[ Short ] – ความเหงาแสนสุข EP02 (SayaMilky)

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

         บทที่ 2
         ‘มีฉัน มีเธอ ไม่มีเหงา’ งานฉันมีหน้าที่กอดลูกค้าให้ความอบอุ่นแก่พวกเขาเหล่านั้น ต้องยอมรับอย่างไม่อายว่าฉันแกล้งแสดงด้าน ‘อบอุ่น’ ของตัวเองเพื่อเซอร์วิสให้ลูกค้าพอใจ ซึ่งจริง ๆ แล้วฉันไม่ได้รู้สึกอบอุ่นอะไรด้วยเลย บางครั้งฉันกลัวตัวเองกลัวว่าฉันจะติดความรู้สึกแบบนี้จนไม่สามารถสื่อความจริงข้างในออกมาได้
         จนไปเจอกับลูกค้าคนนั้น ฉันจำเธอได้แม่น
         ยามาโมโตะ ซายากะ…
         เธอมีบางอย่างที่ทำให้ฉันจำเธอได้ และอีกหลายอย่างที่ทำให้ฉันหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
         ปกติแล้วในเวลางานฉันจะไม่ค่อยคุยอะไรมากนักนอกจากกฎหลัก ๆ ของบริษัท เล่าให้ลูกค้าหน้าใหม่ฟังว่าแนวทางในการปฏิบัติตัวระหว่างใช้บริการกอดคลายเหงาเป็นอย่างไร ถึงจะมีลูกค้าชวนคุยฉันก็จะตอบแค่เรื่องที่เกี่ยวข้องและจากนั้นก็จะพยายามนอน รอเวลาให้ถึงเช้าไว ๆ ฉันจะได้ออกมาจากห้องของลูกค้ากลับมาพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง
         ถ้าเจอลูกค้านอกเวลาทำงาน ทั้งโดยบังเอิญหรือด้วยความตั้งใจของตัวลูกค้าเอง ฉันจะขอปฏิเสธการพูดคุยเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมแก่ทุกคน ไม่ให้ลูกค้าน้อยใจเช่นว่า ฉันให้ความสำคัญกับคนไหนมากกว่ากัน หรือทำไมถึงสนิทกับคนนั้นคนนี้มากกว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบและจะทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสบายใจ ดังนั้นโดยหลักก็คือปฏิเสธให้หมดทุกคน
         ยามาโมโตะ ซายากะเป็น ‘ข้อยกเว้น’ ขึ้นมาเฉย ๆ…
         เธอเป็นคนแรกที่ฉันกอดแล้วมีความรู้สึกโดยไม่ต้องแกล้งแสดง และฉันกล้าพูดได้เลยว่าการได้อยู่ใกล้กับลูกค้าคนนี้ทำให้ฉันมีความสุขมาก กล้าพูดว่าชอบ เป็นการทำงานครั้งแรกที่รู้สึกว่าชอบที่จะได้กอดเธอ ไม่รู้ว่าทำไมจึงเกิดความอบอุ่นในหัวใจอย่างประหลาด
         ความกลัวที่ว่าตัวเองจะไม่สามารถรู้สึกถึงความจริง
         กลัวจะติดภาพที่ต้องแกล้งแสดงเวลาทำงานนั้น…หายไป
         เรียกว่าได้กลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดาอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านั้นยังคิดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์ในร่างคนหรือเปล่า ฉันเองก็ยังมีหัวใจอยู่จริง ๆ
         ท่าทางตะกุกตะกัก เขินอายหรือการทำตัวไม่ถูก เมื่อมีคนอย่างฉันมาอยู่ด้วย ดึงดูดให้ฉันมองยามาโมโตะคนละแบบกับลูกค้าคนอื่น ๆ ที่ฉันเจอมาโดยตลอด
         ‘ข้อยกเว้น’ ของฉันนอนเกร็งกว่าจะหลับได้ เธออายค่อนข้างมากไม่ค่อยกล้าสบตาตรง ๆ โดยปกติลูกค้าส่วนใหญ่จะฟินมีความสุขแล้วก็หลับง่ายกว่าที่ยามาโมโตะเป็น แต่ว่าบางคนก็หลับยากอยู่เหมือนกัน เพราะว่าฟินจนเกินไป ฉันแอบตอบแทนความน่ารักนี้ (เป็นการส่วนตัว) ด้วยการเพิ่มเวลาให้อีกสองชั่วโมงกว่าจะออกมาจากห้องพักเธอ
         เป็นคนแรกที่ฉันมีข้ออ้างมากมายเพื่อให้ได้อยู่กับเธอต่อ ต่างจากลูกค้าคนอื่นที่ฉันจะสะดุ้งตื่นตลอดคืน เฝ้ารอให้ถึงเช้าไว ๆ เฝ้ารอให้เวลาผ่านไปไว ๆ
