[ Short ] – Shutdown EP09 (YuuriMiru)

Posted on

yuurimiru

มีภารกิจที่โอตะต้องทำงานร่วมกับชิโรมะอีกครั้ง
แต่ชิโรมะชอบผลักไล่โอตะอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
ราวกับจะเปิดโอกาสได้ใกล้ชิดกับอูเอมูระจนโอตะนึกฉุนที่ชิโรมะมาตัดสินใจแทนเธอ


บทที่ 9 – โอตะ ยูริ-2
          แผนการจับกุมนายพลซาวาเบะ ยูผ่านไปตามเป้าหมาย ถึงแม้จะมีงานใหม่งอกขึ้นมาแทน เพราะเพื่อนของเขา ทาเคโนะอุจิ ยูทากะ รอดพ้นเงื้อมมือของรัฐบาลไปได้
          เรื่องทาเคโนะอุจิหลบหนีไปได้ เราเรียกคดีนั้นว่า คดี T และจากกรณีที่ทาเคโนะอุจิส่งเลขาทาคาฮาชิ อิเซอิมาทำร้ายคนจากทีม K สิ่งสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายกังวลคือจุดประสงค์แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังการกระทำอุกอาจ
          ครูมิลกี้บอกพวกเราว่าท่านประธานาธิบดีได้อนุมัติแล้วให้รัฐบาลตอบโต้เต็มที่ ดังนั้นภารกิจของเจ้าหน้าที่อย่างพวกเราคือต้องกระจายกำลังเพื่อไปตรวจสอบร่องรอยตามสถานที่ของบริษัท AriL P. ที่ยังเหลืออยู่ โดยหวังให้มีข้อมูลอะไรให้สืบบ้าง นอกเหนือจากการรอจากสายข่าวเพียงอย่างเดียว ซึ่งมันไม่พอ
          ครูมิลกี้อธิบายแผนการรวมถึงคนที่จะปฏิบัติภารกิจนี้แจกแจงโดยละเอียด ฉันต้องร่วมงานกับชิโรมะที่จะเป็นหัวหน้าทีม คราวนี้มีอูเอมูระ อาซึสะตามมาอีกคน รวมไปถึงโยชิดะ อาการิ ส่วนฝ่ายเทคโนโลยีมาจากทีมนวัตกรรม เป็นมัตสึโอกะ นัตสึมิ และโมริยาสุ มาโดกะที่เคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านั้น โดยการปฏิบัติการครั้งนี้จะมีทีม K ไปร่วมด้วย แต่พวกนั้นก็จะมีครูฮาชิโมโตะ นานามิคอยดูแล
          ครูมิลกี้กับพี่ซายากะจะไปที่อื่นซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคดี T ด้วยเหมือนกัน เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตจึงใช้จำนวนคนน้อยที่สุด พี่ซายากะบอกฉันว่าตอนนี้ทุกฝ่ายเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อจะตามจับทาเคโนะอุจิให้ได้ ถ้ามีอะไรก็ให้แจ้งข่าวกันไว้ตลอดภารกิจ
          
          ฉันตื่นเต้นมีความประหม่าบ้างเล็กน้อยในวันปฏิบัติภารกิจ ครั้งนี้เป็นภารกิจใหญ่สำหรับฉัน ฉันอยากให้งานออกมาเรียบร้อย ซึ่งพอตั้งใจมากเกินไป นั่นอาจจะเป็นการกดดันตัวเองโดยไม่จำเป็น ซึ่งยิ่งได้จับคู่กับชิโรมะยิ่งทำให้ฉันไม่ค่อยสนิทใจนัก ถึงจะทนเห็นหน้าเธอได้แล้ว แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี
          “ถ้าอยากจับคู่กับอาซึสะ ฉันจะขอเปลี่ยนกับโยชิดะให้”
          ฉันตวัดสายตาไปมองหัวหน้าทีมที่เดินเข้ามาหายังที่ซ่อน ฉันถอนหายใจ “เรากำลังทำงานอยู่นะคะ ฉันแยกแยะเรื่องส่วนตัวออกได้”
