[ Short ] – Shutdown EP08 (YuuriMiru)

Posted on Updated on

yuurimiru

โอตะ ยูริ ไม่รู้ถึงสาเหตุที่โดนชิโรมะ มิรุตัดความสัมพันธ์อย่างเย็นชา
การกระทำไร้หัวใจ
ถึงแม้ตอนเริ่มต้นอาจจะไร้เหตุผลจนไม่นึกฝันกันทั้งคู่
แต่นั่นมีสาเหตุ…


บทที่ 8 – ชิโรมะ มิรุ
          ฉันยกหน้าที่ในห้องข้างล่างให้พวกมัตสึโอกะและโอตะกับเพื่อน ๆ ระหว่างที่จะเคลื่อนย้ายพวกที่อยู่ในห้องคอนโทรล โดยมอบหมายให้โมริยาสุรับช่วงต่อ และรีบตามลงไปข้างล่างบ้าง
          เมื่อไปถึงด้านล่างมัตสึโอกะตั้งหน้าตั้งตาเจาะระบบ ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของตัวเอง ฉันเคยร่วมงานกันอยู่พอสมควร คงมีไม่กี่ครั้งที่จะได้เห็นใบหน้าดุ ๆ ของมัตสึโอกะ ส่วนใหญ่แล้วเธอยิ้มง่ายกว่านี้ พูดไม่ค่อยเป็นทางการเหมือนกับโมริยาสุ แต่ทั้งคู่มีความรับผิดชอบในงานสูงมาก
          พวกทีมนวัตกรรมถึงจะบ้าในสายตาคนนอก แต่งานของพวกเขาก็ต้องทุ่มเทแรงกายไม่ต่างจากทีมอื่น ๆ ฉันว่าพวกเขาบางคนตลกดีด้วยซ้ำ สำหรับคนนอกแค่พยายามทำความเข้าใจเรื่องแปลกประหลาดของทีมนวัตกรรมได้ ก็จะใกล้ชิดกันมากขึ้น
          มัตสึโอกะกังวลว่าเธอจะเจาะระบบไม่ได้ เพราะเจอเรื่องที่คาดไม่ถึงเข้า แต่ทุกอย่างไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น เรายังคงรักษาเวลาให้พอดิบพอดีกับที่ทีม K หลบหนีออกไปจากบริษัท CTech & Care อย่างราบรื่น
          ฉันก็ปิดงานด่วนที่ครูมิลกี้มอบหมายมาให้ได้ด้วยดี และทุกคนปลอดภัย
          รวมทั้งผลการปฏิบัติการครั้งนี้ยังได้รับคำชมจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง สำหรับฉันได้รับคำชมที่ควบคุมทีมได้เป็นอย่างดี เป็นที่ไว้วางใจของครูมิลกี้
          สำหรับผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ นั้นก็ได้รับคำชมที่มุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจอย่างกล้าหาญ โดยเฉพาะมัตสึโอกะที่เคร่งเครียดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ชนิดที่คาดไม่ถึง เนื่องจากมันเกี่ยวพันกับภารกิจอื่นด้วย ฉันเองเข้าใจถ้ามัตสึโอกะจะกังวลจนความเครียดพุ่งสูงเช่นนั้น ได้ข่าวว่าไม่สบายอยู่หลายวัน
          ข้อมูลที่มัตสึโอกะเจาะมาได้จะถูกนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงโจนิชิย์ เรย์เด็กน้อยของกลุ่มที่ได้ออกภาคสนามเป็นครั้งแรก นั่นคงเป็นประสบการณ์ที่จะฝึกเธอให้แข็งแกร่งต่อไป
          แต่น่าเสียดายนิด ๆ ที่ฉันไม่เคยได้รับคำชมจากคนที่อยากจะฟังมากที่สุด
          โอตะ ยูริ คนนั้นคงไม่ชอบใจฉัน