         หลังจากนั้นก็ยังคิดอยู่เลยว่าเธอจะจองคิวฉันอีกหรือเปล่า เราจะได้เจอกันอีกมั้ย เธอรู้สึกดีกับฉันเหมือนที่ฉันรู้สึกดีกับเธอบ้างหรือไม่
         ‘ข้อยกเว้น’ ของฉันจองคิวไม่ทันคนอื่น ๆ ฉันอุตส่าห์เอาใจช่วยเพราะอยากเจอเธอ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นตารางการจองคิวไม่มีชื่อคนที่แอบลุ้น…กว่าจะได้เจอยามาโมโตะ ซายากะอีก ระยะเวลานั้นค่อนข้างนาน
         ทำไมถึงได้เป็นห่วงและกังวลมากมายขนาดนี้ด้วย
         แต่ความกังวลที่ว่านั่นก็เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นอย่างยิ่งยวด
         ฉันเห็นเธอที่ร้านซึ่งฉันไปรับทำงานพาร์ทไทม์ เธอมากับคนที่กำลังหึงผิดคนอย่างแท้จริง เพื่อนฉันชื่อชิมาซากิ ฮารุกะ ยัยพารุตัวแสบไปกวนโมโหแฟนของเธอ โยโกยามะ ยุย รู้สึกว่าตั้งใจแกล้งเพราะแฟนไม่ค่อยมาหา บอกว่าถูกใจฉัน ชอบที่มีคนมานอนกอด ซึ่งความจริงคือฉันกับพารุเป็นเพื่อนกันและเพื่อนตัวดีแค่หาคนคุยด้วยแก้เบื่อ ไม่ได้จ้างฉันด้วย เรื่องที่ฉันเป็นเพื่อนกับพารุ เจ้าตัวไม่เคยบอกกับใคร เรื่องที่พารุมีแฟนก็เพิ่งบอกฉันเหมือนกันด้วยซ้ำ
         แผนนี้ได้ผลดีทีเดียว เพราะโยโกยามะนอกจากจะตามเฝ้าดูฉันด้วยความระแวงแล้วก็ไปหาพารุบ่อยมาก จนเพื่อนฉันแฮปปี้ โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ฝั่งฉันเลย…เพื่อนบ้า
         พอฉันเห็นยามาโมโตะ ซายากะ ระหว่างทำงาน ต้องพยายามอย่างมากที่จะเก็บอาการ ไม่แสดงออกไปว่าตื่นเต้นหรือว่าดีใจ เพราะมีลูกค้าบางคนที่มาตามเฝ้าดูฉัน หลังเลิกงานฉันเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ให้คนที่มาตามเฝ้าจำได้แล้วไปดักรอตรงทางที่คิดว่าเธอน่าจะผ่าน ซุ่มรอจนเห็นร่างคุ้นตาเดินเล่นโทรศัพท์มา ตั้งใจทำให้เธอเดินชน
         ทุกอย่างเป็นไปตามนั้น ยามาโมโตะ ซายากะเดินชนฉันจริง ๆ ซึ่งบางคนที่เห็นเหตุการณ์อาจจะงงว่าคนที่เดินเล่นโทรศัพท์มาชนได้ยังไงในเมื่อทางเดินนั้นสะดวก โล่งและมีคนเดินอยู่น้อยมาก
         เมื่อเห็นว่าเป็นฉัน เธอเรียกชื่อในการทำงาน ‘มิลกี้’ เรียกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นมาก เธอดีใจที่ได้เจอกัน ฉันก็ดีใจ แต่ฉันอดแกล้งเธอไม่ได้ จึงทักทายอย่างห่างเหิน หน้าที่ยิ้มก็จางหายไปเป็นความเศร้าและผิดหวัง
         ก็รู้สึกว่าแกล้งแรงไปเมื่อผ่านวันนั้นมา เลยยิ่งทำให้อยากเจอยามาโมโตะขึ้นไปอีก อยากรู้ว่าเธอจะจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นยังไง จะยอมแพ้ไปเลยหรือเปล่า
         แต่…ฉันลืมไปเลยว่ากว่าจะได้เจอกันอีกก็ตั้งเดือน และคนที่ทุรนทุรายขึ้นทุกวันคือฉัน…เรียกว่านับถอยหลังอย่างใจจดใจจ่อ
         ไม่น่าไปแกล้งเขาแบบนั้น…
         
         และแล้วก็มาถึงจนได้
         วันที่ต้องไปทำงานยังห้องพักของยามาโมโตะ ฉันกระดี๊กระด๊า ตั้งแต่ก่อนจะอยู่หน้าประตูห้องของยามาโมโตะเสียอีก แม้แต่ตัวเองก็รู้สึกคึกกว่าปกติ กว่าจะมาถึงวันนี้ฉันกลัวว่ายามาโมโตะจะยกเลิกคิวที่จองไว้ด้วยซ้ำ กลัวว่าจะโดนเท และกลัวว่าฉันจะไม่ได้เจอเธออีก ภาวนาไม่ให้เธอยอมแพ้
         ที่ห้องพักของยามาโมโตะ ซายากะ เจ้าตัวเดินมาเปิดประตูให้ ไม่ได้เปิดแรงอย่างวันแรกที่เพิ่งได้เจอกัน หน้าหงอย ๆ ของเธอทำให้ฉันรู้สึกผิดขึ้นมาเต็มอก แต่รู้สึกดีอยู่ด้วย มันดีใจบอกไม่ถูกที่ได้เจอเธออีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องที่น่าจะทำให้ยิ้มอะไรหรอก แค่ได้เห็นหน้าใครสักคน แต่ยามาโมโตะทำให้ฉันยิ้มได้จริง ๆ
