[ Short ] – ความทุกข์ที่กักขังเรา (YuuriMiru) EP01

Posted on Updated on

YUURIMIRU

         บทที่ 1
         “เกิดอะไรขึ้นกับอาซึสะจัง”
         “ไม่เห็นต้องถาม ก็เลิกกันแล้ว…ฉันหมายถึงว่าตอนนี้เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว” ฉันเกือบตะคอกใส่พี่ซายากะแต่ยั้งไว้ทันหวุดหวิด เธอถามทำเสียงดุ จะเล่นงานฉัน เมื่ออยู่กันสองคนพี่น้องอีกครั้งหลังผู้หญิงคนที่สามซึ่งทำให้ฉันเซ็งด้วยการก่อเรื่องบางอย่างกับเธอไว้ ไม่ค่อยดีนัก ได้ออกจากห้องไป
         ไม่รู้หรอกว่ามันจะร้ายแรงแค่ไหนเกี่ยวกับอาซึสะ ถึงทำให้พี่สาวสุดที่รักมาหาที่ห้องทันด่วน และดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทน ฉันนึกว่าพี่สาวจะชินและเข้าใจฉันที่เป็นแบบนี้ ทีกับคนอื่นไม่เห็นพี่จะห้าม ไม่ว่าฉันจะมีคนข้างกายสักกี่คน
         “แล้วเมื่อกี้ใคร อีกแล้วเหรอ…” ฉันเกาหัวกลัดกลุ้มกับความวุ่นของค่ำคืนนี้ พี่ซายากะจะถามหรือจะต่อว่าอยากให้พี่เขาเลือกทีละอย่างเพราะฉันเวียนหัวแล้ว นี่ถ้าไม่เห็นผู้หญิงคนเมื่อกี้ พี่ซายากะคงจะไม่ดุฉันมากขนาดนี้มั้ง
         “ก็เดิม ๆ แหละพี่ เริ่มเบื่อแล้วเลยตกลงกันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่เขาก็ดีนะ จูบแล้วมันดี เสียดายที่จะไม่ได้จูบอีก” ฉันโกหกพี่สาว กลัวจะเสียฟอร์ม เป็นครั้งแรกที่รุกเดินหน้าเต็มสูบแต่โดนปฏิเสธหน้าแหกหลุดโค้งตกเขา เธอไม่แม้แต่จะคิดพิจารณาข้อเสนอของฉัน ทั้งยังปัดเหมือนไล่ยุงไม่ก็แมลงสักอย่างไปให้พ้นด้วยความรำคาญ
         ตรงกันข้ามกับผู้หญิงที่พี่สาวเป็นห่วง อูเอมูระ อาซึสะ เคยเป็นหนึ่งในคนที่ฉันควงอยู่พักหนึ่งแต่ก็เลิกเหมือนคนอื่น ๆ จะต่างตรงที่อาซึสะพยายามทำให้ฉันเห็นว่าเธอจริงใจกับฉันมาก เพราะเธอยังคงตัดใจจากฉันไม่ขาด ยังคงพยายามทำดีกับฉัน หวังว่าฉันจะเห็น ซึ่งฉันเห็น…แต่ฉันก็แค่เห็นไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งเป็นพิเศษใด ๆ
         อาซึสะมักจะคอยดูแลฉันและบางทีก็โทรบอกพี่ซายากะ รายงานว่าฉันเป็นยังไงบ้าง คงเป็นคนที่ได้คุยกับพี่ซายากะมากที่สุดก็ว่าได้ เธอใส่ใจฉันดีเลยแหละ เพราะส่วนใหญ่คนอื่น ๆ จะไม่ค่อยสนใจเวลาที่ได้พบกับครอบครัวของฉันเท่าไหร่ แน่นอนเราคบกันไม่ได้เพื่อจะมาพบครอบครัวของแต่ละคน จะว่าไปคนอย่างอาซึสะไม่น่ามาฝังใจกับฉันเลยด้วยซ้ำ เธอน่าจะได้เจอคนที่ดีกว่าฉันและพร้อมที่จะดูแลให้ความรักกับอาซึสะ
         
