างไปได้โดยไม่ต้องลังเล
         
         ตั้งแต่โดนยูริทักเรื่องแฟนหรือจะเรียกว่าเยาะเย้ยถ้าคิดในแง่ลบ ฉันเลยเริ่มกลับมา เอ๊ะ…ฉันดูแปลกเหรอที่ไม่ได้คบหากับใคร ก็มันยังไม่เจอใครที่ทำให้ฉันกล้า…จะเปลี่ยนตัวเองเลยนี่
         อาจต้องใช้อะไรกระตุ้นเป็นทางเลือก…พอลองค้น ๆ ข้อมูล เคยได้ยินว่ามีบริการเพื่อนคลายเหงาให้นอนกอดต่อคืน มีบริการอะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่งฉันจะไม่เข้าไปยุ่งในด้านที่แสงส่องไม่ถึง ตัวฉันน่ะไม่ได้เหงาอยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เผื่อว่าฉันอาจจะชอบอะไรแปลก ๆ บางอย่างที่รอการเปิดเผยและไม่แน่ว่าสิ่งที่ดูไม่เกี่ยวอะไรกับชีวิตปกติของฉัน อาจทำให้ฉันค้นพบสไตล์ของฉันเข้าก็ได้
         จะได้มีคำตอบไว้สวนเจ้ายูริสักหน่อย คราวหน้าถ้าเจอกันฉันอาจจะได้ตอบน้องว่ากำลังคบกับใครสักคนอยู่ น้องต้องไม่เชื่อแน่ ดีไม่ดีฉันอาจจะพาไปเปิดตัวต่อหน้าให้หงายตึง
         ดังนั้นเมื่อมีแผนการคร่าว ๆ ในหัว ถึงจะไม่จริงจังเป็นเรื่องเป็นราว หรือแผนการที่ชัดเจนใด ๆ ฉันจึงลองไปใช้บริการเพื่อนคลายเหงาที่ว่า…อยากจะรู้นักว่าโลกทุกวันนี้มันไปถึงไหนกันแล้ว บริการแปลก ๆ บริการให้คนขี้เหงาได้หายเหงา ด้วยกอดจากคนที่ไม่รู้จัก
         ก็คงจะตื่นเต้นดีพิลึก…
         
         ฉันนอนรอที่ห้องพักของตัวเองใจเต้นโครมครามพอ ๆ กับตอนที่สารภาพรักครั้งแรก เก้ ๆ กัง ๆ มือไม้ขยุกขยิกอยู่ไม่สุข ไม่รู้ว่าคนที่มาจะหน้าตาแตกต่างจากในเว็บไซต์มากมั้ย แต่สำหรับเรทราคาที่ดูผ่านตากว่าสามชั่วโมง ฉันจ่ายที่กลุ่มตัวท็อปของร้าน ไม่รู้ว่าเขาใช้เกณฑ์อะไรเป็นการตัดสินว่าใครได้เป็นอันดับต้น ๆ ของร้าน ในเมื่อมันเป็นแค่การกอด ถ้าจะบอกว่าใช้หน้าตา ฉันเห็นบางคนที่หน้าตาดีอย่างกับนางแบบก็ไม่ติดกลุ่มท็อป และคนที่หน้าตาเหมือนประชาชนธรรมดาทั่วไปหลายคนติดกลุ่มท็อป
         เสียงกริ่งที่ประตูทางเข้าห้องดัง มันหวีดร้องเรียกฉัน ทำให้ฉันโจนพุ่งไปที่ประตูอย่างไว ราวกับจะหนีออกไปจากห้องหรือเกิดเหตุร้ายต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ ทั้งที่…แค่จะเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือน แต่มือสั่นเกินที่ควรจะเป็น จึงกะแรงไม่ถูกเปิดประตูแรงไปหน่อยจนเหมือนเป็นการกระชากเพราะความหงุดหงิด ราวกับคนหัวเสียมีใครทำอะไรให้ไม่ได้ดังใจ ผู้หญิงที่อยู่หน้าห้องหัวเราะด้วยท่าทีสุภาพ เธอสอบถามฉันเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มาผิดหรือมารบกวนจากการเปิดประตูสุดโฉ่งฉ่างของฉันเมื่อกี้