          อย่าว่าแต่ยูริเลย ฉันยังไม่ชอบใจตัวเองที่เป็นแบบนี้ มันมีความรู้สึกผิด ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มต้นความสัมพันธ์กับยูริ สมัยที่ยูริเพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ
          
          กิจกรรมละลายพฤติกรรม…เมื่อตอนนั้น มีอะไรผิดพลาดหลายอย่างและหนึ่งในความผิดพลาดก็คือฉัน ฉันไม่ได้จะบอกว่ายูริคือความผิดพลาด ยูริไม่ได้ผิดอะไร
          “เห็นเด็กใหม่นั่นมั้ย ฉันว่าเขาน่าสนใจดีนะ” อูเอมูระ อาซึสะกระตือรือร้นในการนำเสนอคนที่เธอสนใจเหมือนเคย เพื่อนฉันมุ่งเน้นเก็บเด็กสาวน่าสนใจไว้เป็นคอลเลคชันส่วนตัว
          “ก็เห็นอาซึสะสนใจทุกคนไม่ใช่เหรอ” ฉันว่าปลง ๆ เพราะเพื่อนคนนี้ชอบโปรยเสน่ห์ใส่ทุกคน ด้วยความที่ทำงานอย่างหนักทำให้ไม่ค่อยได้มีเวลาออกไปพักผ่อนที่ไหน บางคนเช่นอาซึสะจึงเลือกผ่อนคลายไปกับคนที่ทำให้เธอชุ่มชื่นหัวใจเมื่ออยู่ในฐานลับของรัฐบาล เธอบอกว่ามันทำให้ชีวิตมีสีสัน
          ฉันรู้ว่าทำแบบนั้นมันไม่ถูกต้องนัก แต่เพราะอาซึสะเป็นคนน่ารัก พอไปจิ๊จ๊ะมาก ๆ เข้าทำให้อีกฝ่ายที่ถูกตื๊อก็ใจอ่อนยวบยาบ
          “คนนั้นชื่ออะไรนะ”
          “โอตะ ยูริ” ฉันแอบมองรายชื่อแล้วตอบเพื่อน
          “ใช่โอตะ ยูริ ฉันต้องหาเรื่องเข้าไปวุ่นวายสักหน่อยละ”
          ฉันคอยสังเกตพฤติกรรมของอาซึสะ มันแปลกตรงที่โอตะ ยูริมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการโปรยเสน่ห์ของอาซึสะไม่เหมือนคนอื่น ๆ เธอดูเกร็งเมื่อถูกเพื่อนฉันรุก ในขณะที่คนอื่น ๆ จะตอบรับอีกรูปแบบ บ้างก็ยินดีจะสานต่อความรู้สึกของอาซึสะ บ้างก็เขินอายแต่ยังอยากให้อาซึสะวอแวต่อไป
          โอตะ ยูริไม่เป็นแบบนั้น แต่เหมือนจะไม่อยากให้ยุ่งมากกว่า นั่นทำให้ฉันจำเธอได้แม่น
          ฉันนับถือที่เพื่อนอย่างอาซึสะเพิ่มแผนการจู่โจมโอตะ ยูริมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างความระคายเคืองให้เกราะป้องกันของโอตะ ยูริมีรอยร้าวใด ๆ
          “ไม่เคยเจอคนน่ารักแบบนี้มาก่อนเลยนะ” อาซึสะเป็นปลื้ม ชวนคุยด้วยความดี๊ด๊า
          “ทำไมเหรอ โดนใจที่ถูกเขาเมินหรือไง” ฉันมองไปที่โอตะ ยูริซึ่งพยายามทำความรู้จักกับเพื่อนคนอื่น ๆ ระหว่างกิจกรรม พวกฉันมาทำเนียนอยู่ด้วย
          “ยิ่งกว่าอีก ฉันรู้สึกตื่นเต้นจัง”
          “โอตะ ยูริตลอดเวลาเลยนะ”
          “ถ้ามิรุชอบใครสักคนมาก ๆ จะเข้าใจเองแหละว่าเวลาที่เป็นปลื้มในตัวใครคนนั้นไปหมดทุกอย่างน่ะเป็นยังไง”
          “แต่แบบนี้ไม่น่าสงสารโอตะหรอกเหรอ อาซึสะเธอน่ะก็เล่น ๆ ไปทั่ว ฉันไม่อยากจะว่าหรอกนะ แต่เล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้น่ะ มันไม่ดีนะ”