         ฉันอาบน้ำจัดการธุระส่วนตัวและรีบมานอนอยู่ข้าง ๆ ลูกค้าที่ฉันอยากเจอมากมายเหลือเกิน ไม่ได้ใจเต้นเข้าขั้นประหม่าแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ รู้สึกกระชุ่มกระชวย พลังกายพลังใจเต็มเปี่ยม ถึงตอนนี้ก็พยายามทำตัวตามสบายไม่เกร็ง
         ได้เจอกันแล้วนะยามาโมโตะ
         ฉันสะกิดให้เธอหันมาแล้วนอนกอดให้เธอซุกพักใหญ่ จากนั้นตัดสินใจเอ่ยปากชวนคุยรู้ว่าเธอยังไม่หลับ ไม่มีทางหลับง่าย ๆ ได้หรอก ใส่เกียร์เดินหน้าแหกกฎบริษัทโดยตั้งใจ
         “ฉันชื่อวาตานาเบะ มิยูกิ” คนที่นอนเกร็งตัวสะดุ้งเบา ๆ “ต่อไปคุณจะได้รู้จักฉันเวลาที่เจอกันข้างนอก” เจ้าของห้องข้ามขั้นตอนการแนะนำตัวเองเพราะเรากันอยู่แล้วว่าเธอชื่ออะไรด้วยการถามเรื่องที่มาเจอกันในวันนั้น
         “ถ้างั้น…เอ่อ…วันนั้นคุณก็จำฉันได้…ใช่มั้ยคะ” ยามาโมโตะร่าเริงขึ้นนิดหน่อยแต่ความมั่นใจตอนที่คุยตอบโต้กับฉันยังน้อยนิด โอ…ยามาโมโตะ ฉันขอโทษคุณจากใจจริง ๆ ที่ทำให้เสียความมั่นใจไปได้มากถึงเพียงนี้
         “จำได้ค่ะ แต่ส่วนมากฉันไม่คุยกับลูกค้านอกเวลางาน หมายถึงว่างานในบริษัทมีฉันมีเธอไม่มีเหงา ฉันต้องพยายามไม่พูดคุยกับลูกค้าน่ะค่ะ มีคนตามดูฉันอยู่ด้วย คือมันนอกเหนือข้อตกลง เพราะงั้นถ้าคุณรู้ชื่อฉัน ก็คงประมาณว่าเราเป็นคนรู้จักกัน ฉันจะได้คุยกับคุณได้ยังไงล่ะ”
         “ดีจังค่ะ ได้รู้ชื่อจริงคุณแล้ว” ยามาโมโตะทั้งตกใจปลื้มใจ ความปริ่มที่ออกมากับเสียงเธอเป็นสิ่งที่บอกฉันว่า เธอดีใจมากกว่าที่ฉันคาดเอาไว้
         “เอ้อ…ฉันรู้เรื่องที่คุณโทรไปสอบถามว่าอยากได้บริการพูดคุยกับฉัน ทั้งที่ฉันมีขอบเขตให้บริการแค่กอด” ฉันรีบไล่เรียงเรื่องราวทั้งหมดก่อน ยามาโมโตะจะได้หายหงอย
         “ใช่ค่ะ ฉันอยากคุยกับคุณ” ยามาโมโตะไม่มองหน้าฉัน เธอตอบยังเอาแต่ซุกอยู่กับตัวฉัน
         “อยากคุยแบบไหนล่ะคะ ฉันไม่ใช่คนพูดเก่งเท่าไหร่ สู้ฝ่ายที่ทำงานด้านการพูดคุยกับลูกค้าที่บริษัทไม่ได้หรอกนะคะ ถึงหน้าตาฉันจะดูชำนาญการเข้าหาคนก็เถอะ คุณจะเสียเงินฟรี ๆ ส่วนมากฉันน่ะใช้การกอดเป็นภาษาในการสื่อสาร”
         ทำเป็นพูดดี ตอนกอดลูกค้าคนอื่นฉันก็ไม่ได้สื่อสารอะไรเท่าไหร่สักหน่อยนี่นา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าฉันจะโอ้อวดสรรพคุณเรื่องพวกนี้ทำไม เพราะถึงยังไงแค่ที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ยามาโมโตะก็ปลื้มพอแล้ว
         “คุยอะไรก็ได้มั้งคะ ถ้ากับคุณ…” ยามาโมโตะเขินที่ต้องพูดแบบนั้น แต่เธอก็ส่งความรู้สึกผ่านทางหน้าตาออกมาเต็มที่ “จริง ๆ นะคะ” ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรแค่มองยามาโมโตะยิ้ม ๆ นั่นก็เขินก้มหน้างุดหลบไป “แต่ถ้ามันนอกเหนือขอบเขตงานของคุณ ก็ไม่เป็นไรนะคะ ฉันเข้าใจค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่ขออะไรมากเกินไป” ฉันไม่ได้สนใจคำขอโทษของยามาโมโตะ
         “ที่คุณว่ามาน่าสนใจดีนะคะ แล้วจะช่วยอะไรฉันเป็นการตอบแทนได้มั้ยคะ ถ้าฉันยอมคุยกับคุณ อันนี้รู้กันแค่เรานะ เพราะไม่งั้นฉันโดนบริษัทเล่นงานแน่” สิ่งที่ฉันคิดขอร้องเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ไม่ค่อยได้ทำ แทบจะไม่เคยทำเลยตั้งแต่ทำงานมา
