[ Short ] – Shutdown EP07 (YuuriMiru)

Posted on

yuurimiru

โอตะ ยูริต้องออกปฏิบัติภารกิจร่วมกับชิโรมะ มิรุ
ที่มีดีกรีเป็นถึงหัวหน้าทีม M
เรื่องราวระหว่างกันไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่
เหตุเกิดขึ้นช่วงแรก ๆ ที่โอตะเข้ามาทำงานให้รัฐบาล
โดยไม่ได้คิดไว้เลยว่าจะเกิดเรื่องให้วุ่นวายใจหนักอึ้ง


บทที่ 7 – โอตะ ยูริ
          “ครูจะขอแรงพวกเธอไปช่วยอะไรสักเล็กน้อยนอกสถานที่ อันนี้เป็นแผนการแบบคู่ขนาน บุคคลผู้นั้นก็มีแผนของเขาอยู่ ส่วนทางพวกเราก็จะมีแผนคู่กันไป ครูติดต่อทีมนวัตกรรมไว้แล้ว เตรียมตัวกันไว้นะคะ”
          พี่ซายากะคงจะรู้เรื่องที่ครูวาตานาเบะ มิยูกิ หรือครูมิลกี้แจ้งแก่ผู้เกี่ยวข้องอยู่ก่อนแล้ว ถึงได้ไม่ถามอะไรและหันมาคุยกับฉัน ขณะที่คนอื่น ๆ ทยอยออกไปจากที่ประชุม เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
          “เรื่องอะไรกันเหรอพี่ซายากะ” ฉันขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักอย่างเธอ
          “คงให้พวกเราจะไปสืบเรื่องบางอย่าง ตามที่สายรายงานมา ดูท่าแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของพวกเรา ทำเป็นไปล้วงคองูเห่า เพราะทีม K กำลังเล่นตามแผนของพวกเขาน่ะ บุคคลผู้นั้นก็มีแผนว่าอยากให้พวกทีม K ที่กำลังไปที่บริษัทนั้น ได้เห็นข้อมูลลับ
          “เขาจะได้ประโยชน์อะไรอะพี่ ฉันว่านั่นมันจะไม่เข้าตัวเองหรอกเหรอ ให้พวกเราบุกไปหาซึ่งหน้า”
          “ไม่เข้าตัวเองหรอก บุคคลผู้นั้นวางแผนไว้แล้วล่ะ บริษัทที่พวกเราจะไป เป็นบริษัทที่ต้องการจะร่วมลงทุนกับบริษัท AriL P. แผนเขาเบื้องต้น คือทำให้บริษัท AriL P. ดูเหมือนจะโดนรัฐบาลเล่นงาน แล้วบังเอิญ มีสิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ ปูทางให้พวกทีม K ที่อยู่ที่นั่นสะกิดใจ”
          “แผนมันซับซ้อนมากเลยนะพี่ซายากะ ฉันอาจจะตามพวกพี่ไม่ทันเข้าสักวัน” ฉันหัวเราะแห้ง ๆ เพราะแผนการระดับนี้ น้อยคนที่จะรู้ พวกหัวหน้าทั้งหลายแหล่มักจะเป็นคนที่รับคำสั่งมาแจกงานอีกที ต่อให้ฉันเข้าไปฟังแบบนี้บ่อย ๆ ฉันก็คิดว่ายังต้องใช้เวลาปรับตัวอีกนาน ฉันไม่เก่งเท่าพี่ซายากะซะด้วย
          “เราห้ามตามพวกนี้เด็ดขาด เราจะต้องนำหน้าเขา ตื่นตัวไว้ล่ะ” พี่ซายากะให้กำลังใจ
          “ฉันจะตื่นตัว จะเรียนรู้จากพี่ซายากะค่ะ เท่ากับว่าไม่ได้มีอะไรสำคัญใช่มั้ยล่ะพี่ ฉันก็ตกใจหมดว่าเกิดเรื่องอะไรร้ายแรง นี่หลงคิดพวกทีม K เป็นอะไรไปซะอีก”
          พี่ซายากะสั่นหัวน้อย ๆ “ทุกอย่างมันก็สำคัญหมดนะยูริ ฉันเป็นห่วงทีม N งวดนี้ครูมิยูกิไม่ได้ไปด้วยกัน ฉันก็ไม่ได้ไปด้วย พวกเรากำลังโดนจับตาอย่างหนักแทบขยับตัวไม่ได้ ฉันได้ยินว่าจะให้หัวหน้าทีม B เป็นตัวหลักประสานงานแทน”
          “ห๊า…ทีม B” ฉันหวีดเสียงหลง
          “ทำไม มีอะไรรึเปล่า” ฉันปฏิเสธไปว่าไม่มีอะไร และคิดว่าถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับชิโรมะเด็ดขาด บางอย่างก็โละ ๆ มันออกไปจากหัวบ้าง