         ‘มิลกี้’ เป็นชื่อของหญิงสาวที่ฉันหวังไว้ว่าจะได้ควง สาเหตุที่เจอกันค่อนข้างซับซ้อน เพราะส่วนมากที่ฉันจะปิ๊งใครนั้นไม่ได้ยุ่งยากหรือต้องรอพรหมลิขิตให้เสียเวลา
         แค่เห็นแล้วถูกชะตาฉันก็บอกกับคนที่สนใจตรง ๆ ถ้าคลิกก็ไปกันต่อ ถ้าเกิดเริ่มไม่ใช่เมื่อไหร่ก็แยกย้าย…
         กรณีของมิลกี้ตอนนั้นฉันกำลังจะเลิกกับแฟนคนที่เท่าไหร่ไม่รู้ ตามหลักถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ให้แยกย้าย พอว่างไม่ต้องเอาอกเอาใจใครหรือที่คนอื่นอาจจะใช้คำว่าโสดและยังไม่มีเป้าหมายใหม่ ฉันเลยลองเสิร์ชหาเล่น ๆ ว่ากำลัง ‘เหงา’ ก็ได้เจอเข้ากับเว็บไซต์ให้บริการแปลกประหลาดนี้
         แต่ผู้ให้บริการถูกใจฉันเต็มเปา…ก็พอดีกับตอนเลิกกับแฟนและทุ่มแรงกายกับคนใหม่ที่เล็งไว้ทันที
         ‘เป้าหมายใหม่’ ดูเป็นคนอ่อนโยนกว่าที่คาด น่าสนใจแบบปล่อยผ่านไม่ได้ รู้สึกว่าอยากคลิกด้วยขึ้นมาทันทีเชียว เป้าหมายใหม่ไม่ใช่พวกหัวอ่อนที่จะมาคิดเล็กคิดน้อยถ้าเลิกกัน ดูมีความมุ่งมั่น กล้าได้กล้าเสียที่ทำงานแบบนี้ ให้ความรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ซึ่งฉันประทับใจ
         ฉันคิดว่าน่าจะตกลงได้ไม่ยาก ใช่…เรื่องติดต่อขอใช้บริการไม่ได้ยาก แต่มันเป็นแค่การกอดเท่านั้น ทุกครั้งฉันจะได้ยินคำว่า ‘แค่กอด’ ไม่มีอย่างอื่น เธอทำอย่างกับกล่าวปฏิญาณให้คำพวกนี้มันย้ำลงไปในหัวใจ ไม่แน่นะนี่อาจเป็นลัทธิอะไรก็ได้ใช่มั้ยล่ะ สะกดจิตเพื่อไม่ให้ลูกค้ามาโปรยเสน่ห์ ปิดกั้นตัวเองเอาไว้แบบนั้นน่ะ ไม่ตลกเลย
         แต่ขอโทษ…ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะอดใจได้ ยังไงก็เถอะคนเราจะไม่คิดอะไรบ้างเลยเหรอ ถ้าหวั่นไหว…
         ฉันรู้ว่าผู้หญิงหวั่นไหวง่าย ฉันรู้ดี
         ต่อให้เธอตั้งมั่นไว้ ฉันนี่แหละจะทำลายสิ่งนั้นและทำให้เธอแหกกฎมาคบกับฉันให้ดู
         ตอนนั้นก็มั่นใจมากจนกระทั่งได้แห้วกลับมารับประทาน…
         
         “พี่มาหาฉัน แค่จะมาถามเรื่องอาซึสะเหรอเนี่ย” ฉันเกือบลืมเรื่องของพี่สาว แต่พี่ซายากะนั่งหน้าเครียดยิ่งกว่าตอนแรกที่มาถึงเสียอีก อาซึสะไปทำอะไรมาหรือยังไง
         “…ตอนนี้อาซึสะอยู่โรงพยาบาล ประสบอุบัติเหตุน่ะ”
         “มีอะไรจะพูดต่ออะดิ” ฉันดักคอเพราะก็พอรู้นิสัยของอาซึสะอยู่บ้างถึงไม่ใส่ใจอะไรจนเกินไป อยู่อย่างมีระยะต่อกัน
