[ Short ] – ความเหงาแสนสุข EP03 (SayaMilky) END

Posted on Updated on

sayamilky ฟิค

         บทที่ 3
         ฉันตื่นมาทำอาหารเช้าให้คนที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม ตอนจะลุกจากเตียงเสียเวลามากกว่าทุกวัน ไม่ใช่เพราะฉันยังเมาขี้ตาตัวเอง แต่ฉันไม่อยากปล่อยมือจากมิยูกิ ไม่อยากห่างเธอ ไม่อยากไปไหน
         มิยูกิเป็นคนที่ทำให้ฉันเริ่มมั่นใจว่ากำลังตกหลุมรักอีกครั้ง…
         และฉันอยากมอบอ้อมกอดเล็ก ๆ ของตัวเองแก่เธอ หากมันอบอุ่นพอโดยที่เธอไม่รังเกียจคนอย่างฉัน
         “ซายากะ…อุ๊ยอะไรอะหอมจัง” มิยูกิพาตัวเองที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วมาอยู่ข้างฉัน เป้าหมายคือไข่เจียวทรงเครื่องกลิ่นเตะจมูก
         “สำหรับมิยูกิ ไข่เจียวทรงเครื่อง” มิยูกิขอบคุณสั้น ๆ แต่หอมแก้มค้างไม่เลิก
         “สำหรับซายากะ…”
         “มิยูกิว่าหอมมั้ย” ฉันอมยิ้มอยู่คนเดียว กำลังง่วนอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของไข่เจียวทรงเครื่อง คนที่ฉันกำลังตกหลุมรักตอบกำกวม
         “หอมจนอยากอยู่ด้วยอีกคืน” มิยูกิว่าขำ ๆ เดินไปนั่งรอที่โต๊ะ
         “แบบนี้ก็ต้องทำอาหารตอนเย็นด้วยน่ะสิ ฉันยังไม่ได้ซื้อของไว้เลย” ฉันขนลุกซู่เพราะมิยูกิเล่นลูบต้นแขนฉันทีเล่นทีจริง เมื่อคืนยังมีรอยเล็บของมิยูกิค้างอยู่บางส่วนแต่ไม่ได้หนักหนาอะไร
         “ก็ซื้อไว้ซะสิคะ ฉันพูดจริงนะเรื่องที่จะอยู่ต่อ”
         “ห๊า ?” ฉันวางไข่เจียวไว้ตรงหน้าเธอ “ไม่ว่างไม่ใช่เหรอ…คืนนี้มีนัดกับลูกค้านี่คะ” มิยูกิยิ้มเมื่อได้ลิ้มรสไข่เจียวทรงเครื่อง
         “ฉันจะลาพักร้อน” มิยูกิน่าจะเอาจริงเรื่องเทลูกค้าคนที่ได้คิวในคืนนี้ ถ้าตอบฉะฉานอย่างกับแข่งชิงรางวัลเกมโชว์ ฉันลองถามดูว่าทำไม เธอบอกว่าเป็นกังวลนิดหน่อยเพราะลูกค้าคนนี้ขอคบกับเธอ
         อ้าว แบบนี้ไม่สวยแล้วนะ ฉันฉุนกึก…
         ฉันลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามมิยูกิแต่เพื่อไม่ให้ดูกระโตกกระตาก จึงทำเหมือนกับว่าเรื่องนี้มิยูกิคงจัดการได้ง่าย ยิ่งเธอน่าจะเจอคนที่ชอบเธอบ่อย ๆ นึกว่าจะชินแล้วซะอีก
         ทำไมกับลูกค้าคนนี้ถึงได้เป็นห่วงกว่าปกติ มิยูกิบอกว่ามีบางอย่างที่ทำให้กังวลแต่ก็อธิบายไม่ถูก
         “ไม่แน่หรอกนะ ก็หน้าตาตรงสเป็กฉัน เป็นไปได้ว่าฉันอาจจะกลัวใจตัวเองไปหลงชอบเขาล่ะมั้ง” ฉันอยากคว้าไข่เจียวที่เพิ่งเข้าปากมิยูกิไป เพราะการเล่นหูเล่นตาตั้งใจใช้คำพูดที่ก่อพายุหึงในใจของฉัน