         “ได้ค่ะ ฉันยินดีช่วย” ยามาโมโตะตอบตกลงอย่างกระตือรือร้น นี่ก็กระโจนลงเรือมาด้วยกับฉันทั้งตัวโดยไม่สนใจความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจตามมา
         “ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องที่จะขอให้ช่วยเลยนะคะ” ยามาโมโตะหัวเราะ เธอคงรู้ว่าตัวเองรีบไปหน่อย เพราะความดีใจหรือเปล่า ฉันถึงได้เห็นความเคอะเขินของเธอนั้นน่ารักอีกแล้ว
         “อยากให้ฉันช่วยอะไรคะ”
         “ช่วยกอดฉันหน่อยได้มั้ยคะ” ยามาโมโตะทำหน้าไม่อยากเชื่อว่าฉันจะพูดอะไรแบบนั้นออกไป แต่นั่นคือความจริง ฉัน…ตลอดเวลาที่ทำงาน เป็นฝ่ายกอดคนอื่นอยู่เสมอ ก็แค่อยากรู้สึกว่าตอนถูกกอดเป็นยังไง
         โดยเฉพาะการถูกยามาโมโตะกอด…น่าจะทำให้ฉันได้เรียนรู้บทบาทใหม่กับเขาบ้าง
         
         พอมาลองเป็นคนถูกกอดบ้างทำให้ออกอาการประหม่าเหมือนกัน ฉันเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของลูกค้าที่ออกแอคติ้ง บางคนที่ฉันแอบขำว่าเขาดีใจเกินไปหรือเปล่าตอนที่โดนฉันกอด
         นั่นน่ะ…ไม่ใช่เพราะเขาแกล้งทำแต่มันเกิดขึ้น
         เพราะเขาทั้งชอบ…และดีใจ
         ส่วนฉันคนนี้ ตอนนี้เกร็งไม่แพ้คนกอด ยามาโมโตะไม่ยุกยิกกอดฉันไม่ปล่อยด้วยความเกร็งเต็มพิกัด ฉันรัดตัวเธอให้แน่นมากขึ้น ก็เป็นสัญญาณให้ยามาโมโตะขยับตัวกอดฉันแน่นกว่าเดิมด้วย
         “ฉันว่าเราเกร็งกันเกินไปหรือเปล่าคะ ทำอย่างไม่เคยกอด” ฉันกลั้นขำตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง ยามาโมโตะหัวเราะที่ทักเรื่องนี้ เธอว่าพยายามจะไม่เกร็งแล้วแต่ทำไม่ได้
         “ปกติฉันไม่ค่อยได้กอดคนอื่นเท่าไหร่ กอดแต่คนในครอบครัว” ยามาโมโตะออกตัวแก้ต่างความเขิน ฉันเองไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเขินกันเองได้ขนาดนี้ ฉันได้ยินเสียงหัวใจของยามาโมโตะชัดมาก หัวใจเธอเต้นเร็วพอๆ กับฉัน ตอนนี้บนที่นอนมีสองคนที่เก้ ๆ กัง ๆ กับประสบการณ์ใหม่
         ไม่หรอก…ที่มันแปลกใหม่คือความรู้สึกข้างในต่างหาก ฉันอมยิ้มพอจะเห็นว่าอะไรคือสาเหตุ
         “ถึงได้ตื่นเต้นเหรอคะ ฉันได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้นเร็วมาก” ฉันถือวิสาสะวางมือลงบนจุดที่อวัยวะสำคัญกำลังทำงานอยู่ของยามาโมโตะ ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้สนิทใจกับผู้หญิงคนนี้ เธอสารภาพตามตรงว่าเธอกำลังตื่นเต้นมาก ยามาโมโตะทาบมือทับมือฉันไว้
         “คุณคงไม่ค่อยตื่นเต้นเพราะได้กอดคนอื่นมานับไม่ถ้วนใช่มั้ยคะ แต่ฉันไม่ค่อยได้กอดนี่สิ มันก็ต้องมีบ้างแหละค่ะที่จะตื่นเต้น ถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจ ฉันขอโทษนะคะ” ฉันรู้ว่ายามาโมโตะไม่ได้ตั้งใจแต่การลงท้ายด้วยคำออดอ้อนนิด ๆ นั้น หรือว่าเธอจะตั้งใจให้ฉันหลงเธอมากกว่านี้กันแน่