          “ไม่มีอะไรหรอกพี่ ฉันแค่ไม่ชินน่ะที่ไม่มีพี่กับครูมิลกี้ไปด้วย”
          “ฉันว่าชิโรมะเขาใช้ได้นะ เป็นคนที่รับผิดชอบงานหนักคนหนึ่งเลย พอพวกที่ต้องจัดการคดีของนายพลซาวาเบะต้องลุยงานกันระยะยาวก็ได้ชิโรมะมาคอยดูแลภารกิจอื่น ๆ มันทำให้อะไร ๆ ง่ายขึ้น ถ้าถามฉันว่างวดหน้ามีงานใหญ่อะไร ฉันจะเสนอชื่อชิโรมะ”
          ฉันเสียววาบข้างหลัง แอบชำเลืองมองชิโรมะ มิรุ หัวหน้าทีม M ที่ใจดีขี้เล่นเป็นที่รักไปทั่วทิศ แถมพี่ซายากะก็ยังชื่นชม ถ้าพี่ซายากะเจอแบบที่ฉันเจอ จะยังคิดว่าหัวหน้าทีม M คนนั้น
          มีความรับผิดชอบอยู่อีกหรือเปล่า…
          ไม่ได้สิ พี่ซายากะไม่ควรเจอแบบเดียวกับฉัน…
          ฉันควรเป็นคนสุดท้ายที่เจอเรื่องแบบนี้ แต่ฉันก็เลือกเองตั้งแต่แรก ทำไมฉันต้องรู้สึกอะไรทำนองนี้ด้วย
          
          ฉันไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอะไรกับบางเรื่อง บางทีเป็นคนง่าย ๆ ด้วย ฉันเป็นคนเข้มแข็งมาก ๆ หรืออาจจะแค่ฉันที่คิดว่าตัวเองเข้มแข็งไปคนเดียว เพราะกับบางคน ทำให้ฉันไม่เป็นตัวเองเอาซะเลย
          สมัยก่อนนั้นเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ มีกิจกรรมนอกสถานที่ ที่ได้ละลายพฤติกรรมร่วมกันกับพวกที่เข้ามาใหม่ บางคนอาจจะไม่ค่อยสนิทกันมาก แต่บางคนก็เข้ากันได้ดีระดับน่าตกใจ
          ซึ่งฉันไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่เข้ากับใครได้ดีขนาดนั้น ฉันทำความรู้จักกับทุก ๆ คนตามปกติ มีบางคนที่พยายามทำความรู้จักกับฉัน คงอยากให้ฉันมีเพื่อนมั้ง ฉันไม่รู้จะตอบกลับความตั้งใจนั้นอย่างไร นอกจากยิ้มให้ เพราะฉันไม่ได้มีสกิลการเข้าหาคนดีนัก ถึงจะอยากพูดคุยด้วยก็ตาม อยากขอโทษผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน เธออาจจะเสียความมั่นใจไปแล้วก็ได้
          แต่…ผู้หญิงคนนั้นสนิทกับผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงหน้าดุ ฉันไม่รู้ว่ารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า แต่พอเห็นทีไรก็อดคิดไม่ได้จริง ๆ ว่าถ้าเป็นเธอผู้หญิงหน้าดุคนนั้น ฉันอาจจะกระตือรือร้นที่จะทำความรู้จักมากกว่านี้
          ไม่รู้ทำไมฉันชอบที่เธอดูนิ่ง ๆ ท่าทางเหมือนคอยห้ามปรามผู้หญิงคนที่เข้ามาทำความรู้จักกับฉัน ไม่แน่นะ เธออาจจะประหม่าเหมือนฉันก็ได้ ผู้หญิงหน้าดุแตกต่างกับเพื่อนเธออย่างสิ้นเชิง
          งานสนุกมาก สนุกสนานกันสุดเหวี่ยง เพราะหลังจากนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าต้องทุ่มพลังชีวิตทั้งหมดไปกับงานและคงไม่มีโอกาสได้ออกมารื่นเริงแบบนี้
          ตอนนั้นฉันก็สุดเหวี่ยง เรียกว่าบรรลุการละลายพฤติกรรม
          ไม่เคย ไม่คิด ไม่คาดฝันว่ามันจะเลยเถิด เสื้อผ้ากระจัดกระจายไปกองอยู่ที่พื้น
          สนุกกับใครสักคน…
          เมื่อพากันโจนโถมทับร่างกาย ลูบไล้ปลุกเร้า