         “คืนนี้ลาพักอยู่กับฉันดีกว่า..มิยูกิ” ฉันโพล่งข้อตกลงไม่สนอะไรอีกแล้ว ฉุนมากถึงจะรู้ว่ามิยูกิแกล้ง ‘คนที่ฉันตกหลุมรัก’ ตบหน้าขาฉันเบา ๆ ด้วยมือข้างที่อยู่ใกล้ฉันมากที่สุด
         “แต่ซายากะไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ” อย่างน้อยตอนนี้ฉันมั่นใจว่าซายากะเป็นเบอร์หนึ่งเป็นคนที่กอดแล้วอบอบอุ่นสำหรับฉัน
         …
          
         จะโทษซายากะก็ไม่ได้ แต่เพราะเธอฉันถึงกล้าขอพักร้อน ซึ่งเท่ากับเลือกปฏิเสธลูกค้าที่จองคิวในคืนนั้นไว้ เอาเถอะรายนี้ตอแยมากเป็นพิเศษ หน้าตาดีมีสิ่งที่น่าสนใจ สงสัยจะพนันกับใครไว้หรือเปล่าจนอยากจะเอาชนะฉันให้ได้ งวดก่อนหน้านั้นคิดว่าจะคุยกันรู้เรื่องแล้วซะอีกแต่ก็ยังไม่ยอมถอยทัพกลับไป
         ก็มีใช่มั้ยล่ะพวกที่ชอบสะสมจำนวนแฟน สะสมแต้มโดยไม่เคยจริงจังกับคนที่คบด้วย…
         ฉันโดนหัวหน้าต่อว่าที่มาลาปุบปับเลยบอกว่าจะเอาใจลูกค้าคนนี้ให้เป็นอย่างดีทดแทนที่ปฏิเสธเขา แต่ก็ตีปีกยิ้มดีใจอย่างน้อยเขาต้องมาจองใหม่ ยังต้องไปแย่งกับกับคนอื่น ๆ อีก จำนวนวันที่จะได้เจอกันน่าจะลดลงไปบ้าง
         น่าจะเป็นแบบนั้น…
         “คุณอีกแล้ว” ฉันถามเมื่อกลับมาที่ห้องเดิมในอีกสองวัน เดือนใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อม ๆ กับคิวของลูกค้าซึ่งผิดไปจากสิ่งที่ฉันคาดหวังเอาไว้ “คุณจองคิวเก่งมากนะคะ โดยที่ไม่ใช่ชื่อคุณ” ฉันทั้งชมทั้งแขวะ คนที่อุตส่าห์ดีใจว่าไม่ต้องเจอกันบ่อย
         “ฉันไม่พอใจที่โดนเบี้ยวเลยขอตกลงกับทางบริษัทของคุณว่าจะใช้ชื่อคนอื่นจอง จะได้ไม่เป็นที่สังเกตจนอาจเกิดปัญหา เพื่อชดเชยในวันที่เสียคิวไปอย่างน่าเสียดาย เผื่อคุณมิลกี้จะใจอ่อนกับฉันไงคะ ฉันไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ แค่โดนปฏิเสธไม่กี่ครั้ง แล้วคุณจะได้เห็นด้วยว่าฉันก็จริงจังมากกว่าที่คุณคาดเอาไว้”
         ความมั่นใจของน้องสาวข้าวปั้นจมูกโด่งตรงกันข้ามกับใครบางคนลิบลับ ฉันจะไม่แปลกใจถ้าพบว่าจำนวนลูกค้าของตัวเองอาจจะน้อยกว่าคนที่ลูกค้าสาวคนนี้เคยผ่านมา
         “คุณอย่าลืมนะคะฉันทำงาน มันมีกฎอยู่ ต่อให้คุณจะโปรยเสน่ห์มากแค่ไหน หรือเคยทำเสน่ห์หกเรี่ยราดจนใครต่อใครหลง ก็อย่าเพิ่งได้ใจว่าฉันจะหลงคุณนะ”
         ฉันเนียนไปเรื่องอื่นไม่อยากให้เธอเพ่งเล็งกับเรื่องคบหากับฉันมากไปกว่านี้ เธอน่ะสู้ซายากะของฉันไม่ได้หรอก ฉันอารมณ์ดีขึ้นเมื่อคิดถึงคนที่ให้ฉันไปอยู่ด้วย ‘ฉันคบกับซายากะแล้ว’