         “พี่คิดว่าเขาน่าจะตั้งใจ” พี่ซายากะเล่าโดยไม่มองหน้าฉัน ใครจะไปคิดว่าคนเรียบร้อยอย่างอาซึสะจะกล้าทำ นั่นแหละถ้าเป็นคนที่ไม่รู้นิสัยบางอย่างกันล่ะก็ คิดว่าอาซึสะไม่มีทางกล้าทำกันทุกราย ฉันถามว่าอดีตคนเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งประมาณหนึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ไหน พี่ก็บอกชื่อโรงพยาบาลมา ฉันถามพี่ว่าไปรู้เรื่องนี้ได้ยังไง พี่ก็บอกว่าพี่ชายของอาซึสะติดต่อเข้ามาหาเพราะอาซึสะถามหาแต่ฉันแต่ติดต่อฉันไม่ได้
         “ไม่รู้ว่าจะว่างไปเยี่ยมหรือเปล่านะ ก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรขนาดนั้นสักหน่อย” ฉันตอบพี่สาวส่ง ๆ แต่ถ้าว่างฉันว่าจะเจียดเวลาไปหาอยู่เหมือนกัน ไปตามมารยาท
         “ยูริ…ทำไมถึงคิดแบบนั้น คนเรารู้จักกัน มีความห่วงใยให้เขาบ้างสิ แล้วถามหน่อยว่าคนที่คอยดูแลตอนเราเมาแอ๋น่ะใคร ไม่ใช่คนที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลหรอกเหรอ พี่รู้ว่ารำคาญที่เขาไม่ปล่อยยูริ แต่เห็นความดีที่เขาช่วยเหลือเราบ้างมั้ย” พอโดนตำหนิจริงจัง ก็สุมความหงุดหงิดทีละนิด โดนว่าเรื่องอาซึสะนี่ฉันฉุน จริงอยู่ว่าอาซึสะคอยดูแลฉันแต่บางทีฉันก็ไม่ได้ขอร้องให้เขามาทำนี่
         “กับคนที่เบื่อจนหน้าก็ไม่อยากมอง…พี่ซายากะทนได้เหรอ พี่ไม่เคยเจอคนมากมายแบบฉันพี่จะเข้าใจอะไรล่ะ ทำดีหน่อยก็คิดว่าชอบ แล้วก็ตอแยไม่เลิก แบบนี้ฉันจะทำดีด้วยทำไม ก็ยิ่งเกาะไม่ปล่อยสิ น่ารำคาญไม่จบไม่สิ้นเหมือนทุกวันนี้ไง ฉันถึงได้ไม่อยากยุ่งอะไรกับอาซึสะน่ะ”
         “พี่ไม่เคยเจอคนมากมายอย่างยูริ แต่พี่ก็มีความรู้สึกมากมายให้กับคนที่พี่คุยด้วย เคยถามตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าใช้เวลากับใครสักคนดีพอแล้วหรือยัง เราเอาแต่โทษคนอื่นว่าทำตัวน่ารำคาญ เราเคยโทษตัวเองหรือได้พิจารณาตัวเองบ้างมั้ย ทำไมถึงยังเป็นแบบนี้ คบใครไม่ซ้ำหน้า ยูริคิดว่ามันถูกต้องแล้วเหรอ ใช่ อาจจะใช่ที่คนเรามีสิทธิ์เลือกไปจนกว่าจะเจอคนที่ถูกใจ แต่มันไม่จำเป็นต้องเลือกมากเหมือนที่ยูริกำลังทำอยู่นี่ซะหน่อย ทำเหมือนต้องการจะประชดชีวิต” ฉันว่าพี่ซายากะอาจจะหัวกระแทกอะไรมาถึงได้สั่งสอนยาวเป็นหางว่าว
         “พี่ซายากะเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมคราวนี้ถึงได้ว่าฉัน ฉันก็เป็นงี้มาตั้งนานแล้วนะ” พี่สาวยังคงมองด้วยสายตาตำหนิ นี่ฉันผิดอะไรนักหนาเนี่ย
         “คนไม่ใช่ของเล่นนะยูริ” พี่ซายากะไม่ยอมถอยฉันก็ไม่ถอยเหมือนกัน ฉันว่าเรื่องนี้ฉันไม่ผิด ฉันไม่ควรมาถูกพี่ซายากะดุ