          ฉันยังไม่อยากเชื่อว่าฉันจะทำเรื่องสุดเหวี่ยงแบบนี้ กับใครที่แค่เพิ่งรู้จักกัน แต่มันเป็นสิ่งที่วาบผ่านขึ้นมาในหัวฉันว่า…ทำแบบนั้นสิ แบบนี้สิ ทำเลย…มีอะไรในหัวบอกฉันอย่างนั้นจริง ๆ
          ชิโรมะ มิรุ ผู้หญิงหน้าดุมองฉัน ไม่พูดอะไรเมื่อครั้งแรกที่เราได้นั่งใกล้ ๆ กัน เธอทำท่าเขิน ฉันก็เขิน ด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ปล่อยให้บางอย่างที่เร่งเร้าในใจนำทาง จึงเป็นสาเหตุให้เราหาความเป็นส่วนตัว ก่อนจะลงไม้ลงมือ หารือกันสองต่อสอง
          และเมื่อเรายิ่งใกล้กันในห้องนี้ เธอก็ยังคงเป็นคนเงียบงันไม่ต่างจากตอนนั้น
          แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เงียบและดังพอกับเสียงหัวใจเต้นคือลมหายใจกระเส่า ยามเมื่อร่างกายถูกกระตุ้นด้วยลิ้นนุ่มอย่างบางเบา หยอกล้อวาดวนดูดดุน ยิ่งเพิ่มความกระสันหวั่นไหวให้กับเราทั้งคู่
          ชิโรมะไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ด้วยลีลาร้อนแรงที่ปฏิบัติกับฉัน เธอพยายามตักตวงความสุข ฉันไม่ถือสา ฉันขอบคุณ ฉันชอบมันมากและผลัดกันกดร่างกายอีกฝ่ายให้แนบแน่น
          อยาก…บรรเทาความปวดตึงที่หนักหนาเหลือเกิน มันทรมาน ที่ความเจ็บปวดบีบรัดให้อยู่ไม่เป็นสุข
          แต่อยากโดนกอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่คลาย
          ฉันคิดว่าเราแก้ปัญหาถูกทาง เราจึงเหมือนช่วยกันและกันพาให้ผ่านพ้นจุดทรมานจนสุขสมหวัง ถึงแม้ว่าระหว่างนั้นจะเผลอฝากรอยอะไรไว้มากมายบนร่ายกายของเพื่อนร่วมเตียงชั่วคราว
          เรียกว่าได้สนุกมากกว่าการละลายพฤติกรรม
          ฉันอาศัยเตียงที่มีชิโรมะนอนอยู่เป็นที่ซุกหัวนอนในคืนสุดท้ายก่อนจะกลับฐาน อาศัยร่างอุ่น ๆ ของเธอเป็นผ้าห่ม เนื้อตัวเต็มไปด้วยร่องรอยที่จะไม่มีวันให้คนอื่น ๆ รู้ว่าเกิดจากฝีมือของใคร
          
          หลังจากกลับมาที่ฐานก็ยังคิดอยู่ว่าคิดถึงชิโรมะ มันเรียกว่าความโหยหาได้กระมัง แต่เพิ่งเห็นว่าชิโรมะไม่ใช่คนหน้าใหม่ แต่เธอเป็นหัวหน้าทีม M พอลองหาข้อมูลก็พบว่าเมื่อก่อนเธอเคยอยู่ทีม N ทีมเดียวกับพี่ซายากะ
          แต่เพราะพี่ซายากะที่มีผลงานโดดเด่นขึ้นมาได้เป็นหัวหน้าทีม N แทน ชิโรมะจึงได้รับโอกาสให้เป็นหัวหน้าทีม M ซึ่งเป็นผลดีที่จะได้กระจายคนมีความสามารถไปทีมอื่น ๆ ด้วย ดีกว่าไปกระจุกอยู่ทีมเดียวกัน
          จากนั้นก็คัดพวกหน้าใหม่อย่างเช่นรุ่นฉันเข้าไปประจำทีม ดูเหมือนว่าตามหลักแล้ว ฉันจะได้ไปฝึกกับทีม M ก่อนแต่ฉันไม่ได้อยู่ทีม M เพราะพี่ซายากะขอให้มาช่วยกันดูแลทีม N นั่นก็ดีหน่อย เพราะถ้าอยู่ทีมเดียวกันขึ้นมาจริง ๆ
          ฉันจะทำหน้ายังไงเมื่อเจอชิโรมะ ทั้งที่ก่อนจะเกินเลยกันในคืนนั้น ฉันไม่คิดอะไรสักอย่าง ฉันไม่กังวลด้วยว่าต้องทำงานด้วยกัน แต่พอผ่านจุดนั้นมาแล้ว
          มันกลับเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ฉันมีเรื่องหนักหัวอยู่ คือฉันคิดมากอยู่คนเดียวหรือเปล่า เพราะชิโรมะไม่มีปัญหาในการใช้ชีวิตตามปกติของเธอเลย ฉันขอคุยกับเธอเรื่องนี้ แต่เธอไม่ค่อยว่าง เรียกว่าแทบไม่ว่างราวกับเดาใจฉันได้ว่าจะคุยเรื่องอะไร
          “ขอโทษนะยูริ ช่วงนี้ต้องดูแลทีม M ยังไม่ว่างคุย”
          “กลางคืนล่ะ”
          “มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอที่คุยกันเวลานั้น”
          “ถ้าไม่อยากคุยก็บอกฉันตรง ๆ เลย” คราวนี้มันเจ็บเล็ก ๆ เพราะเห็นท่าทางของหัวหน้าทีม M อาจเป็นฉันที่โหยหาอยู่คนเดียว สายตาของหัวหน้าทีม M นั้นห่างเหินจนทำให้รู้สึกจุกในอก
          ชิโรมะเลิกทำหน้าร่าเริง ปรับเข้าสู่การพูดคุยอย่างจริงจัง “ก็ได้ ว่ามาสิ”
          “โทษนะ ฉันไม่ได้อยากคุยอะไรหรอก มันไม่สำคัญแล้ว” ฉันพยายามฝืนตัวเองเพื่อมองใบหน้าที่จำได้ดีตั้งแต่คืนนั้น ตาสวยทั้งหวานและดุนั่น เย้ายวนใจให้อยากอยู่ใกล้ “รู้อะไรมั้ย…ฉันคงแค่อยากหาคนผิด เพื่อที่ฉันจะเอามันเป็นข้ออ้างให้ฉันไม่รู้สึกแย่ ทั้งที่จริงแล้วมันไม่มีคนผิด ไม่มีเลยจริง ๆ ฉันเองก็ไม่ได้ผิดอะไรด้วย แต่…ฉันเจ็บใจแหละ ถ้าฉันโตกว่านี้ ฉันจะเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันก็เป็นเพียง ความสนุกสิ้นคิด”
          “มันเป็นธรรมดายูริ ใคร ๆ ก็หาความสุขใส่ตัวทั้งนั้น หวังว่าคงเลิกคิดมากเรื่องฉันได้สักที ฉันจะได้สบายใจ ไม่ต้องคอยกังวลว่าเธอตามฉันอยู่”
          “ฉันถามหน่อยสิ ได้หรือเปล่า…”
          “ทำไมจะไม่ล่ะ”
          ฉันฝืนยิ้มด้วยความยากลำบาก คำตอบของชิโรมะมันก้องอยู่ในหัว “คืนนั้นที่ห้องคุณ…คุณเคยบอก คุณไม่แปลกใจที่คุณอูเอมูระเพื่อนคุณหลงฉัน พอฉันถามคุณว่า แล้วคุณไม่หลงฉันเหรอ คุณก็ตอบแบบเมื่อคำถามก่อนหน้านี้ ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณแกล้งทำเป็นสนใจฉันแค่เพื่อเรื่องนั้นหรือเปล่าคะ เพื่อที่ฉันจะได้เป็นของเล่นให้คุณ”
          “ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเธอน่ะน่าหลงใหลมาก ๆ เธอมีเสน่ห์มากเรื่องนี้เป็นความจริง แต่ความหลงใหลของฉันมันก็เป็นแค่ความหลงใหลชั่วคราว ฉันเมานิดหน่อยและมันทำให้ฉันขาดสติเล็ก ๆ มันช่วยให้กล้าทำอะไรสิ้นคิด ถ้าฉันรู้ว่าเธอเป็นคนคิดมากแบบนี้ ฉันจะไม่แตะ…”
          “ขอโทษ ฉันไม่รบกวนคุณดีกว่า” ฉันรีบขอตัวเสียงสั่น ไม่กลัวเสียฟอร์มแต่อย่างใด ก่อนที่จะวิ่งมาหลบปล่อยโฮเมื่ออยู่ตามลำพัง
          ฉันกะพริบตาถี่ แต่น้ำตามันไม่มีทางหายไปได้นอกจากไหลออกมาตามธรรมชาติ และหยุดไม่ได้ง่าย ๆ จากความเสียใจที่คนอย่างฉันรู้สึก ที่เจ็บเล็ก ๆ มันกลายเป็นเจ็บทิ่มแทง ฉันรู้ทันทีว่าตัวเองไม่ได้แข็งแกร่ง หรือเข้มแข็งอย่างที่เข้าใจ เรื่องที่ฉันพลาดหาความสนุกกับชิโรมะ จบไม่สวยเอาซะเลย…
          
          “ยูริ…”
          “หืม” ฉันผลักเรื่องชิโรมะคนนั้นออกไปจากหัว พี่ซายากะงุนงงว่าฉันนิ่งเงียบไปทำไมนานสองนาน
