[ Short ] – ความทุกข์ที่กักขังเรา (YuuriMiru) EP04

Posted on Updated on

YUURIMIRU

         บทที่ 4
         ฉันกลับจากบ้านของโทโมฮิโระมาถึงห้องพักตัวเองไม่ดึกนัก แต่ถึงแม้ว่าจะดึกก็ไม่เป็นปัญหาเนื่องจากแฟนหนุ่มขับรถมาส่ง บางทีเราก็ชอบไปนั่งคุยกันเป็นการส่วนตัว โทโมฮิโระชอบอยู่กับฉันเพราะเขาไม่ค่อยว่างด้วยหน้าที่การทำงานและยิ่งพูดเรื่องสร้างครอบครัวด้วยแล้วยิ่งทำให้เขาขยันทำงานมากกว่าเดิม เขาอยากให้ฉันเห็นว่าเขาจริงจังกับเรื่องที่พูดกับฉันถึงเขาเองจะอายุไม่มากแต่เขาพร้อมที่จะเป็นสามีที่ดีให้ฉัน
         ฉันรู้ว่าเขาจะต้องเป็นสามีที่ดีได้แน่นอน…
         แต่เรื่องของยูริก็ยังก่อกวนฉันไม่หาย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปยังไงก็ต้องเจอยูริ หากเข้าไปอยู่บ้านเดียวกับโทโมฮิโระฉันคงไม่อาจหลบยูริได้ ไม่จนกว่ายูริจะเลิกกับอาซึสะจังและจากลักษณะท่าทางของอาซึสะจัง ฉันไม่คิดว่าน้องสาวของโทโมฮิโระจะยอมปล่อยคนประเภทยูริไปได้ ต่อให้ยูริจะไม่สนใจก็ตาม
         ฉันสะดุ้งอยู่บนเตียงขณะกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ เสียงข้อความในโทรศัพท์ดัง ฉันหยิบมากวาดสายตาคร่าว ๆ โทโมฮิโระนั่นเอง เขาส่งข้อความมาถาม ‘มาหาได้มั้ย’ ฉันแกล้งตอบกลับไปว่าเขาลืมอะไรไว้หรือเปล่าถึงได้รีบร้อนจะมาหาทั้งที่ตอนนี้มันก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว
         โทโมฮิโระตอบกลับมาอย่างรวดเร็วว่าลืม ‘หัวใจ’ ไว้และตามด้วยคำอธิบายว่าถ้าพูดแบบนี้ก็คงจะเลี่ยนเกินไปหน่อย แต่เขาคิดถึงฉันจริง ๆ ฉันบอกว่าถ้าอยากมาก็มาสิ ถ้าฉันยังไม่หลับไปซะก่อน พอส่งข้อความนี้ไปปุ๊บ เสียงกริ่งที่หน้าประตูก็ดังขึ้นทันที
         “มารอที่หน้าห้องแล้วเหรอเนี่ย แล้วทำเป็นส่งข้อความมาคุย” ฉันวางมือถือพลางคิดพวกผู้ชายนี่ก็ตรง ๆ ดี ฉันไม่รีบเมื่อลุกจากเตียงเดินไปที่ประตู ยังคิดอยู่ว่าจะทักเรื่องนี้สักหน่อย แต่คนที่รออยู่หน้าประตูกลับไม่ใช่คนที่คุยกันเมื่อกี้
         “ไง…พักอยู่นี่เองหรอกเหรอ ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย” คำทักทายยียวนไม่ค่อยชวนให้มองหน้าผู้มาเยือนเท่าไหร่
         “ยูริ !…นี่เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันพักที่ไหน” ฉันขวางตัวไว้ไม่ยินยอมจะเชิญอดีตคนรู้จักเข้าห้อง