         “ไม่ใช่ว่าไม่พอใจ คุณจะบ้าเหรอ ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันประหม่าจะแย่แล้วเนี่ย รู้ไว้เลยนะว่าตื่นเต้นที่โดนกอดเหมือนกันนั่นแหละน่า…ไม่รู้ว่าเพราะคุณที่เป็นคนกอดหรือเปล่า” นี่อันตรายแล้วสิ เมื่อกี้ก็เหมือนจะโดนการอ้อนไปแล้วหนึ่งดอก นี่ยังจะดวงตาเป็นประกายแพรวพราวของยามาโมโตะ…นั่นทำให้ฉันร้อนผ่าวหนักกว่าเดิม “เอ่อ…ก็ไม่ค่อยถูกคนกอดนี่นา มันเลยตื่นเต้นน่ะค่ะ” คราวนี้ฉันออกตัวเลียบแบบยามาโมโตะบ้าง เธอยิ้มมุมปาก
         เราไม่ได้เขินอย่างเดียวดาย แต่มีคนที่เป็นแบบเดียวกันอยู่ข้าง ๆ
         “คุณเหงามั้ยคะที่ไม่ค่อยได้ถูกกอด” ยามาโมโตะไม่ทิ้งให้เกิดความเงียบนานนัก เธอหาเรื่องคุย ฉันซุกทั้งตัวกับเธอ ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมลูกค้าถึงได้ชอบที่โดนกอด ก็เพราะมันอุ่น อุ่นมากจริง ๆ และเราจะได้รับพลังมากมายตอนที่อีกฝ่ายกอดเราไว้เยี่ยงสิ่งล้ำค่า โหยหาไออุ่นที่มีเลือดเนื้อ
         เสียงหัวใจเต้นของเธอนั้นไพเราะยิ่งกว่าเพลงที่กำลังฮิตที่สุด เสียงที่บรรเลงด้วยก้อนเนื้อเล็ก ๆ ข้างใน มันดังก้องอยู่ในหัวฉัน เรียกว่าเป็นเพลงที่ฉันชอบ ประสานคลอไปกับเสียงหายใจ สม่ำเสมอหนักแน่นแม้จะเขินอยู่บ้างก็ตาม ทำไมฉันถึงได้หลงใหลทุกอย่างที่เป็นเธอได้ถึงขนาดนี้…ลุ่มหลงในเสน่ห์ที่ถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น
         “ฉันไม่ค่อยได้คิดถึงมันเท่าไหร่เพราะมัวแต่ยุ่งกับงาน ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหงาหรือเปล่า แล้วคุณล่ะเหงามั้ย คุณว่าไม่ค่อยได้กอดใครนอกจากคนในครอบครัว” หลังจากนี้ฉันอาจจะต้องรับกับความรู้สึกใหม่ที่อาจเกิดขึ้น จะเหงาหรือเปล่าตัวแปรสำคัญคือคนที่ตั้งคำถามเมื่อสักครู่
         “ฉันไม่เหงาค่ะ จนได้มาเจอคุณ”
         “คุณโทษฉันนี่” ฉันชะโงกตัวไปมองหน้าเธอ จะโทษกันจริงเหรอ ใครจะยอม ยามาโมโตะหัวเราะร่วน
         “ไม่ได้โทษนะคะ แค่บอกว่ามันเป็นอย่างนั้น ฉันว่า…หลังจากนี้ จะไม่ใช้บริการบริษัทที่คุณทำงานอยู่ดีกว่าค่ะ” ยามาโมโตะตาละห้อย เธอดูเหงามาก แต่นั่นมันทำให้ฉันเหงาไปด้วย
         “เพราะฉันทำให้คุณเหงาเหรอ นี่คุณเอาจริงเหรอคะ” ตอนนี้ความน้อยใจล้นทะลัก เพราะเธอนะยามาโมโตะ ฉันโทษเธอ ก็ไหนว่าอยากคุยกับฉัน “แบบนี้คุณเองนั่นแหละที่ทำให้ฉันเหงา” ยามาโมโตะยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้ได้ไง ตัวแปรเรื่องความเหงาเล่นงานฉันซะแล้ว พอฉันอยากคุยกับเธอ อยากให้ยามาโมโตะกอดฉัน ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปแทน
         “คุณเป็นกลุ่มท็อป ๆ ของร้าน ค่าใช้จ่ายสูงมากนะคะ ฉันก็ต้องยอมแพ้ให้คนที่มีกำลังทรัพย์มากกว่า คนกระเป๋าหนัก” ฉันน่ะเข้าใจเหตุผลของยามาโมโตะดี พยายามดับความน้อยใจของตัวเอง แต่เหมือนดับไฟด้วยน้ำมัน
         “ช่วยไม่ได้ก็ฉันน่ารัก” ฉันว่างอน ๆ ไม่ได้คิดเรื่องที่ตัวเองน่ารักมากมายอะไรอย่างที่ปากว่าหรอก แค่อยากจะกัดยามาโมโตะคนนี้เท่านั้นเอง
         “แต่ถ้าคุณไม่รังเกียจ มาอยู่กับฉันมั้ย…มิยูกิ” ฉันหูผึ่ง แม้เสียงเรียกชื่อจะเบามากแต่ฉันว่าฉันได้ยินครบถ้วน ทบทวนใหม่อีกครั้งว่าหงุดหงิดน้อยใจจนหูฝาดหรือเปล่า แต่ยามาโมโตะก็ยังถามซ้ำแบบเดิม
         “ถ้ามิยูกิว่างก็มาอยู่กับฉัน ฉันไม่บังคับนะถ้าไม่อยากหรือว่าไม่สะดวก ฉันแค่อยาก แค่คิดน่ะว่าอยากดูแล…” ยามาโมโตะคนบ้า ทำเสียงเจียมเนื้อเจียมตัว เธอพร้อมกับพูดอธิบายเคอะเขิน “ฉันอาจจะจริงจังเกินไป แต่บางเรื่อง…ฉันแค่รู้สึกว่ามันน่าจะทำอะไรให้ชัดเจน ฉันอาจจะไม่ได้อยากแค่คุยกับมิยูกิแล้ว ไม่อยากเป็นลูกค้าของมิยูกิ มันน่าจะเป็นอย่างอื่น”