          “มันอาจจะไม่ใช่งานโหดหินอะไร แต่มันเป็นงานสำคัญ ฉันฝากด้วยล่ะ”
          “พี่ซายากะไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ยังมีเพื่อน ๆ ไปด้วย และพวกทีมนวัตกรรมอีก”
          “ฉันจะคอยตามข่าวจากทางนี้”
          “ค่ะพี่”
          
          ในคืนนั้นนั่นเอง พวกเราได้รับแผนงานที่สมบูรณ์แล้วในที่สุด ฉันสมหวังที่ตัวเองไม่ต้องทำงานใกล้ชิดกับชิโรมะมากนักเพราะถูกจับให้อยู่ในกลุ่มคนที่รู้จักกันอยู่พอสมควร พวกเราที่ต้องปฏิบัติหน้าที่จะมีแผนหลักอยู่ในหัวสองอย่าง
          แผนที่เอสหนึ่ง (S1) แผนจากนายพลซาวาเบะ บุกบริษัท CTech & Care หลอก ๆ จงใจให้ข้อมูลเรื่องทำผิดกฎหมายแก่วาตานาเบะ ริสะ และนิชิโนะ นานาเสะ เพื่อทำให้สองคนนั้นรู้สึกไม่ชอบมาพากล แน่นอนว่าจะมีแผนต่อจากนั้น แต่หน้าที่ของพวกเราจบเท่านี้
          และแผนจริง ๆ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของแผนแรก แผนที่พีสอง (P2) คือจะส่งคนไปเจาะระบบซึ่งเก็บข้อมูลเพื่อดูว่า CTech & Care กำลังทำอะไรอยู่บ้าง เผื่อได้ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งนี่คือแผนใหญ่ที่จะใช้จับนายพลซาวาเบะ
          ไม่กี่วันต่อมา เหล่าผู้ที่ได้รับมอบหมายและทีมงาน ก็เดินทางไปบริษัท CTech & Care บริษัทเป้าหมาย บริษัทนี้ชูโรงว่าตนเองเน้นการทำงานด้วยเทคโนโลยีเพื่อลดภาระหน้าที่ของค่าใช้จ่ายที่ต้องจ้างคน
          แต่เพราะค่าใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีนั้นสูงมาก ทำให้ต้องการหาเงินทุน ซึ่ง CTech & Care เดินหน้าเข้าหาบริษัท AriL P. ที่มีการตามเก็บข้อมูลมาสักระยะได้ (ส่วนหนึ่งของแผน S1)
          ทุกคนทยอยประจำที่ เพราะจะไม่สามารถเข้าไปพร้อม ๆ กันได้ เนื่องจากอาจผิดสังเกตเกินไป ทีมงานเราจะปิดตายภายในตึกไม่ให้คนนอกรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกว่าภารกิจด้านในจะสำเร็จ และพวกทีม K หลบออกไปได้ซะก่อน
          ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้มีคนนอกมากมายอะไร เพราะท่าทางนายพลซาวาเบะคงต้องกันคนออกไปบางส่วนแล้ว เขาคงไม่อยากให้มันเกิดผิดแผนเพียงเพราะอาจจะมีชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยมาทำให้ทุกอย่างล่มไปหมด
          โดยหลักไม่รวมเรื่องยิบย่อยอื่น ๆ เราจะลงไปด้านล่าง ซึ่งเก็บข้อมูลวิจัยของบริษัทไว้ ซึ่งเรื่องเส้นทางต่าง ๆ จะได้รับความช่วยเหลือจาก โมริยาสุ มาโดกะ สุดสวยผู้จริงจังจากฝ่ายนวัตกรรม
          ฉันเจอโมริยาสุน้อยมาก ดีไม่ดีอาจจะนับครั้งได้ พวกนวัตกรรมไม่ค่อยออกมาพบเจอผู้คนเท่าไหร่ พวกนี้สนใจแต่เทคโนโลยีและเล่นของแปลก ๆ ที่ฉันเข้าใจไม่ถึงครึ่ง แต่ถ้ามีงาน ส่วนมากก็จะได้ยินเสียงเธอบ่อย หากความเห็นเรื่องทั่วไปเกี่ยวโมริยาสุล่ะก็ ฉันว่าเธอเป็นหนึ่งคนที่น่าสนใจจากทีมนวัตกรรม สูงยาวเข่าดีแบบนี้มีแต่คนสะดุดตา