         “แอบตามมาน่ะ แต่แวะไปนั่งดื่มพักอารมณ์ขุ่นหมองใจคนเดียว เพราะเหม็นพวกมีความรัก คิดว่าถ้าเมาแล้วน่าจะหายเหม็น” ที่เหม็นน่ะใครกันแน่ ฉันพยายามหายใจเบา ๆ เพื่อไม่ต้องสูดกลิ่นเหล้าที่โชยออกมา ฉันไม่ได้ถามว่ายูริกินอะไรเข้าไปบ้าง แต่กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้ก็พอจะเข้าใจได้แหละว่ากินไปเยอะ แถมยังปากดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย “แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องจะคุยกับเธอต่อ”
         “กลับไปนอนดีกว่ามั้ยแล้วเราค่อยคุยกันวันหลัง” ฉันไม่อยากให้โทโมฮิโระเห็นหรือรู้เรื่องที่ฉันรู้จักกับยูริ ไม่อยากตอบคำถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวเก่า ๆ ที่มันผ่านมาแล้วและไม่อยากจุดประเด็นให้อาซึสะจังต้องกังวลใจถ้าระแคะระคายเรื่องของฉันกับยูริ
         “ขอเข้าไปหน่อยน่า” ฉันโดนดันร่างกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับคนเมาที่แทรกตัวเข้ามา
         “จะทำอะไรของเธอเนี่ยยูริ ฉันไม่ได้ให้เธอเข้ามาข้างในนะ” ฉันโวยวายจะดันผู้บุกรุกออกไปแต่ยูริแรงเยอะกว่าฉันและปิดล็อกห้องด้วยเวลาอันรวดเร็ว ทั้งที่ก็เพิ่งเคยเข้ามาที่ห้องนี้เป็นครั้งแรก
         ฉันโดนคว้าไปจูบตอนที่กำลังจะดันเพื่อไล่ยูริออกจากห้อง เธอมีกลิ่นเหล้าหึ่งก็จริง แต่ไม่มีรสชาติแอลกอฮอล์ใด ๆ นอกจากความรู้สึกซาบซ่านวาบหวิวที่แทนที่เข้ามาจนทำให้ฉันชะงักไปในขณะที่ยูริยิ้มอย่างผู้ชนะ
         “เธอไม่ได้เมา” ยูริทำหน้า ถ้าเป็นตามที่ฉันพูด ‘แล้วไง ใครแคร์’ รสหวานยังค้างอยู่ในปาก เป็นจูบที่หวานที่สุดสำหรับฉัน…ยิ่งกว่าเมื่อก่อนอีก
         “เรื่องเมาเป็นแค่ข้ออ้างไปอย่างงั้นเอง สนุกดีจะตายไป” ยูริว่าอย่างร่าเริง
         “ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ” ฉันไม่อยากให้โทโมฮิโระมาเห็นเรื่องที่ไม่ควร มันไร้สาระสิ้นดี ฉันด้วยที่ไร้สาระมาก เป็นบ้ากับจูบของผู้หญิงคนนี้ทั้งที่ควรจะตัดใจได้สักที
         “ทำไมเหรอ เราไม่ได้จริงจังอะไรกันสักหน่อยมิรุจะกลัวอะไร ไม่เล่นกับฉันหน่อยล่ะ ? หรือว่ารอใครอยู่…” ฉันพยายามงัดตัวเองออกมาจากยูริแต่มันไม่ง่ายเมื่ออีกคนพาเดินกลับมาที่ห้องนอน
         “จะทำอะไร” จู่ ๆ ยูริยอมปล่อย ฉันผลักเธอจนเซไปนิดหน่อย นั่นก็เดินแสยะยิ้มไปสำรวจที่เตียง
         “เมื่อกี้มีข้อความจากพี่ชายของอาซึสะแน่ะ ให้ฉันตอบมั้ย” คนที่แอบดูหน้าจอโทรศัพท์ของฉันทำหน้าอยากรู้อยากเห็นเสนอตัวบ้า ๆ บอ ๆ เรื่องอะไรจะให้วุ่นวายมากไปกว่านี้ ฉันจึงปราดเข้าไปคว้าโทรศัพท์มาจากยูริ โทโมฮิโระบอกว่าอยากมาหาก็จริงแต่มันดึกแล้วและให้ฉันพักผ่อน ในขณะที่อีกคนมาป่วน…ยูริถอดเสื้อคลุมตัวที่มีกลิ่นเหล้าออกและถือวิสาสะนอนบนเตียงฉันหน้าตาเฉย