         ฉันนอนหัวเราะอยู่พักหนึ่ง ยามาโมโตะก็หัวเราะแก้เก้อ แต่เพราะเธอจับที่แก้มฉันเบา ๆ มันทำให้ฉันหยุดหัวเราะทันที
         “ได้มั้ยคะ…มาอยู่กับฉัน” แค่อึดใจเดียวเท่านั้นสำหรับเวลาคิดทบทวนข้อเสนอของบุคคลที่ทำท่าเจียมเนื้อเจียมตัว ทำอย่างกับฉันเป็นสิ่งที่เกินเอื้อม
         ฉันอยากบอกยามาโมโตะว่าฉันก็คนธรรมดา คนที่เธอจับต้องได้ตลอดเวลา
         แค่เธอต้องการ…ฉันยินดีเสมอ
         “ก็อยากให้มีคนดูแลอยู่พอดีเลย ฉันมีวันว่างทุกอาทิตย์ วันหยุดของฉันค่ะ แต่มันไม่แน่นอน ไว้จะโทรมาบอก อย่างนี้เป็นไงคะ ตกลงมั้ยคุณซายากะ” ดวงตาเศร้าดังเด็กน้อยที่ผิดหวังก็ลิงโลด ความดีใจเข้าแทรก
         “ได้ค่ะ คุณมิยูกิ” ซายากะล้อเลียนฉันกลับ ฉันกำลังค้อนใส่เธออยู่ก็โดนจูบหน้าผากไว ๆ แต่คนจูบเขินม้วนไปก่อนฉันอีก เธอคลึงใบหูฉัน แก้มฉัน น้ำหนักมือเคลื่อนไหวไปมาช้า ๆ ฉันเข้าใจนะ ทั้งเขินทั้งอายแต่ก็ต้องการที่จะแสดงความรู้สึกว่าคิดยังไง อยากทำอะไร ยามาโมโตะหัวเราะคิก ๆ หน้าแดง
         “ยังไม่ได้บอกเลยนะว่าอนุญาตให้ทำแบบเมื่อกี้” ฉันโวยใส่เธอเล็กน้อยแต่ตัวเองเขินจนหน้าร้อนผ่าวไปหมด ใจเต้นหนักกว่าเดิมที่จะได้อยู่กับยามาโมโตะ ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
         “ไม่ได้ห้ามไว้ตั้งแต่ตอนแรกนี่คะ ฉันขอโทษ” คนที่เพิ่งหยุดหัวเราะตอบอย่างผิดหวังปนเสียดาย เธอว่าต่อไปจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก แต่ฉันว่าให้เกิดบ้างก็ได้
         “ซายากะ…ซื่อบื้อ” คนซื่อของเรายิ้มออกอีกครั้ง
         
         ในความเงียบกลางค่ำคืนนี้ที่มีเพียงเราสอง ฉันมอบจุมพิตแก่ผู้หญิงซื่อ ๆ ที่ตัวเกร็งเมื่อโดนจูบบ้าง เธอลืมวิธีจูบหรือเปล่าถึงได้ยังไม่จูบตอบกลับมา หรือว่าไม่อยากให้เกิดขึ้น ฉันคิดวุ่นเป็นบ้าในหัว แต่แค่เพียงครู่เดียวก็ได้รู้คำตอบทั้งหมด ซายากะจูบเป็นและเร่าร้อนมากด้วย ฉันกลายเป็นคนที่อ่อนระทวยไปเสียเองด้วยความยินดี
         ฉันทำสัญญาณบอกให้ซายากะหยุดเพราะกลัวตัวเองจะหายใจไม่ทัน ซึ่งจริง ๆ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรเลย แค่ตื่นเต้นมาก ซายากะมองฉันราวกับว่าสัญชาตญาณนักล่าในตัวเธอตื่น พลิกตัวมาบดริมฝีปากกับฉันต่อ นุ่มนวล เคลิบเคลิ้ม เป็นนักล่าที่ใจดีและอ่อนโยน
         ทำไมกันนะเธอถึงโสด…ก็ในเมื่อน่ารักซะแบบนี้
         อดีตคนโสดแกล้งกดแขนฉันกับที่นอนไว้หลวม ๆ เพื่อเปิดทางให้เข้ามาจูบลำคอโดยสะดวก ฉันคอแห้งผาก หายติดขัดทั้งที่จมูกก็ไม่ได้มีอะไรมาปิดทางเข้าของอากาศ ยิ่งโดนจมูกซอกซอนนานเท่าไหร่ ยิ่งหายใจลำบาก
         “รู้สึกอะไรมั้ย” ซายากะกระซิบข้างหู เมื่อเธอปล่อยมือที่กดฉันไว้ เธอคงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ฉันรู้สึกทุกอย่างเท่าที่จะรู้สึกได้
         “รู้สึกอะไรเหรอ” ฉันปดไม่พูดสิ่งที่รู้สึก ดูว่าเธอจะทำยังไง แตะแขนซายากะไว้ รู้สึกว่ามันเคลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ รั้งเสื้อชุดนอนเลื่อนขึ้นด้วยเช่นกัน จนเปิดพ้นหน้าท้อง ซายากะไม่เร่งเร้าอะไรและยังคงให้ความสนใจกับคอและคางฉันเฉกเช่นอาหารชั้นเลิศ