          มัตสึโอกะ นัตสึมิรับหน้าที่แฝงตัวเข้ามาที่บริษัท CTech & Care อีกหนึ่งสาวจากทีมนวัตกรรม แต่มัตสึโอกะทำหน้าเซ็ง ๆ บอกว่าไม่ได้แฝงตัวอะไรหรอก แค่ทำให้สมจริงเท่านั้นเอง อีกอย่างเธอก็ต้องทำงานร่วมกับผู้บรรยายที่กำลังพาพวกทีม K เดินชมบริษัทอยู่
          “โอตะกับยางุระ พวกเธอสองคนเตรียมตัวนะคะ เดี๋ยวรอให้ชุดแรกไปประจำตำแหน่งก่อน” โมริยาสุหันมาเรียกฉันกับยางุระ ฟูโกะให้จัดแจงความพร้อมใกล้ ๆ ประตูรถที่ขนพวกเรามา แล้วรัวมือบนแป้นพิมพ์ไม่ต่างกับพวกนักเปียโนเวลาจมลงสู่อารมณ์ศิลปิน “เอาละ เธอสองคนเดินออกไปได้เลย”
          “เข้าไปทั้งกระเป๋าใบใหญ่แบบนี้น่ะเหรอ” ยางุระกำลังสะพายอีกใบที่เหมือนใบที่ฉันถืออยู่
          “ใช่ค่ะ” โมริยาสุตอบหนักแน่นเหมือนเดิม
          “แล้วกล้องวงจรปิด…”
          “กล้องวงจรปิดอยู่ในมือของพวกฉันแล้ว” นั่นสิ ฉันลืมไปเลยว่าเกือบทุกอย่างเป็นเพียงการแสดง
          “แล้วทำไมถึงไม่ให้เข้าไปพร้อม ๆ กันหมดนี่เลยล่ะ” ฉันหันไปหาเพื่อนสมาชิกจากทีมอื่น ๆ ที่หมายถึงเมื่อกี้
          “ให้ฉันยอมรับข้อจำกัดของตัวเองบ้างเถอะค่ะว่ามีแค่สองมือ สองตากับมัตสึโอกะอีกคนคอยจัดการตรงนี้ ต้องดูกล้องทั้งหมด ค่อย ๆ เข้าไปน่ะดีแล้ว เราจะไม่ประมาท” โมริยาสุไล่ให้ฉันกับฟูจังลงมาจากรถ
          ฉันหอบกระเป๋าเดินเข้าในอาคาร และรีบไปตามที่โมริยาสุบอก
          “มัตสึโอกะกำลังรอพวกเธออยู่ ฉันมาร์คตำแหน่งให้ในแผนที่แล้ว เปิดดูได้ตลอดนะคะ จะมีรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วยค่ะ”
          ฉันและฟูจังมาเจอมัตสึโอกะตามจุดที่โมริยาสุมาร์คไว้ จากนั้นคนของทีมนวัตกรรมค่อย ๆ ส่งพวกที่เหลือด้านนอกเข้ามาในอาคารจนหมด
          มัตสึโอกะเป็นกันเองกว่าโมริยาสุเล็กน้อย ฉันว่าเธอดูสบาย ๆ กับสิ่งที่เธอทำ มัตสึโอกะอยู่ในชุดพนักงานของบริษัท CTech & Care พอโยชิดะ อาการิเข้ามาสมทบกับพวกเรา มัตสึโอกะรีบแจ้งคนที่คอยประสานงานครั้งนี้ทันที
          “ชิโรมะ พวกเราพร้อมแล้วนะคะ”
          “รอก่อน พวกเขากำลังเดินชมสถานที่กันอยู่ค่ะ”
          “รับทราบ”
          “ฉันถามได้มั้ย ทำไมถึงมัตสึโอกะถึงไม่อยู่ที่ห้องคอนโทรลกับชิโรมะล่ะ เห็นโมริยาสุบอกว่าต้องคอยดูกล้องวงจรปิดหลายตัวอะไรนั่นน่ะ” ฟูจังหันไปชวนคุย ตอนแรกฉันนึกว่ามัตสึโอกะจะกลับไปเมื่อพวกเราอยู่กันครบแล้ว แต่ดูท่าทางมัตสึโอกะจะไปกับพวกเราด้วย มัตสึโอกะทำตาหวานใส่คู่หูของฉัน
          “ข้างล่างมีระบบความปลอดภัยซับซ้อน และฉันจำเป็นจะต้องลงไปด้วยตัวเอง ฉันสามารถทำผ่านกล้องวีดีโอได้มั้ย ฉันทำได้ แต่ฉันไม่อยากประมาทเวลาเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เธอก็รู้ว่าเราไม่ควรให้ความประมาทสร้างหายนะกับงานประเภทนี้ การที่ฉันลงไปด้วยจะทำให้ทำอะไรถนัดกว่าคอยสั่งการให้พวกเธอทำอย่างทุลักทุเล ไอ้เรื่องกล้องวงจรปิดน่ะนะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโมริยาสุไป ที่จริงเขาก็เคลียร์ทางไว้ให้พวกเราแล้ว แต่ฉันก็รับหน้าที่มาตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง ต้องทำให้ทุกอย่างเหมือนจริงที่สุด”