          “ฉันรู้ว่าเธอแยกแยะเรื่องนั้นได้ แต่เผื่อเธออยากทำงานอย่างสบายใจ”
          “ฉันชักสงสัยแล้วว่าคุณกำลังวางแผนให้ฉันได้อยู่ใกล้กับเพื่อนคุณหรือเปล่า ถึงได้เสนอชื่อเพื่อนตัวเองแทนที่จะบอกให้ฉันไปทำงานกับโยชิดะ ส่วนคุณก็คู่กับเพื่อนตัวเองไปสิคะ”
          ชิโรมะไม่ได้ว่าอะไรที่ฉันแสดงความคิดเห็นแบบนั้น เราเลิกต่อล้อต่อเถียงกัน
          “ฉันตรวจสอบพื้นที่โดยรอบจากการเข้าระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่แล้วนะคะ ถึงจะมีป้ายบอกว่าบริเวณนี้ปิดทำการ แต่ข้างในมีคนเฝ้าอยู่พอสมควร แสดงว่าเราน่าจะมีงานหนักรออยู่ ซึ่งโกดังที่คนน้อยที่สุดคือโกดังสูง ๆ ที่อยู่ทางด้านซ้ายค่ะ รู้สึกว่าจะเป็นโรงจอดรถ ที่จะใช้ขนของออกไปจากที่นี่ ส่วนทางขวามีคนมากกว่าแต่ไม่ถึงกับเยอะจนน่าเป็นห่วง”
          มัตสึโอกะรายงาน ชิโรมะชะเง้อมองไปโกดังที่อยู่ทางขวาแล้วถามความเห็นจากทุกคนในทีม “แบ่งกันไปโกดังละสองคน ถ้าเป็นไปได้ขอให้จัดการให้เงียบที่สุด เรามีคนน้อย ฉันกับโอตะจะไปโกดังฝั่งขวาสุด ฝากอาซึสะกับโยชิดะจัดการที่โกดังตรงกลางด้วย”
          เสียงอูเอมูระดังผ่านอุปกรณ์สื่อสารมาเป็นคนแรก
          “รับทราบ”
          “มัตสึโอกะกับโมริยาสุไปที่โรงจอดรถ เป็นไปได้ว่ารถที่กำลังจะออกไปจากที่นี่อาจมีเบาะแสอะไรให้พวกเราบ้าง” ชิโรมะมอบหมายทีมนวัตกรรม
          โมริยาสุเป็นคนตอบกลับมา
          “ได้ค่ะ”
          ฉันวิ่งตามชิโรมะไปตามแนวรั้วโซนด้านหลังที่มืดกว่าด้านหน้า ก่อนจะเข้าไปใกล้ ๆ ที่โกดังเป้าหมายของพวกเรา ซึ่งอยู่ห่างกับโกดังที่พวกคุณอูเอมูระจะเข้าไปพอดู ด้านหน้าแต่ละโกดังมีคนเฝ้าประตูอยู่สองคน หัวหน้าทีมส่งสัญญาณให้ฉันจัดการคนหนึ่งและเธอจะจัดการอีกคน
          ชิโรมะให้สัญญาณ ฉันเข้าชาร์จทำให้หมดสติไปอย่างเงียบเชียบตามแผน หลังจัดการสองคนที่เฝ้าประตูเสร็จเรียบร้อย จึงค่อย ๆ แง้มประตูเพื่อดูสถานการณ์ด้านในโกดัง
          ชิโรมะให้ฉันเข้าไปก่อนจึงตามเข้ามาบ้าง ด้านในมีพวกนักวิจัยกำลังจัดเก็บของอยู่ ตรงกลางมีหน่วยรักษาความปลอดภัยเดินไปเดินมา แต่การป้องกันไม่แน่นหนา เพราะส่วนมากเป็นพวกนักวิจัยมากกว่า แสดงว่าโกดังนี้ไม่ได้มีอะไรสำคัญ
          “อาซึสะ ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง” ชิโรมะสงสัยจึงถามสถานการณ์จากคนที่ไปโกดังตรงกลาง
          “โกดังนี้เป็นพวกนักวิจัยเกือบหมด หน่วยรักษาความปลอดภัยอยู่ท่ามกลางพวกนักวิจัย เลยยังทำอะไรไม่ได้มากนัก”
          “เหมือนกับทางนี้เลย หรือว่าที่นี่จะไม่มีอะไรจริง ๆ”
          แต่ความสงสัยนั้นก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อเสียงเตือนภัยดังไปทั่วโกดัง และทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยวิ่งกรูกันออกมาจากกลุ่มนักวิจัย