         “เตียงนี้ก็ว่างพอสำหรับฉันแล้วใช่มั้ยล่ะ เพราะแฟนของเธอเขาไม่มาแล้ว” ฉันยืนถอนหายใจ ยูริยักคิ้วนอนกวนประสาทอย่างกับเป็นเจ้าของเตียง คิดเหรอว่าฉันจะยอมนอนด้วย
         “ใช่มันว่างแล้ว เพราะฉันจะไปนอนข้างนอก เชิญเธอนอนให้สบายเถอะ” ยูริไวกว่าและกระชากตัวฉันล้มไปนอนบนเตียง ถึงจะอยากลุกแต่เพราะยูริตรึงแขนฉันไว้ ทำให้ไม่มีแรงจะยันตัวเองขึ้นมาได้
         “คนมันเคย ๆ กันอยู่ ฉันว่าฉันดูผู้หญิงอย่างเธอออกนะ กำลังเหงาไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ได้ว่างให้กับผู้หญิงทุกคนหรอกนะรู้มั้ย นี่โอกาสพิเศษเฉพาะมิรุเลย จะปฏิเสธเหรอ” ฉันพยายามดิ้นเพื่อเอี้ยวคอหลบยูริที่ไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้คลั่งหนักระดมจูบฉัน
         เอาเลยอยากจะทำอะไรก็ทำ ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว อยากจะเอาคืนให้สะใจแค่ไหนก็เชิญ ฉันหยุดต่อต้านริมฝีปากของยูริ เธอจูบรุนแรง อยากเอาชนะฉันแต่ความโมโหและความรุนแรงที่มีตอนแรกกลับกลายเป็นความนุ่มนวลจนฉันต่อต้านหัวใจตัวเองไม่ได้ ปล่อยความเคลิบเคลิ้มไปกับเสน่ห์ที่อันตรายของยูริ ลิ้มรสชาติที่ขาดหายไปนาน ที่คิดถึงยิ่งกว่าอะไร ความนุ่มของริมฝีปาก ความละมุนที่ใครต่อใครพากันหลง…มันเป็นอย่างที่เขาพูดกันทุกอย่าง จูบที่ยากจะปฏิเสธ
         ยูริคลายมือตัวเองออกและหยุดเมื่อสบตากับฉัน ดูไม่เหมือนคนที่อยากจะเอาคืนฉัน มีแต่ยูริคนที่เจ็บปวด สายตาที่ทั้งเศร้าทั้งเหงาทำให้ฉันนึกถึงเรื่องที่เมื่อก่อนทำอะไรกับยูริไว้บ้างขึ้นมา
         “อยากทำให้มิรุเจ็บเหมือนที่ฉันเคยเจ็บ รู้มั้ย” ยูริเสียงเครือกับความขมขื่น “แต่ก็ทำไม่ลง ฉันคงเป็นแค่คนอ่อนแอจริง ๆ นั่นแหละ”
         ฉันเห็นนะยูริความเจ็บปวดของเธอ ฉันไม่ได้ตั้งใจ…
         ยูริลุกไปคว้าเสื้อคลุม “ขอโทษนะ ถ้าทำให้เจ็บ” ฉันมองตามหลังที่เคยซบที่คุ้นตาจนพ้นออกไปตามด้วยเสียงปิดประตู
         ในความเงียบฉันเองก็เจ็บปวด
         ฉันอยากขอโทษเธอเหมือนกันยูริ แต่ถ้าพูดไปใช่ว่ามันจะทำให้เรื่องทุกอย่างจบ…
         
         หลังจากนั้นยูริไม่ได้มาตอแยอะไรฉันอีกอาจเพราะเธอไม่ได้ไปที่บ้านของอาซึสะจังด้วย ฉันคิดว่าเธอคงไม่ว่างหรืออาจจะให้เวลากับคนอื่นอยู่ แต่เพิ่งรู้จากโทโมฮิโระว่ายูริไม่สบายจึงนอนพักอยู่ที่ห้องไม่อยากให้ใครกวน อาซึสะจังบอกว่าอยากไปดูแลใจจะขาดเพราะเป็นห่วง แต่ยูริกลัวจะติดไข้อีกคนเลยสั่งห้ามว่าไม่ต้องไป ถึงกับกำชับมาทางโทโมฮิโระ