         “เผื่อฉันได้เป็นข้อยกเว้นสักคนของคุณมิลกี้ไงคะ” ฉันเลิกโต้วาทะกับเธอต่อ ฉันมีคนที่เป็น ‘ข้อยกเว้น’ อยู่แล้วและคิดถึงแทบแย่ อยากกินกับข้าวฝีมือเธอ ไม่รู้ทำไมถึงได้คิดถึงซายากะไม่หยุดหย่อน เห็นหน้าลูกค้าคนนี้แล้วก็ยิ่งเห็นหน้าซายากะไปด้วย
         เพราะคิดถึงซายากะเลยทำให้ฉันนอนไม่หลับ แต่อีกคนที่ฉันกอดอยู่ก็นอนไม่หลับ เวลาตอนที่อยู่กับเธอผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับหอยทากเดินทางท่องโลก เธอหันมาถอนหายใจและเกริ่นว่า ทำไมตัวเธอถึงมาอยู่ในจุดนี้
         ตามหลักแล้วฉันไม่มีบริการพูดคุยแต่เพราะหน้าตาเศร้า ๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นแสดงออกมาแบบนั้น รวมถึงเป็นการตอบแทนที่เทเธอไปเมื่อครั้งก่อน จึงนอนรับฟังเธอเงียบ ๆ ไม่ใช่ว่าพอรับฟังก็จะได้ใจคิดว่าฉันใจอ่อนหรอกนะ กังวลจัง
         น้องสาวข้าวปั้นเล่าให้ฟังว่าเธอผิดหวังและอกหักจากคนที่เกลียด แค่ฟังก็แปลกใจแล้วว่าถ้าเกลียดจะอกหักได้ยังไง ผู้หญิงหน้าเด็กเล่าเสียงเศร้าไม่ต่างกับหน้าที่กำลังคิ้วตก คนที่หักอกเธอมาทำเล่น ๆ ไม่จริงจังมาหลอกให้ตายใจ มาทำให้รักแล้วถีบหัวส่ง ทั้งที่พอไว้ใจมอบความรักให้ ผลลัพธ์กลับสร้างความทรมานให้มากกว่าเดิม
         เธอไม่ไว้ใจใครอีกและคบกับคนอื่นเพื่อแค่แก้เบื่อ อยากเป็นฝ่ายที่ได้สนุกโดยไม่ต้องสนใจพันธะใด ๆ เธอก็อยากแก้ไขตัวเอง แต่ไม่นานก็หวนคิดถึงความเจ็บปวดในอดีตและทนไม่ได้
         “คุณไม่ต้องการจริง ๆ เหรอคะ” ฉันสะดุ้งถอยออกห่าง เมื่อจู่ ๆ ลูกค้าก็เปลี่ยนท่าที
         “เกรงว่าไม่นะคะ”
         “ไม่มีพันธะต่อกันนะ เรื่อย ๆ ไม่ต้องยึดติด” ฉันโดนยึดมือไว้ไร้ซึ่งอิสระ น้องสาวข้าวปั้นแรงมหาศาลกว่าที่คิดและเธอมั่นใจมากไปจนเกินขอบเขต ละเมิดกฎด้วยการจูบฉัน ฉันดิ้นสุดแรงและเรียกให้เธอได้สติ
         “คุณโอตะ คุณทำเกินไปแล้วนะคะ !” ฉันไม่เคยขึ้นเสียงกับลูกค้าคนไหนมาก่อน เธอเป็นรายแรกอีกเหมือนกัน น้องสาวข้าวปั้นโดนฉันผลักอย่างแรง เธอคงหายหน้ามืดอยู่บ้าง สายตาก้มผ่านปลายจมูกที่โด่งเป็นสันเหมือนข้าวปั้น ได้สติกว่าเมื่อกี้
         “ถ้าคุณอยากทำเรื่องแบบนั้น ฉันคิดว่าคุณใช้บริการผิดประเภทแล้วค่ะ ขอโทษนะคะ…ฉันขอตัว” ท้ายประโยคฉันไม่ได้ตะคอกใด ๆ เพราะเธอเองก็หยุดการกระทำไม่สมควรไปแล้ว ฉันแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยและเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
         ‘ฝ่ายละเมิดกฎ’ ทำท่าจะเดินเข้ามาเคลียร์ในเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันรู้ว่าน่าจะรีบเคลียร์กันให้จบ ๆ แต่ฉันไม่อยากมองหน้าน้องสาวข้าวปั้นตอนนี้ เพราะฉันเห็นหน้าซายากะซ้อนอยู่ทุกที