         “ทุกคนก็ของเล่นทั้งนั้นแหละ พี่น่ะตื่นมาจากโลกฝันหวานได้แล้ว ไม่ว่าใครแม้แต่คนเมื่อกี้ก็ด้วย เป็นแค่ของเล่นที่โละทิ้งได้ !” ฉันใส่อารมณ์กับคำที่ออกมาจากปาก โมโห หงุดหงิด คำพูดมันเอากลับมาไม่ได้แล้วด้วย ช่างมันเถอะ ฉันก็รู้สึกไม่ดีที่พูดแบบนั้น ฉันเซ็งกับความวุ่นวายในหัวของตัวเอง แต่คราวนี้มีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่ซายากะที่ไม่ปกติ
         “อย่ามาแตะมิยูกิของฉัน ! ถ้าคิดได้แค่นี้ หลงตัวเองว่าวิเศษกว่าคนอื่น ฉันไม่มีทางยกมิยูกิให้คนแบบนี้ คนที่ไม่เห็นความสำคัญของผู้หญิงที่น่ารักอย่างเขา” พี่ซายากะกระชากคอเสื้อฉัน พูดทุกคำอย่างฉุนเฉียว แววตาเอาเรื่อง เป็นครั้งแรกที่ทำให้ฉันตกใจได้แต่จับมือพี่ที่กำเสื้อฉันไว้แน่น “เป็นน้องก็โดนฉันเล่นงานได้เหมือนกัน” ฉันเชื่อว่าพี่ซายากะทำจริงแน่
         “พี่…” เสียงที่แสดงถึงความตกใจสุดขีดนั้น ทำให้พี่สาวปล่อย ฉันมองดวงตาที่แดงก่ำด้วยความไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ทำไมพี่ซายากะถึงได้โกรธมาก โกรธหน้าดำหน้าแดง แล้วมิยูกิ…นั่นใคร ฉันไม่เคยคบใครที่ชื่อมิยูกิสักคน หรือว่า…มิลกี้
         “พี่…ฉันไม่เข้าใจ มิยูกิคือใคร” ฉันจับคอเสื้อให้เข้าที่ ยังกลัวพี่สาวตัวเองอยู่เลย ตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ ไม่เคยเห็นว่าพี่ซายากะจะโมโหได้เท่าวันนี้ ทุกครั้งพี่จะให้อภัยฉัน พี่จะคอยดูแลฉัน
         “ก็คนที่เพิ่งออกจากห้องไปเมื่อกี้ไง ! ไม่รู้จักชื่อจริงเขาหรอกเหรอ” พี่ซายากะตะคอกพยายามคุมสติ ฉันจะไปรู้ชื่อจริงมิลกี้ได้ยังไงในเมื่อเขาปฏิเสธจะพูดคุยกับฉัน ตามตื้อเท่าไหร่ก็ไม่ใจอ่อน
         “ไม่รู้หรอก” ฉันตอบตามตรงแต่ยิ่งทำให้พี่สาวเข้าใจผิด
         “ไม่ใส่ใจจะถามชื่อเขาเลยเหรอ !” พี่ซายากะปราดเข้ามาอีกครั้งจนฉันรีบห้ามให้ใจเย็นลงก่อน ไม่ใช่ว่าไม่ใส่ใจ แต่เขาไม่บอกต่างหากเล่า
         “เอางี้พี่ ฉันขอให้เราคุยกันละเอียดกว่านี้หน่อย ช้า ๆ โดยไม่ใช้กำลังนะ ฉันไม่อยากมานั่งระแวงว่าจะโดนกระชากคอเสื้อแบบเมื่อกี้อีก” พี่สาวสงบสติได้เร็ว แต่ยังฮึดฮัดไม่เลิก พี่ซายากะขึ้น ๆ ลง อย่างกับเป็นคนละคน ฉันว่าวันนี้ต้องมีการเคลียร์กันอีกยาว “มิยูกิของพี่น่ะใคร” ใครที่ทำให้ฉันต้องมารับเคราะห์ครั้งนี้ ใช่มิลกี้หรือเปล่า
         “ก็มิลกี้ไง กับมิลกี้น่ะ ยูริ…ยังไงแน่ พี่ขอความจริง” งานเข้าชัด ๆ ใครจะไปคิดว่าพี่ซายากะกับผู้หญิงคนนั้น…ฉันก็ยังไม่อยากเชื่อเหมือนกัน
         “พี่ซายากะรู้จักเขาเหรอ” ฉันกลืนน้ำลายคอแห้งผาก ก่อนหน้านั้นคำพูดฉันมัน…ไม่อยากจะคิดว่าคราวซวยรอบนี้มันแย่แค่ไหน