          “ฉันไม่เคยฝืนใจใครนะมิรุ อย่าเครียดขนาดนั้นสิ” อาซึสะพยายามบอกให้ฉันใจเย็นลง “ใครที่ไม่เต็มใจ ฉันไม่เคยบังคับนะ มันเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายโอเคแล้ว ฉันถึง…เข้าใจใช่มั้ย”
          “ฉันยอมรับเลยนะว่าฉันไม่เข้าใจพวกเธอจริง ๆ” ฉันหัวเราะอาซึสะที่ทำหน้าทะเล้นเพราะโดนฉันบ่น
          “บางครั้งหัวใจมันเล่นตลกกับเรา มิรุเธอจะเข้าใจ ถ้ามันแผลงฤทธิ์ ไม่แน่พอมาย้อนคิดถึงสิ่งที่ทำลงไป เธอต้องหัวเสีย เธอจิตใจดี อย่างฉันน่ะมันด้านชาไปแล้ว ฉันก็เลยสนุกไปเรื่อย”
          “ฉันไม่มีทางหัวเสียกับเรื่องแบบนี้หรอก”
          “ไม่หัวเสียก็ดี…” อาซึสะผละจากไป แอบดอดไปอยู่ใกล้ ๆ โอตะ ยูริของเธออย่างไม่ลดละเมื่อหญิงสาวหันมาเห็นเธอ
          
          วันสุดท้ายของกิจกรรมละลายพฤติกรรม ฉันบังเอิญได้มีโอกาสนั่งใกล้ ๆ กับโอตะ ยูริในกิจกรรมหนึ่ง เราไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามีเรื่องอยากคุยกับเธอ หรือว่าจะลองถามเธอดีมั้ยว่ารู้สึกยังไงที่โดนอาซึสะตามตื๊อ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปหรอก คงไม่เหมาะสมที่จะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวคนที่เพิ่งรู้จักกัน พอเห็นแบบนี้ฉันยิ่งรู้สึกอิจฉาเพื่อนอย่างอาซึสะที่เข้าหาคนเก่ง อาซึสะเป็นคนที่มีทักษะการพูดคุยกับคนแปลกหน้าได้ดี
          ตอนกลางคืนที่มีงานเลี้ยง ทางผู้จัดงานเนรมิตสวนขนาดใหญ่ให้เป็นงานเลี้ยงท่ามกลางธรรมชาติ จัดซุ้มเป็นโซนต่าง ๆ ไว้อย่างน่าสนใจ บางทีงานเลี้ยงที่มีต้นไม้อยู่ด้วยก็ไม่ได้น่าเบื่อ แต่ฉันแค่
          ฉันแอบหลบมานั่งคิดอยู่คนเดียวในมุมที่มีคนน้อย ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้ว ส่วนใหญ่พวกที่มาเข้ากิจกรรมละลายพฤติกรรมกำลังสนุกสนานเฮฮากันอยู่ ตรงที่มีอาหารและเครื่องดื่มเลี้ยง สำหรับใครที่ไม่อยากร่วมสังสรรค์ก็จะไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง
          “ขอโทษนะคะ ขอฉันหลบหน่อย” โอตะ ยูริพรวดเข้ามาแล้วหลบไปหลังพุ่มไม้ด้านหลัง ตอนแรกเธอตกใจที่เห็นฉัน แต่อะไรก็ตามที่ไล่ล่าเธอคงจะทำให้โอตะ ยูริไม่มีทางเลือก
          “อ้าวมิรุอยู่นี่เองเหรอ” ฉันอมยิ้ม อาซึสะกวาดสายตาไปทั่วบริเวณเพื่อหา ‘บางอย่าง’
          “ใช่ ฉันว่าจะกลับไปพักแล้ว เลยมารอโอกาสหลบออกไปน่ะ”
          “ก็ว่าอยู่ทำไมเลือกมุมที่อับสายตาคนอื่น ๆ”