         “คุณยามาโมโตะ ซายากะใช่มั้ยคะ” เจ้าของน้ำเสียงนุ่มขี้เล่นหยิบเอากระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเล็กยื่นมาให้ ฉันประหม่าจนทำตัวไม่ถูกแต่ก็พยักหน้าตอบที่เธอถาม ไม่ได้มองเลยว่ากระดาษที่รับมานั้นเขียนว่าอะไร
         ‘คนเสียงนุ่ม’ หน้าตาไม่จัดเหมือนในเว็บที่โปรโมท เธอแต่งหน้ามากำลังดีในความรู้สึกฉัน และหน้าตาดูเจ้าเล่ห์หน่อย ๆ สาเหตุหลักที่ฉันเลือกเธอก็เพราะแบบนี้ ไม่รู้แหละเห็นแล้วสะดุดตาก็เลยเป็นเธอ ให้ความรู้สึกอันตรายถ้าจะคบหา แต่ก็มีความน่าค้นหาถ้าได้เจอคนที่มีลักษณะแบบนี้ เผื่อเธอจะทำให้ฉันได้รู้อะไรมากขึ้น อาจจะได้เห็นมุมใหม่ ๆ ของโลกนี้
         ค้นหาหัวใจตัวเอง…
         ที่จริงฉันว่าผู้หญิงคนนี้สวยจนละสายตาไม่ได้เลยต่างหากถ้าไม่ติดว่าเขินจนไม่ค่อยกล้ามองเธอล่ะก็
         “ฉันมิลกี้ มาจากบริษัท ‘มีฉัน มีเธอ ไม่มีเหงา’ ค่ะ คุณจำได้ใช่มั้ยว่าติดต่อไปและขอใช้บริการในคืนนี้ นั่นนามบัตรฉันเอง”
         “อ๋อ…ค่ะ ฉันติดต่อไป” พนักงานสาวจากบริษัทคลายเหงาแนะนำตัวสั้น ๆ พลางชี้มือให้ฉันสนใจกับสิ่งที่เธอส่งให้เมื่อสักครู่ หลังก้มหน้ากวาดตาอ่านกระดาษเล็ก ๆ ในมืออย่างรวดเร็ว ก็สรุปได้ว่าเป็นนามบัตรทั่วไปบอกชื่อ ทำงานที่บริษัทไหน แต่นามบัตรของ ‘คนเสียงนุ่ม’ พิเศษกว่าตรงที่ ไม่มีเบอร์ส่วนตัวและไม่มีชื่อจริง มีเพียงชื่อ ‘มิลกี้’ ที่เจ้าตัวเพิ่งพูดเมื่อกี้เด่นหราด้วยตัวหนังสือสีเข้มตัดกับกระดาษสีอ่อนสบายตา
         ไม่เคยใช้บริการนี้มาก่อนในชีวิตเลยยืนงงอยู่หน้าประตูห้องตัวเองตั้งนานกว่าจะนึกได้ว่ามีเรื่องสำคัญที่ควรทำอยู่ “เอ่อ…ชะ เชิญด้านในค่ะ” ฉันถอยตัวให้พ้นประตูและรอให้ผู้หญิงที่มาหาคืนนี้เดินเข้ามาในห้อง ฉันรีบเอานามบัตรไปเก็บไว้อย่างดี
         “คืนนี้ฉันจะเป็นเพื่อนนอนให้คุณนะคะ กอดได้อย่างเดียว อยากให้เข้าใจกฎของทางบริษัทด้วยและผู้ให้บริการทุกคนก็เหมือนกันค่ะ เราถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด” ฉันเพิ่งเห็นชัด ๆ เมื่อเธอเข้ามาในห้องว่าอาวุธพิฆาตคือรอยยิ้มเป็นกันเอง และไม่ได้เจ้าเล่ห์อย่างที่คิด แม้ถ้อยคำที่ใช้เมื่อกี้จะเป็นทางการเกี่ยวกับกฎที่ฉันพึงรู้เอาไว้ ฉันว่านั่นน่ะดีมาก ๆ เธอยิ้มแบบนี้กับลูกค้าทุกคนเลยเหรอ ชักอยากจะเห็นรอยยิ้มแบบนี้ต่อไปแล้วสิ