         อยากกลับเต็มแก่ แต่กริ่งหน้าประตูก็ดังขัดจังหวะ เธอตรงดิ่งไปที่ประตูอย่างเสียไม่ได้ เป็นโอกาสให้ฉันออกจากห้องนี้ไม่ต้องรอพูดคุยอะไรกับเธออีก
         ทว่า…
         “ยูริ เกิดอะไรขึ้นกับ…” ฉันกำลังจะขยับปากเพื่อขอลาโอตะลูกค้าหัวดื้อจอมมั่นใจ แต่ตอนที่มองลอดคนตัวสูงกว่าออกไปก็ทำให้เสียงหายไปกับสายลม ฉันไม่ต้องเห็นหน้าซายากะซ้อนกับลูกค้าคนนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะซายากะอยู่ตรงหน้าตะ คนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดี รีบปรับสีหน้าที่ตกใจ แปลกใจ ให้เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
         “เดี๋ยวนะพี่ซายากะ ฉันกำลังจะเคลียร์กับเขานิดหน่อย” เจ้าของห้องบอกห้วน ๆ ซายากะถอยออกไปพ้นหน้าประตูตามใจเจ้าของห้องที่เอ่ยปากแบบนั้น
         “เอาไว้วันหลังดีกว่าค่ะ”
         “คุณมิลกี้” ฉันตัดบทด้วยการเดินฉับ ๆ ออกมา ผ่านซายากะที่พิงอยู่ตรงกำแพงด้านนอกห้อง เป็นใบหน้าที่เครียดจนฉันยังหวั่นใจไม่รู้เลยว่าคิดอะไรอยู่
         
         ฉันรอให้ซายากะโทรมาหลังจากวันที่เกิดเรื่อง แต่ซายากะไม่ใช่คนชอบโทรมากวน เราจึงยังไม่ได้คุยกันสักที เพราะฉันเองก็ยังไม่อยากโทรไปกวนด้วย ถ้าเกิดว่าซายากะยังไม่สะดวกคุย สุดท้ายเลือกทิ้งข้อความไว้ว่าฉันว่างคืนวันพุธที่จะถึงนี้
         แต่ซายากะก็ไม่ตอบกลับมาเลย…
         วันพุธฉันมีทำงานที่ร้านช่วงเช้าเท่านั้นพอหมดกะก็เลยว่างเดินโต๋เต๋อย่างล่องลอย ห่อเหี่ยวเป็นบ้า ถ้าปกติคงไปขลุกอยู่กับซายากะแล้ว แต่เพราะเธอยังไม่ตอบเรื่องที่ฉันส่งข้อความไปให้ ฉันก็ลังเลถ้าจะกลับห้องพักตัวเอง เพราะใจไปหาซายากะเรียบร้อย กลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำกะทันหันเอาแต่เปิดโทรศัพท์ดูว่าซายากะตอบมาหรือยัง
         “โอ๊ย !” โทรศัพท์ในมือหล่นกระจายต่อหน้าต่อตาฉัน ชิ้นส่วนกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง ฉันต่อว่าใครก็ไม่ได้เพราะเป็นคนผิดเอง “ขอโทษนะคะ ฉันเดินไม่ดูทาง” ปากบอกขอโทษแต่เซ็งจนไม่อยากจะคิดอะไรต่อ
         “ให้ฉันชดใช้ค่าเสียหายเถอะค่ะ แก้ตัวกับเรื่องที่ละเมิดกฎวันนั้นด้วย” จมูกโด่ง ๆ ของน้องสาวข้าวปั้นตามมาหลอกหลอนฉันอีก โอตะหน้าสลด อะไรกันนักนี่ฉันคิดถึงซายากะเงียบ ๆ ไม่พอใจกันหรือไงถึงได้ส่งผู้หญิงคนนี้มาทำให้ฉันยิ่งนึกถึงเจ้าของอ้อมกอดอบอุ่นซ้ำ ๆ อยู่ได้