          “เพราะงั้นก็ช่วยทำเป็นไม่เห็นฉันด้วยล่ะ ถือว่าขอร้อง…” อาซึสะพยักหน้า “แล้วนี่อาซึสะจะไปไหน นัดใครไว้เหรอ” ฉันชะโงกมองไปทางหลังของอาซึสะ แกล้งทำเป็นเข้าใจว่าเพื่อนจะโดดออกไปไหนเพื่อไปเจอกับใคร ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอาซึสะไม่ได้นัดใครแต่กำลังตามหาใคร
          “ไม่ได้นัดใครหรอก ฉันไปก่อนดีกว่า คืนนี้น่าจะยาว เจอกันบนรถตอนเดินทางกลับเลยละกัน แต่มิรุ…ฉันว่าไม่ต้องหมดขวดหรอก รีบไปพักเถอะ” อาซึสะกัดฉันทิ้งท้าย ยักไหล่โบกมือลาแล้ววิ่งออกไปทางที่เธอวิ่งมา
          เมื่ออาซึสะกลับไปแล้ว โอตะ ยูริค่อย ๆ เดินออกมจากที่หลบ
          “ไม่เห็นว่าจะมีท่าทางเมาเลยนะคะ” โอตะ ยูริเปรยอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ แต่ฉันสะดุ้งเพราะตรงหน้ามีขวดไวน์ที่หมดไปครึ่งค่อนขวดอยู่ ไหนจะที่อาซึสะพูดเมื่อกี้อีก ไม่รู้ว่าเธอหมายถึงฉันหรือเปล่า แต่ก็โล่งใจเมื่อโอตะปิดท้ายว่า “คือ…ฉันหมายถึงเพื่อนคุณ”
          ฉันหันไปที่โอตะ “นั่งก่อนสิคะ ถ้าไม่รีบไปไหน” ฉันเชื้อเชิญ เธอนั่งเก้าอี้ถัดจากฉัน
          “คุณชิโรมะไม่ได้กำลังจะหลบออกไปจากงานเลี้ยงเหรอคะ ฉันได้ยินที่คุณคุยกับเพื่อนเมื่อกี้”
          “อ๋อ เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาหรอกค่ะ ว่าแต่…เกิดอะไรขึ้นเหรอ คุณถึงวิ่งหนีมาแบบนั้น” ฉันมองแก้วเครื่องดื่มบนโต๊ะแล้วนึกขำ พอมีแอลกอฮอล์อยู่ในกระแสเลือดแล้วมันทำให้กล้าที่จะชวนคุยมากขึ้นกว่าตอนกลางวันเยอะเป็นเท่าตัว
          “ไม่ได้วิ่งหนีหรอกค่ะ ฉันแค่มาหาที่ตั้งหลัก เพื่อนคุณเมา เธอให้ฉันช่วยพยุง คือ…ฉันรู้สึกว่าเธออยากทำอย่างอื่นมากกว่าพยุง คุณจะไม่เชื่อก็ได้” โอตะหน้าตาตื่น ๆ แต่ก็คงจะเป็นเพราะฉันคือเพื่อนอาซึสะ เพื่อนย่อมต้องเข้าข้างเพื่อน โอตะอาจจะคิดแบบนั้น
          “เล่าต่อสิคะ” ฉันกลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง รวมไปถึงเลิกคิดเรื่องกลับห้องด้วย
          “คุณอูเอมูระเพื่อนคุณเขา…” โอตะเกาหลังใบหูรวบรวมคำพูดครั้งสุดท้าย “ทำท่าจะหอมแก้มฉัน”
          ฉันยิ้มตอนที่มองหน้าโอตะ เธอก็หลุดยิ้มเหมือนกัน ฉันยังไม่รู้เลยว่ายิ้มทำไม แต่ฉันนึกภาพที่อาซึสะทำกับโอตะออกได้ไม่ยาก “คงไม่ได้อยากทำแค่หอมแก้มหรอก”
          “เพราะฉันทำตัวไม่ถูก ฉันเลยวิ่งออกมาตั้งหลัก ไม่ได้ว่าฉันไม่ชอบใจเพื่อนคุณนะ”
          “เอาไว้ฉันจะเตือนเพื่อนให้นะ เพราะคุณโอตะคงต้องการเวลาปรับตัว” โอตะหัวเราะเขิน ๆ ไมได้ปฏิเสธอะไร ฉันพอจะเข้าใจที่อาซึสะตื๊อโอตะหนัก เพราะความน่ารักซื่อ ๆ ที่สัมผัสได้นี่ล่ะมั้ง ที่จริงตอนได้นั่งใกล้ ๆ ก็คิดว่าโอตะน่ารัก แต่พอเมาแล้วไม่รู้ทำไมถึงคิดว่าโอตะน่ารักมากขึ้นไปอีกหลายเท่า