         ฉันเข้าข้างตัวเองไปหรือเปล่าว่าเพราะบางทีฉันคงเป็นลูกค้าหน้าใหม่ ประเภทที่ทำตัวเงอะ ๆ งะ ๆ ‘มิลกี้’ ก็เลยใจดีเป็นพิเศษ…
         “ห้องน้ำเชิญทางนั้นค่ะ อันนี้ชุดนอน” เธอรับเสื้อผ้าและเดินไปที่ห้องน้ำ ฉันได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ ไม่รู้จะทำตัวยังไง จนกระทั่งเธอกลับมา ตื่นเต้นแปลก ๆ จนเกือบจะถลกหนังหัวตัวเองออกมาดูว่าในหัวคิดอะไรตั้งมากมาย
         ตอนแรกฉันมัวแต่ตะลึงหน้าสดของเพื่อนนอนคนใหม่จนเธอต้องเกริ่นว่าจะให้นอนฝั่งไหนฉันถึงตื่นจากภวังค์ มิลกี้ก็ทำงานของเธอแข็งขัน ไม่ได้กังวลกับการเอนกายร่วมกับคนแปลกหน้าอย่างฉัน กลายเป็นฉันเสียอีกที่ตื่นเต้นอยู่คนเดียว
         หน้าสดตอนนี้ไม่ได้ต่างจากตอนแต่งหน้าเท่าไหร่ ปากเธอยังคงเป็นสีชมพูอวบอิ่ม มันแย่งความสนใจของฉันมาตั้งแต่ที่เห็นแล้ว
         แค่คิดว่าปาก…คงจะนิ่มน่าดู
         ฉันตกลงกันได้แล้วว่าจะยกฝั่งที่นอนด้านในแก่ผู้ให้บริการสาวแล้วตัวเองจะปักหลักอยู่ทางไหน แต่กว่าจะข่มตาหลับได้นั้นเกือบสว่าง ฉันเกร็งตัวลีบอยู่ในอ้อมกอดของเธอตลอดทั้งคืน มิลกี้ตัวหอมมากและตัวก็นิ่มมากด้วย ฉันคิดเอาเองตอนที่โดนกอด มันห้ามความคิดไม่ได้หรอก ใกล้ชนิดได้ยินเสียงหายใจ ฉันก็สั่นเหมือนจะเป็นไข้ มันทั้งสบายใจและไม่สบายใจในคราวเดียว
         รู้สึกแปลกที่มีคนมานอนด้วย แต่การรู้สึกถึงใครสักคนอยู่ข้าง ๆ ต่อให้เธออยู่เพราะงานก็ตาม มันเป็นความอบอุ่นเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ฉันได้เรียนรู้
         
         มิลกี้น่าจดจำ…
         จนทำให้ฉันรู้สึกโหวงเหวงเมื่อต้องนอนคนเดียวทั้งที่ก็นอนแบบนี้มาตลอด เตียงขนาดเท่าเดิมแต่เพิ่มเติมคือความกว้าง ฉันตอบแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้บริการไปว่า ‘ประทับใจ’ และ ‘ใช้บริการอีกแน่นอน’
         ก็ตามที่ตอบแบบสอบถาม ฉันลองติดต่อไปที่บริษัทอีกครั้ง จะเป็นไปได้มั้ย ถ้าฉันซื้อบริการบางอย่างเพิ่ม…ฉันอยากคุยกับคนที่ชื่อ ‘มิลกี้’ ผู้หญิงที่นอนกอดให้ความอบอุ่นแก่ฉัน อยากใช้บริการเธอแต่ก็อยากได้มากกว่านั้น