         “ก็ไม่เชิง” คำตอบยังเจือไปด้วยความโมโห ฉันหลบตาพี่สาวนิดนึง ตอนแรกโกหกไปซะเยอะ เรื่องราวมันใหญ่โตจนต้องบอกความจริงอย่างอาย ๆ
         “ก็ไม่เชิงอะไรของพี่ล่ะ โมโหแบบนี้ ฟังนะ…เขาเป็นคนที่ทำงานอยู่กับบริษัทอะไรสักอย่าง เรื่องมันบังเอิญน่ะพี่ ฉันเปิดเว็บแล้วไปเจอเข้า ตอนนั้นกำลังเบื่อ อยากหาคนแก้เหงา ทีนี้พอเห็นมิลกี้ อันนี้เป็นชื่อที่เขาลงเว็บไว้ เอ่อ…มิยูกิของพี่น่ะ คือเขาสวยฉันก็เลย…ไปซื้อบริการ เฮ้ยแต่พี่อย่าเข้าใจผิดนะ เป็นบริการกอดเฉย ๆ” ฉันกำลังนึกว่าหลังจากนี้จะพูดยังไงดีให้อายน้อยที่สุดและจะอธิบายกับพี่สาวแบบไหนเพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด จะได้ไม่โดนทุบ ตอนนี้มึนไปหมด
         “นานเท่าไหร่แล้ว” พี่ซายากะครุ่นคิดระหว่างรอคำตอบ ฉันไม่อยากอยู่ต่อหน้าพี่สาวตอนนี้เลยด้วยซ้ำ ดวงตาที่พร้อมระเบิดอารมณ์เหมือนระเบิดเวลา
         “เดือนกว่า เกือบสองเดือน” ฉันจำไม่ได้เลยประมาณคร่าว ๆ “ฉันอยากควงมิลกี้น่ะ แต่เขาไม่เล่นด้วย เพราะงี้ฉันถึงไม่รู้ว่าเขาชื่อจริง ๆ คืออะไร”
         “อะไรนะ…แล้วที่ว่าจูบหมายความว่าไง” ฉันเอี้ยวตัวหลบกลัวว่าจะโดนอีกโดยอัตโนมัติเมื่อพี่สาวขึ้นเสียง
         “ก็ฉันมันคนผ่านอะไรมาเยอะ ฉันคิดว่าจะทำให้เขาหลวมตัวกับฉันน่ะสิ เลยไปจูบเขา บังคับจูบ…” ท้ายเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินอะไร
         “ทำอะไรนะ !” พี่ซายากะพรวดเข้ามาดึงคอเสื้ออีกรอบ ถึงจะตัวสูงกว่าพี่สาวแต่พี่สาวฉันเป็นพวกแรงเยอะกว่าขนาดตัว ฉันทำได้แต่จับมือพี่สาวไว้ อ้อนขอให้เมตตาน้องสาวที่ทำผิดและสำนึกตัวแล้ว อารมณ์ตอนนี้คือพวกตัวใหญ่กว่าแต่โดนพี่ดุจนหงอ
         “ฉันจูบมิลกี้จริง แต่มันแค่แป๊บเดียวแล้วที่เหลือคือฉันโดนเขาต่อว่า ฉันก็รู้สึกผิดเป็นนะ พอจะเข้าใจว่าครั้งนี้มันเกินไป อยากจะขอโทษเขานั่นแหละค่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนั้นจริง ๆ นะคะพี่ พี่ก็มาพอดีแล้วก็ตามนั้นที่พี่เห็น”
         “เขาถึงได้รีบร้อนจะออกไปจากห้อง ทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดเวลา” พี่ซายากะต่อให้ อย่างน้อยอารมณ์เย็นลงก็เป็นผลดีกับฉัน
         “พี่รู้เหรอว่าเขาทำงานอะไร” ฉันเป็นอิสระแล้ว ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่ทำให้พี่ซายากะคลายความโกรธลงไปบ้าง
         “พี่เจอมิยูกิเพราะใช้บริการบริษัทนี้เหมือนกัน” อ้าว แล้วก็ให้เราเล่าซะยาว พี่ซายากะก็รู้จักมิลกี้เพราะใช้บริการเหมือนกันนี่นา