          อันนี้เพราะฉันน่าจะเมามากกว่าเลยสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว…
          “ฉันว่าถึงเวลาหลบไปนอนแล้วค่ะ ขอโทษด้วยที่อยู่คุยต่อไม่ได้” โอตะลุกขึ้นมายืนส่งตามมารยาท หลังจากที่เรานั่งเป็นเพื่อนกันพักใหญ่ ฉันเซจะเสียหลักหงายหลัง โอตะจึงช่วยจับแขนฉันไว้ จึงเซไปหาเธอแทน “ขอโทษค่ะ ไม่ได้คิดจะใช้แผนแบบอาซึสะนะคะ แต่ขอบคุณจริง ๆ ไม่งั้นฉันคงล้ม” ฉันเกาะไหล่โอตะไว้เพื่อพยุงตัวเอง เวียนหัวกว่าที่คิด ไม่น่าฝืนดื่มต่อทั้งที่ไม่ไหว
          “ไหวหรือเปล่าคะ”
          “ไหวมั้ย ไหวค่ะ ฉันไม่ได้อะไรขนาดนั้นหรอก ฉันสบายดี แต่ท่าเดินคงแปลก ๆ จนถึงห้อง ก็แค่นั้น” ฉันหัวเราะที่ไหล่ของโอตะ ก่อนจะถอยออกมา “แต่ถ้าโอตะอยากไปส่ง ฉันก็ไม่ว่าอะไรนะ เผื่อว่าจะหลบออกจากงานไปพร้อมกันทีเดียว” ฉันเผลอมองตาเธอ โอตะมองฉันจนหวั่นไหว ฉันต้องคิดไปเองแน่ว่าเธอส่งสายตาเว้าวอนบางอย่าง
          “ถ้าอย่างงั้นฉันขอไปด้วยค่ะ…”
          โอตะช่วยเดินมาส่ง เธอกรุณาให้ฉันใช้แขนเธอเป็นที่จับเพื่อรักษาความสมดุลของร่างกาย แต่กระนั้นทิศทางตอนเดินยังไม่ดีเท่าไหร่ ฉันเดินไม่ตรงทาง โอตะคงรำคาญจนเอ่ยปาก
          “เราจะไปถึงห้องคุณชิโรมะภายในคืนนี้หรือเปล่าคะ” พวกเราเข้ามาภายในบ้านที่เป็นที่พักของพวกเข้าร่วมกิจกรรมแล้ว แต่ละบ้านจะมีเพียงแค่สองชั้นไม่ใหญ่โต เพื่อจะได้ไม่ทำลายธรรมชาติรอบ ๆ นี้
          ฉันหายใจไม่ทันเพราะขำ โอตะคนที่นิ่ง ๆ ยังอึดอัดกับท่าทางการเดินของฉันเลยเหรอ งวดหน้าต้องดื่มให้น้อยลงกว่านี้ หรือไม่คงต้องไปฝึกกับอาซึสะ “โอตะกลับไปก่อนได้นะคะ ฉันเดินได้ ๆ” ฉันดันโอตะให้ออกห่าง ตั้งใจเดินด้วยตัวเอง
          “ห้องคุณชิโรมะห้องไหนเหรอ”
          “ห้องสุดทางเดินค่ะ”
          “อ๋อ ใกล้ถึงแล้วนี่คะ มาเถอะค่ะ ไหน ๆ ฉันก็เดินมาตั้งไกล”
          ฉันไม่ได้ว่าอะไรแล้วพยายามเดินโดยมีโอตะช่วยเป็นที่ยึดให้จนเดินถึงห้องของฉันในที่สุด…ตัวฉันก็ยังไม่อยากให้เธอกลับไปหรอกที่จริงแล้ว
          “ระวังหน่อยค่ะ” ฉันค่อย ๆ เดินไปที่เตียง โอตะยังไม่หายห่วงจนกว่าจะเห็นฉันหัวถึงหมอน คงคิดว่าฉันจะเดินสะดุดอะไรเข้า
          “ว๊าย!” ฉันสะดุดขาตัวเอง แต่ไม่เป็นอะไรมาก โอตะยืนหัวเราะ
          “ฉันเตือนคุณแล้วให้ระวัง”
          “โอตะไม่กลัวฉันแกล้งทำแบบอาซึสะเหรอคะ” ฉันทิ้งตัวที่เตียง น่าจะปลอดภัยที่สุดแล้วคือการอยู่นิ่ง ๆ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่