          มัตสึโอกะยักคิ้วกวน ๆ เธออธิบายจนฉันเห็นภาพเลยว่าถ้าต้องให้แตะกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แปลก ๆ และระบบที่ไม่คุ้นเคยมันจะหายนะสำหรับคนประเภทฉันแค่ไหน ต่อให้ฉันมั่นใจฝีมือของตัวเองสุด ๆ แต่กับความล้ำสมัยบางอย่าง ฉันไม่ชำนาญขนาดนั้น
          “เตรียมตัดไฟ ทุกหน่วยพร้อมนะคะ” มัตสึโอกะกดแป้นพิมพ์กับคอมพิวเตอร์พกพาที่หิ้วมาด้วยไม่กี่ครั้ง ก่อนนับถอยหลังพอเป็นพิธี ทุกอย่างก็มืดสนิท ระบบความปลอดภัยของบริษัทดับลง เหลือเพียงไฟฉุกเฉิน
          มัตสึโอกะคว้าเอาโทรศัพท์ขนาดจิ๋วขึ้นมาและรับสายด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม คงเพราะแผนการกำลังราบรื่น
          “ฉันจัดการทางนี้แล้ว ที่เหลือคุณเล่นตามแผนได้เลยค่ะ แต่ฉันขอรีบูทระบบสักครู่”
          “มีคนกำลังติดอยู่ในห้องรับรองตามแผน หน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมเคลื่อนย้ายไปชั้นใต้ดินด้วยบันไดหนีไฟนะคะ”
          “เอาละ ฉันจะปลดล็อกระบบทุกอย่างของบริษัท และให้พนักงานคนอื่น ๆ ไปรวมกันที่จุดรวมพลค่ะ” มัตสึโอกะกดปุ่มบนคอมพิวเตอร์ของเธออีกครั้ง ไฟก็สว่าง “จากนั้นก็…จัดเต็ม” มัตสึโอกะกดปุ่มอีกที และไฟก็ดับลงไปอีก
          ชิโรมะสั่งการ ทบทวนให้อยู่ที่อีกด้าน หลังไฟดับครั้งที่สอง พวกเรารอสัญญาณ และในที่สุดก็ออกวิ่งตามตำแหน่งเมื่อชิโรมะสั่ง โดยใช้ทางหนีไฟลงไปด้านล่าง ฉันกับฟูจังนำหน้าคอยคุ้มกันให้มัตสึโอกะ มีอีกสี่คนวิ่งตามกันมาไม่ห่าง
          “ช้าลงหน่อยค่ะ ให้พวกเขาหลบก่อน”
          ภายในอาคารเงียบมาก จนได้ยินเสียงพนักงานที่กำลังเคลื่อนย้ายด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินแว่วมาแต่ไกล ชิโรมะแจ้งมาอีกครั้ง ทุกคนชะลอฝีเท้าลงแต่เพิ่มเสียงให้ดังเล็กน้อย เพื่อเป็นสัญญาณบอกพวกทีม K ฉันพยายามฟังคำสั่งต่อไป
          “ทีม K กับคุณนิชิโนะเข้าประจำที่แล้วค่ะ ฉันจะตามทุกคนลงไป ห้องคอนโทรลมอบให้คุณสุภาพบุรุษ ส่วนโมริยาสุฝากเรื่องกล้องด้วยนะคะ”
          “รับทราบค่ะ”
          
          พวกเราวิ่งลงมาจนถึงห้องที่มัตสึโอกะบอกว่าเก็บข้อมูลเอาไว้ เธอเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาอีกครั้งและต่อกับอะไรที่ฉันมองไม่ถนัดตรงแผงควบคุม พักเดียวเท่านั้นหน้าจอที่แสดงสถานะต่าง ๆ ก็ขึ้นเป็นไฟสีเขียวและแยกประตูออกให้เข้ากันไปข้างใน
          “จากตรงนี้ฉันจะทำภารกิจของแผน P2 เจาะข้อมูลอื่น ๆ”
          “เพราะยังไงก็ต้องเจาะระบบอยู่แล้วเพื่อเล่นละครใช่มั้ยคะ” ฟูจังเดินไปรอบห้องขนาดใหญ่ที่มีแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ใหญ่ไม่ต่างกัน ทั้งหมดยังทำงานตามปกติ
          “นึกว่าพวกเราตัดไฟหมดแล้วซะอีกนะ” ฉันหันมองคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งแถวนั้น