         แต่…อีกไม่กี่วันต่อมายูริก็โผล่มาหาฉันถึงที่ห้องพร้อมกับชวนออกไปนั่งดื่มด้วยกัน ฉันบอกว่าไม่เหมาะสมหรอกที่จะให้ออกไปค่ำ ๆ กันสองคนแล้วกับคนที่ไม่สบายด้วยแล้วยิ่งไม่ควร
         ยูริหัวเราะและบอกว่าไม่ต้องกลัวเธอและไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ไม่สบายน่ะค่อยยังชั่วแล้ว ส่วนเรื่องเมา ถ้าเมาเธอจะหลับเป็นตายไม่มีทางขาดสติหรือคิดทำมิดีมิร้ายฉันแน่นอน คนไม่สบายจะไปมีแรงทำอะไรได้ ที่มาชวนก็เพราะอยากจะหาคนไว้พากลับไปหาที่ซุกหัวนอนแค่นั้นเอง
         ฉันย้อนถามว่าทำไมไม่พาอาซึสะจังไปด้วยกัน เพราะน้องสาวของโทโมฮิโระอยากเจอยูริอยู่แล้ว คนที่มาชวนก็บอกว่าไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่น ยูริว่าเธอก็เหมือนอาซึสะ มีคนที่ ‘อยากเจอ’ อยู่ คนที่อยากเจอจริง ๆ
         ฉันจึงตกลง…ทั้งที่ไม่ควรตกลง
         ยูริให้ที่อยู่ห้องพักตัวเองไว้ด้วยเผื่อว่าฉันจะไม่สะดวกให้เธอค้างที่ห้อง เธอว่าจำได้จากคราวก่อนที่เห็นฉันเป็นกังวลถ้าเกิดโทโมฮิโระมาเห็น
         ยูริไม่ใช่คนคุยเก่ง เธอเหมือนก่อนไม่ผิด ดังนั้นยูริก็เอาแต่ยกแก้วเหล้าดื่มเรื่อย ๆ ฉันนั่งอยู่เป็นเพื่อนเธอที่ร้านจนกระทั่งเริ่มดึก ก็เลยสะกิดว่าน่าจะถึงเวลาต้องกลับกันแล้ว
         ฉันประคองยูริมาที่ห้องตามที่ยูริเคยให้ไว้ ตอนแรกว่าจะกลับเลยแต่ยูริขอร้องว่าช่วยเธอหน่อยเธอมึนมาก ช่วยอยู่เป็นเพื่อนเธออีกพักหนึ่ง เธอจะอาบน้ำและรีบเข้านอนไม่รบกวนเวลาฉันมากกว่านี้แล้ว
         ฉันอยู่รอจนกระทั่งยูริอาบน้ำเสร็จ เธอรีบตรงไปที่เตียงเมื่อออกมาจากห้องน้ำและซุกตัวนอนทันที ดูจากท่าเดินก็รู้เลยว่าเมาจริง ฉันเอาผ้าห่มคลุมร่างกายเธอ ระหว่างที่นั่งอยู่บนเตียง สายตาแอบมองไปยังซองยาบางอย่างจำนวนมากตรงหัวเตียงอีกรอบ ซึ่งฉันแอบดูก่อนหน้านั้นแล้วว่าเป็นยาอะไร
         “ขอโทษนะถ้าทำให้ลำบากใจ แต่ฉันไม่รู้ว่าควรทำไงเวลาที่คิดถึง”
         “ยูริจะลำบากนะแบบนี้” ฉันนั่งมองยูริที่กำลังตาปรือ
         “ฉันรู้…ก่อนกลับ ช่วยทำเหมือนเมื่อก่อนหน่อยได้มั้ย” ฉันหันไปมองหน้าคนขอร้อง “มันช่วยทำให้ฉันสงบใจได้” ฉันคว่ำมือเอาแตะที่หน้าผากยูริลูบผมเสยขึ้นไปด้านบน ก่อนจะยีหัวเธอเบา ๆ ยูริยิ้มและหลับตา
         ฉันรอจนยูริน่าจะหลับแล้วจึงเดินออกมาพร้อมกับปิดห้องให้
         ฉันอาจจะลองถามยูริดูว่าทำไมเธอถึงกินยานอนหลับมากขนาดนั้นและไหนจะยาระงับความเครียด…แต่บางทีก็อาจเป็นเรื่องที่ฉันไม่ควรไปก้าวก่าย…
         ยูริเธอไม่เป็นหรอกใช่มั้ย ?