          “บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ถ้าคุณจะทำแบบเพื่อนคุณ ฉันก็คงรู้สึกนะคะ แต่…ก็ไม่ได้รู้สึกว่าคุณอยากทำแบบเพื่อน” ฉันส่งยิ้มให้เธอเป็นการขอบคุณ โอตะขมวดคิ้วจนยุ่ง
          ฉันถามเผื่อว่าโอตะอยากบอกอะไร “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
          “คุณจะโกรธฉันมั้ย…ถ้าฉันขอละลาบละล้วง”
          “แบบไหนเหรอคะ”
          โอตะขยับหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ฉันหลับตาไปก่อนแต่เข้าใจว่าโอตะทำอะไร เธอเพียงแค่แตะริมฝีปากแล้วล่าถอยไป ถึงอย่างนั้นโอตะกลับจุดบางอย่างในใจฉันให้ตื่นขึ้น
          ฉันไม่ได้คิดไปเองหรอกว่าโอตะเว้าวอนบางอย่าง
          ฉันยันตัวเองขึ้นมาและดึงโอตะไว้ได้ก่อนที่เธอจะลุกจากเตียงไป ฉันจะให้เธอกลับไปได้ยังไงในเมื่อมาทำให้สนใจถึงในห้องแบบนี้
          ฉันเคลื่อนตัวเองเข้าใกล้ริมฝีปากโอตะมากขึ้นทีละน้อย แต่โอตะไม่ถอยหลบ ฉันจึงค่อย ๆ จูบ รอให้โอตะตอบกลับข้อความที่ฉันส่งไป ถึงจะไม่ได้คุยกันมาก แต่เรารู้สึกไปในทิศทางเดียวกันเมื่อริมฝีปากโอตะค่อย ๆ ขยับตอบรับฉัน
          หรือนี่อาจจะเป็นการเล่นตลกที่อาซึสะพูดถึง
          “ไม่รู้ว่าพูดแบบนี้จะดีหรือเปล่า แต่ก็ไม่แปลกใจที่อาซึสะหลงโอตะ” ฉันกวาดสายตามองจมูกโด่งที่เด่นสง่าของโอตะ เค้าหน้าน่าสนใจ มีเสน่ห์มากพอที่จะใช้เวลาจับภาพเอาไว้ในหัว
          “แล้วคุณ ไม่เหรอคะ…” โอตะไม่รู้ตัวว่าหางเสียงนั้นแสดงถึงการสูญเสียความมั่นใจพอสมควร ด้วยความที่เธอจูบฉันก่อน เธออาจจะกำลังกังวลถึงความไม่สมเหตุสมผลที่ทำแบบนั้น แต่ฉันไม่ได้สนใจเหตุผลอะไรอีกต่อไปแล้ว
          “ทำไมจะไม่ล่ะ…”
          ไม่มีเหตุผลที่ต้องยั้งหรือหักห้ามความรู้สึกอีกต่อไป
          ที่ต้องทำคือปล่อยทั้งตัวและหัวใจให้มันทำอย่างที่ต้องการ…
          
          “เหม่ออะไรของเธอน่ะมิรุ” อาซึสะสะกิด ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดออกจากประเด็นของเพื่อน เมื่อนึกถึงใครบางคนขึ้นมา ฉันพับรอยยิ้มในแสงสลัวของโอตะเมื่อคืนนั้นออกไปจากหัว
          “ฉันเผลอคิดนอกเรื่องไปน่ะ เราถึงไหนกันแล้วเหรอ”
          “ฉันบอกว่าช่วงนี้ได้เจอยูริบ่อย ๆ ฉันดีใจที่เขาไม่ได้โกรธฉัน”
          “โอตะเขาจะโกรธเธอเรื่องอะไร” ฉันคิดว่าตัวเองรู้เรื่องนั้น แต่แสร้งถามเพื่อน
          “ฉันเคยพยายามจะแต๊ะอั๋งเขาน่ะ ยูริน่ะน่ารักจริง ๆ เสียดายที่วันนั้นยูริหลบไปได้” ฉันเห็นท่าทางของเพื่อนก็รู้เลยว่าอาซึสะวางแผนที่จะแต๊ะอั๋งให้ได้
          “วันไหนเหรอ ไม่เห็นเล่าให้ฉันฟังเลยนี่” ฉันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามน้ำ ทั้งที่วันนั้นฉันนี่แหละที่ให้ที่หลบกับโอตะ แถมยังไปหลบต่อกันถึงห้องนอน