         “ฉันว่าตอนนี้เราอยู่ห่าง ๆ กันก่อนดีกว่ามั้ยคะ ฉันขออนุญาตไม่ไปตามนัดที่เหลือที่คุณจองตัวฉันได้ ขอให้หักล้างกับสิ่งที่คุณทำลงไปนะคะ ฉันไม่ได้บอกเรื่องที่คุณละเมิดกฎกับทางบริษัทก็จริง แต่คิดว่าเราไม่ควรเจอกันข้างนอก” ไม่ควรมาก ๆ ด้วย โดยเฉพาะตอนที่ฉันรอคำตอบของซายากะอยู่และอยากไปหาเธอจะแย่ พอเห็นหน้าโอตะทีไรแล้วพาลคิดถึงหน้าเครียด ๆ ของซายากะทุกที
         “คุณมิลกี้ดุจังเลยค่ะ มันก็แค่จูบ” ลูกค้าสาวเสียงอ่อย ฉันรู้ว่ามันแค่จูบแต่ก็ยังโมโหไม่หาย
         “ใช่ค่ะมันเป็นแค่จูบ แต่ฉันไม่พอใจเมื่อคุณตั้งใจที่จะละเมิด มันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี ไม่ดีอย่างรุนแรงเลยด้วย ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณ คุณได้ให้เกียรติฉันบ้างหรือเปล่าคะ”
         “ถ้าอย่างงั้นก็ให้โอกาสฉันสิคะ สอนให้ฉันรู้ว่าอะไรควรไม่ควร”
         “สิ่งที่คุณควรทำคือการแก้ไขเรื่องที่มันยังค้างคาใจคุณอยู่ตอนนี้มากกว่า ไม่ใช่มาขอให้ฉันช่วย เพราะดู ๆ แล้วฉันแทบช่วยอะไรคุณไม่ได้นอกจากช่วยแก้เบื่อ ซึ่งมันไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่มันคือการหนีปัญหา” เป็นอีกครั้งที่ฉันต้องเลือกตัดบทเพื่อถอยห่างจากผู้หญิงคนนี้
         ฉันดอดมาที่ห้องพักของซายากะ หลังแยกจากโอตะ ขอให้เธอคิดได้สักทีเถอะ ฉันจะได้ไม่ต้องปวดหัวอยู่แบบนี้ โอ๊ย…โทรศัพท์พังไปต่อหน้าก็เหมือนปิดประตูรับรู้ข่าวสารโดยอัตโนมัติ จะเปิดดูว่าซายากะตอบกลับมาว่ายังไงก็ทำไม่ได้ด้วย ตอนนี้ทำได้แต่ยืนอยู่หน้าประตูตัดสินใจว่าจะกดกริ่งเรียกดีหรือเปล่า
         เอาไงเอากัน ฉันจิ้มนิ้วลงไปสองครั้ง…เงียบไม่มีเสียงตอบกลับออกมา หรือว่าเธอจะงอนฉันแล้ว เข้าใจอะไรผิดกับเรื่องของโอตะหรือเปล่าก็ไม่รู้
         “ทำไมไม่โทรมาบอกล่ะว่าจะมา มีอะไรด่วนหรือเปล่า” ซายากะเดินอ้อยอิ่งมาเปิดประตู อีกมือหนึ่งถือถุงใส่ของมาด้วย เธอก็ไม่ได้ดูโกรธอะไร ยิ้มหน้าตาเฉยอีกต่างหาก ฉันตามเธอต้อย ๆ เข้ามาในห้อง
         “พอดีโทรศัพท์พัง เลยไม่รู้จะทำยังไง” ฉันละไว้ไม่พูดว่าโทรศัพท์พังเพราะอะไร
         “กินอะไรมั้ย เดี๋ยวทำให้” ฉันตอบตกลงว่าง่ายสุด ๆ แล้วจากนั้นก็นั่งดูซายากะ เธอเตรียมเครื่องปรุงและวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว
         ซายากะปล่อยตัวเองเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่เธอถนัด ส่วนฉันปล่อยตัวเองจมอยู่กับความคิดว่าควรจะถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องเกี่ยวกับโอตะดีมั้ย เพราะกลัวว่าจะต้องเห็นหน้าเครียด ๆ ของซายากะอีกฉันได้แต่ลุกลี้ลุกลนอยู่ที่โต๊ะกินข้าว