         หรือว่า…แกล้งแสดงความเข้มแข็งมาจนถึงทุกวันนี้
         …
         
         พี่ซายากะสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ฉันไปหาอาซึสะบ่อย ยิ่งพักหลังไม่เห็นฉันเปลี่ยนคู่ควงอีกมันค่อนข้างน่าแปลกใจ ฉันเลยย้อนถามว่าพอไม่ไปหาเขาพี่สาวก็ว่า พอไปหาเขาอย่างที่พี่สาวเคยมาบ่น ฉันก็ยังโดนต่อว่าอีก พี่ซายากะอยากจะให้ฉันทำอะไรกันแน่ พี่สาวเลยตัดบทว่าเธอผิดเองที่เจ้ากี้เจ้าการเรื่องนี้ อาซึสะมีความสุขดีก็แล้วไป พี่ไม่ถามฉันบ้างล่ะว่ามีความสุขไหม
         ช่วงนี้ฉันชอบหาเรื่องไปบ้านอาซึสะเผื่อว่าจะได้เจอมิรุ ฉันรู้ว่าอีกคนมีเจ้าของแล้วแต่ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้หวังอะไรสักหน่อยนี่ แค่เจอหน้ากันก็พอแล้ว ดังนั้นเมื่ออาซึสะโทรมาชวนให้ไปกินข้าวด้วยกันที่บ้านวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ฉันก็รีบตกลงทันทีแต่แกล้งหยอดไปว่าขอไปก่อนเวลาได้หรือเปล่าเพราะเบื่อ ๆ ไม่มีอะไรทำ อาซึสะบอกว่าได้ เธอก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกันเพราะคุณแม่จะเป็นคนจัดการทุกอย่าง
         อาซึสะพาฉันไปเล่นบนห้องนอนของเธอเพื่อรอเวลาลงไปร่วมรับประทานอาหารสุดพิเศษฝีมือคุณแม่ ฉันแกล้งไปนอนพักเก็บแรงอาซึสะตามมานอนข้าง ๆ น่าจะมีเรื่องที่อยากพูดด้วย
         “คืนนี้ค้างบ้านฉันมั้ยยูริ” อาซึสะถามยังกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะฉันนอนเงียบไม่พูดจา
         “มีอะไรหรือเปล่า”
         “เปล่าหรอก แค่อยากอยู่ด้วย” อาซึสะบอกเขิน ๆ เธอกอดฉัน “พี่โทโมะก็จะชวนแฟนอยู่ค้างเหมือนกัน แม่ไฟเขียวแล้วน่ะ คู่นี้น่ะเหลือแค่แต่งงานกันเป็นทางการเท่านั้นแหละ อิจฉาพี่…แต่ก็ดีแล้วที่พี่จะได้มีคนดูแล”
         “จริงเหรอ ดูเขารักกันดีเนอะ” ฉันนอนฟังอาซึสะเล่าต่อไป ทำเสียงตื่นเต้นครั้งหรือสองครั้ง พยายามเป็นผู้ฟังที่ดีทั้งที่ในใจริษยาคู่รักหวานชื่น
         หลังอาหารมื้อเย็นชุดใหญ่ ฉันตกลงที่จะอยู่ค้างกับอาซึสะตามคำชวนของเธอ ก่อนนอนเธอเอาขนมหวานขึ้นมากินแต่ฉันไม่ได้กินด้วยเพราะยังอิ่มอยู่
         แต่ไม่ใช่เพราะแค่เรื่องอิ่มเพียงอย่างเดียว…
         ฉันรอไม่ไหวเลยกว่าที่อาซึสะจะหลับไปเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่ฉันแอบใส่ให้เธอกิน