          “ช่างเถอะเรื่องมันผ่านมาแล้ว ว่าก็ว่านะ อย่างพวกเรามันต้องแข็งแรง เต็มไปด้วยพละกำลัง แต่ยูริตัวนิ่มมาก…พูดแล้วก็อยากกอดอีก ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะหาเรื่องอะไรไปใกล้ชิดกับยูริเขาอีก”
          “เป็นเอามากนะอาซึสะ ผู้หญิงเราก็ตัวนิ่มกันเป็นธรรมดา” ฉันลูบปากตัวเอง อวัยวะที่ได้สัมผัสความนิ่มของโอตะบอกฉันว่าอาซึสะไม่ได้พูดเกินจริง
          “ถ้าฉันก้าวผ่านเส้นที่คั่นระหว่างฉันกับยูริได้เมื่อไหร่ ฉันจะมาบอกว่าความนิ่มนวลน่ะเป็นยังไง เชื่อมือฉันได้เลย”
          ฉันชะงักหุบยิ้ม “เอาจริงเหรอเนี่ยคนนี้”
          อาซึสะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ฉันก็ไม่รู้ว่าจริงจังมันต้องถึงขั้นไหนสำหรับคนอื่น ๆ แต่กับฉัน ฉันว่ายูริ อาจจะทำให้บางอย่างที่พิเศษเกิดขึ้นกับฉันก็ได้ บางอย่างที่พิเศษจริง ๆ”
          โอตะ ยูริเป็นความพิเศษที่ยากจะอธิบาย พอเห็นหน้าอาซึสะฉันก็พอจะเข้าใจว่าความพิเศษที่ฉันรู้สึกกำลังเกิดขึ้นกับเพื่อนด้วยเหมือนกัน ฉันเลือกที่จะเงียบเพื่อไม่ขัดจังหวะใด ๆ แต่เสียงที่สะท้อนก้องกังวานในใจ ดึงฉันให้ดิ่งลงสู่ความคิด
          ว่าเพราะอะไรทำไมฉันถึงได้มาเจอกับโอตะ นั่นเพราะอาซึสะสนใจ และใส่เกียร์เดินหน้าเต็มตัว
          ส่วนฉันทำแค่เพียงอยู่เฉย ๆ แต่กลับหักหลังเพื่อนตัวเอง…
          “แต่มิรุเชื่อฉันสิ ยูริทำให้ฉันรู้สึกพิเศษยิ่งกว่าคนอื่น ๆ” ฉันยิ้มให้ ถามว่าจริงแน่หรือเปล่า ไม่ใช่พออีกฝ่ายสนใจอาซึสะก็จะเบื่ออีก “มิรุเคยเห็นฉันคิดจริงจังกับใครเท่ายูริหรือเปล่าล่ะ” ฉันส่ายหัว ไม่มีคนปฏิเสธอาซึสะเหมือนอย่างโอตะ ไม่น่าแปลกใจที่เพื่อนจะทุ่มให้กับโอตะอย่างเต็มที่
          พอเห็นความมุ่งมั่นของอาซึสะ มันทำให้ฉันไม่อยากไปยุ่งกับโอตะ ฉันรู้สึกว่าการทำแบบนั้นเหมือนหลอกใช้เพื่อน และจะดีกว่าถ้าเลิกยุ่งกันตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ให้ถลำลึกเกินไป ถึงฉันจะเจ็บที่ปล่อยมือจากความสุข แต่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วกับอาซึสะเพื่อนฉัน
          แต่ฉันก็พบว่ามันเจ็บจนเกินจะบรรยายความรู้สึกออกมาได้ เมื่อได้คุยกับโอตะและเห็นเธอร้องไห้
          ฉันอาจจะทำสิ่งที่ถูกต้องกับเพื่อนแต่มันคือการทำร้ายโอตะแทน…
          

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยูริมิรุเท่านั้น
[ Short ] – Shutdown EP08 (YuuriMiru)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s