          “หลบก่อน” ชิโรมะดันให้ฉันวิ่งเข้าไปหลบหลังกล่องจำนวนมาก เพื่อหลบสายตาจากพวกหน่วยรักษาความปลอดภัย
          “ไม่ใช่เสียงเตือนภัยจากโกดังนี้นะคะ”
          ชิโรมะเห็นด้วยกับฉัน “ฉันกลัวว่าจะเป็นอย่างที่กังวล”
          “คุณหมายถึง…”
          “โกดังโรงจอดรถ”
          “งานเข้าแล้วค่ะ ฉันได้ข้อมูลมาบางส่วน และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคดี ตอนนี้ส่งข้อมูลให้ส่วนกลางแล้ว แต่ระบบรักษาความปลอดภัยในรถกำลังเล่นงานฉันกับโมริยาสุ”
          “ฉันจะไปช่วยเดี๋ยวนี้แหละ อาซึสะถ้าไปถึงก่อนระวังพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยด้วย พวกที่อยู่ที่โกดังทางนี้วิ่งออกไปจนหมด”
          ชิโรมะแจ้งเตือนเพื่อนสนิท ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ตามพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยคนสุดท้ายที่ออกจากโกดัง ฉันบอกเธอว่าจะไปอีกทาง และอ้อมไปนอกรั้วเพื่อที่จะไปอีกด้านของโกดังที่พวกมัตสึโอกะอยู่ ฉันเห็นโยชิดะผลุบ ๆ โผล่ ๆ ตรงมุมอับสายตาเพื่อรอจังหวะโจมตี
          ฉันวิ่งฝ่าความมืดได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร เพราะไม่ต้องระวังเป็นจุดสนใจในเมื่อเสียงเตือนภัยยังดังอยู่ ครั้งสุดท้ายเห็นกลุ่มคนจากหน่วยรักษาความปลอดภัยของโกดังออกันอยู่ด้านหน้าประตูหน้า พวกเขากระจายกำลังกันเข้าไปปิดล้อมรอบ ๆ โกดังเพื่อไม่ให้ใครก็ตามที่อยู่ด้านในหลบหนีไปได้
          “มีใครเข้าไปด้านในทันบ้าง” ชิโรมะถามผ่านอุปกรณ์สื่อสาร ฉันเห็นเธอไกล ๆ อยู่หลังพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยทางประตูด้านหน้าของโกตรงกลาง
          “ฉันอยู่ข้างในกับพวกมัตสึโอกะแล้ว สองคนนั้นอยู่บนรถ กำลังพยายามเอาข้อมูลมาเพิ่ม เพราะยังไงก็ไปไหนไม่ได้” คุณอูเอมูระรายงานความหายนะของเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในโกดัง
          ”ทำไมล่ะ”
          “ก็ประตูรถมันล็อกพวกเขาไว้น่ะสิ”
          “แล้วทำไมไม่รีบบอกกันก่อนล่ะ” ชิโรมะเป็นห่วงเพื่อนร่วมทีม
          “ขอโทษค่ะ ฉันเพิ่งรู้ตอนที่คุณอูเอมูระเข้ามา ว่าเปิดประตูรถออกไปไม่ได้ ตอนแรกนึกว่าแค่ร้องเตือนอย่างเดียว”
          “มัตสึโอกะกับโมริยาสุ หาทางออกมาจากรถให้ได้ ส่วนอาซึสะพวกนั้นกำลังจะบุกเข้าไปในโกดัง หาที่หลบให้ดี โยชิดะฝากทางนั้นด้วย พอฉันเริ่มให้ตามน้ำได้เลย”
          “รับทราบ/รับทราบ/รับทราบ/รับทราบ”
          “โอตะ ฉันจะเริ่มยิงก่อน พวกนั้นจะเบนเป้ามาที่ฉัน ให้อาศัยจังหวะที่พวกหน่วยรักษาความปลอดภัยรีบเข้าไปในโกดัง”
          ฉันอดคิดไม่ได้ว่าชิโรมะพยายามจับคู่ให้ฉันกับเพื่อนของเธออีกจนได้ แต่มันก็เป็นวิธีที่จะดึงความสนใจจากพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยไม่ให้เข้าไปในโกดังได้ ฉันก็เลยต้องจำใจยอมทำ