         “หมายความว่าพี่ซายากะกับเขา…คบกันอยู่เหรอ” นอกจากฉันจะเสียดายที่พลาดมิลกี้แล้ว ตอนที่พี่ซายากะพยักหน้านั้น ฉันก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้าเพิ่มขึ้นไปอีก ฉันที่น่าจะประสบการณ์โชกโชนกว่าพี่ กลับกินแห้วแทน แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าลองให้พี่ซายากะเป็นแบบฉัน มีลูกเล่นรู้จักการเข้าหาคน ฉันไม่มีทางสู้พี่สาวได้ แค่เอ่ยปากว่าสนใจ รับรองว่ามีคนมาเสนอตัวเป็นคู่ควงจนเบื่อ อะไรกัน…เท่ากับว่ามิลกี้ยอมแหกกฎเพื่อพี่ซายากะโดยเฉพาะสิ ให้ตายเถอะทีกับฉันพูดกรอกหูตลอดว่ากอดได้อย่างเดียว นี่ฉันไม่ได้เตะตาเขาบ้างเลยเหรอ
         “พี่กลัวยูริ รู้มั้ย ถ้ามิยูกิจะชอบยูริ” แต่พี่ซายากะไม่ใช่คนแบบนั้น พี่สาวของฉันชอบคิดเสมอว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ ฉันถึงได้ชอบแซวพี่เขาบ่อย ๆ อยากกัดให้รู้สึกตัวบ้างว่าครอบครัวเราน่ะหน้าตาดีกันจะตาย แหม…ฉันไม่ได้เข้าข้างจนดูเป็นหลงตัวเองจนเกินไปหรอกมั้งเนี่ย
         “เหรอ” ฉันลากเสียงยาน รู้ว่ายังไงก็ไม่มีทาง เรื่องที่มิลกี้คนนั้นจะมาชอบ
         “กลัวว่ายูริจะไม่จริงจัง พี่ไม่อยากให้เขาเสียใจ” ฉันเห็นพี่สาวทำตาละห้อยแล้วขำ ต่างกับตอนแรกลิบลับ โมโหแทบจะพังประตูได้เลยมั้ง แสดงว่าพี่ซายากะเองก็ชอบมิลกี้ ชอบมากด้วย ฉันถึงได้กลายเป็นเหยื่อความโกรธของพี่เขาครั้งนี้ เป็นคนที่ทำให้พี่สาวหึงจนฟิวส์ขาด
         อัศจรรย์ในความอับโชคของฉันที่มาเจอคนสวยแต่แตะไม่ได้…
         “พี่ซายากะจะไม่คิดเหมือนเมื่อกี้ ถ้าพี่ได้ยินที่เขาพูดกับฉันและก่อนหน้านั้น ถ้าเขาชอบฉันป่านนี้เสร็จฉันไปนานแล้ว…พี่รู้มั้ย มิลกี้ต่อว่าฉันซะหน้าหงาย เรียกว่าทำให้ได้สติเลยแหละ ไอ้นิสัยร้าย ๆ ของฉันน่ะ” ฉันอดยิ้มไม่ได้ ความงี่เง่าของตัวเอง น่าสมเพชเป็นบ้า ‘ถ้าคุณอยากทำเรื่องแบบนั้น ฉันคิดว่าคุณใช้บริการผิดประเภทแล้วค่ะ’ มิยูกิของพี่ซายากะดุฉันจนได้สติ
         “แต่ฉันรู้ว่าพี่คงยังไม่สบายใจ ก็ฉันน่ะหน้าตาดีมีเสน่ห์แถมน่ารักมากถูกมั้ยล่ะ เพราะงั้นฉันจะช่วยพี่ซายากะเอง ช่วยทำให้รู้ว่า คุณมิยูกิของพี่คนนั้นน่ะ เขาชอบพี่จนไม่สนใจใครหน้าไหนแล้วแหละ”
         “ทำยังไงเหรอ”
         
         ฉันนัดแนะกับพี่สาวบอกว่าช่วยเล่าเรื่องที่เกิดหลังจากนี้ให้ฉันรู้ด้วย พี่สาวถามมางง ๆ ว่าเช่นอะไรบ้าง ฉันเลยบอกว่าพวกข้อความของมิลกี้ก็ได้ โดยไม่ลืมย้อนถามไปว่าพี่ซายากะคิดว่าฉันอยากรู้เรื่องไหน พี่สาวก็อายม้วนจนฉันยิ่งอิจฉาเข้าไปใหญ่ที่พี่สาวตกอยู่ในห้วงรักจนอาการหนักถึงขั้นนี้