         “ชอบมั้ย…ไม่ชอบก็บอกได้นะ” ซายากะหัวเราะปากจ่ออยู่กับปากฉัน ฉันหายใจแรงมากในหัวมันตื้อ อยากจะตอบให้เร็วกว่านี้ แต่ร่างกายไม่ตอบสนองกับสมองที่ตึง ๆ นั้น ทั้งที่เมื่อกี้ยังรู้อยู่เลยว่าโดนจูบที่คอมันสะท้านอย่างไร
         ซายากะทำเป็นถอยห่างให้โอกาสฉันได้คิด เธอต้องรู้ว่าฉันจะตอบแบบไหน ในเมื่อฉันเห็นความสุขล้นดวงตาเป็นประกายของผู้หญิงที่คร่อมตัวฉันตอนนี้
         “ชอบ…” เสียงสุดท้ายหายไป และตามมาด้วยริมฝีปากของซายากะ
         …
          
         มิยูกิบอกว่าจะมาหาอาทิตย์หน้า ฉันเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ให้ถึงวันนัดหมายของเรา ฉันอยากคุยกับมิยูกิมาก แต่ฉันอดใจไม่ติดต่อไปเพราะกลัวจะรบกวน แค่เธอตกลงมาอยู่กับฉันก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินพอแล้ว
         “เป็นอะไรคะ หน้ามุ่ยเชียว” คนที่ฉันตั้งตารอ เดินยิ้มเข้ามา สลัดใบหน้าเหนื่อยล้าทิ้งไป ถึงจะไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่แม้ว่าจะเกี่ยวเข้ามาแล้วบางส่วน แต่เธอทำงานหนักก็เลยนึกเป็นห่วง
         “เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ” มิยูกิดื่มน้ำอึกใหญ่ท่าทางกระหาย เธอถอนหายใจ ฉันถามเธอว่ากินอะไรมาหรือยัง มิยูกิส่ายหัววางแก้วน้ำแล้วเดินเข้ามาประชิดตัวฉัน สอดมือมาบีบมือที่เอวอ้อน ๆ ฉันเขินมากที่โดนมองแบบนั้นเลยจะเลี่ยงไปทำอาหารให้
         “เดี๋ยวสิ…” มิยูกิเสียงหลง ออกแรงดึงฉันไว้
         “อะ…อะไรเหรอ” มิยูกิรั้งไว้ไม่ให้ฉันหลบไปได้ เรายิ่งใกล้กันกว่าเดิม
         “ต้องให้พูดด้วยเหรอ ซายากะอย่ามาทำเป็นไม่รู้นะ” ฉันเกาจมูกทำตัวไม่ถูก มิยูกิแทรกตัวเข้ามากอดฉันตอนที่กำลังเผลอ
         “ก็พอจะรู้ไงถึงได้เขิน”
         “นิดนึง…นะ”
         มิยูกิต้องการให้ฉันเลิกเฉไฉสักที ฉันยอมแพ้ สลัดความเขินแล้วปล่อยให้มันไหลไปกับการเคลื่อนไหวของริมฝีปาก มิยูกิจะไม่ยอมให้ฉันหยุดอีกต่างหาก ยิ่งหลบบ่ายเบี่ยงก็ยิ่งกระตุ้นให้มิยูกิดึงหน้าฉันหันกลับมาประทับริมฝีปากซ้ำ ๆ
         “น่าอายนะเนี่ยที่ต้องขอให้จูบ” มิยูกิหัวเราะคิกคักเมื่อเธอได้รับ ‘จูบ’ จนพอใจและยอมปล่อยให้ฉันไปทำอาหารในที่สุด
         ฉันทำเมนูง่าย ๆ ให้มิยูกิกิน เธอชมไม่ขาดปากว่าอร่อยมาก หลักฐานคือมิยูกิกินจนเกลี้ยง เจ้าตัวออกปากว่าไม่ผิดหวังที่ฝากท้องไว้กับฉัน
         “จะทำให้กินจนเบื่อเลยดีมั้ย” ฉันเห็นเธอกินอย่างมีความสุขก็พลอยมีความสุขไปด้วย แต่เผลอไปคิดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ฉันทำอะไรก็กลายเป็นน่าเบื่อไป ครั้งนี้จะนานได้สักเท่าไหร่กัน ฉันจะได้มีความสุขอีกนานหรือเปล่า
         “อะไรน่ะ ซายากะ” มิยูกิใช้มือผลักหน้าฉันเบา ๆ สะกิดให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ของตัวเอง เธอจับมือฉันบีบมันพอสมควร “การที่ฉันชมเรื่องอาหารฝีมือของซายากะเมื่อกี้ ถึงกับเครียดเลยเหรอ”
         “กลัวจะทำได้ไม่กี่ครั้งน่ะสิ อาหารมันเยอะแต่เวลาไม่ค่อยเยอะ” ฉันมองมือที่มิยูกิยังไม่ปล่อยกลัวว่ามันจะหายไปในเวลาอันสั้นเหมือนเวลาที่เราได้กินอาหารที่เราชอบ ของที่ชอบมักจะไปจากเราไวเสมอ