          “รับทราบค่ะ”
          ทันทีที่เสียงปืนดังมาจากโกดังตรงกลาง พวกหน่วยรักษาความปลอดภัยกระจายตัวเพื่อหาที่หลบและตอบโต้ชิโรมะทันควัน เสียงปืนหวีดก้องอื้ออึงไปทั่วบริเวณ แต่ชิโรมะที่ลอบโจมตีก็ทยอยเก็บพวกเขาไปได้เรื่อย ๆ
          ฉันรีบวิ่งเข้ามาด้านในรั้วเพราะพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยเริ่มขยับเข้าไปใกล้โกดังตรงกลางที่ชิโรมะอยู่ อีกฝั่งคงเป็นเสียงปืนจากโยชิดะที่เปิดศึกกับพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยเช่นกัน
          ฉันกลัวว่าชิโรมะจะเสียท่า จึงตัดสินใจเหนี่ยวไกยิงพวกที่กำลังจะไปหาชิโรมะ
          “ทำอะไรของเธอน่ะยูริ” ชิโรมะติดต่อมาเป็นการส่วนตัว ฉันก้มมองจากหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร เพราะตกใจที่โดนเรียกด้วยชื่อ น้ำเสียงชิโรมะออกไปทางตำหนิที่ฉันขัดคำสั่ง
          “ก็อยู่ช่วยคุณไง คิดว่าจะโชว์เดี่ยวและให้ฉันไปทำอะไรในโกดังล่ะคะ”
          “เธอนี่มันดื้อจริง ๆ คิดว่าฉันส่งเธอไปหาอาซึสะเหรอ”
          ฉันก้มหลบกระสุนหวุดหวิดจากปฏิกิริยาตอบโต้ด้วยสัญชาตญาณ ตอนนี้พวกนั้นแบ่งคนมาทางฉันด้วย
          “ถ้าไม่ใช่แบบนั้น แล้วจะเป็นเพราะอะไรล่ะคะ” ฉันยิงคนที่ไม่ทันระวังตัวจนร่วงไปอีกสองคน ตอนนี้เหลือพวกที่มาทางฉันสามคน ไปทางชิโรมะสี่คน
          “เป้าหมายสำคัญคือการดึงพวกนั้นให้ออกมาจากโกดังที่เพื่อนร่วมทีมของเราอยู่ ไม่ใช่การส่งเธอไปหาอาซึสะอย่างที่เธอคิดเพ้อฝันไปเองหรอกค่ะ ไหนว่าเข้าใจนี่คือการทำงาน ทำไมถึงขัดคำสั่งฉัน ยูริอยู่ตรงนั้นคนเดียวถ้าเกิดพลาดขึ้นมา พวกนั้นก็เข้าไปในโกดังได้ทันที ซึ่งมันต่างกับจุดที่ฉันอยู่”
          “คุณจะบอกว่าถ้าพวกนั้นมันพลาดยิงจนคุณเสียท่าไป ก็ไม่เป็นไรอย่างงั้นเหรอคะ” ฉันตะโกนกับอุปกรณ์สื่อสารทั้งที่ไม่จำเป็น แต่เพราะความโกรธ น้อยใจ หงุดหงิดที่กลั้นไว้ไม่อยู่เมื่อต้องได้ยินหัวหน้าทีมคนนั้นต่อว่า ฉันก็ฉุนขึ้นมา “ฉันแค่เป็นห่วงคุณ…ขอโทษนะคะที่ขัดคำสั่ง”
          ไม่มีการตอบกลับจากหัวหน้าทีม ฉันชะโงกออกไปจัดการได้เพิ่มอีกหนึ่งเพราะพวกนั้นกำลังจะตีวงล้อมฉัน สองคนที่เหลือหายไปจากสายตาฉัน…
          และมีคนหนึ่งเข้าชาร์จฉันจากทางด้านหลัง เขาจะล็อกคอแต่ฉันเอาปืนมาขัดไว้ได้ก่อนจะกระทุ้งศอกใส่และเตะตัดตาให้เขาเสียหลัก จากนั้นใช้ปืนสั้นยิงใส่เขาจนนิ่งไป เสียงปืนจากข้างหลังฉันยังดังอยู่ แสดงว่านายคนนี้มาจากทางด้านหลังโกดังที่โยชิดะจัดการ…
          ปัง…เสียงปืนดังขึ้นไม่ไกลจากฉัน ฉันหันไปตอบโต้กลับ พร้อม ๆ กับที่เสียงปืนจากในโกดัง คุณอูเอมูระรีบวิ่งเข้ามาดูฉันก่อนจะประคองพาเข้าไปในโกดัง