         มีคนที่ใช่กับเขาจนได้นะพี่…
         ไม่นานพี่ซายากะส่งข้อความมาบอกว่ามิลกี้ส่งข้อความมาหา บอกว่าคืนวันพุธว่าง ฉันถามต่อ กรณีปกติพี่จะทำอะไร พี่สาวเล่าว่าพี่กับมิลกี้จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งคืน หวานเกินหน้าเกินตาจนฉันหมั่นไส้ แต่ยังไงก็ต้องช่วยพี่ซายากะเขาหน่อย ฉันบอกให้พี่ซายากะอย่าเพิ่งตอบข้อความหามิลกี้ เราจะได้เห็นกันว่าเธอมีปฏิกิริยาอย่างไร
         วันพุธฉันไปดักรอมิยูกิของพี่ซายากะจนกระทั่งเธอเลิกงานพาร์ทไทม์ตามที่พี่สาวบอก แล้วทำทีเป็นเดินไปชนเธอ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผิดคาดไปนิดหน่อย เพราะโทรศัพท์ของมิลกี้พัง
         จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น ไม่ได้จะยุ่งอะไรกับโทรศัพท์ของมิลกี้ แค่จะเข้าไปคุยกับเธอโดยโทรออกหาพี่ซายากะ เพื่อจะได้ให้พี่ฟังสิ่งที่มิลกี้พูด พอเห็นว่ามันกระจายไปทั่วพื้นทางเดินเลยหน้าสลดยิ่งกว่าเดิม ฉันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเข้าอีกจนได้
         ฉันจะช่วยคนอื่นมันไม่ได้เลยหรือยังไง…
         ฉันชวนคุยทำทีว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้มิลกี้ พยายามทำเป็นเข้ามาขอโอกาส แต่โอกาสที่ว่านั่นก็หายวับไปในพริบตา มิลกี้ของพี่ซายากะยังคงยืนยันคำเดิม ว่าเธอไม่สนใจและยังสอนฉันอีกว่าสิ่งที่ฉันทำมันคือการหนีปัญหา
         พอมิลกี้แยกตัวออกไปแล้วฉันก็รีบตามไปสมทบกับพี่ซายากะที่แอบดูอยู่ห่าง ๆ พี่ซายากะเดินยิ้มแต่พยายามกั๊กไว้ หน้าเป็นปลื้ม สงสัยเพราะได้ฟังอะไรดี ๆ
         เราทั้งสองคนแอบตามมิลกี้ไปจนกระทั่งถึงที่พักของพี่ซายากะ ฉันถองศอกใส่พี่สาวที่ยิ้มไม่หุบ ทั้ง ๆ ที่โทรศัพท์ก็พัง ไม่ได้รับข้อความตอบกลับแต่มิลกี้ก็ยังแวะมาหาพี่ซายากะ ฉันบอกพี่สาวว่าให้เข้าไปหาสิ พี่ซายากะรีบถือถุงของคงจะเป็นพวกวัตถุดิบที่ใช้ทำกับข้าวเดินตามเข้าไป ทำเหมือนเพิ่งกลับมา ระหว่างที่มิลกี้อยู่หน้าห้องพี่ซายากะก็เดินเข้าไปถึงพอดี สองคนเดินตามกันเข้าไปในห้องพัก
         แล้วก็ถึงเวลาฉันกลับไปพักบ้าง…อิจฉาพี่ซายากะที่ได้เจอคนที่รักสักที
         

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยูริมิรุเท่านั้น
[ Short ] – ความทุกข์ที่กักขังเรา (YuuriMiru) EP01

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s