         น่าผิดหวัง มิลกี้ไม่ได้อยู่ในรายการให้พูดคุยคลายเหงา บริษัทเสนอฉันเสียงหวานตอนที่โทร.ไปว่า มีคนอื่นให้ลองพิจารณาและบริการดีชนิดที่ฉันจะไม่รู้สึกเหงาอีกเลย
         ไม่จริงหรอก จะมีใครมาแทนที่มิลกี้ได้…
         ฉันอยากรู้จักมิลกี้นี่…ไม่รู้ว่าเพราะอะไรในหัวมันถึงผุดความคิดแบบนี้ออกมา มีแต่เรื่องของผู้หญิงคนนั้น เวลาแค่หนึ่งคืนน้อยจังสำหรับฉันกับเธอ ชื่อมิลกี้ก็เป็นนามแฝง แม้แต่ชื่อจริง ๆ ฉันยังไม่รู้เลย ฉันอยากมีเวลามากกว่านี้ อยากมีเวลาให้มากเหมือนกับเรื่องของมิลกี้ที่อัดแน่นอยู่ในหัว
         ‘มิลกี้’ ไม่ว่างเพราะคิวเต็ม ฉันจึงลองติดต่อให้คนอื่นมาแทน ซายากะนี่แหละถูกต้องแล้ว อย่าปักใจเชื่อว่าเพราะตัวมิลกี้ ฉันบอกตัวเองแบบนั้น ไม่แน่หรอกว่าฉันอาจจะแค่อยากมีคนมานอนเป็นเพื่อน ที่ผ่านมาแกล้งทำเป็นไม่เหงา แต่เนื้อแท้คือเหงามาโดยตลอดก็เป็นได้
         แค่ทดลองเผื่อจะคิดมากเรื่องมิลกี้ไปเอง มันแปลกดีที่ฉันหลับสนิทไปตอนไหนก็ไม่รู้ในอ้อมกอดของผู้หญิงแปลกหน้าที่มานอนเป็นเพื่อน ไม่เห็นเหมือนตอนที่โดนมิลกี้กอดเลยสักนิดเดียว ความตื่นเต้นที่เจอมิลกี้ กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคนอื่นที่ไม่ใช่มิลกี้ ‘แตกต่าง’
         ฉันไม่ละความพยายามที่จะจอง ไม่ยอมแพ้ที่จะได้รู้จักกับมิลกี้ แต่ข่าวร้ายมากคือมิลกี้คิวเต็มทั้งสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า ซึ่งร้ายกว่านั้นคือสัปดาห์สิ้นเดือนก็เพิ่งเต็มต่อหน้าขณะดูรายการผ่านหน้าเว็บ ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับความจริงอย่างหงุดหงิดและกดจองของเดือนหน้า ในใจก็เฝ้าแต่บ่นว่าอยากเจอมิลกี้ไว ๆ แค่เจอก็ยังดี…
         
         ได้เจอเธอ โดยไม่คาดฝันเข้าจริง ๆ…
         ยุยเพื่อนสนิทบอกว่าเจอร้านอร่อยเลยชวนมาทดลองรสชาติ ฉันไม่ได้คิดอะไรจึงหลวมตัวมาเป็นเพื่อน แต่มันกลายเป็นเรื่องดี ๆ ที่ได้เจอมิลกี้ เธอทำงานอยู่ที่ร้านนั่นเอง
         โยโกยามะ ยุย เพื่อนฉัน เกริ่นให้ฟังว่าร้านนี้เขาทำอาหารรสชาติดีมาก แค่ลูกค้าบางคนไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อกิน ฉันถามว่ายุยรู้ได้ยังไง ไปรู้มาจากไหน ถ้าพวกเขาไม่ได้มากินอาหารแล้วจะมาทำอะไรก็ในเมื่อร้านนี้ไม่ได้มีพื้นที่เหลือให้ทำอย่างอื่นได้เช่นนั่งอ่านหนังสือ
         ยุยชี้มือไปที่มิลกี้ เอ่ยหนักแน่นว่ามาตามดูผู้หญิงคนนั้น…