          “อดทนหน่อยนะ ทำไมเธอถึงไม่รีบเข้าไปในโกดังล่ะ ทำแบบนี้มันเสี่ยงมากนะยูริ” อูเอมูระปลอบใจและให้คำแนะนำ “มิรุ ฉันเองนะ ยูริถูกยิง เราต้องรีบออกไปจากที่นี่…ด่วน ถ้าไม่รีบหน่อยยูริอาจจะช็อคเพราะเสียเลือด” อูเอมูระรีบติดต่อถึงหัวหน้าทีมสุ้มเสียงเคร่งเครียด ฉันพยายามทรงตัว รู้สึกแสบร้อนที่แผลตรงสะโพกที่ไม่มีเสื้อเกราะคุ้มกัน ตอนนี้เหมือนโดนของร้อนทิ่มแทง มือที่กดแผลไว้รับรู้ตลอดเวลาว่ามีน้ำอุ่น ๆ ไหลออกอยู่ไม่ขาด
          “ตอนนี้ทางด้านหลังเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ขอโทษค่ะชิโรมะ เป็นความผิดพลาดของฉันด้วยที่ไม่ทันจัดการทางด้านหลังโกดังให้ดี” โยชิดะแจ้งสถานการณ์ฝั่งเธอเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ทำให้อุ่นใจเท่าไหร่ สติที่เริ่มเลือนรางของฉันได้ยินเสียงรถจากที่ไกล ๆ
          “ฉันผิดเหรอคะที่เป็นห่วง ไม่อยากทิ้งให้หัวหน้าต้องลุยอยู่คนเดียว” ฉันอยากพูดอะไรบ้าง กลัวตัวเองจะหมดสติ
          “ผิดที่ขัดคำสั่งน่ะ แต่ไม่ผิดหรอกถ้าจะช่วยคน” โยชิดะมาคอยคุ้มกันให้ส่วนฉันนั่งพิงอยู่ข้างรถที่พวกมัตสึโอกะกำลังง่วนที่จะเปิดประตูเอาตัวเองออกมาให้ได้ “ไม่รู้มาก่อนว่าเพื่อนฉันจะมีคนเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้”
          “ถ้าเป็นคุณอูเอมูระ คุณจะไม่ห่วงเพื่อนเหรอคะ” ฉันค่อย ๆ ผ่อนความวิตกกังวลของตัวเอง แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี
          อูเอมูระยิ้ม หรี่ตามองฉันอย่างสงสัย “ถ้าเป็นฉัน ฉันจะรีบเข้ามาด้านในโกดังแล้วค่อยหาทางจัดการพวกนั้นในจุดที่ปลอดภัย ไม่ใช่บู๊แหลกอย่างที่ยูริทำหรอกนะคะ เพราะการที่ทำให้ตัวเองเสี่ยงอันตราย สำหรับเพื่อนร่วมทีมแล้วยิ่งทำให้ทำงานลำบาก และยังเสี่ยงอันตรายเพิ่มขึ้นอีกด้วย การที่เราเป็นห่วงเพื่อนร่วมทีมมันไม่ผิดหรอกค่ะ แต่เราต้องรัดกุมในการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง”
          “ฉันคงวู่วามเกินไปจริง ๆ ด้วยค่ะ ทำให้เขาลำบาก” ทำให้ชิโรมะลำบากทุกเรื่อง
          “มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้หรือเปล่าคะ ฉันเข้าใจที่คุณเป็นห่วง แต่จะห่วงเกินหน้าเกินตาฉันที่เป็นเพื่อนมิรุไปหน่อยนะ” คนถามแอบล้วงข้อมูล
          ฉันตัดสินใจกวักมือให้อูเอมูระเข้ามาใกล้ ๆ เพราะไม่อยากให้โยชิดะได้ยิน เนื่องจากไม่สามารถยันตัวเองเข้าไปหาอูเอมูระได้
          “ฉันรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ เพราะเพื่อนคุณไม่ได้สนใจฉัน แต่ฉันชอบเพื่อนคุณ ยังชอบอยู่”
          “จริงเหรอ” คุณอูเอมูระน้ำเสียงตื่นเต้น
          “อื้ม ที่น่าหงุดหงิดคือ เพื่อนคุณพยายามทำให้ฉันได้อยู่ใกล้ ๆ คุณ ฉันน่ารังเกียจขนาดต้องผลักไสกันแบบนี้เลยเหรอคะ”