         ฉันสะกิดอาซึสะระหว่างที่เรากำลังจะเข้านอนและจูบอีกคน แกล้งแสดงละครหลอกเธอ อาซึสะดีใจมากแต่แค่ชั่วครู่เท่านั้นเพราะเธอเกิดรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเธอว่าแบบนั้น เธอขอโทษฉันบอกว่าง่วงนอนแล้ว ฉันบอกว่าไม่เป็นไรถ้าอาซึสะเหนื่อย ฉันจะไม่เร่งรัด
         แน่นอนว่าฉันอยากให้เธอนอนหลับ…
         ราตรีสวัสดิ์ด้วยจุมพิตให้อาซึสะเป็นพิเศษ
         พอทางสะดวกฉันก็ส่งข้อความหามิรุว่ามีเรื่องอยากคุยกับเธอ เพราะระหว่างที่กินอาหารมื้อเย็นร่วมกันอยู่นั้น ฉันได้รู้ว่ามิรุจะไปนอนอีกห้องที่เธอขอไว้เพราะเกรงใจถ้าไปนอนห้องเดียวกับพี่ชายของอาซึสะ อย่างน้อย ๆ ตอนนี้ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน มิรุยังอุตส่าห์เป็นกังวล ไม่ประเจิดประเจ้อเกินไป มิรุตอบมาว่าให้ฉันมาหาตอนดึกกว่านี้เพราะไม่อยากให้ใครเห็น
         ราวเที่ยงคืนเมื่อในบ้านและนอกบ้านเริ่มเงียบ ฉันจึงย่องออกไป มิรุรีบให้ฉันเข้าไปในห้องเผื่อว่าคนในบ้านจะตื่นขึ้นมา ซึ่งแน่ ๆ แล้วหนึ่งคนจะไม่ตื่นขึ้นมาขัดขวางฉัน อาซึสะหลับสนิทอยู่ที่ห้อง
         “มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอ”
         “อาซึสะบอกว่าอีกไม่นานเธอกับแฟนก็จะแต่งงานกันแล้ว ก่อนหน้านั้นมิรุก็บอกฉันด้วย ฉันอยากจะมาแสดงความยินดีสักหน่อย”
         “ที่จะพูดไม่ใช่เรื่องนี้ใช่มั้ย” มิรุถามเสียงเครียด ฉันอมยิ้ม หน้าฉันคงบอกหมดแล้ว
         “ใช่…ฉันไม่ได้อยากพูดเรื่องนี้หรอก”
         “ถ้าอย่างนั้นก็พูดออกมาตรง ๆ ได้เลย เราไม่ได้มีเวลากันทั้งคืนหรอกนะ”
         “ฉันยังชอบเธออยู่…มิรุ” ฉันพูดเบาแต่มันกังวานก้องหัวใจ จนเราทั้งคู่จมอยู่ท่ามกลางความเงียบ มิรุเองคงไม่ได้คิดว่าฉันจะพูดออกมาตรงขนาดนี้
         “ขอบคุณนะที่พูดตรง ๆ แต่ฉัน…”
         “ฉันเข้าใจมิรุนะ แค่ฉันนอนไม่หลับ ฉันมักจะคิดถึงแต่เรื่องของมิรุ มันอยู่ในหัว ฉันอยากทำร้ายให้เธอเจ็บ แต่ฉันก็อ่อนแอเกินกว่าจะทำแบบนั้น นี่มันแย่นะ ถ้าฉันไม่พยายามทำอะไรสักอย่างฉันก็หยุดคิดถึงมิรุไม่ได้” ฉันก้มหน้าบอกถึงความรู้สึกของตัวเองที่มันเจ็บปวดมาหลายปี “ฉันยังไม่เคยลืมวันนั้นของเรา ไม่เคยลืมความสบายใจที่โดนลูบหัว ไม่เคยมีใครลูบหัวฉันนอกจากเธอ” ฉันจับมือมิรุและดึงเข้ามาหาช้า ๆ
         “อย่า…ยูริ ฉันกำลังจะแต่งงาน” มิรุพยายามฝืนไม่เดินเข้ามา
         “ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งนี่”