         เท่าที่ฟังจากน้ำเสียงของเพื่อนสนิทก็พอจะจับได้ว่ายุยไม่ได้มาเพื่อจับตาดูมิลกี้ด้วยความเสน่หา เธอฉุนเฉียวและหงุดหงิด เมื่อถามเพื่อนว่าคนอื่นจะมาดูบริกรในร้านอาหารไปเพื่ออะไร โดยไม่ให้ยุยสงสัย ยุยก็หันมาเอ็ดฉัน ‘เธอไม่ได้เป็นแค่บริกรสาวน่ะสิ’
         ฉันทำเป็นตัดบทไม่เชื่อเรื่องที่ยุยเล่าให้ฟังและแกล้งถามไปว่า ยุยเองมาที่นี่เพื่อมาดูเขาเหมือนกันใช่มั้ย ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยอย่างเดียว เพื่อนสนิทยอมรับว่าใช่ เธอมาตามเฝ้าดูคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับคนสนิทของยุยอีกที เพราะเดือนก่อนยุยเพิ่งทะเลาะกับพารุ นี่ฉันก็เพิ่งรู้จากยุยว่าพารุไปใช้บริการกอดคลายเหงาแล้วติดอกติดใจ ดีที่ฉันไม่ได้สนิทกับพารุไม่เคยเจอกันบ่อยเท่าไหร่ ฉันจะได้ไม่ต้องมากังวลว่าพารุจะดูออกเรื่องที่ฉันเองก็ติดอกติดใจ ‘บริการ’ อื่นของบริกรสาวร้านนี้
         พอยุยพูดถึงตรงนี้ ฉันจึงได้แต่เงียบ ไม่บอกเพื่อนว่าฉันเองตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับพารุ เข้าเว็บดูคิวว่างของมิลกี้ตลอด ถึงเธอจะไม่ค่อยว่างก็ตาม ถ้าเกิดว่ามีให้จองทั้งเดือน ฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะไม่ยุติธรรม เพราะใครจองมิลกี้ได้ก็จองยาวทำให้คนอื่นพลาดโอกาส
         ยุยยังเล่าให้ฉันฟังอีกว่าไปสืบเรื่องนี้มาเหมือนกัน พบว่าคิวของผู้หญิงคนนั้นไม่ว่างเพราะลูกค้าชอบ เธอว่าคนแบบนี้จะไปมีเสน่ห์อะไร เป็นอีกครั้งที่ฉันเถียงในใจ ทำไมล่ะ…มิลกี้มีเสน่ห์มาก ฉันยังไม่ลืมความอบอุ่นของอ้อมกอดเธอเลย
         
         “ขอโทษค่ะ” ฉันก้มลงไปช่วยคนที่ถูกเดินชนจนข้าวของกระจายเกลื่อนพื้นทางเดิน ฉันมัวแต่ให้ความสนใจขณะอ่านข้อความของยูริแล้วเลินเล่อไม่มองทางจนทำความเดือดร้อนให้คนอื่น ยุยกลับไปแล้วเพราะพารุโทร.มาหา ปากโวยวายวางท่าแต่พอพารุกริ๊งมาหาหน่อยเดียวยุยก็อารมณ์ดีหน้าระรื่นบอกว่าวันนี้พอก่อนและรีบไล่ฉันกลับไม่มีปี่มีขลุ่ย โธ่…ติดแฟนนี่หว่าแบบนี้
         ใจความสำคัญของข้อความที่ยูริส่งมา น้องบอกว่าเริ่มเบื่อคู่ควงคนล่าสุดแล้ว ฉันบอกน้องให้ใจเย็นเหมือนทุกครั้งถึงจะรู้ว่าไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่ บอกน้องว่าให้ใจเย็นหน่อยได้มั้ย คบหากับใครให้นานกว่าระยะครรภ์มนุษย์สักคนเถอะ ยูริงอนตุบป่อง ตัดพ้อว่าเป็นพี่แทนที่จะเข้าข้างน้อง แต่ไม่มีสักนิดแล้วยังมาต่อว่ากันแบบนี้อีก