          “น่าเจ็บใจแฮะ ที่รู้ว่ายูริไม่แลตามองฉันเลย…อย่างที่คิดไว้”
          “ฉันรู้สึกขอบคุณที่คุณเอ็นดูฉัน แต่ฉันไม่ได้ชอบคุณแบบนั้น หวังคุณจะเข้าใจ”
          “ฉันน่ะเข้าใจ ฉันอาจจะเจ้าเล่ห์หลอกเคลมเด็กน่ารัก ๆ ก็จริง แต่ไม่ได้หมายถึงว่าฉันจะหน้ามืดตามัวหลงยูริจนเสียสติหรอกน่า แต่คนที่เป็นเพื่อนฉันก็ปิดปากเงียบ น่าโมโหตรงนี้แหละ”
          “ถ้าเพื่อนคุณเข้าใจอย่างคุณก็ดีน่ะสิ จะได้เลิกยัดเยียดฉันให้คุณ” ฉันบอกหน่าย ๆ
          “อ๋อ เรื่องนั้นน่ะ ฉันจะจัดการให้ รับรองว่ามิรุจะไม่ยัดเยียดยูริให้ฉันอีก”
          “ยูริ! อาซึสะ ปลอดภัยกันใช่มั้ย” หัวหน้าทีมชิโรมะพรวดเข้ามา ฉันโล่งใจที่อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยดี
          “ฉันสบายดี แต่ยูริไม่ รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ” อูเอมูระหิ้วฉันให้ลุกขึ้นมาโดยมีโยชิดะประคองอีกฝั่ง ฉันเห็นว่าหัวหน้ามีคำต่อว่าที่อยากบ่นให้ฉันฟังแต่เธอคงแกล้งทำเป็นลืมไปก่อนในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
          “ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่กว่าจะเปิดประตูลงมาได้” โมริยาสุเงยหน้ามาเห็นชิโรมะถามจึงสะกิดเพื่อน มัตสึโอกะส่งสัญญาณให้ติดต่อทางอุปกรณ์สื่อสาร ชิโรมะถามคำถามเดิมอีกครั้ง มัตสึโอกะยอมรับตามตรงว่าระบบซับซ้อนกว่าที่คิด
          “คิดว่าเวลาคงไม่พอให้เราหลบพวกกำลังเสริมค่ะ คงต้องเป็นแผนอื่น”
          ชิโรมะระดมความคิดในเวลาจำกัด “รถขนของพวกนี้ เราสามารถขับได้มั้ยมัตสึโอกะ”
          “ขับได้ค่ะ มีระบบบังคับจากระยะไกลให้ตื่นเต้นว่าเขาจะพาเราไปไหน”
          “หมายถึงว่าเขาคุมรถคันนี้ได้ถูกมั้ย”
          “ถูกต้องค่ะ เขาทำได้อิสระ”
          “ปิดระบบบังคับจากระยะไกลได้ใช่มั้ยคะ”
          “การปิดระบบบังคับจากระยะไกลไม่มีปัญหาค่ะคุณชิโรมะ ตอนนี้มีปัญหาแค่เรื่องระบบล็อกประตูเท่านั้น แต่ฉันว่าจะดีกว่าถ้าไม่ปิดระบบบังคับระยะไกลค่ะ”
          “ทำไมล่ะคะ”
          “เพราะฉันจะใช้ประโยชน์จากระบบบังคับระยะไกลทำให้เราได้เปรียบตอนหนี ฉันจะสวมสิทธิ์คุมการบังคับแทนระบบหลักค่ะ ซึ่งถ้าเราปิดระบบบังคับไปเลยอาจทำให้ระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหยุดทำงาน”
          “โอเค ตามนั้น เรื่องเทคนิคพวกคุณจัดการไป ตอนนี้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปที่ฐาน หน้าที่ของพวกเราคือหลบออกไปจากที่นี่ ลุยตามที่มัตสึโอกะบอก”
          “ฉันจะให้โมริยาสุบังคับรถบรรทุกคันข้างหลัง” มัตสึโอกะชูนิ้วโป้งมุ่งมั่น
          มัตสึโอกะติดเครื่องยนต์ดังกระหึ่มทั้งสองคัน ฉันผ่อนลมหายใจให้ช้าลงซึ่งคงพอช่วยไม่ให้เลือดไหลมากไปกว่านี้ ระหว่างขยับตัว คุณอูเอมูระกับโยชิดะประคองฉันขึ้นไปบนท้ายรถบรรทุกคันเดียวกับที่พวกมัตสึโอกะติดอยู่