         “มิยูกิ มาช่วยฉันหน่อยสิ” ฉันลุกพรวดรีบเข้าไปหาแม่ครัวทันที เห็นแล้วก็ขำตัวเอง วันนี้ฉันดูมีพิรุธที่สุดแล้ว ทั้งที่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย บ้าจริง “ช่วยคนไข่ในถ้วยนั้นให้หน่อย คนเบา ๆ นะไม่ต้องแรง” ฉันก้มหน้าก้มตาคนไข่ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะ มิยูกิเธอช่วยร่าเริงกว่านี้ไม่ได้หรือไงเนี่ย
         “พอแล้วมั้งนั่นน่ะ เดี๋ยวจะออกมาไม่ใช่ไข่ตุ๋น” ซายากะว่าขำ ๆ ทาบมือลงบนมือฉันที่คนไข่ไม่รู้เรื่องไปเรื่อย แล้วเธอก็ให้ฉันกรองไข่นั้นใส่ในถ้วยใหม่ พร้อมยกเอาพวกเครื่องที่จะใช้มาไว้ตรงหน้าฉัน เลื่อนตัวเองเข้ามาซ้อนฉันไว้เหลื่อม ๆ ยันแขนกับเคาน์เตอร์ในห้องครัวออกคำสั่งต่อ
         “เอาผักใส่เป็นอันสุดท้ายนะ ไว้ตกแต่ง นอกนั้นใส่ลงไปหมดนั่นแหละ” ฉันค่อย ๆ หยิบสิ่งที่ซายากะบอกใส่ลงในถ้วยที่มีไข่อยู่ทีละอย่าง ซายากะทนดูอยู่พักหนึ่ง เธอถอนหายใจแล้วหัวเราะพร้อมกับสอดมือจากด้านหลังเข้ามาโอบกอดเกี่ยวที่เอว ยืนซ้อนฉันซะชิดทั้งตัว ซายากะชะโงกผ่านไหล่มองถ้วยไข่ตรงหน้าพร้อมกับจัดการขั้นตอนที่เหลือโดยก็ให้ฉันอยู่ดูด้วย
         “เสร็จแล้ว เอาไปเวฟได้” ซายากะฮัมเพลงในลำคอจนถึงเมื่อกี้
         “ไปทั้งยังงี้เหรอ” ฉันถามเสียงสูง ถือถ้วยด้วยสองมือหันหน้าไปหา ส่วนซายากะเกาะกอดอยู่ที่เอวฉันด้วยสองมือตั้งใจเอาหน้ามาใกล้ ๆ ไม่หลบ
         “ใช่ เอ้าเดิน”
         ซายากะทำตัวเป็น ‘เงา’ เกาะอยู่ที่หลังฉัน ‘เงา’ ที่ว่าช่วยกดเวลาเวฟไข่ในถ้วยให้เสร็จสรรพ ก่อนจะพามาส่งที่โต๊ะซึ่งฉันนั่งรอในตอนแรกที่มาถึง เธอบอกว่าให้รอสิบห้านาทีก็จะได้กินแล้ว ซายากะปล่อยมือตัวเองออกจากเอวฉัน
         ราวกับว่าให้อิสระแก่ฉัน…เป็นอิสระที่ทำให้ใจหายวาบ ฉันคิดมากไปจนกังวลเรื่องไม่เป็นเรื่องหรือเปล่า
         “นี่เป็นไข่ตุ๋นมื้อสุดท้ายของฉันหรือเปล่าซายากะ” ฉันนั่งบนเก้าอี้มองคนที่ยืนก้มหน้าทำคอย่น
         “ไข่ตุ๋นทำง่าย ไม่ใช่มื้อสุดท้ายหรอกค่ะ” ซายากะคลึงมือฉันที่รั้งเธอไม่ให้เดินไปไหน ยังมีหน้ามายิ้มให้อีก
         “เอาใหม่ นี่เป็นอาหารมื้อสุดท้ายที่ซายากะจะทำให้ฉันมั้ย ถึงได้เอาอกเอาใจเป็นพิเศษ” คนที่ยืนย่อตัวเล็กน้อยเหมือนจะพูดอะไรแค่บางคำ แต่สุดท้ายก็ลงไปนั่งยอง ๆ วางมือฉันลงบนที่หน้าขาแล้วตบเบา ๆ ระหว่างตอบคำถาม