         “ขอบคุณมากค่ะ” คนเสียงนุ่มคุ้นหูเช็คข้าวของหน้ายู่ ยูริงอนกลายเป็นเรื่องรองไปทันทีเมื่อฉันเห็นหน้าคนที่เดินชนชัด ๆ ‘มิลกี้’ เป็นเธอแน่ ๆ ฉันจำไม่ผิด
         “คุณมิลกี้” ฉันเปล่งเสียงไม่สม่ำเสมอด้วยเพราะอาจตื่นเต้น
         “เรารู้จักกันเหรอคะ” อีกฝ่ายถามไม่คุ้นหน้าฉันสักนิด ความดีใจพุ่งดิ่งจนติดลบ ฉันหน้าชาไปทันที มิลกี้จำฉันไม่ได้ เธอขอตัวและเดินออกไปสีหน้าแปลกใจ
         ฉันยืนมึนอยู่ที่ที่เดินชนมิลกี้หลายสิบนาที กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าควรกลับมาที่ห้องพัก และพอถึงห้องเท่านั้นแหละ มันก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรงไปทุกอณูของร่างกาย ความเย็นชาของมิลกี้แช่ฉันให้จมอยู่กับความผิดหวัง เย็นยิ่งกว่าหน้าหนาว ทรมานยิ่งกว่าการอาบน้ำเย็น ความรู้สึกที่โดนบาดจนเจ็บ ฉันก็หลงดีอกดีใจคิดว่าเธออาจจะจำกันได้ลม ๆ แล้ง ๆ
         ทั้งที่เจอกันแค่ครั้งเดียว ซายากะ เขาจะจำได้ยังไงมนุษย์ไม่มีเสน่ห์…อย่างเนี้ยน่ะ
         …
         
         “ขอโทษนะคะ ฉันยังไม่สามารถคบหากับใครได้ทั้งนั้นและคงจะอีกนานเลยด้วย ไม่ใช่ว่าคุณไม่ดีนะคะ” ฉันอ้ำอึ้งสั้น ๆ และตอบอย่างคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ชนิดกลับมาเป็นต่อเล็กน้อย จู่ ๆ ลูกค้าของวันนี้ก็นึกอยากแหกกฎของทางบริษัท ด้วยการชวนคุย ข้อห้ามอันดับต้น ๆ
         การแสดงความสนใจเกินขอบเขต
         “แล้วถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น…ทำไมถึงปฏิเสธฉันล่ะคะ” สาวน้อยมากเสน่ห์เจื้อยแจ้วฉอเลาะเล่นหูเล่นตา ฉันแอบเรียกเธอว่าน้องสาวข้าวปั้น เพราะเธอขาวและลูกค้าหน้าเด็กคนนี้เป็นลูกค้ารายแรกสำหรับฉัน ที่ต้องขอรบกวนให้นำหลักฐานแสดงตัวว่าเธออายุถึงยี่สิบปีแล้ว บรรลุนิติภาวะตรงตามเกณฑ์ของลูกค้าซึ่งบริษัทกำหนด ‘น้องสาวข้าวปั้น’ ทำหน้าไม่เชื่อการถูกปฏิเสธครั้งนี้ เธอคงมั่นใจว่าฉันจะตอบตกลง
         ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงตกลงปลงใจหลงใหลคารมช้างจ้อขี้อ้อนในความมั่นใจนั้นอย่างแน่นอน