          “กล่องพวกนี้นิ่มพอใช้ อย่างน้อยก็ดีกว่านอนบนท้ายรถบรรทุกแข็ง ๆ” โยชิดะกันพื้นที่ให้ฉันนอนให้สบายที่สุดเท่าที่จะทำได้
          “อย่างน้อย ๆ ถ้าอยู่บนรถคันนี้ พวกเราจะปลอดภัย” ชิโรมะเตรียมปืนกลพร้อมรับมือ
          รถบรรทุกที่เรายึดมาจากบริษัท AriL P. ออกมาพ้นโกดังได้หน่อยเดียว ก็ถูกตามล่าจากหน่วยรักษาความปลอดภัยที่มาเป็นกำลังเสริม
          “พวกเขารู้ตัวว่าเรายึดทั้งรถทั้งระบบ คิดว่าหัวเสียเล็ก ๆ นะคะ” มัตสึโอกะเร่งความเร็วมากที่สุดแต่เพราะมันเป็นรถบรรทุก พวกเราจึงโดนล้อมง่าย ๆ
          “มิรุ ฉันว่าท่าทางไม่ดีแล้วล่ะ ขืนเป็นแบบนี้ จะโดนคว่ำเอานะ พวกนั้นรู้ว่าเป็นรถกันกระสุนก็จริง แต่ไม่ใช่รถที่คว่ำไม่ได้”
          “ถูกเผง นั่นแหละสิ่งที่ฉันกังวล…นั่นมัน” ฉันลุกไปดูสถานการณ์อะไรไม่ได้สักอย่างแต่ได้ยินเสียงที่ชิโรมะพูดถึง เป็นเสียงเหมือนเหล็กแทรกผ่านมาด้วยความเร็ว
          โยชิดะไล่ควานหาตามข้างรถและพบว่ามีตัวยึดถูกยิงเข้ามาทั้งสองฝั่งของรถบรรทุกคันที่พวกเราอยู่
          “โมริยาสุ ใช้รถคันหลังจัดการได้เลย ไม่อย่างงั้นเราโดนแน่ พวกนั้นจะคว่ำรถ” ชิโรมะสั่งการทันควัน
          “ได้ค่ะ ฉันจะใช้ระบบทำลายตัวเอง ขอให้สกัดพวกนั้นได้บ้าง”
          ตูม!! รถสะเทือนจากแรงระเบิด ฉันคาดว่าเป็นฝีมือของโมริยาสุ
          “สกัดพวกนั้นได้บางส่วนค่ะ”
          “ยังดีกว่าเราไม่ทำอะไร”
          ระหว่างที่คิดว่าสถานการณ์อาจดีขึ้น…
          ตูม!! ร่างฉันก็กระเด็นตามแรงกระชากรถบรรทุกไปชนชิโรมะ เธอคว้าฉันเอาไว้ได้ทัน ไม่ไปกระแทกอูเอมูระที่ชนกับโยชิดะอยู่แถว ๆ นั้น มีเสียงระเบิดดังรอบรถบรรทุกของพวกเรา ทุกอย่างรวดเร็ว เร็วพอ ๆ กับความเจ็บตรงแผลที่กลับมาอย่างหนักหน่วง ฉันร้องเพราะมันระบมไปหมด แต่ก็พยายามกลั้นไว้
          รถบรรทุกหยุดเคลื่อนที่ ชิโรมะบอกให้โยชิดะเตรียมพร้อม “ระวังให้พวกเราหน่อยค่ะ”
          “ฉันว่ามันเงียบไปหน่อยหรือเปล่า” คุณอูเอมูระกังวล
          “ช้างหลังปลอดภัยกันหรือเปล่าคะ” โมริยาสุถามไถ่
          “เราปลอดภัย ทำไมรถถึงหยุดล่ะคะ” อูเอมูระช่วยโยชิดะดูรอบ ๆ แต่ก็ไร้วี่แววของพวกกำลังเสริม
          “พวกนั้นคงยึดปลายสายลวดสลิงกับอะไรสักอย่างทำให้รถเราหยุดค่ะ ฉันเห็นว่ามีระเบิดด้วยคงทำให้ยางเราเสียหาย”
          “เอาล่ะฉันจะลงไปดูสถานการณ์ข้างนอก” แต่ยังไม่ทันได้ออกพ้นท้ายรถบรรทุกดี ก็มีระเบิดดังขึ้นอีกจากนั้นจึงตามมาด้วยเสียงปืน
          “ต้อนรับกันดีจริง” โยชิดะปาระเบิดมือออกไปด้านนอกก่อนอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายหลบกระโจนออกไปนอกรถคนแรก อูเอมูระรีบผลุบหายออกไปด้วยอีกคน