         “มิยูกิอยากให้เป็นแบบไหนล่ะ ฉันให้เธอเป็นคนเลือกได้ตามใจ ยูริน่ะเป็นเด็กน่ารักนะ น้องสาวฉันเองค่ะ มีเสน่ห์เกินอายุ แต่ดูจะใช้มันผิดที่ผิดทางไปหน่อย” ฉันประคองหน้าซายากะขึ้นมาพิจารณาใกล้ ๆ ดวงตาใสที่สะท้อนกับแสงไฟในห้องไม่ค่อยยินดีเท่าไหร่กับทางเลือกที่เสนอให้ฉัน ถึงจะทำเป็นใจดี น้องสาวซายากะนี่เองถึงว่าทำไมฉันเอาแต่คิดถึงซายากะเวลาที่อยู่กับโอตะคนนั้น
         “อยากให้ฉันเป็นเหยื่อน้องสาวของซายากะเหรอ ทั้ง ๆ ที่รู้แบบนั้น ไม่ห่วงฉัน…สักนิดเหรอ” ซายากะหลับตาอมยิ้ม ฉันเห็นแล้วก็ยิ้มไปด้วยอีกคน เอาจมูกเล่นกับซายากะ บีบแก้มเธอเพราะมันเขี้ยว
         “ไม่อยากหรอก ถึงได้ไปเปิดศึกกับยูริมา ทะเลาะกันหนักเลย แต่เคลียร์กันแล้ว เพราะงั้นฉันไม่ได้ยอมยกมิยูกิให้น้อง แต่เผื่อมิยูกิชอบคนมีเสน่ห์เหลือล้นแบบน้องสาวของฉันน่ะ” ซายากะทำหน้าหงอยน่าสงสาร ความหมั่นไส้ยิ่งกระพือหนักเข้าใหญ่
         “อ๋อเหรอ จะบอกว่าให้ฉันเป็นคนตัดสินใจงั้นสิ ถ้าสมมติว่าต้องเศร้าเสียใจ ความผิดก็จะตกอยู่ที่ฉันใช่มั้ยล่ะ ฉันเป็นคนตัดสินใจทั้งหมด”
         “ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย…ฉัน” ซายากะถอนหายใจรวบรวมความกล้าครั้งสำคัญสำหรับคำพูดบางอย่าง “ฉันน่ะ…ไม่ได้คิดว่ามิยูกิจะเป็นคนผิดหรอก ไม่ใช่ว่าอยากโบ้ยเรื่องทุกอย่างให้มิยูกิรับผิดชอบ แต่ถึงต่อให้ฉันรั้งมิยูกิไว้ ถ้ามิยูกิไม่ได้อยากอยู่ด้วยมันจะไม่ยิ่งแย่หรอกเหรอ ลำบากใจมิยูกิเปล่า ๆ”
         “ก็รั้งกันสักหน่อยสิ ไม่ได้แย่หรอกนะ” ฉันดึงซายากะเข้ามาซบ จะไม่ปล่อยเธอไปไหน “เกาะแกะวอแวเหมือนตอนที่เกาะฉันอย่างกับปลิงนั่นน่ะสุดยอดไปเลยนะ กับการได้อยู่ใกล้ซายากะแบบนั้น”
         “อย่าทิ้งฉันไปไหนนะ…มิยูกิ ฉันอยากให้เธออยู่ด้วย ไม่อยากให้ยุ่งกับยูริ ไม่อยากให้ยุ่งกับใครทั้งนั้น” ฉันชอบจังเวลาที่ซายากะทำเสียงเป็นเจ้าข้าวเจ้าของถึงเธอจะพูดไม่เต็มเสียงนัก ซายากะกอดเอวฉันไว้แน่นไม่อยากปล่อยฉันไป
         “ไม่ไปไหนหรอก กับข้าวอร่อยจะตาย คนทำก็น่ารัก ใครจะทิ้งซายากะได้ลงคอ”
         ซายากะดึงฉันให้ลุกขึ้นมายืน เธอเริ่มวอแวกับปากของฉันอีกครั้ง แต่เราสองคนสะดุ้งเพราะเสียงตัดการทำงานของไมโครเวฟ ซึ่งหยุดการวอแวของซายากะด้วย เธอหันไปมองที่ไมโครเวฟและหันมาขอโทษว่าลืมไปเรื่องที่ฉันกำลังจะกินข้าวแล้วถามฉันว่าถ้าอยากเกาะแกะกับฉันต่อหลังจากนี้ ฉันจะสะดวกมั้ย
         จะไม่สะดวกได้เหรอ ฉันสะดวกตั้งแต่ตอนนี้แล้วด้วยซ้ำ…
         

         

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะซายามิลกี้เท่านั้น
[ Short ] – ความเหงาแสนสุข EP03 (SayaMilky) END

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s