          “คอมพิวเตอร์พวกนี้มีไฟสำรองแยกต่างหาก เปิดทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” มัตสึโอกะเดินตรงเข้าไปที่หน้าคอมพิวเตอร์เป้าหมายของเธอ
          “งั้นหรอกเหรอ” แต่ก็มีเหตุผล เพราะคอมพิวเตอร์ในห้องนี้สำคัญมาก ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิด
          “จะให้พวกเราไปดูจุดอื่น ๆ มั้ย” ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ถนัดเทคโนโลยีแต่อย่างน้อยช่วยอะไรได้ก็ช่วยระหว่างรอ
          “พวกโอตะช่วยภาวนาให้ฉันได้มั้ยล่ะ” มัตสึโอกะหยอก แต่ฉันว่าเธอกำลังเครียด
          “ทำไมล่ะ มัตสึโอกะพูดแบบนี้อย่างกับว่ามันจะไม่สำเร็จ” ฟูจังเริ่มจะวิตกขึ้นมานิดหน่อย
          “ระบบป้องกันของบริษัทนี้ไม่ธรรมดาหรอกนะ และนั่นทำให้ฉันเชื่อว่ามีอะไรไม่ธรรมดาอยู่ข้างในด้วย ฉันจะพูดคร่าว ๆ ว่าถ้าฉันทำพลาดแม้จะแค่นิดเดียว ระบบป้องกันของที่นี่ จะแจ้งสถานการณ์เรื่องนี้ออกไป ปัญหาคือเราไม่ได้วางแผนเรื่องนี้ไว้”
          “เป็นไปได้ไง ก็เธอได้รับคำสั่งให้มาเจาะข้อมูลเพิ่มเติมไม่ใช่เหรอ จะมีอะไรต้องกังวล”
          “เรื่องเจาะข้อมูลน่ะไม่เป็นปัญหาหรอก ฉันสำรวจไว้คร่าว ๆ แล้วว่าระบบของบริษัทนี้เป็นยังไง แต่…” มัตสึโอกะเอี้ยวตัวหลบและดันคอมพิวเตอร์พกพาของเธอให้ฉันกับฟูจังดู “ดูนี่สิ”
          “อย่าโกรธนะ แต่ฉันไม่เข้าใจหน้าจอดำ ๆ พวกนี้หรอก ถึงมันจะมีตัวหนังสือให้อ่านก็เหอะ แต่ใครจะไปอ่านทัน” ฉันมองตัวหนังสือที่ขยับขึ้นไปด้านบนหน้าจอไม่ทันสักนิดเดียว
          “ฉันด้วยค่ะ” ฟูจังทำหน้าจ๋อย
          มัตสึโอกะโบกมือไปมา ไม่ถือสาหาความ “ฉันไม่ได้จะให้พวกเธอเข้าใจหรอก เพราะฉันก็ไม่เข้าใจไอ้ระบบนี่เหมือนกัน”
          “ไม่จริงใช่มั้ยเนี่ย” มัตสึโอกะหัวเราะที่โดนดักคอ
          “เป็นระบบที่แปลกมาก เมื่อมันทำงานมันจะไม่แสดงตัวว่ามีอยู่จนกว่าจะเข้ามาที่หน้าเครื่องแบบนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เลย เพราะฉันยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาถึงหน้าเครื่องตรง ๆ ไงล่ะ และ…มันก็ออกมาต้อนรับได้สวยงามดี”
          มัตสึโอกะรีบแจ้งเรื่องนี้กับชิโรมะ และถามว่าจะให้ยกเลิกมั้ย แต่ชิโรมะบอกว่าไม่ต้อง ให้มัตสึโอกะเจาะระบบได้เลย ชิโรมะว่าปรึกษากับผู้เกี่ยวข้องที่ฐานแล้ว ถ้าเจาะไม่ได้ก็หนีออกมา ไม่ต้องกังวล
          “งั้นฉันไปเตรียมรอหน้าประตูดีกว่า เผื่อเกิดเรื่องจะได้วิ่งหนีทัน” โยชิดะแกล้งทิ้งพวกเราไว้แล้วไปยืนคุมเชิงที่ประตูกับโจนิชิ เรย์ ซึ่งคนหลังแค่เห็นแป๊บเดียวก็เดาได้ไม่ยากว่าประสบการณ์ออกภาคสนามน้อยกว่าใครเพื่อน ถึงได้หน้าซีดอย่างกับคนไม่สบาย
          

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยูริมิรุเท่านั้น
[ Short ] – Shutdown EP07 (YuuriMiru)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s