          “อยู่นี่นะยูริ” ฉันพยักหน้าเชื่อฟังคำสั่ง ชิโรมะรอจังหวะแล้วกระโจนออกไปบ้าง
          “มัตสึโอกะ ฉันว่าพวกเธอรีบออกมาจากรถคันนี้เถอะ เราไม่น่าจะหวังประโยชน์อะไรจากรถบรรทุกที่ยางและเพลาหลุดกระจายไม่มีชิ้นดีแบบนี้” อูเอมูระยังอารมณ์ดี หยอกขอความช่วยเหลืออ้อม ๆ จากทีมนวัตกรรม ถึงจะรู้ว่าพวกนั้นออกมาไม่ได้
          “อย่างน้อยมันยังระเบิดตัวเองได้นะคะ แต่ฉันจะไม่ทำเด็ดขาด ถ้ายังออกไปไม่ได้”
          “ก็รีบออกมาช่วยกันหน่อยสิคะ” โยชิดะก็เล่นกับเขาด้วย
          ฉันนอนฟังเสียงเพื่อน ๆ อยู่บนรถ
          “รอแป๊บนะคะ” มัตสึโอกะคงกำลังหาวิธีพาตัวเองออกมาอีกครั้ง
          “ถ้าต้องถึงขั้นระเบิดรถก็บอกก่อนจะได้ไปพาโอตะออกมา” ชิโรมะแสดงความห่วงใยต่อฉัน แต่น้ำเสียงจริงจังกว่าใครเพื่อนจนไม่เหมือนพูดเล่นเหมือนคนอื่น
          ฉันได้ยินเสียงปืนสลับกับเสียงอุปกรณ์สื่อสาร มัตสึโอกะยังออกมาไม่ได้ ทำให้สถานการณ์ของพวกสามคนที่เหลือด้านนอกไม่สู้ดี
          “ฉันว่าพวกนั้นพาคนมาเพิ่มอีกแล้วหรือเปล่านั่นแสงไฟเฮลิคอปเตอร์” เสียงโยชิดะตะโกนบอกเพื่อน ๆ
          “ไปพาโอตะออกมาเถอะค่ะ” แต่ก่อนที่ฉันจะได้ถูกพาออกมาจากรถ เสียงปืนที่มีอานุภาพกว่ากว่าปืนกลก็ดังขึ้นด้านนอกพร้อม ๆ กับเสียงเหล็กที่สัมผัสกับเหล็กบนรถบรรทุก ถึงล้อจะพังแต่มันยังกันกระสุนได้ดีเยี่ยม
          พวกข้างนอกเงียบไป…
          “ไงทุกคน ขอโทษที่ให้รอนาน กว่าฉันจะขโมยเฮลิคอปเตอร์มาได้ ไม่ง่ายหรอกนะ อย่าโกรธกันล่ะ” ฉันคุ้น ๆ เสียงที่ได้ยินผ่านอุปกรณ์สื่อสารของพวกเรา
          “คุณบังคับเฮลิคอปเตอร์เองเหรอคะคุณเอโต้” ชิโรมะยังตกใจ
          “ถ้ารอให้พวกเขาหาทีมมาช่วยอาจจะไม่ทัน เราไม่ได้มีงบฟู่ฟ่าเหมือนอย่างบริษัท AriL P. นี่”
          “คุณเอโต้คะ ฉันอยู่ข้างล่างแล้ว”
          “เมมิ คาเกะ จัดการให้หน่อยนะ ฉันจะพยายามรักษาสภาพเฮลิคอปเตอร์ เราต้องพาโอตะไปให้ถึงมือหมอ ชิโรมะพวกเธอที่เหลือรอกำลังเสริมไปกันก่อนล่ะ”
          มีสองคนโผล่เข้ามาทำให้เสียงเฮลิคอปเตอร์ด้านนอกดังขึ้นจนแทบไม่ได้ยินอะไร แต่ฉันไม่เห็นว่าคนไหนเป็นใครเพราะสิ้นแรงเต็มที มีคนพยุงฉันออกมานอกรถบรรทุก สักพักฉันคงถูกรัดด้วยเชือกบางอย่างก่อนจะโดนดึงขึ้นมาบนเฮลิคอปเตอร์
          “พวกที่อยู่ข้างล่างจะเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันตาลายพยายามเปล่งเสียงถามคนที่อยู่ใกล้ ๆ
          “พวกเขาไม่เป็นไรหรอกค่ะ…ไม่ต้องกังวล ตอนนี้เราจะพาคุณไปหาหมอ”
          

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อแซะยูริมิรุเท่านั้น
[ Short ] – Shutdown EP09 (YuuriMiru)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s