         “ก็หลายอย่างนะคะ ความเป็นอิสระก็ส่วนหนึ่ง เอาเถอะค่ะ ความจริงฉันเป็นห่วงงาน ถ้าฉันคบกับใครสักคนในบรรดาลูกค้า ฉันต้องคอยมาพะวงหน้าพะวงหลัง กลัวโดนบริษัทจับได้ คุณคิดว่าฉันจะชอบแบบนั้นเหรอคะ คอยระวังอย่างกับเป็นโจร” เธอหัวเราะกับเหตุผลที่ฟังขึ้นของฉัน จากสีหน้าเข้าใจขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังไม่ละความพยายามพร้อมกับขอต่อรอง สาวน้อยคิ้วขมวดชักแม่น้ำทั้งห้า
         “แค่คุยก็ไม่ได้เหรอ” นั่นแน่ เธอน่าจะร้ายไม่เบาที่กล้าโปรยเสน่ห์ใส่คนอื่นแบบนี้ แสดงว่ามันอาจจะได้ผลกับไม่ว่าใครก็ตามที่ผ่านมา
         “คุยกันแบบไหนล่ะคะ” ฉันถามกลับทั้งที่รู้ดีว่ามันมีความหมายนอกจากแค่คุย ยิ่งท่าทางแบบนี้ด้วยแล้ว ฉันไม่ใช่เด็ก น้องสาวข้าวปั้นก็ไม่ใช่เด็ก ประโยคนี้ทำให้ฉันหวนคิดถึงใครบางคน เธอว่าอยากคุย ฉันก็อยากคุยเหมือนกัน แต่กับลูกค้าที่ตื้อฉันอยู่คนนี้ นั้นตรงข้าม ฉันรู้สึกเฉย ๆ เธอน่ารักกว่าลูกค้าหลายคนของฉัน อันนั้นไม่ขอเถียง แต่ฉันรู้สึกแค่เธอเป็นลูกค้า แค่ลูกค้าเท่านั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้หรอก
         “คุยกันไปเรื่อย ๆ เรียนรู้กัน คุณก็เป็นอิสระด้วยนะคะ ฉันไม่ใช่คนที่ต้องตัวติดกันตลอดเวลาค่ะ วางใจได้” น้องสาวข้าวปั้นยักคิ้วหลิ่วตา เธอยังออดอ้อนพยายามชี้ประเด็นสำคัญที่ฉันพูดถึงตอนแรก
         “เป็นอิสระก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละค่ะ ตัวคุณเองก็น่าจะรู้ว่า พอเราข้ามความสัมพันธ์บางอย่างไป ใครสักคนอาจเริ่มล้ำเส้นความเป็นอิสระที่เรามีอยู่เต็มไม้เต็มมือ จากที่มีก็กลายเป็นหมดในที่สุด”
         ฉันไม่ได้รังเกียจการสนทนากับสาวน้อยหน้าตาน่ารักหรอก ไม่ได้รักอิสระขนาดนั้น แต่ก็อยากเจอใครที่ชอบจริง ๆ ยิ่งโดยเฉพาะงานของฉันแบบนี้ เจอบ่อยมากที่ลูกค้าติดพันจนคิดไกล ซึ่งฉันทำให้ไม่ได้
         ฉันไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์ที่เอาความสนุกเป็นที่ตั้ง ซึ่งมันก็จะตามสภาพ คบหา เลิกรา เวียนวนซ้ำ ๆ เหมือนงานที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ ซ้ำไปซ้ำมา วัฏจักรการแสดงละครฉากใหญ่ เพื่อให้บริการลูกค้า แลกมาซึ่งรายได้สำหรับหล่อเลี้ยงชีวิต
         อาจเพราะอะไรบางอย่างและใครบางคน
         คงสักเมื่อสองเดือนก่อน…
         

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[ Short ] – ความเหงาแสนสุข EP01 (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s