         “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าซายากะต้องการเวลานานแค่ไหน แต่ฉันน่ะถนัดเรื่องการใช้เวลาที่มีในการสร้างความสุข เพราะงั้นนะเมื่อได้เจอกับคนที่สามารถสร้างความสุขให้ฉันได้ ฉันจะไม่รีรออะไรทั้งนั้นแหละ…เข้าใจมั้ย” มิยูกิลูบคางฉันเล่นเพลิน ๆ
         “ความสุขแบบไหนเหรอ” คนที่ถนัดสร้างความสุขหน้าแดงกับคำถามง่าย ๆ ของฉัน เธอตอบว่าความสุขทุกอย่าง ฉันไม่เซ้าซี้อะไรต่อ บอกให้เธออาบน้ำก่อน พร้อมกับอาสาเก็บจานอาหารให้ เป็นบริการพิเศษสำหรับมิยูกิ
         เมื่อมิยูกิอาบน้ำเสร็จ จึงเป็นทีของฉันอาบน้ำบ้าง มิยูกิถามว่าต้องล็อกประตูด้วยเหรอ ไม่มีใครอยู่สักหน่อย ฉันรู้ว่าเธอแกล้งแซวแต่ก็อยากแกล้งเธอกลับไปบ้างเลยย้อนว่าอยากอาบอีกรอบหรือยังไง ถ้าใช่ล่ะก็จะปลดล็อกประตูให้มาอาบด้วยกัน เธอจึงหลบไปนอนก่อน แต่ก็แบ่งรับแบ่งสู้ข้อเสนอของฉันว่าเอาไว้ครั้งหน้า
         
         มิยูกินอนอยู่ฝั่งที่ขอบเตียงติดกำแพง ฉันโดดขึ้นไปนอนข้าง ๆ มองแผ่นหลังมิยูกิ มองในมุมที่คนอื่นคงไม่ค่อยเห็น เพราะมิยูกิจะให้อ้อมกอดแก่คนอื่นเสมอ ผู้หญิงที่นอนตัวงออยู่ตรงนั้น ก็คงต้องการอ้อมกอดจากใครสักคนเหมือนกันและถ้าฉันสามารถให้สิ่งนั้นกับเธอได้ ฉันเต็มใจ…
         “กอดนะ” มิยูกิหันมามองที่ฉันถามประมาณว่าขออนุญาตก่อน เธอขยับตัวมาให้ใกล้ฉันมากขึ้นและลงทุนคว้ามือฉันไปวางแหมะอย่างเสียไม่ได้
         “ตอนนี้ฉันใจเต้นมากเลย ยิ่งได้กลิ่นหอม ๆ จากตัวมิยูกิ ฉันก็ยิ่งใจเต้น” ฉันพยายามหายใจเบา ๆ แต่มันยากน่าดูก็เลยถือวิสาสะดมต้นคอมิยูกิเผื่อจะดีขึ้น เจ้าของต้นคอดึงเสื้อนอนฉันเบา ๆ ฉันจึงหยุดและเอ่ยปากขอโทษ
         มิยูกิหันมาและเอาคืนฉันบ้างด้วยวิธีเดียวกันแต่เป็นคอด้านหน้า ฉันวูบวาบ หัวใจเต้นตึกตักและหนักข้อมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหายใจของเธอ ไอความร้อนที่รดผ่านต้นคอฉันไปพร้อมกับความเย็นที่โดนลิ้นโลมเลีย
         จนความเย็นนั้นมาจดจ่ออยู่ที่ปาก
         “ซายากะชอบเหรอ ที่จูบฉันแบบนี้” มิยูกิคาดคั้น เธอมองจับผิด ดวงตาแวววับ มิยูกินั่นแหละท่าทางจะชอบไม่ต่างจากฉันเลยเถอะ
         “ฉันแค่ทำไปตามความรู้สึก…มิยูกิล่ะ ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ” คนตาแวววับถอนหายใจ ขึ้นคร่อมฉันทั้งตัว ขึงแขนฉันไว้ไม่ให้ขยับ พร้อมกับพูดเสียงต่ำเอาจริง
         “บ้าเหรอ โดนไซ้คอแบบนั้นใครจะไม่รู้สึก ฉันไม่ได้เป็นก้อนหินนะซายากะ เธอน่ะต้องรับผิดชอบ” ฉันอยากจะรั้งตัวมิยูกิเข้ามาหาใจแทบขาดเพื่อรับผิดชอบด้วยความเต็มใจ แต่มิยูกิล็อกแขนฉันไว้ เธอจึงเป็นคนที่ก้มลงมาจูบหน้าผาก ฉันช่วยจับผมเธอไว้ ใจร้อนอยากให้มิยูกิเลิกจูบที่อื่น
         ตอนนี้เราต่างรู้สึกตรงกันแล้ว…
         เราต่างปลดเปลื้องเปลือกของความรู้สึก ปลดสิ่งที่ห่อหุ้มร่างกาย
         สูดดมกลิ่นหอมรัญจวนจากผิวกายนิ่มนุ่ม
         มิยูกิ…เธอยินยอมให้ฉันได้อยู่ใกล้เธอ ได้ลูบไล้แผ่วเบา เร่งเร้าให้รุกคืบ สนองความกระสันปรารถนา
         กลิ่นของตัณหาอบอวลระหว่างเรา…ฟุ้งกระจายยิ่งกว่าอาหารที่ฉันทำ
         
         

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[ Short ] – ความเหงาแสนสุข EP02 (SayaMilky)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s