         สิ้นคำนั้นฉันก็เดินหน้าจูบมิรุทันที หน้าเธอมันบอกฉันหมดเหมือนกันนั่นแหละว่าเธอไม่ได้อยากปฏิเสธฉัน สิ่งที่รั้งเธอไว้มันแค่คำว่าเธอกำลังจะ ‘แต่งงาน’ ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาของฉัน
         ฉันได้โอกาสย้อนความหลังบนเตียงกับมิรุในบ้านของว่าที่เจ้าบ่าวอย่างเผ็ดร้อน อย่างกับได้ปลดปล่อยความรู้สึกทุก ๆ อย่างออกมาทั้งคิดถึง ทั้งเกลียดชัง มันโหยหาและอัดอั้น มิรุยังขัดขืนอยู่บ้างตอนแรกแต่เธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ฉันไม่ได้บังคับมิรุเพราะเธอยอมฉันด้วยตัวเองเหมือนที่ฉันเคยยอมให้เธอเมื่อสมัยมัธยม
         การได้ฟังเสียงเธอหอบหายใจประสานรับไปกับฉันช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน
         มีความสุขยิ่งกว่าทุกคนที่ฉันเคยเสียเวลาไปให้ก่อนที่จะมาเจอมิรุ
         มีความสุขจนอยากตักตวงให้มากขึ้น มากขึ้น
         ไม่อยากให้ผ่านช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ไปเลย ยิ่งได้จ้องตาใกล้ ๆ ยิ่งชอบ
         นี่สิ…มันถึงจะสาสม ถ้าทำให้มิรุคลั่งได้ก่อนที่เธอจะแต่งงาน…ฉันยิ้มกับแผนการเอาคืนที่จะทำให้มิรุเจ็บยิ่งกว่าฉัน
         
         ฉันไม่ได้บอกมิรุว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อแก้แค้นเธอ ฉันแสดงถึงความรักมากมายที่ยังเหลืออยู่ ฉันเลือกทำให้มิรุรู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอเคยทำไว้ แต่ไม่ใช่การเผชิญหน้ากันตรง ๆ บอกว่าจะเอาคืนเธอ ฉันใช้วิธีการที่สร้างความเจ็บปวดยิ่งกว่าแทน
         แน่นอนว่ามิรุหวั่นไหว แค่ฉันเอ่ยปากว่าคิดถึง ขอไปหาที่ห้องได้มั้ย เธอมักจะตอบตกลงและเราก็จะจบลงที่เตียงกันทุกครั้งด้วย ฉันชอบพูดว่าขอโทษ หอมแก้มเธอไม่แตะต้องเธอมากเกินไป ทำเป็นว่าฉันรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเปล่าเลยฉันสะใจและได้ระบายอารมณ์ตัวเองไปด้วย
         มิรุเป็นของเล่นชิ้นโปรดของฉัน
         ฉันได้ยินแว่ว ๆ มาจากอาซึสะว่าช่วงนี้พี่ชายดูท่าจะมีปัญหากับว่าที่เจ้าสาว เพราะทั้งสองคนมีความมึนตึงแก่กัน ก็นะ…ฉันอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง
         

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยูริมิรุเท่านั้น
[ Short ] – ความทุกข์ที่กักขังเรา (YuuriMiru) EP04

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s